ANMELDENวันนี้ชายหนุ่มทำข้าวต้มหมูร้อนๆ ให้เธอ กลิ่นหอมกรุ่นด้วยรสมือที่คุ้นเคยเพราะได้ทานอาหารฝีมือเขามาหลายวันทำให้สาวน้อยอมยิ้ม การได้นั่งรับประทานอาหารพร้อมกันทุกวันทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจ เริ่มพยายามซึมซับสถานะความเป็นสามีภรรยาตามที่เขาบอกเข้าไปทุกเมื่อเชื่อวัน
หลังจากอาการป่วยของหญิงสาวหายดีแล้ว กล้าก็ไม่ให้เธอออกไปตากแดดตากลมทำอะไรอีก แต่มิวายที่สาวน้อยจะนำขนมและน้ำดื่มเย็นๆ ตามติดไปให้ชายหนุ่มที่คิดว่าเป็นสามีเสมอๆ หลังจากทำงานบ้านเสร็จสิ้น แล้วก็พาตัวเองไปอยู่ใต้ร่มไม้เพื่อไม่ให้เขาคอยห่วงหน้าพะวงหลังทำงานได้อย่างเต็มที่ แล้วจูงมือกลับบ้านพร้อมกันในทุกๆ วัน
กล้ารู้สึกมีความสุขมากเมื่อมีหญิงสาวอยู่ใกล้ๆ เวลาเหนื่อยเธอคอยซับเหงื่อให้ ตื่นเช้าขึ้นมาได้รับรอยยิ้มสดใสอ่อนหวานเป็นอาหารตา ตกเย็นได้นั่งดูดาวและเป่าขลุ่ยให้เธอฟังก่อนนอนทุกค่ำคืน
“พี่กล้าเก่งจังค่ะ แก้วอยากทำเป็นบ้างจัง” สาวน้อยนั่งลงใกล้ๆ กับสามีมองเขาขะมักเขม้นกับการจักสานเครื่องใช้ต่างๆ อย่างเพลินตา
“หลับตาก่อนสิแก้ว พี่มีอะไรจะให้” กล้าบอกด้วยรอยยิ้มอบอุ่น สาวน้อยรีบหลับตาลงทันที “ลืมตาได้แล้ว”
ดาราลืมตาก็เจอกับโมบายรูปปลาที่เขาสานจากใบลาน หญิงสาวอมยิ้มรับมาถือเอาไว้อย่างชอบใจ
“สวยจังเลยค่ะพี่กล้า” เธอเอ่ยชมจากใจจริง
“ชอบหรือเปล่า พี่นั่งทำให้วันนี้เองนะ” กล้าบอกอย่างเอ็นดูพร้อมกับลูบศีรษะเล็กๆ ของหญิงสาวอันเป็นที่รัก
“ชอบมากค่ะพี่กล้า แก้วจะเอาไปแขวนที่หน้าต่างห้องนอนนะคะ จะได้มองมันทุกคืน” เธอรีบบอกก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้อง กล้าละมือจากงานตามเข้าไปด้วย ก่อนจะไปยืนซ้อนด้านหลัง
“อุ๊ย!” สาวน้อยอุทานเมื่อหันมาก็ตกอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง กายร้อนผ่าวที่แนบมาชิดทำให้สาวน้อยรู้สึกขัดเขินทำอะไรไม่ถูก
“แขวนเสร็จแล้วเหรอ” กล้าเอ่ยถามมองความน่ารักของคนในอ้อมแขนด้วยสายตาลึกซึ้ง
“สะ... เสร็จแล้วค่ะพี่กล้า” ดาราก้มหน้างุดสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว
“งั้นออกไปข้างนอกกัน แก้วอยากให้พี่สอนจักสานไม่ใช่เหรอ” เขาเอ่ยบอกจับจูงมือน้อยเดินตามออกไปด้านนอก ทำให้สาวน้อยลดความขัดเขินลงไปได้มาก เธอมองมือแกร่งที่กุมกระชับเอาไว้แล้วรู้สึกอบอุ่นใจ
สาวน้อยช่วยชายหนุ่มจักสานกระด้งที่ต้องขึ้นขอบ สำหรับเธอมันยากพอสมควรอีกทั้งยังต้องใช้แรงอยู่มาก
“ว้าย! อุ๊ย! ซี้ดด...” เสียงหวานร้องอุทานเมื่อโดนไม้ไผ่บาดเข้าให้ เลือดไหลออกมาทำให้เธอดึงมือหนี กล้ารีบจับประคองเอาไว้ แล้วดูดเลือดนั้นเอาไว้เพื่อห้ามเลือดไม่ให้ไหล สาวน้อยหน้าแดงร้อนเห่อเมื่อเห็นการกระทำของเขา กล้าใช้ปากดูดนิ้วห้ามเลือด สายตามองสบกับดวงตาสวยใส สาวน้อยก้มหน้างุดรู้สึกขัดเขินอย่างบอกไม่ถูก
“พี่จะทำแผลให้ แผลไม่เยอะ เดี๋ยวก็หาย เพี้ยง!” กล้าเป่าที่แผลเบาๆ ก่อนจะปฐมพยาบาลให้หญิงสาวแล้วพันผ้าสะอาดป้องกันสิ่งสกปรกแทรกซึมเข้าบาดแผล
หลังจากทำแผลเสร็จ สาวน้อยนั่งมองสามีทำงานของเขาไป เธอได้แต่คอยดูและชื่นชม เขาเงยหน้าขึ้นสบตาและยิ้มตอบเป็นบางครั้ง ทำให้เธอเสมองไปทางอื่นด้วยความรู้สึกหัวใจเต้นแรง
เมื่อได้เวลาทานอาหาร กล้าล้างไม้ล้างมือแล้วมานั่งข้างๆ ภรรยาเพื่อรับประทานอาหารเย็น ก่อนที่เขาจะพาสาวน้อยลงมานั่งตากลมที่ศาลาริมน้ำเหมือนเช่นเคย กล้าเป่าขลุ่ยเพลงลาวดวงเดือนให้เธอฟังก่อนเข้านอน ซึ่งกลายเป็นเพลงโปรดของทั้งสองในเวลาต่อมา
วันเวลาผ่านพ้นจากวันเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์เป็นเดือนที่สาวน้อยพำนักอยู่กับชายหนุ่มผู้รักสันโดษ มีหลายครั้งที่ดาราเหมือนจะจำอะไรได้บ้าง แต่เธอมักปวดหัวเมื่อครุ่นคิด จนกล้าห้ามปรามเพราะกลัวหญิงสาวจะปวดหัวมาก แม้ดาราจะเริ่มรู้สึกจำอะไรได้บ้าง หรือเห็นภาพตัวเองเลือนรางในอดีต แต่เพียงแวบๆ ก็หายไป แต่ความผูกพันที่เธอมีกับเขากลับแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น และสาวน้อยก็ปักใจเชื่อเสียสนิทว่าเขาคือสามีของเธอจริงๆ
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จสิ้นในทุกๆ เย็น สองสามีภรรยาก็จะมานั่งคุยกันที่ศาลาริมน้ำ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน ชายหนุ่มไม่เคยล่วงเกินหญิงสาวถึงขั้นได้เสียกันเลยสักครั้ง หากจะมีบ้างที่เผลอไผลกอดจูบให้ชื่นอกชื่นใจ และกล้าก็จะดึงตัวเองออกมาจากความรู้สึกลึกซึ้งนั้นเสียทุกครั้ง ดาราเองก็สัมผัสได้ว่าสามีมักหักห้ามใจที่จะเกินเลยกับเธอ เขาทำเพียงแต่กอดจูบ ทั้งๆ ที่เธอเองยินดีและเต็มใจจะมอบร่างกายและหัวใจให้เขา
กล้าจูงมือนิ่มขึ้นบ้านเพื่อเข้านอนเหมือนทุกครั้ง เขาบอกลาเธอด้วยจุมพิตที่หน้าผากนูนเกลี้ยง ห่มผ้าให้ก่อนจะปิดประตูให้อย่างเบามือและเดินมาทิ้งตัวลงนอนบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวหน้าห้องของเขาเองเหมือนเช่นทุกๆ ค่ำคืน
คืนนี้สาวน้อยนอนไม่หลับ เพราะว่าเธอนึกเป็นห่วงชายหนุ่มผู้เป็นสามี กลัวว่าเขาจะหนาว เพราะแม้แต่อากาศในห้องนอนยังหนาวขนาดนี้
มือนิ่มสลัดผ้าห่มออกจากกาย เธอค่อยๆ เดินออกมาภายนอกห้อง คิดว่าควรจะนำผ้าห่มมาให้เขากันหนาวอีกผืน เพราะในห้องเขามีผ้าห่มสำรอง ในทุกๆ คืนเธอเห็นเขาห่มเพียงผ้าแพรผืนบางเท่านั้น
เท้าบางค่อยๆ ย่องออกมาหน้าห้อง เธอมองคนที่นอนขดตัวหนาวอยู่บนเก้าอี้ไม้อย่างสงสาร คิดสงสัยเอาว่าคนตัวโตเช่นเขา นอนได้อย่างไรในพื้นที่คับแคบเช่นนี้
มือนิ่มนำผ้าห่มห่มให้เขาอีกผืน คนตื่นไวแม้มีอะไรมาสะกิดหรือได้ยินเสียงอะไรเล็กน้อยสะดุ้ง รีบดึงมือนิ่มเอาไว้เพราะคิดว่าเป็นคนร้าย
“อุ๊ย!” ร่างของสาวน้อยล้มลงทาบทับบนอกแกร่งที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม ดวงตาสองคู่สบกันอย่างสื่อความหมาย สาวน้อยสะเทิ้นอาย หลบสายตาที่มีแววหวานส่งมาอย่างเสน่หา...
ดวงดาวมองบิดามารดาที่นั่งปรึกษาหารือเรื่องดาราอย่างเคร่งเครียดด้วยความสาแก่ใจ นานนับเดือนแล้วที่บิดาให้คนออกตามหาน้องสาว แต่ก็ไร้วี่แวว
เธอยิ้มร้ายกาจเมื่อจับใจความว่าท่านทั้งสองจะไม่แจ้งความเพราะกลัวเสียชื่อเสียง และกลัวฝ่ายว่าที่คู่หมั้นของน้องสาวจะรู้ เพียงแค่นี้เธอก็พึงพอใจมากแล้ว ให้นังน้องหน้าโง่กลายเป็นปุ๋ยไปพร้อมกับดินยิ่งดี จะได้ไม่มีใครตามตัวเจอ ดวงดาวปรับสีหน้าแกล้งทำเป็นเศร้าสร้อย ถืออาหารเสริมและยาเข้าไปให้ท่านทั้งสอง เมื่อเห็นว่าพวกท่านคุยกันเสร็จสิ้นและต่างเงียบเชียบอย่างใช้ความคิด
“คุณพ่อกับคุณแม่ทานยาแล้วทานอาหารเสริมหน่อยนะคะ” ดวงดาวคุกเข่าลงบนพื้นยื่นยาและน้ำให้บิดามารดา ท่านทั้งสองรับไปทาน ก่อนจะรับอาหารเสริมบำรุงร่างกายไปทานต่อจากนั้น
“ขอบใจมากนะแม่ดาว ไปนอนเถอะ พ่อกับแม่ก็จะนอนแล้วเหมือนกัน” คุณนวลเอ่ยบอกบุตรสาวคนโต
คำไล่กลายๆ นั้นทำให้ดวงดาวนึกขุ่นในใจ แต่ก็ไม่แสดงออกให้มีพิรุธ เธอรู้ดีว่าแม้จะทำดีแค่ไหน เธอก็ไม่เคยเป็นลูกรักของบิดามารดาไปได้ ไม่เหมือนดารา ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูดี ดูถูกเสมอในสายตาของท่านทั้งสอง เธอแกล้งเดินออกมา ทำทีว่าพ้นห้องไปแล้ว ก่อนจะย้อนกลับไปอีกครั้ง เพื่อแอบฟังบิดามารดาคุยกันต่อ และคำบอกเล่าของบิดาที่พูดกับมารดาว่ายังตามหาดาราไม่เจอ แถมยังไร้วี่แววจนหนทางไม่รู้จะไปหาที่ไหน ทำให้เธอสะใจเป็นอันมาก!!!
ส่วนมารดาก็ขอร้องให้แจ้งตำรวจ จะได้สืบเสาะหาตัว แต่บิดานั้นห่วงหน้าตาและกลัวเสียชื่อเสียงจึงยังไม่ยอมแจ้งความให้เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต เนื่องจากดาราเขียนจดหมายเอาไว้ว่าไม่อยากแต่งงานและหนีออกจากบ้านไปเอง ไม่ใช่เพราะถูกลักพาตัวหรือใครฉุดไป คุณพร้อมพงศ์จึงคิดว่ายังไงก็ต้องหาตัวบุตรสาวจนเจอให้จงได้
“ว่าไง คุณพ่อกับคุณแม่นอนแล้วเหรอ” สมภพเอ่ยถามภรรยาที่เดินเข้ามาในห้องขณะที่เขานั่งอ่านเอกสารเกี่ยวกับงานอยู่บนเตียง
“ยังหรอกค่ะ ดาวเอายากับอาหารเสริมไปให้ท่านทานแล้ว ท่านกำลังคุยเรื่องยัยดาอยู่ค่ะ
อีกทั้งกายแกร่งที่แนบมากับสะโพกผายทำให้ต้องเผลอครางด้วยความสะท้านในอก“ตื่นแล้วเหรอ พี่อุตส่าห์ปลุกมาทำหน้าที่เจ้าสาวในคืนเข้าหอเสียนาน” กันต์กระซิบเสียงทุ้มที่ริมหูแล้วขบเม้มหยอกเย้าให้เธอครางกระเส่าด้วยความวาบหวาม“นี่กี่โมงกี่ยามแล้วคะพี่กันต์ หนันคิดว่าพี่กันต์จะปล่อยให้หนันนอนพักเสียอีก” เธอเสียงสั่นเมื่อเขายกขาเธอขึ้นแล้วค่อยๆ สอดแทรกกายหลอมรวมเข้ามาเป็นหนึ่งกับเธอ“ใครจะยอมปล่อยเจ้าสาวเนื้อหวานๆ ในคืนวันเข้าหอกัน พี่ให้นอนพักตั้งหลายชั่วโมงแล้วนะ รู้ไหมว่าพี่ต้องอดทนแล้วก็ทรมานแค่ไหน” เขากระซิบบอกพร้อมๆ กับการขยับการรุกล้ำอย่างหนักหน่วง“อื้อ...” ปาหนันครางรับเด้งสะโพกมาด้านหลัง ไม่ได้ประท้วงหรือต่อต้านเขาแต่อย่างใด เธอถือว่าเป็นหน้าที่ของภรรยาที่ควรให้แก่สามี“พี่จะมอบความสุขให้หนัน เจ้าสาวแสนสวยของพี่”โทษทัณฑ์แสนหวานของเขาทำให้เธอครวญครางทุกครั้งที่หน้าขาแกร่งกระแทกกับบั้นท้ายงอนงามจนเกิดเสียง เนื้อกายภายในที่สอดประสานกันอยู่ก่อเกิดเสียงของการหลอมรวม ปลุกเร้ากระตุ้นให้ความต้องการยิ่งมากล้นขึ้นอีกเป็นทบทวีมือหนาเลื่อนมาเคล้นคลึงปทุมถันอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือ นิ้วแกร่งสะกิดยอดอ
“คุณพ่อทำให้คุณเดลหนักใจหรือเปล่าคะ” เธอเงยหน้าขึ้นถาม จูบปลายคางสากของเขาอย่างแสนรัก“เปล่า ท่านขยันทำงานดี เธอคงไม่ว่าฉันนะที่ให้พ่อของเธอทำงาน แทนที่จะให้อยู่อย่างสบายๆ ในฐานะพ่อตาของฉัน”“รสจะไปว่าคุณเดลได้ยังไงคะ เท่าที่คุณเดลกรุณาพ่อกับรสก็มากเกินพอแล้ว พ่อของรสเองก็ไม่อยากอยู่ว่างๆ หรอกค่ะ ท่านเคยทำงาน ถ้าคุณไม่ให้พ่อทำอะไร พ่อคงอยู่ไม่ได้ รสอยากให้พ่ออยู่ใกล้ๆ”“นั่นแหละ ฉันตามใจไม่อยากขัด”“ไม่รู้ว่าน้านิดกับน้องอรจะเป็นยังไงบ้างนะคะ หายเงียบไปเลย”“ยังมีแก่ใจไปห่วงเขาอีกเหรอ” เขาทำเสียงดุเหมือนดุเด็กคนหนึ่ง“เปล่าหรอกค่ะ แค่อยากรู้ว่าเป็นยังไงบ้าง ยังไงพวกเค้าก็เคยอยู่กับรสมาหลายปี”“นิตยาตามมาขอเงินจากพ่อของเธอน่ะ”“จริงเหรอคะ ไม่น่าเชื่อว่ายังกล้ากลับมา ทำกับพ่อไว้ถึงขนาดนั้น” เธอส่ายหน้าไปมา“ฉันให้คนไล่ไปแล้ว”“ไล่เหรอคะ ทำอะไรรุนแรงหรือเปล่า”“เป็นห่วงคนพวกนั้นทำไม เค้าทำกับรสไว้เยอะนะ” เขาลูบแขนเปลือยเธอเล่นอย่างเพลิดเพลิน“รสก็ไม่อยากให้คุณเดลทำอะไรรุนแรงกับใครค่ะ ถือว่าเค้าเป็นเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง”“ฉันไม่ทำอะไรรุนแรงหรอก เค้ามีคนจัดการอยู่แล้ว เค้าเป็นหนี้เยอะ ลูกเต้
“ตรงนี้โล่งไปนะคะ เดี๋ยวใครมาเห็น” เธอกระซิบตอบกลับไป รู้สึกอายและตื่นเต้นที่ต้องมาแอบทำอะไรแบบนี้“ไปห้องซาวน่าก็ได้ จะได้นวดตัวไง เธออาจจะรู้สึกเมื่อย เดี๋ยวฉันนวดให้เอาไหม” เขาเสนอเสียงแหบพร่า กดจุมพิตที่แก้มนุ่มก่อนจะถลาว่ายน้ำไปจับบุตรสาว รติรสรู้ดีว่าคำว่านวดของเขาหมายความถึงอะไรฟาเดลยังทำตัวปกติโดยการเล่นกับบุตรสาวอย่างสนุกสนาน เหลือเชื่อนัก เขาทำได้ยังไง เมื่อครู่ยังทำท่าปรารถนาเธออย่างออกนอกหน้า ฟีร่าหัวเราะเสียงใส บางคราก็ร้องกรี๊ดอย่างชอบใจที่ได้เล่นกับบิดามารดาอย่างใกล้ชิด รติรสพลอยยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ เธอรู้สึกอุ่นวาบในอก สายสัมพันธ์ของครอบครัวมันอบอุ่นแบบนี้นี่เองเธอไม่สงสัยเลยว่าทำไมฟีร่าไม่มีแม่แท้ๆ อยู่เคียงข้างแต่กลับเป็นเด็กสดใสร่าเริงและมั่นใจในตัวเอง เพราะบิดาของเธอนี่เอง ฟาเดลเป็นทั้งคุณพ่อและคุณแม่ในเวลาเดียวกัน เขาพูดคุยกับลูกได้ในทุกๆ เรื่อง เขารับฟังในทุกปัญหาและข้อสงสัย เวลาที่ฟาเดลคุยกับฟีร่า สองพ่อลูกคุยกันเหมือนเพื่อน ฟาเดลเป็นกันเองกับลูก แม้เขาจะดูดุ แต่เธออบอุ่นใจทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้เขา ฟีร่าเองก็คงไม่ต่างกัน ความรู้สึกนั้นคือความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อ
แต่เป็นไปอย่างอ่อนโยนลึกล้ำด้วยแรงเสน่หาเขายกใบหน้าเธอขึ้นจูบไล้ปากลงมายังแผ่นหลัง เธอจิกมือบนมือของเขาที่วางบนที่นอนแน่นเพื่อหาที่ระบายความเสียว ร่างกายของเธอสั่นสะเทือนเคลื่อนไหวอยู่ใต้ร่างหนาที่โยกกระชั้นลงมาหลอมประสาน อกเธอถูกมือหนากอบกุมเมื่อเป็นที่ยึดให้เขา มือแกร่งเกร็งจนเอ็นขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความซ่านลึกในอารมณ์พิศวาสภาคินเลื่อนมือลงไปกระชับเอวคอดแล้วควบร่างอย่างฮึกเหิม“โอ๊ะ! โอ๊ย... พี่คินขา...” มินตราหวีดร้องเสียงหลงทรุดฮวบลงไปบนที่นอน ภาคินตามติดโหมสะโพกลงมาแนบชิดในท่าที่เธอนอนคว่ำมินตราเป่าลมออกจากปากอย่างแรงก่อนที่เขาจะจับเธอพลิกหงายขึ้นมาอีกครั้ง เขาเริ่มขยับครั้งใหม่โดยแนบร่างกายแทบจะทุกส่วนลงมา ใบหน้าของคนทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงแค่คืบ สะโพกสอบทำงานหนักเน้นจวนเจียนใกล้จะถึงฝั่งฝันเต็มที ทั้งๆ ที่ส่งสาวน้อยไปถึงสวรรค์แล้วหลายครั้งเขาปัดผมที่ปรกหน้าเธอออก กระแทกกายใส่ร่างน้อยจนจมเตียง เท้าแขนไปข้างกายบางโย้ขาเธอขึ้นไปจนเปิดอ้า ให้เธอโอบกอดลำคอเขาเอาไว้ รอบนี้ดูเตียงจะลั่นอย่างรุนแรง มือหนาคอยลูบผมสลวยอย่างปลอบโยน ริมฝีปากหนาจูบซับเหงื่อให้บางเบานาย
ลิ้นหนุ่มเกลี่ยขึ้นลงโบกสะบัดเป็นจังหวะ สายตาเหลือบมองสบกับสาวน้อยที่นอนเปิดขา หน้าแดงอยู่บนที่นอนนุ่มภาคินปาดลิ้นสากร้อนชุ่มฉ่ำไปตามซอกหลืบเร้นรัก เขาดูดเม้มยอดเกสรนารีสีหวานเสียหนำใจ ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปภายในซอกหวานซ่านใจที่แสนคับแคบ เพราะไม่เคยถูกชำแรกแทรกผ่านจากสิ่งใดมาก่อนเขาชื่นชมกับความงดงามตรงหน้าจนอดจะพร่ำเพ้อออกมาเป็นคำพูดเสียไม่ได้ ยิ่งเขากระซิบเสียงพร่าว่าเธองดงามน่าปรารถนา สาวน้อยก็ยิ่งยกสะโพกเร่าๆ ด้วยความซ่านเสียวมินตรากระตุกร่างทุกครั้งที่เขาก้มลงมาสัมผัส มือหนาโอบประคองขาเพรียวทั้งสองเอาไว้ เธอยกมือขึ้นแนบกับใบหน้าบ้าง กัดบ้างเพื่อระบายความกระสัน เพียงแค่ลิ้นชุ่มร้อนของเขาสัมผัสลงมา เธอก็แทบขาดใจ สายตาของเขากำลังมองเธอด้วยความหิวโหยบ่งบอกอย่างแจ่มชัดว่าอยากจะกลืนกินเธอเสียในวินาทีนี้มือนิ่มของเธอประสานกับมือของเขาที่ยกขึ้นมารับเพื่อให้เธอหาหลักยึด เธอกระตุกครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อลิ้นของเขาโรมรัน ลมหายใจหอบกระเส่าปลดปล่อยออกมาอย่างติดขัด เธอยกขางอเข่าจนเขาต้องกระซิบเมื่อเท้าเล็กๆ ของเธอเหยียดเกร็งอยู่บนบ่าของเขา“แยกขาหน่อยครับคนดี”เธอจิกเท้าบนที่นอน เปิดขาชันเข่าใ
ภาคินถอดเสื้อออกทางศีรษะจนท่อนบนเปลือยเปล่า ผิวของเขาขาวตามมารดา สาวน้อยแอบมองก่อนจะก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย ลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความรู้สึกหวั่นไหววูบวาบมือหนาเลื่อนมาจับชายเสื้อยืดเนื้อดีของสาวน้อยทำท่าจะถอด เธอกดเอาไว้ไม่ยินยอมเพราะความขัดเขิน ภาคินยิ้มปลอบกระซิบเสียงอ่อนโยนเช่นเคย“ถอดนะครับคนดีจะได้เสมอกันไง” เขาดึงรั้งอีกครั้ง เธอยังขัดขืนแต่ไม่มากพอทำให้เขาถอดได้สำเร็จ สาวน้อยก้มหน้างุดยกมือขึ้นปกปิดทรวงอกอิ่มที่ยังห่อหุ้มด้วยบราเซียร์สีชมพูสดใสเอาไว้เขาปัดผมยาวสลวยที่ปกปิดข้างกายและทรวงอกไปด้านหลัง เธอยังยกมือปิดบังอกอิ่มเอาไว้เช่นเดิม เขาส่ายหน้าไปมาก่อนจะดึงมือเธอออกแล้วกดร่างบางลงบนพื้นเตียงนุ่ม ซุกใบหน้าซบที่ร่องอกสวยเพื่อสูดดมกลิ่นอ่อนหวานที่โชยมาเตะจมูกมือหนากอบกุมบงกชงามเอาไว้ เขาเลื่อนมือไปปลดตะขอด้านหลัง มินตราสะท้านกอดอกเอาไว้ แต่เขาก็สามารถใช้แรงที่มากกว่าดึงออกไปได้อย่างง่ายดาย เพราะจริงๆ แล้วเธอแทบไม่มีแรงเลยสักนิดบงกชดอกสวยชูช่อล่อตาล่อใจให้ภมรหนุ่มลุ่มหลง ภาคินกลืนน้ำลายลงสู่ลำคอที่แห้งผากเมื่อได้พิศมองยอดอกสวยขนาดเหมาะมือที่ตั้งชันอิ่มอวบรับการสัมผัสเขากด







