Masukวันต่อมา (วันเสาร์)
บริเวณศาลาสวนหย่อมของคฤหาสน์หลังใหญ่ มีเด็กสาวคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคุณหนูของคฤหาสน์หลังนี้กำลังนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่ โดยมีบอดี้การ์ดส่วนตัวอีกสองคนยืนอารักขาอยู่หน้าศาลา พวกเขาทั้งสองยืนคนละฝั่งของศาลาโดยหันหน้าเข้าหากัน
เด็กสาวนั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆจนอ่านมาถึงเนื้อหาข้อที่เธอไม่เข้าใจ คิ้วเรียวเล็กขมวดเข้าหากันยุ่ง พยายามอ่านซ้ำวนไปวนมาอยู่หลายรอบแต่ก็ไม่เข้าใจสักที และในเมื่ออ่านแล้วไม่เข้าใจ เธอจึงหันไปทางบอดี้การ์ดคนของใจเพื่อที่จะถามเขา เพราะรู้มาว่าเขาเรียนเก่งเรียนจบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าเขาต้องให้ความกระจ่างข้อนี้แก่เธอได้
"พี่วายุคะ ช่วยมาดูตรงนี้ให้น้องหน่อยสิน้องอ่านไม่เข้าใจเลยค่ะ" มิราเรียกเขาน้ำเสียงหวาน แล้วพูดพลางชี้นิ้วลงบนหนังสือหน้าที่เปิดอ้าอยู่
ด้านวายุหันไปมองเด็กสาวนิ่งๆ ไม่ได้เดินไปดูตามที่เธอบอกแต่อย่างใด เขายืนมองหน้าเธออยู่อย่างนั้น ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกใดๆ จนคนที่ถูกมองรู้สึกประหม่ากับสายตาของเขา
"เอ่อ งั้นไม่เป็นไรก็ได้ค่ะ" มิราสีหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด ถึงเธออยากจะให้เขาสอนมากแค่ไหน แต่ก็เกรงว่าเขาอาจจะไม่สะดวกหรืออึดอัดกับการที่ต้องมาสอนเธอ และอีกอย่างเธอกลัวว่าเขาจะรำคาญเธอด้วย
"พี่" ภีมที่มองอยู่เอ่ยกระซิบเรียกบอดี้การ์ดรุ่นพี่ พลางพยักพเยิดหน้าไปทางคุณหนูตัวน้อย
วายุจึงหันมามองบอดี้การ์ดรุ่นน้องนิ่งๆโดยไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะหันกลับไปมองเด็กสาวครู่หนึ่ง จากนั้นก็ก้าวขาแกร่งย่างเท้าขึ้นไปบนศาลาที่เด็กสาวนั่งอยู่ เดินไปหยุดยืนใกล้เธอโดยเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยถามออกไป
"ตรงไหนครับที่ไม่เข้าใจ"
"ตรงนี้ค่ะ" มิราเงยหน้าขึ้นมาตอบทันทีด้วยใบหน้ายิ้มๆละคนดีใจ พร้อมกับชี้นิ้วลงบนหนังสือตรงเนื้อหาข้อที่เธอจะให้เขาสอน
"คุณหนูครับงั้นเดี๋ยวผมไปเอาของว่างมาให้นะครับ" ภีมเอ่ยพูดขึ้น
"ค่ะ" มิราตอบกลับทันทีด้วยใบหน้ายิ้มๆ ด้านภีมจึงยิ้มตอบตามปกติ จากนั้นก็เดินไปเอาของว่างมาให้คุณหนูตัวน้อยทันที
แต่ทว่ารอยยิ้มของเด็กสาวที่ยิ้มให้ภีมเมื่อครู่มันช่างขัดหูขัดตาของอีกคนเสียจริง แต่กระนั้นเขาก็ยังคงนิ่งเป็นหินอยู่อย่างนั้น ไม่ได้แสดงอาการใดๆออกมา ทั้งที่ภายในใจกลับไม่นิ่งเลย
จากนั้นก็เลือกไม่สนใจ แล้วโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่ออ่านเนื้อหาในหนังสือข้อที่เด็กสาวไม่เข้าใจ โดยมือหนาข้างหนึ่งใช้ปลายนิ้วใหญ่ลากไปตามตัวหนังสือที่ตัวเองกำลังอ่าน มือหนาอีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกงราคาแพงของตัวเอง
"เท่จัง หล่อด้วย" มิราพูดออกมาเบาๆราวกับคนเหม่อลอย ขณะมองคนตัวโตตรงหน้าไม่ละสายตา มือบางสองข้างเท้าคางเอาไว้โดยค้ำยันข้อศอกลงบนโต๊ะ นั่งมองเขาตาแป๋วอย่างคนหลงใหล
ด้านวายุปลายตามองเด็กสาวเพียงเล็กน้อย เขาเลือกที่จะไม่สนใจและกลับมาอ่านหนังสือต่อ เพียงครู่หนึ่งเขาอ่านจนเข้าใจและก็ได้คำตอบที่แน่ชัด จึงเอ่ยอธิบายหรือสอนให้เด็กสาวเข้าใจถึงเนื้อหาในข้อนั้นทันที
"ตรงนี้เนื้อหาบอกเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ครับ สิ่งสำคัญคือการประยุกต์ใช้หรือนำมาดัดแปลงปรับวิธีใช้เอง"
"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง น้องเข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ พี่วายุเก่งจังเลย" มิราไม่ลืมที่จะเอ่ยขอบคุณพร้อมพนมสองมือน้อยๆไหว้คนตัวโตตรงหน้า ยิ้มหวานให้เขาอย่างน่ารัก
ทำเอาคนมองสตั้นนิ่งไปทันทีกับรอยยิ้มหวานของเธอ ไหนจะที่เธอยกมือไหว้เขาอีก ไม่คิดว่าคุณหนูอย่างเธอจะไหว้บอดี้การ์ดอย่างเขา ที่จริงแค่เอ่ยขอบคุณเขาเฉยๆมันก็มากพอแล้ว ขณะที่ในหัวกำลังคิดว่าเด็กคนนี้น่ารักได้มากขนาดนี้เชียวเหรอ ทำไมเธอถึงไม่มีนิสัยเหวี่ยงวีนและเอาแต่ใจตามแบบฉบับลูกคุณหนูอย่างที่เขาเคยคิดไว้ในตอนแรก ซึ่งถ้าเธอเป็นเด็กนิสัยเสียมันก็ง่ายต่อการที่เขาจะไม่รู้สึกดีกับเธอ ไม่ใช่อย่างที่เขารู้สึกดีอยู่ตอนนี้และยิ่งเอ็นดูเธอเข้าไปใหญ่ จนยากที่จะหักห้ามใจไม่ให้รู้สึกเกินเลยกับเธอได้
"พี่วายุเป็นอะไรรึเปล่าคะ" มิราเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าคนตัวโตนิ่งไป
ด้านวายุกำลังสติหลุดลอยเหมือนคนตกอยู่ในภวังค์ ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหวานของเด็กสาวที่เอ่ยถามเขา จนเธอต้องเอ่ยเรียกอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเขายังนิ่งอยู่
"พี่วายุคะ"
ทว่าเขาก็ยังคงนิ่งเหมือนเดิม จนเด็กสาวถึงกับอมยิ้มขึ้นมาอย่างซุกซนเมื่อในหัวนึกอะไรสนุกๆออก และไม่มัวรอช้า...
พรึ่บ!
ฟอด~
เธอลุกพรวดขึ้นแล้วฉกหอมแก้มเขาอย่างรวดเร็วไปหนึ่งฟอด ก่อนจะยิ้มหน้าระรื่นให้เขาละคนพอใจกับการกระทำของตัวเองเป็นที่สุด
ด้านวายุเมื่อโดนเด็กสาวหอมก็ได้สติขึ้นมาทันที มองเด็กสาวด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นเข้มดุทันควัน เขาไม่คิดว่าเธอจะทำอะไรแบบนี้ได้ ซึ่งการกระทำของเธอมันไม่เหมาะไม่ควรเอาเสียเลย เพราะเธอเป็นผู้หญิงและยังเด็กอยู่ด้วย เธอไม่ควรหอมแก้มผู้ชายก่อน และถ้าเกิดบอดี้การ์ดคนอื่นยืนอยู่แถวนี้แล้วเห็นเข้าคงไม่ดีแน่
"อย่าทำแบบนี้อีก ผมไม่ชอบ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเข้มดุไม่ต่างจากใบหน้า พูดจบก็หันหลังให้เด็กสาวแล้วเดินออกไปโดยไม่หันหลังกลับ
ด้านมิราที่โดนดุก็มีสีหน้าสลดทันที แต่ทว่าเธอเศร้าได้เพียงไม่นาน ใบหน้าน่ารักก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง สร้างความฮึกเหิมขึ้นมาในใจ
"วันนี้ไม่ชอบ แต่วันหน้ามิราคนนี้จะทำให้พี่วายุชอบให้ได้เลยคอยดูเถอะ" เธอพูดตามหลังเขาที่เดินออกไปไกลแล้ว ประหนึ่งพูดกับตัวเองเสียมากกว่า เธอไม่คิดย้อท้อที่จะตามตื๊อเขา ต่อให้เขาจะดุจะด่าหรือจะว่าเธอยังไงก็ช่าง เธอก็จะไม่หยุดชอบเขาอย่างเด็ดขาด จะตามตื๊อให้สุดจนกว่าเขาจะชอบเธอกลับ..
เวลาต่อมา16:35 น.บริเวณโต๊ะริมสระว่ายน้ำ"อะไรเหรอคะ" มิราเอ่ยถามคนตัวโตเมื่อเขายื่นกล่องเล็กๆสีชมพูมาให้ขณะที่เธอนั่งอยู่บนตักแกร่งของเขา"เปิดดูสิครับ" บอกกับเด็กสาวน้ำเสียงอ่อนโยน โอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ มืออีกข้างก็ยังคงถือกล่องเล็กๆสีชมพูยื่นให้เด็กสาวด้านมิราจึงรับกล่องดังกล่าวมาแล้วเปิดฝากล่องออก เมื่อเห็นว่าสิ่งของในกล่องคืออะไรก็ระบายยิ้มออกมาจนแก้มแทบปริ ซึ่งภายในกล่องเป็นสร้อยคอเส้นเล็กๆสีเงิน ตัวจี้เป็นรูปหนังสือเล่มเล็กๆสีชมพู"ชอบไหมครับ พี่สั่งทำให้หนูเป็นพิเศษเลยนะ" เขาถามพลางกระชับกอดคนบนตักแน่นขึ้น ซึ่งสร้อยเส้นนี้เขาสั่งทำไว้นานแล้ว แต่เพิ่งจะได้มีโอกาสไปเอาที่ร้านตอนไปส่งคนเป็นน้องสาวที่คอนโด"ชอบค่ะ ชอบมากด้วย ขอบคุณนะคะ"ฟอด~มิราหอมแก้มของคนตัวโตไปหนึ่งฟอดเป็นการเอาใจ ซึ่งสร้อยที่เขาให้มามันน่ารักมากและถูกใจเธอมากจริงๆด้านวายุก็ได้แต่ยิ้มเอ็นดูคนบนตัก ก่อนจะเกยคางไว้บนไหล่มนเสมือนกำลังออดอ้อนคนบนตักยังไงยังงั้น"ว่าแต่ทำไมพี่วายุถึงสั่งทำจี้สร้อยเป็นรูปหนังสือล่ะคะ?""เพราะว่าหนูชอบอ่านนิยายไงครับ พี่เลยสั่งทำสร้อยเป็นรูปหนังสือ หนูลองดูดีๆสิครับ ในตัวจี้ด้าน
วันต่อมากรุงเทพมหานคร ขณะนี้วายุกับมิราเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีคนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวติดสอยห้อยตามทั้งสองคนมาด้วย ณ คฤหาสน์หลังใหญ่11:45 น.เมื่อวายุขับรถเข้ามาจอดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่โดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ เขาก็เอี้ยวตัวหันไปพูดกับน้องสาวที่นั่งอยู่บนเบาะรถด้านหลังทันที"รอพี่ในรถก่อนนะ พี่ขอเอาของไปเก็บก่อนแล้วจะไปส่งที่คอนโด""ค่ะ" พระพายจึงพยักหน้าตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนจะกวาดสายตามองออกไปนอกรถอย่างซุกซนละคนอยากรู้อยากเห็น เธอตื่นเต้นไม่น้อยกับการที่ได้เห็นคฤหาสน์หลังใหญ่ ไม่รู้ว่าบ้านหรือวังถึงได้ใหญ่โตอลังการเช่นนี้ด้านวายุจึงลงจากรถแล้วไปเปิดประตูรถฝั่งของคนรัก จากนั้นเขาก็พาคนรักเข้าบ้านโดยมีกระเป๋าสัมภาระของเธอและเขาถืออยู่ในมือหนาทั้งสองข้างส่วนสาวน้อยที่นั่งอยู่ในรถของพี่ชาย โดยไม่รู้เลยว่ามีรถตู้คันหรูสีดำของเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้กำลังขับเคลื่อนเข้ามาจอดอยู่ด้านหลังรถของพี่ชายที่เธอนั่งอยู่ ด้วยความซุกซนและอยากรู้อยากเห็นเธอจึงตัดสินใจเปิดประตูลงจากรถเพื่อจะได้มองสำรวจคฤหาสน์ได้สะดวกขึ้น แทนที่จะรออยู่ในรถ
(ป่วนหัวใจนายบอดี้การ์ดหน้านิ่ง)ภายในห้องนอนของวายุหลังจากที่พูดคุยกับลุงและป้าสะใภ้เสร็จ วายุก็พาเด็กสาวขึ้นมาพักผ่อนบนห้องนอนของเขา"นั่งรถมาเหนื่อยๆ อากาศก็ร้อน พี่ว่าหนูไปอาบน้ำก่อนดีกว่านะครับจะได้สดชื่น" วายุเอ่ยบอกพลางเดินไปหยิบผ้าขนหนูที่พับเก็บไว้ในตูเสื้อผ้าของตัวเองออกมา ก่อนจะเดินกลับมาหาเด็กสาวที่กำลังกวาดสายตามองไปรอบๆห้องของเขา"พี่วายุชอบสีเทากับสีดำเหรอคะ ห้องของพี่ถึงได้คลุมโทนสีเทาดำหมดเลย" มิราไม่ได้สนใจคำพูดของคนตัวโตเลย ปากถามแต่สายตากวาดมองไปรอบๆห้องของเขาอย่างซุกซน พลางยื่นมือไปรับผ้าขนหนูที่เขายื่นให้ ซึ่งแม้กระทั่งผ้าขนหนูที่เขาให้มาก็ยังเป็นสีเทา"ใช่ครับ" เขาตอบก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำที่สวมใส่อยู่ แล้วถอดออกโยนทิ้งลงตระกร้าที่วางอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า ตามด้วยถอดเข็มขัดราคาแพง แต่ทว่าขณะที่เขากำลังจะปลดกระดุมกางเกง เด็กสาวก็ดันเอ่ยขัดขึ้นมา"พะ พี่วายุถอดเสื้อผ้าทำไมคะ" รู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาเสียดื้อๆเมื่อเห็นอีกคนยืนถอดเสื้อผ้าต่อหน้าต่อตา"อาบน้ำก็ต้องถอดเสื้อผ้าสิครับ จะอาบทั้งเสื้อผ้าได้ยังไงกัน" "อ๋อ พี่วายุจะอาบน้ำก่อนใช่ไหมคะ งั้นเดี๋ยวน้องไปรอข
บ้านของวายุ (ต่างจังหวัด)13:25 น."ลุงวินป้าจ๋าพี่วายุมาแล้วค่ะ!" เป็นเสียงเด็กสาววัยสิบแปดปีที่มีหน้าตาสะสวยและหุ่นดี ไม่ใช่สวยธรรมดา แต่เรียกได้ว่าสวยมากเลยทีเดียว เธอตะโกนบอกผู้เป็นลุงแท้ๆกับป้าสะใภ้ที่อยู่หลังบ้านเมื่อเห็นรถคันหรูสีดำคุ้นตาของคนเป็นพี่ชายหรือลูกพี่ลูกน้องของเธอขับเข้ามาจอดอยู่หน้าบ้าน...ซึ่งเด็กสาวคนดังกล่าวเธอมีนามว่า พระพาย เธอเองไม่ต่างจากวายุที่คนเป็นลุงแท้ๆกับป้าสะใภ้ได้รับมาเลี้ยงดูเช่นกัน เนื่องจากพ่อของเธอได้เสียไปเมื่อสามปีก่อนด้วยโรคร้าย ส่วนแม่ของเธอได้เสียไปตั้งแต่เธออายุได้สองขวบด้วยโรคประจำตัว เธอจึงไม่เหลือใครนอกจากพี่ชายของพ่อหรือลุงแท้ๆกับป้าสะใภ้ที่ยังไม่มีลูก พวกเขาทั้งสองคนจึงรับเธอมาเลี้ยงดูและรักเธอกับวายุเสมือนลูกของพวกเขาจริงๆ...และไม่รอช้าพระพายรีบวิ่งไปหาคนเป็นพี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้ที่กำลังลงจากรถ"สวัสดีค่ะพี่วายุ" เมื่อวิ่งมาถึง พระพายจึงเอ่ยสวัสดีพร้อมกับพนมมือน้อยๆไหว้พี่ชาย ก่อนจะหันไปทักทายว่าที่พี่สะใภ้ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันด้วยใบหน้ายิ้มๆ"หวัดดี เราชื่อพระพายนะ เป็นน้องพี่วายุ""หวัดดีจ้ะ เราชื่อมิรา เป็นแฟนพี่วายุ" มิราเ
(ป่วนหัวใจนายบอดี้การ์ดหน้านิ่ง)"พี่วายุเป็นไงบ้างพี่" เมื่อคนเป็นนายและพี่ชายออกไปจากห้องนี้แล้ว ภีมก็รีบพุ่งตัวเข้าไปหารุ่นพี่อย่างไว แล้วช่วยประคองกายแกร่งของรุ่นพี่ให้ลุกขึ้นนั่ง "กู โอเค" วายุตอบรุ่นน้องด้วยน้ำเสียงเบาหวิว แทบจะไม่มีแรงพูด ร่างกายไร้เรี่ยวแรง สมองยังปวดหนึบด้วยฤทธิ์ยา "อดทนอีกนิดนะพี่ เดี๋ยวยาก็หมดฤทธิ์แล้ว" ภีมไม่สามารถช่วยอะไรรุ่นพี่ได้เลย เขาทำได้แค่บอกให้รุ่นพี่อดทน เพราะยาชนิดนี้ไม่มียาแก้หรือยาต้านใดๆ สุดแล้วแต่ร่างกายและความอดทนของคนที่ได้รับยานี้เข้าไปว่าจะอดทนต่อฤทธิ์ของมันได้หรือไม่"มึงอย่าปากสว่างไปบอกหนูมิล่ะ กูไม่อยากให้เมียกูต้องเป็นห่วง" วายุไม่ได้สนใจคำพูดของรุ่นน้องแต่อย่างใด เขาเลือกที่จะเอ่ยประหนึ่งเป็นคำสั่งกับรุ่นน้องแทนขณะที่ใบหน้ายังคงเหยเกด้วยความเจ็บปวด มือหนาข้างหนึ่งกุมขมับเอาไว้ มือหนาอีกข้างวางค้ำยันลงบนพื้นเพื่อเป็นหลักให้ตัวเอง"โธ่พี่ ผมไม่บอกคุณหนูหรอกหน่า อีกอย่างพี่ห่วงตัวเองก่อนเถอะ สภาพพี่ตอนนี้ดูไม่ได้เลย" ภีมรู้ดีว่าเรื่องไหนควรพูดไม่ควรพูด แต่รุ่นพี่ของเขานี่สิ ห่วงแต่คุณหนูตัวน้อยทั้งที่สภาพตัวเองตอนนี้แย่มากแทบดูไม่ได
(ป่วนหัวใจนายบอดี้การ์ดหน้านิ่ง)ภายในห้องใต้ดินหรือห้องเชือดผัวะ!ทันทีที่วายุโผล่หน้าเข้ามาในห้องเชือด เดชาก็ปล่อยหมัดหนักๆใส่ใบหน้าข้างขวาของวายุเต็มแรง จนใบหน้าหันไปตามแรงหมัดพร้อมกับเซไปด้านหลังจนเกือบเสียหลักล้มลงไป แต่ไม่ทันที่จะได้ตั้งหลักดี หมัดที่สองก็ตามมาใส่ใบหน้าอีกข้างเต็มแรงผัวะ!ใบหน้าของวายุหันไปตามแรงหมัดเกือบจะเสียหลักล้มลงไปอีกครั้งแต่ก็ทรงตัวเอาไว้ได้ ก่อนจะใช้หลังมือปาดน้ำคาวสีแดงที่ซึมออกมาตรงมุมปากทั้งสองข้างออกลวงๆ แล้วมองไปยังผู้เป็นนายนิ่งๆ โดยไม่พูดหรือไม่คิดจะตอบโต้กลับไป เขายอมให้ผู้เป็นนายกระทำแต่โดยดี"สองหมัดนี้แค่น้ำจิ้ม หลังจากนี้มึงเตรียมตัวรับบททดสอบของกูให้ได้ก็แล้วกันไอ้วายุ หึ" เดชาพูดด้วยน้ำเสียงกดต่ำ พูดจบก็กระตุกยิ้มร้ายเย้ยหยันคนเป็นลูกน้องที่เลี้ยงไม่เชื่อง"ผมพร้อมครับ" วายุพูดสวนไปทันทีด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากใบหน้า เขายังคงใจเย็น ไม่ได้มีความเกรงกลัวผู้เป็นเจ้านายและสิ่งที่ตัวเองกำลังจะเผชิญเลยแม้แต่น้อย"อวดเก่ง! ถ้ามึงพร้อมมากขนาดนี้กูก็พร้อมจัดให้มึงแบบชุดใหญ่ จัดให้แบบสมเกียรติคนเก่งอยากมึง" เดชาไม่เคยเจอใครที่กล้าหือกับเขาแ