ป่วนหัวใจนายบอดี้การ์ดหน้านิ่ง

ป่วนหัวใจนายบอดี้การ์ดหน้านิ่ง

last updateLast Updated : 2025-11-10
By:  อิมอินCompleted
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
32Chapters
1.2Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เมื่อ เขา ต้องมาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวให้กับ เธอ คุณหนูตัวน้อยที่คอยมากวนคอยมาป่วนหัวใจเขาอยู่ตลอด ความน่ารักผสมความวุ่นวายจึงเกิดขึ้น จนกระทั่ง... . "ไร้สาระ กูบอกว่ากูไม่ได้คิดอะไร กูไม่มีทางชอบคุณหนูเพราะกูไม่ชอบเด็ก สำหรับกูเด็กอย่างคุณหนูมันน่ารำคาญ" . บทสนทนานี้เขาพูดกับบอดี้การ์ดรุ่นน้อง ทว่าเด็กสาวเจ้าตัวดันมาได้ยินเข้าพอดี จึงทำให้เธอเสียใจและน้อยใจเขามาก หลังจากนั้นเธอจึงเลิกตามตื๊อเขา พอเขาเห็นเด็กสาวเมินเฉยต่อกัน ก็กลับว้าวุ่นใจอยู่ไม่สุขขึ้นมาทันที... วายุ️มิรา

View More

Chapter 1

แนะนำตัวละคร

ที่ศูนย์พักพิงผู้ลี้ภัยแห่งหนึ่ง ชาวบ้านกำลังยืนเข้าแถวเพื่อรอตรวจสุขภาพกันอย่างเนืองแน่น โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครค่อยช่วยเหลือและจัดระเบียบแกผู้ลี้ภัยที่แต่ละคนสภาพน่าเวทนา บางคนเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเนื้อตัวมอมแมม เพราะประเทศอยู่ในช่วงสงคราม จึงทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

ด้วยเหตุนี้จึงมีองค์กรอาสาสมัครระหว่างประเทศเข้าช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากภัยสงคราม

ฝูหมิงเอ๋อก็เป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่มาช่วยเหลือ เธอเคยเป็นแพทย์หญิงฝีมือดีที่โรงพยาบาลหลายแห่งต่างต้องการตัว แต่ด้วยคนในองค์กรเกิดความแก่งแย่งชิงดีกันไปมาทำให้หญิงสาวเกิดความเบื่อหนายจึงขอย้ายมาอยู่หน่วยงานอาสาสมัคร

แต่พอมาเป็นอาสาสมัครเธอต้องต่อสู้กับพวกโจรที่ค่อยดักปล้นของที่อาสาสมัครเอามาช่วยชาวบ้าน ดีว่าเธอพอมีวีชาป้องกันตัวอยู่บ้างจากสมัยเป็นนักเรียนเคยเป็นนักกีฬ่าเทควันโคแข่งขันระดับประเทศ และพอรู้ว่าต้องเจอกับอะไรเธอเลยเข้าคลอสฝึกยิงปืนจึงพอจะต่อสู้กับพวกโจรได้บ้าง หลายครั้งที่ต้องปะทะกันเธอต้องจับปืนต่อสู้กับพวกก่อการร้าย

ครั้งนี้เธอถูกส่งมาประเทศSที่กำลังเกิดสงครามกับผู้ก่อการร้ายในประเทศแล้วเกิดความสูญเสียต่อประชาชนเป็นอย่างมาก ทีมของเธอจึงถูกส่งมาให้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ถึงแม้จะถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายประกาศกร้าวว่าห้ามใครเข้ามายุ่ง ไม่เช่นนั้นจะไม่รับรองความปลอดภัย แต่ทีมเธอถือเป็นหน่วยกล้าตาย มาช่วยครั้งนี้จึงมีทั้งอาหาร ยารักษาโครต่างๆและยังมีอาวุธไว้ป้องกันตัวพร้อมในเต๊นท์อาสา

เวลาทำงานก็มีเวรยามค่อยเดินตรวจตราระวังภัยรอบๆ วันนี้ก็เช่นกัน ในขนาดที่กำลังจัดระเบียบให้ชาวบ้านเข้าแถวให้เรียบร้อยเพื่อรอการรักษา

ฝูหมิงเอ๋อตรวจคนไข้ที่เข้ามารักษาก่อนจะรู้สึกว่าวันนี้คนไข้น้อยกว่าเมื่อวาน จึงถามชาวบ้าน

"คนไปไหนกันหมด"แต่ชาวบ้านที่ฟังอังกฤษไม่เป็นก็ได้แต่ทำหน้าสงสัย แล้วคิดว่าหมอถามอาการ จึงทำท่าอธิบายอาการให้หมอรู้

ฝูหมิงเอ๋อดูก็รู้ว่าชาวบ้านไม่เข้าใจ เลยเลิกถามแล้วหันมาดูอาการแทน

จนเวลาผ่านไปครึ่งวันก็ถึงเวลาพัก แต่ด้วยคนไข้ยังเยอะเธอจึงยังรักษาต่อไม่ได้หยุดพัก

และได้เกิดเสียงโหวกเหวกโวยวายขึ้นด้านนอก ฝูหมิงเอ๋อที่กำลังจะจ่ายยาคนไข้ก็นึกสงสัยว่าเสียงเอะอะอะไร

"ระวัง...หลบเร็ว"เสียงดังมาจากด้านนอก

แต่อยู่ๆก็มีรถบรรทุกพุ่งเข้ามาในเต๊นท์ ฝูหมิงเอ๋อตกใจกระโดดหลบรถบรรทุกที่พุ่งเข้ามาจนตนเอง

แต่ไม่ทันที่จะตั้งสติได้ก็เกิดเสียงระเบิด

"ตู๊มมมมม"

แล้วทุกอย่างก็สงบลง

หญิงสาวรู้สึกมึนงงไปหมด

เธอลืมตาก็เห็นแต่ความว่างเปล่าไม่มีอะไร

พอมองดีๆก็เห็นเต๊นท์อาสาจึงเดินเข้าไปดูเผื่อจะเจอเจ้าหน้าที่อาสาคนอื่น

เธอเดินมาเปิดเต๊นท์ก็เห็นภายในมีของวางไว้เต็ม ทั้งอาหาร ข้าวของที่เตรียมมาแจกจ่ายแกชาวบ้าน ของวางเป็นระเบียบ เตียงผ่าตัดพร้อมเครื่องมือต่างๆก็วางไว้พร้อมใช้งาน เธอมองไปรอบๆนอกจากตนเองก็ไม่มีใคร เธอพยายามเดินหารอบๆก็ไร้ผู้คน ลองเดินสำรวจด้านนอกก็เช่นกันไร้สิ่งมีชีวิต

เธอเห็นมีอ่างหินความสูงพอประมาณจึงเดินไปดูใกล้ๆ ในอ่างหินขนาดเท่าอ่างล้างหน้ามีน้ำอยู่เต็มอ่างหญิงสาวอดไม่ได้ที่จะกวักมาดื่มแล้วล้างหน้าเพื่อให้สดชื่นสมองได้โล่ง พอดื่มน้ำแล้วก็รู้สึกสมองโล่งขึ้นและเหมือนร่างกายจะสดชื่นขึ้นด้วย

มันเกิดอะไรขึ้น ความจำสุดท้ายที่หญิงสาวจำได้คือรถบรรทุกพุ่งชนใส่เต๊นท์แล้วก็เกิดการระเบิด แต่หลังจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเหลือเธอเดียว

ระหว่างที่หญิงสาวกำลังพยายามจับต้นชนปลายเรื่องราวอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงเรียก

"หมิงเอ๋อ..ตื่นสิลูก อย่าเงียบไปแบบนี้แม่ใจไม่ดี"

ใครเรียกเธอ...เสียงนี้เธอไม่คุ้น ญาติพี่น้องเธอไม่มีแล้วแม่มาจากไหน

แต่อยู่ๆหญิงสาวก็เหมือนถูกดูดไปจางตรงที่ตัวเองยืนอยู่

เธอลืมตาขึ้นก็เห็นใบหน้าของคนที่ไม่คุ้นเคย หน้าตาซีดเซียวแต่ละคนริมฝีปากแห้งแตก สภาพยิ่งกว่าผู้อพยพที่เธอเห็นอีก ไหนจะเสื้อผ้าที่แปลกตา

"หมิงเอ๋อ..เจ้าตื่นแล้ว แม่ใจหายหมด"

หมิงเอ๋อยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่อยู่ๆความทรงจำต่างๆก็ไหลเข้ามาในหัวจนหญิงสาวต้องหลับตา

"สงสัยน้องยังไม่หายดีนะท่านแม่ ให้นางนอนพักอีกหน่อยแล้วกัน เช่นไรเราก็ไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว"เสียงอีกเสียงพูดขึ้น

แล้วทุกอย่างก็เงียบลง หญิงสาวค่อยๆเรียบเรียงเรื่องราว

ร่างนี้มีชื่อว่าหลัวหมิงเอ๋อที่มีชื่อเดียวกับเธอ เป็นบุตรสาวคนที่สามของบ้านหลัวที่มีบิดาชื่อหลัวหวังเหว่ยอายุ32เป็นอดีตทหารที่ไปรบแล้วบาดเจ็บกลับมา ทุกวันนี้เวลาเดินจะเดินกะเผลกเพราะขาที่เคยหักและผิดรูป มีภรรยาชื่อว่าหลัวจางลี่อายุ31แล้วมีบุตสาวสามคนบุตรชายคนสุดท้องอีกหนึ่งคน คนโตชื่อหลัวหนิงเหม่ยอายุ12หนาว คนรองชื่อหลัวหมิงหลานอายุ10หนาวแล้วนางคือหญิงสาวเองมีนามว่าหลัวหมิงเอ๋ออายุ7หนาว และน้องคนสุดท้องหลัวหลีซานอายุยังไม่ถึงเดือน

ตอนนี้ครอบครัวกำลังอพยพหนีภัยสงครามจากหมู่บ้านฝูเหยาเมืองเจอเจียง และระหว่างทางก็เกิดการปล้นชิง ครอบครัวของนางจึงวิ่งหนีมาแอบซ้อนตัวอยู่ในโพรงที่ติดหน้าผา แต่ในขนาดที่ทุกคนกำลังหลบซ้อนตัวหมิงเอ๋อกลับถูกตะขาบกัดแล้วเกิดิาการแพ้อย่างรุนแรงจนสิ้นใจ แล้วหมิงเอ๋อในอีกภพก็ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน

เมื่อเรียบเรียงเรื่องราวได้แล้วหมิงเอ๋อก็ลืมตาแล้วมองรอบๆ เด็กหญิงเห็นบิดาของร่างนี้นั้งค่อยระวังภัยที่ปากโพลงส่วนมารดาที่อุ้มน้องชายคนเล็กและพี่สาวทั้งสองของร่างนี้ก็คอยหลบอยู่เงียบๆ

เด็กหญิงมองการแต่งตัวของทุกคน สภาพเสื้อผ้ามอมแมม แต่นางจำได้ว่ามารดาเย็บช่องเล็กๆแล้วนำตั๋วเงินที่เป็นค่าชดเชยที่บิดาบาดเจ็บและเงินในครอบครัวทั้งหมด แต่ก็เป็นตั๋วเงินใบละห้าสิบตำลึงแปดใบ มารดาเอาตั๋วเงินเย็นติดกับชุดแล้วนำเหรียญอีแปะเย็บเป็นช่องเล็กๆแล้วนำเหรียญใส่ช่องเล็กๆรอบเอวทุกคนเพื่อไม่ให้เกิดเสียง นางบอกวิธีนี้เป็นการเก็บเงินได้ปลอดภัย ตอนที่หนีนั้นมีชาวบ้านรวม10ครัวเรือน แต่ตอนนี้แตกกระจายหายไปไหนหมดแล้วก็ไม่รู้เพราะต่างก็หนีเอาชีวิตรอด

ในขนาดที่หมิงเอ๋อกำลังมองทุกคน แต่อยู่ๆก็เกิดเสียงจากภายนอก

"หาให้ทั่ว ข้าเห็นมีคนวิ่งมาทางนี้ มีผู้หญิงกับเด็ก ข้าอยากกินเนื้อเด็กย่าง พวกเจ้าหาให้เจอ"

เสียงข้างนอกใกล้เข้ามา พ่อหลัวถอยหลังเอาตัวบังทุกคนไว้ ส่วนคนที่เหลือก็กอดกันเหมือนปกปัองซึ่งกันและกัน ทารกน้อยที่หลัวจ่างลี่ใช้ผ้าผูกไว้กับอกก็เหมือนจะรับรู้ถึงอันตราย จึงส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว

หมิงเอ๋อคิด ที่นี้มันไม่ปลอดภัย นางอยากมีที่ๆปลอดภัยมากกว่านี้ แต่ที่ไหนละ นางคิดไปคิดมาอยู่ๆนางก็หายเข้าไปในเต๊นท์ขององค์กร แล้วที่เหลือเชื่อกว่านั้นคือนางพาทุกคนเข้ามาด้วย เพราะมารดากอดน้องชายและนางพร้อมทุกคนทำให้ตอนนางหายตัวจึงพาทุกคนเข้ามาด้วย

"เมื่อกี่ข้ามั่นใจว่าได้ยินเสียงเด็กร้อง แล้วทำไมถึงไม่มี พวกเจ้าลองค้นให้ทั่ว ข้าไม่เชื่อว่าจะหาพวกมันไม่เจอ"กลุ่มโจรที่ได้ยินเสียงทารกร้องก็มั่นใจว่ามาถูกทาง แต่พอมาถึงโพรงกลับไม่เจอใคร เป็นไปได้เช่นไรกัน

ส่วนครอบครัวหลัวกำลังยืนงงว่าพวกตนมาอยู่ที่ไหนกัน

"ที่นี้ที่ไหนกัน"หลัวหมิงหลานตกใจที่อยู่ๆภาพรอบตัวก็เปลี่ยนไป

เด็กหญิงมองแล้วเลยคิดว่าไหนๆก็ตามเข้ามาแหละคงต้องบอก แต่จะบอกยังไงละ นางเคยอ่านพวกนิยายออนไลน์จำพวกทะลุมิติ แต่ไม่คิดว่ามันจะมีจริงๆ

"ที่นี้เป็นมิติของข้าเองเจ้าคะ"เมื่อเด็กหญิงตอบทุกคนก็หันมามองอย่างไม่อยากจะเชื่อ

"หมิงเอ๋อ เจ้ามีมิติได้ไง" หลัวหนิงเหม่ยพี่สาวคนโตถามด้วยความแปลกใจ

"ใช้..ลูกมีเจ้ามิตินี้ได้เช่นไรกัน"หลัวจางลี่ที่กำลังปลอบบุตรชายคนเล็กที่ร้องไห้งอแงไม่หยุดก็หันมาถามบุตรสาว นางเลี้ยงลูกทุกคนมาทำไมจะไม่รู้ว่าแต่ละคนเป็นเช่นไร ถ้าบุตรสาวนางมีมิตินางต้องรู้

"แบบว่า..เมื่อครู่ที่ลูกเงียบไปเพราะถูกตะขาบกัดใช้มั้ยเจ้าคะ ระหว่างที่ลูกสลบไป ก็ได้มีท่านเทพหนวดขาว มาช่วยเหลือแล้วพาลูกมาที่แห่งนี้เจ้าคะ ท่านเทพบอกว่าให้ที่นี้เป็นที่หลบภัยสำหรับครอบครัวของเรา ในนี้มีทั้งอาหาร และของใช้เจ้าคะ "

"เช่นนั้นหรือ"พ่อหลัวฟังที่บุตรสาวคนเล็กพูดก็พยักหน้า ก่อนจะเห็นมีอ่างน้ำจึงบอกภรรยาและลูกๆ

"ตรงนั้นมีอ่างด้วย เดี๋ยวพ่อไปดูว่ามีน้ำให้เราพอดื่มดับกระหายได้หรือไม่"พอเดินไปดูเห็นมีน้ำก็เรียกทุกคนไปดื่ม เพราะวิ่งหนีไม่ได้หยุด ต่างรู้สึกกระหายน้ำกัน

พอทุกคนดื่มแล้วต่างก็รู้สึกสดชื่นไม่มีความอ่อนเพลียให้เห็น

"น้ำนี้แปลงเสียจริง ดื่มแล้วรู้สึกว่าความเหนื่อยล่าหายไป แถมยังสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก พ่อรู้สึกเย็นว้าบขาข้างที่หัก"

"จริงหรือเจ้าคะท่านพ่อ"หลัวหนิงเหม่ยถามบิดา เพราะนางก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน ส่วนแม่หลัวจากที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเพราะเพิ่งคลอดบุตรไม่นานก็ต้องรีบหนีทำให้สุขภาพนางมิสู้แข็งแรง

"ท่านแม่ ตรงโน้นมีเหมือนเป็นลำธารเจ้าคะ เราอาจไปล้างเนื้อล้างตัวกันได้"หลัวหมิงหลานมองรอบๆก็เห็นมีลำธารจึงร้องบอกทุกคน

ทุกคนจึงเดินไปล้างเนื้อล้างตัว หลัวจางลี่เห็นบุตรชายมอมแมมจึงจับบุตรชายเช็ดตัวหมิงเอ๋อเห็นดังนั้นจึงวิ่งไปที่เต๊นท์เพื่อหาครีมอาบน้ำแล้วแชมพูสระผมเอามาให้ทุกคน สภาพแต่ละคนต้องบอกว่าเกินคำว่ามอมแมมได้เลย

"อะไรหรือหมิงเอ๋อ?"หมิงหลานถามน้องสาว

"สิ่งนี้จะช่วยชำระร่างกายให้สะอาดเจ้าคะ ใช้แบบนี้นะเจ้าคะ"แล้วเด็กสาวก็บอกวิธีการใช้ให้ทุกคน

หลัวหวังเหว่ยจึงให้ภรรยาและบุตรสาวอาบก่อนส่วนตัวเองหลบไปในเต๊นท์เพื่อให้บุตรสาวไม่เขินอาย

เมื่อทุกคนอาบน้ำสระผมเสร็จก็เดินกลับไปที่เต๊นท์เพื่อให้บิดาไปอาบต่อ หมิงเอ๋อนำถุงนอนมาให้ทุกคน ถุงนอนรุ่นนี้เป็นแบบนอนในอากาศหนาวถึง-4องศาได้

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
32 Chapters
แนะนำตัวละคร
แนะนำตัวละครวายุวายุเป็นเด็กต่างจังหวัด กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่อายุ5ขวบ พ่อแม่เสียไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์พร้อมกันทั้งคู่ เขาโตมากับลุงแท้ๆหรือพี่ชายของพ่อและป้าสะใภ้ที่คอยดูแลเขามาตลอด จนเขาเรียนจบมัธยมปลายก็ย้ายไปเรียนต่อมหาลัยที่กรุงเทพ ด้วยความที่เขาเป็นคนมีฝีมือด้านการต่อสู้จึงมีรุ่นพี่ที่สนิทชักชวนไปทำงานเป็นการ์ดคอยดูแลสถานที่บรรเทิงแห่งหนึ่งในย่านมหาลัยที่เขาเรียนอยู่ ทำไปเรื่อยๆจับพลัดจับผลูจนกลายมาเป็นบอดี้การ์ดวีไอพีตั้งแต่ยังเรียนไม่จบเลยด้วยซ้ำ เขาจึงทำงานเป็นบอดี้การ์ดรับจ้างส่งตัวเองเรียนตั้งแต่นั้นมาจนเขาเรียนจบ โดยแบ่งเงินส่วนหนึ่งส่งให้ผู้เป็นลุงและป้าสะใภ้ทุกเดือนอย่างเด็กกตัญญูรู้คุณ และปัจจุบันเขาก็ยังทำงานเป็นบอดี้การ์ดวีไอพีอยู่ (บอดี้การ์ดวีไอพีคือ บอดี้การ์ดที่ค่อยคุ้มครองดูแลความปลอดภัยให้บุคคลสำคัญหรือคนใหญ่คนโตเลยเรียกบุคคลนั้นว่า วีไอพี)ภายนอกเขาเป็นผู้ชายที่ดูแบดๆ เจาะหูทั้งสองข้าง มีรอยสักเป็นรูปมังกรตัวใหญ่เต็มแผ่นหลัง ใบหน้าหล่อเหลา ในตาคมกริบดูสุขุม ผมดกดำ ผิวขาวสะอาดสะอ้าน รูปร่างสูงใหญ่ ความสูงของเขาอยู่ที่190เซนติเมตร ร่างกายแข็งแรงกำยำดูสง่าสมชายช
Read more
ตอนที่ 1 เห็นแค่รูปก็ทำใจสั่น
จุดเริ่มต้นของเรื่องวายุ ทำงานเป็นบอดี้การ์ดรับจ้างดูแลวีไอพีตามปกติของเขา จู่ๆมีรุ่นพี่ในแวดวงการบอดี้การ์ดชวนให้เขาไปทำงานด้วยกัน ซึ่งรุ่นพี่คนดังกล่าวมีนามว่า ภาค ซึ่งภาคก็คือลูกน้องคนสนิทมือขวาของ เดชา พ่อของ มิรา นั่นเองเดชาต้องการตัวบอดี้การ์ดฝีมือดีที่ไว้ใจได้มาคอยดูแลคุ้มครองลูกสาวคนเดียวของเขา เพราะเดิมทีบอดี้การที่ดูแลลูกสาวของเขาอยู่มีแค่คนเดียวก็คือ ภีม น้องชายของภาค เดชาต้องการคนเพิ่มเลยสั่งการกับลูกน้องมือขวาอย่างภาคไป และภาคก็มองเห็นถึงความเก่งกาจเห็นในความซื่อตรงของตัววายุ ภาคจึงได้ชักชวนวายุมาทำงานด้วยกันโดยเสนอเงินเดือนให้ครึ่งล้านกับไอ้แค่ดูแลคุ้มครองเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆแค่คนเดียว ซึ่งวายุก็ไม่ได้สนใจอะไรกับเงินเดือนครึ่งล้านนั่นเลย เพราะเขามีเงินมากพออยู่แล้ว แต่กระนั้นทีแรกวายุก็ไม่ตกลงเพราะไม่ชอบงานประจำและไม่ชอบเด็ก เขารู้สึกว่าเด็กมันน่ารำคาญ แต่พอรู้ว่าเป็นเด็กโตเขาก็เริ่มลังเลเพราะถ้าเป็นเด็กโตก็จะว่าง่ายและเข้าใจง่ายกว่าเด็กเล็กๆ คิดไปคิดมาไม่รู้อะไรดลใจให้เขาตอบตกลงยอมรับงานเป็นบอดี้การส่วนตัวให้กับเด็กสาว...ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ของเดชา"ส่งกระเป๋ามาพี่ เดี๋ย
Read more
ตอนที่ 2 ฟังแล้วขัดหู
ณ โรงเรียนเอกชนชื่อดัง...ขณะที่รถตู้คันหรูสีขาวจอดอยู่หน้าอาคารเรียนโดยมีบอดี้การ์ดสองคนยืนกอดอกพิงประตูรถเพื่อรอรับเด็กสาวหรือคุณหนูของพวกเขากลับบ้าน ขณะเดียวกันก็มีสายตาหลายคู่ของเหล่าบรรดาเด็กนักเรียนผู้หญิงต่างมองมาที่พวกเขาสองคนเป็นตาเดียวกัน เด็กสาวเหล่านั้นต่างกรี๊ดกร๊าดดี้ด้าในความหล่อเท่ของพวกเขากันใหญ่ โดยเฉพาะบอดี้การ์ดคนใหม่ที่เป็นจุดเด่นจุดสนใจของสาวๆ ด้วยความที่เขามีใบหน้าหล่อเหลารูปร่างดีและดูเท่ดูแบดบอยจึงเป็นที่สนใจของสาวๆและเป็นสเปกของสาวๆหมู่มากด้านมิราคุณหนูตัวน้อย"เราไปก่อนนะ พี่ภีมน่าจะมารอรับแล้ว ไว้เจอกันวันจันทร์นะ บาย" มิรา เอ่ยบอกลาเพื่อนๆของเธอด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนจะโบกมือบ๊ายบายให้เพื่อนทั้งสองคนที่ยืนอยู่"อือ ไว้เจอกัน""บาย~"เพื่อนสาวสองคนก็ต่างโบกมือลาและยิ้มให้มิราเช่นกัน จากนั้นมิราก็แยกกับเพื่อน เธอรีบวิ่งไปทางรถตู้คันหรูสีขาวที่จอดอยู่หน้าอาคารเรียนตรงจุดเดิมเหมือนทุกวันทั้งตอนมาส่งและตอนมารับเธอทางฝั่งของภีมที่เห็นคุณหนูตัวน้อยวิ่งมาแต่ไกลก็ถึงกับคิ้วขมวด เพราะเธอมักจะวิ่งมาแบบนี้เป็นประจำ เขากลัวว่าถ้าหากหกล้มเข้าจะเป็นเรื่องเอา และพอเด็กสาวว
Read more
ตอนที่ 3 เด็กแก่แดด
เมื่อมาถึงคาเฟ่ร้านประจำของเด็กสาว ภีมก็จอดรถดับเครื่องยนต์สนิทก่อนจะลงจากรถไปซื้อชาเขียวปั่นของโปรดให้คุณหนูของเขาตามคำสั่งทันที ทำให้ตอนนี้ภายในรถเหลือแค่คุณหนูตัวน้อยกับบอดี้การ์ดคนใหม่ของเธอมิราค่อยๆเขยิบก้นไปด้านหน้าเล็กน้อยแล้วชะโงกตัวไปมองคนตัวโตด้านหน้าที่นั่งเงียบมาตลอดทาง ก่อนจะเอ่ยเรียกเขาอย่างทะเล้น"พี่สุดหล่อคะ"ด้านวายุจึงหันมามองตามเสียงเรียกของเด็กสาวทันที แม้เธอจะไม่ได้เรียกชื่อ แต่ในรถก็มีแค่เขาคนเดียว เสียงทุ้มจึงเอ่ยบอกชื่อตัวเองไป"ผมชื่อวายุครับ" เขาบอกเพื่อต้องการให้เด็กสาวเรียกเขาให้ถูก ไม่ใช่มาใช้คำเรียกไร้สาระพวกนั้น โดยที่ใบหน้าก็ยังเรียบนิ่งเป็นปกติ"ค่ะ พี่วายุสุดหล่อ" มิราพูดทวนชื่อเขาด้วยใบหน้ายิ้มๆอย่างทะเล้น เธอรู้ว่าเขาชื่อวายุแต่ที่เรียกเขาไปแบบนั้นเพราะอยากให้เขาสนใจเธอบ้าง ไม่ใช่เอาแต่เงียบแล้วทำหน้านิ่งใส่ อีกอย่างเขาก็หล่อจริงๆนั่นแหละ ทั้งหล่อทั้งเท่ทำเธอใจสั่นหวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อนด้านวายุมองเด็กสาวนิ่งๆโดยไม่ได้พูดอะไร ขณะที่ในหัวกำลังคิดว่าคำพูดคำจาและท่าทางของเด็กสาวช่างดูแก่แดดเสียจริง แต่กระนั้นใจหนึ่งก็รู้สึกดีที่เธอเรี
Read more
ตอนที่ 4 เสียรู้เด็ก
เวลาต่อมา22:15 น.ณ บ้านพักบอดี้การ์ดของคฤหาสน์หลังใหญ่ ภายในห้องพักของวายุ ในเวลายี่สิบสองนาฬิกาสิบห้านาที เสียงข้อความไลน์โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น ขณะที่กำลังจะล้มตัวลงนอนบนหมอนใบใหญ่ก็หันไปตามเสียงไลน์ที่ดังทันที ก่อนจะหยัดกายขึ้นเล็กน้อยแล้วเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงขึ้นมาเปิดดูห้องแชทLINEมิรา : ก๊อกๆ นอนยังคะพี่วายุสุดหล่อเมื่อเห็นว่าเป็นข้อความจากใครที่ส่งมาหาเวลานี้ คิ้วหนาก็ขมวดเข้าหากันทันที แล้วขยับกายแกร่งขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ก่อนจะเอ่ยพึมพำออกมา"เด็กแสบ"เขาเสียรู้ให้เด็กจนได้ นึกแล้วก็ไม่น่าให้เธอยืมโทรศัพท์ในตอนนั้นเลยมิรา : อ่านแล้วไม่ตอบ หยิ่งอะเขานั่งอ่านข้อความที่เด็กสาวส่งมาเรื่อยๆด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง โดยไม่คิดจะตอบกลับข้อความไลน์ของเธอแต่อย่างใดมิรา : งือ~ อย่าเงียบสิคะ ถ้าไม่ตอบน้องจะงอนแล้วนะวายุยังคงนั่งนิ่ง ไม่มีท่าทีจะตอบกลับข้อความของเด็กสาวเลยแม้แต่น้อยมิรา : รำคาญน้องเหรอ ขอโทษค่ะ งั้นน้องไม่กวนแล้วก็ได้ (อิโมจิหน้าเศร้า)เมื่ออ่านข้อความล่าสุดของเด็กสาว ก็ทำเอาใจแกร่งอ่อนยวบลงทันที สุดท้ายเขาก็ใจอ่อนยอมส่งตอบกลับไป
Read more
ตอนที่ 5 น่ารักเกินจะห้ามใจไม่ให้รู้สึก
วันต่อมา (วันเสาร์)บริเวณศาลาสวนหย่อมของคฤหาสน์หลังใหญ่ มีเด็กสาวคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคุณหนูของคฤหาสน์หลังนี้กำลังนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่ โดยมีบอดี้การ์ดส่วนตัวอีกสองคนยืนอารักขาอยู่หน้าศาลา พวกเขาทั้งสองยืนคนละฝั่งของศาลาโดยหันหน้าเข้าหากันเด็กสาวนั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆจนอ่านมาถึงเนื้อหาข้อที่เธอไม่เข้าใจ คิ้วเรียวเล็กขมวดเข้าหากันยุ่ง พยายามอ่านซ้ำวนไปวนมาอยู่หลายรอบแต่ก็ไม่เข้าใจสักที และในเมื่ออ่านแล้วไม่เข้าใจ เธอจึงหันไปทางบอดี้การ์ดคนของใจเพื่อที่จะถามเขา เพราะรู้มาว่าเขาเรียนเก่งเรียนจบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าเขาต้องให้ความกระจ่างข้อนี้แก่เธอได้"พี่วายุคะ ช่วยมาดูตรงนี้ให้น้องหน่อยสิน้องอ่านไม่เข้าใจเลยค่ะ" มิราเรียกเขาน้ำเสียงหวาน แล้วพูดพลางชี้นิ้วลงบนหนังสือหน้าที่เปิดอ้าอยู่ด้านวายุหันไปมองเด็กสาวนิ่งๆ ไม่ได้เดินไปดูตามที่เธอบอกแต่อย่างใด เขายืนมองหน้าเธออยู่อย่างนั้น ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกใดๆ จนคนที่ถูกมองรู้สึกประหม่ากับสายตาของเขา"เอ่อ งั้นไม่เป็นไรก็ได้ค่ะ" มิราสีหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด ถึงเธออยากจะให้เขาสอนมากแค่ไหน แต่ก็เกรงว่าเขาอา
Read more
ตอนที่ 6 ชอบพี่คนเดียว
เวลาอาหารมื้อเย็น ภายในห้องอาหารของคฤหาสน์หลังใหญ่ มีประมุขของบ้านหรือเดชานั่งอยู่หัวโต๊ะอาหาร และมีคนเป็นลูกสาวหรือมิรานั่งเก้าอี้ตัวถัดมาเยื้องกับผู้เป็นพ่อ"เออ จริงสิ ยัยหนูจำพี่มาตินลูกชายเพื่อนพ่อได้ไหมลูก" เดชาเอ่ยถามลูกสาวของตนเมื่อนึกขึ้นได้ถึงเด็กหนุ่มที่ตัวเองหมายปองอยากได้มาเป็นลูกเขยด้านมิราที่กำลังกินข้าวอยู่จึงเงยหน้ามาพูดกับคนเป็นพ่อด้วยท่าทีปกติ"พี่มาตินลูกชายคุณลุงมานพน่ะเหรอคะ"โดยมีสายตาคู่คมของบอดี้การ์ดคนใหม่ที่ยืนอารักขาอยู่ด้านหลังของเธอไม่ห่าง มองเธออยู่ตลอดด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง"ใช่ครับ ตอนนี้พี่เขาเรียนจบโทแล้วนะลูก เห็นว่าอาทิตย์หน้าจะกลับไทยแล้ว" ขณะที่ปากขยับพูด เดชาก็มองสังเกตท่าทีของลูกสาวไปด้วย ว่าจะมีอาการหรือแสดงความดีใจอะไรออกมาหรือเปล่าเมื่อรู้ว่าลูกชายของเพื่อนเขากำลังจะกลับไทย"ค่ะ" แต่ทว่ามิราแค่เพียงพยักหน้าตอบสั้นๆเป็นการรับรู้ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อโดยไม่ได้สนใจอะไรคนเป็นพ่อเห็นเช่นนั้นจึงแปลกใจไม่น้อยเมื่อลูกสาวดูไม่ได้ดีใจหรือตื่นเต้นกับการกลับมาของอีกคนเลย ผิดกับตอนเด็กที่เวลาลูกชายเพื่อนเขามาที่บ้าน ลูกสาวของเขาก็จะวิ่งหน้าตั้งเข้า
Read more
ตอนที่ 7 หึงหวง
หลายวันต่อมาตอนนี้มิราได้สอบปิดภาคเรียนที่สองและจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงปิดเทอม โดยระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมาเธอได้ส่งไลน์หาบอดี้การ์ดคนของใจทุกคืน ใจจริงเธออยากไลน์หาเขาแทบทุกเวลาที่เธอว่างเลยด้วยซ้ำ แต่กลัวว่าเขาจะรำคาญเธอเสียก่อน เลยไลน์หาเขาแค่ตอนก่อนนอนเพื่อบอกชอบบอกคิดถึงและบอกฝันดี ถึงแม้เขาจะตอบกลับบ้างไม่ตอบบ้างก็ตาม แค่เธอได้ไลน์หาเขาทุกคืนก่อนนอนและเห็นว่าเขาอ่านไลน์ทุกข้อความที่เธอส่งไป แค่นี้เธอก็พอใจแล้วบริเวณโต๊ะริมสระว่ายน้ำของคฤหาสน์หลังใหญ่"พี่ภีมคะ พี่วายุไปไหนเหรอคะ" มิราที่เดินออกมาจากในบ้าน เดินมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังของบอดี้การ์ดคนสนิท แล้วเอ่ยถามหาบอดี้การ์ดคนของใจเมื่อไม่เห็นเขา พลางกวาดสายตามองหาร่างสูงของเขาไปด้วย ปกติบอดี้การ์ดส่วนตัวของเธอทั้งสองคนจะตัวติดกันตลอด แต่ตอนนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของอีกคนเลยด้านภีมที่นั่งอยู่ก็หันมาตามเสียง ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นไปยืนตรงหน้าเจ้าของเสียงหวานที่เอ่ยถามเขา โดยยืนอยู่ในท่ากุมมือไว้ด้านหน้าหรือท่าประจำของบอดี้การ์ด แล้วเอ่ยตอบออกไป"พี่วายุไปเข้าห้องน้ำครับ คุณหนูมีอะไรใช้ผมก็ได้
Read more
ตอนที่ 8 น่ารำคาญ/น้อยใจ
"ผมเคยเตือนพี่แล้วใช่ไหมว่าอย่าเผลอใจให้คุณหนู แล้วทีนี้จะทำยังไงล่ะ มีหวังถ้านายรู้นายเอาพี่ตายแน่พี่วายุ" ภีมพูดเปิดประเด็นประหนึ่งบ่นรุ่นพี่ไปทันที เพราะเขาเป็นห่วงกลัวว่ารุ่นพี่จะโดนเจ้านายเล่นงาน อีกอย่างเขาห่วงความรู้สึกของทั้งคู่ที่คงไม่มีทางลงเอยกันได้ด้วยดีอย่างแน่นอน เพราะผู้เป็นเจ้านายคงไม่ยอมให้ลูกสาวอันเป็นที่รักมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบอดี้การ์ดในบ้านเป็นอันขาด"มึงพูดอะไร มึงคิดอะไรของมึง กูไม่ได้คิดอะไรกับคุณหนูทั้งนั้น" วายุปฏิเสธเสียงแข็ง พูดเหมือนหลอกตัวเองทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าตนคิดไม่ซื่อกับเด็กสาว"ผมไม่ใช่เด็กอนุบาลนะพี่ที่จะดูไม่ออก พี่เล่นหึงหวงคุณหนูกับผมขนาดนี้พี่ยังจะหลอกตัวเองอีกเหรอ" ภีมเถียงกลับอย่างรู้ทัน รุ่นพี่ของเขาโมโหหึงเด็กสาวซะขนาดนั้นทำไมเขาจะดูไม่ออก "ไร้สาระ กูบอกว่ากูไม่ได้คิดอะไร กูไม่มีทางชอบคุณหนูเพราะกูไม่ชอบเด็ก สำหรับกูเด็กอย่างคุณหนูมันน่ารำคาญ" วายุยังคงพูดในสิ่งที่ไม่ตรงกับใจ มองหน้ารุ่นน้องด้วยสายตาดุดัน เขารู้ตัวเองดีว่าคิดยังไงกับเด็กสาว ซึ่งเขาไม่จำเป็นต้องมายอมรับความรู้สึกของตัวเองต่อหน้ารุ่นน้อง หรือต้องมาบอกว่าเขาชอบเด็กสาว
Read more
ตอนที่ 9 ขอไปเรียนต่อเมืองนอก
ภายในห้องอาหารของคฤหาสน์หลังใหญ่ บนเก้าอี้ตำแหน่งหัวโต๊ะมีประมุขของบ้านนั่งอยู่ และยังมีบอดี้การ์ดส่วนตัวของเขาและบอดี้การ์ดส่วนตัวของลูกสาวที่ยืนประจำตำแหน่งเดิมคือข้างหลังคนเป็นเจ้านายของตัวเอง"ยัยหนูของพ่อมาพอดีเลย พ่อกำลังจะให้คนไปตามอยู่พอดี พวกเธอก็ตักข้าวสิลูกสาวฉันมาแล้ว" เดชาหันไปพูดกับลูกสาวที่กำลังเดินเข้ามาในห้องอาหาร ประโยคหลังหันไปออกคำสั่งกับสาวใช้ในบ้านที่ยืนรอรับใช้อยู่สองคนด้านภีมจึงเดินไปดึงเก้าอี้ตำแหน่งที่ประจำของคุณหนูออกเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะเดินเข้ามานั่ง ภีมทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนปกติทุกวันที่เคยทำด้านวายุที่ยืนอยู่ มองเด็กสาวตั้งแต่เห็นเธอเดินเข้ามาในห้องอาหารแล้ว แต่ครั้งนี้เธอไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาเลยสักนิด ผิดกับทุกครั้งที่เธอมักจะลอบมองและแอบส่งยิ้มให้เขาอยู่ตลอด เมื่อเห็นท่าทีหมางเมินของเธอใจแกร่งก็กระตุกวูบทันที ทว่าใบหน้าของเขาก็ยังนิ่งเป็นปกติ ไม่ได้แสดงสีหน้าหรืออาการใดๆออกมาเลย"ไม่สบายรึเปล่ายัยหนู ทำไมตาหนูถึงดูบวมๆและแดงแบบนั้นล่ะ" เดชาเอ่ยถามลูกสาวด้วยความเป็นห่วง เพราะวันนี้สีหน้าของลูกสาวเขาดูไม่สดชื่นเอาเสียเลย พลางใช้หลังมือเอื้อมไปแตะหน้า
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status