แชร์

บทที่ 427

ผู้เขียน: มู่โร่ว
มั่วฝานและหลูซีต่างตาเบิกโพลง พวกเขาได้ยินอะไรกัน

ตระกูลใหญ่โตตระกูลหนึ่งแย่งสมบัติกัน โดยใช้วิธีให้ยายเฒ่าผู้หนึ่งฆ่าตัวเอง บีบให้ท่านเทพยกเลิกการทวงหนี้ของพวกเขา

พวกเขาเคยเห็นผู้ที่ไร้ยางอาย ทว่าไม่เคยเห็นผู้ที่ไร้จิตใจเช่นนี้มาก่อน

พายายเฒ่าอายุเจ็ดสิบขึ้นไปยังดาดฟ้าชั้นสามสิบ ไปกระโดดฆ่าตัวตาย?

แม้เบื้องล่างจะมีเบาะรองรับการกระโดดปูเอาไว้ ทว่าคนแก่คนชราแค่ล้มก็กระดูกหักได้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องกระโดดลงมาจากตึกสูงเช่นนี้เลย

วันนี้หลูซียังนับความสูงของชั้นอย่างตั้งใจอีกด้วย

เขารู้ว่าสามสิบชั้นสูงเท่าไรกันแน่

ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่า ในโลกของท่านเทพบ้ากันไปหมดแล้วจริง ๆ!

เพื่อเงิน...

บ้ากันไปหมดแล้วจริง ๆ!

ในต้าฉี่ของพวกเขา แม้เงินจะสำคัญมาก ๆ ทว่าเสบียงอาหารและน้ำสำคัญยิ่งกว่า

มีเงินก็ใช่ว่าจะซื้อน้ำและเสบียงอาหารได้...

ฉะนั้น พวกเขาจึงไม่ยกให้เงินเป็นอันดับแรก ทว่าเสบียงอาหารและน้ำต่างหากที่เป็นอันดับแรก!

มั่วฝานเองก็รู้สึกว่าคนในครอบครัวของท่านเทพ เสียสติไปแล้วเพียงเพราะเงิน

ตอนนี้เขาเพิ่งจะรู้ว่า ที่แท้ท่านเทพเป็นเด็กกำพร้า

ข้างกายยังมีญาติพี่น้องชั้นหนึ่งอีกกลุ่มหนึ่ง
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 428

    ครั้นมั่วฝานได้ยินว่าหลูซีได้รับรางวัล ในใจก็ไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่งทว่าก็ไม่ได้เป็นเพราะอิจฉา ในบัตรของเขายังมีสี่ร้อยล้าน ไม่จำเป็นต้องอิจฉาเขาเพียงแต่...เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมการดำเนินชีวิตใหม่ ดูสิ หลูซีเพิ่งจะสิบหก ก็จับผู้ต้องการหนีคดีได้ตั้งแต่อายุยังน้อยแล้วหาเลี้ยงตัวเองได้แล้วส่วนเขาได้แต่พึ่งการขายของมีมูลค่าที่ตัวประทังชีวิตเห็นได้ชัดว่าตนไร้ประโยชน์ขนาดนั้น!เฮ้ออารมณ์เสียชะมัด!กลุ้มใจจริง ๆ!เขาหยิบขวดเบียร์ขึ้นมา แล้วกระดกหมดในรวดเดียวในขณะนี้เอง ผู้รับเหมาก็พาเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคมาด้วยกันเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคร่างเล็ก ค่อนข้างผอม สีหน้าซีดเผือดราวกับไม่ได้เจอแสงแดดมานานเขาไม่ได้สวมแว่น สวมเสื้อลายสก็อตธรรมาดา ๆ พร้อมนั่งลงอย่างเหนียมอาย เมื่อเห็นว่าผู้ที่นั่งอยู่โต๊ะนี้ไม่ใช่หนุ่มหล่อทว่าเป็นสาวสวย ก็วางมือลงบนเข่าด้วยความรู้สึกอึดอัดส่วนผู้รับเหมาย้ายเก้าอี้มานั่งข้างเย่มู่มู่อย่างสนิทสนมทั้งที่รู้จักกันได้ไม่นานเขาหยิบเบียร์ขึ้นมาเองขวดหนึ่ง จากนั้นก็รินใส่จนเต็มแก้ว“คุณบอกว่านักฆ่าคนนั้นถูกจับแล้ว?”“ใช่ค่ะ เพิ่งโทรเข้ามา มีคดีฆาตกรรมติด

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 429

    ผู้รับเหมาเขี่ยเถ้าบุหรี่ ก่อนจะกล่าวว่า “คุณรู้ดีอยู่แก่ใจก็พอแล้ว หากมีบุคคลที่น่าสงสัย ก็บอกมาเลย ผมจะช่วยหาคนไปจับตามองให้คุณเอง”“ได้ค่ะ!”ผู้รับเหมาดับบุหรี่ แล้วชนเบียร์กับมั่วฝานแก้วหนึ่ง พร้อมถามเย่มู่มู่“หนุ่มหน้าขาวไปหามาจากไหน?”มั่วฝานจีบปากจีบคอแล้วโต้กลับ “ข้าไม่ใช่หนุ่มหน้าขาว!”จากนั้นก็มองที่เย่มู่มู่อย่างไม่เป็นธรรมชาติ เขาไม่กล้าดูแคลนท่านเทพ!“โอเค ๆ ๆ นายไม่ใช่หนุ่มหน้าขาว มื้อนี้ใครเลี้ยง ดูท่าทางนายยังเป็นเด็กนักเรียนอยู่ใช่ไหม นายมีเงินจ่ายไหม?”ครั้นกล่าวถึงเงิน มั่วฝานก็ของขึ้นทันทีจะว่าอะไรเขาก็ได้แต่จะว่าเขาไม่มีเงินไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นที่ต้าฉี่ หรือว่าในยุคปัจจุบัน...เขารีบล้วงโทรศัพท์ดอกเบญจมาศรุ่นใหม่ออกมา พร้อมเปิดข้อความยอดเงินคงเหลือในธนาคาร“เห็นหรือยังว่าข้าซื่อจื่อมีเงิน!”ผู้รับเหมายื่นคอออกมาชำเลืองมองทีหนึ่ง นี่ ไม่ดูก็ไม่เป็นไรทว่าเมื่อดูก็เป็นอันต้องตกตะลึง!สี่...สี่ร้อยล้านเชียว!ไม่คิดเลยว่าเจ้าหมอนี่จะเป็นทายาทเศรษฐีดูเหมือนว่าคนโง่แต่มีเงินเยอะ หลอกได้ง่ายสุด ๆ!แม้ผู้รับเหมาจะเป็นคนที่ทำมาหากินไม่ถูกต้อง แต่เขาจะ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 430

    “ผู้หญิงที่หอโคมเขียวนั่นอย่างไร อ้างตนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ครั้นเจอรัฐทายาทน้อยก็บีบน้ำตาร้องไห้ บอกว่าถูกขุนนางชั้นผู้ใหญ่และเศรษฐีรังแก อยากให้รัฐทายาทน้อยช่วยตัดสินใจแทนพวกนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า”“พอรัฐทายาทน้อยไปช่วยออกหน้าแทนพวกนาง และหาเรื่องคนเหล่านั้นจริง ๆ พวกนางกลับร้องไห้ฉุดเขาเอาไว้ บอกว่าเพียงอยู่เป็นเพื่อนแค่คืนเดียว ทำให้คนทั้งเมืองหลวงรู้ว่า พวกนางคือคนของรัฐทายาทน้อย ถึงจะไม่ถูกคนรังแก”“รัฐทายาทน้อยค้างคืนในห้องของพวกนางจริง ๆ วันต่อมานางก็ส่งเขากลับไปด้วยความปลื้มปีติ จากนั้นก็ห้อยป้ายรับแขก ราคาสูงกว่าราคาก่อนหน้านี้เป็นสองเท่า ลูกไม้ที่บอกกับคนนอกคือ ผู้หญิงที่ทำให้รัฐทายาทน้อยอยู่ค้างอ้างแรมจนลืมกลับจวน!”“ขุนนางชั้นสูงและเศรษฐีแห่กันไปชิงอย่างที่คิดไว้จริง ๆ ข้าเคยเห็นมาก่อน คืนก่อนหน้านั้นยังร่ำไห้บ่นกับรัฐทายาทน้อยอยู่เลย คุกเข่าขอร้องให้เขาตัดสินใจรับเป็นหญิงสาวที่ค้างแรมด้วย ขณะเดียวกันวันต่อมาก็รับรองแขกผู้ชายสามคน เรื่องพรรค์นี้เยอะจนนับไม่หวาดไม่ไหว!”“เขาถูกหลอกหลายครั้งมาก ๆ ตระกูลมั่วก็จะช่วยเขาจัดการ!”เย่มู่มู่เห็นมั่วฝานกับคังเจียสยง เรียกพี่เรียกน้อ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 431

    การติดต่อครั้งที่สามคือเมื่อสามวันก่อน ฝ่ายตรงข้ามจ่ายเงินล่วงหน้าไว้ห้าสิบล้านนักฆ่าติดต่อฝ่ายตรงข้ามและกล่าว ไม่สำเร็จ!ต่อจากนั้น มือถือก็ตกอยู่ในมือหลูซีเย่มู่มู่ถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค “ตรวจสอบและค้นหาบัญชีที่ชำระเงินได้ไหม?”เธอต้องการรู้ให้ได้ว่าคนที่จะเอาชีวิตเธอคือใครและยังมีบิดามารดาของเธอ คนที่ทำร้ายพวกเขาคือใครกันแน่ถ้าเธอหาเจอ คนที่อยู่เบื้องหลังจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต!เย่มู่มู่ถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค “ตรวจสอบและค้นหาคนอยู่เบื้องหลังที่จ้างนักฆ่าได้ไหม?”“มีความยากเล็กน้อย เครือข่ายแวนถูกซ้อนอีกชั้นและเปลี่ยนที่อยู่ IP แล้วหลายครั้ง ไม่สามารถติดตามได้ ที่สำคัญ…”“ที่สำคัญอะไร?”“ผมรู้สึกว่าคำสั่งการของฝ่ายตรงข้าม เขาหาคนเฉพาะทางสั่งการอีกที ในเครือข่ายแวนมีคนคอยช่วยทำเรื่องที่ไม่อาจบอกใครได้บางอย่าง พวกเขาไม่ใช่ผู้อยู่เบื้องหลัง แต่เป็นคนกลางที่ส่งต่อมาเป็นทอด ๆ !”“คนกลางที่ส่งออกไปเป็นทอด ๆ อาจมีสองสามชั้นและอาจมีหลายสิบชั้น!”“ผมต้องใช้เวลาตรวจสอบนานมาก?”เย่มู่มู่จนใจกัดฟันพูดกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค “ห้าล้านบาท หาคนที่อยู่เบื้องหลังการว่าจ้างนักฆ่ามาฆ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 432

    “ดีขึ้นมากแล้ว อีกสามวันก็เริ่มออกเดินทางได้ ท่านเทพ มั่วฝานกับหลูซีสร้างความวุ่นวายให้กับท่านหรือไม่?”“ถ้าพวกเขาไม่เชื่อฟัง ท่านส่งพวกเขากลับมา!”เย่มู่มู่กล่าว “ไม่เป็นไร!”ทั้งสองคนค่อนข้างเชื่อฟัง อย่างน้อยพวกเขาก็ตั้งใจทำงานในพื้นที่ก่อสร้างมั่วฝานมีอุดมคติอันสูงส่งเป็นของตัวเองอีกครั้งก่อนกลับไปที่ต้าฉี่ อย่างน้อยเขาจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับไฟฟ้าให้ได้และวันนี้หลูซีจับฆาตกรไว้ได้ฆาตกรตัวเป็น ๆ ได้รางวัลเป็นเงินหนึ่งล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นบาทก่อนกลับไป เขาจะเอาเงินรางวัลแลกเป็นเสบียงอาหารและเอามาไว้ในมือที่สำคัญกว่านั้นเย่มู่มู่รู้สึกว่าหลูซีมีฝีมือการต่อสู้ที่ดี ประพฤติตัวดีมากและยังเชื่อฟังถ้าไม่ใช่เพราะหลูซี เธอเกือบตายถึงสองครั้งแล้วเธออยากให้หลูซีอยู่ต่อ ไม่ว่าจะเข้าเรียนหรือเป็นผู้พิทักษ์ของเธอเด็กคนนี้มีอุปนิสัยที่ดีปกติไม่ค่อยพูดจา แต่ชอบทำงานและมีสมาธิในการทำงานสูงมากหน้าตาก็ยังน่ารักมากอีกด้วย!เย่มู่มู่นำสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้บอกเล่าแก่จ้านเฉิงอิ้นมีคนออกคำสั่งให้มาฆ่าเธอถ้าไม่ใช่เพราะหลูซีช่วยเธอไว้ บางทีเธออาจถูกแจกันอันหนึ่งฟาดตายแล้ว!เธอถ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 433

    เย่มู่มู่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวตรงบันไดจึงหันขวับเธอเห็นหลูซียกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาและไม่คิดว่ายิ่งเช็ดยิ่งไหลออกมาจนไม่สามารถหยุดการไหลของน้ำตาได้อีกเด็กคนนี้ อายุสิบหกปีรูปร่างและส่วนสูงไม่กี่สิบเซนติเมตร อายุไม่เกินสี่สิบห้าแน่ เขาขาดสารอาหารอย่างรุนแรง ทำให้ลดอายุขัยของกระดูกและส่วนสูงชะลอลงจนกระทั่งทำให้เขาดูแล้วสูงเพียงประมาณหนึ่งเมตรกับหกสิบห้าเซนติเมตรเย่มู่มู่พลันยืนขึ้นหยิบกระดาษทิชชู่บนโต๊ะน้ำชาและเดินเข้าไปยื่นให้เขา“ร้องไห้ทำไม?”“นี่คือกระดาษทิชชู่ ใช้สิ่งนี้เช็ดน้ำตาจึงจะไม่ไหลเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ …”เขารับไว้และดึงทิชชู่แผ่นหนึ่งออกมาเช็ดน้ำตาให้สะอาดเขาเดินลงบันได วางอาหารที่ห่อกลับมาห่อใหญ่ลงบนโต๊ะ จากนั้นจัดระเบียบเสื้อผ้าเขาคุกเข่าตรงหน้าเย่มู่มู่และหมอบกราบอย่างลึกซึ้งสามครั้ง“ท่านเทพ ขอบคุณท่านที่จะให้ข้าอยู่ต่อที่นี่ ตะ แต่ว่า…”เขาเงยหน้าขึ้นพร้อมดวงตาที่แดงก่ำและอ้ำอึ้งพูดต่อไปไม่ไหวเย่มู่มู่ถามเขา “เจ้าไม่อยากอยู่ต่อหรือ?”เขาส่ายหัวอย่างแรง “เปล่าขอรับ ข้าน้อยอยากอยู่มาก แต่ว่าชีวิตที่นี่ดีเกินไป!”“ได้กินของดี ได้สวมเสื้อผ้าดี ๆ ข้า

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 434

    “หลูซีเขาเด็กเกินไป ข้าจะส่งหลูหมิงไปด้วย จะได้สมปรารถนาสองพี่น้อง มีเขาสองคนอยู่ทางนั้นข้าค่อยวางใจหน่อย”เย่มู่มู่ยิ้มกล่าว “จริงรึ? เช่นนั้นแล้วสถานะทาสของหลูซีกับหลูหมิง…”“ข้าจะเขียนจดหมายถึงตระกูลมั่ว แค่หน่วยกล้าตายสองคน พวกเขาจะเห็นแก่หน้าของข้า และยอมปล่อยคนพร้อมคืนสำเนาสถานะให้!”เย่มู่มู่หัวเราะอย่างมีความสุข “ดีจังเลย จ้านเฉิงอิ้น ขอบคุณเจ้านะ!”จ้านเฉิงอิ้นได้ยินเสียงหัวเราะดั่งกระดิ่งพร้อมสัมผัสได้ว่าช่วงเวลานี้เธอมีความสุขเพียงใด“ไม่เป็นไรขอรับท่านเทพ…ข้าพบโรงงานผลิตระเบิดและแหล่งขุดเหมืองแร่ของกองทัพธงเหลืองแล้ว”“ข้าจะทำลายโรงงานผลิตระเบิดโดยเร็ว กำจัดเหมืองแร่และสถานที่ผลิตอาวุธ…”“ข้าจัดกำลังพลไว้แล้วและจะเดินทางในอีกสามวันหลังจากนี้!”เย่มู่มู่พลางคิดว่าจะระเบิดโรงงานผลิตระเบิด ขั้นตอนแรกก็ต้องมีระเบิดจำนวนมาก“จ้านเฉิงอิ้น เดี๋ยวข้าไปเร่งระเบิดให้อีกครั้ง จะให้เขามาส่งภายในสามวัน จากนั้นข้าจะใส่ไว้ในที่ว่างเปล่าเป็นอันดับแรก”“เพียงแต่หินแร่เหล็ก…ข้าจะไปซื้อเศษถ่านหินอีกสองสามคันรถให้เจ้านะ!”“ท่านเทพ ตอนนี้ยังไม่ต้องใช้เศษถ่านหิน เพียงแต่ว่าจำนวนรถไม่เ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 435

    หน่วยกล้าตายสิบหกคนเดินเข้ากระโจมจ้านเฉิงอิ้นและคุกเข่าข้างเดียวทั้งหมดพวกเขาทุกคนยังหนุ่มมาก คนที่อายุมากที่สุดคือยี่สิบหกปีอายุน้อยที่สุดสิบแปดปีใส่ชุดสีดำที่เป็นหนึ่งเดียวกันของจวนรัฐทายาทและสวมรองเท้าผ้าใบที่มั่วฝานฝากเย่มู่มู่สั่งซื้อรองเท้าไม่ได้ซักมานาน ฝุ่นจึงเกาะเต็มไปหมดตั้งแต่ท่าคุกเข่ารวมถึงท่ากำดาบของพวกเขา ค่อนข้างแตกต่างจากทหารผ่านศึกแต่ทุกคนต่างหน้าม่อยคอตก สีหน้าหม่นหมองการหายตัวไปของมั่วฝานส่งกระทบพวกเขาอย่างหนักจ้านเฉิงอิ้นกวาดตามองทั้งสิบหกคนและเอ่ยถาม “ผู้ใดคือหลูหมิง?”หนุ่มวัยยี่สิบปีคนหนึ่งที่อยู่ริมสุดพลันเงยหน้าขึ้นมา ฝุ่นเกาะตามใบหน้า แต่หน้าตายังถือว่าเป็นปกติเขาตอบกลับ “แม่ทัพ ข้าน้อยคือหลูหมิง ทางฝั่งหลูซีเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่ขอรับ?”จ้านเฉิงอิ้นกล่าว “ไม่มีอะไร เขากับมั่วฝานอยู่กับท่านเทพ พวกเขาสบายดีมาก พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง”หน่วยกล้าตายหลายคนพลันเงยหน้าขึ้นพร้อมแสดงแววตาประหลาดใจและไม่อยากเชื่อจากนั้นทุกคนหันขวับทอดมองจวงเหลียงที่ยืนข้าง ๆ พร้อมกันแม่ทัพใหญ่พูดว่ารัฐทายาทอยู่กับท่านเทพและสบายดีมากแต่ทว่าเหตุใดเขาจึงได้แส

บทล่าสุด

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 714

    เค้าโครงหน้าคมคาย ยิ่งดูหล่อเหลาโดดเด่นขึ้นแต่สีหน้ากลับเย็นชามาตลอด กลายเป็นหนุ่มหล่อสุดเย็นชาประจำโรงเรียนมัธยมปลายแห่งนี้ไปแล้วแน่นอนว่า เขาเดินทางด้วยจักรยานสาธารณะ หรือไม่ก็นั่งรถประจำทาง ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีของแบรนด์เนมเลยไม่เหมือนกับเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ที่พอเข้าเรียนปุ๊บก็รู้เลยว่า พ่อแม่ทำอาชีพอะไร มาจากตระกูลไหน ตระกูลมีกิจการอะไรบ้างเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ล้วนแต่ร่ำรวยหรือมีฐานะสูงส่งส่วนเขาพื้นเพธรรมดา การแต่งตัวก็สบาย ๆโรงเรียนมัธยมปลายแห่งนี้ไม่มีเครื่องแบบนักเรียน เพื่อนคนอื่น ๆ ใส่แต่แบรนด์หรู หรือไม่ก็ชุดสั่งตัดส่วนเขาใส่เสื้อผ้าแผงลอยข้างทาง!อาศัยหน้าตาแบกล้วน ๆพอดูออกว่าที่บ้านไม่มีเงิน ก็ถูกนักเรียนเกเรหมายหัวเพื่อนร่วมชั้นที่มายั่วโมโห หัวเราะอย่างโอหัง “โธ่เอ๊ย กล้าทำหน้าบึ้งใส่ฉันเหรอ!”“มา ๆ ๆ วันนี้พวกเราสั่งสอนมันหน่อย ลากตัวมันขึ้นรถไปที่นอกเมือง”หลันซีเยว่ตัวสั่นด้วยความกลัวอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังคงขวางอยู่ข้างหน้าเขา“พวกนายกล้าเหรอ ถ้าวันนี้พวกนายกล้าแตะต้องเขาแม้แต่นิดเดียว ฉันจะโทรแจ้งตำรวจ!”ทันใดนั้นนักเรียนหลายคนก็หัวเราะล

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 713

    เมื่อรถของเย่มู่มู่และหลูหมิงเคลื่อนตัวออกไป ลู่ฉิงยวนยังคงยืนสง่าอยู่ริมถนน มองส่งจนรถลับสายตาไป ครั้งนี้ก็ใช่ว่าจะไม่ได้อะไรเลย อย่างน้อยเขาก็ได้ช่องทางการติดต่อของเธอมาเย่มู่มู่ตอนห้าขวบไม่ยอมรับเขา~ไม่นึกเลยว่าพออายุยี่สิบปี เย่มู่มู่ก็ยังคงไม่ชอบเขาเหมือนเดิมผู้หญิงเพียงคนเดียว กลับเป็นคนที่ทำให้เขาพ่ายแพ้ถึงสองครั้งในชีวิตนี้หลังจากขึ้นรถแล้ว ลู่ฉิงยวนก็ถามหัวหน้าบอดี้การ์ดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “บอดี้การ์ดที่อยู่กับเย่มู่มู่คนนั้น เป็นคนของสายไหนกันแน่?”หัวหน้าทีมบอดี้การ์ดยังนึกถึงชายคนนั้น ออกหมัดฉับไว รุนแรง นั่นไม่ใช่ฝีมือของคนธรรมดาแน่นอน“เป็นนักสู้มืออาชีพครับ ที่สำคัญคือเป็นประเภทที่ทุกกระบวนท่าล้วนมุ่งเอาชีวิต! นั่นไม่ใช่ฝีมือของพวกเรียนกังฟูหรือซานต้าวิธีที่เขาลงมือ ผมไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย!”ลู่ฉิงยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย แค่คนเดียวก็สามารถล้มบอดี้การ์ดของเขาทั้งหมดลงไปกองกับพื้นได้เดิมทีเขายังเป็นห่วงเย่มู่มู่ กลัวว่าเด็กกำพร้าตัวคนเดียวอย่างเธอจะถูกรายล้อมไปด้วยฝูงหมาป่าและเสือร้ายแต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าความกังวลของเขาจะไม่จำเป็นเสียแล้วการที่สามารถอัด

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 712

    “คุณคู่ควรกับผู้หญิงที่ดีกว่านี้นะคะ ส่วนฉัน... ไม่ได้สนใจเรื่องแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์อะไรแบบนั้นเลยค่ะ!”เธอกำลังจะหันหลังเดินจากไป แต่เสียงของลู่ฉิงยวนก็เย็นเยียบลงหลายส่วน เขาถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า “ทำไม?”เย่มู่มู่หันกลับไปมองเขา“ทำไมถึงปฏิเสธผม คุณรู้ไหมว่าคุณกำลังจะพลาดอะไรไป?”“คุณไม่ชอบผม หรือคิดว่าเราไม่มีความรู้สึกต่อกันงั้นเหรอ!”เย่มู่มู่ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ขอโทษนะคะคุณลู่ มันไม่เกี่ยวกับคุณเลยค่ะ การที่ต้องสร้างครอบครัวกับผู้ชายที่แทบไม่รู้จักกันดี แค่คิด...ฉันก็รับไม่ได้แล้วค่ะ!”“สุดท้ายแล้ว ก็ยังเป็นเพราะคุณไม่ชอบผมใช่ไหม? มู่มู่ อย่าดื้อนักเลย ความรู้สึกน่ะมันสร้างกันได้นะ...”เย่มู่มู่ขมวดคิ้ว มองไปยังลู่ฉิงยวนเขาทั้งหนุ่ม ทั้งรวย อาศัยความสามารถของตัวเองล้วน ๆ สร้างหลิ่วอวิ๋นกรุ๊ปจนยิ่งใหญ่ได้อย่างทุกวันนี้เขายอดเยี่ยมมากบางทีในอนาคตเธออาจจะต้องเสียใจ ที่ตัวเองพลาดมหาเศรษฐีโสดผู้เพียบพร้อมทั้งความสามารถและฐานะระดับเพชรยอดมงกุฎคนนี้ไปแต่ ตอนนี้ในหัวของเธอมีแต่เรื่องหาเงิน และเรื่องการช่วยจ้านเฉิงอิ้นรวบรวมใต้หล้าให้เป็นปึกแผ่นในคติประจำใจ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 711

    “แน่นอนว่าพวกเธอก็จะไม่บังคับลูก ๆ ถ้าไม่ชอบ ก็ปฏิเสธได้!”“ต่อมา คุณแม่เกิดอุบัติเหตุ ผมถูกบ้านตาไปรับเลี้ยง ไอ้สารเลวนั่นเริ่มฟ้องร้องยาวนานกว่าสิบปี เพียงเพื่อล้มล้างพินัยกรรมของแม่!”“ระหว่างนั้น เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในมือผม ป้าหลินจึงมอบหุ้นห้าเปอร์เซ็นต์ในมือของเธอให้ผมโดยไม่คิดค่าตอบแทน”“ผมเคยถามเธอ ว่าต้องการอะไรเป็นการตอบแทนไหม์”“เธอขอให้ผมดูแลคุณให้ดี หากวันใดวันหนึ่งพวกเขาสามีภรรยาเกิดเรื่องอะไรขึ้น คุณก็จะกลายเป็นเด็กกำพร้า ต้องถูกคนตระกูลเย่รังแกแน่ ๆ เธอหวังว่าผมจะรับปากว่าจะดูแลคุณให้ดีไปชั่วชีวิต!”น้ำตาของเย่มู่มู่ร่วงเผาะ ๆเธอไม่คิดเลยว่า คุณแม่ได้วางแผนเพื่อเธอไว้แต่เนิ่น ๆ แล้วเพื่อเดิมพันกับโอกาสอันน้อยนิดนั้น ใช้หุ้นห้าเปอร์เซ็นต์ของลู่ซื่อกรุ๊ป แลกกับคำมั่นสัญญาเพื่อเธอพ่อแม่ของเธอรักเธอมาก“ลู่ฉีหยางตามหาคุณ ข่มขู่คุณ! นอกจากจะหมายตาฟู่ลี่กรุ๊ปที่เป็นคู่ค้ารายใหญ่แล้ว ยังมีอีกอย่าง พวกเขารู้ว่าแม่ของคุณมีหุ้นห้าเปอร์เซ็นต์!”“ผมเปิดเผยรายชื่อผู้ถือหุ้นสิบอันดับแรกของบริษัทต่อสาธารณะ พวกเขาก็ยังคงไม่เชื่อ!”“อยากจะยึดหุ้นห้าเปอร์เซ็นต์นั้นมาเป็นขอ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 710

    ตอนที่เธออายุประมาณห้าขวบ เคยพบเคยพบลู่ฉิงยวนครั้งหนึ่งตอนนั้นเป็นการประชุมประจำปีขององค์กร ลู่ฉิงยวนถูกลุงพามาจากเมืองหลวงเพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปีของฟู่ลี่กรุ๊ปเวลานั้นแม่ถามเธอว่า “ชอบพี่ชายตัวน้อยคนนั้นไหมจ๊ะ? ให้เขาเป็นแฟนของหนูดีไหม?”ตอนนั้นเธอยังเด็กเกินไป ฟันยังไม่ทันขึ้นครบเธอกำลังกินเค้กก้อนเล็ก ๆ พลางถามมารดาด้วยท่าทางน่ารัก “คุณแม่คะ แฟนคืออะไรเหรอคะ กินได้หรือเปล่า?”ผลลัพธ์ก็คือคำพูดประโยคนี้ทำให้ลุงของลู่ฉิงยวนกับบิดาของเธอรู้สึกขบขัน!แต่ว่าเธอกับลู่ฉิงยวนเคยพบกันแค่เพียงครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น แล้วก็ไม่เคยพบกันอีกเลยตอนนั้นพ่อกับแม่ของเธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ลู่ฉิงยวนไม่ได้มาไว้ทุกข์ ทว่าลุงของเขาส่งของมาร่วมพิธี!แต่ว่าคนไม่ได้มา!แน่นอนว่าเย่มู่มู่สามารถเข้าใจได้ พอหมดอำนาจคนก็ลาจาก เด็กกำพร้าเช่นเธอไม่ค่าพอที่จะแสวงหาผลประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอถอนตัวจากการบริหารฟู่ลี่กรุ๊ปทุกคนรู้ดีว่าเอาอกเอาใจเธอไปก็ไม่มีประโยชน์ตอนที่พ่อแม่ของเธอยังมีชีวิตอยู่ มีคนไปมาหาสู่อยู่บ้างทว่าหลังจากที่พ่อแม่ของเธอเสียชีวิต ก็ไม่มีใครมาสนใจอีกเล

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 709

    คิดไม่ถึงเลยว่าคุณผู้หญิงหลิวจะทำให้เป็นเรื่องราวใหญ่โตและสู้ยิบตา จนคุณชายลู่รู้สึกเสียใจในภายหลังเขาคุกเข่าลงต่อหน้าคุณผู้หญิงหลิว ตบหน้า และสารภาพด้วยน้ำตานองหน้าบอกว่าไม่ยินยอมหย่าร้าง ขอร้องให้คุณผู้หญิงหลิวให้โอกาสเขาอีกสักครั้งหนึ่งเพื่อแสดงความจริงใจ เขาจึงลบข้อมูลการติดต่อของผู้หญิงทุกคนทิ้งไปจนหมด ต่อหน้าคุณผู้หญิงหลิวทั้งยังเปิดเผยข่าวอื้อฉาวของนักแสดงที่เคยมาก่อเรื่องต่อหน้าคุณผู้หญิงหลิว และทำลายอาชีพของเธอ!นอกจากนี้ยังทำให้ผู้หญิงอีกคนหนึ่งต้องตกงาน และถูกแบนในธุรกิจนั้นด้วยเขาเอาบ้าน และรถที่จ่ายเงินซื้อให้กับคุณหญิงลู่ กลับคืนมาทั้งหมด!บางทีคณผู้ชายลู่อาจจะแสดงเก่งจนเกินไป บางทีลูกอาจจะเล็กจนเกินไป จึงไม่อยากให้ลูกที่พอเกิดมาก็กลายเป็นครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยวคุณผู้หญิงหลิวจึงใจอ่อนเธอยอมรับคุณผู้ชายลู่ และชิงบริษัทที่อยู่ในมือของคุณชายลู่กลับคืนมาญาติพี่น้องและเพื่อนที่คุณชายลู่เอาเข้ามาก่อนหน้านี้ ถูกไล่ออกไปจนหมดเชิญพนักงานเก่ากลับเข้ามาโรงงานภายใต้การบริหารของคุณผู้หญิงลู่ กลับมาฟื้นฟูอีกครั้งและในครั้งนี้ คุณผู้หญิงหลิวได้บีบคุณผู้ชายลู่ให้ล

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 708

    หากว่าทางจ้านเฉิงอิ้นสามารถเอาชนะการรบได้ เธอจะต้องเฉลิมฉลองให้สักครั้งอย่างแน่นอนเธอกับหลูหมิงคืนจักรยานไฟฟ้าอย่างมีความสุข และขึ้นรถแท็กซี่เพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟความเร็วสูงฮ่าวอี้และเสี่ยวเฉิงที่เฝ้าดูกระบวนการทั้งหมดอยู่ เมื่อเห็นพวกเขาขึ้นรถแท็กซี่ไป ก็ขับรถตามไปอยู่ห่าง ๆจนถึงวันนี้หวังเสี่ยวเฉิงก็ยังไม่อาจเข้าใจได้ เรื่องที่ว่าเจ้านายของตนเองเป็นผู้บำเพ็ญเซียน“พี่ นี่ผมกำลังฝันอยู่ใช่ไหม คุณหนูเย่เป็นนักศึกษาที่อายุยังน้อยแล้วก็สวยขนาดนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะเป็นผู้บำเพ็ญเซียน เหลือเชื่อเกินไปแล้ว”“พี่ว่า ผมต้องฝากตัวเป็นศิษย์กับเธอหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นไปขอให้เธอทดสอบหินวิญญาณให้ดีไหม ไม่แน่ผมอาจมีความสามารถในการบำเพ็ญเซียนเหมือนกันก็ได้?”ฮ่าวอี้กำลังมองคนปัญญาอ่อนที่ฝันกลางวันมาตลอดทั้งวัน “หุบปาก เย่มู่มู่เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น!”“ผมรู้อยู่แล้วน่า ว่าเธอเป็นแค่ผู้บำเพ็ญเซียนที่ซ่อนตัวเป็นคนธรรมดาเท่านั้น พี่ว่าตอนนี้เธอบรรลุถึงขั้นไหนแล้ว?”“ฝึกลมปราณ สร้างรากฐาน หรือว่าแก่นปราณทองคำ? สามารถดูดซับสายฟ้า เคลื่อนย้ายพายุฝน ขั้นต่อไปก็พลักภูเขาผลิกทะเล

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 707

    แคว้นฉู่กับแคว้นฉี่ หรือแม้กระทั่งแคว้นอวี่ กับแคว้นหย่งต่างก็กำลังจับจ้องกองทัพเผ่าหมาน...ทำไมงั้นหรือ?พวกเขาต่างก็ต้องการเข้ามาแบ่งปันผลประโยชน์ของแคว้นต้าฉี่เพราะความโง่เขลาและเหี้ยมโหดของฮ่องเต้น้อย ไม่แบ่งแยกถูกผิด และพยายามทุกวิถีทางเพื่อสังหารจ้านเฉิงอิ้นพวกเขาจึงต่างคิดว่าแคว้นต้าฉี่อ่อนแอข่มเหงได้ง่าย!หากในหกแคว้น แคว้นใดที่ล้มลงไวที่สุดย่อมต้องเป็นแคว้นฉี่ที่ปราศจากจ้านเฉิงอิ้นอย่างแน่นอนดังนั้น การที่เผ่าหมานแห่งม่อเป่ยบุกโจมตีแคว้นต้าฉี่ ทุกแคว้นของหัวเซี่ยจึงจ้องกันตาเป็นมันหากว่าเผ่าหมานแห่งม่อเป่ยทำสำเร็จแคว้นฉู่กับแคว้นฉี่ก็จะถอนทัพออกจากแคว้นเยี่ยนโดยทันที และยกกำลังทหารทั้งหมดไปที่แคว้นต้าฉี่ล่าสังหารราษฎรของแคว้นต้าฉี่มาเป็นเสบียงอาหารอย่างป่าเถื่อน เพื่อเอาชีวิตรอดจากภัยแล้งสองปีที่อันตรายที่สุดหากว่าเผ่าหมานแห่งม่อเป่ยล้มเหลว ก็ไม่เป็นไรทหารเผ่าหมานที่กล้าหาญและสันทัดในการรบสองแสนคน ถึงแม้จะพ่ายแพ้ ก็สามารถลดทอนกำลังของกองทัพตระกูลจ้านลงได้เมื่อพวกเขาบุกเข้าแคว้นต้าฉี่ก็จะสะดวกมากยิ่งขึ้นจุดจบเป็นเช่นไร พวกเขาเพียงแต่ต้องใช้กลยุทธ์ดูไฟจา

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 706

    ขอเพียงสามารถยึดครองทัพกระกูลจ้าน พวกเขาก็จะสามารถบุกเข้าเมืองหลวง และแช่งยิงแผ่นดินต้าฉี่มาได้ ผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่าจะถูกจ้านเฉิงอิ้นทำให้เสียเรื่องเขามองเข้าไปยังสนามรบ ที่ยังคงโรมรันกับกองทัพตระกูลจ้าน ทหารเผ่าหมานต่อสู้ดิ้นรนอย่างยากลำบาก จะให้พวกเขายอมรับความพ่ายแพ้ ละทิ้งเมืองหลวงแห่งแคว้นต้าฉี่เช่นนี้งั้นหรือ?ไม่มีทาง!เขายกดาบม่อเตาที่อยู่ในมือ จับจ้องไปที่จ้านเฉิงอิ้นด้วยดวงตาที่แหลมคมราวกับเหยี่ยว“ข้า ม่อเป่ยอ๋อง จะไม่มีวันพ่ายแพ้อย่างแน่นอน!”จ้านเฉิงถือดาบม่อเตาด้วยมือเดียว กระชับบังเหียนม้าและเดินวนอยู่รอบ ๆ ตัวเขา“หลัวซู่ เจ้าหมดหวังแล้ว เจ้าไม่อาจเอาชนะกองทัพตระกูลจ้านได้หรอก!”“ยอมจำนนแต่โดยดีเถิด!”หลัวซู่ปักมีดลงไปในดินโคลน สายตาของเขาเย็นชา “ข้าเป็นบุรุษแห่งทุ่งหญ้า ไม่เกรงกลัวความตาย!”“เพียงแต่ข้าไม่ยินยอมเท่านั้น เหตุใดข้าจึงได้พ่ายแพ้เจ้าอย่างไร้สาระเช่นนี้ พ่ายแพ้เจ้าอย่างรวดเร็วเช่นนี้!”การศึกในครั้งนี้มีความแข็งแกร่งที่แตกต่างกันมากกองทัพตระกูลจ้านของจ้านเฉิงอิ้น ไม่ว่าจะเป็นอาวุธยุทโธปกรณ์ ขวัญกำลังใจ หรือว่าจำนวนคนที่ติดอาวุธ...ไม่ว่าจะ

สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status