ANMELDENพื้นไม้ที่นั่งหันหน้ากินข้าวด้วยกันก็ปัดกวาดเช็ดถูสะอาดเอี่ยมเรียบร้อยอย่างไม่น่าเชื่อ
กล้ามองดูร่างบอบบางที่ทำความสะอาดและจัดเก็บข้าวของต่อหลังจากทานอาหาร เขาคอยเข้าไปช่วยและสังเกตการกระทำของเธออย่างชื่นชม สิ่งที่ทำให้เขาสะดุ้งตกใจคือคำพูดสำนึกผิดของเธอที่เปล่งออกมาขณะจัดของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
“แก้วขอโทษนะคะ ที่ปล่อยให้บ้านรกแบบนี้ สงสัยแก้วคงเป็นภรรยาที่ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ ถึงได้ดูแลบ้านให้พี่กล้าไม่ดี” เธอแสดงสีหน้าสำนึกผิดเอามากๆ เมื่อเห็นบ้านช่องดูระเกะระกะไม่ค่อยเป็นระเบียบเรียบร้อย
“เอ่อ... ไม่เลยจ้ะแก้ว คือแก้วป่วยหลายวันไง บ้านก็เลยรกๆ ไปหน่อย อย่าคิดมากสิ” กล้ารีบแก้ความเข้าใจของหญิงสาว จริงๆ เขาเป็นหนุ่มโสด บ้านจึงไม่เป็นระเบียบบ้าง แต่เขาก็รักษาความสะอาดอยู่เสมอๆ ไม่เคยขาด
“เหรอคะ”
“ใช่จ้ะ จริงๆ แล้วแก้วเป็นคนสะอาด เรียบร้อย ดูแลบ้านช่องเป็นอย่างดีเลยนะ”
เขารีบบอกให้เธอคลายใจ เมื่อเห็นสีหน้าของเธอดีขึ้น เขาก็รู้สึกสบายใจ ชายหนุ่มกวาดตามองบ้านไม้หลังขนาดกะทัดรัดที่ถูกปัดกวาดจนสะอาดอย่างทึ่งๆ ปกติเขาเป็นชายโสดก็ไม่ค่อยจะใส่ใจกับอะไรมากมายนัก พอบ้านหลังน้อยถูกทำความสะอาดเรียบร้อย กลับน่าอยู่ยิ่งกว่าเดิมเสียอีก แถมยังกว้างขวางขึ้นมากๆ ด้วย ทั้งในบ้านนอกบ้านดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ระเกะระกะเหมือนเก่า
กล้ามองหญิงสาวที่ยกมือขึ้นปาดเหงื่ออย่างนึกรักและเอ็นดู เขาใช้ผ้าขาวม้าช่วยเช็ดเหงื่อให้ เธอยิ้มรับกล่าวขอบคุณอย่างอ่อนหวาน เขามองข้าวของที่ถูกจัดวางให้หยิบจับง่ายและสะดวก แถมยังแยกประเภทเพื่อให้หาง่ายอย่างนึกชื่นชม โชคดีที่ในตัวบ้านมีห้องน้ำห้องท่าพร้อมสรรพ มีห้องครัว ห้องนอน และระเบียงบ้าน รวมถึงห้องนั่งเล่นเล็กๆ ที่เขาเป็นคนสร้างเองกับมือบนพื้นที่ที่บิดามารดายกให้เป็นสมบัติติดตัวก่อนท่านจะลาลับจากโลกนี้ไป
เขาเป็นคนรักสงบ ปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษส่งขาย ส่วนที่เหลือก็เก็บกิน รอบบ้านมีพื้นที่ปลูกไม้ยืนต้นและไม้ล้มลุก ผลหมากรากไม้มากมายให้เก็บกินตามฤดูกาล หน้าบ้านเป็นนาข้าวประมาณห้าไร่ที่เขาใช้ปลูกข้าวกินเอง ดังนั้นบ้านจึงไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อ ขาดแต่ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากที่เขายังไม่มีเป็นตัวเป็นตน กระทั่งมาพบกับเธอ สาวน้อยความจำเสื่อมที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นคนนี้
แม้กล้าจะมีทรัพย์สินเงินทองที่บิดามารดาทิ้งเอาไว้ให้พอควร แต่เขาก็ไม่เคยโอ้อวดใช้เงินฟุ้งเฟ้อ อยู่อย่างพออยู่พอกิน เขาคิดว่าในชีวิตคนเราความสุขเป็นสิ่งที่สุดยอดที่สุด
กล้าเองกังวลใจอยู่มากเรื่องสาวน้อยที่เขาได้ช่วยชีวิตเอาไว้ เขานึกหวั่นอยู่มาก ดูจากรูปร่างหน้าตาของหญิงสาว เธอคงเป็นลูกผู้ลากมากดี เป็นคนมีฐานะ หากครอบครัวของเธอหาเธอเจอ เขาจะทำอย่างไรดีนะ คนรวยๆ มีฐานะชาติตระกูลมักรังเกียจคนบ้านๆ ทำสวนทำไร่ทำนา เพราะไม่มีหน้ามีตาทางสังคม
กล้ารู้สึกว่าตัวเองโชคดีหน่อยที่บ้านของเขาอยู่ห่างไกลจากบ้านคนอื่นๆ ในหมู่บ้านเดียวกัน จึงไม่ต้องวุ่นวายให้ต้องถามไถ่กันจนเกิดความสงสัย ชีวิตเขาดำเนินไปอย่างเรียบง่าย บ้านหลังน้อยพื้นที่ไกลลึกเข้ามาติดแนวป่า เขาจึงไม่ค่อยสุงสิงกับใครมากนัก นอกจากไปตลาดและซื้อข้าวของที่จำเป็นมาตุนเอาไว้ นอกนั้นกินใช้ของที่ปลูกเอง เลี้ยงเองที่บ้าน
“พี่กล้าคะ เล่าเรื่องของแก้วให้ฟังหน่อยสิคะ แล้วก็เรื่องของเราด้วยค่ะ แก้วอยากรู้ เผื่อแก้วจะจำอะไรขึ้นมาได้บ้าง แก้วกับพี่กล้ารู้จักกันได้ยังไง เราอยู่กินกันนานหรือยัง”
หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มข้างกายอย่างรอคอย กล้าอ้ำอึ้งเล็กน้อย แต่เขาก็ยอมเล่าในที่สุด เขาเอ่ยขอโทษเธออยู่ในใจเมื่อต้องปั้นแต่งเรื่องโกหกหลอกเธอในที่สุด จริงๆ หญิงสาวรบเร้าถามเขาตั้งแต่อยู่โรงพยาบาล แต่เพราะเขาบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา อ้างว่าไม่อยากให้เธอคิดมาก จะปวดหัวเอาอีก ถ้ากลับถึงบ้านจะเล่าให้ฟัง เธอคอยทวงถามอยู่ตลอดเมื่อมีโอกาส จนครั้งนี้เขาเลี่ยงไม่ได้แล้วจริงๆ
“ได้สิแก้ว” เขาตอบรับ พาสาวน้อยไปนั่งตากลมที่ระเบียงบ้าน
“แก้วมาอยู่ชุมพรได้ยังไงคะ” สาวน้อยถามอย่างไม่คุ้นชิน เพราะเธอกลับรู้สึกว่าเธอไม่คุ้นชินกับที่นี่เลยสักนิด แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าเธอเคยอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร
กล้าแต่งเรื่องโกหกหญิงสาวว่าเธอเป็นเด็กกำพร้าแล้วเดินทางมาทำงานที่นี่ และมาพบรักกับเขา กล้าบอกสาวน้อยว่าไม่ค่อยรู้รายละเอียดของเธอมากนัก เพราะตอนที่เธอยังไม่ความจำเสื่อมก็ไม่ค่อยได้เล่าอะไรให้เขาฟังนัก เธอตัดสินใจอยู่กินกับเขาฉันสามีภรรยา หลังจากเพิ่งรู้จักกันไม่ถึงเดือน เรียกว่าเธอกับเขานั้นเป็นรักแรกพบ ซึ่งเป็นความจริงจากหัวใจของกล้า เธอเป็นรักแรกพบของเขาจริง ชายหนุ่มเล่าต่อว่าเธอไม่มีญาติที่ไหน เพราะเธอเคยบอกเอาไว้ และเห็นว่าเขาเป็นคนดีเลยอยากจะฝากชีวิตเอาไว้ที่นี่กับเขาตลอดไป
“จริงๆ เหรอคะพี่กล้า แบบนี้แก้วก็ไม่มีญาติที่ไหนสิคะ” หญิงสาวหน้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อชายหนุ่มเล่าให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ
“ใช่จ้ะ แก้วบอกว่าเป็นเด็กกำพร้าแล้วก็มาหางานทำที่ชุมพร พี่เองก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไรแก้วมาก เพราะพี่รักแก้วจริงๆ ไม่ได้สนใจอดีตว่าแก้วจะเคยเป็นใครมาก่อน แก้วบอกว่าไม่มีญาติที่ไหน พี่เลยไม่ติดใจถาม แล้วเราก็ตกลงปลงใจอยู่ด้วยกัน”
คำว่ารักจากปากของกล้า เขาพูดออกมาจากใจจริง และดวงตาที่เป็นประกายแห่งความรักของเขาทำให้แก้วยิ้มรับอย่างเขินอาย รู้สึกอบอุ่นในหัวใจยิ่งนัก ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ เธอก็จะขอฝากชีวิตเอาไว้กับเขาตลอดไป เพราะไม่มีบิดามารดาหรือญาติพี่น้องให้ต้องคอยห่วงเป็นกังวลอีก
ส่วนเรื่องความจำเสื่อม คุณหมอบอกว่าต้องใช้เวลาและต้องทานยาเสมอๆ ต่อเนื่อง เธอคิดว่าสักวันคงจะจำได้ว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหน และมาเป็นภรรยาของกล้าได้อย่างไรกัน
“ขอบคุณพี่กล้ามากๆ นะคะที่ดูแลแก้วเป็นอย่างดี”
เธอยกมือไหว้เขา กล้ารีบรับมือน้อยๆ มากุมเอาไว้ เขาอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปจุมพิต เธอรีบดึงมือออกขยับห่างอย่างเขินอาย กิริยาหวงตัวเหมือนไม่เคยให้ชายใดสัมผัสทำให้กล้ายิ้มเอ็นดูมากกว่าจะโกรธเคือง
“แก้วร้อนหรือเหนียวตัวก็อาบน้ำได้ตามสบายนะ หรือถ้าไม่อาบในห้องน้ำ น้ำที่คลองหลังบ้านก็ได้ เย็นสบาย อากาศก็ดีด้วย”
นี่เป็นอีกเรื่องที่กล้านึกขอบคุณบิดามารดา ท่านมีที่ดินติดกับแหล่งแม่น้ำ ทำให้เขาสามารถปลูกข้าว ปลูกพืชผักทานเองได้ แถมยังมีพื้นที่ให้เลี้ยงสัตว์ เขามีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง อยู่กับอากาศบริสุทธิ์ อยู่กับอาหารปลอดสารพิษ แล้วก็อยู่กับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โชคดีอีกอย่างที่เขารีบหาเสื้อผ้าเตรียมเอาไว้รอเธอกลับบ้านตอนอยู่โรงพยาบาล ทำให้เธอไม่คิดสงสัยอะไร เขาหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ หลายตัว ซักรีดเอาไว้อย่างเรียบร้อย และเสื้อผ้าของมารดาที่ยังใหม่อยู่จึงนำมารวมแขวนเข้าตู้ เธอจะได้ไม่สงสัยว่าทำไมมีแต่เสื้อผ้าใหม่ๆ เธอเป็นคนขี้สงสัยอยู่เหมือนกัน อาจเพราะความจำเสื่อม สาวน้อยถามเรื่องรูปถ่ายว่าไม่เห็นรูปเธอถ่ายคู่กับเขาประดับบ้านไว้เลย กล้ารีบออกตัวว่าเธอไม่ชอบถ่ายรูป ไม่ว่าเขาจะชวนยังไง แต่ถ้าอยากมีรูปติดบ้านจะพาไปถ่ายในตัวเมือง เธอเลยไม่ติดใจสงสัยอะไรอีกเช่นเคย
“ดีเหมือนกันค่ะพี่กล้า แก้วรู้สึกร้อนอยากอาบน้ำอยู่พอดี” เธอบอกยิ้มๆ เพราะช่วยเขาเก็บกวาดบ้านจนสะอาดจึงเหนียวตัว โชคดีที่แผลบนศีรษะหายเป็นปกติแล้ว จึงอาบน้ำได้สะดวก ไม่ต้องคอยเช็ดตัวเหมือนอยู่โรงพยาบาล
เพราะห้องน้ำอยู่ภายนอก และต้องใช้ผ้าถุงนุ่งไปอาบน้ำ ทำให้หญิงสาวเคอะเขินเป็นอันมาก เธอรู้สึกไม่คุ้นชินกับการนุ่งผ้าถุงไปอาบน้ำอยู่ดี ทำไมอะไรๆ ที่นี่ไม่คุ้นชินเลยสักอย่างนะ สาวน้อยคิดในใจด้วยความสงสัย คิ้วขมวดเข้าหากันจนวุ่นวาย
อีกทั้งกายแกร่งที่แนบมากับสะโพกผายทำให้ต้องเผลอครางด้วยความสะท้านในอก“ตื่นแล้วเหรอ พี่อุตส่าห์ปลุกมาทำหน้าที่เจ้าสาวในคืนเข้าหอเสียนาน” กันต์กระซิบเสียงทุ้มที่ริมหูแล้วขบเม้มหยอกเย้าให้เธอครางกระเส่าด้วยความวาบหวาม“นี่กี่โมงกี่ยามแล้วคะพี่กันต์ หนันคิดว่าพี่กันต์จะปล่อยให้หนันนอนพักเสียอีก” เธอเสียงสั่นเมื่อเขายกขาเธอขึ้นแล้วค่อยๆ สอดแทรกกายหลอมรวมเข้ามาเป็นหนึ่งกับเธอ“ใครจะยอมปล่อยเจ้าสาวเนื้อหวานๆ ในคืนวันเข้าหอกัน พี่ให้นอนพักตั้งหลายชั่วโมงแล้วนะ รู้ไหมว่าพี่ต้องอดทนแล้วก็ทรมานแค่ไหน” เขากระซิบบอกพร้อมๆ กับการขยับการรุกล้ำอย่างหนักหน่วง“อื้อ...” ปาหนันครางรับเด้งสะโพกมาด้านหลัง ไม่ได้ประท้วงหรือต่อต้านเขาแต่อย่างใด เธอถือว่าเป็นหน้าที่ของภรรยาที่ควรให้แก่สามี“พี่จะมอบความสุขให้หนัน เจ้าสาวแสนสวยของพี่”โทษทัณฑ์แสนหวานของเขาทำให้เธอครวญครางทุกครั้งที่หน้าขาแกร่งกระแทกกับบั้นท้ายงอนงามจนเกิดเสียง เนื้อกายภายในที่สอดประสานกันอยู่ก่อเกิดเสียงของการหลอมรวม ปลุกเร้ากระตุ้นให้ความต้องการยิ่งมากล้นขึ้นอีกเป็นทบทวีมือหนาเลื่อนมาเคล้นคลึงปทุมถันอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือ นิ้วแกร่งสะกิดยอดอ
“คุณพ่อทำให้คุณเดลหนักใจหรือเปล่าคะ” เธอเงยหน้าขึ้นถาม จูบปลายคางสากของเขาอย่างแสนรัก“เปล่า ท่านขยันทำงานดี เธอคงไม่ว่าฉันนะที่ให้พ่อของเธอทำงาน แทนที่จะให้อยู่อย่างสบายๆ ในฐานะพ่อตาของฉัน”“รสจะไปว่าคุณเดลได้ยังไงคะ เท่าที่คุณเดลกรุณาพ่อกับรสก็มากเกินพอแล้ว พ่อของรสเองก็ไม่อยากอยู่ว่างๆ หรอกค่ะ ท่านเคยทำงาน ถ้าคุณไม่ให้พ่อทำอะไร พ่อคงอยู่ไม่ได้ รสอยากให้พ่ออยู่ใกล้ๆ”“นั่นแหละ ฉันตามใจไม่อยากขัด”“ไม่รู้ว่าน้านิดกับน้องอรจะเป็นยังไงบ้างนะคะ หายเงียบไปเลย”“ยังมีแก่ใจไปห่วงเขาอีกเหรอ” เขาทำเสียงดุเหมือนดุเด็กคนหนึ่ง“เปล่าหรอกค่ะ แค่อยากรู้ว่าเป็นยังไงบ้าง ยังไงพวกเค้าก็เคยอยู่กับรสมาหลายปี”“นิตยาตามมาขอเงินจากพ่อของเธอน่ะ”“จริงเหรอคะ ไม่น่าเชื่อว่ายังกล้ากลับมา ทำกับพ่อไว้ถึงขนาดนั้น” เธอส่ายหน้าไปมา“ฉันให้คนไล่ไปแล้ว”“ไล่เหรอคะ ทำอะไรรุนแรงหรือเปล่า”“เป็นห่วงคนพวกนั้นทำไม เค้าทำกับรสไว้เยอะนะ” เขาลูบแขนเปลือยเธอเล่นอย่างเพลิดเพลิน“รสก็ไม่อยากให้คุณเดลทำอะไรรุนแรงกับใครค่ะ ถือว่าเค้าเป็นเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง”“ฉันไม่ทำอะไรรุนแรงหรอก เค้ามีคนจัดการอยู่แล้ว เค้าเป็นหนี้เยอะ ลูกเต้
“ตรงนี้โล่งไปนะคะ เดี๋ยวใครมาเห็น” เธอกระซิบตอบกลับไป รู้สึกอายและตื่นเต้นที่ต้องมาแอบทำอะไรแบบนี้“ไปห้องซาวน่าก็ได้ จะได้นวดตัวไง เธออาจจะรู้สึกเมื่อย เดี๋ยวฉันนวดให้เอาไหม” เขาเสนอเสียงแหบพร่า กดจุมพิตที่แก้มนุ่มก่อนจะถลาว่ายน้ำไปจับบุตรสาว รติรสรู้ดีว่าคำว่านวดของเขาหมายความถึงอะไรฟาเดลยังทำตัวปกติโดยการเล่นกับบุตรสาวอย่างสนุกสนาน เหลือเชื่อนัก เขาทำได้ยังไง เมื่อครู่ยังทำท่าปรารถนาเธออย่างออกนอกหน้า ฟีร่าหัวเราะเสียงใส บางคราก็ร้องกรี๊ดอย่างชอบใจที่ได้เล่นกับบิดามารดาอย่างใกล้ชิด รติรสพลอยยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ เธอรู้สึกอุ่นวาบในอก สายสัมพันธ์ของครอบครัวมันอบอุ่นแบบนี้นี่เองเธอไม่สงสัยเลยว่าทำไมฟีร่าไม่มีแม่แท้ๆ อยู่เคียงข้างแต่กลับเป็นเด็กสดใสร่าเริงและมั่นใจในตัวเอง เพราะบิดาของเธอนี่เอง ฟาเดลเป็นทั้งคุณพ่อและคุณแม่ในเวลาเดียวกัน เขาพูดคุยกับลูกได้ในทุกๆ เรื่อง เขารับฟังในทุกปัญหาและข้อสงสัย เวลาที่ฟาเดลคุยกับฟีร่า สองพ่อลูกคุยกันเหมือนเพื่อน ฟาเดลเป็นกันเองกับลูก แม้เขาจะดูดุ แต่เธออบอุ่นใจทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้เขา ฟีร่าเองก็คงไม่ต่างกัน ความรู้สึกนั้นคือความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อ
แต่เป็นไปอย่างอ่อนโยนลึกล้ำด้วยแรงเสน่หาเขายกใบหน้าเธอขึ้นจูบไล้ปากลงมายังแผ่นหลัง เธอจิกมือบนมือของเขาที่วางบนที่นอนแน่นเพื่อหาที่ระบายความเสียว ร่างกายของเธอสั่นสะเทือนเคลื่อนไหวอยู่ใต้ร่างหนาที่โยกกระชั้นลงมาหลอมประสาน อกเธอถูกมือหนากอบกุมเมื่อเป็นที่ยึดให้เขา มือแกร่งเกร็งจนเอ็นขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความซ่านลึกในอารมณ์พิศวาสภาคินเลื่อนมือลงไปกระชับเอวคอดแล้วควบร่างอย่างฮึกเหิม“โอ๊ะ! โอ๊ย... พี่คินขา...” มินตราหวีดร้องเสียงหลงทรุดฮวบลงไปบนที่นอน ภาคินตามติดโหมสะโพกลงมาแนบชิดในท่าที่เธอนอนคว่ำมินตราเป่าลมออกจากปากอย่างแรงก่อนที่เขาจะจับเธอพลิกหงายขึ้นมาอีกครั้ง เขาเริ่มขยับครั้งใหม่โดยแนบร่างกายแทบจะทุกส่วนลงมา ใบหน้าของคนทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงแค่คืบ สะโพกสอบทำงานหนักเน้นจวนเจียนใกล้จะถึงฝั่งฝันเต็มที ทั้งๆ ที่ส่งสาวน้อยไปถึงสวรรค์แล้วหลายครั้งเขาปัดผมที่ปรกหน้าเธอออก กระแทกกายใส่ร่างน้อยจนจมเตียง เท้าแขนไปข้างกายบางโย้ขาเธอขึ้นไปจนเปิดอ้า ให้เธอโอบกอดลำคอเขาเอาไว้ รอบนี้ดูเตียงจะลั่นอย่างรุนแรง มือหนาคอยลูบผมสลวยอย่างปลอบโยน ริมฝีปากหนาจูบซับเหงื่อให้บางเบานาย
ลิ้นหนุ่มเกลี่ยขึ้นลงโบกสะบัดเป็นจังหวะ สายตาเหลือบมองสบกับสาวน้อยที่นอนเปิดขา หน้าแดงอยู่บนที่นอนนุ่มภาคินปาดลิ้นสากร้อนชุ่มฉ่ำไปตามซอกหลืบเร้นรัก เขาดูดเม้มยอดเกสรนารีสีหวานเสียหนำใจ ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปภายในซอกหวานซ่านใจที่แสนคับแคบ เพราะไม่เคยถูกชำแรกแทรกผ่านจากสิ่งใดมาก่อนเขาชื่นชมกับความงดงามตรงหน้าจนอดจะพร่ำเพ้อออกมาเป็นคำพูดเสียไม่ได้ ยิ่งเขากระซิบเสียงพร่าว่าเธองดงามน่าปรารถนา สาวน้อยก็ยิ่งยกสะโพกเร่าๆ ด้วยความซ่านเสียวมินตรากระตุกร่างทุกครั้งที่เขาก้มลงมาสัมผัส มือหนาโอบประคองขาเพรียวทั้งสองเอาไว้ เธอยกมือขึ้นแนบกับใบหน้าบ้าง กัดบ้างเพื่อระบายความกระสัน เพียงแค่ลิ้นชุ่มร้อนของเขาสัมผัสลงมา เธอก็แทบขาดใจ สายตาของเขากำลังมองเธอด้วยความหิวโหยบ่งบอกอย่างแจ่มชัดว่าอยากจะกลืนกินเธอเสียในวินาทีนี้มือนิ่มของเธอประสานกับมือของเขาที่ยกขึ้นมารับเพื่อให้เธอหาหลักยึด เธอกระตุกครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อลิ้นของเขาโรมรัน ลมหายใจหอบกระเส่าปลดปล่อยออกมาอย่างติดขัด เธอยกขางอเข่าจนเขาต้องกระซิบเมื่อเท้าเล็กๆ ของเธอเหยียดเกร็งอยู่บนบ่าของเขา“แยกขาหน่อยครับคนดี”เธอจิกเท้าบนที่นอน เปิดขาชันเข่าใ
ภาคินถอดเสื้อออกทางศีรษะจนท่อนบนเปลือยเปล่า ผิวของเขาขาวตามมารดา สาวน้อยแอบมองก่อนจะก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย ลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความรู้สึกหวั่นไหววูบวาบมือหนาเลื่อนมาจับชายเสื้อยืดเนื้อดีของสาวน้อยทำท่าจะถอด เธอกดเอาไว้ไม่ยินยอมเพราะความขัดเขิน ภาคินยิ้มปลอบกระซิบเสียงอ่อนโยนเช่นเคย“ถอดนะครับคนดีจะได้เสมอกันไง” เขาดึงรั้งอีกครั้ง เธอยังขัดขืนแต่ไม่มากพอทำให้เขาถอดได้สำเร็จ สาวน้อยก้มหน้างุดยกมือขึ้นปกปิดทรวงอกอิ่มที่ยังห่อหุ้มด้วยบราเซียร์สีชมพูสดใสเอาไว้เขาปัดผมยาวสลวยที่ปกปิดข้างกายและทรวงอกไปด้านหลัง เธอยังยกมือปิดบังอกอิ่มเอาไว้เช่นเดิม เขาส่ายหน้าไปมาก่อนจะดึงมือเธอออกแล้วกดร่างบางลงบนพื้นเตียงนุ่ม ซุกใบหน้าซบที่ร่องอกสวยเพื่อสูดดมกลิ่นอ่อนหวานที่โชยมาเตะจมูกมือหนากอบกุมบงกชงามเอาไว้ เขาเลื่อนมือไปปลดตะขอด้านหลัง มินตราสะท้านกอดอกเอาไว้ แต่เขาก็สามารถใช้แรงที่มากกว่าดึงออกไปได้อย่างง่ายดาย เพราะจริงๆ แล้วเธอแทบไม่มีแรงเลยสักนิดบงกชดอกสวยชูช่อล่อตาล่อใจให้ภมรหนุ่มลุ่มหลง ภาคินกลืนน้ำลายลงสู่ลำคอที่แห้งผากเมื่อได้พิศมองยอดอกสวยขนาดเหมาะมือที่ตั้งชันอิ่มอวบรับการสัมผัสเขากด







