LOGINระยะทางระหว่าง กรุงเทพฯ –อยุธยา อยู่ไม่ไกลกันนัก เมื่อได้โลเคชั่นมาแล้วเรียบร้อยจากเพื่อนของจุ๋ม ไทก็วางแผนการเดินทางคร่าว ๆ กับชลันดา ว่าจะออกจากกรุงเทพฯกันกี่โมง อยากไปกลับไม่อยากจะไปนอนค้างคืนเพราะเขามีงานต่อวันพรุ่งนี้ แล้วอีกอย่างคือเกรงใจชลันดาที่หล่อนดูจะเป็นห่วงร้านเพราะไม่เคยทิ้งไปไหนเท่าไหร่ สั่งลูกน้องแล้วสั่งลูกน้องอีกกว่าจะออกมาได้
"เราจะไปฟังสวดแล้วก็กลับใช่ไหม?"
เธอเอ่ยถามเขา เมื่อวางสายแล้วจากแป้งจันทร์พลางก้มลงดูคนในอ้อมแขนที่กำลังเคลิ้มหลับ เธอค่อยวางมู่น้อยลงในคาร์ซีทแล้วรัดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย ยัยตัวจ้อยหลับปุ๋ยไปเลยทันที ไทเริ่มเคลื่อนรถออก เขาขับรถไม่เร็วนักเพราะพาคนสำคัญมาด้วย นี่ก็เป็นอีกอย่างที่เปลี่ยนไปของเขาสินะ ตั้งแต่มีมู่น้อย
"ครับ รีบไปรีบกลับก็แล้วกัน ผมแค่อยากให้มู่น้อยเค้าไปไหว้แม่ของเค้าสักหน"
ไทมีสีหน้าเศร้าไปนิด ๆ เมื่อเอ่ยถึงอดีตคนเคยเป็นแฟนกันระยะหนึ่ง ถึงจะไม่ได้รักปักใจผูกพันอะไรมาก แต่อย่างน้อยก็เคยมีความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน อีกอย่างเขาสงสารมู่น้อยนัก ที่ต้องกำพร้าแม่ตั้งแต่ยังไม่รู้เรื่องราวอะไร เขาเองมาจากครอบครัวที่พร้อมหน้า มาคิดถึงว่าลูกสาวมีแต่เขาไม่มีแม่ ใจของไทก็ให้หมองหม่นนัก
"มู่น้อยไม่เป็นไรหรอก"
ชลันดาเอ่ยเปรย เมื่อลอบสังเกตเห็นใบหน้าของเขา ไทปรายตามาทางเธอนิดหนึ่ง เสียงนั้นยังคงเอ่ยต่อ เหมือนเข้ามานั่งในใจเขา
"ลูกสาวนายถึงจะขาดแม่ แต่ฉันเชื่อว่าเค้าจะไม่ขาดอะไรหรอก คนรักมู่น้อยเยอะ พวกเราช่วยกันเลี้ยงเค้าขนาดนี้ มีทั้งพ่อจริง พ่อเลี้ยง อย่างนายเคนไง แล้วก็ฉันด้วย"
คนพูดเจตนาปลอบ แต่คนฟังฟังแล้วสะดุดใจน้อย ๆ เขาหันมายิ้มให้กับเธอ นัยน์ตาคมกริบมองใบหน้าเนียน ๆ นั่นด้วยสายตาแพรวพราวโดยที่เจ้าตัวคุมไม่อยู่
"จริงอย่างที่เจ๊ดาพูดนะ มู่น้อยมีพ่อเลี้ยงอีกคนคือไอ้เคน แล้วมีแม่...คือเจ๊"
ฟังแล้วหนนี้คนทะแม่ง ๆ หูคือชลันดา หล่อนเห็นสายตานั้นของไทเข้า ก็รีบเมินหลบไปทางอื่น
เอ..พักหลังอีตานี่พูดจาแปลก ๆ ฟังแล้วชวนเขินบอกไม่ถูก เขาดูเป็นคนเรื่อย ๆ ก็จริง ไม่ได้ดูเจ้าชู้โผงผางเหมือนลูกน้อง แต่ก็เห็นมีสาวข้างกายอยู่บ้าง คนแอบชอบไทก็มีเยอะ บางคนทีเล่นทีจริง บางคนก็รุกเอาจริงเอาจัง แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยโปรยเสน่ห์มากนัก ไทแค่ยิ้ม ๆ หัวเราะบ้างเวลาโดนจีบ เธอไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะเป็นคนช่างพูด มารู้ก็ตอนที่มาดูแลมู่น้อยด้วยกันนี่แหละ
"เอ่อ...จริงสิ เรื่องที่เจ๊ดาเคยบอกว่ามีเพื่อนทำงานที่จะช่วยเรื่องที่ผมอยากจะจดทะเบียนรับมู่น้อยเป็นลูกสาวอย่างถูกต้องได้ใช่ไหม"
"อืม..."
หลังจากเงียบกันไปนาน บรรยากาศในรถตกอยู่ในความสงบ มีเพียงเสียงหายใจเบา ๆ ของมู่น้อย และเสียงเพลงที่เปิดคลอไว้เบา ๆ ไทก็เริ่มพูดขึ้นมา
"เมื่อวานไอ้เคนมันเอาชื่อที่ให้หลวงพ่อตั้งไว้ให้มาให้ผมเลือก"
ไทว่า
"เจ๊ช่วยผมเลือกหน่อยสิว่าให้มู่น้อยชื่อจริงชื่ออะไรดี"
"ทำไมจะต้องเป็นฉันด้วยล่ะ"
ดูเหมือนตานี่จะชอบชักให้เธอไปมีส่วนร่วมกับลูกสาวของเขามากขึ้นทุกทีแหะ แต่เธอก็รู้สึกดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ แม่สาวน้อยหน้าตาน่าเอ็นดู ที่มีชะตาชีวิตน่าสงสารตั้งแต่แบเบาะ
ดีที่มีพ่อเป็นไท...ที่ดูแล้วจะรักเอ็นดูแม่ตัวน้อยเอาเสียมาก ๆ เธอเพิ่งจะรู้ว่าแม่เด็กเป็นใครชัดเจน ก็จากข่าวการตายของหล่อนนี่แหละ เธอลอบหันไปมองหน้าของเด็กน้อย...หน้าตาเป็นลูกครึ่งผสมขนาดนั้น ดูแล้วไม่น่าจะใช่ลูกจริง ๆ ของไทเสียด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังยินดีและเต็มใจที่จะรับเด็กน้อยเป็นลูกตน
ความรับผิดชอบขนาดนี้...กับฐานะที่ไม่ได้ว่าร่ำรวยจนเหลือเฟือ ไหนจะความรักและเอ็นดูต่อเด็กน้อยราวกับลูกแท้ ๆ ที่เธอเห็นเขากระทำต่อมู่น้อย มันทำให้เธอรู้สึกทึ่งและเริ่มที่จะ...ชอบนิสัยใจคอของเขา
"ให้เจ๊ดาเลือก เจ๊ดาเป็นผู้หญิงไง"
เขาว่า
ตายังคงมองการจราจรตรงหน้า ฟังแล้วเหมือนไม่เกี่ยวสักเท่าไหร่ แต่ชลันดาก็ยินดีที่จะได้เลือกชื่อจริงให้แม่ตัวน้อย"มีชื่ออะไรบ้างล่ะ แล้ว...จริง ๆ จะต้องรู้วันเกิดลูกหรือเปล่า ฉันเคยรู้มาว่าตั้งชื่อเด็กจะต้องดูทักษา กาลกิณีอะไรเทือก ๆ นี้"
"มู่น้อยน่ะเป็นเด็กพิเศษ"
เขาว่า พร้อมกับยิ้มอ่อนโยน
"เด็กคนนี้ไม่มีกาลกิณีอะไรแผ้วพานหรอกเจ๊ เขามาเป็นลูกผม มาเป็นสิ่งมงคลในชีวิตของผม จริง ๆ วันเกิดของเขาถ้าจะแจ้งในใบเอกสาร ผมกะว่าจะแจ้งให้เกิดวันเดียวกับผมนี่ละ เป็นฤกษ์เกิดใหม่ให้ลูก"
"วันเดียวกับนาย?"
"ผมเกิดวันพฤหัส"
เขาว่า
“ก็ให้มู่น้อยเกิดวันเดียวกับผมก็แล้วกัน จริง ๆ อยากจะให้เกิดเดือนเดียวกันไปด้วยเลยแต่ก็คงจะลำบาก"
ชลันดาอมยิ้มทั้งที่จริง ๆ ปรกติแล้วเธอก็จะต้องหันไปแว้ดใส่เขาว่าทำอะไรมักง่ายแต่หนนี้เธอไม่ว่าสักคำ ไทแอบหันมองหน้าเธอ แล้วจึงเอ่ยชื่อที่หลวงพ่อฝากมากับเคน พลางเอ่ยสำทับ
"จริง ๆ แล้วผมว่าเพราะหลายชื่อนะ แต่ผมอยากได้ชื่อเรียกง่าย ๆ"
"ขวัญใจ"
จู่ ๆ ชลันดาก็คิดชื่อนี้ได้มา มันเป็นชื่อง่าย ๆ ไม่ต้องหาความหมายอะไรให้มากมาย เพราะตรงตัวฟังแล้วได้คำแปลเลยทันที
"ขวัญใจ?"
"อืม...เชยไปไหมอะ แต่ฉันคิดว่าชื่อนี้เหมาะกับลูกนายนะ"
ชลันดาว่า ไทพยักหน้าในทันที
"ผมก็ชอบชื่อนี้นะ ขวัญใจ"
"เขาเป็นขวัญใจของทุกคน มีเสน่ห์ น่ารักน่าเอ็นดู ต่อไปก็ขอให้มู่น้อยของเรา มีแต่คนรัก ไม่มีคนปองร้าย"
ชลันดาหันไปมองแม่ตัวเล็ก เอื้อมมือลูบเท้าของมู่น้อยเบา ๆ เหมือนจะให้พร ไทมองอาการนั้นด้วยหัวใจเต็มตื้น เขาแอบมองเสี้ยวหน้าหวาน ๆ ของชลันดายามเจ้าตัวเผลอ
จีบเลยลูกพี่...
แน่ะ...
จู่ ๆ คำยุของลูกน้องก็แวบเข้ามาในสมอง
เขาแวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม เมื่อออกมาตามเส้นทางได้สักครู่ และกำลังใกล้จะถึงวัดที่จัดงาน ชลันดาอุ้มมู่น้อยลงมายืดเส้นยืดสาย เขาชวนเธอรับประทานอาหารเย็น เพราะเกือบจะสองทุ่มแล้วตอนนี้
"เอ้า ฝากลูกสาวนายแป๊บหนึ่ง ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ"
เขาอ้าแขนรับเด็กน้อย พลางจุ๊บเหม่งเบา ๆ มู่น้อยหัวเราะคิกคัก อย่างอารมณ์ดีเพราะนอนไปแล้วตื่นหนึ่ง เขาพา มู่น้อยออกมาจากร้าน เพื่อรอชลันดาที่เดินไปเข้าห้องน้ำ
"อุ๊ย...น้องน่ารักจังเลย"
ผู้หญิงคนหนึ่งอุทานเมื่อเดินสวนกับเขา ไทยิ้มหน้าบานเมื่อมีคนชมลูกสาว หญิงสาวรายนั้นแวะเล่นกับมู่น้อย แล้วสักพักก็มีอีกคน และอีกคน...
ความน่ารักน่าชังของมู่น้อยทำให้มีคนอยากทัก อยากหยอก หลายคน เด็กน้อยสร้างรอยยิ้มให้กับคนที่เห็นหน้าตาน่ารักนั่น ไทยืนยิ้มปลื้มมองดูลูกสาวที่ตอนนี้หัวเราะเมื่อมีคนทำหน้าหยอกล้อจ๊ะเอ๋ด้วย
"เฮ้...ไท"
เขาหันขวับไปตามเสียงเรียก ก่อนจะยิ้มกว้าง เมื่อเห็นว่าเป็นใคร ขณะที่ฝ่ายนั้นเห็นว่ามีอะไรในอ้อมแขนของชายหนุ่มก็ขมวดคิ้วทันที
"อ้าว...ไอ้เขม จะเข้ากรุงเทพฯ เหรอวะ"
"เอ่อ...มารับพ่อน่ะ แกอยู่ ศิริราช รอตรวจไตอยู่"
"อ้อ...อยู่กี่วันล่ะ แล้วลุงบูรณ์เป็นอะไรมากไหม? ฉันจะได้ไปเยี่ยม"
"อยู่สี่ห้าวันละ ว่าแต่...ลูกใครวะ"
เขามองแม่หนูที่ตอนนี้กำลังทำตาโตมองเขาอย่างสงสัย เขมมองหน้าไทสลับกับมองคนในอ้อมแขนไปมา หรือว่า...
"เฮียไท ไปกันเถอะ เสร็จแล้ว"
เสียงใส ๆ ของชลันดาดังขึ้น เธออ้าแขนออกทันที และไทก็ส่งลูกสาวตัวเล็กให้ สายตาที่มองหญิงสาวนั้นอ่อนโยนนัก จนคนที่กำลังมองอยู่ พอจะได้คำตอบแล้วในทันที
"เขม! เร็ว ๆ เข้าทำอะไรอยู่หะ"
เสียงแหว ๆ ดังขึ้น เรียกสติที่เตลิดไปชั่วคราวของเขมกับภาพที่ได้เห็น ก่อนจะรีบตะโกนตอบภรรยา ที่ตอนนี้ยืนท้าวเอว ทำตาวาวใส่เขาอยู่ตรงรถที่จอดอยู่
"เอ่อ ๆ ไปละ แวะทักเพื่อน ไปก่อนนะไอ้ไท แหม...มีลูกมีเมียซ่อนไว้นะมึง"
"เดี๋ยวกูไปเยี่ยมลุงบูรณ์นะ"
ไทตะโกนตามหลังเพื่อนที่วิ่งแนบไปแล้ว ลืมแก้ข้อข้องใจให้กับทางนั้น ว่านี่ไม่ใช่ลูกกับเมีย เขาแค่มีลูกงอกมาเฉย ๆ เมียยังไม่มีแต่ชักจะเริ่มอยากมี...
ไทไม่รู้เลยว่ามันจะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายตามมาภายหลัง...
เมื่อมาถึงงานพิธี ซึ่งเป็นงานเล็ก ๆ มีแขกไม่ถึงสามสิบคน ไทกับชลันดาและหนูมู่น้อย ได้รับการต้อนรับจาก แม่กับพ่อของจุ๋ม พวกเขารู้เพียงว่าไทและชลันดาเป็นเพื่อนของจุ๋ม เข้าใจไปแล้วด้วยซ้ำว่าที่มากันน่ะคือพ่อแม่ลูก...ก็ภาพมันฟ้องเสียขนาดนั้น ถึงแม้ตัวน้อยจะดูมีเค้าฝรั่งปนอยู่บ้างก็ตาม
"เฮียดีใจที่เฮียมางานไอ้จุ๋มมัน"
เพื่อนของจุ๋มทรุดลงนั่งข้างไท แล้วเริ่มชวนคุย หล่อนแอบปรายตามองชลันดาแล้วย่นคิ้วน้อย ๆ เพราะคุ้นหน้าคุ้นตา ชลันดาอยุ่ว่าเคยเห็นที่ไหนสองสามหน
"อื้อ มาลาเป็นครั้้งสุดท้ายละ"
เขามองไปยังแม่ตัวเล็กที่ตอนนี้ตื่นตาแป๋วเพราะนอนในรถมาค่อนข้างนาน อีกอย่างคนเยอะแยะไปหมด มู่น้อยเลยมองคนนั้้นคนนี้เพลินไป แถมด้วยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ทำให้คนนั้นคนนี้โฉบมาทัก มาหยอกเย้า
"มิน่าล่ะ เฮียถึงเลิกกับมัน"
แยมแอบแหย่ แล้วขยิบตาให้กับไท ไทเพียงยิ้มนิด ๆ แยมพูดต่อเจื้อยแจ้วอย่างคนปากเบา
"มันเลิกกับเฮีย ฉันก็เสียดายนะ บอกแล้วว่าเฮียไทน่ะ ดีจะตาย เฮ้อ...นี่ก็ไม่รู้ว่าจะสงสารมันหรือว่าอะไรดี ที่เลิกเฮียแล้วไปแย่งไอ้ผู้ชายคนนี้มา คนที่พาให้มันตายนี่แหละ"
ไทกะพริบตาปริบ ๆ แต่ก็รับฟังไปเรื่อยๆ เผื่อเขาจะได้รู้ว่าจุ๋ม...ไปพลาดอะไรกับใครมาถึงได้มีมู่น้อย
"จริงสิ แฟนคนล่าสุดของจุ๋มเป็นฝรั่งเหรอ?"
"ฝรั่งอะไรละเฮีย อีสานเลย อีสานไทบ้าน แถมหน้าตายังกะโจร สันดานก็โจร"
แยมมองหน้าไทแล้วย่นจมูกน้อย ๆ พร้อมกับลดเสียงลงให้เบาเพราะเกรงว่าคนที่มากับไทจะได้ยินเข้า
"ประวัติก็น่ากลัว ไอ้ยุทธอะเป็นมือปืนเก่า นังจุ๋มอะมันชอบของแปลกอะสิ ได้กันนี่ก็ไปตบแย่งกับนังเจนมา เฮียจำ นังเจนได้ปะ ตัวท็อปของร้านเลย ที่มันก็เคยมาชอบ ๆ เฮียแต่ว่าไม่ทันนังจุ๋มมัน"
"อ้อ..."
"ก็พอเลิกกะเฮีย นังจุ๋มก็ได้ตานี่แหละ แย่งกันไปยื้อกันมา ตบกันสนั่นร้าน จนบอสเค้าไล่ออก ไล่นังจุ๋มนะ แล้วมันก็ขาด ๆ หาย ๆ ไป ๆ มา ๆ ก็ติดต่อกลับฉันมาบ้าง เจอกันอีกสี่ห้าหนหลังจากที่มันออกไปจากร้านอะเฮีย แล้วมารู้ข่าวอีกที"
แยมยักไหล่ น้ำตาเอ่อขึ้นมาทันที จะอย่างไรก็เคยกินนอน คบหาสนิทกันอยู่พักหนึ่งกับคนตาย เธอก็เสียใจที่เสียเพื่อนกะทันหัน
"มันก็...เฮ้อ"
ว่าแล้วก็ปาดน้ำตา ไทชักจะสงสัย จนต้องขมวดคิ้วมุ่น ถ้าจุ๋มไม่เคยมีแฟนเป็นฝรั่งแล้ว...มู่น้อยเป็นลูกใคร? จุ๋มถึงเอามาอ้างว่าเป็นลูกเขา ยิ่งฟังก็ยิ่งแปลก
"จริงสิ แยม...จุ๋มเคย...ท..."
ก่อนที่ไทจะทันถามจบประโยค แขกกลุ่มใหม่ที่เข้ามาในงาน ก็ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดขึ้นดังมาก่อนตัว
"อีแยม อีแยมมมม"
"โอ๊ย...อีกี้ อีแป๋วมาด้วยเหรอ"
"มาสิมึง มาฟังสวด พรุ่งนี้ช่วยจนงานเผาละมึง"
"เฮีย ๆ ฉันไปก่อนนะ เดี๋ยวฟังสวดเสร็จรอกินข้าวต้มด้วยละ นี่ช่วยกะแม่นังจุ๋มทำเองเลย"
แยมว่า ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหากลุ่มเพื่อนที่มาร่วมงานของจุ๋ม ทิ้งไว้ให้ไทสงสัยเกี่ยวกับเรื่อง มู่น้อยจนหน้าเครียดๆ
"ฟังสวดเสร็จเรากลับเลยใช่ไหมนายไท"
ชลันดาถามขึ้นเมื่อพระสงฆ์เข้ามาในพิธี ไทพยักหน้า เขามองมู่น้อยด้วยนัยน์ตาพินิจยิ่งกว่าเดิม...
มู่น้อย...
เจ้าเป็นลูกนกที่พลัดมาจากรังไหนกันแน่นะ?
เจอแล้วครับ...น่าจะใช่คุณหนูเฟย่า นายจะให้ผมทำยังไงต่อ
เจอคุณคารินไหม
ไม่เจอครับนาย
ถ้าอย่างนั้นลองสะกดรอยตามพวกนี้ไปดู นายใหญ่กำลังจะมา
ครับนาย
มือหนาที่ส่งข้อความตอบโต้กับผู้เป็นนายยุติลง แล้วเอาโทรศัพท์ล้วงมาแสร้งทำว่าถ่ายรูปเซลฟี่ตนเอง แต่จริงๆ แล้วเขากำลังซูมดูคนที่อยู่ในศาลาให้แม่น ๆ และแน่ใจว่าเป็นคนที่กำลังตามหาจริง ๆ
"พี่ ๆ ในนี้ไม่ให้ขายลอตเตอรี่นะ"
เสียงของเด็กวัดดังขึ้น ชายผู้นั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วดึงเอาแว่นตาที่สวมอยู่ออก ก็น่าจะเข้าใจผิดอยู่หรอก นี่จะสามทุ่มแล้วเขายังสวมแว่นดำอยู่ พอเห็นหน้าเขาชัด ๆ และเห็นว่าตาไม่บอด เด็กวัดรายนั้นยิ้มแหย อวดฟันหลอให้กับเขาดู ก่อนจะวิ่งอ้าวหนีไป
เขายังคงอยู่มุมตึกตรงนั้น เฝ้าสังเกตดูเป้าหมาย ไม่ให้คลาดสายตา...
“เฮ้ย!”“ไอ้เคน มึงได้ช่อดอกไม้เจ้าสาว ได้เป็นเจ้าสาวคนต่อไปแน่ละมึง”ไทว่าเมื่อช่อดอกไม้งานแต่งถูกโยนมาตกตรงหัวเคนพอดี หนุ่ม ๆ ในงานหลายคนมองจ้องมายังเขาตาเป็นมัน เคนรีบโบกมือให้ มือหนึ่งถือช่อดอกไม้ไว้แล้วรีบพูดเสียงดังลั่น“โน้วววว โนววว ไอแอมไทยแลนด์แมน แมนนน วันฮัดเดรดดดดดด”คำพูดของเคนเรียกเสียงหัวเราะได้ครืนใหญ่ หญิงสาวรายหนึ่งในงานมองจ้องมายังเขาแล้วขยิบตาให้ เล่นเอาหัวใจ ไอ้เคนเต้นแทบไม่เป็นส่ำ“ลูกพี่ ลูกพี่ว่า กูเกิลทรานสเลทจะช่วยผมได้มะ”“หืม? ยังไง”“ผมชอบน้องเค้าอะ อิอิอิ เจ๊ดาสอนผมใช้โปรแกรมนี้เผื่อจะได้อัพเกรดภาษาอังกฤษ และภาษา อื่น ๆ ได้มาอีกนิดหน่อยมันแปลทุกภาษาได้หมดเลยนา”“มึงนี่”ไทอดขำไม่ได้กับความเจ้าชู้ของเคน ที่อะไรก็ไม่อาจจะเป็นอุปสรรคได้สักอย่าง“เอ้าลองดูว่ามึงจะทำสำเร็จไหม” “ผมศิษย์ขุนแผนนะเฮีย”เคนว่า“อย่าไปเสือกผ่าท้องเค้าเข้าละ” ไทว่าหน้าตาเฉย เล่นเอาเคนถึงกับชะงักกึก แล้วหันมาขมวดคิ้ว“อะไรนะเฮีย?”“ก็ถ้ามึงเป็นศิษย์ขุนแผน นอกจากเจ้าชู้ไปเรื่อยแล้ว มึงจะต้องเหี้ยมด้วย บางอย่างมึงก็ต้องเหี้ยม แบบ ตัด ม ม้าออก เพราะขุนแผนน่ะ ผ่าท้อ
สองปีต่อมา...ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลีอากาศวันนี้สดใส เหมาะกับการล่องเรือชมทะเลสาบที่สวยเลื่องชื่อของอิตาลี ลีโอนาโดส่งตั๋วเครื่องบินให้กับไท ชลันดาและเคนให้มาเที่ยวที่อิตาลี พร้อมกับโอนเงินเป็นพ็อกเก็ตมันนี่ให้ด้วย เหมือนเป็นการมัดมือชกว่าห้ามปฏิเสธ พวกเขาทั้งสามคนเต็มใจมาเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะได้มาเยี่ยมมู่น้อยของพวกเขา เด็กน้อยที่พวกเขารักนักหนา ตอนนี้มู่น้อยในวัยเกือบสามขวบ ฉลาด ซุกซน และน่ารักน่าเอ็นดูนัก เจ้าหล่อนกำลังอยู่บนคอของพี่เคน เพราะเคนให้ขี่คอ มู่น้อยหัวเราะร่าอวดฟันหลอของเจ้าหล่อนที่หายไปเพราะความซน มู่น้อยกลิ้งตกลงบันไดเมื่อวาน ทำเอาพวกผู้ใหญ่แทบจะหัวใจวาย เพราะความเร่งรีบมารับ พ่อไท แม่ดา และพี่เคนของเจ้าตัว ผลปรากฏว่าฟันหน้าที่โยกอยู่หลุดออกมาเพราะกระแทกเข้ากับขอบบันไดเต็มแรง“อีกกี่เดือนจะถึงกำหนดคลอดคะนี่”ชลันดาแตะท้องของคารินที่นูนพองออกมาเบา ๆ ตอนนี้สองสาวนอนเล่นบนเก้าอี้สานตัวโตตรงดาดฟ้าเรือ ส่วนหนุ่ม ๆ และมู่น้อยพากันไปตกปลา คารินยิ้มหวานส่งให้เธอ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“อีกสองเดือนค่ะ จริง ๆ อยากจะไปคลอดที่ไทย จะได้ไปฉลองโรงแรมใหม่ที่สร้างเสร็จด
“ตามสบายล่ะ ใช้ห้องน้ำตรงโน้นก็ได้”เธอชี้มือบอก คอนโดของชลันดามีสองห้องนอน และหนึ่งห้องโถง ห้องครัวเล็ก ๆ ระเบียง กว้างขวางพอ ๆ กับห้องของเขา จึงใช้รับรองได้ทั้งคารินและมู่น้อย ตอนที่ทั้งสองมาพักอาศัยอยู่กับเธอระยะหนึ่งหลังเกิดเรื่อง“ครับ”ไทพยักหน้าก่อนจะหายไปตามทางที่เธอชี้ ชลันดาตะโกนตามหลังเขา“ฉันจะไปอาบน้ำนอนละนะ นายเสร็จแล้วก็ปิดประตูแล้วก็ล็อกห้องให้ด้วย จะนอนแล้ว”ว่าแล้วก็ผลุบหายเข้าห้องนอนของตนเองทันที พร้อมกับล็อกกลอนเสียด้วย เธอแอบเอียงหูฟังดูว่ามีเสียงตอบอะไรมาไหม ก็มีเพียงเสียงขานตอบของไทว่าครับ แล้วก็เงียบไปเลยตอนแรกเขาขอขึ้นมาบนห้อง ใจของชลันดาก็เต้นแปลก ๆ ก็แหงละเธอรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเธอ ก็ตั้งแต่วันนั้น ก็คราวเดียวนั่นแหละ ที่เธอกับเขาสัมผัสกันชิดใกล้ถึงขนาดนั้น แล้วก็เพราะเรื่องของมู่น้อย ของคารินและลีโอนาโดที่พวกเธอช่วยเหลือ วุ่นวายกันขนาดนั้น เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเวลาอยู่ลำพังก็ว่าได้ แล้วนี่...เขาจะยัง...คิดแล้วก็หน้าแดงเอง พลางสั่นหน้า อีตาเฮียไทยังคงมีหยอดเธอด้วยคำพูดบ้าง ด้วยสายตาบ้าง แต่ระยะห่างระหว่างกันก็ยังคงเท่าเดิม เขาไม่ได้มาล่วงล้ำก้ำ
หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดจบลงสองอาทิตย์ต่อมา“เจ๊ดา เจ๊ด้า” เสียงของคนเมาฟังอ้อแอ้ ลากยาวจนน่าสงสาร ชลันดาถอนใจเฮือก ทั้งขำ ทั้งเอ็นดูคนที่กำลังเมาจนคอพับคออ่อนอยู่ตรงหน้า เขาโบกนิ้วให้เธอไปมา แล้วเอ่ยเสียงออด“ขออีกขวด เอามาอีกข้วดดดด”“พอแล้วไอ้เคน ไป ๆ ไปนอน” ลูกพี่ว่า เขามองลูกน้องดื่มเบียร์ไปหลายขวด ส่วนตัวเอง...นั่งดื่มไวตามิลเป็นเพื่อน คนเมา“ฮือ ๆ คิดถึงมู่น้อยอ่า เฮีย ลูกพี้ เค้าคิดถึงมู่น้อย ฮือ ๆ ๆ”ตีโพยตีพายไป น้ำตาไหลไป ด้วยความอาลัยรักลูกสาวปลอม ๆ ของลูกพี่อย่างสุดหัวใจ “มึงนี่ อาการหนัก ตอนอกหักกูไม่เห็นมึงจะเป็นถึงขนาดนี้เลย” พูดถึงลูกสาวนอกไส้ คนเป็นลูกพี่เอง ก็อดใจสั่นขึ้นมา นิด ๆ ไม่ได้ มันหมาด มันสดเหลือเกิน เพราะแม่ตัวจ้อย เพิ่งจะบินไปอิตาลีเมื่อวานนี้เองลีโอนาโดจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว จึงมารับลูกและภรรยากลับไป เขาจูบลาแก้มยุ้ย ๆ นั่น แม่หนูจูบแก้มเขาตอบ น้ำลายเปียก ๆ ที่ทิ้งไว้บนแก้มสาก ยังประทับรอยอยู่ในใจจนถึงตอนนี้ชลันดาเองก็สูดลมหายใจเข้าแรง ฟังเกือบจะเป็นเสียงสะอื้น เธอพึมพำอุบอิบ บอกว่าจะไปทอดข้าวเกรียบมาแจกแขก ที่ตอนนี้เหลืออยู่สองโต๊ะ คือโต๊ะของ
“พี่ยังไม่ได้โดนจับไว้ให้นายเตรียมสร้างอุบัติเหตุหรอกนะ อิกนาซิโอ”ลีโอนาโดเอ่ยเสียงขรึม แววตาของเขาหม่นเศร้ายามมองตรงมายังน้องชาย ถึงจะคนละแม่ แต่อิกนาซิโอก็คือพี่น้อง ที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน“หึ!”อิกนาซิโอหน้าซีด แต่เขาก็คือเขา เมื่อจนแต้มด้วยหลักฐานทั้งหมด เขาก็เพียงเชิดหน้าและ...ท้าทาย“ในเมื่อพี่ก็รู้แล้วว่าผมก่อเรื่องทุกอย่างขึ้น พี่อยากจะทำอะไรผมก็ทำ ให้ไอ้ปิเอโรมันยิงผมเสียเลยสิ”“พี่จะไม่ทำอะไรนาย...นาซิโอ”เขาเอ่ย “แต่พี่จะให้คณะกรรมการจัดการกับนาย เรื่องของปู่และพ่อ”“อ้อ...ไม่เชือดเอง แต่ส่งผมให้คนอื่นทำแทนละสิ”อิกนาซิทำเสียงหมิ่น ‘คณะกรรมการ’ที่ว่าก็คือคนในแก๊งมาเฟียของปู่ ที่ก่อตั้งมานาน และขึ้นชื่อนักเรื่องความเหี้ยมโหด ถ้าเกิดการทรยศหักหลังกันเกิดขึ้น แน่นอนว่าบางทีเขาอาจจะเหลือเพียงแค่บางชิ้นส่วนเท่านั้นที่อยู่ในหลุม“ตกลงนายยอมรับว่าทั้งหมดคือฝีมือนายใช่ไหม?” “ใช่” เขายืดอก พร้อมกับเลิกคิ้วให้กับพี่ชาย “ผมทำเอง”“ทำไมนาซิโอ”ลีโอนาโออดถามไม่ได้ สองพี่น้องยืนเผชิญหน้ากัน โดยที่อิกนาซิโอยังคงถูกปืนจากปิเอโรจ่อไว้ พร้อมที่จะลั่นไก หากอีกฝ่ายถลันเข้า
ลีโอนาโดถามหาครัวกับผู้ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาทันทีเมื่อคล้อยหลังปิเอโรที่ขึ้นไปส่งชลันดาและไทที่ชั้นสอง “หิวหรือยังไงวะ”“ครับ” “หน้าใหม่หรือไม่เคยเห็น” “ครับ”เขาก้มหน้า หมอนั่นขมวดคิ้วแล้วหันไปยักคิ้วกับเพื่อนอีกคนที่ยืนอยู่ เป็นสัญญาณว่าเดี๋ยวจะเข้าไปรับเด็กใหม่สักหน่อยลีโอนาโดเดินเอื่อย ๆ เข้าไปตามทางที่ชายคนนั้นชี้บอก เขารู้ว่ามีคนตามมา และคอยระวังหลังเป็นอย่างดี เมื่อเขาเข้าไปในห้องครัวแล้ว ทางนั้นก็เริ่ม...รับน้องทันทีร่างสูงฉกวูบมาเบื้องหลังเขา และทำท่าจะคว้าเขาไว้ แต่ลีโอนาโดที่ระวังตัวอยู่แล้ว เขาเหวี่ยงกำปั้นใส่อีกฝ่ายทันทีพลั่ก กำปั้นนั้นโดนเข้าที่ครึ่งปากครึ่งจมูก จนอีกฝ่ายหนึ่งเซ ลีโอนาโดฉวยโอกาสนี้ที่จะน็อกอีกฝ่ายให้หลับไปด้วยการฟาดเท้าใส่ปลายคางหมอนั่นจัง ๆ เท่านั้นฝ่ายนั้นก็ล้มทั้งยืนลีโอนาโดหอบน้อย ๆ เขายืนตรง แล้วปรายตามองคนที่ตั้งจะมาเล่นงานเขา แต่กลับหมอบกระแตนอนฟุบไปแล้วเรียบร้อย การจะขึ้นมาเป็นหัวหน้ามาเฟีย มันทำให้เขาฝึกฝนทั้งศิลปะป้องกันตัว และรวมถึงฝึกการใช้อาวุธจนเชี่ยวชาญ เขาเคยสมัครเป็นทหารหน่วยลับรับใช้ชาติอยู่ถึงสองปี โดยอ้างหลอกกับ







