LOGIN“อร่อยไหมคะ”
ธีร์ยกน้ำขึ้นดื่มแล้วว่า “อือม์ ใช้ได้” รับทิชชูจากมือของเธอมาซับปากแล้วเอ่ยปากคล้ายชวน
“ได้ยินว่าตอนเย็นมีงานวัด พาผมไปหน่อยสิ”
“คุณธีร์จะไปงานวัดหรือคะ”
เลยหนึ่งทุ่มมาไม่กี่นาที ที่ณิชาเดินเคียงมากับชายหนุ่มร่างสูงบุคลิกสุขุมสง่างามในชุดลำลองสบายๆ แทบดูไม่ออกว่าเป็นผู้บริหารคนดัง ผมที่เคยจัดแต่งทรงบัดนี้ สระและปล่อยแห้งตามธรรมชาติ ปรกลงมาจนทำให้ดูน่าเกรงขามน้อยลง
ณิชานุ่งผ้าซิ่นลายสวยเสื้อหม้อห้อมพอดีตัว ดูสวยไปอีกแบบ ชี้ชวนให้เขาดูร้านรวงที่มาออกร้านไม่น้อยภายในงานวัดที่เป็นงานยกช่อฟ้า
“คุณหนูณิชขา” เด็กสาวที่ชื่อบีดีใจใหญ่ที่ได้มางานวัดสมใจยาก เรียกเสียงอ่อย
“ไงบี”
“หนูขอไปเล่นปาลูกโป่งตรงนู้นได้ไหมคะ”
“ไปสิ”
ยังไม่ทันอ้าปากบอกอะไรต่อ เด็กบีก็วิ่งปรู้ดไปยังซุ้มปาลูกโป่งแล้ว ณิชาส่ายหน้าเบาๆให้กับเด็กสาว ทำท่าจะเดินตามไป ธีร์ก็รั้งแขนเธอไว้
“ปล่อยให้เล่นไปเถอะ” ก่อนออกปากถามเธอ
“คุณอยากเล่นอะไรไหม”
“ไม่ค่ะ”
“ผมอยากขึ้นชิงช้าสวรรค์”
บอกจบเดินนำไปยังเครื่องเล่นขนาดใหญ่ที่มีคนเข้าคิวไม่มาก จัดแจงชำระเงินจนได้ตั๋วมาถือไว้แล้วยืนรอคิวขึ้นนั่ง ไม่นานตู้เหล็กขนาดไม่ใหญ่มากเคลื่อนตัวลงมาหยุดที่ทั้งสองคน ณิชายืนเม้มปากแน่น ธีร์เลยแกล้งถามยิ้มๆ
“กลัว?”
“ไม่เชิงกลัวหรอกค่ะ แต่ไม่ชอบ” บอกด้วยน้ำเสียงแข็งขึ้นนิดเดียว แล้วก้าวขาพรวดเข้าไปในนั้นทันที พอนั่งลงแล้วก็เห็นธีร์เข้ามานั่งที่ฝั่งตรงข้ามกับเธอ ได้ยินเขาว่ายิ้มๆแบบเดิม
“ปากแข็งจริง”
ประตูถูกปิดลงแล้ว ตู้เหล็กที่นั่งก็ขยับเคลื่อนขึ้นไปเพื่อให้คนที่เข้าคิวต่อหลังได้ขึ้นนั่งในตู้ลำดับถัดมา ณิชาแทบกลั้นลมหายใจมือจิกแน่นตรงเหล็กที่ทำเป็นที่นั่ง ธีร์ลอบมองคนไม่กลัวแล้วก็ว่า
“หลับตาสิ”
“ไม่ค่ะ เวียนหัว”
“งั้นมานั่งนี่มา” ธีร์ชักหงุดหงิดในความดื้อตาใสของคนเป็นภรรยาขึ้นมาบ้างแล้ว คว้ามือดึงให้เธอมานั่งที่ฝั่งเดียวกัน
“ว้าย! ณิชกลัว” ณิชาอุทานเพราะตู้เหล็กที่น้ำหนักถูกเทไปฝั่งเดียวในทันทีเพราะถูกเขาดึงเข้าไปหาให้นั่งลงบนตัก
ธีร์โอบแขนรอบเอวบางบอกกลั้วเสียงหัวเราะ
“ไหนใครว่าไม่กลัว”
ใบหน้าอยู่ห่างกันไม่มากนัก ณิชาแทบกลั้นหายใจเมื่อรู้สึกว่าใบหน้าของธีร์เคลื่อนเข้ามาใกล้เธอทุกขณะแล้วตอนนี้
ลมหายใจเจือกลิ่นแสนคุ้นเคย พร้อมสัมผัสจากฝ่ามืออุ่นจัดที่ลูบไล้แผ่วเบาราวกับปลอบ สายลมพัดโชยมาเบาๆพร้อมเสียงเพลงสลับเสียงประกาศที่ดังอยู่เบื้องหลังนั่นไม่ได้แทรกเข้ามาระหว่างกันได้เลย
แต่ฉับพลัน เสียงดังกึกกักพร้อมตู้ชิงช้าสวรรค์ที่เคลื่อนกลับลงมายังเบื้องล่างอีกครั้งในจุดที่ให้ขึ้นลงปลุกให้ทั้งคู่หลุดออกจากภวังค์ ณิชาเม้มปากแน่น หลบตาคมเข้มที่ฉายความรู้สึกเร่าร้อนของเขาพร้อมกับบอกด้วยน้ำเสียงเว้าวอนนิดๆ
“ปะ ปล่อยเถอะค่ะ เราต้องลงแล้ว”
นั่นเองธีร์ถึงยอมปล่อยเธอให้ลุกออกจากตักของเขา
ลงมาเหยียบพื้นได้ ธีร์คว้ามือของเธอมากุมพาเดินตรงไปยังเบื้องหน้า ณิชาขืนแรงที่น้อยกว่าเขาหลายเท่าตัวเอาไว้เพราะขายังสั่นอยู่ด้วยว่ากลัวความสูงเมื่อครู่ แต่ไม่อยากเอ่ยปากให้เขารู้ แรงต่อต้านนั่นทำให้ธีร์หันมามอง เขาใช้สีหน้าถามว่าทำไม เลยต้องถามเขาไปด้วยภาษาพูด
“จะไปไหนคะ”
“อยากไปไหว้พระตรงนั้น”
ธีร์ชี้มือไปที่พระพุทธรูปองค์ใหญ่กลางลานวัดที่มีคนไปจุดธูปเทียนกราบไหว้ ณิชามอตามมือแล้วหันกลับมามองที่เขาด้วยสายตากังขา คนอย่างเขาไหว้พระไหว้เจ้าก็เป็นหรือไร นึกว่าเป็นพวกบูชาซาตานเสียอีก
“เถอะ ไหนๆก็มาแล้วอย่าให้เสียเที่ยวเลย” ชวนกึ่งบังคับ
ณิชาเดินตามแรงจูงที่เขากุมเอาไว้ไม่แน่นมากแต่ก็กระชับพอให้รู้ถึงไออุ่นเล็กๆที่ส่งผ่านเข้ามา
บูชาธูปเทียนดอกไม้แล้วค่อยตรงไปสักการะพร้อมกับเขา สาวน้อยสาวใหญ่ในงานต่างพากันมองมาด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย บางคนชื่นชมในความเหมาะสมของทั้งคู่ หญิงสาวก๋ากั่นบางคนมองแค่ธีร์ด้วยสายตาเชิญชวน
จนเรียบร้อยดีก็ออกมาเมียงมองหาเด็กบี ที่หายไปไหนแล้วไม่รู้ในตอนนี้ ธีร์มองช่วยก่อนชี้มือบอก
“นั่นไง”
ทั้งคู่เดินตรงไปที่บีก่อนจะพากันกลับบ้านในเวลาต่อมา เด็กบีกลับเข้าห้องแล้วหลังปิดบ้านจนเรียบร้อย เธอเดินเคียงเขาไปจนเกือบถึงห้อง อีกฝ่ายก็เรียก
“ณิชา”
“คะ” ขานรับพร้อมกับหยุดเดิน
“ที่ห้องผมไม่มีผ้าห่ม”
ณิชาหน้าตาตื่นขึ้นทันทีที่ได้ยินเขาว่าแบบนั้น ธีร์นอนไปคืนหนึ่งแล้วโดยไม่มีผ้าห่มคลุมได้อย่างไร พอไปถึงที่ห้องก็พบว่าไม่มีผ้าห่มอย่างที่บอกจริงๆ
“สักครู่นะคะ ณิชไปหยิบในตู้ให้”
ณิชาบอกเสร็จ คิดทบทวนว่าทำไมเธอจึงบกพร่องเช่นนี้ จำได้ว่าไม่ลืมเตรียมให้เขานี่นา แต่ช่างเถอะบางทีเธออาจลืมจริงๆก็ได้ เดินเร็วๆไปที่ตู้เก็บสัมภาระพวกผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่มของบ้าน พลางคิดในใจว่าเป็นไปได้อย่างไรกัน ที่เตรียมที่นอนให้เขาแต่ไม่มีผ้าห่ม
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
ธีร์ยืนมองเธอจัดการวุ่นวายกับที่หลับที่นอนแล้วบอกยิ้มๆ
“ที่ผมบอกว่าจะเปลี่ยนบรรยากาศ เอาไว้กลับบ้านก่อนดีกว่า”
ณิชาทำเป็นไม่ได้ยินก่อนเดินออกจากห้องรับแขกด้วยหัวใจสั่นไหว นึกต่อว่าเขาที่คิดกับเธอก็ไม่พ้นเรื่องอย่างว่า อารมณ์น้อยใจตีตื้นขึ้นมาอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ ธีร์เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าห่มที่พับเก็บไว้ในนั้นออกมา เขาตอแยเธอแบบนี้ทำไมกัน โคลงศรีษะให้ตัวเองพอใจกับการได้เห็นสีหน้าที่ไม่ใช่แต่เพียงก้มหลบตารับคำสั่งของณิชาแล้วก็ให้สบายอารมณ์สบายใจจนไม่รู้ตัว
“ณิชไปนะคะ”
ณิชาไหว้พร้อมลานางสดศรีด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์พอกัน เธอตัดสินใจกลับในวันรุ่งขึ้น เมื่อเห็นว่าธีร์จะสร้างความอึดอัดให้เจ้าของบ้านจนเกินไป แม้ใจยังไม่อยากจากมาแต่ต้องจำยอมจากลามาก่อน
ขึ้นรถครู่หนึ่งนึกได้ถึงเรื่องที่ยังคุยกันไม่จบดี ด้วยความใจร้อนจึงออกปากอีกครั้ง
“คุณธีร์คะ”
ขานรับโดยที่จ้องถนนเบื้องหน้าไม่ได้ละสายตามามองเธอ “ฮื้อม์”
“ณิชอยากทราบว่าคุณธีร์ซื้อที่ของคุณพ่อณิชมาจริงหรือเปล่า”
“ถ้าจริงจะทำไม แล้วถ้าไม่จริงล่ะ” ธีร์พูดจาเล่นลิ้นด้วยท่าทีนิ่งๆเลยกล้าๆกลัวๆจะพูด
“ณิชเอ่อ ณิชขอ…”
เธอต้องการที่ตรงนั้นกลับคืนมาเนื่องจากเดิมทีเป็นของมารดาที่ล่วงลับไปแล้ว คุณตาของเธอแบ่งที่ตรงส่วนนั้นให้ท่าน คาดไม่ถึงว่าบิดาจะขายมันให้กับเขา
“ได้โปรดค่ะ ณิช ณิช...”ครางเสียงแผ่วคล้ายขาดใจ ผวาเข้ารับแรงกระแทกกระทั้นไม่หวาดหวั่น ดวงตาของธีร์หรี่ปรือสะท้อนบ่งบอกว่าอารมณ์สมในรสสวาทของเขานั้นเกือบสุดทางแล้ว ทั้งสองกอดรัดปลดปล่อยเมื่อได้รับการปลดปล่อยพร้อมๆกันในจังหวะเดียวนั่นเอง เสียงครางยาวระบายความซ่านสุขหลั่งรินจนหมดสิ้นความต้องการในนาทีนั้นธีร์รู้ตัวในลมหายใจที่กำลังดำรงอยู่ว่าเขามีความสุขจากเรือนกายของณิชามากขนาดไหน แนบร่างลงหาอีกครั้งทั้งที่ยังไม่ถอดถอนตัวตนที่ยังขึงแข็งออกมาจากเธอ ณิชาสะดุ้งเฮือกขึ้นสุดตัว หญิงสาวพร้อมกับบทรักของเขาขึ้นอีก เธอบดเบียดตัวเข้าหาบอกให้รู้ด้วยภาษากายว่ายินยอมกับศึกในสนามกามารมณ์ที่ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ยาวนานจนเหงื่อโชกชุ่มไปทั้งเรือนร่างก่อนถูกปลุกเร้าขึ้นใหม่ให้ชุ่มขึ้นอีกครั้งอยู่เป็นนานจนหญิงสาวนอนพับไปกับอกแกร่งๆของชายผู้เป็นสามีในเวลาต่อมา“ผมเคยคิดนะว่าอยากไปอยู่บนเกาะส่วนตัว โดยไม่ต้องมีใครมาคอยวุ่นวายด้วย” เสียงเขาบอกขณะไล้นิ้วเกลี่ยไปบนผิวนวลเนียนของคนในอ้อมกอด เผลอตัวดอมดมแก้มนุ่มอย่างมันเขี้ยว ณิชาหลับๆตื่นๆครางรับเขางึมงำเบาแสนเบาแต่เพราะใกล้กันมากชนิดที่เนื้อแนบเนื้อจึงได
คงเพราะความอ่อนเพลีย เหนื่อยอ่อนในใจจึงทำให้ณิชาหลับสนิทตลอดคืน หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นก็พบว่าตนเองนอนอยู่เพียงลำพังในห้องนอนไม่กว้างมาก ค่อยๆดันตัวขึ้นนั่งแล้วมองไปรอบๆก็ระลึกได้ว่าธีร์ฉุดเธอลงเรือมาตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วต้องรอให้เขาอารมณ์เย็นลง เธอไม่เขลาขนาดที่ว่าจะกระโดดเรือแล้วว่ายน้ำกลับฝั่งไปในตอนนี้ นั่นเท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆเดินเข้าไปในห้องน้ำ พบว่าแปรงสีฟัน สบู่เหลว เครื่องใช้ข้าวของส่วนตัวของเธอในนั้นพร้อมสรรพ จึงจัดแจงล้างหน้าอาบน้ำให้สดชื่นค่อยเดินออกมายังด้านนอก เห็นว่าธีร์ยืนนิ่งตรงดาดฟ้า เลยออกไปเมียงมองว่าเขาทำอะไรที่ตรงนั้น“ตื่นเสียที ผมแขวนท้องรอคุณจนไส้กิ่ว”“รอทำไมคะ หิวก็ไม่กินอะไรไปก่อน” บอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆไม่ให้แสดงอารมณ์ใดๆออกไปเขาวางคันเบ็ดลงแล้วคว้าข้อมือของเธอตรงไปยังห้องอาหาร กินอาหารเช้าด้วยกันแล้วก็เป็นเวลาเกือบๆสิบเอ็ดนาฬิกาแล้ว เรียบร้อยเขาเอ่ยปากชวน เหเหมือนไม่เคยมีเรื่องราวบาดหมางอะไรกันมาก่อน“ไปตกปลากัน”“ไม่ค่ะ ไม่ชอบตกปลา”“มาเถอะ”เขาไม่ได้ชวนแต่น่าจะเป็นคำสั่งมากกว่า ธีร์ถนัดอยู่แล้วเรื่องบังคับพอรู้มาบ้างว่าธีร์โปรดปรานกีฬาอยู่หลายชนิด ด้วยอ
“อ้อ คุณธีร์อยู่สินะ ตอนเจอพี่หนึ่งน่ะ”“อือ” ณิชาพยักหน้ารับ“ไม่ใช่ว่า…” ปารมีวิเคราะห์อย่างที่เห็นความน่าจะเป็นณิชาถาม เมื่อเพื่อนไม่พูดให้จบ “อะไรหรือปา”“หึงน่ะสิ”ณิชาเบ้หน้า ส่ายศรีษะช้าๆ บอกอย่างหนักแน่น “ไม่มีทาง คุณธีร์ไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับณิชแน่นอน”“อ้าว ว่าได้เหรอ ผู้ชายบางคนนะหนูณิช ปากแข็งจะตาย ท่ามาก ฟอร์มเยอะไง”ณิชาเชื่อว่าผู้ชายอย่างที่ปารมีว่ามา แต่ไม่ใช่ธีร์แน่นอน แล้วเอ่ยแซ็วไป “อย่างกับตัวเองมีแฟนมาเยอะแยะ โสดไม่ใช่?”สองสาวคุยกันอีกไม่กี่คำ ดนัยก็มาปรากฏตัวขึ้นที่ร้าน เขามองเห็นณิชาในแวบแรกที่กวาดสายตาหา แล้วตรงมาที่โต๊ะทันที ปารมีทักยิ้มๆ“มาไวจังพี่หนึ่ง”“พักข้างบนนี่เอง แล้วเราพักที่ไหนกัน”บอกชื่อที่พักไป ดนัยก็ว่า“หนูณิชไม่ได้พักที่นั่นหรือคะ” ดนัยเอ่ยชื่อโรงแรมดังที่เขาพบณิชากับธีร์ที่นั่น ณิชามีสีหน้าแปรเปลี่ยนไป ปารมีจึงรับขัดขึ้น เพราะเดี๋ยวเพื่อนรักจะเกิดอาการบ่อน้ำตาตื้นขึ้นมาอีก“พี่หนึ่งมาทีหลังต้องเลี้ยงนะ”ดนัยยิ้มก่อนมองทางณิชาด้วยสายเปิดเปลือยความในใจ“ได้ครับ เลี้ยงตลอดชีวิตเลยก็ยังได้”ดนัยหยอดทันทีที่มีจังหวะ แต่แล้วปารมีก็จะขัดอยู่ตลอดเ
“เราแต่งงานกัน ต้องรู้จักการให้เกียรติซึ่งกันและกัน นี่อะไร”ได้ยินเขาพูดมาแบบนั้นแล้วพลันนึกหยันธีร์ในใจ ให้เกียรติอย่างนั้นหรือ ใครกันแน่ที่ควรร้องขอกับเรื่องการให้เกียรตินี่ ก่อนผุดความจริงเรื่องหนึ่งขึ้นมาในหัวโต้เขาเสียงสั่น“อย่างนั้นหรอกหรือคะ นึกว่าเพราะฉันเคยสนิทกับพี่หนึ่งมาก่อนเสียอีก คุณถึงพาลอย่างกับเด็กไม่มีเหตุผล”ธีร์ยิ้มพรายทีเดียวเมื่อเห็นภรรยา คนที่เคยเงียบมาตลอด เปิดปากเถียง นึกสนุกขึ้นในนาทีนั้น “นั่นก็อีกเหตุผล”“นึกไว้ไม่ผิด” บอกด้วยใบหน้ามัวหมองลง พ้อเสียงเบาหวิวอย่างลืมตัวเพราะความโกรธ ความอัดอั้นผสมปนเปกันจนไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าไรนัก “ฉันไม่น่าแต่งงานกับคุณตั้งแต่แรก”ได้ยินเสียงหวานตัดพ้อ เกิดเสียววาบขึ้นในอก เธอพูดออกมาได้อย่างไรว่าไม่น่าแต่งงานกับเขาตั้งแต่แรก ธีร์ถามอย่างกับจะหาเรื่อง“ทำไม!”“…” ณิชานิ่งไม่ตอบ เขาก็ยั่วเธอ“...หรือที่คิดว่าผมเลือกแต่งงานด้วยนี่เพราะผมแอบหลงรักคุณตั้งแต่แรกเจอ เอ...หรือคิดว่าพอได้อยู่ด้วยกัน ผมจะใจอ่อนเห็นความดีของคุณ” เสียงเขาเย้าโทสะได้ดีนัก ณิชาทำได้เพียงแค่นยิ้มเมื่อสิ่งที่เขากล่าวมานั้น มันมีส่วนที่เคยคิดอยู่บ้าง แ
ณิชาปิดประตูห้องลงแล้วยืนพิงพร้อมพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก เธอเกิดอาการแปลกๆขึ้นมาได้อย่างไร เพียงแค่เห็นแผงอกของธีร์พลันให้เกิดความรู้สึกพลุ่งพล่านอย่างกับพวกสาวร้อนรัก ใช่ว่าไม่เคยเห็น อิงแอบแนบชิดกันเสียหน่อย เธอกับธีร์เป็นสามีภรรยาร่วมเตียงมานานหลายเดือนแล้วด้วย ร่วมเรียงเคียงเพียงกายไร้ซึ่งความรักจากหัวใจของเขาแล้วรีบปัดความคิดว้าวุ่นนั่นออก จัดแจงนำเสื้อผ้าออกมาแขวนไว้ในตู้ นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้เก็บของให้ธีร์เลยตรงไปที่ประตู เปิดออกอย่างไวก็พบว่าธีร์ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าประตูห้องของเธอแล้ว ท่าทางเขาดูตกใจเมื่อเห็นเธอเปิดประตูออกมาพอดี ธีร์ชะงักไปเพียงนิดเดียวก่อนเอ่ยปากขอ...“ผมปวดหัว คุณมียามาด้วยไหม”“สักครู่นะคะ”ว่าแล้วหันกลับไปเปิดกระเป๋าหายาสามัญประจำบ้านที่มักติดไปไหนมาไหนด้วยเสมอ เดินตรงมาที่เขายืนส่งให้“นี่ค่ะ” แล้วเอียงตัวหลบเขาไปทางมินิบาร์บอกขึ้น “เดี๋ยวณิชไปรินน้ำให้นะคะ”ไม่นานก็ได้แก้วน้ำมาให้เขา ธีร์รับไปถือแล้วเลยนึกขึ้นได้ “ณิชไปเก็บเสื้อผ้าให้นะคะ”เขาพยักหน้าอย่างแกนๆมองตามหลังไปไม่ได้พูดอะไรอีก เธอปรนนิบัติเขาอย่างดีข้อนี้ธีร์ไม่เถียง แต่ไอ้เรื่องที่อยากให้ทำทำไ
“โฮ...น่าเสียดายมากหนูณิช” เคยไปที่นั่นไม่กี่ครั้ง แต่จำบรรยากาศได้แม่นยำ อากาศดีมาก หากมีเงินหนาแน่นลงทุนดีดีเสียหน่อย รับรองว่าก่อรายได้ไม่น้อยทีเดียว“ขายไปร้อยล้าน”ณิชาบอกเสียงหงอยๆ เจ้าหล่อนเองยิ่งกว่าเสียดายเสียอีก ตอนนี้ก็ได้แต่ทำใจ นึกเสียว่าที่ตรงนั้นไม่ใช่ของของเรา “คุณธีร์ซื้อให้หนูณิชหรือเปล่า” “ไม่มีทาง” ณิชาสวนออกมาทันที ธีร์ไม่ทำอะไรแบบนั้นแน่“ไม่แน่นะ เชื่อปาไหมว่าคุณธีร์ต้องใจอ่อนหลงรักความน่ารักของเพื่อนปา”ณิชาฝืนยิ้ม ตาหวานปนโศกเศร้ามากกว่าเดิมเมื่อคิดว่าที่ปารมีพูดนั้นเป็นไปไม่ได้เลยสักเรื่องเดียวไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาซื้อที่ที่เคยเป็นของมารดาเพื่อเอามามอบให้เธอ หรือลงทุนให้อะไรก็แล้วแต่ แล้วก็เรื่องที่เขาอาจใจอ่อนหลงรักเธอ ไม่มีทางเป็นไปได้เลยแม้แต่เรื่องเดียว แยกย้ายจากปารมีแล้วก็ตรงกลับบ้านในทันที ก่อนกลับเพื่อนรักของเธอยังพาไปเดินแถวโซนชุดว่ายน้ำแล้วก็ยัดเยียดชุดว่ายน้ำวาบหวิวมาให้เธออีกสามชุด แต่ละชุดนั่นไม่ได้ต่างจากชุดนอนที่เคยให้มาคราวนั้นแม้แต่น้อยจากวันที่เธอพบธีร์ควงสาวเข้าร้านเพชรก็ไม่ได้พบเขาอีกเลยจนถึงคืนหนึ่งก่







