LOGIN6 คนไร้เหตุผล
ในค่ำคืนเหน็บหนาว เพียงมีผ้าห่มอุ่นกับที่นอนนุ่ม ใครบางคนก็คงจะนอนหลับฝันดีตลอดคืน แต่สำหรับผู้หญิงที่ต้องแต่งงานล้างหนี้ ไม่ว่าเตียงนอนจะราคาแพงแค่ไหน ผ้าห่มผืนใหญ่จะนุ่มอุ่นเพียงใด ก็ไม่อาจทำให้เธอนอนหลับได้เต็มตาสักคืน
แถมค่ำคืนนี้ เธอยังฝันร้าย ทำให้ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมานั่งร้องไห้กลางดึก
ปาลิตาฝันถึงแม่ ฝันเห็นภาพเหตุการณ์วัยเยาว์ ในบ้านหลังใหญ่ที่เคยอบอุ่น เธอกำลังวิ่งไล่จับกับแม่ที่สวนหลังบ้าน เธอยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข แต่พอวิ่งตามแม่ไปเรื่อย ๆ จากสวนดอกไม้สดใส ก็กลับกลายเป็นความมืดมิด รอบกายมีแต่ความมืด แม่หายไปแล้ว มองไปทางไหนก็ไม่เห็นใคร เธอวิ่งไปข้างหน้า ร้องเรียกแม่ ทั้งร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนจะขาดใจ ในตอนที่เธอตะโกนเรียกแม่สุดเสียง เธอจึงสะดุ้งตื่น
ร่างบางลุกขึ้นนั่ง สีหน้าและแววตาตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าสวย แต่เมื่อตั้งสติและมองไปรอบกาย เธอจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่
“คุณแม่ขา...ตาลคิดถึงคุณแม่จังเลยค่ะ”
หากแม่ยังอยู่กับเธอ เธอเชื่อเหลือเกินว่า เธอจะไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวและเจ็บปวดขนาดนี้ ถึงจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับเธอ อ้อมกอดอบอุ่น ความรัก และความหวังดีของแม่ จะเยียวยาหัวใจเธอได้
ปาลิตาเอนกายลงนอน เธอกอดผ้าห่มเต็มอ้อมอก กลางดึกที่เหน็บหนาว หญิงสาวหลับไปพร้อมกับน้ำตา
“คุณหนูลูกตาลไม่สบายหรือเปล่าคะ”
ป้าไก่สังเกตเห็นว่าคุณหนูหน้าตาไม่สดใส และสีหน้าก็หม่นเศร้ากว่าทุกวัน นางจึงถามด้วยความห่วงใย
“เมื่อคืนตาลนอนไม่ค่อยหลับค่ะ”
“เป็นอะไรคะ ทำไมนอนไม่หลับ มีอะไรให้ป้าช่วยไหม”
“ตาลฝันถึงคุณแม่ค่ะ คุณแม่ตาลเสียไปนานแล้ว ตาลคิดถึงท่าน พอสะดุ้งตื่นจากฝัน เลยนอนไม่หลับค่ะ”
“โถ...แม่คุณ ฝันถึงคุณแม่เหรอคะ คิดถึงท่านมากใช่ไหมคะ”
“ตาลคิดถึงคุณแม่ค่ะ ถ้าคุณแม่ยังอยู่กับตาล...”
“คุณหนู โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะคะ” ป้าไก่จับมือบางมากุมเอาไว้ มองคุณหนูด้วยสายตาแสนสงสาร “เอาอย่างนี้ดีไหมคะ พรุ่งนี้เช้า เราไปทำบุญที่วัดกัน ทำกับข้าวที่แม่ของคุณหนูชอบไปถวายพระ ดีไหมคะ”
ป้าไก่สงสารคุณหนูลูกตาล มาอยู่ห่างไกลบ้าน ไม่มีเพื่อนฝูง ไม่มีญาติพี่น้อง มองไปทางไหนก็มีแต่ป่ากับไร่ คงเหงาน่าดู ได้ไปทำบุญก็น่าจะสบายใจขึ้น
“ตาลกลัวนายมากจะว่า เอ่อ...ตาลหมายความว่า ถ้าเราไปทำบุญ เราก็ต้องเอาดอกไม้ไปถวายวัด แล้วตาลก็ต้องไปตัดดอกไม้ในสวนใช่ไหมคะ แล้วนายมากเป็นคนสวน เขาอาจจะไม่พอใจที่ตาลไปตัดดอกไม้ที่เขาดูแล”
ปาลิตารีบอธิบายเพื่อแก้ไขคำพูดของเธอ เธอแก้ตัวแบบน้ำขุ่น ๆ เหตุผลที่เธอหยิบยกมาอธิบายนั้น ฟังไม่ได้เลย ขนาดเธอเองยังรู้สึกอายที่พูดออกมาแบบนั้น แต่เธอก็ต้องพูด เพราะเธอกลัวว่า ป้าไก่จะสงสัยว่า ทำไมเธอถึงต้องกลัวเขาด้วย
ป้าไก่ยิ้มอย่างเข้าใจคุณหนูลูกตาล ผู้สูงวัยไม่ถาม ไม่สงสัยอะไรเลย มิหนำซ้ำยังพูดเข้าข้างเธอด้วยว่า
“นายมากเขาไม่ว่าหรอกค่ะ ถ้าเขาว่าคุณหนู ป้าจะฟ้องคุณท่าน คุณท่านใจดีมาก ๆ เลยนะคะ ไม่อย่างนั้นคุณท่านไม่รับคุณหนูมาอยู่ด้วยหรอก เพราะคุณท่านรู้ว่าคุณหนูลำบาก ในฐานะที่ท่านเคยรับปากคุณตาของคุณหนูเอาไว้ว่า จะไม่ทิ้งลูกหลานของคุณตา จะดูแลให้เหมือนหลานแท้ ๆ ของคุณท่าน อีกอย่าง อีกสองวันนายมากถึงจะกลับ เราไปวัดพรุ่งนี้ เขาไม่อยู่ เขาไม่รู้หรอกค่ะ”
ปาลิตายิ้มอ่อนหวาน พอได้ฟังแบบนี้ เธอก็อุ่นใจ อยากเจอคุณท่านเร็ว ๆ และเธอดีใจที่จะได้ทำบุญให้คุณแม่ด้วย
“แล้ววัดอยู่ไกลไหมคะ ปั่นจักรยานไปได้ไหมคะ”
“ไม่ต้องปั่นจักรยานหรอกค่ะ เดี๋ยวป้าจะให้คนงานขับรถไปส่ง”
“ขอบคุณมากนะคะ ป้าไก่”
“ไม่เป็นไรนะคะ ป้ายินดีทำทุกอย่างให้คุณหนูนะคะ คุณหนูจะได้อยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจ”
เช้าวันต่อมา ปาลิตาตื่นแต่เช้ามืด เธอเข้าครัวมาช่วยป้าไก่ทำกับข้าว จัดปิ่นโต และไปตัดดอกไม้ที่สวนหลังบ้าน เพื่อนำไปถวายพระ
พอเตรียมของเสร็จแล้ว คนงานที่ป้าไก่นัดเอาไว้ ก็ขับรถมาจอดที่หน้าบ้าน
รถที่มารับปาลิตากับป้าไก่เป็นรถกระบะตอนเดียว ป้าไก่ขึ้นไปนั่งด้านใน ปาลิตานั่งติดประตู
ในตอนที่คนงานขับรถพาออกจากบ้านไร่สิงขร ปาลิตาได้รู้ว่า ทางเข้าไร่ทางนี้เป็นทางลาดยาง สองข้างทางมีต้นไม้ปลูกเป็นระเบียบ ไม่น่ากลัวเหมือนทางที่นายมากพาเธอไป นายคนเลวตั้งใจจะทำมิดีมิร้ายกับเธอ เขาเลยพาเธอไปทางลูกรัง ผ่านป่าน่ากลัว
...ไม่เอา ๆ วันดี ๆ แบบนี้ เธอจะไม่คิดถึงเจ้าคนชั่วคนนั้น เธอจะไปทำบุญ วันนี้ต้องเป็นวันดี ๆ สิ
พอบอกตัวเองแบบนี้แล้ว ปาลิตาก็ปัดความคิดเกี่ยวกับคนไม่ดีออกจากหัว เธอก้มมองของที่จะนำไปถวายพระที่อยู่ในตะกร้าบนตักของเธอ เธอทำแต่ของที่แม่ชอบ และเธอก็ตัดดอกไม้ถวายพระเองกับมือ
คนจะได้ไปทำบุญยิ้มอ่อนหวาน ตาเป็นประกาย
ป้าไก่แอบมองคุณหนูลูกตาล เห็นเธอยิ้มได้ ป้าไก่ก็ค่อยโล่งใจ
ป้าไก่ออกจากห้องนั่งเล่นไปแล้ว ปาลิตานั่งมองขนมกับน้ำส้มในถาดแล้วก็ถอนหายใจ เธอไม่อยากมีปัญหากับนายมาก เธอกลัวว่าเขาจะหาเรื่องทำให้เธอต้องอับอาย มือบางหยิบขนมขึ้นมากัดกิน เธอฝืนใจกินจนเกือบหมด และดื่มน้ำส้มหมดแก้ว พออิ่มแล้ว ปาลิตาก็รู้สึกง่วง ขนมหวานและน้ำส้มคั้นทำให้เธอรู้สึกดีและผ่อนคลาย หญิงสาวจึงเอนตัวลงนอน และหลับยาวจนถึงเย็น พอตื่นขึ้นมาก็อยากจะไปปั่นจักรยานชมวิวในไร่ เธอจึงไปบอกป้าไก่ว่า “ป้าไก่คะ ตาลขอไปปั่นจักรยานในไร่ได้ไหมคะ” ป้าไก่มีสีหน้าลำบากใจ เพราะตอนนี้เป็นเวลาเย็นแล้ว นางเป็นห่วงคุณหนู “ตาลนอนทั้งวัน พอตื่นขึ้นมาก็รู้สึกมึนหัว ไม่สดชื่นเลยค่ะ ถ้าได้ปั่นจักรยานเข้าไปในไร่ ได้เห็นวิวสวย ๆ ได้รับลมเย็น ๆ น่าจะรู้สึกดีขึ้นค่ะ” ป้าไก่เงียบไปครู่หนึ่ง เห็นใจคุณหนูก็เห็นใจ กลัวนายมากจะรู้ก็กลัว แต่พอเห็นหน้าเศร้า ๆ กับสายตาอ้อนวอนของคุณหนู นางก็เลยพยักหน้า “อย่าไปนานนะคะ” “ค่ะ ป้าไก่” ปาลิตายิ้มดีใจ เธอออกจากบ้านไปจับจักรยานคันเดิม แล้วปั่นเข้าไปในไร่ ปาลิตาปั่นจักรยานไปตามทางเดิม เธอปั่นไปจนถ
ปาลิตาคับแค้นใจจนน้ำตาเอ่อ เธอทำอะไรเขาไม่ได้เลย หญิงสาวเมินหน้าหนีมองไปข้างหน้า เธอสงบเสงี่ยมไม่พูด ไม่ดิ้น ปล่อยให้เขาอุ้มไปจนถึงรถนายมากเปิดประตู และวางคุณหนูลงบนเบาะ เขาบอกเธอว่า“นั่งดี ๆ อย่าดิ้น ถ้ารถเป็นรอยขึ้นมา คุณหนูตกอับอย่างคุณ คงไม่มีปัญญาหาเงินมาจ่ายค่าเสียหายหรอก”ปาลิตากำสองมือแน่น เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดีนายมากเห็นแล้วก็หมั่นไส้ เขาเลยก้มลงไปจูบปากอิ่มหนัก ๆ พอคุณหนูจะสะบัดหน้าหนี เขาก็ใช้มือซ้ายบีบแก้มเนียนเอาไว้ บังคับให้เธอรับจูบจากเขา แม้เธอจะไม่เต็มใจก็ตาม... พอนายมากขับรถมาจอดที่โรงรถ คนที่นั่งเงียบมาตั้งนานก็รีบร้อนเปิดประตูลงจากรถ เธอวิ่งเข้าไปในบ้านโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองคนที่ไปรับเธอถึงท้ายไร่ คนสวนที่เพิ่งปล้นจูบคุณหนูที่ท้ายไร่ถอนหายใจแรง เขามองตามเธอวิ่งเข้าบ้านด้วยสายตาดุ พอเดินเข้าไปในบ้าน เขาก็ตรงเข้าไปในห้องครัว เห็นป้าไก่กำลังจัดกับข้าว เขาบอกด้วยเสียงเข้มดุว่า “ห้ามให้คุณหนูไปท้ายไร่อีกเด็ดขาด ได้ข่าวว่าเถ้าแก่เจียงส่งคนมาสอดแนมในไร่ ไม่รู้ว่ามันจะทำเรื่องเหี้ยอะไรอีก” “ค่ะ” “ป้าไก่ช่วยไปเรียกคุณหนูลงม
วัดที่ป้าไก่พาคุณหนูลูกตาลมาทำบุญ เป็นวัดเล็ก ๆ มีพระสงฆ์แค่สองรูป หลังจากถวายภัตตาหาร รับศีลรับพรจากพระสงฆ์ กรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้คุณแม่แล้ว คุณหนูลูกตาลก็ได้ไปกราบพระพุทธรูปองค์ใหญ่ใต้ต้นโพธิ์ ตรงหน้าพระพุทธรูปมีกระบอกเซียมซี และใบทำนายตามหมายเลขวางปนกันอยู่ในถาดใบใหญ่ ในถาดมีทั้งเศษน้ำตาเทียนและเถ้าธูป ป้าไก่เดินตามหลังมานั่งลงข้างคุณหนู นางกราบพระพุทธรูปสามครั้ง พอเงยหน้าขึ้นมาแล้วเห็นว่ามีกระบอกเซียมซีอยู่ตรงหน้า ก็บอกคุณหนูลูกตาลว่า “คุณหนูลองดูหน่อยไหมคะ” ถามพร้อมกับหยิบกระบอกเซียมซียื่นให้คุณหนู ปาลิตากลัวจะเสียน้ำใจป้าไก่ เธอจึงรับเอากระบอกเซียมซีมาเขย่า พอติ้วไม้ไผ่ชิ้นหนึ่งหล่นลงบนพื้น ป้าไก่ก็หยิบขึ้นมาดู “เลขเก้าค่ะ อุ๊ย! เลขมงคลด้วย ไหน ๆ ใบไหนนะ”ว่าแล้วก็ค้นหาใบคำทำนายเลขเก้าในถาด ค้น ๆ เขี่ย ๆ อยู่ครู่หนึ่งก็เจอ “เจอแล้วค่ะ เหลือใบเดียวด้วย นี่ค่ะ” ป้าไก่ยื่นแผ่นกระดาษให้คุณหนูลูกตาล หญิงสาวรับไปอ่าน แต่ยิ่งอ่านก็ยิ่งขมวดคิ้ว เพราะคำทำนายดีทุกอย่าง ทั้งชีวิต การเงิน การงาน และส่วนของคำทำนายเรื่องคู่ครอง เซีย
6 คนไร้เหตุผล ในค่ำคืนเหน็บหนาว เพียงมีผ้าห่มอุ่นกับที่นอนนุ่ม ใครบางคนก็คงจะนอนหลับฝันดีตลอดคืน แต่สำหรับผู้หญิงที่ต้องแต่งงานล้างหนี้ ไม่ว่าเตียงนอนจะราคาแพงแค่ไหน ผ้าห่มผืนใหญ่จะนุ่มอุ่นเพียงใด ก็ไม่อาจทำให้เธอนอนหลับได้เต็มตาสักคืน แถมค่ำคืนนี้ เธอยังฝันร้าย ทำให้ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมานั่งร้องไห้กลางดึก ปาลิตาฝันถึงแม่ ฝันเห็นภาพเหตุการณ์วัยเยาว์ ในบ้านหลังใหญ่ที่เคยอบอุ่น เธอกำลังวิ่งไล่จับกับแม่ที่สวนหลังบ้าน เธอยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข แต่พอวิ่งตามแม่ไปเรื่อย ๆ จากสวนดอกไม้สดใส ก็กลับกลายเป็นความมืดมิด รอบกายมีแต่ความมืด แม่หายไปแล้ว มองไปทางไหนก็ไม่เห็นใคร เธอวิ่งไปข้างหน้า ร้องเรียกแม่ ทั้งร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนจะขาดใจ ในตอนที่เธอตะโกนเรียกแม่สุดเสียง เธอจึงสะดุ้งตื่น ร่างบางลุกขึ้นนั่ง สีหน้าและแววตาตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าสวย แต่เมื่อตั้งสติและมองไปรอบกาย เธอจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ “คุณแม่ขา...ตาลคิดถึงคุณแม่จังเลยค่ะ” หากแม่ยังอยู่กับเธอ เธอเชื่อเหลือเกินว่า เธอจะไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวและเจ็บปวดขนาดนี้ ถึ
“คุณหนูหลับไปแล้วค่ะ เดี๋ยวกลางวันนี้ป้าจะทำต้มจืดผักกาดขาวหมูสับไว้ให้เธอกิน”“ผมจะเข้าไปในเมืองสักหนึ่งสัปดาห์ ฝากดูแลเธอด้วยแล้วกัน จับตาดูเธอให้ดี อย่าให้เธอหนีไปไหนได้ เกิดไปตายในป่าขึ้นมา มันจะวุ่นวายไปกันใหญ่”“ค่ะ”ป้าไก่มองร่างสูงเดินออกจากบ้าน แล้วหันกลับไปมองทางห้องนั่งเล่นที่ปาลิตานอนอยู่ ผู้สูงวัยถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่ายหน้า แล้วเดินเข้าห้องครัวไปทำหน้าที่ของตัวเองพอไม่มีคนเลวมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ปาลิตาก็มีความสุขกายสบายใจ เธอกินข้าวกินยา ตรงตามเวลา และพักผ่อนอย่างเพียงพอ สองวันต่อมา เธอก็หายเป็นปกติ เธออยากให้เขาหายไปสักสิบวัน หรือหายไปตลอดกาลเลยยิ่งดีเช้าวันที่สามที่ได้อยู่อย่างสบายใจ ปาลิตาตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น หลังจากกินข้าวเช้าแล้ว เธอออกไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน ป้าไก่ตามเธอออกมาแล้วถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยว่า“คุณหนูคะ ออกมาโดนแดดโดนลมแบบนี้ เดี๋ยวก็จะเป็นไข้อีกนะคะ”ปาลิตาหันไปยิ้มให้ป้าไก่ ก่อนจะตอบว่า“ตาลหายดีแล้วค่ะป้าไก่ ขอบคุณป้าไก่มาก ๆ เลยนะคะที่ช่วยดูแลตาลจนหายดี”ปาลิตาประนมมือไหว้ผู้สูงวัย ป้าไก่จับมือของเธอเอาไว้ แล้วบอกว่า“คุณหนูไม่ต้องไหว้ป้านะคะ ป
มือบางเช็ดน้ำตาออกจากแก้มเนียน ปาลิตาสูดลมหายใจลึกอีกครั้ง เธอค่อย ๆ ระบายมันออกมา ไม่รู้ว่าต่อไปนี้จะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง เรื่องที่เกิดขึ้นจะปิดเป็นความลับไปได้นานแค่ไหน หากเจ้าบ่าวตัวจริงของเธอกลับมา เขาจะสงสัยในตัวเธอไหม และถ้าเขารู้ความจริง เขาจะไล่เธอกลับบ้านหรือเปล่าตอนแรกเธอคิดว่า ที่นี่จะปลอดภัยกว่าที่บ้าน คิดว่าการยอมแต่งงานเพื่อล้างหนี้ ก็ยังดีกว่าใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวงในบ้านหลังนั้น แต่ความจริงที่เธอต้องเผชิญกลับไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่นี่ เธอก็ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงเหมือนกัน ซ้ำร้าย การตัดสินใจมาที่นี่ ทำให้เธอถูกคนเลวย่ำยี โลกนี้ช่างโหดร้ายกับเธอเหลือเกินหลังจากอาบน้ำ สวมเสื้อผ้าชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว ปาลิตาลงมารับประทานอาหารเช้า ป้าไก่จัดโต๊ะไว้รอเธอแล้วปาลิตากินข้าวอย่างหวาดระแวง กลัวว่าคนที่รังแกเธอจะเข้ามาหา กลัวว่าเขาจะมาพูดให้ป้าไก่สงสัย และกลัวว่าเธอเองจะทำพิรุธให้ป้าไก่จับได้ว่า เธอกับเขามีอะไรกันแล้ว แต่โชคดีที่เขาไม่เข้ามาหาเธอหลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ปาลิตาคิดว่าจะไปนั่งพักผ่อนในห้องนั่งเล่น เธอปวดไปทั้งเนื้อทั้งตัว เจ็บระบมซอกสาว เวียนหัว และรู้







