LOGINแสงแดดอ่อนๆยาม เช้าสาดส่องลอดช่องผ่านผ้าม่านลายลูกไม้สีขาวเข้ามากระทบกับดวงหน้าหวาน ทำให้กานต์ธิดารู้สึกตัวตื่น แพขนตางอนงามเริ่มขยับขึ้นลงสองสามครั้ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่หญิงสาวเห็นคือเพดานห้องสีขาว จึงรู้ทันทีว่า ไม่ใช่ห้องนอนของตนอย่างแน่นอน
“ที่นี่ที่ไหนกัน” วินาทีต่อมากานต์ธิดาตกใจแทบช็อก เมื่อรู้สึกว่าเหมือนมีอะไรมาพาดลำตัว พยามขยับตัวแล้วขยับไม่ได้ จึงก้มลงไปมองสิ่งนั้นทันที
“คุณภาคี” คำถามต่อมาเกิดขึ้นในใจ คือเธอมาอยู่ที่นี่กับเขาได้อย่างไรกัน และพยายามยกแขนแกร่งออกจากหน้าท้องแบนราบแต่ไม่สำเร็จ พยายามอยู่หลายครั้งจนเหนื่อย จึงเปลี่ยนใจทิ้งตัวลงนอนตามเดิม น่าจะง่ายกว่างัดแขนเขาออกจากตัว
ภาคีพลิกตัวมาทางหญิงสาว พร้อมใบหน้าอันหล่อเหลาซบลงที่อกอิ่มเข้าอย่างจัง กานต์ธิดาถึงกับแข็งทื่อไม่กล้าขยับเขยื้อน แถมเขายังเบียดตัวมาแนบชิดกับเธอมากขึ้นประหนึ่งว่านั่นเป็นหมอนข้าง จนกระทั่งเสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นและดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาคีจึงเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่หัวเตียงมารับสาย ทั้งที่ยังไม่ลืมตา
“ครับ” เขากรอกเสียงตามสายสั้นๆ เพราะยังไม่เต็มตื่นดี
“เกิดอะไรขึ้นคุณจารุณี” ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นนั่งทันทีเมื่อได้ฟังเหตุผลจากปลายสาย โดยไม่สนใจท่าทีของคนที่นอนกกกอดมาตลอดคืน จากนั้นภาคีก็ลุกเดินออกไปคุยงานที่ระเบียงห้องนอน กานต์ธิดาก็ได้มองตามด้วยความงุนงง ไม่ถึงสิบนาทีชายหนุ่มกลับเข้ามาพร้อมใบหน้าที่เคร่งเครียด
“เอ่อ...คือว่า”
“มีอะไร อ้ำอึ้งอยู่นั่นแหละ น่ารำคาญจริง”
“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ”
หญิงสาวกลั้นใจถามกล้าๆ กลัวๆ เมื่อเห็นท่าทางดุดันของอีกฝ่าย
“เมื่อวานเธอเป็นลม ฉันไม่รู้ว่าบ้านเธออยู่ไหน ก็เลยพามาที่นี่”
“พามาที่นี่” กานต์ธิดาทวนคำเสียงดังลั่น “งั้นนี่ก็บ้านของท่านสิคะ”
หญิงสาวจ้องหน้าเจ้าของบ้านคาดคั้น ต้องการคำตอบที่กระจ่าง หรือเรียกง่ายๆ ว่าเธออยากรู้ว่านี่คือเรื่องจริงไม่ใช่แค่ฝันไป
“ใช่ บ้านฉัน จะตกใจอะไรนักหนา แล้วต่อไปเรียกฉันว่าคุณภาคีก็พอ” ชายหนุ่มตอบพลางทำหน้าหงุดหงิดใส่ หญิงสาวถึงกับหน้าเจื่อนๆ
“ค่ะ” กานต์ธิดาขานรับเสียงอ่อย ไม่อยากขัดคนอารมณ์ไม่ดี เกรงว่าจะเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาอีก
“เข้าใจแล้วก็ลุกขึ้นมาเตรียมชุดทำงานให้ฉันได้แล้ว” เขาสั่งเสร็จก็เดินเข้าห้องน้ำไป หญิงสาวรู้สึกเหนื่อยใจกับท่าทีและคำพูดของเขาสุดจะทน เธออยากถามเขาเหลือเกินว่าไปทำอะไรให้เขาขัดเคืองใจนักหนา ไม่ว่าเธอจะทำหรือพูดอะไร ก็ดูจะขวางหูขวางตาเขาไปซะหมด
เมื่อบ่นเสร็จ กานต์ธิดาจึงรีบลุกไปเตรียมชุดทำงานตามสั่ง ก่อนที่ภาคีจะออกมา ถ้าขืนยังมัวชักช้าก็คงไม่พ้นต้องโดนตำหนิอีก หญิงสาวไล่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสุดหรูของชายหนุ่มทีละตัวพร้อมพึมพำถามตัวเองเบาๆ
“จะเลือกตัวไหนดีนะ ถึงจะได้ถูกใจเขา” สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกสีฟ้า ที่เป็นสีโปรดของเธอ ก่อนจะเลือกสูทตัวนอกให้เขาเป็นรายการต่อไป เลือกสูทสีเข้มให้คิดว่าน่าจะเข้ากันดี
ทันทีที่จัดการกับชุดทำงานของภาคีเสร็จเรียบร้อย ประจวบเหมาะกับที่ชายหนุ่มเปิดประตูห้องน้ำออกมา ซึ่งมีเพียงผ้าขนหนูพันช่วงล่างออกมาอย่างหมิ่นเหม่ เท่านั้นกานต์ธิดาจึงรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ด้วยความเขินอาย เธอไม่คิดมาก่อน ว่าจะเจอเขาในสภาพที่ล่อแหลมเช่นนี้ ภาคีพลางกระตุกยิ้มที่มุมปาก กับท่าทีเสแสร้งแกล้งทำของคนตรงหน้า ยายนี่คงคิดว่าเขาเหมือนผู้ชายหน้าโง่คนอื่นล่ะสิ ไม่มีวันที่เขาจะหลงกลผู้หญิงเจ้าเล่ห์คนนี้แน่นอน
“อย่าทำเป็นไร้เดียงสาหน่อยเลยกานต์ธิดา ทั้งที่ก็ผ่านมาจนนับไม่ถ้วนแล้ว” หญิงสาวรู้สึกเหมือนถูกคนพูดตบเข้าที่ใบหน้าฉาดใหญ่จนชาไปทั้งแถบ
“ผ่านมานับไม่ถ้วน คุณหมายความว่ายังไง” หญิงสาวพยายามใจเย็นถาม เธอไม่เข้าใจกับสิ่งที่เขาพูดสักนิดเดียว และต้องการความกระจ่างเดี๋ยวนี้
“ตีหน้าซื่อได้เนียนเชียวนะ จะอายอะไรนัก กับอีกแค่ผู้ชายนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว ผู้ชายที่แก้ผ้าทั้งตัว ก็เห็นมาหมดแล้วไม่ใช่หรือไง”
“มันไม่ใช่อย่างที่คุณพูดสักนิดคุณภาคี”
“เธอไม่ต้องมาแก้ตัว ก็เห็นๆ อยู่ยังจะมาเถียงอีก”
“แต่ว่า...” หญิงสาวพูดไม่ทันจบประโยค ก็ถูกอีกฝ่ายส่วนกลับขึ้นมา
“ฉันไม่มีเวลา จะมายืนโง่ๆ ให้เธอหลอกเหมือนผู้ชายอื่นหรอกนะ ไม่ต้องมาตีหน้าซื่ออธิบาย ฉันไม่อยากฟัง”
ภาคีไม่อยากได้ยินคำแก้ตัวปัญญาอ่อนของผู้หญิงอัปรีย์คนนี้อีก เขาจึงรีบเดินไปหยิบชุดทำงานมาสวมใส่ เพียงเท่านั้นกานต์ธิดาถึงกับทรุดตัวนั่งลงที่ปลายเตียงด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง แต่คนหน้าดุกลับไม่สนใจที่จะมองด้วยซ้ำ
“ฉันจะรีบเข้าบริษัท เธออยู่ที่นี่ไปก่อน ห้ามออกไปไหนเข้าใจไหม”
ชายหนุ่มสั่งงาน ในระหว่างที่กำลังผูกเนกไทให้ตัวเองที่หน้ากระจก
“ทำไมต้องให้ธิดาอยู่ที่นี่ด้วยคะ”
“เธอไม่มีสิทธิ์ถาม แค่ทำตามที่ฉันสั่งก็พอ เย็นนี้ค่อยมาคุยกันอีกที ว่าหน้าที่เลขาฯส่วนตัว ต้องทำอะไรบ้าง”
“แต่คุณจะให้ฉันอยู่ในชุดนี้ รอคุณทั้งวันไม่ได้นะคะ” กานต์ธิดาก้มลงมองตัวเอง จะให้อยู่ในสภาพนี้ต่อ เธอไม่เอาด้วยแน่
“เดี๋ยวจะให้คนหาชุดใหม่มาให้” ชายหนุ่มกล่าวจบก็หมุนตัวเดินออกจากห้อง หญิงสาวจึงถือวิสาสะเดินสำรวจภายในห้องนอนจนถี่ถ้วน แล้วดวงตาเจ้ากรรมดันไปสะดุดกับรูปที่ตั้งไว้ข้างโคมไฟบนโต๊ะหัวเตียงจนได้ เธอกำลังเอื้อมมือไปหยิบ แต่เสียงเคาะประตูกลับดังขัดขึ้นเสียก่อน
“สมใจเอาชุดใหม่มาให้คุณผู้หญิงเปลี่ยนค่ะ” สมใจอธิบายแล้วพิจารณาคุณผู้หญิงที่นายพามา ขนาดว่าเพิ่งตื่นนอน ยังสวยอยู่เลย เหมือนที่เขาว่ากันว่าผู้หญิงจะสวยหรือไม่สวย ต้องดูหลังตื่นนอน คงจะจริงอย่างที่เขาพูดกัน
“อย่าเรียกธิดาว่าคุณผู้หญิงเลยค่ะ พี่สมใจเรียกธิดาเฉยๆ ก็ได้”
“ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวนายดุสมใจค่ะ” จะให้เธอเรียกผู้หญิงของนายอย่างสนิทสนมได้อย่าไรกัน นายจะได้ตะคอกจนหัวหดนะสิ หมู่นี้ยิ่งดุขึ้นทุกวันอยู่ด้วย
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ธิดาเป็นแค่ลูกจ้างเหมือนพี่สมใจนั่นแหละค่ะ”
“ลูกจ้างหรือคะ” สมใจมองกานต์ธิดาด้วยความแปลกใจ
“ใช่ค่ะ ธิดาเป็นเลขาฯส่วนตัวของคุณภาคี”
“อ้อ...แล้วคุณธิดาหิวหรือยังคะ เดี๋ยวสมใจจะลงไปทำอะไรให้ทาน”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่สมใจ เดี๋ยวธิดาอาบน้ำเสร็จ ธิดาจะลงไปทำเองค่ะ”
หญิงสาวปฏิเสธความหวังดีของสมใจเพราะเกรงใจ
“คุณธิดาไปอาบน้ำเถอะค่ะ เดี๋ยวสมใจจะลงไปทำงานบ้านต่อแล้วค่ะ” สมใจบอกเพียงเท่านั้น ก็ปล่อยให้กานต์ธิดาจัดการกับตัวเอง
ระหว่างนั่งเรือมาที่เกาะในวันรุ่งขึ้น กานต์ธิดาบ่น ตลอดทางจน ถึงเกาะว่าเสียดายน่าจะพาบุตรชายเธอมาด้วย จนภาคีต้องส่ายหน้าห้ามปรามความคิดของภรรยาทันที“ตาคินเขาคงอยากให้เรามีโอกาสได้อยู่กันตามลำพังบ้าง เลยไม่ร้องตามมา แกคงอยากได้น้องสักคน” ภาคียิ้มกริ่มใส่ จนภรรยาเขินอายรีบเดินหนีเข้าบ้านไป“ธิดาจ๋า รอพี่ด้วยสิครับ” ร้องเรียกภรรยาแล้วหันไปสั่งลูกน้องอย่างลวกๆ “วิชิตเดี๋ยวแกเอากระเป๋ามาวางไว้ที่หน้าบ้านพอ แล้วก็กลับไปทำงานต่อได้เลย” แล้วภาคีก็รีบตามภรรยาสาวเข้าบ้านไป จนวิชิตอดยิ้มอย่างมีความสุขไปด้วยไม่ได้“เสือสิ้นลายจริงๆ เจ้านาย” ตลอดเวลาที่อยู่เกาะแสนรัก ภาคีสร้างความประทับให้ภรรยาสาวเป็นอย่างมาก ช่างแตกต่างจากอดีตที่ผ่านมาเหลือเกิน เธอไม่คิดว่าผู้ชายใจร้ายที่คอยสร้างแต่ความเจ็บให้เธอมาตลอด จะเป็นสามีที่ดี เป็นคุณพ่อที่น่ารักได้ขนาดนี้ เขาไม่เคยคิดออกนอกลู่นอกทางเลยกับเธอเลย “แอบหนีพี่มาอยู่นี่เอง” ภาคีเข้า
“เอาอย่างนั้นเหรอ งั้นรีบตามเข้าไปนะ น้องเขมทำของโปรดของน้องไว้ตั้งหลายอย่าง”“ได้ค่ะ เดี๋ยวน้องตามเข้าไป” อติเทพยืนลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนตัดสินใจเดินเข้าบ้านไป“คุณธิดาเป็นยังไงบ้างคะพี่เทพ” เขมจิรารีบเดินเข้ามาถามสามีทันที“ก็น้อยใจ สองคนพ่อลูกนั่นแหละ สงสัยจะปล่อยให้เหงาอยู่บ้านคนเดียว” เสียงรถแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้าน ทำให้อติเทพรู้ทันทีว่าเป็นใครก็เลยอดบ่นเพื่อนรักไม่ได้ “สงสัยมันนึกว่าบ้านเราเป็นสนามแข่งรถ”“สงสัยจะรู้ว่าคุณธิดาอยู่ที่นี่ เลยรีบตามมา” ภาคีกับสามีเธอช่วงหลังๆ นี้เป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอด“เดี๋ยวพี่ขอออกไปจัดการสองคนพ่อลูกนั้นสักหน่อย”“อย่าค่ะพี่เทพ” เขมจิราถึงกับร้องห้าม “ตาวัฒน์ดูพ่อเราสิ” แล้วหันไปฟ้องลูกชายให้ช่วยหยุดสามีอีกแรง แต่ลูกชายกลับไม่เข้าข้างเสียนี่“คุณพ่อทำถูกแล้วครับคุณแม่ ใครทำให้อาธิดาผมเสียใจ ก็สมควรได้รับโทษครับ”“พอกันทั้งพ่อทั้งลูก” เขมจิราส่ายหน้าใ
อนาคินเล่นปั่นจักยานอยู่ที่หน้าบ้าน พอเห็นว่ารถใครแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้านก็รีบจอดรถ และวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจสุดชีวิต“แม่แพทมาแล้ว” หนุ่มน้อยวิ่งเข้าไปกอดหญิงสาวด้วยความดีใจ“มาให้แม่แพทหอมแก้มหน่อยสิครับ” แพทชยาหอมแก้มซ้ายขวาของหนุ่มน้อยด้วยความคิดถึง“แม่แพทหายไปไหนตั้งหลายวันครับ คินคิดถึงแม่แพทที่สุด” ธีรวัฒน์เห็นภรรยายิ้มได้แบบนี้ก็ดีใจ เรื่องลูกถ้าไม่มีวาสนาก็คงต้องปล่อยไปเขาไม่คิดอะไรมากอยู่แล้ว“มาแล้วเหรอแพท ตาคินบ่นคิดถึงเธอทุกวันเลย แม่อย่างฉันชักน้อยใจแล้วสิ” กานต์ธิดาแอบน้อยใจบุตรชายอยู่บ่อยๆ“โธ่แม่ธิดาครับ คินก็รักแม่ธิดาที่สุดเลยนะครับ” อนาคินเข้าไปสวมกอดมารดาไว้แน่น จนคนเป็นพ่อรีบเดินดิ่งๆ มาแทรกกลาง“ตาคิน ไม่ต้องกอดแม่เรานานขนาดนั้นก็ได้” ภาคีเข้าไปสวมกอดภรรยาไว้ แล้วก้มหอมแก้มหญิงสาวหนึ่งฟอด“หวานไม่เปลี่ยนเลยนะคะคุณคีย์” แพทชยาอดแซวไม่ได้“ก็คนมันรักนี่ครับคุณแพท” ภาคีมองภรรยาด้วยสายตาที่หวา
กานต์ธิดาเผลอสัมผัสหน้าท้องตัวเองอย่างไม่ตั้งใจ ใช่ลูกน้อยของเธอกับเขาที่ร่วมกันสร้างขึ้นมา ของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต “คุณสัญญากับฉันได้ไหม ว่าจะไม่ทำให้ฉันเสียใจอีก คุณจะไม่ทำกับฉันเหมือนวันวานอีก คุณภาคี”“พี่สัญญา ว่าจะรักและมั่นคงกับธิดาคนเดียว ถ้าหากวันไหนพี่ผิดสัญญาขอให้...อุ๊บ” หญิงสาวรีบยกมือเล็กขึ้นปิดริมฝากหนาทันที กลัวเขาจะพูดเรื่องร้ายๆ ไม่เป็นมงคลขึ้นมา“ฉันเชื่อแล้วค่ะ”“งั้น แปลว่าธิดาตกลงใช่ไหม ไชโย!” ภาคีตะโกนร้องลั่นด้วยความดีใจ เหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ ยกลำตัวหญิงสาวหมุนไปรอบๆ อย่างลืมตัว“พอแล้วคุณภาคี ฉันเวียนหัว” เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ทั้งคู่หยุดชะงัก“ยายหนูคุยกับใครอยู่ลูก” กานต์ธิดาเงียบเสียงลง และสั่งห้ามไม่ให้ชายหนุ่มพูดอะไรออกมา“ธิดาเปิดทีวีค่ะคุณพ่อขา เดี๋ยวธิดาก็เข้านอนแล้วค่ะ”“อย่านอนดึกนักนะลูก เดี๋ยวจะไม่สบาย”“ค่ะคุณพ่อ” เสียงปิดประตูห้องตรงข้ามดังขึ้น ทำให้กานต์ธิดาค่อยโล่งอก ห
พอทุกคนไปถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัด ภาคีก็ได้เข้าไปพักที่ ห้องพิเศษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีอติเทพคอยนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ เตียงไม่ยอมห่าง“ตาเทพ ตาคีย์เป็นยังไงบ้างลูก” คุณยุพารีบเดินเข้ามาถามบุตรชายทันทีด้วยความเป็นห่วง กลัวภาคีจะเป็นอะไรไปมากกว่าที่คิดกานต์ธิดารีบเดินตามมารดาเข้ามาดูชายหนุ่มใกล้ๆ เห็นสภาพเขาแล้วก็รู้สึกสงสารอย่างบอกไม่ถูก เธอก้มหน้าลงมองพื้นเมื่อน้ำตาคลอ กลัวคนอื่นจะรู้ว่าเธอร้องไห้เสียใจ“ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับคุณแม่ ไม่ต้องเป็นห่วงไอ้คีย์มันหรอก มันหัวแข็งจะตาย พักฟื้นสักอาทิตย์ก็เข้าไปทำงานที่ไร่ได้เหมือนเดิมแล้วครับ” อติเทพปลอบใจมารดาไม่อยากให้ท่านคิดมาก“คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง หมดทุกข์ หมดโศกสักทีนะลูก” คุณยุพาจับมือหลานชายไร้สติให้กำลังใจ“จริงสิ แม่ลืมโทร. ไปบอกน้าดาเลย เกิดติดต่อตาคีย์ไม่ได้จะเป็นห่วงเอาได้” คุณยุพารีบออกไปโทรศัพท์ข้างนอกห้องทันที“จะเอายังไงต่อครับคุณพ่อ หมดเวลาทดสอบหรือยัง” อติเทพหันไปปรึกษาบิดาที่ยืนนิ่งมองภาคี ด้วยสายตาที่ใคร
หลังจากคุยธุระสำคัญกับภาคีเสร็จ อติเทพจึงเดินกลับเข้าไปในบ้าน เจอน้องสาวคนสวยนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องรับแขกจึงรีบเข้าไปทัก“อ่านอะไรอยู่หรือยายน้อง” กานต์ธิดาปิดหนังสือที่อ่านลงทันที และวางทิ้งไว้บนโซฟา ก่อนจะลุกเดินขึ้นชั้นบนไป โดยไม่สนใจที่จะทักทายหรือว่าตอบคำถามของอติเทพสักคำเดียว“เดี๋ยวสิยายน้อง เป็นอะไรไปอีก” อติเทพวิ่งไปดักหน้าน้องสาวแสนงอนของเขาไว้ก่อนแต่น้องสาวสะบัดหน้าหนีอย่าเง้างอน แต่ก็น่าเอ็นดูสำหรับอติเทพเสมอ “มาคุยกันให้รู้เรื่องสิ”“ไม่ต้องมาคุยกับน้องเลย” กานต์ธิดานั่งหน้าเชิด หันไปมองที่อื่นแทน“งอนพี่เรื่องอะไรอีกล่ะเรา” ชายหนุ่มโยกศีรษะหญิงสาวไปมา“พี่ชายไปคุยกับเขาทำไม พี่ชายก็รู้ว่าเขาทำให้น้องเจ็บแค่ไหน” ได้ยินดังนั้นอติเทพถึงกับร้องอ๋อออกมา“นึกว่าเรื่องอะไร พี่ก็เจ็บไม่แพ้น้องเหมือนกัน แต่นายคีย์ได้พิสูจน์ว่าเขารักน้องจริง ยอมให้คุณพ่อกลั่นแกล้งสารพัดเพื่อน้องคนเดียว ทั้งที่มันไม่ยอมก็ได้ พี่ไม่อยากให้น้องต้องมานอนร้องไห้คิดถึงไอ้คีย์มันท
“ดีขึ้นแล้วใช่ไหมครับ” หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ มองเขาด้วยสายตาเศร้าสร้อย เขาคงมาทวงถามเรื่องหย่า“ขอบคุณค่ะที่ช่วยเขมไว้”“น้อมเขมเรามีเรื่องต้องคุยกัน”“เรื่องหย่าใช่ไหมคะ เขมกลับกรุงเทพฯเมื่อไรค่อยคุยกันค่ะ เขมขอทำใจสักพักหนึ่ง พี่เทพไม
“หวังว่าธิดาคงเข้าใจในสิ่งที่แม่ทำไปนะลูก” คุณยุพาลูบไล้เรือนผมของหญิงสาวด้วยความเอ็นดู“ธิดาเข้าใจค่ะ ธิดาขอโทษที่เข้าใจคุณแม่ผิดมาโดยตลอด” กานต์ธิดากราบลงที่อกของมารดา รู้สึกเสียใจที่ทำให้มารดาร้องไห้“หนูไม่ผิดเลยลูก แม่เองที่ผิด ผิดที่ทิ้งหนูมา ผิดท
“พี่คีย์มีคุณกุลนิภาอยู่ทั้งคน แล้วมายุ่งกับธิดาทำไมกัน?” เขาแกะมือหญิงสาวออก ขยับตัวออกห่างจากเธอให้มากที่สุด“ผู้ชายเวลาเหงา แถมมีผู้หญิงสวยๆ มาอยู่ใกล้ๆ ใครไม่คว้าไว้ก็โง่แล้ว”นี่เขาเห็นเธอเป็นเครื่องแก้เหงาเท่านั้นเองเหรอ เธอโง่เองที่ไปรักผู้ชายที่ชื่อภา
กานต์ธิดางัวเงียรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตอนพลบค่ำ มีแสงไฟสลัวสาดส่องเข้ามาในห้องนอน เธอคงเพลียมากไปหน่อยถึงได้นอนนานขนาดนี้ เพราะเขาคนเดียวทำให้เธอต้องเสียคนแบบนี้ พอคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ใบหน้าหญิงสาวก็แดงเป็นผลเชอรี่สุกทันที เธอลุกเปิดสวิตช์ไฟห้องนอน ไม่รู้ป่านี้ภาคีจะทำอะไรอยู่น้า ดวงตากลมใสไ



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



