登入ใจจริงแล้วเขาไม่อยากจะเสียเลขาฯเก่งๆ อย่างกานต์ธิดาไปเลย ไม่รู้คนใหม่จะทำหน้าที่ได้ดีอย่างเธอหรือเปล่า แต่ในเมื่อประธานบริษัทขอมา และหญิงสาวก็เต็มใจที่จะรับตำแหน่งนี้
“ค่ะ ธิดาจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด ไม่ให้เดือดร้อนมาถึงพี่ชัยอย่างแน่นอนค่ะ ธิดารับรอง” เมื่อลูกน้องสาวคนสวยยืนยันขันแข็งแบบนี้ เขาก็ไม่มีอะไรจะคัดค้านอีก
“เริ่มงานวันจันทร์นี้นะ ท่านประธานกำชับว่าอย่าสาย เพราะท่านไม่ชอบคนไม่ตรงต่อเวลา อย่าทำให้พี่เสียชื่อล่ะ พี่น่ะชมเราไว้เยอะเชียวละ”
“พี่ชัยก็ทราบว่าธิดาไม่เคยมาทำงานสาย ธิดาไม่ทำให้พี่ชัยผิดหวังแน่นอนค่ะ” กานต์ธิดารู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ถึงกับนับเวลา เร่งอยากให้ถึงวันจันทร์โดยเร็ว
“ถ้าธิดาทำได้อย่างที่พูด พี่ก็เบาใจ ถ้าไม่เข้าใจเรื่องงานก็ถามคุณจารุณี หรือไม่ก็โทร. มาถามพี่ก็ได้ พี่ยินดีช่วยเหลือ”
“ธิดาขอบคุณพี่ชัยมากนะคะ” กานต์ธิดายกมือขึ้นไหว้ผู้จัดการแผนกด้วยความซาบซึ้ง ในความมีน้ำใจ และความเอื้ออาทร ที่มีให้เธอเสมอมา เขาเปรียบเสมือนพี่ชายอีกคนหนึ่งของเธอ
“ไม่เป็นไรธิดา ธิดาก็เหมือนน้องสาวพี่คนหนึ่ง มีอะไรช่วยเหลือกันได้ ก็ช่วยเหลือกันไป พี่มีเรื่องบอกธิดาแค่นี้แหละ กลับไปทำงานที่ค้างไว้เถอะ”
“ค่ะ ธิดาขอตัวนะคะ” หลังเดินออกจากห้องทำงานผู้จัดการหนุ่มแล้ว กานต์ธิดารีบต่อสายโทร. ไปเล่าเรื่องยินดีให้เพื่อนรักอย่างแก้วตาฟัง ก่อนที่ความตื่นเต้นดีใจ มันจะทะลักออกมาจากอก เพราะกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ ก่อนที่จะกลับมานั่งทำงานต่อ ใบหน้าแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขตลอดเวลา และคิดเพ้อฝันอย่างคนเจียมตัว
‘ถึงแม้เขาไม่รัก ขอให้มีโอกาสได้ใกล้ชิด แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับคนที่แอบรักเขาข้างเดียว’
ในที่สุดวันที่กานต์ธิดาตั้งหน้ารอรอคอยก็เดินทางมาถึง หญิงสาวขับรถออกจากคอนโดฯ หรูตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะกลัวจะเข้ามารายงานตัวสาย อาจจะถูกประธานหนุ่มตำหนิเอาได้ เธอขับรถเข้ามาจอดยังที่ลานจอดรถสำหรับพนักงาน ก่อนเวลาเข้างานเกือบครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็เดินเข้าไปในตึก ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้หนุ่มๆ ในบริษัท อดไม่ได้ที่จะเหลียวหลังมองตามไปเป็นแถว กับความน่ารักสดใสของหญิงสาว แต่คงไม่ใช่คนที่มีความแค้นอยู่ในใจที่มองดูอยู่ห่างๆ อย่างภาคี อัครภาคแน่นอน เพราะแค่เห็นปลายผมเธอ เขาก็สะอิดสะเอียนจนแทบจะอวกอยู่แล้ว
“สวัสดีค่ะท่านประธาน มาแต่เช้าเลยนะคะ” จารุณีกล่าวทักทายเจ้านายหนุ่ม ด้วยสีหน้าประหลาดใจ
โดยเวลาปกติเจ้านายเธอ จะเข้าบริษัทไม่เกินเที่ยงของทุกวัน วันนี้คงมีเรื่องสำคัญมาก เจ้านายหนุ่มถึงเข้าบริษัทตั้งแต่เช้าแบบนี้
“สวัสดีตอนเช้าคุณจารุณี เอกสารกับโต๊ะทำงานตัวใหม่เรียบร้อยดีใช่ไหม”
“ทุกอย่างเรียบร้อยค่ะ เชิญท่านเข้าไปตรวจดูได้เลยค่ะ”
ประธานหนุ่มพยักหน้า แล้วเดินเข้าไปรอเหยื่อสาวในห้องทำงานอย่างใจเย็น จากนั้นไม่นานนัก ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น
“เชิญ” แค่ได้ยินเสียงเขา กานต์ธิดาก็ตื่นเต้น จนแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เพื่อเรียกความมั่นใจให้กับตัวเอง แล้วก้าวเดินเข้าไปในห้องทำงานช้าๆ เป็นกิริยาสุภาพที่สุด แต่กลับขัดใจคนนั่งรอเสียอย่างนั้น
“ฉันเชิญเธอตั้งนานแล้ว มัวทำอะไรอยู่ ถึงได้เข้ามาช้านัก” คนมาดเข้มเล่นงานหญิงสาวทันทีที่เผชิญหน้ากัน จนเธอสะอึกกับการทักทายครั้งแรกของหนุ่มในฝัน มันเป็นอะไรที่ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย จากนั้นเพียงไม่ถึงหนึ่งนาที ก็ถูกเล่นงานเป็นรอบที่สอง “แล้วจะยืนบื้อ มองหน้าฉันอีกนานไหม นั่งลงสิ”
แต่นั่นกานต์ธิดาถึงกับงุนงงกับกิริยาและน้ำเสียงอันแข็งกระด้างนั้นเหลือเกิน เขาทำราวกับว่าโกรธเธอมาสักร้อยชาติอย่างนั้นแหละ
“เธอเห็นนั่นไหมกานต์ธิดา” เมื่อเห็นเหยื่อสาวนั่งเรียบร้อยแล้ว ภาคีก็ชี้นิ้วไปยังที่โต๊ะงานอีกตัวหนึ่ง จนอีกฝ่ายต้องหันไปมองตามที่เขาชี้นำ เห็นแฟ้มเอกสารกองโต แล้วพยักหน้ารับรู้ แต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าเขาสื่อถึงอะไร
“ฉันให้เธอตอบ ไม่ใช่ให้พยักหน้า เธอมันไร้มารยาทจริงๆ เลยกานต์ธิดา เรื่องแค่นี้ก็ต้องให้บอก” ชายหนุ่มมองหญิงสาวด้วยสายตำหนิ ซ้ำร้ายยังพูดดูถูกดูแคลน ไม่คิดที่จะไว้หน้าอีกด้วย
“เห็นค่ะ” หญิงสาวสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนที่จะกลั้นใจตอบออกมา
“เธอต้องอ่านเอกสารกองนั้นให้หมดภายในวันนี้ และสรุปผลมาให้ฉันก่อนกลับบ้าน ฉันหวังว่าเธอคงมีศักยภาพพอที่จะทำงานง่ายๆ แค่นี้ได้นะ”
เขารีบกดดันด้วยคำพูดกระทบกระเทียบ ทำให้หัวใจของกานต์ธิดากระตุกไหว ราวกับถูกเขาเอามือมาบีบหัวใจแล้วคลายออก มันเจ็บแปลบอย่างบอกไม่ถูก
“งานแค่นี้ดิฉันทำได้ค่ะ” หญิงสาวตอบกลับราวมั่นใจ ทำให้ภาคีรู้สึกหมั่นไส้ ในท่าทีของเธอเหลือเกิน
“เข้าใจก็ไปที่โต๊ะทำงานเธอสิ นั่งเสนอหน้าอยู่ได้” และคำพูดของเขาทำให้หญิงสาวสะอึกอีกครั้ง และเป็นอีกครั้งที่เจ็บปวดใจยิ่งกว่าเดิม ก่อนที่เธอจะลุกเดินไปที่โต๊ะทำงาน ซึ่งมีเอกสารวางซ้อนกันจนท่วมหัว ไม่รู้ว่าวันนี้จะอ่านจบหรือเปล่า
หญิงสาวเผลอตัวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ลืมไปว่าเขานั่งอยู่ในห้องนี้ด้วย
“แต่น้องยังไม่พร้อมจะมีใครนี่คะ พี่ชายก็รู้ว่าเพราะอะไร” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา ในดวงตาคู่สวยหม่นหมอง จนอติเทพรู้สึกสงสารน้องสาวจับใจ“ลืมผู้ชายเลวๆ คนนั้นได้หรือเปล่า” กานต์ธิดาถึงกับชะงัก ก่อนจะพยักหน้าเพื่อความสบายใจของพี่ชายเธอ “ต้องอย่างสิน้องรัก ไป เข้าบ้านกันเถอะ” แล้วสองพี่น้องก็เดินโอบไหล่เข้ามาในห้องรับแขก“ลูกเธอรักใคร่กันดีนะยุ” คุณภัคจิราที่เพิ่งมาสมทบกล่าวชมด้วยความอิจฉา“ใช่จ้ะ ตาเทพรักยายหนูมาก ใครทำให้เจ็บช้ำน้ำใจไม่ได้เลย เขาจะเอาคืนให้เจ็บเชียวล่ะ” คำพูดของคุณยุพาทำให้ภาคีกับเขมจิรามองหน้ากันอย่างไว แล้วเขมจิราก็ต้องเป็นฝ่ายผละออกมาเมื่อมีเสียงอันบาดใจแทรกถามขึ้นมา“คุณแม่มีอะไรจะคุยอีกหรือเปล่าครับ ผมจะได้กลับไปทำงานต่อ”เขมจิราได้แต่ก้มหน้าบีบมือตัวเองด้วยความเจ็บปวดและน้อยใจ“ไม่ต้องกลับแล้วตาเทพ อยู่ทานข้าวเย็นเลย”อติเทพทำหน้ายุ่งอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อมารดาสั่งเช่นนั้น“รูปคู่บ่าวสาวที่จะใช้โชว์หน้างาน เธอเลือก
“คนบ้า คนฉวยโอกาส” กานต์ธิดาแผดเสียงดังลั่น ห้ามปรามภาคีด้วยความไม่พอใจ ทำให้เขมจิราถึงกับส่ายหน้า ไม่คิดว่าพี่ชายต่างสายเลือดของเธอจะมือไวใจเร็วแบบนี้ ภาคีกำลังฉวยโอกาสหอมแก้มเนียนกานต์ธิดาอยู่รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที เมื่อเสียงกระแอมของเขมจิราดังเข้ามาขัดจังหวะ กานต์ธิดาเองรีบขยับตัวออกห่างจากภาคีทันทีด้วยความเขินอาย“มีอะไรน้องหนู”ภาคีทำเสียงเข้มใส่เขมจิราที่เข้ามาขัดจังหวะไม่รู้เวล่ำเวลา“มีเพื่อนมาขอพบคุณธิดาค่ะ”กานต์ธิดาเงยหน้าขึ้นมาด้วยแปลกใจ วันนี้เธอไม่ได้นัดใครไว้นี่นา“ใครมานะ”“คุณธีรวัฒน์ค่ะ ที่เราเจอในร้านอาหารไงคะ”กานต์ธิดารู้สึกประหลาดใจมาก รุ่นพี่เธอรู้ได้อย่างว่าเธออยู่ที่นี่“แล้วพี่ธีอยู่ที่ไหนคะ” คำพูดที่เธอกล่าวถึงผู้ชายอื่นอย่างสนิทสนมทำให้ภาคีรู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก“อยู่ที่ห้องรับแขกค่ะ” กานต์ธิดารีบเดินออกไปทันที ปล่อยให้ภาคียืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่กับเขมจิรา จนเขมจิราอดขำไม่ได้&
“นี่ตาคีย์ แกอย่าบอกแม่นะ ว่าเป็นพวกบรรดาคู่ควงของแก แม่รับแม่พวกนั้นไม่ไหวจริงๆ ไม่เอาด้วยหรอก”“ไม่ใช่ครับคุณแม่ คนนี้คุณแม่ถูกใจแน่”กานต์ธิดารู้ดีว่าภาคีหมายถึงใคร ยิ่งฟังจึงยิ่งปวดใจ“งั้นก็รีบๆ พามาพบแม่สักทีสิ” กานต์ธิดาสะกิดแขนมารดาเธอเบาๆ“คุณแม่คะ ธิดาขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” กานต์ธิดารีบลุกแล้วเดินออกจากร้านทันที โดยมีสายตาคู่หนึ่งมองตามอย่างเจ้าเล่ห์“เอ่อ...คุณแม่ครับ ผมขอไปโทรศัพท์สั่งงานคุณจารุณีหน่อยนะครับ”“ตามสบายย่ะ ห้ามหนีกลับไปก่อนละกัน ไม่งั้นแม่ตามถึงบริษัทแน่” คุณภาดาพูดดักคอลูกชายตัวดีของท่านอย่างรู้นิสัย เพราะทุกครั้งที่นัดให้มาเจอลูกสาวของบรรดาเพื่อนๆ ภาคีชอบแอบหนีกลับก่อนทุกครั้ง ทำให้ท่านเกือบเสียเพื่อนไปหลายครั้งแล้วก็ว่าได้“ไม่กลับก่อนแน่นอนครับ คุณแม่ไม่ต้องห่วง ผมขอตัวสักครู่นะครับน้ายุ”“เชิญตามสบายจ้ะ” ภาคีรีบตามไปดักรอหญิงสาวที่หน้าห้องน้ำ คอยชะเง้อดูจนสาวๆ ที่เดินออกจากห้องน้ำมองตามกันเป็นแถว บา
“โธ่คุณแม่คะ ก็พี่เทพกลัวคุณแม่จะเหงา ถ้าพี่เทพแต่งงานแล้วก็ต้องย้ายไปอยู่บ้านคุณเขมจิรานี่คะ” กานต์ธิดารีบแก้ตัวให้พี่อย่างรู้เหตุผลดีกว่าใครว่าทำไม“จริงด้วยสิ แม่คงเหงาแย่ ยายหนูมาอยู่เป็นเพื่อนแม่ไม่ได้หรือลูก” คุณยุพาพุ่งเป้าและหันมาขอร้องบุตรสาวคนเล็กแทน กานต์ธิดาก็ใจอ่อนยวบขึ้นมาทันที“คุณแม่ขา ขอธิดาคุยกับคุณพ่อก่อนนะคะ”“แม่คงไม่สำคัญเท่าพ่อหนูหรอกใช่ไหม แม่ไม่ได้เลี้ยงหนูมาตั้งแต่เด็กเหมือนพ่อหนูนี่ หนูคงรักพ่อมากกว่าแม่อยู่แล้ว” คุณยุพาเบือนหน้าหนีบุตรสาวคนสวยอย่างแง่งอน จนกานต์ธิดาใจแป้ว รีบหันไปขอความช่วยเหลือจากพี่ชาย แต่เขากลับส่ายหน้าอย่างเดียว“โธ่คุณแม่ขา” กานต์ธิดารีบลุกจากเก้าอี้ทรุดตัวนั่งลงกับพื้น เข้าไปโอบรัดเอวหนาของมารดาแล้วซุกหน้าแนบอกอุ่นของท่านอย่างเอาใจ“ธิดารักคุณแม่เท่าๆ กับคุณพ่อนั่นแหละค่ะ อย่างอนธิดาเลยนะคะ ธิดากลับไปคราวนี้คุณพ่ออาจจะอนุญาตให้ธิดามาอยู่กับคุณแม่ก็ได้ค่ะ”คุณยุพาใจอ่อนตั้งแต่บุตรสาวท่านเข้ามาโอบกอดแล้ว ท่านแอบปรายสายตามอ
“เป็นอะไรยายตัวแสบ” อติเทพบีบแก้มป่องทั้งสองข้างอย่างมันเขี้ยว“พี่ชายอ่ะ น้องเจ็บนะ”กานต์ธิดาเอามือลูบแก้มตัวเอง มองหน้าพี่ชายอย่างเง้างอน“เป็นอะไรอีกล่ะ ไหนบอกพี่สิ”เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของน้องสาวอย่างค้นหา“คุณแม่คงรักคุณเขมมากเลยนะคะ” กานต์ธิดากล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วๆ จนอติเทพต้องส่ายหน้าไปมาให้กับความขี้หวงของน้องสาว“คุณแม่ไม่รักใครเท่าน้องหรอกเชื่อพี่ ที่คุณแม่เอ็นดูเขมจิราเพราะท่านอยากมีลูกสาวมาอยู่ใกล้ๆ เท่านั้นเอง”“จริงหรือคะ แบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย” กานต์ธิดายิ้มออกมาทันที เธอรึหลงกลัวไปสารพัด“จริงสิพี่รับรอง น้องควรจะนอนได้แล้ว นี่ดึกมากแล้วนะ” อติเทพดันตัวน้องสาวลงนอน ดึงผ้าห่มผืนนุ่มขึ้นมาห่มให้ กานต์ธิดาสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มผืนหนาอย่างว่าง่ายไม่งอแง “ฝันดีนะจ๊ะนางฟ้าของพี่”เขาก้มจุมพิตหน้าผากเนียนของน้องสาวอย่างอ่อนโยน กานต์ธิดายิ้มตาหยีให้พี่ชายอย่างรักใคร่“ฝันดีค่ะพี่ชาย” หลังจากอติ
หัวไหล่ทั้งสองข้างของหญิงสาวสั่นไหว เขารู้ว่าเธอกำลังร้องไห้ นี่เขาทำให้เธอร้องไห้อีกแล้วใช่ไหม ภาคีขยับตัวเข้าหาหญิงสาวช้าๆ เขากำลังเข้าไปสวมกอดหญิงสาวไว้แนบอก ให้รู้ว่าเขาก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน แต่…“ไอ้คีย์! แกถอยออกห่างจากน้องสาวฉันเดี๋ยวนี้” อติเทพแผดเสียงห้ามปรามลั่นบ้านทันทีที่เห็นภาคีกำลังเข้าไปโอบกอดน้องน้อยสุดที่รัก“พี่ชาย” กานต์ธิดาวิ่งเข้าไปสวมกอดพี่ชายเธอไว้แน่น อติเทพลูบไล้แผ่นหลังบางอย่างปลอบใจ ดวงตาคมกริบมองภาคีไม่พอใจมากที่บังอาจมาทำให้น้องสาวคนดีต้องร้องไห้เสียใจ“เมื่อไรแกจะเลิกยุ่งกับน้องสาวฉันเสียที” น้ำเสียงกระด้างของเพื่อนรักทำให้ภาคีพูดอะไรไม่ออก เขารู้ดีว่าอติเทพกำลังโกรธกับเรื่องที่เขาก่อขึ้นมากแค่ไหน“นายจะให้ฉันเลิกยุ่งกับเมียตัวเองได้ไง” ภาคีอ้างสิทธิ์อย่างหน้าด้านๆ จนทำให้อติเทพแทบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ถ้ามารดากับนมแจ่มไม่อยู่ในบ้านละก็ เขากับภาคีคงแหลกกันไปข้างหนึ่งแน่“แกพูดบ้าอะไรออกมา แกกล้าพูดคำนี้ออกมาได้ยังไง แค่นี้แกยังทำให้น้องสาวฉันเสียใจไม่พออีกเหรอ แก







