LOGIN“คุณหนูหลับไปแล้วค่ะ เดี๋ยวกลางวันนี้ป้าจะทำต้มจืดผักกาดขาวหมูสับไว้ให้เธอกิน”
“ผมจะเข้าไปในเมืองสักหนึ่งสัปดาห์ ฝากดูแลเธอด้วยแล้วกัน จับตาดูเธอให้ดี อย่าให้เธอหนีไปไหนได้ เกิดไปตายในป่าขึ้นมา มันจะวุ่นวายไปกันใหญ่”
“ค่ะ”
ป้าไก่มองร่างสูงเดินออกจากบ้าน แล้วหันกลับไปมองทางห้องนั่งเล่นที่ปาลิตานอนอยู่ ผู้สูงวัยถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่ายหน้า แล้วเดินเข้าห้องครัวไปทำหน้าที่ของตัวเอง
พอไม่มีคนเลวมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ปาลิตาก็มีความสุขกายสบายใจ เธอกินข้าวกินยา ตรงตามเวลา และพักผ่อนอย่างเพียงพอ สองวันต่อมา เธอก็หายเป็นปกติ เธออยากให้เขาหายไปสักสิบวัน หรือหายไปตลอดกาลเลยยิ่งดี
เช้าวันที่สามที่ได้อยู่อย่างสบายใจ ปาลิตาตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น หลังจากกินข้าวเช้าแล้ว เธอออกไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน ป้าไก่ตามเธอออกมาแล้วถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยว่า
“คุณหนูคะ ออกมาโดนแดดโดนลมแบบนี้ เดี๋ยวก็จะเป็นไข้อีกนะคะ”
ปาลิตาหันไปยิ้มให้ป้าไก่ ก่อนจะตอบว่า
“ตาลหายดีแล้วค่ะป้าไก่ ขอบคุณป้าไก่มาก ๆ เลยนะคะที่ช่วยดูแลตาลจนหายดี”
ปาลิตาประนมมือไหว้ผู้สูงวัย ป้าไก่จับมือของเธอเอาไว้ แล้วบอกว่า
“คุณหนูไม่ต้องไหว้ป้านะคะ ป้าเป็นแค่คนดูแลเป็นแม่บ้าน คุณหนูมาที่นี่เพื่อแต่งงานกับเจ้าของไร่สิงขร มาเป็นคุณผู้หญิงของไร่ มีศักดิ์สูงกว่าป้า”
“ตาลไหว้เพื่อขอบคุณที่ป้าไก่ช่วยดูแล ไม่เกี่ยวว่าใครศักดิ์สูงศักดิ์ต่ำกว่าเลยค่ะ”
ป้าไก่ยิ้มและมองคุณหนูลูกตาลด้วยความเอ็นดู เธอช่างน่ารักอ่อนโยนและอ่อนหวาน กิริยามารยาทก็งดงาม พูดจาก็ไพเราะ แบบนี้คนที่จะต้องแต่งงานกับเธอ อาจจะตกหลุมรักเธอโดยไม่รู้ตัว ขนาดเธอเพิ่งมาอยู่เพียงไม่กี่วัน ป้าไก่ก็ยังรู้สึกดีกับเธอเลย
ธรรมชาติและอากาศดีๆ ความเงียบสงบและการได้อยู่กับตัวเอง โดยที่ไม่ต้องคอยหวาดระแวงว่าจะมีใครมารังแก ทำให้ปาลิตารู้สึกดีขึ้นมาก แต่อีกสองวันความสุขของเธอก็จะหายไป เพราะเขาก็จะกลับมาแล้ว เธอไม่อยากให้เขากลับมาเลย
ปาลิตาก็ได้แต่ภาวนาให้คุณท่านกลับมาเร็ว ๆ เขาจะได้เลิกยุ่งกับเธอสักที
ป้าไก่เห็นคุณหนูลูกตาลอยู่แต่ในบ้าน ก็เห็นใจกลัวว่าจะเหงา ผู้สูงวัยจึงเอาจักรยานมาให้เธอ
“คุณหนูปั่นใกล้ ๆ บ้านนะคะ อย่าไปไกลนัก ถึงแม้จะเป็นอาณาเขตของไร่สิงขร แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีคนไม่หวังดี เข้ามาก่อกวนหรือเปล่า”
“คุณท่านมีศัตรูด้วยหรือคะป้าไก่”
“มีค่ะ แต่ไม่ใช่ศัตรูของคุณท่านโดยตรงหรอกค่ะ เป็นศัตรูของคุณมาร์ค พวกนั้นเป็นพวกนิสัยไม่ดีน่ะค่ะ พวกลักลอบตัดไม้ในป่า คุณมาร์คเคยชี้เป้าให้ตำรวจไปจับพวกมัน เถ้าแก่ของพวกมันเลยโกรธแค้น หลังจากนั้น จากที่อยู่กันอย่างสงบสุข ก็เกิดเหตุไม่ดีอยู่บ่อย ๆ มีการลักลอบเผาไร่ของเรา แต่คนงานก็ช่วยกันดับไฟไว้ได้ทัน และก็มีเหตุการณ์คุณมาร์คเคยโดนลอบยิง แต่ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ นับตั้งแต่นั้นมา คนไร่สิงขรก็เลยต้องระวังตัวกันให้มากค่ะ”
ปาลิตาพยักหน้า “งั้น…ตาล จะระวังตัวนะคะ จะไม่ไปไกล ๆ แน่นอนค่ะ ป้าไก่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”
พอตกเย็น พระอาทิตย์อ่อนแสง ปาลิตาปั่นจักรยานออกจากบ้านหลังใหญ่ เธอปั่นไปตามทางในไร่ซึ่งเป็นทางลาดยางไม่มีหลุมบ่อ สายลมเย็นพัดโชยมาบางเบา ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นสบายใจ
คนสบายใจปั่นจักรยานไปเรื่อย ๆ เธอปั่นเพลินไปหน่อย เลยปั่นไปจนถึงเขตแดนของไร่ที่ติดกับแม่น้ำ
ปาลิตาจอดจักรยานพิงกับต้นไม้ใหญ่ แล้วเดินไปริมตลิ่งที่อยู่สูงกว่าแม่น้ำหลายเมตร ตาคู่สวยมองไปยังสายน้ำที่ทอดยาว สะท้อนแสงสีส้มของพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน เป็นวิวที่งดงามมาก คุ้มค่ากับการปั่นจักรยานมาตั้งไกล
คนตัวเล็กหลับตา สูดลมหายใจลึก กลิ่นบริสุทธิ์สะอาดของธรรมชาติทำให้เธอผ่อนคลายและสดชื่น แต่เธอคงอยู่ที่นี่นานไม่ได้ เพราะว่ามันค่อนข้างจะไกลจากบ้าน เดี๋ยวป้าไก่จะเป็นห่วง ปาลิตาลืมตาขึ้น เธอดื่มด่ำกับทิวทัศน์ธรรมชาติอีกครั้ง แล้วจึงหันหลังให้ภาพสวยงามนั้น
แต่เมื่อหันกลับมา เพื่อจะเดินไปเอาจักรยาน ปาลิตาก็ต้องชะงัก ใจหายวาบ เพราะมีผู้ชายสูงวัยร่างสูงใหญ่กำยำยืนอยู่ใต้ต้นไม้ที่เธอพิงจักรยานเอาไว้ พอเห็นเธอชะงักและมีสีหน้าตกใจ ชายคนนั้นก็บอกเธอว่า
“ลุงเป็นคนงานไร่สิงขร แล้วเอ็งเป็นใครถึงมาอยู่ที่นี่”
ปาลิตาถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาเป็นคนงานของไร่ ไม่มีอะไรต้องตกใจ หญิงสาวยิ้มอ่อนหวาน ก่อนจะแนะนำตัวว่า
“หนูชื่อลูกตาลค่ะ เพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่กี่วัน ตาลมาแต่งงานกับเจ้าของไร่สิงขรค่ะ รอคุณท่านกลับมาจากต่างประเทศก่อน เดี๋ยวคุณท่านน่าจะประกาศให้คนงานได้รับรู้กันนะคะ”
“อ้อ! คุณหนูลูกตาลนี่เอง เห็นคนงานพูดถึงกันอยู่ครับ ถ้าอย่างนั้นผมไม่รบกวนคุณหนูแล้วล่ะครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ”
ผู้สูงวัยเดินหนีไปอีกทาง เขาเดินเข้าป่าไป ปาลิตามองตามด้วยความแปลกใจ แต่เธอก็เลิกให้ความสนใจกับเขา เพราะตอนนี้ใกล้จะมืดแล้ว เธอต้องรีบปั่นจักรยานกลับบ้าน
ปาลิตาคับแค้นใจจนน้ำตาเอ่อ เธอทำอะไรเขาไม่ได้เลย หญิงสาวเมินหน้าหนีมองไปข้างหน้า เธอสงบเสงี่ยมไม่พูด ไม่ดิ้น ปล่อยให้เขาอุ้มไปจนถึงรถนายมากเปิดประตู และวางคุณหนูลงบนเบาะ เขาบอกเธอว่า“นั่งดี ๆ อย่าดิ้น ถ้ารถเป็นรอยขึ้นมา คุณหนูตกอับอย่างคุณ คงไม่มีปัญญาหาเงินมาจ่ายค่าเสียหายหรอก”ปาลิตากำสองมือแน่น เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดีนายมากเห็นแล้วก็หมั่นไส้ เขาเลยก้มลงไปจูบปากอิ่มหนัก ๆ พอคุณหนูจะสะบัดหน้าหนี เขาก็ใช้มือซ้ายบีบแก้มเนียนเอาไว้ บังคับให้เธอรับจูบจากเขา แม้เธอจะไม่เต็มใจก็ตาม... พอนายมากขับรถมาจอดที่โรงรถ คนที่นั่งเงียบมาตั้งนานก็รีบร้อนเปิดประตูลงจากรถ เธอวิ่งเข้าไปในบ้านโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองคนที่ไปรับเธอถึงท้ายไร่ คนสวนที่เพิ่งปล้นจูบคุณหนูที่ท้ายไร่ถอนหายใจแรง เขามองตามเธอวิ่งเข้าบ้านด้วยสายตาดุ พอเดินเข้าไปในบ้าน เขาก็ตรงเข้าไปในห้องครัว เห็นป้าไก่กำลังจัดกับข้าว เขาบอกด้วยเสียงเข้มดุว่า “ห้ามให้คุณหนูไปท้ายไร่อีกเด็ดขาด ได้ข่าวว่าเถ้าแก่เจียงส่งคนมาสอดแนมในไร่ ไม่รู้ว่ามันจะทำเรื่องเหี้ยอะไรอีก” “ค่ะ” “ป้าไก่ช่วยไปเรียกคุณหนูลงม
วัดที่ป้าไก่พาคุณหนูลูกตาลมาทำบุญ เป็นวัดเล็ก ๆ มีพระสงฆ์แค่สองรูป หลังจากถวายภัตตาหาร รับศีลรับพรจากพระสงฆ์ กรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้คุณแม่แล้ว คุณหนูลูกตาลก็ได้ไปกราบพระพุทธรูปองค์ใหญ่ใต้ต้นโพธิ์ ตรงหน้าพระพุทธรูปมีกระบอกเซียมซี และใบทำนายตามหมายเลขวางปนกันอยู่ในถาดใบใหญ่ ในถาดมีทั้งเศษน้ำตาเทียนและเถ้าธูป ป้าไก่เดินตามหลังมานั่งลงข้างคุณหนู นางกราบพระพุทธรูปสามครั้ง พอเงยหน้าขึ้นมาแล้วเห็นว่ามีกระบอกเซียมซีอยู่ตรงหน้า ก็บอกคุณหนูลูกตาลว่า “คุณหนูลองดูหน่อยไหมคะ” ถามพร้อมกับหยิบกระบอกเซียมซียื่นให้คุณหนู ปาลิตากลัวจะเสียน้ำใจป้าไก่ เธอจึงรับเอากระบอกเซียมซีมาเขย่า พอติ้วไม้ไผ่ชิ้นหนึ่งหล่นลงบนพื้น ป้าไก่ก็หยิบขึ้นมาดู “เลขเก้าค่ะ อุ๊ย! เลขมงคลด้วย ไหน ๆ ใบไหนนะ”ว่าแล้วก็ค้นหาใบคำทำนายเลขเก้าในถาด ค้น ๆ เขี่ย ๆ อยู่ครู่หนึ่งก็เจอ “เจอแล้วค่ะ เหลือใบเดียวด้วย นี่ค่ะ” ป้าไก่ยื่นแผ่นกระดาษให้คุณหนูลูกตาล หญิงสาวรับไปอ่าน แต่ยิ่งอ่านก็ยิ่งขมวดคิ้ว เพราะคำทำนายดีทุกอย่าง ทั้งชีวิต การเงิน การงาน และส่วนของคำทำนายเรื่องคู่ครอง เซีย
6 คนไร้เหตุผล ในค่ำคืนเหน็บหนาว เพียงมีผ้าห่มอุ่นกับที่นอนนุ่ม ใครบางคนก็คงจะนอนหลับฝันดีตลอดคืน แต่สำหรับผู้หญิงที่ต้องแต่งงานล้างหนี้ ไม่ว่าเตียงนอนจะราคาแพงแค่ไหน ผ้าห่มผืนใหญ่จะนุ่มอุ่นเพียงใด ก็ไม่อาจทำให้เธอนอนหลับได้เต็มตาสักคืน แถมค่ำคืนนี้ เธอยังฝันร้าย ทำให้ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมานั่งร้องไห้กลางดึก ปาลิตาฝันถึงแม่ ฝันเห็นภาพเหตุการณ์วัยเยาว์ ในบ้านหลังใหญ่ที่เคยอบอุ่น เธอกำลังวิ่งไล่จับกับแม่ที่สวนหลังบ้าน เธอยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข แต่พอวิ่งตามแม่ไปเรื่อย ๆ จากสวนดอกไม้สดใส ก็กลับกลายเป็นความมืดมิด รอบกายมีแต่ความมืด แม่หายไปแล้ว มองไปทางไหนก็ไม่เห็นใคร เธอวิ่งไปข้างหน้า ร้องเรียกแม่ ทั้งร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนจะขาดใจ ในตอนที่เธอตะโกนเรียกแม่สุดเสียง เธอจึงสะดุ้งตื่น ร่างบางลุกขึ้นนั่ง สีหน้าและแววตาตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าสวย แต่เมื่อตั้งสติและมองไปรอบกาย เธอจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ “คุณแม่ขา...ตาลคิดถึงคุณแม่จังเลยค่ะ” หากแม่ยังอยู่กับเธอ เธอเชื่อเหลือเกินว่า เธอจะไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวและเจ็บปวดขนาดนี้ ถึ
“คุณหนูหลับไปแล้วค่ะ เดี๋ยวกลางวันนี้ป้าจะทำต้มจืดผักกาดขาวหมูสับไว้ให้เธอกิน”“ผมจะเข้าไปในเมืองสักหนึ่งสัปดาห์ ฝากดูแลเธอด้วยแล้วกัน จับตาดูเธอให้ดี อย่าให้เธอหนีไปไหนได้ เกิดไปตายในป่าขึ้นมา มันจะวุ่นวายไปกันใหญ่”“ค่ะ”ป้าไก่มองร่างสูงเดินออกจากบ้าน แล้วหันกลับไปมองทางห้องนั่งเล่นที่ปาลิตานอนอยู่ ผู้สูงวัยถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่ายหน้า แล้วเดินเข้าห้องครัวไปทำหน้าที่ของตัวเองพอไม่มีคนเลวมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ปาลิตาก็มีความสุขกายสบายใจ เธอกินข้าวกินยา ตรงตามเวลา และพักผ่อนอย่างเพียงพอ สองวันต่อมา เธอก็หายเป็นปกติ เธออยากให้เขาหายไปสักสิบวัน หรือหายไปตลอดกาลเลยยิ่งดีเช้าวันที่สามที่ได้อยู่อย่างสบายใจ ปาลิตาตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น หลังจากกินข้าวเช้าแล้ว เธอออกไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน ป้าไก่ตามเธอออกมาแล้วถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยว่า“คุณหนูคะ ออกมาโดนแดดโดนลมแบบนี้ เดี๋ยวก็จะเป็นไข้อีกนะคะ”ปาลิตาหันไปยิ้มให้ป้าไก่ ก่อนจะตอบว่า“ตาลหายดีแล้วค่ะป้าไก่ ขอบคุณป้าไก่มาก ๆ เลยนะคะที่ช่วยดูแลตาลจนหายดี”ปาลิตาประนมมือไหว้ผู้สูงวัย ป้าไก่จับมือของเธอเอาไว้ แล้วบอกว่า“คุณหนูไม่ต้องไหว้ป้านะคะ ป
มือบางเช็ดน้ำตาออกจากแก้มเนียน ปาลิตาสูดลมหายใจลึกอีกครั้ง เธอค่อย ๆ ระบายมันออกมา ไม่รู้ว่าต่อไปนี้จะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง เรื่องที่เกิดขึ้นจะปิดเป็นความลับไปได้นานแค่ไหน หากเจ้าบ่าวตัวจริงของเธอกลับมา เขาจะสงสัยในตัวเธอไหม และถ้าเขารู้ความจริง เขาจะไล่เธอกลับบ้านหรือเปล่าตอนแรกเธอคิดว่า ที่นี่จะปลอดภัยกว่าที่บ้าน คิดว่าการยอมแต่งงานเพื่อล้างหนี้ ก็ยังดีกว่าใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวงในบ้านหลังนั้น แต่ความจริงที่เธอต้องเผชิญกลับไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่นี่ เธอก็ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงเหมือนกัน ซ้ำร้าย การตัดสินใจมาที่นี่ ทำให้เธอถูกคนเลวย่ำยี โลกนี้ช่างโหดร้ายกับเธอเหลือเกินหลังจากอาบน้ำ สวมเสื้อผ้าชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว ปาลิตาลงมารับประทานอาหารเช้า ป้าไก่จัดโต๊ะไว้รอเธอแล้วปาลิตากินข้าวอย่างหวาดระแวง กลัวว่าคนที่รังแกเธอจะเข้ามาหา กลัวว่าเขาจะมาพูดให้ป้าไก่สงสัย และกลัวว่าเธอเองจะทำพิรุธให้ป้าไก่จับได้ว่า เธอกับเขามีอะไรกันแล้ว แต่โชคดีที่เขาไม่เข้ามาหาเธอหลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ปาลิตาคิดว่าจะไปนั่งพักผ่อนในห้องนั่งเล่น เธอปวดไปทั้งเนื้อทั้งตัว เจ็บระบมซอกสาว เวียนหัว และรู้
นายมากกัดฟันแน่น เขาคำรามลึกในลำคอ เขาเพิ่งรับรู้ว่า คุณหนูคนสวยที่เขาไปรับมายังไม่เคย เขาพ่นลมหายใจออกมาสุดแรง ใบหน้าคมเข้มบิดเบ้ เพราะร่องเนื้อสาวบริสุทธิ์บีบรัดเขาตลอดทั้งลำยังไปต่อไม่ได้ เขาต้องรอ ไม่อย่างนั้นได้เจ็บตัวกันทั้งสองคน“ตาลเจ็บ...เอามันออกไป” ปาลิตาอ้อนวอนเสียงสั่น น้ำตานองเต็มสองแก้ม“อยู่เฉย ๆ เถอะน่า เดี๋ยวผมจัดการเอง”“ฮึก ฮึก คนใจร้าย คนชั่ว คนเลว ตาลเกลียดนายมาก เกลียด!”ปาลิตาด่าทอเขาทั้งน้ำตา ทั้งที่เธอยังกอดลำคอเขาไว้แน่น และไม่กล้าขยับ เพราะกลัวว่าจะเจ็บมากไปกว่านี้“เออ...อยากด่าอะไรก็ด่าไปเถอะ ด่าแล้วก็เอาคืนไม่ได้หรอก”คนที่ต้องอดกลั้นอย่างที่สุดถอนหายใจแรง เขาผ่อนร่างสาวลงบนที่นอน กดลำกายค้างคาเอาไว้ แล้วจูบเธออย่างอ่อนโยนอ่อนหวาน หลอกล่อคนไม่ประสาให้หลงวนอยู่กับจูบ เมื่อเธอผ่อนคลายเขาจึงเริ่มขยับช้า ๆ เนิบนาบลำกายใหญ่โตถอดถอน แล้วสอดใส่กลับเข้าไปใหม่ เขาทำอย่างใจเย็น ทั้งที่อยากกระแทกแรง ๆ แต่ก็ยั้งเอาไว้จากที่เจ็บจนแทบขาดใจ ตอนนี้ ปาลิตากลับเสียววูบวาบกลางร่องสาว กล้ามเนื้ออ่อนบีบรัดแท่งใหญ่โตร้อนผ่าว น้ำหวานลื่นใสคัดหลั่งเต็มร่องนายมากถอนจูบ เขาถา





![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

