LOGINพอกินเสร็จก็รีบไล่ดาวออกมาเลย คิดแล้วมันน่าน้อยใจนัก นี่ถ้าไม่คิดว่าจะเอาสมบัติละก็ ดาวไม่เอาใจให้เหนื่อยหรอกค่ะ เพราะปกติเป็นหน้าที่ยัยดาที่ประจบคุณพ่อคุณแม่ ส่วนดาวน่ะลูกนอกไส้ ท่านสองคนไม่เคยเห็นหัวอยู่แล้ว”
“เอาน่า คุณก็เอาใจท่านหน่อย พอท่านหาดาราไม่เจอจริงๆ ทรัพย์สมบัติทั้งหมดต้องตกเป็นของคุณแน่นอน อดทนอีกนิดสิครับ นี่ก็อดทนมานานเป็นเดือนๆ แล้ว รับรองว่าผลตอบแทนคุ้มค่า คุณเชื่อผมสิ”
“ดาวเชื่อคุณไงคะ เลยต้องอดทนอยู่แบบนี้ ทั้งๆ ที่บางทีดาวอยากจะใส่ยาพิษฆ่าตาแก่นั่นให้ตายหมดทั้งสองคนเลย”
“คุณพูดจริงเหรอ” สมภพเลิกคิ้วมองหน้าภรรยา ใครจะรู้ว่าภายใต้ใบหน้าอ่อนหวานนั้นซ่อนพิษร้ายเอาไว้อย่างไม่คาดคิด แต่สมภพกลับชอบ บุคลิกเช่นนี้นี่เองทำให้เขาอาศัยมือภรรยาทำอะไรได้หลายๆ อย่างโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว
“ไม่หรอกค่ะ ดาวก็พูดไปอย่างนั้นเอง ยังไงท่านก็มีบุญคุณกับดาวบ้างแหละ ที่เก็บดาวมาเลี้ยง ไม่อย่างนั้นดาวเองก็ไม่รู้ว่าป่านนี้จะไปอยู่ที่ไหน อาจไม่ได้สุขสบายอย่างทุกวันนี้ แต่ดาวน้อยใจที่คุณพ่อกับคุณแม่รักยัยดามากกว่า มองไม่เห็นหัวดาว” ดวงดาวพูดด้วยความริษยาน้องสาวนอกไส้จับใจ
“ต่อไปท่านต้องเห็นหัวคุณอยู่แล้วน่า คุณเอาใจท่านอีกนิด ขี้คร้านจะเรียกหาแต่คุณ ไม่มีดารา ท่านต้องเห็นความสำคัญของคุณอยู่แล้ว เชื่อผมเถอะ ผมว่าเรามาผลิตลูกกันดีกว่า ลูกเราจะได้เกิดทัน มาใช้เงินทองของเราสองคนยังไงล่ะ”
“บ้าจริงคุณสมภพนี่... คิกๆ” ดวงดาวดีดดิ้นพอเป็นพิธี ก่อนจะตกอยู่ในอ้อมแขนสามีที่กอดรัดอย่างหิวกระหาย มือหนาเลื่อนไปเคล้นคลึงถอดดึงอาภรณ์ของภรรยาออกจากกาย ริมฝีปากตะโบมจูบลูบไล้ไปทั่วผิวกายผุดผ่อง ก่อนจะบดจูบริมฝีปากสวยอย่างเร่าร้อน
เสียงเอะอะโวยวายทำให้ทั้งสองชะงักมองหน้ากัน ก่อนจะออกมาดูด้านนอกว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็ทำให้สองสามีภรรยาเผลอสบตากัน คราแรกแค่ตกใจ แต่กลับเปลี่ยนเป็นสมใจในทันที
“เกิดอะไรขึ้นจ๊ะจันทรา” ดวงดาวแกล้งถามด้วยน้ำเสียงตกอกตกใจ ทั้งๆ ที่เห็นอยู่แล้ว เพื่อให้สมจริงสมจังจึงรีบวิ่งมาดูอาการของบิดามารดาที่กลิ้งตกลงมาจากบันไดทั้งสองคน
“คุณท่านเป็นลม ล้มหัวฟาดค่ะ คุณผู้หญิงเห็นเข้าตกใจ เลยเป็นลมตามไปด้วย”
“รีบเรียกรถพยาบาลเถอะคุณ”
สมภพรีบบอกภรรยา จันทราซึ่งเป็นแม่บ้านเองก็กำลังตกใจ พอได้ยินเช่นนั้นก็รีบวิ่งไปหาแป้นโทรศัพท์ในทันที เพียงไม่นานคนเจ็บก็ถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉินเป็นการเร่งด่วน
“คุณหมอคะ อาการของคุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ”
ดวงดาวรีบถามอาการบิดาทันทีที่คุณหมอออกมาจากห้องฉุกเฉิน
“คุณนวลปลอดภัยแล้วครับ ส่วนคุณพร้อมพงศ์ท่านมีภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจตีบน่ะครับ อีกทั้งเป็นลมด้วยสมองได้รับการกระทบกระเทือน ผลจากการเอกซเรย์พบว่าเส้นเลือดตีบมาก แต่เป็นสมองซีกขวาครับ”
“แล้วคุณพ่อจะเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ” ดวงดาวถามอย่างร้อนใจ ไม่ใช่เพราะเป็นห่วง แต่เพราะสาแก่ใจอยู่ลึกๆ
“คนไข้อาจจะขยับไม่ได้นะครับ เกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง ส่วนสมองต้องรอดูอาการอีกนิดนะครับว่าคนไข้ตอบสนองได้มากแค่ไหน”
“แล้วคุณแม่ล่ะคะ ท่านไม่มีโรคแทรกซ้อนอะไรใช่ไหมคะ” ดวงดาวรีบถามอาการมารดาต่อ
“คุณนวลพ้นขีดอันตรายแล้วครับ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ตอนที่เป็นลมศีรษะไม่ได้กระแทกกับพื้น แถมยังพามาส่งโรงพยาบาลได้ทัน นอนพักอีกสักหน่อยก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วครับ หมอขอตัวก่อนนะครับ” คุณหมอเอ่ยขอตัว ก่อนที่ดวงดาวและสามีจะตามไปดูอาการบิดามารดาไปยังห้องพักพิเศษของโรงพยาบาล ดวงดาวแอบเจ็บใจอยู่มากที่ตอนมารดาเป็นลมแล้วจันทราไปช่วยรับเอาไว้ ไม่เช่นนั้นคงจะล้มหัวฟาดขยับไม่ได้ เธอจะได้ทำอะไรๆ ได้ง่ายขึ้นกว่านี้
“คุณดาวกับคุณภพกลับไปพักก่อนก็ได้ค่ะ ทางนี้จันทราจะเฝ้าคุณท่านทั้งสองเอง ถ้ามีอะไรจันทราจะรีบโทรไปแจ้งนะคะ” จันทรารีบอาสาเมื่อบุรุษพยาบาลพาเจ้านายทั้งสองมาพักอยู่ห้องเดียวกัน นางจึงเห็นว่าควรจะให้ดวงดาวและสมภพกลับไปพักผ่อน เพราะทางนี้ไม่มีอะไรน่าห่วง คงต้องรอดูอาการคุณพร้อมพงศ์อีก ส่วนคุณนวลนั้นไม่เป็นอะไรมาก
“เอาอย่างนั้นเหรอจ๊ะ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันจะให้คนเอาข้าวของเครื่องใช้ของจันทรามาให้นะ จะได้สะดวก เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะรีบมาเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่แต่เช้า แต่ถ้ามีอะไรเร่งด่วนโทรหาฉันได้ตลอดเวลาเลยนะจ๊ะ” ดวงดาวพูดอย่างมีน้ำใจ ทำให้จันทราไม่เคยระแคะระคายสงสัยนายสาวว่าจะคิดร้ายเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“ค่ะคุณดาว ทางนี้อยู่ใกล้หมอไม่เป็นไรหรอกค่ะ” จันทรารีบบอกให้นายสาวคลายใจ ก่อนที่ทั้งสองจะออกจากห้องไป
“ไม่คิดเลยว่าทุกอย่างจะเข้าทางเราแบบนี้” ดวงดาวมองสบตาสามีอย่างเจ้าเล่ห์
“ก็ผมบอกแล้วไง ว่าต่อไปทุกอย่างต้องเป็นของคุณ”
“ใครบอกกันคะ เป็นของเราต่างหาก คุณเป็นสามีของดาว เป็นคนที่ดาวรัก ของของดาวก็เหมือนของของคุณนั่นแหละค่ะ”
“ครับคนดี ของของผมก็เหมือนของของคุณเหมือนกันครับ” สมภพพูดเอาใจภรรยา ก่อนจะพากันไปที่ลานจอดรถ เพราะทั้งสองเอารถมาเอง โดยขับตามรถพยาบาลมา
คืนนี้สองสามีภรรยารู้สึกมีความสุขจนอยากจะฉลองจนถึงรุ่งสางเลยก็ว่าได้
“พี่กล้าปล่อยเถอะค่ะ”
สาวน้อยสะเทิ้นอายเมื่อถูกชายหนุ่มกอดรัดเอาไว้ไม่ยอมปล่อย แม้เธอจะพยายามทำใจว่าเขาเป็นสามี แต่มันไม่คุ้นชินเลยสักครั้ง เมื่อต้องถึงเนื้อถึงตัวเช่นนี้ แต่อีกใจก็ไม่อยากขัดขืนเพราะตระหนักว่าเขาคือสามี
“ออกมาทำไม” กล้าเอ่ยถามเสียงนุ่ม เขากอดร่างอุ่นไว้หลวมๆ เธอตัวน้อยนิดแสนบอบบางจึงถูกดึงไปกอดได้เต็มอ้อมแขน แถมยังมีพื้นที่ให้เธอเบียดลงมาได้อย่างไม่อึดอัด
“แก้วกลัวพี่กล้าหนาวก็เลยเอาผ้าห่มมาให้ค่ะ” เธอตอบอย่างเอียงอาย
“เป็นห่วงพี่เหรอ” เขาเอ่ยถามเสียงทุ้มริมซอกหูหอมกรุ่น
“ค่ะ นอนข้างนอกหนาวแย่ เอ่อ...” สาวน้อยอ้ำอึ้งเมื่อจะพูดความตั้งใจของเธอในคราแรกที่ออกมาจากห้องนอน
“เอ่อ... อะไร หรือแก้วไม่สบายอีก ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา” เขาวางมือทาบกับหน้าผากอย่างห่วงใย ความห่วงใยของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกขอบคุณ เธอจึงตัดสินใจพูดในสิ่งที่คิดออกไป
“พี่กล้าไปนอนในห้องไหมคะ ข้างนอกมันหนาว” พูดแล้วต้องกลั้นใจรอฟังคำตอบ สาวน้อยหลับตาปี๋ไม่กล้าสบสายตาของคนที่กอดเธอเอาไว้
“สาวน้อยของพี่” กล้าครางด้วยความรู้สึกอันแสนพิเศษ เขาเชยคางมนให้แหงนขึ้น จุมพิตเปลือกตาทั้งสองอย่างอ่อนโยนทะนุถนอม
หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาขึ้นสบกับคนตรงหน้า ความรู้สึกของเธออบอุ่นอ่อนหวาน ร่างกายร้อนผ่าวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“แก้วพร้อมแล้วหรือคนดี พี่จะไม่บังคับหากแก้วไม่เต็มใจ”
กล้าเอ่ยถามเสียงนุ่มหู เขาไม่อยากหักหาญน้ำใจเธอ เพราะเขารักเธอจริงๆ แม้จะแฝงไปด้วยเล่ห์กลโกหกลวงหลอกเธอในบางเรื่องก็ตามที แต่นั่นเพราะเขาไม่อยากเสียเธอไป กล้าบอกตัวเองในใจ เพราะรู้สึกผิดอยู่มากล้น
“แก้วพร้อมจะเป็นของพี่กล้าค่ะ แก้วเป็นภรรยาของพี่นี่คะ พี่กล้าดีกับแก้วมาก ไม่เคยหักหาญน้ำใจหรือทำให้แก้วกลัว ในฐานะภรรยา แก้วก็ควรจะตอบแทนน้ำใจอันดีงามของพี่”
“แก้ว” กล้ารู้สึกผิดครามครัน แต่ไฟรักไฟปรารถนาที่ร้อนรุ่มในกายทำให้เขาสุดที่จะทานทน เขาไม่อยากเสียเธอไป แม้จะรู้ว่าเห็นแก่ตัว เขายินดีรับผิดชอบและดูแลเธอไปตลอดชีวิต
“คนดี พี่จะถนอมแก้วไม่ให้ชอกช้ำ” กล้ากระซิบบอกเสียงอ่อนหวาน เขาตวัดอุ้มร่างคนในอ้อมแขนขึ้นแล้วพาไปยังห้องนอนของตัวเองที่ปล่อยให้เธอจับจองเสียหลายเดือน
กล้าค่อยๆ วางร่างสาวน้อยบนเตียงนอนนุ่มหอมกรุ่น กลิ่นกายของเธอประทับอยู่บนที่นอนจนเขาเผลอสูดดมหลายครั้ง ร่างบางหอมละมุนละไมกลิ่นกายสาวสดชื่น ชวนให้หลงใหล ผมนิ่มสีดำสนิทพลิ้วไหวประดุจดั่งเส้นไหมงดงามน่าสัมผัส
อีกทั้งกายแกร่งที่แนบมากับสะโพกผายทำให้ต้องเผลอครางด้วยความสะท้านในอก“ตื่นแล้วเหรอ พี่อุตส่าห์ปลุกมาทำหน้าที่เจ้าสาวในคืนเข้าหอเสียนาน” กันต์กระซิบเสียงทุ้มที่ริมหูแล้วขบเม้มหยอกเย้าให้เธอครางกระเส่าด้วยความวาบหวาม“นี่กี่โมงกี่ยามแล้วคะพี่กันต์ หนันคิดว่าพี่กันต์จะปล่อยให้หนันนอนพักเสียอีก” เธอเสียงสั่นเมื่อเขายกขาเธอขึ้นแล้วค่อยๆ สอดแทรกกายหลอมรวมเข้ามาเป็นหนึ่งกับเธอ“ใครจะยอมปล่อยเจ้าสาวเนื้อหวานๆ ในคืนวันเข้าหอกัน พี่ให้นอนพักตั้งหลายชั่วโมงแล้วนะ รู้ไหมว่าพี่ต้องอดทนแล้วก็ทรมานแค่ไหน” เขากระซิบบอกพร้อมๆ กับการขยับการรุกล้ำอย่างหนักหน่วง“อื้อ...” ปาหนันครางรับเด้งสะโพกมาด้านหลัง ไม่ได้ประท้วงหรือต่อต้านเขาแต่อย่างใด เธอถือว่าเป็นหน้าที่ของภรรยาที่ควรให้แก่สามี“พี่จะมอบความสุขให้หนัน เจ้าสาวแสนสวยของพี่”โทษทัณฑ์แสนหวานของเขาทำให้เธอครวญครางทุกครั้งที่หน้าขาแกร่งกระแทกกับบั้นท้ายงอนงามจนเกิดเสียง เนื้อกายภายในที่สอดประสานกันอยู่ก่อเกิดเสียงของการหลอมรวม ปลุกเร้ากระตุ้นให้ความต้องการยิ่งมากล้นขึ้นอีกเป็นทบทวีมือหนาเลื่อนมาเคล้นคลึงปทุมถันอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือ นิ้วแกร่งสะกิดยอดอ
“คุณพ่อทำให้คุณเดลหนักใจหรือเปล่าคะ” เธอเงยหน้าขึ้นถาม จูบปลายคางสากของเขาอย่างแสนรัก“เปล่า ท่านขยันทำงานดี เธอคงไม่ว่าฉันนะที่ให้พ่อของเธอทำงาน แทนที่จะให้อยู่อย่างสบายๆ ในฐานะพ่อตาของฉัน”“รสจะไปว่าคุณเดลได้ยังไงคะ เท่าที่คุณเดลกรุณาพ่อกับรสก็มากเกินพอแล้ว พ่อของรสเองก็ไม่อยากอยู่ว่างๆ หรอกค่ะ ท่านเคยทำงาน ถ้าคุณไม่ให้พ่อทำอะไร พ่อคงอยู่ไม่ได้ รสอยากให้พ่ออยู่ใกล้ๆ”“นั่นแหละ ฉันตามใจไม่อยากขัด”“ไม่รู้ว่าน้านิดกับน้องอรจะเป็นยังไงบ้างนะคะ หายเงียบไปเลย”“ยังมีแก่ใจไปห่วงเขาอีกเหรอ” เขาทำเสียงดุเหมือนดุเด็กคนหนึ่ง“เปล่าหรอกค่ะ แค่อยากรู้ว่าเป็นยังไงบ้าง ยังไงพวกเค้าก็เคยอยู่กับรสมาหลายปี”“นิตยาตามมาขอเงินจากพ่อของเธอน่ะ”“จริงเหรอคะ ไม่น่าเชื่อว่ายังกล้ากลับมา ทำกับพ่อไว้ถึงขนาดนั้น” เธอส่ายหน้าไปมา“ฉันให้คนไล่ไปแล้ว”“ไล่เหรอคะ ทำอะไรรุนแรงหรือเปล่า”“เป็นห่วงคนพวกนั้นทำไม เค้าทำกับรสไว้เยอะนะ” เขาลูบแขนเปลือยเธอเล่นอย่างเพลิดเพลิน“รสก็ไม่อยากให้คุณเดลทำอะไรรุนแรงกับใครค่ะ ถือว่าเค้าเป็นเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง”“ฉันไม่ทำอะไรรุนแรงหรอก เค้ามีคนจัดการอยู่แล้ว เค้าเป็นหนี้เยอะ ลูกเต้
“ตรงนี้โล่งไปนะคะ เดี๋ยวใครมาเห็น” เธอกระซิบตอบกลับไป รู้สึกอายและตื่นเต้นที่ต้องมาแอบทำอะไรแบบนี้“ไปห้องซาวน่าก็ได้ จะได้นวดตัวไง เธออาจจะรู้สึกเมื่อย เดี๋ยวฉันนวดให้เอาไหม” เขาเสนอเสียงแหบพร่า กดจุมพิตที่แก้มนุ่มก่อนจะถลาว่ายน้ำไปจับบุตรสาว รติรสรู้ดีว่าคำว่านวดของเขาหมายความถึงอะไรฟาเดลยังทำตัวปกติโดยการเล่นกับบุตรสาวอย่างสนุกสนาน เหลือเชื่อนัก เขาทำได้ยังไง เมื่อครู่ยังทำท่าปรารถนาเธออย่างออกนอกหน้า ฟีร่าหัวเราะเสียงใส บางคราก็ร้องกรี๊ดอย่างชอบใจที่ได้เล่นกับบิดามารดาอย่างใกล้ชิด รติรสพลอยยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ เธอรู้สึกอุ่นวาบในอก สายสัมพันธ์ของครอบครัวมันอบอุ่นแบบนี้นี่เองเธอไม่สงสัยเลยว่าทำไมฟีร่าไม่มีแม่แท้ๆ อยู่เคียงข้างแต่กลับเป็นเด็กสดใสร่าเริงและมั่นใจในตัวเอง เพราะบิดาของเธอนี่เอง ฟาเดลเป็นทั้งคุณพ่อและคุณแม่ในเวลาเดียวกัน เขาพูดคุยกับลูกได้ในทุกๆ เรื่อง เขารับฟังในทุกปัญหาและข้อสงสัย เวลาที่ฟาเดลคุยกับฟีร่า สองพ่อลูกคุยกันเหมือนเพื่อน ฟาเดลเป็นกันเองกับลูก แม้เขาจะดูดุ แต่เธออบอุ่นใจทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้เขา ฟีร่าเองก็คงไม่ต่างกัน ความรู้สึกนั้นคือความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อ
แต่เป็นไปอย่างอ่อนโยนลึกล้ำด้วยแรงเสน่หาเขายกใบหน้าเธอขึ้นจูบไล้ปากลงมายังแผ่นหลัง เธอจิกมือบนมือของเขาที่วางบนที่นอนแน่นเพื่อหาที่ระบายความเสียว ร่างกายของเธอสั่นสะเทือนเคลื่อนไหวอยู่ใต้ร่างหนาที่โยกกระชั้นลงมาหลอมประสาน อกเธอถูกมือหนากอบกุมเมื่อเป็นที่ยึดให้เขา มือแกร่งเกร็งจนเอ็นขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความซ่านลึกในอารมณ์พิศวาสภาคินเลื่อนมือลงไปกระชับเอวคอดแล้วควบร่างอย่างฮึกเหิม“โอ๊ะ! โอ๊ย... พี่คินขา...” มินตราหวีดร้องเสียงหลงทรุดฮวบลงไปบนที่นอน ภาคินตามติดโหมสะโพกลงมาแนบชิดในท่าที่เธอนอนคว่ำมินตราเป่าลมออกจากปากอย่างแรงก่อนที่เขาจะจับเธอพลิกหงายขึ้นมาอีกครั้ง เขาเริ่มขยับครั้งใหม่โดยแนบร่างกายแทบจะทุกส่วนลงมา ใบหน้าของคนทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงแค่คืบ สะโพกสอบทำงานหนักเน้นจวนเจียนใกล้จะถึงฝั่งฝันเต็มที ทั้งๆ ที่ส่งสาวน้อยไปถึงสวรรค์แล้วหลายครั้งเขาปัดผมที่ปรกหน้าเธอออก กระแทกกายใส่ร่างน้อยจนจมเตียง เท้าแขนไปข้างกายบางโย้ขาเธอขึ้นไปจนเปิดอ้า ให้เธอโอบกอดลำคอเขาเอาไว้ รอบนี้ดูเตียงจะลั่นอย่างรุนแรง มือหนาคอยลูบผมสลวยอย่างปลอบโยน ริมฝีปากหนาจูบซับเหงื่อให้บางเบานาย
ลิ้นหนุ่มเกลี่ยขึ้นลงโบกสะบัดเป็นจังหวะ สายตาเหลือบมองสบกับสาวน้อยที่นอนเปิดขา หน้าแดงอยู่บนที่นอนนุ่มภาคินปาดลิ้นสากร้อนชุ่มฉ่ำไปตามซอกหลืบเร้นรัก เขาดูดเม้มยอดเกสรนารีสีหวานเสียหนำใจ ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปภายในซอกหวานซ่านใจที่แสนคับแคบ เพราะไม่เคยถูกชำแรกแทรกผ่านจากสิ่งใดมาก่อนเขาชื่นชมกับความงดงามตรงหน้าจนอดจะพร่ำเพ้อออกมาเป็นคำพูดเสียไม่ได้ ยิ่งเขากระซิบเสียงพร่าว่าเธองดงามน่าปรารถนา สาวน้อยก็ยิ่งยกสะโพกเร่าๆ ด้วยความซ่านเสียวมินตรากระตุกร่างทุกครั้งที่เขาก้มลงมาสัมผัส มือหนาโอบประคองขาเพรียวทั้งสองเอาไว้ เธอยกมือขึ้นแนบกับใบหน้าบ้าง กัดบ้างเพื่อระบายความกระสัน เพียงแค่ลิ้นชุ่มร้อนของเขาสัมผัสลงมา เธอก็แทบขาดใจ สายตาของเขากำลังมองเธอด้วยความหิวโหยบ่งบอกอย่างแจ่มชัดว่าอยากจะกลืนกินเธอเสียในวินาทีนี้มือนิ่มของเธอประสานกับมือของเขาที่ยกขึ้นมารับเพื่อให้เธอหาหลักยึด เธอกระตุกครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อลิ้นของเขาโรมรัน ลมหายใจหอบกระเส่าปลดปล่อยออกมาอย่างติดขัด เธอยกขางอเข่าจนเขาต้องกระซิบเมื่อเท้าเล็กๆ ของเธอเหยียดเกร็งอยู่บนบ่าของเขา“แยกขาหน่อยครับคนดี”เธอจิกเท้าบนที่นอน เปิดขาชันเข่าใ
ภาคินถอดเสื้อออกทางศีรษะจนท่อนบนเปลือยเปล่า ผิวของเขาขาวตามมารดา สาวน้อยแอบมองก่อนจะก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย ลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความรู้สึกหวั่นไหววูบวาบมือหนาเลื่อนมาจับชายเสื้อยืดเนื้อดีของสาวน้อยทำท่าจะถอด เธอกดเอาไว้ไม่ยินยอมเพราะความขัดเขิน ภาคินยิ้มปลอบกระซิบเสียงอ่อนโยนเช่นเคย“ถอดนะครับคนดีจะได้เสมอกันไง” เขาดึงรั้งอีกครั้ง เธอยังขัดขืนแต่ไม่มากพอทำให้เขาถอดได้สำเร็จ สาวน้อยก้มหน้างุดยกมือขึ้นปกปิดทรวงอกอิ่มที่ยังห่อหุ้มด้วยบราเซียร์สีชมพูสดใสเอาไว้เขาปัดผมยาวสลวยที่ปกปิดข้างกายและทรวงอกไปด้านหลัง เธอยังยกมือปิดบังอกอิ่มเอาไว้เช่นเดิม เขาส่ายหน้าไปมาก่อนจะดึงมือเธอออกแล้วกดร่างบางลงบนพื้นเตียงนุ่ม ซุกใบหน้าซบที่ร่องอกสวยเพื่อสูดดมกลิ่นอ่อนหวานที่โชยมาเตะจมูกมือหนากอบกุมบงกชงามเอาไว้ เขาเลื่อนมือไปปลดตะขอด้านหลัง มินตราสะท้านกอดอกเอาไว้ แต่เขาก็สามารถใช้แรงที่มากกว่าดึงออกไปได้อย่างง่ายดาย เพราะจริงๆ แล้วเธอแทบไม่มีแรงเลยสักนิดบงกชดอกสวยชูช่อล่อตาล่อใจให้ภมรหนุ่มลุ่มหลง ภาคินกลืนน้ำลายลงสู่ลำคอที่แห้งผากเมื่อได้พิศมองยอดอกสวยขนาดเหมาะมือที่ตั้งชันอิ่มอวบรับการสัมผัสเขากด







