Share

บทที่ 2 เด็กเปรต

Author: Tawan miki
last update Last Updated: 2026-01-23 15:17:08

บทที่ 2 เด็กเปรต

แสงแดดยามบ่ายทอดลำผ่านทิวสนและสวนมะม่วงสองข้างทาง ลลินลดกระจกรถลงเพื่อรับลมธรรมชาติที่หาไม่ได้ในเมืองกรุง ความเงียบสงบและกลิ่นสาบดินโชยเข้ามาช่วยให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวจากบทสนทนาเรื่องแฟนเก่าเริ่มเบาบางลง เธอฮัมเพลงในลำคอเบาๆ พลางทอดสายตาชมวิวทิวทัศน์บ้านเกิดอย่างเพลินตา จนเผลอละเลยความระมัดระวังที่ควรจะมีบนถนนลูกรังแคบๆ

ทว่า... ความสุนทรีย์ก็พังทลายลงในพริบตา เมื่อรถเบนซ์คันงามเคลื่อนมาถึงทางแยกดินแดง

บรื้นนนน!!

เสียงเบิ้ลเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ดังสนั่นหู พร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มเด็กวัยรุ่นในชุดนักเรียนขาสั้นสีน้ำเงินสามคันรวดที่ซิ่งแข่งกันมาด้วยความคึกคะนอง หนึ่งในนั้นพุ่งพรวดออกมาจากทางแยกตัดหน้าเธอในระยะกระชั้นชิด!

เอี๊ยดดดดดดด!!!

โครม!!!

ลลินเหยียบเบรกจนตัวโก่ง เสียงยางบดไปกับพื้นดินแดงจนฝุ่นตลบอบอวล แรงกระแทกเพียงเล็กน้อยแต่ส่งเสียงบาดใจทำเอาหัวใจเธอแทบร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันทีที่ฝุ่นจางลง เธอรีบเปิดประตูรถก้าวลงมาดูสภาพ 'ลูกรัก' ของเธอทันที

กรี๊ดดดด!

“หน้ารถฉัน!"ลลินแทบคลั่งเมื่อเห็นรอยยุบและรอยถลอกยาวบนกันชนหน้าสีขาวมุก เธอหันขวับไปหาต้นเหตุที่นอนตะแคงอยู่ไม่ไกล ก่อนจะพ่นไฟใส่กลุ่มเด็กนักเรียนที่กำลังพยุงรถกันขึ้นมา

"ขี่มอเตอร์ไซค์ยังไงห๊ะ! ไม่มีหูมีตาหรือไง ถึงได้พุ่งพรวดออกมาเหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวกแบบนี้!"

"อ้าว... แล้วคุณป้าขับรถยังไงไม่ชะลอเล่า พวกผมก็ขี่ของพวกผมอยู่ดีๆ"เสียงทุ้มห้าวที่สวนกลับมาทำให้ลลินชะงัก เธอจ้องมองเด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่เป็นคนขับชน เขาอยู่ในชุดนักเรียนที่กระดุมหลุดลุ่ยหนึ่งเม็ด เผยให้เห็นแผงอกตึงแน่นตามวัยหนุ่ม ใบหน้าคมเข้มนั้นไม่ได้มีความสลดใจแม้แต่น้อย แถมยังจ้องหน้าเธอตอบด้วยสายตาพราวระยับ

"กริ๊ด!! เด็กเปรต! แกเรียกใครป้า! ตบปากแตกเลยดีไหมห๊ะ!" ลลินแว้ดลั่นจนตัวสั่น มือเรียวชี้หน้าเด็กหนุ่มอย่างเอาเรื่อง

"ก็เรียกป้านี่ไง จะกริ๊ดทำไมหนวกหูชะมัด" เด็กหนุ่มยักไหล่อย่างกวนอารมณ์ พลางยกมือขึ้นปัดฝุ่นดินแดงออกจากกางเกงนักเรียน

"ชุดก็สวย คนก็น่าจะสวย แต่ทำไมดุเหมือนหมาแม่ลูกอ่อนเลย"

"ไอ้เด็กบ้า! พ่อแม่เป็นใคร ถึงได้สอนลูกให้ก้าวร้าว ไร้การศึกษาแบบนี้!"

"ป้าพูดดีๆ นะ... พวกผมพูดด้วยเหตุผล แต่ป้ากลับมาด่าผมว่าเด็กเปรต ใครกันแน่ที่ไร้การศึกษา?" เด็กหนุ่มก้าวเท้าเดินเข้ามาหา ร่างสูง 180เซนติเมตรของเขาข่มขวัญลลินได้ไม่น้อย แต่ความโมโหมันมีมากกว่าความกลัว

"แล้วมันไม่จริงหรือไง! พวกเด็กแว้นสร้างปัญหา! แล้วนี่มีปัญญารับผิดชอบไหม รถฉันคันละกี่ล้านแกรรู้บ้างหรือเปล่า!"

"รับผิดชอบได้ แต่ผมไม่ผิดนะ" เด็กหนุ่มเลิกคิ้วกวนๆ

"เขาเรียกว่าประมาทร่วม ป้าขับมาเร็ว ทางแยกก็ไม่ชะลอ รถผมก็พังเหมือนกันเนี่ย"

"งั้นจะเรียกตำรวจ! เอาให้เข้าคุกไปเลยจะได้เข็ดราบ!" ลลินควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าอย่างสั่นเทา

"ก็ตามใจป้าเลยครับ ถ้าอยากเสียเวลาครึ่งค่อนวันอยู่กลางถนนร้อนๆ แบบนี้ ตำรวจโรงพักนี้ก็ญาติผมทั้งนั้นแหละ" เด็กหนุ่มหัวเราะในลำคอพลางมองสำรวจร่างกายหญิงสาวอย่างถือวิสาสะ โดยเฉพาะจังหวะที่เธอหายใจแรงด้วยความโกรธจนหน้าอกหน้าใจกระเพื่อมไหว

"ฝากไว้ก่อนเหอะ! อย่าให้ฉันเจอแกอีกนะ!"

ลลินรู้ดีว่าเถียงไปก็เสียเวลา แถมแดดสุพรรณฯ ยามบ่ายก็เริ่มจะแผดเผาผิวเนียนของเธอจนแสบไปหมด เธอกระแทกเท้าเดินสะบัดสะโพกงอนงามกลับไปที่รถ ท่ามกลางเสียงหวีดปากไล่หลังของกลุ่มเด็กนักเรียน

"รีบกลับมาเอาคืนนะครับคุณป้า! ผมจะรอ!" เด็กหนุ่มตะโกนไล่หลังอย่างอารมณ์ดี

"ไอ้เด็กเหี้ย!" ลลินทิ้งท้ายด้วยคำด่าสุดหยาบก่อนจะปิดประตูรถเสียงดังปัง แล้วกระชากรถเบนซ์ออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้กลุ่มเด็กแสบยืนขำอยู่ท่ามกลางฝุ่นดินแดง

"หึ... ป้าเหรอ? สวยชะมัด" ร่างสูงของเด็กหนุ่มมองตามท้ายรถไปพลางเลียริมฝีปากเบาๆ ความรู้สึกสนุกบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในใจของเด็กหนุ่มเสียแล้ว

หลังจากการปะทะคารมกับเด็กแสบกลางถนน ลลินก็หมดอารมณ์ที่จะไปจิบกาแฟหรือเจอหน้าแฟนเก่าให้เสียสุขภาพจิตเพิ่ม เธอตัดสินใจหักพวงมาลัยเลี้ยวรถกลับมายังบ้านสวนทันที เสียงเบรกดังลั่นบ่งบอกถึงระดับความหงุดหงิดที่พุ่งทะลุปรอท

“อ้าวๆ ไหนล่ะกาแฟ ไปไวมาไวแท้ลูกสาวข้า” แม่ช้อยที่ยังคงง่วนอยู่กับการแพ็กกล้วยแขกใส่ถุงเงยหน้าขึ้นทักทายอย่างแปลกใจ

“ไปถึงที่ไหนกันล่ะแม่! ยังไปไม่ทันถึงครึ่งทางเลยเนี่ย ลูกใครก็ไม่รู้ขี่มอเตอร์ไซค์ไร้มารยาทมาชนรถหนู!” ลลินแว้ดขึ้นมาพลางเดินกระแทกส้นเท้าลงจากรถมาชี้ให้แม่ดูรอยบุบที่หน้ารถเบนซ์คันงาม

“อ้าว! แล้วนั่นเป็นอะไรมากไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” แม่รีบวางมือจากของกิน เดินเข้ามาสำรวจตัวลูกสาวด้วยความตกใจ

“หนูไม่เป็นไรจ้ะแม่ แต่รถเนี่ยสิยุบไปเลย... เสียโฉมหมด!” เธอเบะปากอย่างเอาแต่ใจ พลางนึกถึงใบหน้ากวนประสาทของเด็กหนุ่มคนนั้นแล้วก็นึกอยากจะฟาดด้วยกระเป๋าแบรนด์เนมให้หายแค้น

“คนไม่เป็นไรก็บุญแล้วลินเอ๊ย รถมันซ่อมได้... คงจะเป็นเด็กแถวนี้แหละมั้ง มันชอบขี่รถเล่นกันไม่ค่อยระวัง”แม่ช้อยเดินเข้ามาใกล้พลางทอดถอนใจ มือหยาบกร้านตามประสาคนทำงานหนักเอื้อมมาตบไหล่ลูกสาวเบาๆ เป็นเชิงปลอบใจ หวังจะให้ความอุ่นซ่านจากฝ่ามือช่วยบรรเทาความเดือดดาลในใจของอีกฝ่าย

“ไปพักเถอะไป ล้างหน้าล้างตาให้ใจร่มๆ เสียก่อน”

ลินฟึดฟัดอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าสะสวยยังคงงอง้ำขณะปรายตา มองรอยบุบถลอกบนตัวถังรถที่เพิ่งถอยมาใหม่ด้วยความเสียดาย กระนั้นเธอก็ยอมผ่อนลมหายใจออกมาหนักๆ เมื่อเห็นสายตาที่เป็นห่วงของมารดา

“จ้ะ... หนูไปแต่งนิยายดีกว่า อยู่แถวนี้แล้วหงุดหงิด!”หญิงสาวสะบัดหน้าหนี เดินกระแทกเท้าเข้าบ้านไปทันที ทิ้งไว้เพียงเสียงบ่นพึมพำกับความวุ่นวายที่ยังกรุ่นอยู่ในอก

“เอ่อ... เดี๋ยวพอค่ำๆ ก็ลงมากินข้าวนะ แม่ทำของโปรดไว้ให้”แม่ช้อยเอ่ยไล่หลังด้วยน้ำเสียงละล้าละลัง อ้อมแอ้มคล้ายไม่แน่ใจว่ากับข้าวฝีมือตนจะช่วยชโลมใจลูกสาวที่กำลังหัวเสียได้มากน้อยแค่ไหน แววตาของคนเป็นแม่ทอดมองตามแผ่นหลังของลูกสาวด้วยความอาทร

“จ้ะแม่”ลลินรับคำสั้นๆ โดยไม่หันกลับมามอง เธอคว้าหูหิ้วกระเป๋าเดินทางใบเขื่องแล้วออกแรงฉุดกระชาก เดินปั้นปึ่งขึ้นไปบนบ้านไม้หลังเก่า เสียงฝีเท้ากระทบขั้นบันไดไม้ดังปึงปังพอกับจังหวะหัวใจที่ยังเต้นเร่าด้วยความโกรธ

ทว่าเมื่อก้าวพ้นธรณีประตู กลิ่นอายไม้เก่าและความเย็นสบายที่หมุนเวียนอยู่ใต้ชายคากลับปะทะเข้าอย่างจัง แต่น่าแปลกที่ความเย็นฉ่ำซึ่งเคยโอบอุ้มเธอมาแต่เยาว์วัย กลับไม่ได้ช่วยให้ความร้อนในใจลดลงเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงกำสายกระเป๋าแน่น แววตาจ้องมองขวางไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย

ลลินลากกระเป๋าเข้าห้องนอนก่อนจะปิดประตูลงกลอนแรงๆ หนึ่งทีเพื่อระบายอารมณ์ เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนุ่มที่คุ้นเคย กลิ่นหอมจางๆ ของดอกปีบที่โชยมาจากหน้าต่างช่วยชะโลมความพลุ่งพล่านให้เริ่มสงบลงบ้าง หญิงสาวถอนใจยาว พยายามสลัดเรื่องอุบัติเหตุบ้าบอนั่นออกไปจากหัว

เธอหยิบโน้ตบุ๊กคู่ใจขึ้นมาเปิด วางบนตักเตรียมจะร่ายตัวอักษรเพื่อพาตัวเองเข้าสู่โลกจินตนาการ ทว่าทันทีที่แสงสว่างจากหน้าจอสะท้อนเข้าดวงตา ภาพพล็อตนิยายวายที่เคยลิสต์เอาไว้กลับเลือนหายไปเสียดื้อๆ

กลายเป็นภาพเหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ ที่เข้ามาซ้อนทับภาพ 'ใบหน้าคมเข้ม' ที่ดูยียวนกวนประสาท กับ 'นัยน์ตาพราวระยับ' คู่ที่จ้องมองมาอย่างไม่สะทกสะท้านของเด็กเปรตคนนั้น มันเด่นชัดเสียจนเธอต้องเผลอกัดริมฝีปากตัวเอง

เสียงทุ้มกวนประสาทนั้นยังดังวนเวียนอยู่ในหู

ลลินสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆ ออกไป แต่นิ้วมือเจ้ากรรมกลับเริ่มรัวลงบนแป้นพิมพ์ บรรยายถึงตัวละครเอกที่มีนิสัยกะล่อน ขี้เล่น และชอบเอาชนะ... เหมือนไอ้เด็กนั่นไม่มีผิด!

“เขียนแก้แค้นในนิยายแม่งเลย!” เธอพึมพำกับตัวเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ป้าไม่แก่ แค่แพ้เด็ก   บทที่ 21ขอบคุณนะ (จบ)

    บทที่ 21ขอบคุณนะ (จบ)ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง เป็นความเงียบที่หนักอึ้งราวกับมีขุนเขานับพันลูกมาทับไว้ ของขวัญมองสบตาสินอย่างขอความเห็นและความช่วยเหลือ ในขณะที่เขตต์ยังคงกุมมือลลินไว้ไม่ยอมปล่อย... ต่อให้ต้องเผชิญกับเรื่องใหญ่แค่ไหน เขาก็จะไม่มีวันปล่อยมือจากผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจคนนี้อีกเป็นอันขาด“ขวัญ... พาลูกไปพักผ่อนก่อนไป พี่ขอคุยกับลินตามลำพังหน่อย”น้ำเสียงนิ่งเรียบของสินแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้บรรยากาศในห้องโถงเย็นเฉียบลงฉับพลัน ของขวัญมองสบตาลูกชายด้วยความกังวลก่อนจะแตะไหล่เขตต์เบาๆ เพื่อส่งสัญญาณให้เดินออกไป เด็กหนุ่มฮึดฮัดแสดงท่าทีขัดใจ เขาไม่อยากทิ้งลลินไว้ให้เผชิญหน้ากับพ่อเพียงลำพัง ทว่าแรงบีบกระชับที่ฝ่ามือเรียวเป็นเชิงบอกว่าเธอจัดการได้ ทำให้เขตต์ยอมก้าวถอยออกไปอย่างจำใจเมื่อความวุ่นวายจางหายไป เหลือเพียงอดีตคนรักที่สถานะเปลี่ยนไปเป็นเพื่อนสนิท ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ก็ดูจะหนาหนักขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า สินเดินไปหยุดยืนอยู่ที่ริมหน้าต่าง ทอดถอนสายตามองออกไปยังทุ่งนากว้างใหญ่ แผ่นหลังที่เคยดูแข็งแกร่งบัดนี้กลับดูเคร่งขรึมและแบกรับความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย“เธอคิด

  • ป้าไม่แก่ แค่แพ้เด็ก   บทที่ 19 ปรับความเข้าใจ 18+

    บทที่ 19 ปรับความเข้าใจ 18+ท่ามกลางความเงียบสงัดของบ้านไม้ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่กรีดร้องสอดประสานกับเสียงลมพัดใบไม้ไหวรอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามา ลลินยังคงซบใบหน้าชื้นน้ำตาอยู่กับแผงอกกว้างของเขตต์ กลิ่นหอมจางๆ จากกายหนุ่มและความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่เคยโหยหาช่วยประคองสติที่แตกกระเจิงของเธอให้ค่อยๆ กลับคืนมา“เขตต์... ปล่อยพี่ก่อน พี่มีเรื่องต้องบอกเธอ” ลลินผละออกเล็กน้อย แม้ดวงตาจะยังบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก แต่แววตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นกว่าเดิมเขตต์ยอมคลายอ้อมกอดอย่างว่าง่าย ทว่ามือหนายังคงเกาะเกี่ยวและกุมมือเรียวของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยเพียงวินาทีเดียว ร่างตรงหน้าจะเลือนหายไปเหมือนความฝันตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทั้งคู่นั่งลงบนโซฟาตัวเดิม ทว่าคราวนี้บรรยากาศคุกรุ่นด้วยโทสะกลับถูกแทนที่ด้วยความหม่นเศร้าและความจริงที่รอการเปิดเผย“ที่พี่หายไป... ที่พี่ผลักไสนายว่าเราไม่คู่ควรกัน มันไม่ใช่แค่เรื่องช่องว่างของอายุหรอกนะเขตต์” ลลินเริ่มเสียงสั่นเล็กน้อยเมื่อต้องเริ่มแตะต้องแผลเป็นในใจที่เธอซ่อนไว้ลึกที่สุด“แต่มันเป็นเพราะพี่เคย... พี่เคยคบกับพ่อของเธอมาก่อน”ประโยคสา

  • ป้าไม่แก่ แค่แพ้เด็ก   บทที่ 18 หมาโบ้

    บทที่ 18 หมาโบ้ลลินทรุดกายลงนั่งบนเบาะหนังราคาแพงภายในรถเบนซ์คู่ใจ ทันทีที่ประตูปิดสนิทตัดขาดจากโลกภายนอก กำแพงแห่งความเข้มแข็งที่เธอพยายามสร้างมาตลอดชีวิตก็พังครืนลงมาอย่างไม่เหลือชิ้นดี นางพญาผู้เคยสง่างามปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น เสียงสะอื้นไห้ที่ดังระงมไปทั่วห้องโดยสารคือเสียงของความพ่ายแพ้เธอแพ้แล้วจริงๆ... พ่ายแพ้ต่อความขี้ขลาดของตัวเอง พ่ายแพ้ต่อกาลเวลา และพ่ายแพ้ต่อกำแพงความเหมาะสมที่เธอเป็นคนก่อมันขึ้นมาเองกับมือเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงที่ลลินปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งอยู่กับหยดน้ำตา ความมืดมิดภายนอกปกคลุมจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า ไม่ต่างจากอนาคตของเธอในตอนนี้ มือเรียวที่สั่นเทาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเพื่อกดหาแม่ช้อย หวังเพียงจะบอกลาเพื่อกลับไปซ่อนตัวที่กรุงเทพฯ เหมือนคนขี้แพ้ที่ต้องการหลบไปเลียแผลใจก๊อก ก๊อก!เสียงเคาะกระจกที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบทำให้ลลินสะดุ้งสุดตัว เธอรีบใช้หลังมือเช็ดน้ำตาปรกๆ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับโทนเสียงให้ปกติที่สุด ก่อนจะกดลดกระจกลงอย่างรวดเร็ว“เอ่อ... ฉันขอโทษที่จอดนานไปหน่อย ฉันกำลังจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” ลลินรัวคำพูดออกมาโดยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตา

  • ป้าไม่แก่ แค่แพ้เด็ก   บทที่ 17 ยอมแพ้แล้ว

    บทที่ 17 ยอมแพ้แล้วความรู้สึกผิดที่กัดกินใจมาทั้งวันทำให้ลลินไม่อาจอยู่นิ่งได้ ความเงียบในบ้านสวนยามเย็นกลับยิ่งทวีคูณเสียงสะท้อนของความเย็นชาที่เขตต์มอบให้เธอเมื่อเช้า จนในที่สุดเธอก็ตัดสินใจคว้ากุญแจรถเบนซ์คู่ใจ วนกลับมาที่ร้านกาแฟของสินอีกครั้ง แม้จะรู้ดีว่าสิ่งที่รออยู่อาจเป็นเพียงกำแพงน้ำแข็งที่หนากว่าเดิม แต่หัวใจที่วูบไหวกลับสั่งให้เธอต้องลองเสี่ยงดูอีกสักตั้งทว่าเมื่อล้อรถหยุดสนิทที่หน้าร้าน บรรยากาศกลับเงียบเหงาผิดปกติ กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟที่เคยอบอวลจางหายไป เหลือเพียงแสงแดดสุดท้ายที่ทาบทับลงบนบานประตูไม้ที่ถูกปิดลง มีเพียง สิน และ ของขวัญ ภรรยาคนปัจจุบันของเขาที่กำลังช่วยกันเก็บเก้าอี้และคล้องกุญแจหน้าร้านอย่างขะมักเขม้น“อ้าวลิน... กลับมาสุพรรณตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ไม่เห็นส่งข่าวเลย” สินทักขึ้นด้วยน้ำเสียงมิตรภาพและรอยยิ้มอย่างคนเคยคุ้น“เมื่อวานนี้เอง พอดีมีธุระที่บ้านนิดหน่อย” ลลินตอบเสียงแผ่ว พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น แววตาคู่สวยแอบกวาดมองผ่านกระจกร้านเข้าไปด้านในเพื่อหาเงาของเด็กหนุ่มที่เธอโหยหา แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงความว่างเปล่าและความมืดสลัวภายในร้าน“โทษทีนะล

  • ป้าไม่แก่ แค่แพ้เด็ก   บทที่ 16 รสชาติของการถูกเมิน

    บทที่ 16 รสชาติของการถูกเมินแสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้าขับไล่ความมืดมิดของค่ำคืนที่แสนยาวนาน กลิ่นดินและไอน้ำค้างยามเช้าลอยอบอวลไปทั่วบ้านสวน ลลินลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม ความอ่อนล้าจากวันวานถูกแทนที่ด้วยความกระวนกระวายใจที่สั่งให้เธอรีบดีดตัวออกจากที่นอนตั้งแต่ไก่โห่เธอสลัดความง่วงงุนทิ้งไป จัดการอาบน้ำแต่งกายด้วยชุดลำลองเรียบง่ายทว่ายังคงดูสง่างาม ก่อนจะก้าวลงจากบ้านไม้ด้วยฝีเท้าที่เร่งรีบจนไปปะทะเข้ากับแม่ช้อยที่กำลังตักบาตรเสร็จพอดี“อ้าว!ตื่นเช้าก็เป็นรึ” แม่ช้อยถึงกับหยุดกะพริบตาปริบๆ มองบุตรสาวอย่างไม่เชื่อสายตา“ปกติกว่าจะคลานออกจากมุ้งได้ก็ตะวันโด่งนู่น”“จะรีบไปไหนแต่เช้าล่ะเรา?”“ไปซื้อกาแฟร้านสินจ้ะแม่” ลลินตอบเลี่ยงๆ ทว่าแก้มใสกลับขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ เธอจงใจหยิบกระเป๋าสะพายใบเก่งขึ้นมาคล้องไหล่เพื่อปกปิดอาการประหม่า“มันยังไม่ทันจะเปิดหรอก เจ้าสินน่ะเปิดร้านสายจะตายไป จะรีบไปทำไมตอนนี้” หญิงชราส่ายหน้าพลางพึมพำกับตัวเอง“เอ่อ...หนูจะไปหาสถานที่แต่งนิยายด้วยจ้ะแม่ อยู่ในห้องแล้วหัวมันไม่แล่น อยากได้บรรยากาศสดชื่นๆ หน่อย” ลลินหยิบยกงานที่เธอ

  • ป้าไม่แก่ แค่แพ้เด็ก   บทที่ 15 ทำตามหัวใจ

    บทที่ 15 ทำตามหัวใจกาลเวลาหมุนเวียนผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม นับตั้งแต่วันที่ลลินตัดสินใจหันหลังให้กับบ้านสวนที่สุพรรณบุรีในเย็นวันนั้น... วันที่เธอหอบเอาหัวใจที่บอบช้ำและเศษเสี้ยวความทรงจำอันกระจัดกระจายกลับสู่เมืองกรุงอย่างกะทันหันท่ามกลางความงุนงงของแม่ช้อยที่ตามอารมณ์บุตรสาวไม่ทัน ลลินเลือกที่จะขังตัวเองอยู่ในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงเทพฯ ตัดขาดจากบรรยากาศร่มรื่นของทุ่งนาและกลิ่นอายดินที่เคยคุ้นเธอใช้แสงสีเทาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และโลกมายาในตัวอักษรเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเพียงอย่างเดียว เพื่อหวังจะใช้มันลบเลือนใบหน้าคมเข้มและนัยน์ตาตัดพ้อของเด็กหนุ่มที่ชื่อ 'เขตต์' ออกไปจากมโนสำนึกทว่ายิ่งหนี... เธอกลับยิ่งรู้สึกเหมือนติดอยู่ในกรงขังที่ตัวเองสร้างขึ้นเสียงฝีเท้าสม่ำเสมอของ 'ปิ่น' เลขาสาวคนสนิทดังขึ้นในห้องทำงานที่เงียบสงัดและเย็นเฉียบด้วยไอเครื่องปรับอากาศ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังเจ้านายสาวที่ดูซูบเซียวลงไปถนัดตา“พี่ลิน... ไม่คิดจะออกไปไหนบ้างเลยเหรอคะ?” ปิ่นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวลใจพลางมองกองเอกสารและถ้วยกาแฟที่วางระเกะระกะ “ตั้งแต่พี่กลับมาจากสุพรรณวันนั้น พี่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status