LOGINตอนที่ 3
ระหว่างที่เดินจากตัวตึก บ้านแห่งดวงดาวมายังโรงเรียน เพียงดาวต้องเดินผ่านต้นพิกุลต้นสูงใหญ่ ที่มีอายุนับร้อยปี..คุณปู่ชาญของเธอเคยบอกว่า พิกุลต้นนี้ อยู่มาก่อนที่ท่านจะมาซื้อที่ดินไว้ที่นี่เสียอีก บางครั้งเพียงดาวเดินผ่านก็มักจะได้ดอกพิกุลร่วงใส่มือ คล้ายๆกับดาวดวงเล็กๆกำลังร่วงหล่นลงสู่พื้น..
“เวลาดอกพิกุลร่วง หลานดาวอย่าเพิ่งรีบเก็บนะลูก..”ปู่ของเธอเคยบอก
“ทำไมเหรอคะ คุณปู่..”
“เพราะมันจะเป็นคำอวยพรของปู่..ที่ให้หลานตลอดไปไงล่ะ”
ครั้นเมื่อเดินผ่าน ดอกพิกุลก็มักจะโปรยปรายลงมาเสมอ..หญิงสาวเหยียดมือขึ้นรับ แล้วก้มลงสูดกลิ่นหอมของมัน..
“คุณปู่ขา...คุณปู่ คิดถึงดาวใช่มั้ยล่ะคะ..ดาวก็กำลังคิดถึงคุณปู่อยู่เหมือนกันค่ะ..”
หญิงสาวยิ้ม แล้วใช้ปลายผมผูกดอกพิกุลไว้..เจ้ากระรอกตัวน้อยที่เพียงดาวเคยให้เมล็ดทานตะวันกิน กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอ..
“หวัดดี รอฉันนานไหม..” มือเรียวยื่นเมล็ดอัลมอลด์ให้มันแบบทุกวัน
เจ้ากระรอกรีบยัดถั่วใส่กระพุ้งแก้ม จนแก้มตุ่ยเก็บไม่ไหว ถือไปอีกสองสามอัน..มันขึ้นมาไต่ไปมาบนหลังของเพียงดาว คล้ายเป็นการขอบคุณตามประสาสัตว์ แล้วก็วิ่งหายขึ้นไปบนโพรงไม้ของต้นพิกุล..
เมื่อมาถึงห้องเรียน..
เด็ก ๆ กำลังนวดดินเหนียวกันอย่างขะมักเขม้นส่วนใหญ่อยู่ในวัย 10-15 ปี เป็นช่วงวัยที่เหมาะแก่การเตรียมพื้นฐานการเรียนด้านศิลปะ หรือในเด็กบางรายก็อายุน้อยกว่านี้ เพียงดาวเคยมีลูกศิษย์อายุน้อยที่สุดคือ 6 ขวบ
“ครูดาวมาแล้วๆๆ..” เสียงใสตะโกนบอกต่อๆกันด้วยความดีใจ..
เด็กหลายคนติดเพียงดาวมาก บางคนมารอเข้าชั้นเรียนตั้งแต่เช้าตรู่แม้จะอยู่บ้านไกล ป้าแม้นวาดจึงต้องจัดเตรียมขนมและเครื่องดื่มไว้รอคนที่ยังไม่ได้ทานอาหารเช้าอยู่บ่อยๆ..
“สวัสดีจ้ะ นักเรียนทุกคน วันนี้ทานข้าวกันมาแล้วใช่ไหมเอ่ย มีใครยังไม่ทานยกมือขึ้นค่ะ..”
ส่วนใหญ่จะกินมื้อเช้ากันมาแล้วทุกคน ยกเว้น ‘น้องไทเกอร์’ เด็กชายตัวเล็กที่อยู่หลังห้อง ค่อยๆยกมือขึ้น เรียกเสียงหัวเราะของนักเรียนทั้งชั้น..
“อ้าว..ไทเกอร์นั่นเอง มาค่ะ เดี๋ยวครูดาวพาไปกินข้าวก่อน ”
เธอกวักมือเรียก เด็กชายวัย 11 ขวบท่าทางขี้อายคนหนึ่ง ไทเกอร์ใส่แว่นหนาเพราะสายตาสั้น ตัวค่อนข้างเล็กกว่าเด็กชายวัยเดียวกัน
“ส่วนคนที่เหลือ วันนี้ครูจะให้ปั้นรูปตามหัวข้อนี้นะคะ..”
เพียงดาวหยิบปากกาเขียนไวท์บอร์ด แล้วเขียนลงไปที่กระดาน..
“My handsome man”
“วันนี้ครูจะให้ปั้น..ผู้ชายรูปหล่อ ในจินตนาการของแต่ละคน นักเรียนสามารถปั้นออกได้อย่างอิสระนะคะ โดยให้มีขนาดสูงไม่เกินหนึ่งฟุต....คุณครูดาวอยากเห็นคนหล่อในจินตนาการของแต่ละคนค่ะ..หากใครปั้นเสร็จแล้ว เอามาวางตรงนี้นะคะ ครูจะนำไปเข้าเตาเผาให้ และนักเรียนสามารถนำไปอวดคุณพ่อคุณแม่ได้ค่ะ..เอาละ..เริ่มได้จ้ะ..”
“ครับ/ค่ะ”
นักเรียนตอบรับพร้อมเพรียงกัน เมื่อได้ยินคำว่า “ปั้นได้อย่างอิสระ” เด็กๆรู้สึกเหมือนนกตัวน้อยที่ปีกกระพือ พร้อมจะโผบินออกสู่ท้องฟ้า
เพียงดาวไม่ต้องการให้เด็กๆจำทฤษฎีการปั้นมากนักในตอนนี้..เพียงแต่กระตุ้นให้แต่ละคนเกิดความกล้าในการใช้ความคิดสร้างสรรค์เสียก่อน แล้วฝีมือและความประณีตจะตามมาเองภายหลัง..
หญิงสาวจูงมือเด็กชายไทเกอร์ เพื่อพาไปที่ร้านกาแฟด้านหน้าโรงเรียน ที่นั่นมีเบเกอรี่หอมๆ แบบโฮมเมด และนมร้อนๆ ไว้รองรับเด็กที่กินข้าวเช้าไม่ทัน..
“กองทัพย่อมเดินด้วยท้อง จริงไหมคะไทเกอร์..” หญิงสาวนั่งลงข้างๆเด็กชายตัวน้อย พร้อมกับแก้วนมร้อน และขนมปังทาเนยอีกสองแผ่น..
ไทเกอร์ขยับแว่น แล้วยิ้มให้ครูสาวของเขาอย่างอายๆ..
“ผมขอโทษครับครู ความจริงผมตั้งใจจะตื่นให้เช้ากว่านี้ แต่..คุณพ่อผม..” จู่ๆเด็กน้อยก็หยุดพูด แกหยิบขนมปังทาเนยมาละเลียดกินสองสามชิ้น..แล้วก็วางส้อมลง แววตาหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด
“มีอะไรหรือไทเกอร์ เล่าให้ครูฟังได้ไหม..”
“เมื่อคืนนี้ ผมนอนดึกครับ..เพราะต่อไป ผมคงไม่ได้มาเรียนกับครูอีกแล้ว..คุณพ่อจะส่งผมไปเรียนที่โรงเรียนประจำ..ผมคิดถึงคุณครูดาว..คิดถึงเพื่อนๆที่นี่มากเลยครับ..” ร่างเล็กโผเข้ากอดร่างบางของครูสาว เสียงสะอื้นเบาๆของไทเกอร์ ทำให้รู้ว่าแกทนข่มอารมณ์เอาไว้แค่ไหน
“ใจเย็นๆนะไทเกอร์ แล้วโรงเรียนที่หนูจะย้ายไป อยู่ห่างจากที่นี่มากไหมจ๊ะ เผื่อครูจะไปเยี่ยมบ้างไงล่ะ..” เพียงดาวใช้ผ้าเช็ดหน้าของตนซับน้ำตาให้เด็กชาย
“คุณพ่อ..บอกจะให้ผมไปเรียนที่เชียงใหม่ครับ เป็นโรงเรียนมีชื่อเสียง แต่..ครูดาวครับ.. ผมไม่ได้อยากเรียนในโรงเรียนดังๆเสียหน่อย ผมอยากเรียนปั้น เรียนวาด แบบที่ผมชอบ ผมจะทำอย่างไรดีครับ ครูช่วยพูดกับคุณพ่อให้หน่อย ได้ไหมฮะ..”
เพียงดาวกอดปลอบเด็กชายก่อนจะพูดขึ้น..
“ครูว่า..คุณพ่อหนูเขาคงจะมีเหตุผลของท่านนะ ไทเกอร์..ครูเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนรักลูก แต่ท่านก็ไม่ได้รู้วิธีที่จะเลี้ยงเราไปเสียทุกคนหรอกนะ..”
“ครูหมายความว่ายังไงหรือฮะ..” ไทเกอร์ดึงผ้าเช็ดหน้าไปซับน้ำตา เขารู้สึกสบายใจที่อยู่ใกล้กับครูเพียงดาว มากกว่าพ่อของเขาเสียอีก..
“ก่อนเราจะปั้นดิน เป็นรูปอะไร เราก็ต้องนวดให้ดินนิ่มเสียก่อน ถูกไหมจ๊ะ..”
“ถูกฮะ ครู..”
“คุณพ่อหนู ท่านคงกำลังพยายามปั้นอนาคตของหนูด้วยวิธีที่ท่านคิดว่าดีที่สุด..แต่บางครั้งคนปั้น ก็อาจลืมถามดินเหมือนกัน ว่ามันอยากกลายเป็นรูปอะไร
..แต่หนูก็ไม่ใช่ดินไทเกอร์ หนูเป็นมนุษย์ที่มีความคิด มีความต้องการเป็นของตัวเอง..ครูกำลังจะบอกว่า หนูจำเป็นต้องแสดงออกถึงสิ่งที่รักและต้องการ..ที่ไม่ใช่การทะเลาะกับคุณพ่อ ไทเกอร์คิดว่าตัวเองทำได้ไหม?”
“ผม..มีสิทธิ์พูดเหรอฮะ..”
“ใช่สิ! ไทเกอร์ หนูมีสิทธิ์เรียกร้องในสิ่งที่ตัวเองรัก..ในเมื่อหนูก็รักศิลปะมากขนาดนี้ ครูคิดว่าเราควรจะพูดให้คุณพ่อรู้ ว่าหนูอยากเรียนมากขนาดไหน และพร้อมจะเติบโตไปกับมัน..แต่..ครูจะไม่ปล่อยให้ไทเกอร์เผชิญสิ่งนี้ตามลำพังหรอกนะ ครูจะช่วยคุยให้คุณพ่อเข้าใจ..โรงเรียนที่สอนศิลปะที่เชียงใหม่มีอยู่เยอะ และรู้ไหม ครูมีเพื่อนๆอยู่ที่นั่นหลายคนเลยล่ะ”
“จริงเหรอฮะ ครู...เย้..ดีใจจัง ผมคิดแล้วว่าครูต้องช่วยผมได้..ขอบคุณนะครับ” ไทเกอร์เข้ามากอดแขนครูสาวด้วยความดีใจ
เพียงดาวลูบศีรษะน้อยๆ ของไทเกอร์ด้วยความเอ็นดู.. บางทีเย็นนี้ ตอนส่งนักเรียนกลับบ้าน..เธอจะลองคุยกับคุณพ่อของไทเกอร์ ซึ่งเป็นนักธุรกิจอยู่ที่เชียงใหม่ ส่วนแม่ของไทเกอร์นั้นจากไปนานแล้ว เด็กชายตัวน้อยมักมีท่าทีไม่ค่อยไว้วางใจใคร ชอบนั่งปั้นรูปเงียบๆคนเดียว..แต่แปลกที่ไทเกอร์เชื่อใจเพียงดาว
หลังเสร็จจากอาหารเช้า ไทเกอร์กลับไปนั่งรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ บางครั้งแกหันมามองเพียงดาวบ่อยๆ แล้วส่งยิ้มมาเป็นระยะ ดูมีความสุขอย่างที่เพียงดาวไม่ค่อยได้เห็นรอยยิ้มที่น่ารักแบบนั้นเลย..
ช่วงเที่ยง
เวลาพักจากการสอนนักเรียนวัยใส เพียงดาวเดินเข้ามาในบ้าน เพื่อรับประทานอาหารเป็นการเติมพลังเพื่อการสอนในภาคทฤษฎีเบื้องต้นให้แก่นักเรียนในช่วงบ่าย
ระหว่างทางที่เดินไปยังห้องอาหาร เธอเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลวางอยู่บนโต๊ะทำงาน จดหมายจ่าหน้าซองถึงเจ้าของบ้าน ส่วนผู้ส่งไม่ชัดเจนว่ามาจากไหน เพราะเป็นเพียงแต่ซองเกลี้ยงๆเท่านั้น
“น้ำตาลจ้ะ..มานี่หน่อยสิ ” เธอเรียกเด็กรับใช้ซึ่งปกติจะอยู่ประจำแถวห้องอาหาร
“ค่ะ คุณดาว มาแล้วค่ะ” น้ำตาล คือเด็กสาวชาวชนเผ่า อายุสิบเจ็ดปี อยู่ในชุดกระโปรงสีน้ำเงิน ใส่หมวกคลุมผมเรียบร้อย หล่อนรีบเดินมาหาเพียงดาวเมื่อได้ยินเสียงเรียก
“ซองนี้..มาจากไหน ใครส่งมา” เพียงดาวยกซองกระดาษให้น้ำตาลดู
“คือ..เมื่อเช้ามีรถมอเตอร์ไซด์วิ่งเข้ามาส่งค่ะ เขาบอกว่า ให้ส่งให้เจ้าของบ้าน..หนูก็เลยเอามาให้คุณค่ะ”
“แล้วเค้าได้บอกไหมว่า ใครเป็นคนส่งมา..” เพียงดาวซักต่อ
“อันนี้หนูไม่ได้ถามค่ะ คุณดาว..”
“คราวหน้าน้ำตาลถามชื่อคนส่งด้วยนะ ของเข้าบ้านเรา รับมั่ว ๆ ไม่ได้ ดีไม่ดีเป็นของผิดกฎหมายแล้วเธอจะทำไง..”
“คงไม่มั้งคะ..เอ่อ..ทำไมคุณดาวไม่เปิดดูล่ะคะ จะได้รู้ว่าใครส่งอะไรมา..”
“ก็กำลังจะเปิดอยู่นี่แหละ..”เพียงดาวทำหน้ายุ่ง ก้มหน้าก้มตาแกะซองสีน้ำตาลนั้นออกอ่าน..
จดหมายมีความยาวเท่ากับกระดาษเอสี่ สองสามแผ่น เพียงดาวอ่านอยากรวดเร็ว
จากสีหน้าแช่มชื่นเมื่อสักครู่ คิ้วคู่สวยเปลี่ยนเป็นค่อยๆขมวดเข้าหากัน..
..สองมือเรียวกำกระดาษไว้แน่นอยากจะขยำทิ้ง..แต่เพียงดาวไม่ทำ..และสุดท้ายก็ค่อยคลายมือออก เผลอตัวถอนหายใจออกมาซึ่งเป็นกิริยาที่น้ำตาลไม่ค่อยได้เห็นนัก..
“น้ำตาล..” เธอเรียกเด็กรับใช้อีกครั้ง หลังจากที่อ่านจดหมายนั้นจบ..เธอยัดมันใส่ซองอย่างเดิม
“ค่ะ คุณดาว..”
“ช่วงบ่ายเธอกับขลุ่ยผิวไปดูแลเด็กๆ ให้ทำงานได้ไหม คนไหนทำเสร็จแล้วให้เอาหุ่นเข้าเตาเผา ฉันจะออกไปธุระแถวๆนี้สักหน่อย น่าจะใช้เวลาไม่นาน”
“ได้ค่ะ คุณดาวไม่ต้องห่วง หนูกับพี่ขลุ่ยจะดูแลเด็กๆเองค่ะ ..”
“แล้วถ้าฉันกลับมาไม่ทันห้าโมงเย็น ให้ปล่อยเด็กๆกลับได้เลยนะ..” เพียงดาวสั่งสั้นๆ แสดงว่าธุระนั้นคงสำคัญจริง
ร่างบางเดินไปหยิบกุญแจรถ แล้วหุนหันออกไปจากตัวตึก เด็กน้ำตาลมองตามไปอย่างงงๆ ไม่รู้ว่าเนื้อความในจดหมายนั้นมีอะไรเพราะเธออ่านภาษาไทยไม่ออกสักตัว..แต่อยากรู้ว่าทำไมมันจึงทำให้คุณหนูเพียงดาวผู้อ่อนโยน..โมโหได้มากขนาดนี้..
ตอนที่ 3ระหว่างที่เดินจากตัวตึก บ้านแห่งดวงดาวมายังโรงเรียน เพียงดาวต้องเดินผ่านต้นพิกุลต้นสูงใหญ่ ที่มีอายุนับร้อยปี..คุณปู่ชาญของเธอเคยบอกว่า พิกุลต้นนี้ อยู่มาก่อนที่ท่านจะมาซื้อที่ดินไว้ที่นี่เสียอีก บางครั้งเพียงดาวเดินผ่านก็มักจะได้ดอกพิกุลร่วงใส่มือ คล้ายๆกับดาวดวงเล็กๆกำลังร่วงหล่นลงสู่พื้น..“เวลาดอกพิกุลร่วง หลานดาวอย่าเพิ่งรีบเก็บนะลูก..”ปู่ของเธอเคยบอก“ทำไมเหรอคะ คุณปู่..”“เพราะมันจะเป็นคำอวยพรของปู่..ที่ให้หลานตลอดไปไงล่ะ”ครั้นเมื่อเดินผ่าน ดอกพิกุลก็มักจะโปรยปรายลงมาเสมอ..หญิงสาวเหยียดมือขึ้นรับ แล้วก้มลงสูดกลิ่นหอมของมัน..“คุณปู่ขา...คุณปู่ คิดถึงดาวใช่มั้ยล่ะคะ..ดาวก็กำลังคิดถึงคุณปู่อยู่เหมือนกันค่ะ..”หญิงสาวยิ้ม แล้วใช้ปลายผมผูกดอกพิกุลไว้..เจ้ากระรอกตัวน้อยที่เพียงดาวเคยให้เมล็ดทานตะวันกิน กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอ..“หวัดดี รอฉันนานไหม..” มือเรียวยื่นเมล็ดอัลมอลด์ให้มันแบบทุกวันเจ้ากระรอกรีบยัดถั่วใส่กระพุ้งแก้ม จนแก้มตุ่ยเก็บไม่ไหว ถือไปอีกสองสามอัน..มันขึ้นมาไต่ไปมาบนหลังของเพียงดาว คล้ายเป็นการขอบคุณตามประสาสัตว์ แล้วก็วิ่งหา
ตอนที่ 2. ลำแสงสีทองของแดดยามเช้า ส่องลอดม่านหน้าต่างเข้ามา เป็นสิ่งที่ทำให้ร่างเล็กบางที่นอนขดอยู่บนเตียง ตื่นขึ้นอย่างอัติโนมัติในทุกๆวัน ดวงตากลมโตล้อมกรอบด้วยแผงขนตาดกหนา กระพริบถี่ๆ มือกวาดไปบนหัวนอนเพื่อดูนาฬิกาที่โทรศัพท์เพียงดาว ศิลาวัชร์ หรือที่ใครๆมักเรียกเธอว่า ครูดาว..มักจะไม่ตั้งเวลาปลุกเอาไว้ เธอไม่อยากผูกติดกับ ‘เวลา’ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนที่เชื่องช้าอืดอาดเลยสักนิด ตรงกันข้ามเพียงดาวกลับเป็นคนที่รักษาเวลาได้อย่างไม่น่าเชื่อ..จะนัดหมายกับใคร เพียงดาวมักจะบอกช่วงเวลาเอาไว้กว้างๆ เช่น บ่ายหนึ่งถึงบ่ายสอง แต่ไม่เคยลงรายละเอียดเลยสักครั้ง..ทว่าผู้คนส่วนใหญ่กลับเชื่อในความมืออาชีพของเธอนิ้วเรียวของประติมากรสาว ค่อยๆเก็บที่นอนอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะรีบไปเข้าห้องน้ำเพื่อเรียกความสดชื่น จากนั้นลงไปยังห้องอาหารด้านล่าง ป่านนี้..คุณแม้นวาด หัวหน้าแม่บ้าน คงดูแลอาหารเช้าไว้ให้เรียบร้อยแล้วร่างบางลงบันไดมาถึงห้องโถง กาแฟหอมกรุ่นถูกวางไว้บนโต๊ะเรียบร้อย กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟของกลุ่มชนเผ่าบนดอยสูง คือสิ่งที่เพียงดาวชอบเป็นพิเศษ หญิงสาวหยิบจานเปลใบเล็กเดินไปหยิบครัวซอง
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ไม่อนุญาตให้สแกนหรือ คัดลอก ดัดแปลง แก้ไข ลอกเลียน เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือด้วยวิธีใดๆ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือ เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้นนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมติ ตัวละครและสถานที่ๆปรากฎในเรื่องนั้นไม่มีอยู่จริง หากบังเอิญสอดคล้องกับบุคคลหรือสถานที่ใดๆ นักเขียนไม่มีเจตนาก่อให้เกิดความเสียหายแต่ประการใด จึงขออภัยล่วงหน้ามา ณ ที่นี้.ตอนที่ 1.ถนนเจริญกรุง กรุงเทพมหานครฯ สภาพการจราจรอันติดขัดในเช้าวันจันทร์ส่งผลให้รถยนต์ส่วนใหญ่จอดแช่กันมากว่าชั่วโมง เป็นเรื่องไม่ปกติเท่าไรนักที่จะมีการซ่อมแซมผิวจราจรในเลนขวา ตามปกติควรทำให้แล้วเสร็จในตอนกลางคืน ครั้นเมื่อเกิดเหตุไม่ปกติเช่นนี้ รถจึงพากันติดยาวหลายร้อยเมตร บางคันเลี้ยวเข้าซอกเล็กซอยน้อย เพื่อให้ทันกับเวลาที่เร่งรีบในเช้าแรกของวันทำงาน..บรรดารถจักรยานยนต์ รวมถึงไรด์เดอร์ผู้ทำอาชีพบริการที่ต้องเร่งรีบ ต่างพยายามเบียดแซงไปข้างหน้าเพื่อให้ทันนัดหมายกับลูกค้า เสียงแตรพากันไล่หลังมาเป็นระลอก..และดูเหมือนในตอนนี้สถานการณ์กำลังแย่ลงไปเรื่อย ๆร่างสูงโปร่งในสูทราคาแพงระยับ







