LOGINเมื่อ เขา ต้องมาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวให้กับ เธอ คุณหนูตัวน้อยที่คอยมากวนคอยมาป่วนหัวใจเขาอยู่ตลอด ความน่ารักผสมความวุ่นวายจึงเกิดขึ้น จนกระทั่ง... . "ไร้สาระ กูบอกว่ากูไม่ได้คิดอะไร กูไม่มีทางชอบคุณหนูเพราะกูไม่ชอบเด็ก สำหรับกูเด็กอย่างคุณหนูมันน่ารำคาญ" . บทสนทนานี้เขาพูดกับบอดี้การ์ดรุ่นน้อง ทว่าเด็กสาวเจ้าตัวดันมาได้ยินเข้าพอดี จึงทำให้เธอเสียใจและน้อยใจเขามาก หลังจากนั้นเธอจึงเลิกตามตื๊อเขา พอเขาเห็นเด็กสาวเมินเฉยต่อกัน ก็กลับว้าวุ่นใจอยู่ไม่สุขขึ้นมาทันที... วายุ️มิรา
View Moreที่ศูนย์พักพิงผู้ลี้ภัยแห่งหนึ่ง ชาวบ้านกำลังยืนเข้าแถวเพื่อรอตรวจสุขภาพกันอย่างเนืองแน่น โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครค่อยช่วยเหลือและจัดระเบียบแกผู้ลี้ภัยที่แต่ละคนสภาพน่าเวทนา บางคนเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเนื้อตัวมอมแมม เพราะประเทศอยู่ในช่วงสงคราม จึงทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
ด้วยเหตุนี้จึงมีองค์กรอาสาสมัครระหว่างประเทศเข้าช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากภัยสงคราม ฝูหมิงเอ๋อก็เป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่มาช่วยเหลือ เธอเคยเป็นแพทย์หญิงฝีมือดีที่โรงพยาบาลหลายแห่งต่างต้องการตัว แต่ด้วยคนในองค์กรเกิดความแก่งแย่งชิงดีกันไปมาทำให้หญิงสาวเกิดความเบื่อหนายจึงขอย้ายมาอยู่หน่วยงานอาสาสมัคร แต่พอมาเป็นอาสาสมัครเธอต้องต่อสู้กับพวกโจรที่ค่อยดักปล้นของที่อาสาสมัครเอามาช่วยชาวบ้าน ดีว่าเธอพอมีวีชาป้องกันตัวอยู่บ้างจากสมัยเป็นนักเรียนเคยเป็นนักกีฬ่าเทควันโคแข่งขันระดับประเทศ และพอรู้ว่าต้องเจอกับอะไรเธอเลยเข้าคลอสฝึกยิงปืนจึงพอจะต่อสู้กับพวกโจรได้บ้าง หลายครั้งที่ต้องปะทะกันเธอต้องจับปืนต่อสู้กับพวกก่อการร้าย ครั้งนี้เธอถูกส่งมาประเทศSที่กำลังเกิดสงครามกับผู้ก่อการร้ายในประเทศแล้วเกิดความสูญเสียต่อประชาชนเป็นอย่างมาก ทีมของเธอจึงถูกส่งมาให้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ถึงแม้จะถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายประกาศกร้าวว่าห้ามใครเข้ามายุ่ง ไม่เช่นนั้นจะไม่รับรองความปลอดภัย แต่ทีมเธอถือเป็นหน่วยกล้าตาย มาช่วยครั้งนี้จึงมีทั้งอาหาร ยารักษาโครต่างๆและยังมีอาวุธไว้ป้องกันตัวพร้อมในเต๊นท์อาสา เวลาทำงานก็มีเวรยามค่อยเดินตรวจตราระวังภัยรอบๆ วันนี้ก็เช่นกัน ในขนาดที่กำลังจัดระเบียบให้ชาวบ้านเข้าแถวให้เรียบร้อยเพื่อรอการรักษา ฝูหมิงเอ๋อตรวจคนไข้ที่เข้ามารักษาก่อนจะรู้สึกว่าวันนี้คนไข้น้อยกว่าเมื่อวาน จึงถามชาวบ้าน "คนไปไหนกันหมด"แต่ชาวบ้านที่ฟังอังกฤษไม่เป็นก็ได้แต่ทำหน้าสงสัย แล้วคิดว่าหมอถามอาการ จึงทำท่าอธิบายอาการให้หมอรู้ ฝูหมิงเอ๋อดูก็รู้ว่าชาวบ้านไม่เข้าใจ เลยเลิกถามแล้วหันมาดูอาการแทน จนเวลาผ่านไปครึ่งวันก็ถึงเวลาพัก แต่ด้วยคนไข้ยังเยอะเธอจึงยังรักษาต่อไม่ได้หยุดพัก และได้เกิดเสียงโหวกเหวกโวยวายขึ้นด้านนอก ฝูหมิงเอ๋อที่กำลังจะจ่ายยาคนไข้ก็นึกสงสัยว่าเสียงเอะอะอะไร "ระวัง...หลบเร็ว"เสียงดังมาจากด้านนอก แต่อยู่ๆก็มีรถบรรทุกพุ่งเข้ามาในเต๊นท์ ฝูหมิงเอ๋อตกใจกระโดดหลบรถบรรทุกที่พุ่งเข้ามาจนตนเอง แต่ไม่ทันที่จะตั้งสติได้ก็เกิดเสียงระเบิด "ตู๊มมมมม" แล้วทุกอย่างก็สงบลง หญิงสาวรู้สึกมึนงงไปหมด เธอลืมตาก็เห็นแต่ความว่างเปล่าไม่มีอะไร พอมองดีๆก็เห็นเต๊นท์อาสาจึงเดินเข้าไปดูเผื่อจะเจอเจ้าหน้าที่อาสาคนอื่น เธอเดินมาเปิดเต๊นท์ก็เห็นภายในมีของวางไว้เต็ม ทั้งอาหาร ข้าวของที่เตรียมมาแจกจ่ายแกชาวบ้าน ของวางเป็นระเบียบ เตียงผ่าตัดพร้อมเครื่องมือต่างๆก็วางไว้พร้อมใช้งาน เธอมองไปรอบๆนอกจากตนเองก็ไม่มีใคร เธอพยายามเดินหารอบๆก็ไร้ผู้คน ลองเดินสำรวจด้านนอกก็เช่นกันไร้สิ่งมีชีวิต เธอเห็นมีอ่างหินความสูงพอประมาณจึงเดินไปดูใกล้ๆ ในอ่างหินขนาดเท่าอ่างล้างหน้ามีน้ำอยู่เต็มอ่างหญิงสาวอดไม่ได้ที่จะกวักมาดื่มแล้วล้างหน้าเพื่อให้สดชื่นสมองได้โล่ง พอดื่มน้ำแล้วก็รู้สึกสมองโล่งขึ้นและเหมือนร่างกายจะสดชื่นขึ้นด้วย มันเกิดอะไรขึ้น ความจำสุดท้ายที่หญิงสาวจำได้คือรถบรรทุกพุ่งชนใส่เต๊นท์แล้วก็เกิดการระเบิด แต่หลังจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเหลือเธอเดียว ระหว่างที่หญิงสาวกำลังพยายามจับต้นชนปลายเรื่องราวอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงเรียก "หมิงเอ๋อ..ตื่นสิลูก อย่าเงียบไปแบบนี้แม่ใจไม่ดี" ใครเรียกเธอ...เสียงนี้เธอไม่คุ้น ญาติพี่น้องเธอไม่มีแล้วแม่มาจากไหน แต่อยู่ๆหญิงสาวก็เหมือนถูกดูดไปจางตรงที่ตัวเองยืนอยู่ เธอลืมตาขึ้นก็เห็นใบหน้าของคนที่ไม่คุ้นเคย หน้าตาซีดเซียวแต่ละคนริมฝีปากแห้งแตก สภาพยิ่งกว่าผู้อพยพที่เธอเห็นอีก ไหนจะเสื้อผ้าที่แปลกตา "หมิงเอ๋อ..เจ้าตื่นแล้ว แม่ใจหายหมด" หมิงเอ๋อยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่อยู่ๆความทรงจำต่างๆก็ไหลเข้ามาในหัวจนหญิงสาวต้องหลับตา "สงสัยน้องยังไม่หายดีนะท่านแม่ ให้นางนอนพักอีกหน่อยแล้วกัน เช่นไรเราก็ไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว"เสียงอีกเสียงพูดขึ้น แล้วทุกอย่างก็เงียบลง หญิงสาวค่อยๆเรียบเรียงเรื่องราว ร่างนี้มีชื่อว่าหลัวหมิงเอ๋อที่มีชื่อเดียวกับเธอ เป็นบุตรสาวคนที่สามของบ้านหลัวที่มีบิดาชื่อหลัวหวังเหว่ยอายุ32เป็นอดีตทหารที่ไปรบแล้วบาดเจ็บกลับมา ทุกวันนี้เวลาเดินจะเดินกะเผลกเพราะขาที่เคยหักและผิดรูป มีภรรยาชื่อว่าหลัวจางลี่อายุ31แล้วมีบุตสาวสามคนบุตรชายคนสุดท้องอีกหนึ่งคน คนโตชื่อหลัวหนิงเหม่ยอายุ12หนาว คนรองชื่อหลัวหมิงหลานอายุ10หนาวแล้วนางคือหญิงสาวเองมีนามว่าหลัวหมิงเอ๋ออายุ7หนาว และน้องคนสุดท้องหลัวหลีซานอายุยังไม่ถึงเดือน ตอนนี้ครอบครัวกำลังอพยพหนีภัยสงครามจากหมู่บ้านฝูเหยาเมืองเจอเจียง และระหว่างทางก็เกิดการปล้นชิง ครอบครัวของนางจึงวิ่งหนีมาแอบซ้อนตัวอยู่ในโพรงที่ติดหน้าผา แต่ในขนาดที่ทุกคนกำลังหลบซ้อนตัวหมิงเอ๋อกลับถูกตะขาบกัดแล้วเกิดิาการแพ้อย่างรุนแรงจนสิ้นใจ แล้วหมิงเอ๋อในอีกภพก็ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน เมื่อเรียบเรียงเรื่องราวได้แล้วหมิงเอ๋อก็ลืมตาแล้วมองรอบๆ เด็กหญิงเห็นบิดาของร่างนี้นั้งค่อยระวังภัยที่ปากโพลงส่วนมารดาที่อุ้มน้องชายคนเล็กและพี่สาวทั้งสองของร่างนี้ก็คอยหลบอยู่เงียบๆ เด็กหญิงมองการแต่งตัวของทุกคน สภาพเสื้อผ้ามอมแมม แต่นางจำได้ว่ามารดาเย็บช่องเล็กๆแล้วนำตั๋วเงินที่เป็นค่าชดเชยที่บิดาบาดเจ็บและเงินในครอบครัวทั้งหมด แต่ก็เป็นตั๋วเงินใบละห้าสิบตำลึงแปดใบ มารดาเอาตั๋วเงินเย็นติดกับชุดแล้วนำเหรียญอีแปะเย็บเป็นช่องเล็กๆแล้วนำเหรียญใส่ช่องเล็กๆรอบเอวทุกคนเพื่อไม่ให้เกิดเสียง นางบอกวิธีนี้เป็นการเก็บเงินได้ปลอดภัย ตอนที่หนีนั้นมีชาวบ้านรวม10ครัวเรือน แต่ตอนนี้แตกกระจายหายไปไหนหมดแล้วก็ไม่รู้เพราะต่างก็หนีเอาชีวิตรอด ในขนาดที่หมิงเอ๋อกำลังมองทุกคน แต่อยู่ๆก็เกิดเสียงจากภายนอก "หาให้ทั่ว ข้าเห็นมีคนวิ่งมาทางนี้ มีผู้หญิงกับเด็ก ข้าอยากกินเนื้อเด็กย่าง พวกเจ้าหาให้เจอ" เสียงข้างนอกใกล้เข้ามา พ่อหลัวถอยหลังเอาตัวบังทุกคนไว้ ส่วนคนที่เหลือก็กอดกันเหมือนปกปัองซึ่งกันและกัน ทารกน้อยที่หลัวจ่างลี่ใช้ผ้าผูกไว้กับอกก็เหมือนจะรับรู้ถึงอันตราย จึงส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว หมิงเอ๋อคิด ที่นี้มันไม่ปลอดภัย นางอยากมีที่ๆปลอดภัยมากกว่านี้ แต่ที่ไหนละ นางคิดไปคิดมาอยู่ๆนางก็หายเข้าไปในเต๊นท์ขององค์กร แล้วที่เหลือเชื่อกว่านั้นคือนางพาทุกคนเข้ามาด้วย เพราะมารดากอดน้องชายและนางพร้อมทุกคนทำให้ตอนนางหายตัวจึงพาทุกคนเข้ามาด้วย "เมื่อกี่ข้ามั่นใจว่าได้ยินเสียงเด็กร้อง แล้วทำไมถึงไม่มี พวกเจ้าลองค้นให้ทั่ว ข้าไม่เชื่อว่าจะหาพวกมันไม่เจอ"กลุ่มโจรที่ได้ยินเสียงทารกร้องก็มั่นใจว่ามาถูกทาง แต่พอมาถึงโพรงกลับไม่เจอใคร เป็นไปได้เช่นไรกัน ส่วนครอบครัวหลัวกำลังยืนงงว่าพวกตนมาอยู่ที่ไหนกัน "ที่นี้ที่ไหนกัน"หลัวหมิงหลานตกใจที่อยู่ๆภาพรอบตัวก็เปลี่ยนไป เด็กหญิงมองแล้วเลยคิดว่าไหนๆก็ตามเข้ามาแหละคงต้องบอก แต่จะบอกยังไงละ นางเคยอ่านพวกนิยายออนไลน์จำพวกทะลุมิติ แต่ไม่คิดว่ามันจะมีจริงๆ "ที่นี้เป็นมิติของข้าเองเจ้าคะ"เมื่อเด็กหญิงตอบทุกคนก็หันมามองอย่างไม่อยากจะเชื่อ "หมิงเอ๋อ เจ้ามีมิติได้ไง" หลัวหนิงเหม่ยพี่สาวคนโตถามด้วยความแปลกใจ "ใช้..ลูกมีเจ้ามิตินี้ได้เช่นไรกัน"หลัวจางลี่ที่กำลังปลอบบุตรชายคนเล็กที่ร้องไห้งอแงไม่หยุดก็หันมาถามบุตรสาว นางเลี้ยงลูกทุกคนมาทำไมจะไม่รู้ว่าแต่ละคนเป็นเช่นไร ถ้าบุตรสาวนางมีมิตินางต้องรู้ "แบบว่า..เมื่อครู่ที่ลูกเงียบไปเพราะถูกตะขาบกัดใช้มั้ยเจ้าคะ ระหว่างที่ลูกสลบไป ก็ได้มีท่านเทพหนวดขาว มาช่วยเหลือแล้วพาลูกมาที่แห่งนี้เจ้าคะ ท่านเทพบอกว่าให้ที่นี้เป็นที่หลบภัยสำหรับครอบครัวของเรา ในนี้มีทั้งอาหาร และของใช้เจ้าคะ " "เช่นนั้นหรือ"พ่อหลัวฟังที่บุตรสาวคนเล็กพูดก็พยักหน้า ก่อนจะเห็นมีอ่างน้ำจึงบอกภรรยาและลูกๆ "ตรงนั้นมีอ่างด้วย เดี๋ยวพ่อไปดูว่ามีน้ำให้เราพอดื่มดับกระหายได้หรือไม่"พอเดินไปดูเห็นมีน้ำก็เรียกทุกคนไปดื่ม เพราะวิ่งหนีไม่ได้หยุด ต่างรู้สึกกระหายน้ำกัน พอทุกคนดื่มแล้วต่างก็รู้สึกสดชื่นไม่มีความอ่อนเพลียให้เห็น "น้ำนี้แปลงเสียจริง ดื่มแล้วรู้สึกว่าความเหนื่อยล่าหายไป แถมยังสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก พ่อรู้สึกเย็นว้าบขาข้างที่หัก" "จริงหรือเจ้าคะท่านพ่อ"หลัวหนิงเหม่ยถามบิดา เพราะนางก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน ส่วนแม่หลัวจากที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเพราะเพิ่งคลอดบุตรไม่นานก็ต้องรีบหนีทำให้สุขภาพนางมิสู้แข็งแรง "ท่านแม่ ตรงโน้นมีเหมือนเป็นลำธารเจ้าคะ เราอาจไปล้างเนื้อล้างตัวกันได้"หลัวหมิงหลานมองรอบๆก็เห็นมีลำธารจึงร้องบอกทุกคน ทุกคนจึงเดินไปล้างเนื้อล้างตัว หลัวจางลี่เห็นบุตรชายมอมแมมจึงจับบุตรชายเช็ดตัวหมิงเอ๋อเห็นดังนั้นจึงวิ่งไปที่เต๊นท์เพื่อหาครีมอาบน้ำแล้วแชมพูสระผมเอามาให้ทุกคน สภาพแต่ละคนต้องบอกว่าเกินคำว่ามอมแมมได้เลย "อะไรหรือหมิงเอ๋อ?"หมิงหลานถามน้องสาว "สิ่งนี้จะช่วยชำระร่างกายให้สะอาดเจ้าคะ ใช้แบบนี้นะเจ้าคะ"แล้วเด็กสาวก็บอกวิธีการใช้ให้ทุกคน หลัวหวังเหว่ยจึงให้ภรรยาและบุตรสาวอาบก่อนส่วนตัวเองหลบไปในเต๊นท์เพื่อให้บุตรสาวไม่เขินอาย เมื่อทุกคนอาบน้ำสระผมเสร็จก็เดินกลับไปที่เต๊นท์เพื่อให้บิดาไปอาบต่อ หมิงเอ๋อนำถุงนอนมาให้ทุกคน ถุงนอนรุ่นนี้เป็นแบบนอนในอากาศหนาวถึง-4องศาได้เวลาต่อมา16:35 น.บริเวณโต๊ะริมสระว่ายน้ำ"อะไรเหรอคะ" มิราเอ่ยถามคนตัวโตเมื่อเขายื่นกล่องเล็กๆสีชมพูมาให้ขณะที่เธอนั่งอยู่บนตักแกร่งของเขา"เปิดดูสิครับ" บอกกับเด็กสาวน้ำเสียงอ่อนโยน โอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ มืออีกข้างก็ยังคงถือกล่องเล็กๆสีชมพูยื่นให้เด็กสาวด้านมิราจึงรับกล่องดังกล่าวมาแล้วเปิดฝากล่องออก เมื่อเห็นว่าสิ่งของในกล่องคืออะไรก็ระบายยิ้มออกมาจนแก้มแทบปริ ซึ่งภายในกล่องเป็นสร้อยคอเส้นเล็กๆสีเงิน ตัวจี้เป็นรูปหนังสือเล่มเล็กๆสีชมพู"ชอบไหมครับ พี่สั่งทำให้หนูเป็นพิเศษเลยนะ" เขาถามพลางกระชับกอดคนบนตักแน่นขึ้น ซึ่งสร้อยเส้นนี้เขาสั่งทำไว้นานแล้ว แต่เพิ่งจะได้มีโอกาสไปเอาที่ร้านตอนไปส่งคนเป็นน้องสาวที่คอนโด"ชอบค่ะ ชอบมากด้วย ขอบคุณนะคะ"ฟอด~มิราหอมแก้มของคนตัวโตไปหนึ่งฟอดเป็นการเอาใจ ซึ่งสร้อยที่เขาให้มามันน่ารักมากและถูกใจเธอมากจริงๆด้านวายุก็ได้แต่ยิ้มเอ็นดูคนบนตัก ก่อนจะเกยคางไว้บนไหล่มนเสมือนกำลังออดอ้อนคนบนตักยังไงยังงั้น"ว่าแต่ทำไมพี่วายุถึงสั่งทำจี้สร้อยเป็นรูปหนังสือล่ะคะ?""เพราะว่าหนูชอบอ่านนิยายไงครับ พี่เลยสั่งทำสร้อยเป็นรูปหนังสือ หนูลองดูดีๆสิครับ ในตัวจี้ด้าน
วันต่อมากรุงเทพมหานคร ขณะนี้วายุกับมิราเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีคนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวติดสอยห้อยตามทั้งสองคนมาด้วย ณ คฤหาสน์หลังใหญ่11:45 น.เมื่อวายุขับรถเข้ามาจอดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่โดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ เขาก็เอี้ยวตัวหันไปพูดกับน้องสาวที่นั่งอยู่บนเบาะรถด้านหลังทันที"รอพี่ในรถก่อนนะ พี่ขอเอาของไปเก็บก่อนแล้วจะไปส่งที่คอนโด""ค่ะ" พระพายจึงพยักหน้าตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนจะกวาดสายตามองออกไปนอกรถอย่างซุกซนละคนอยากรู้อยากเห็น เธอตื่นเต้นไม่น้อยกับการที่ได้เห็นคฤหาสน์หลังใหญ่ ไม่รู้ว่าบ้านหรือวังถึงได้ใหญ่โตอลังการเช่นนี้ด้านวายุจึงลงจากรถแล้วไปเปิดประตูรถฝั่งของคนรัก จากนั้นเขาก็พาคนรักเข้าบ้านโดยมีกระเป๋าสัมภาระของเธอและเขาถืออยู่ในมือหนาทั้งสองข้างส่วนสาวน้อยที่นั่งอยู่ในรถของพี่ชาย โดยไม่รู้เลยว่ามีรถตู้คันหรูสีดำของเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้กำลังขับเคลื่อนเข้ามาจอดอยู่ด้านหลังรถของพี่ชายที่เธอนั่งอยู่ ด้วยความซุกซนและอยากรู้อยากเห็นเธอจึงตัดสินใจเปิดประตูลงจากรถเพื่อจะได้มองสำรวจคฤหาสน์ได้สะดวกขึ้น แทนที่จะรออยู่ในรถ
(ป่วนหัวใจนายบอดี้การ์ดหน้านิ่ง)ภายในห้องนอนของวายุหลังจากที่พูดคุยกับลุงและป้าสะใภ้เสร็จ วายุก็พาเด็กสาวขึ้นมาพักผ่อนบนห้องนอนของเขา"นั่งรถมาเหนื่อยๆ อากาศก็ร้อน พี่ว่าหนูไปอาบน้ำก่อนดีกว่านะครับจะได้สดชื่น" วายุเอ่ยบอกพลางเดินไปหยิบผ้าขนหนูที่พับเก็บไว้ในตูเสื้อผ้าของตัวเองออกมา ก่อนจะเดินกลับมาหาเด็กสาวที่กำลังกวาดสายตามองไปรอบๆห้องของเขา"พี่วายุชอบสีเทากับสีดำเหรอคะ ห้องของพี่ถึงได้คลุมโทนสีเทาดำหมดเลย" มิราไม่ได้สนใจคำพูดของคนตัวโตเลย ปากถามแต่สายตากวาดมองไปรอบๆห้องของเขาอย่างซุกซน พลางยื่นมือไปรับผ้าขนหนูที่เขายื่นให้ ซึ่งแม้กระทั่งผ้าขนหนูที่เขาให้มาก็ยังเป็นสีเทา"ใช่ครับ" เขาตอบก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำที่สวมใส่อยู่ แล้วถอดออกโยนทิ้งลงตระกร้าที่วางอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า ตามด้วยถอดเข็มขัดราคาแพง แต่ทว่าขณะที่เขากำลังจะปลดกระดุมกางเกง เด็กสาวก็ดันเอ่ยขัดขึ้นมา"พะ พี่วายุถอดเสื้อผ้าทำไมคะ" รู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาเสียดื้อๆเมื่อเห็นอีกคนยืนถอดเสื้อผ้าต่อหน้าต่อตา"อาบน้ำก็ต้องถอดเสื้อผ้าสิครับ จะอาบทั้งเสื้อผ้าได้ยังไงกัน" "อ๋อ พี่วายุจะอาบน้ำก่อนใช่ไหมคะ งั้นเดี๋ยวน้องไปรอข
บ้านของวายุ (ต่างจังหวัด)13:25 น."ลุงวินป้าจ๋าพี่วายุมาแล้วค่ะ!" เป็นเสียงเด็กสาววัยสิบแปดปีที่มีหน้าตาสะสวยและหุ่นดี ไม่ใช่สวยธรรมดา แต่เรียกได้ว่าสวยมากเลยทีเดียว เธอตะโกนบอกผู้เป็นลุงแท้ๆกับป้าสะใภ้ที่อยู่หลังบ้านเมื่อเห็นรถคันหรูสีดำคุ้นตาของคนเป็นพี่ชายหรือลูกพี่ลูกน้องของเธอขับเข้ามาจอดอยู่หน้าบ้าน...ซึ่งเด็กสาวคนดังกล่าวเธอมีนามว่า พระพาย เธอเองไม่ต่างจากวายุที่คนเป็นลุงแท้ๆกับป้าสะใภ้ได้รับมาเลี้ยงดูเช่นกัน เนื่องจากพ่อของเธอได้เสียไปเมื่อสามปีก่อนด้วยโรคร้าย ส่วนแม่ของเธอได้เสียไปตั้งแต่เธออายุได้สองขวบด้วยโรคประจำตัว เธอจึงไม่เหลือใครนอกจากพี่ชายของพ่อหรือลุงแท้ๆกับป้าสะใภ้ที่ยังไม่มีลูก พวกเขาทั้งสองคนจึงรับเธอมาเลี้ยงดูและรักเธอกับวายุเสมือนลูกของพวกเขาจริงๆ...และไม่รอช้าพระพายรีบวิ่งไปหาคนเป็นพี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้ที่กำลังลงจากรถ"สวัสดีค่ะพี่วายุ" เมื่อวิ่งมาถึง พระพายจึงเอ่ยสวัสดีพร้อมกับพนมมือน้อยๆไหว้พี่ชาย ก่อนจะหันไปทักทายว่าที่พี่สะใภ้ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันด้วยใบหน้ายิ้มๆ"หวัดดี เราชื่อพระพายนะ เป็นน้องพี่วายุ""หวัดดีจ้ะ เราชื่อมิรา เป็นแฟนพี่วายุ" มิราเ
ก๊อกๆๆๆๆ!!!!แต่แล้วเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นด้วยฝีมือของคนนอกห้องที่กระหน่ำเคาะไม่หยุด ทำให้เด็กสาวเจ้าของห้องสะดุ้งผวาโผเข้ากอดคนตัวโตเอาไว้แน่นด้วยความตกใจ และนึกหวั่นกลัวขึ้นมา เพราะตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในห้องแค่คนเดียว หากใครมาเห็นเข้าคงแย่ก๊อกๆๆๆๆๆ!!!!"ยัยหนูเปิดประตูให้พ่อเดี๋ยวนี้!"เสียง
"อ้าวพี่ หายไปไหนมาตั้งนาน" ภีมเอ่ยทักทันทีเมื่อเห็นรุ่นพี่กำลังเดินมาทางเขาวายุไม่ได้ตอบอะไร แต่กลับมองหาเด็กสาวที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้อย่างที่เขาคิดไว้ หรือเธอคงอาจจะเสียใจและวิ่งขึ้นห้องนอนของเธอไปแล้ว เช่นนั้นก็ดี ดีกว่าที่เธอมานั่งอยู่กับไอ้หน้าตี๋"ตัวเล็กไปเข้าห้องน้ำนานจัง เดี๋ยวฉันไปตามดีกว่า
เมื่อเขาบอกจะซื้อยาคุมให้กิน มิเราก็คลายความกังวลลงได้บ้าง ซึ่งเธอก็เรียนสุขศึกษาพอที่จะรู้ว่ายาคุมฉุกเฉินเป็นตัวช่วยในการคุมกำเนิดได้ดีระดับหนึ่ง แต่หากกินบ่อยก็ส่งผลเสียต่อมดลูกได้ เธอจึงตั้งคำถามออกไป"แล้วคนเป็นแฟนกันต้องมีอะไรกันบ่อยแค่ไหนคะ แล้วครั้งต่อไปน้องต้องกินยาคุมฉุกเฉินอีกไหม คุณครูที
"พร้อมไหมครับ" ปากเอ่ยถามเด็กสาว ทว่ามือหนาก็ชักสาวท่อนเอ็นของตัวเองไปด้วย โดยที่ดวงตาคู่คมมองเรือนร่างของเด็กสาวไปทั่วอย่างหลงใหลและหวงแหน ไม่ได้ละสายตาไปจากร่างกายอันเย้ายวนของเธอเลยด้านมิราจึงพยักหน้าหงึกๆให้แทนคำตอบ มือบางสองข้างกุมกันไว้บนหน้าอกของตัวเองอย่างเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับความเป็นช