FAZER LOGIN"อย่าหัวเราะนะ"
ชลันดาทำเสียงดุ ๆ ให้กับคนที่นั่งอยู่ขั้นบันไดเดียวกับเธอ เขายังเอาผ้าขนหนูสีขาวคลุมไว้เหมือนเดิม มีมู่น้อยในอ้อมแขนกำลังตาปรือ ๆ เหมือนจะหลับ คราบน้ำตายังติดอยู่บนแก้ม พ่อลูกอ่อนจำเป็นมีนมใส่ถุงใบเล็กคล้องแขนไว้ด้วยอย่างเตรียมพร้อม แต่แม่ตัวน้อยตอนนี้ไม่ได้ต้องการนม เหมือนต้องการจะอาละวาดมากกว่า นี่ร้องจนเหนื่อยแล้ว เลยจะหลับมิหลับแหล่
"ผมพึ่งรู้หึ ๆ ว่าเจ๊ดากลัวผี"
ชลันดาหน้าแดงก่ำ เธอค้อนขวับ และดมยาดมไปด้วย
"ใครจะไม่กลัวยะ มาเดินอุ้มลูกมืด ๆ แถมยัยหนูก็ร้องไห้กระซิก ๆ ละนายเอาผ้าขนหนูยาว ๆ นี่มาคลุมทำไมยะ ฉันก็ตกใจสิ ตัวก็สูงปรี๊ด เอาผ้ามาคลุมยังกับผม แล้วก็เดินท่อม ๆ มืด ๆ บรรยากาศแบบนี้ชวนสยองจะตาย ใครจะไม่กลัวล่ะ ดีเท่าไหร่ที่ฉันไม่ช็อกอะ"
"ก็..."
ไทกลั้นหัวเราะ สองหนุ่มสาวคุยกันเบา ๆ เป็นเสียงกระซิบ แม่ตัวน้อยนอนฟังเขาและเธอคุยกันตาปรอย เคลิ้ม หมดเรี่ยวแรงอาละวาด หลังจากร้องไห้ไปล่ะหนึ่งเพลงอาดูร
"ผมคลุมผ้าไว้เพราะแสงจะได้ไม่โดนลูกมาก"
เขาว่า
"แล้วมู่น้อย...เฮ้อ...นี่เค้าเรียกอาการอะไรอะเจ๊ดา เรียกว่าอะไรลิก ๆ หรือเปล่า ผมนะทาทั้งมหาหิงส์ก็แล้ว จับเรอก็แล้ว เปิดเพลงโมสาร์ทให้ฟัง สารพัดจะทำ ก็ลุกมาร้องไห้ เวลาเดิมเปี๊ยบเลย ผมจะทำไงดี ได้แต่อุ้มพาเดิน พอเดินก็ร้องน้อยหน่อยแล้วก็ยอมหลับ พอจะเอาไปนอนที่ห้อง เหมือนจะรู้ ร้องอีกแล้ว...ผมกับไอ้เคนเมื่อคืน พาเดินวนกันทั้งคืน"
"น่ะ..."
ชลันดาย่นจมูกน้อย ๆ พลางมองแม่ตัวเล็ก
"ทน ๆ เอาหน่อย"
ไม่รู้จะพูดอะไรละงานนี้
"น้องคงไม่สบายตัว...คง...อืม...อาการประหลาดแบบนี้ บอกไม่ถูกเหมือนกันแหะ"
"ไอ้เคนมันว่าจะขอน้ำมนต์กลับมา"
"หืม..."
หนนี้เธอแทบจะขำ
"ไม่ต้องหรอก ไม่ใช่ผีสางอะไร ถ้าเกิดว่าร้ายแรงยังไงก็พาไปหาหมอเด็กดู"
"ผมกับไอ้เคนน่ะสิต้องไปหาหมอ"
ไทว่า แล้วก้มลงบนแม่ตัวน้อยที่อ้าปากหาวแล้วตาจะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่
"พ่อจะทำยังไงกับหนูดีนะลูก ลูกเอ๊ย"
"เด็กยังปรับตัวไม่ได้น่ะ แกเพิ่งจะไม่กี่เดือน นี่ดีกว่าลูกของเพื่อนฉันอีกนะ นั่นก็อาการนี้เหมือนกัน แต่หนักกว่ามู่น้อย ตรงต้องพานั่งรถถึงจะหยุดร้อง ขับวนกันไปละ ทั้งคืน"
"หา..."
เขากลั้นหัวเราะจนหน้าแดง พลันคิดได้...ก็หน้าซีด
"เอ่อ...แล้วนานไหมกว่าจะหาย ตาย...ผมตายแน่ ๆ ถ้า มู่น้อยเป็นแบบนี้ทุกวันเป็นเดือน"
"ก็..."
เธอไม่อยากจะตอบ ว่ารายนั้นเป็นอยู่เกือบเดือน แถมเจ้าตัวเล็กหลังจากติดนั่งรถหลับแล้ว การต่อมาก็ติดให้อุ้มเดินวนในสวนตั้งอีกเดือนเต็ม ๆ ทำเอาพ่อแม่ปู่ย่า คนเลี้ยง พากันตาเป็นหมีแพนด้า และแขนแข็งแรงกล้ามล่ำขึ้น ไปตาม ๆ กัน
เด็กนี่บางทีก็ยากแท้หยั่งถึงจริง ๆ
"ไม่นานหรอกน่า แต่อย่าไปเอาอะไรมาพรมหรือให้ลูกกินนะนายไท ไม่ได้เกี่ยวกับผีแน่ ๆ"
"เฮ้อ..."
ไทถอนหายใจ แล้วเอ่ยเสียงอ่อย
"เป็นพ่อคนนี่ก็ยากนะ"
"ย่ะ ไม่เหมือนตอนทำหรอก"
เสียงใสเอ่ยประชด คนฟังเริ่มแอบยิ้ม กับความเป็นคนช่างสอนของคนข้าง ๆ
"นี่ละ นายจะได้รู้สึก ไม่มักง่ายในการ...ทำลูก..."
แก้มของเธอแดงนิด ๆ ขณะที่ร่ายยาวต่อ การมาอบรมสั่งสอนเรื่องแบบนี้กับชายวัยฉกรรจ์ ที่แน่ละว่าแก่กว่าเธอ มันก็กระดากปากอยู่นิด ๆ แต่ก็อดว่าอดสอนไม่ได้
"ระวังป้องกันไว้ละ หนต่อ ๆ ไป คนต่อๆ ไป"
เธอว่า ไทกระแอม มองเธอด้วยหางตาราวกับจะค้อน
"นี่เจ๊เห็นว่าผมเป็นเพลย์บอย เปลี่ยนหญิงบ่อยหรือยังไงกันครับ แล้วผมก็โตแล้ว...รู้แล้วเรื่องป้องกันคุมกำเนิด แต่ก็ขอบคุณเจ๊นะ สำหรับคำพูดเตือนสติ"
"นายโตแล้วยังไงล่ะ แล้วนายก็มีความรับผิดชอบ นี่ละข้อดีของนาย"
ชลันดาหลุดปากชมเขาออกมา คนถูกชมยิ้มเขิน เขาพิศมองวงหน้าเนียนใสของคนข้าง ๆ เธอยังไม่ได้อาบน้ำแหง ๆ เพราะยังใส่ชุดเดิม หน้ามันนิด ๆ แต่...ก็ยัง...
เออ...ทำไมเขาพึ่งสังเกตนะว่าเธอน่ารัก หน้าตาอ่อนเยาว์มาก เพราะริ้วรอยตีนกายังไม่ค่อยมี แล้วทำไมถึงขานเรียกกันว่าเจ๊ ๆ เจ้าตัวก็กระไรชอบทำตัวเป็นแม่แก่ ทำหัวเหอฟูฟ่อง ทำแก่เกินวัยไปมากโข
"เจ๊อายุเท่าไหร่?"
คำถามลอย ๆ นั่นทำให้ชลันดาขมวดคิ้ว
"ไม่รู้หรือยังไงว่าเขาห้ามถามอายุผู้หญิงหะ อีตาไท ฉันจะอายุเท่าไหร่ นาย...ยุ่งด้วยทำไม?"
"ก็...ไหน ๆ ก็มาเป็นพี่เลี้ยงให้ลูกสาวผมแล้ว ก็ให้ผมรู้หน่อยเถอะ ผมสงสัยมานานแล้วนะ ว่าเจ๊ดาอายุเท่าไหร่กันแน่ ดูยังไงก็ไม่เกินยี่สิบ"
แนะ...แอบชมเราหรือเปล่านั่น กดอายุต่ำกว่าอายุจริงไปเกือบสิบปีแบบนั้น
"ช่างฉันเถอะย่ะ"
"จะได้เรียกถูกไง เจ๊หน้าอ่อนขนาดนี้ผมมาเรียกเจ๊ ๆ มันกระดากปาก"
ไทว่า
"เอ่อน่ะ...ฉันไม่ว่าหรอก"
"แล้วทำไมเจ๊ไม่มีแฟนใหม่สักที"
เขาถามอีก วันนี้คนพูดน้อยทำไมพูดมากจังนะ ชลันดาคิดในใจ เธอหลุบตามองใบหน้าเล็ก ๆ ในวงแขนของเขาแทน ตอนนี้แม่ตัวเล็กหลับไปแล้ว เธอจึงสะกิดไท
"มู่น้อยหลับแล้ว พาเข้าห้องได้แล้วมั้ง ดึกแล้วด้วย ฉันจะได้กลับบ้านนอน"
"อยู่ด้วยกันก่อนสิเจ๊"
เขาโอดเสียงอ่อย ขณะที่เธอขึงตาใส่เขา
"อยู่ได้ยังไงกันยะ นายเป็นผู้ชาย ฉันเป็นผู้หญิง อยู่กันสองต่อสอง คนนินทาตาย"
"ไม่มีใครรู้หรอกน่า...อีกอย่างหนึ่ง ผมไม่มีวันทำอะไรเจ๊หรอก"
ไทว่า พลางค่อย ๆ ลุกขึ้น แล้วหันมามองชลันดาด้วยสายตาอ้อนวอน
"นะเจ๊ดานะ ผมกลัวว่า...เดี๋ยวถ้าเกิดว่าลูก...มีอะไร...แปลก ๆ ผมจะรับมือไม่ไหว สติจะแตกเอา"
"คือ..."
"สงสารลูกนกลูกกาตาดำ ๆ ด้วยนะเจ๊นะ นะ นะ นะ"
แนะไทมาไม้อ้อน เขาทำตาปริบ ๆ ชลันดาแทบจะหลุดขำกิ๊กออกมา เมื่อนึกถึงคำเปรียบเขา ลูกนกลูกกาอะไร ตัวยังกับหมีควาย
"เอ่อ..."
"ผมดูคนเดียวไม่ไหวจริง ๆ"
น้ำเสียงของไทอ่อยออด เขากับเธอเดินเกือบถึงหน้าห้องแล้ว ชลันดาลังเล แม่หนูมู่น้อยกำลังขยับเปลือกตาขยุกขยิก เหมือนนกรู้จริง ๆ ว่าจะถึงห้องแล้ว...จะไม่ยอมเข้า ไทเองก็เห็นอาการแล้วพาเดินวกกลับทางเดิม แม่เด็กน้อยเลยนอนหลับปุ๋ยต่อ สองหนุ่มสาวเลยเดินวนกลับไปยังบันไดหนีไฟอีกหน
ในที่สุดชลันดาก็ตัดสินใจ เธออ้าแขนออกและเอ่ยเสียงเบา
"มาส่งมาให้ฉันอุ้มบ้าง เราพาเดินอีกสักรอบ นั่งข้างนอกอีกสักชั่วโมง แล้วค่อยว่ากัน"
"ครับ...ขอบคุณมากครับ เจ๊ดา นางฟ้าชัด ๆ"
ไทเอ่ยละล่ำละลัก ทำเอาคนฟังถึงกับใจเต้นไปตุบ ก่อนจะมองค้อนเขา เธอร้องเพลงกล่อมมู่น้อยเบา ๆ โดยมีไทนั่งอยู่ข้างๆ เป็นกำลังใจให้
คืนนี้ช่างยาวนานสำหรับคุณพ่อคุณแม่จำเป็นเสียจริง ๆ
กว่ามู่น้อยจะยอมหลับสนิทก็คือตื่นขึ้นมากินนมอีกรอบ ไทกับชลันดาเดินสะโหลสะเหลกลับเข้าห้องเกือบตีสอง แม่ตัวน้อยนอนเรียบร้อยในเตียงคอกของตนเอง
"อาบน้ำไหมเจ๊ดา"
เขาถามเธอเบา ๆ พลางปิดปากหาว
"อย่ากลับห้องเลยนอนที่นี่แหละ"
"ฉันกลับไปอาบตอนเช้าทีเดียวก็ได้"
เธอว่า อาบแห้งเอาสักวันก็แล้วกัน เธอไม่กล้าจะมาทำตัวตามสบายในห้องของผู้ชายที่ไม่สนิทหรอกน่า
"งั้นก็ตามสบาย ผมยกเตียงให้ เจ๊ปิดไฟด้วยนะ"
เขาว่า แล้วเอาหมอนกับผ้าห่มลงมานอนปูง่าย ๆ ก่อนจะนอนกอดหมอนข้างหลับปุ๋ยไปอย่างง่ายดายเพราะความเพลียจัด
"คงไม่ลุกมาทำอะไรเราจริง ๆ สินะ"
ชลันดาหรี่ตามองคนตัวโตที่ตอนนี้หลับสนิทตามลูกสาวไปแล้ว เธอค่อย ๆ ย่องไปที่เตียงหลังจากปิดไฟแล้วเรียบร้อย
เฮ้อ...นี่ต้องมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กจำเป็นจริง ๆ สิน่า ไม่ได้เพราะเห็นแก่เงินอะไรหรอกนะ เธอเห็นแก่ตาแป๋ว ๆ ของยัยตัวน้อย และตาคม ๆ ของคนเป็นพ่อนั่นแหละ
คืนนี้ยาวนานจริง ๆ
“เฮ้ย!”“ไอ้เคน มึงได้ช่อดอกไม้เจ้าสาว ได้เป็นเจ้าสาวคนต่อไปแน่ละมึง”ไทว่าเมื่อช่อดอกไม้งานแต่งถูกโยนมาตกตรงหัวเคนพอดี หนุ่ม ๆ ในงานหลายคนมองจ้องมายังเขาตาเป็นมัน เคนรีบโบกมือให้ มือหนึ่งถือช่อดอกไม้ไว้แล้วรีบพูดเสียงดังลั่น“โน้วววว โนววว ไอแอมไทยแลนด์แมน แมนนน วันฮัดเดรดดดดดด”คำพูดของเคนเรียกเสียงหัวเราะได้ครืนใหญ่ หญิงสาวรายหนึ่งในงานมองจ้องมายังเขาแล้วขยิบตาให้ เล่นเอาหัวใจ ไอ้เคนเต้นแทบไม่เป็นส่ำ“ลูกพี่ ลูกพี่ว่า กูเกิลทรานสเลทจะช่วยผมได้มะ”“หืม? ยังไง”“ผมชอบน้องเค้าอะ อิอิอิ เจ๊ดาสอนผมใช้โปรแกรมนี้เผื่อจะได้อัพเกรดภาษาอังกฤษ และภาษา อื่น ๆ ได้มาอีกนิดหน่อยมันแปลทุกภาษาได้หมดเลยนา”“มึงนี่”ไทอดขำไม่ได้กับความเจ้าชู้ของเคน ที่อะไรก็ไม่อาจจะเป็นอุปสรรคได้สักอย่าง“เอ้าลองดูว่ามึงจะทำสำเร็จไหม” “ผมศิษย์ขุนแผนนะเฮีย”เคนว่า“อย่าไปเสือกผ่าท้องเค้าเข้าละ” ไทว่าหน้าตาเฉย เล่นเอาเคนถึงกับชะงักกึก แล้วหันมาขมวดคิ้ว“อะไรนะเฮีย?”“ก็ถ้ามึงเป็นศิษย์ขุนแผน นอกจากเจ้าชู้ไปเรื่อยแล้ว มึงจะต้องเหี้ยมด้วย บางอย่างมึงก็ต้องเหี้ยม แบบ ตัด ม ม้าออก เพราะขุนแผนน่ะ ผ่าท้อ
สองปีต่อมา...ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลีอากาศวันนี้สดใส เหมาะกับการล่องเรือชมทะเลสาบที่สวยเลื่องชื่อของอิตาลี ลีโอนาโดส่งตั๋วเครื่องบินให้กับไท ชลันดาและเคนให้มาเที่ยวที่อิตาลี พร้อมกับโอนเงินเป็นพ็อกเก็ตมันนี่ให้ด้วย เหมือนเป็นการมัดมือชกว่าห้ามปฏิเสธ พวกเขาทั้งสามคนเต็มใจมาเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะได้มาเยี่ยมมู่น้อยของพวกเขา เด็กน้อยที่พวกเขารักนักหนา ตอนนี้มู่น้อยในวัยเกือบสามขวบ ฉลาด ซุกซน และน่ารักน่าเอ็นดูนัก เจ้าหล่อนกำลังอยู่บนคอของพี่เคน เพราะเคนให้ขี่คอ มู่น้อยหัวเราะร่าอวดฟันหลอของเจ้าหล่อนที่หายไปเพราะความซน มู่น้อยกลิ้งตกลงบันไดเมื่อวาน ทำเอาพวกผู้ใหญ่แทบจะหัวใจวาย เพราะความเร่งรีบมารับ พ่อไท แม่ดา และพี่เคนของเจ้าตัว ผลปรากฏว่าฟันหน้าที่โยกอยู่หลุดออกมาเพราะกระแทกเข้ากับขอบบันไดเต็มแรง“อีกกี่เดือนจะถึงกำหนดคลอดคะนี่”ชลันดาแตะท้องของคารินที่นูนพองออกมาเบา ๆ ตอนนี้สองสาวนอนเล่นบนเก้าอี้สานตัวโตตรงดาดฟ้าเรือ ส่วนหนุ่ม ๆ และมู่น้อยพากันไปตกปลา คารินยิ้มหวานส่งให้เธอ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“อีกสองเดือนค่ะ จริง ๆ อยากจะไปคลอดที่ไทย จะได้ไปฉลองโรงแรมใหม่ที่สร้างเสร็จด
“ตามสบายล่ะ ใช้ห้องน้ำตรงโน้นก็ได้”เธอชี้มือบอก คอนโดของชลันดามีสองห้องนอน และหนึ่งห้องโถง ห้องครัวเล็ก ๆ ระเบียง กว้างขวางพอ ๆ กับห้องของเขา จึงใช้รับรองได้ทั้งคารินและมู่น้อย ตอนที่ทั้งสองมาพักอาศัยอยู่กับเธอระยะหนึ่งหลังเกิดเรื่อง“ครับ”ไทพยักหน้าก่อนจะหายไปตามทางที่เธอชี้ ชลันดาตะโกนตามหลังเขา“ฉันจะไปอาบน้ำนอนละนะ นายเสร็จแล้วก็ปิดประตูแล้วก็ล็อกห้องให้ด้วย จะนอนแล้ว”ว่าแล้วก็ผลุบหายเข้าห้องนอนของตนเองทันที พร้อมกับล็อกกลอนเสียด้วย เธอแอบเอียงหูฟังดูว่ามีเสียงตอบอะไรมาไหม ก็มีเพียงเสียงขานตอบของไทว่าครับ แล้วก็เงียบไปเลยตอนแรกเขาขอขึ้นมาบนห้อง ใจของชลันดาก็เต้นแปลก ๆ ก็แหงละเธอรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเธอ ก็ตั้งแต่วันนั้น ก็คราวเดียวนั่นแหละ ที่เธอกับเขาสัมผัสกันชิดใกล้ถึงขนาดนั้น แล้วก็เพราะเรื่องของมู่น้อย ของคารินและลีโอนาโดที่พวกเธอช่วยเหลือ วุ่นวายกันขนาดนั้น เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเวลาอยู่ลำพังก็ว่าได้ แล้วนี่...เขาจะยัง...คิดแล้วก็หน้าแดงเอง พลางสั่นหน้า อีตาเฮียไทยังคงมีหยอดเธอด้วยคำพูดบ้าง ด้วยสายตาบ้าง แต่ระยะห่างระหว่างกันก็ยังคงเท่าเดิม เขาไม่ได้มาล่วงล้ำก้ำ
หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดจบลงสองอาทิตย์ต่อมา“เจ๊ดา เจ๊ด้า” เสียงของคนเมาฟังอ้อแอ้ ลากยาวจนน่าสงสาร ชลันดาถอนใจเฮือก ทั้งขำ ทั้งเอ็นดูคนที่กำลังเมาจนคอพับคออ่อนอยู่ตรงหน้า เขาโบกนิ้วให้เธอไปมา แล้วเอ่ยเสียงออด“ขออีกขวด เอามาอีกข้วดดดด”“พอแล้วไอ้เคน ไป ๆ ไปนอน” ลูกพี่ว่า เขามองลูกน้องดื่มเบียร์ไปหลายขวด ส่วนตัวเอง...นั่งดื่มไวตามิลเป็นเพื่อน คนเมา“ฮือ ๆ คิดถึงมู่น้อยอ่า เฮีย ลูกพี้ เค้าคิดถึงมู่น้อย ฮือ ๆ ๆ”ตีโพยตีพายไป น้ำตาไหลไป ด้วยความอาลัยรักลูกสาวปลอม ๆ ของลูกพี่อย่างสุดหัวใจ “มึงนี่ อาการหนัก ตอนอกหักกูไม่เห็นมึงจะเป็นถึงขนาดนี้เลย” พูดถึงลูกสาวนอกไส้ คนเป็นลูกพี่เอง ก็อดใจสั่นขึ้นมา นิด ๆ ไม่ได้ มันหมาด มันสดเหลือเกิน เพราะแม่ตัวจ้อย เพิ่งจะบินไปอิตาลีเมื่อวานนี้เองลีโอนาโดจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว จึงมารับลูกและภรรยากลับไป เขาจูบลาแก้มยุ้ย ๆ นั่น แม่หนูจูบแก้มเขาตอบ น้ำลายเปียก ๆ ที่ทิ้งไว้บนแก้มสาก ยังประทับรอยอยู่ในใจจนถึงตอนนี้ชลันดาเองก็สูดลมหายใจเข้าแรง ฟังเกือบจะเป็นเสียงสะอื้น เธอพึมพำอุบอิบ บอกว่าจะไปทอดข้าวเกรียบมาแจกแขก ที่ตอนนี้เหลืออยู่สองโต๊ะ คือโต๊ะของ
“พี่ยังไม่ได้โดนจับไว้ให้นายเตรียมสร้างอุบัติเหตุหรอกนะ อิกนาซิโอ”ลีโอนาโดเอ่ยเสียงขรึม แววตาของเขาหม่นเศร้ายามมองตรงมายังน้องชาย ถึงจะคนละแม่ แต่อิกนาซิโอก็คือพี่น้อง ที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน“หึ!”อิกนาซิโอหน้าซีด แต่เขาก็คือเขา เมื่อจนแต้มด้วยหลักฐานทั้งหมด เขาก็เพียงเชิดหน้าและ...ท้าทาย“ในเมื่อพี่ก็รู้แล้วว่าผมก่อเรื่องทุกอย่างขึ้น พี่อยากจะทำอะไรผมก็ทำ ให้ไอ้ปิเอโรมันยิงผมเสียเลยสิ”“พี่จะไม่ทำอะไรนาย...นาซิโอ”เขาเอ่ย “แต่พี่จะให้คณะกรรมการจัดการกับนาย เรื่องของปู่และพ่อ”“อ้อ...ไม่เชือดเอง แต่ส่งผมให้คนอื่นทำแทนละสิ”อิกนาซิทำเสียงหมิ่น ‘คณะกรรมการ’ที่ว่าก็คือคนในแก๊งมาเฟียของปู่ ที่ก่อตั้งมานาน และขึ้นชื่อนักเรื่องความเหี้ยมโหด ถ้าเกิดการทรยศหักหลังกันเกิดขึ้น แน่นอนว่าบางทีเขาอาจจะเหลือเพียงแค่บางชิ้นส่วนเท่านั้นที่อยู่ในหลุม“ตกลงนายยอมรับว่าทั้งหมดคือฝีมือนายใช่ไหม?” “ใช่” เขายืดอก พร้อมกับเลิกคิ้วให้กับพี่ชาย “ผมทำเอง”“ทำไมนาซิโอ”ลีโอนาโออดถามไม่ได้ สองพี่น้องยืนเผชิญหน้ากัน โดยที่อิกนาซิโอยังคงถูกปืนจากปิเอโรจ่อไว้ พร้อมที่จะลั่นไก หากอีกฝ่ายถลันเข้า
ลีโอนาโดถามหาครัวกับผู้ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาทันทีเมื่อคล้อยหลังปิเอโรที่ขึ้นไปส่งชลันดาและไทที่ชั้นสอง “หิวหรือยังไงวะ”“ครับ” “หน้าใหม่หรือไม่เคยเห็น” “ครับ”เขาก้มหน้า หมอนั่นขมวดคิ้วแล้วหันไปยักคิ้วกับเพื่อนอีกคนที่ยืนอยู่ เป็นสัญญาณว่าเดี๋ยวจะเข้าไปรับเด็กใหม่สักหน่อยลีโอนาโดเดินเอื่อย ๆ เข้าไปตามทางที่ชายคนนั้นชี้บอก เขารู้ว่ามีคนตามมา และคอยระวังหลังเป็นอย่างดี เมื่อเขาเข้าไปในห้องครัวแล้ว ทางนั้นก็เริ่ม...รับน้องทันทีร่างสูงฉกวูบมาเบื้องหลังเขา และทำท่าจะคว้าเขาไว้ แต่ลีโอนาโดที่ระวังตัวอยู่แล้ว เขาเหวี่ยงกำปั้นใส่อีกฝ่ายทันทีพลั่ก กำปั้นนั้นโดนเข้าที่ครึ่งปากครึ่งจมูก จนอีกฝ่ายหนึ่งเซ ลีโอนาโดฉวยโอกาสนี้ที่จะน็อกอีกฝ่ายให้หลับไปด้วยการฟาดเท้าใส่ปลายคางหมอนั่นจัง ๆ เท่านั้นฝ่ายนั้นก็ล้มทั้งยืนลีโอนาโดหอบน้อย ๆ เขายืนตรง แล้วปรายตามองคนที่ตั้งจะมาเล่นงานเขา แต่กลับหมอบกระแตนอนฟุบไปแล้วเรียบร้อย การจะขึ้นมาเป็นหัวหน้ามาเฟีย มันทำให้เขาฝึกฝนทั้งศิลปะป้องกันตัว และรวมถึงฝึกการใช้อาวุธจนเชี่ยวชาญ เขาเคยสมัครเป็นทหารหน่วยลับรับใช้ชาติอยู่ถึงสองปี โดยอ้างหลอกกับ







