LOGINเจี่ยงซื่อฝานยิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้นขึ้นมา “รุ่นพี่เจี่ยน พี่รู้ไหม? ผมหวังให้คนที่กำลังนอนอยู่ในโรงพยาบาลตอนนี้เป็นผมมากเลยนะ แบบนั้นพี่จะสงสารผมไหม? จะรู้สึกขอบคุณผมไหม? แล้วจะยอมรับผมกลับเข้าไปในชีวิตอีกครั้งหรือเปล่า?”ประกายร้อนแรงอันคุ้นเคยปะทุขึ้นในดวงตาของเจี่ยงซื่อฝานในใจเจี่ยนจือพลันเกิดความตึงเครียดและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกขึ้นมาตามสัญชาตญาณ เธอเลื่อนกระจกขึ้นอีกนิดอย่างเหนื่อยล้า จะได้ไม่ต้องมองเห็นดวงตาของเจี่ยงซื่อฝาน“เจี่ยงซื่อฝาน มันไม่ใช่แบบนั้น ในเมื่อพวกเราเลิกกันแล้ว ฉันก็ขอให้นายเริ่มต้นชีวิตใหม่ เดินหน้าต่อไป อย่าหันกลับมามองอีกเลย” เจี่ยนจือไม่อยากยั่วโมโหเขา และก็อวยพรเขาจากใจจริง“ไม่!” เจี่ยงซื่อฝานกลับร้องออกมาอย่างร้อนรนพร้อมเสียงสะอื้น “ไม่ใช่แบบนี้สิ! พี่ให้อภัยเวินถิงเยี่ยนแล้วใช่ไหม? พี่ไปเยี่ยมเขา เป็นห่วงเขาแล้วใช่ไหม? เมื่อก่อนพี่เกลียดเขาขนาดนั้น ตอนนี้พี่ยังไปโรงพยาบาลเพราะสงสารเขาได้ ทำไมคนที่ช่วยพี่ถึงไม่ใช่ผม? ทำไม...”คำว่า ทำไม ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมกับเสียงฝ่ามือของเขาที่ทุบกระจกรถ ขมับของเจี่ยนจือเริ่มปวดตุบ ๆ แบบที่คุ้นเคยขึ้นม
“คุณหนู ผมจะลงไปดูนะครับ” คนที่นั่งอยู่ตรงเบาะข้างคนขับคือบอดี้การ์ดคนใหม่ที่เจี่ยนหลานส่งมาเจี่ยนจือพยักหน้า “ไปเถอะ ถามให้ชัดว่าเขามีธุระอะไรกันแน่”หลังจากบอดี้การ์ดลงจากรถ เจี่ยนจือก็เลื่อนกระจกลงเป็นช่องเล็ก ๆ ทำให้พอได้ยินเสียงพวกเขาคุยกัน“เจี่ยนจืออยู่ในรถใช่ไหม? ให้เธอลงมาคุยกับผม” น้ำเสียงของเจี่ยงซื่อฝานทั้งร้อนรนและแข็งกร้าว“มีอะไรก็บอกผมได้ครับ” ท่าทีของบอดี้การ์ดเองก็ไม่ยอมถอย“นาย? นายรับเรื่องแทนเจี่ยนจือได้หรือไง?” น้ำเสียงของเจี่ยงซื่อฝานยังคงเจือความดูแคลนแต่บอดี้การ์ดกลับตอบสั้นกระชับ ไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย “ได้ครับ”“นาย...” ความกร่างของบอดี้การ์ดคนนี้ทำให้เจี่ยงซื่อฝานรู้สึกโมโห จึงเดินมาทุบกระจกรถฝั่งเจี่ยนจือต่อ “รุ่นพี่เจี่ยน ผมรู้ว่าพี่อยู่ในรถ ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับพี่”“คุณครับ คุณหนูสั่งไว้ว่าสามารถคุยกับผมได้ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม” บอดี้การ์ดขยับมายืนขวางระหว่างเจี่ยงซื่อฝานกับกระจกรถ“ไม่ว่าเรื่องอะไร?” เจี่ยงซื่อฝานโมโหหนักกว่าเดิม “แล้วเรื่องส่วนตัวระหว่างฉันกับคุณหนูของนายล่ะ? ก็ต้องคุยกับนายด้วยหรือไง? นายเป็นตัวแทนคุณหนูหรือไง?”เจี่ยนจ
ห้องไอซียูของโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นห้องกระจกตอนที่เธอไปถึง ก็บังเอิญเจอกับแอนนาที่เพิ่งออกมาจากการเยี่ยมพอดีพอแอนนาเห็นเธอ ตอนแรกก็ดูตกใจ จากนั้นก็มีอาการลนลานอยู่ชั่วขณะ สุดท้ายจึงเดินมาหาแล้วถามว่า “เจี่ยน เธอมาทำไม?” ขณะพูด สายตากลับเหลือบไปทางห้องทำงานของหมอด้านหลังเจี่ยนจืออธิบายว่า “ฉันมาเยี่ยมบอดี้การ์ดของฉัน เลยคิดว่าจะแวะมาถามหมอด้วยว่าอาการของเวินถิงเยี่ยนเป็นยังไงบ้าง อีกอย่าง...”อีกอย่าง เธอรู้ว่าค่าใช้จ่ายในไอซียูแพงมาก ตอนหย่ากัน เวินถิงเยี่ยนยกเงินทั้งหมดให้เธอ ต่อมาเขาได้รับมรดกจากพ่อก็เอาไปบริจาคอีก พอเปิดร้านขึ้นมาก็ถูกบีบให้ปิด ไม่รู้ว่าตอนนี้เขายังเหลือเงินอยู่เท่าไร แล้วได้ซื้อประกันไว้ที่นี่หรือเปล่า...ยิ่งคิดถึงเรื่องพวกนี้ก็ยิ่งปวดหัวเธอจึงคิดว่าจะมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้สีหน้าของแอนนาเปลี่ยนไปเล็กน้อย “งั้นเธอเจอหมอหรือยัง?”เจี่ยนจือส่ายหน้า “ฉันเพิ่งมาถึงเอง ยังไม่ได้ไปหาหมอเลย”แอนนาจึงพาเจี่ยนจือกับคุณย่าไปดูเวินถิงเยี่ยน เพียงแต่เป็นการมองผ่านกระจก ไม่ได้เข้าไปข้างในเวินถิงเยี่ยนนอนอยู่ตรงนั้น หลับสนิท ไม่ขยับเขยื้อน ดูไร้ซึ่งชีวิตชีวา“เขา
เจี่ยนหลานจับไหล่เธอไว้ แล้วดึงเข้าไปกอดเบา ๆในเวลานี้เขาไม่มีคำพูดใด ๆ เลยคำถามนี้เองก็ไม่มีคำตอบเช่นกันบางทีการไม่ตอบ ก็อาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุดแล้วอาการของเวินถิงเยี่ยนค่อนข้างแย่เจี่ยนจือได้ยินจากแอนนาว่าอวัยวะภายในของเขาฉีกขาด และช่วงล่างของร่างกายก็มีกระดูกหักเธอหวังว่าอาการบาดเจ็บของเวินถิงเยี่ยนจะเหมือนกับบอดี้การ์ด แค่กระดูกหักเท่านั้น และจะไม่เหมือนเธอเมื่อก่อนที่กระทบต่อการเดินเธอเองก็อยากไปเยี่ยมเวินถิงเยี่ยนเหมือนกันถึงแม้เขาจะอยู่ในห้องไอซียู แต่ตามกฎของโรงพยาบาลก็ยังมีช่วงเวลาให้เข้าเยี่ยมได้ ทว่าเธอเป็นเพียงอดีตภรรยาเท่านั้นวันนั้นเธอตั้งใจจะไปโรงพยาบาลเยี่ยมเซนต์กับอีกคน หลังจากเตรียมใจอยู่นานจึงโทรหาแอนนา แล้วถามอย่างลังเลว่า “แอนนา ช่วงเวลาเยี่ยมตอนบ่าย ฉันไปเยี่ยมเวินถิงเยี่ยนกับเธอได้ไหม?”แอนนาลังเลไปเล็กน้อย แต่กลับปฏิเสธเธอ “อย่าเลยดีกว่าเจี่ยน”เจี่ยนจือรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย และไม่สะดวกจะยืนกรานต่อ จึงได้แต่เอ่ยว่า “งั้น...ก็ได้ ฉัน...”ในฐานะอดีตภรรยา เธอก็ไม่ควรให้ความสนใจกับเวินถิงเยี่ยนมากเกินไปจริง ๆ“ฉันแค่...รู้สึกอยากขอโทษ” เธ
เวินถิงเยี่ยนถูกส่งเข้าไอซียูแล้ว นั่นก็หมายความว่าตอนนี้พวกเธอจะไม่ได้เจอเขาอีกภายใต้การเกลี้ยกล่อมซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเจี่ยนหลาน แอนนากับเจี่ยนจือถึงยอมออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับบ้านเจี่ยนจือวางใจเรื่องแอนนาไม่ได้จริง ๆตลอดทาง แอนนาเอาแต่นิ่งเหม่อราวกับยังไม่สามารถยอมรับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับเวินถิงเยี่ยนได้เลยคำพูดมากมายของเจี่ยนจือ ทั้งคำขอโทษ คำสัญญา คำรับรอง...ไม่มีคำไหนเลยที่เธอจะพูดออกมาได้พอแอนนาเดินออกจากอาคารผู้ป่วย ก็เดินตรงไปทางนอกโรงพยาบาล ถึงขั้นลืมไปด้วยซ้ำว่าต้องขึ้นรถของพวกเขา“แอนนา...” เจี่ยนจือเรียกเธอเอาไว้แอนนาหันกลับมาด้วยท่าทางเหม่อลอย“แอนนา” พอเห็นแอนนาเป็นแบบนี้ เจี่ยนจือก็แทบร้องไห้ออกมา “ถ้างั้นช่วงนี้เธอไปพักที่บ้านฉันสักระยะดีไหม?”เธอกังวลว่าแอนนาจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหวแต่แอนนากลับยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้าเธอยังยิ้มได้ยังไงกัน...หัวใจของเจี่ยนจือเปรี้ยวฝาดราวกับมะนาวลูกหนึ่งที่กำลังถูกบิดจนแหลกเพื่อคั้นน้ำออกมา“แอนนา” เจี่ยนจือกลั้นไม่ไหวอีกครั้ง เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น “ไปอยู่กับพวกเราก่อนเถอะ จะได
เจี่ยนจือกับแอนนารออยู่นอกห้องฉุกเฉินนานมาก นานแสนนานจนกระทั่งฟ้ามืดสนิท ทั้งสามคนจึงทยอยถูกเข็นออกมาคนแรกที่ออกมาคือเซนต์ หรือก็คือบอดี้การ์ดที่ถูกยิง เขาได้รับบาดเจ็บตรงหัวไหล่ ตอนถูกเข็นออกมา บริเวณแผลถูกพันด้วยผ้าก๊อซ และตัวเขาก็มีสติแจ่มชัดแล้ว นอกจากสีหน้าจะซีดเล็กน้อยแล้ว ดูท่าทางสภาพจิตใจยังดีอยู่ หลังจากบอกเจี่ยนหลานว่าตัวเองไม่เป็นไรมาก ก็ถูกส่งตัวไปยังห้องพักผู้ป่วยจากนั้นก็เป็นบอดี้การ์ดที่ถูกรถชน เขากระดูกขาหัก ตอนถูกเข็นออกมา ขาข้างหนึ่งใส่เฝือกไว้ อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่มีอันตรายถึงชีวิตแล้วเจี่ยนจือมองขาของบอดี้การ์ดที่ถูกหุ้มด้วยเฝือก ความทรงจำอันห่างไกลช่วงหนึ่งพลันไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวอย่างรุนแรงราวกับคลื่นยักษ์ที่กำลังซัดกระหน่ำเธอกำเสื้อของเจี่ยนหลานแน่น “พี่ เขาจะขาเป๋ไหม?”บอดี้การ์ดก็เป็นคน ไม่ใช่เครื่องจักร เขาเพียงแค่ทำงานที่มีความเสี่ยงสูงงานหนึ่งเท่านั้น ถ้าต้องพิการเพราะเรื่องนี้...อาจเป็นเพราะตัวเธอเองเคยผ่านประสบการณ์แบบเดียวกันมาก่อน ดังนั้นเมื่อเห็นเฝือก จึงยิ่งรู้สึกบีบหัวใจเป็นพิเศษเจี่ยนหลานตบมือเธอเบา ๆ ก่อนจะไปถามรายละเอียดจากหมอ หลังจาก
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






