Share

บทที่ 15 十五

Penulis: PinkyPaw
last update Tanggal publikasi: 2024-12-07 10:14:25

เช้าวันถัดมา หลังจากซีจงจวินออกไปทำงานได้สักพักมี่ฮวาเริ่มเดินสำรวจรอบบ้านอีกครั้ง เพื่อเอาเมล็ดพันธุ์ที่บิดาให้ไว้มาเพาะ

แต่ก่อนอื่นต้องแก้ดินเสียก่อน เพราะมันแห้งจนไม่สามารถปลูกอะไรได้

เพียงวาดแขนหนเดียว พื้นดินก็ชุ่มชื้นขึ้น เมล็ดพืชถูกหว่านวาง งอกเงยออกดอกเบ่งบาน

นางให้ต้นเหมยกับดอกโบตั๋นขึ้นตรงห้องที่มีประตูเปิดออกมาชมสวน สร้างเป็นทุ่งดอกไม้หลากสีสวยงาม

การจัดสวนสร้างความเพลิดเพลิน จนรู้ตัวอีกทีก็เกือบค่ำเสียแล้ว เมื่องานเสร็จนางไม่มีอะไรทำจึงต้องมานั่งรอซีจงจวินกลับบ้าน

ยามนี้พระอาทิตย์ได้จากท้องฟ้าไปนานแล้ว..

การรอคอยทำให้เกิดโทสะเพราะมันเลยเวลามาตั้งหนึ่งชั่วยาม เทพอสูรก็ยังไม่ยอมกลับมารับใช้นางสักที

จนเข้ายามซวี ประตูหน้าบ้านถึงเปิดออก

ซีจงจวินกลับถึงบ้านในสภาพอิดโรยเล็กน้อย เสื้อผ้าไม่ค่อยเข้าที่นัก ที่แขนซ้ายมีแผลคล้ายรอยเขี้ยวของสัตว์อสูรฝากไว้ เลือดไหลซึมไม่มาก

มี่ฮวารู้ว่าเขากลับมาแล้วจึงเดินกอดอกเชิดหน้าหมายจะเข้ามาหาเรื่องแต่พอเห็นสภาพซีจงจวินที่เหมือนพึ่งไปรบ สมองก็ตื้อไปครู่หนึ่งเสียอย่างนั้น

"ไปไหนมา"

"ข้าไปทำงานไถ่โทษมา"

ฟังแล้วมี่ฮวาขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ทำงานไถ่โทษทำไม เขาไปทำอะไรผิดมาหรือ

"ทำไมถึงต้องไปทำ"

"เพราะข้าไปทำงานสายทุกวัน เลยถูกลงโทษ"

เพราะว่าซีจงจวินทำผิดฐานละเลยหน้าที่ องค์มหาเทพจึงส่งให้เขาไปจัดการสัตว์อสูรที่พลัดถิ่นเหมือนเดิม

หากมองย้อนกลับไป.. เห็นได้ชัดเจนว่าเหตุที่ทำให้ซีจงจวินไปทำงานสายคือภรรยาของเขา

"เจ้าจะหาว่าข้าเป็นคนทำให้ไปทำงานสายอย่างนั้นสิ?"

"เปล่า.."

ซีจงจวินเงียบไป นับคำแล้วก็นึกได้ว่าวันนี้เขาพูดครบยี่สิบคำพอดี

..แต่จะทำอย่างไรดี ในเมื่อยังคุยกับนางไม่รู้เรื่องเลย

"ข้าไม่ได้ขอร้องให้เจ้าอยู่รอสักหน่อย หน้าที่เจ้าคือเตรียมของไว้ให้ข้าแค่นั้น ที่เจ้ามานั่งรอข้าตื่นมากินข้าวทุกวันนี่มันก็เพื่อสนองความต้องการของตัวเจ้าเอง!!"

ซีจงจวินเงียบเพราะเอ่ยแย้งไม่ได้ อธิบายก็ยิ่งไม่ได้ ทำได้แต่ยืนฟังมี่ฮวาระบายโทสะอย่างเกรี้ยวกราด

"หากเจ้าจะมาพูดเพื่อให้ข้าตื่นเช้าขึ้น หรือเตรียมตัวเองละก็ฝันต่อไปเถิด! จากนี้ไปทำอะไรเสร็จก็ไปให้พ้นหน้าข้า ตื่นมาเห็นเจ้าตอนเช้าแล้วข้าปวดหัว!"

ว่าจบนางก็เดินสะบัดผ้าคลุมกลับเข้าไป ไม่ลืมหันมาสั่งคนที่ยืนทื่อตรงหน้าประตู

"ไปเตรียมน้ำร้อนให้ข้าได้แล้ว ส่วนข้าวเย็นข้าไม่มีอารมณ์จะกิน!"

ซีจงจวินก้มหน้าทำตามที่ภรรยาสั่งแต่โดยดีเหมือนเคย และในเมื่อนางไม่กินมื้อเย็น เขาก็จะไม่ทำอาหาร

ต่อให้หิวแค่ไหนเขาก็จะไม่ทำ คิดว่าหากนางเห็นเขากินแต่ไม่ทำให้นางกินบ้าง คงทำให้โมโหกว่าเดิม

...

ตกดึก.. ด้านนอกนั้นเมฆฝนหนาก่อตัวแน่นผืนฟ้า จนหยาดน้ำเย็นฉ่ำเริ่มหล่นลงมาเม็ดแล้วเม็ดเล่า

ในความมืดมิด มี่ฮวาอยู่ในช่วงกึ่งหลับกึ่งตื่นกลับมีเสียงหนึ่งดังเข้ามาในโสตประสาท

ราวกับเสียงหัวเราะของสตรี..

เปลือกตาเปิดสะลึมสะลือ ก่อนเบิกโพลงเมื่อหันมาเห็นว่าข้างกายมีร่างหนึ่งนอนจ้องตาไม่กะพริบ

มันคือตัวอะไรนางมองไม่ชัด เห็นแค่ลูกตาสีขาวที่มีเส้นเลือดแดงฉานปูดโปน ข้างหนึ่งถลนห้อยลงมาจากเบ้า กับฟันยาวสีอมเหลืองกำลังแสยะยิ้มกว้างจนเห็นครบทุกซี่

!!!!!

ไม่ทันจะได้ส่งเสียงกรีดร้อง กรงเล็บของมันก็รีบพุ่งมาปิดปากและจมูกนางไว้ ไม่อาจหายใจได้...

"อย่าดิ้นสิ"

เจ้าตัวประหลาดเอ่ยเสียงแหลมเบาราวกระซิบ มี่ฮวาพยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุมแต่ไม่เป็นผล

รู้สึกราวกับร่างถูกตรวนล่ามเอาไว้...

เสียงของนางเล่า หายไปไหนเสียแล้ว...

"ตัวเจ้าหอม.. หอมมาก...."

มันขยับเข้ามาใกล้ สูดเอากลิ่นกายที่แก้มนวลนุ่ม มี่ฮวาหวาดกลัวจนน้ำตารื้น

"อื้อ!!" นางสะดุ้งเมื่อกรงเล็บอีกข้างของมันจิกเข้าที่ศีรษะแล้วกระชากผมอย่างแรง

ในเสี้ยวลมหายใจที่สติไม่เหลืออีกแล้ว มี่ฮวาคิดว่าตัวเองกำลังจะตาย

นางหายใจไม่ได้ ราวกับจิตจะแตกสลายในไม่ช้า...

โครม!!!!!

ในความมืดนั้น จู่ๆก็เกิดเสียงคล้ายมีอะไรตวัดสายลมให้พัดไหวรุนแรง เหวี่ยงเอาร่างตัวประหลาดลอยหวือออกจากเตียง กระแทกลงที่พื้นกลางห้อง

มี่ฮวากลับมาหายใจได้อีกครั้ง นางสำลักสองสามที มองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างตื่นตระหนก

ฉับพลันลูกไฟสีฟ้าดวงเล็กปรากฏขึ้นรอบห้อง คนที่มาช่วยไว้จะเป็นใครไปได้หากไม่ใช่ซีจงจวิน..สามีของนาง

เทพอสูรกำลังเผชิญหน้าอยู่กับตัวอะไรสักอย่างที่รูปร่างเหมือนสัตว์ประหลาด ท่อนบนเป็นสตรี ท่อนล่างเป็นตะขาบยักษ์

คนบนเตียงสั่นผวา และเมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังกลัวมันก็ยิ่งหัวเราะดัง

วิญญาณร้ายตนนี้คงหลุดออกจากนรกมาได้หลายวันแล้วถึงได้มีกำลังมาก และที่ร่างกายเปลี่ยนไปคงเพราะมันล่าสัตว์อสูรเป็นแหล่งสูบพลัง

แต่ใบหน้าเหี้ยมเกรียมของซีจงจวินเองก็น่ากลัวไม่แพ้กัน เขายืนขบเขี้ยวจ้องเขม็งในมือทั้งหกกำดาบแน่น หมายจะสับวิญญาณร้ายตรงหน้าให้ไม่เหลือชิ้นดี

เมื่อเตรียมจะบุก ลูกไฟสีฟ้าที่ล้อมอยู่รอบห้องก็พุ่งเข้าใส่มี่ฮวาอย่างเร็ว แต่ซีจงจวินไวกว่า เพียงตวัดดาบหนเดียวลูกไฟก็หายวับไป ทั้งห้องกลับสู่ความมืดมิดอีกครั้ง

ขณะที่ดวงตาใช้งานไม่ได้ มี่ฮวาได้ยินเสียงฟันดาบ เสียงปะทะกัน เสียงต่อสู้โรมรัน และเสียงร้องของวิญญาณอาฆาต

จนสุดท้ายเกิดเสียงโครมครามดังสนั่น ผนังห้องเปิดไปทั้งแผ่น และร่างสตรีครึ่งตะขาบนั้นกระเด็นออกไปตรงกลางสวนที่มีต้นอ่อนดอกไม้ขึ้นอยู่

"อั่ก!!"

ร่างปีศาจตะขาบมีบาดแผลไม่น้อย ซีจงจวินวิ่งเข้าไปหมายจะฟันคอให้ขาดกระเด็น

ทว่า.. เมื่อถูกน้ำฝนชโลมกาย ขาก็เกิดไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาเสียอย่างนั้น

แม้แต่เจ้าของร่างก็ยังไม่เข้าใจตัวเองว่า ทำไมจู่ๆถึงเจ็บอก หลอดลมตีบตันหายใจลำบากนัก...

ศัตรูสังเกตความผิดปกตินั้นได้ มันอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเคลื่อนไหวช้าลง ตวัดหางฟาดใส่เขาปลิวไปอีกทาง ก่อนพุ่งเข้าตะลุมบอน เล่นเอาซีจงจวินสะบักสะบอมไปทั้งร่าง

ตอนนี้เสื้อผ้าของซีจงจวินขาดวิ่นราวผ้าขี้ริ้ว ผิวเนื้อสีแดงอ่อนเปราะเปื้อนของเหลวสีคล้ำเกือบทั่วตัว

พอมองไปรอบๆพบว่าห้องนอนมี่ฮวาก็ไม่ต่างจากสมรภูมิรบ ข้าวของตกแตกกระจาย ตู้และชั้นพังเสียหาย ผนังห้องยับเยินมีแต่รอยเลือดสาดกระเซ็น

ใต้สายฝนไร้แสงจันทร์ ทั้งสองปะทะกันจนดินด้านนอกเละเทะไปหมด 

"ข้าพึ่งรู้ว่าแท้จริงเทพอสูรมีพลังเท่านี้เอง"

มันเอ่ยยั่วก่อนใช้หางฟาดที่หลังจนซีจงจวินล้มหน้าคว่ำกับพื้นเกิดรอยกรีดผิวหนังเป็นทางยาว

"ไหนไอ้พวกที่อยู่ในนรกมันบอกว่าเจ้าเก่งกาจนักหนา ไหนมันบอกว่าแค่สบตายังเหมือนจะดับสูญอีกครั้ง หึ! เห็นทีคงเป็นเพียงคำคุยโวเสียแล้ว"

สตรีครึ่งตะขาบหัวเราะ แผลสดที่โดนน้ำเพิ่มความปวดแสบ แม้กัดฟันลุกขึ้นเผชิญหน้าอีกครั้ง แต่กลับเริ่มตาลายหูอื้อ

หากเป็นปกติเขาต้องจัดการมันเสร็จเรียบร้อยแล้ว..

เหตุใดหนนี้เขาถึงได้อ่อนแอ ทำท่าเหมือนจะพ่ายแพ้เช่นนี้..

คงเป็นเพราะเพลียเกินไป จากการกินน้อย นอนน้อย ทำงานหนัก อีกทั้งก่อนหน้านี้ร่างกายก็เต็มไปด้วยแผลอยู่แล้ว การต่อสู้จึงลำบากมากขึ้นเป็นเท่าตัว

..มันเป็นเพราะสาเหตุเล็กน้อยเพียงเท่านั้น..จริงๆหรือ

เมื่อปีศาจร้ายเห็นว่าซีจงจวินใกล้สิ้นฤทธิ์ มันจึงเปลี่ยนเป้าหมายกลับมาที่มี่ฮวาซึ่งนั่งอึ้งอยู่ในห้องแทน

"มอบวิญญาณให้ข้า!!"

ชั่วลมหายใจเดียว ร้อยขาตะขาบพาร่างน่าสยดสยองทะยานเข้าถึงตัวมี่ฮวา ปากมันอ้ากว้าง ฟันซี่ยาวง้างเตรียมกัดลงไปยังกายเนื้ออ่อนบาง ฉีกกระชากกลืนลงคอ

!!!!!

คนถูกปองร้ายหลับตาปี๋ ประสาทรับรู้เดียวที่ทำงานอยู่คือหูทั้งสองข้าง

และ..เสียงที่ดังอยู่ไม่ไกลฟังคล้ายของแหลมทิ่มแทงกายเนื้อ แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บตรงไหนเลย

เพียงเสี้ยวลมหายใจต่อมานางได้ยินเสียงคล้ายอะไรบางอย่างฉีกขาดอย่างรุนแรง ทำให้ต้องเปิดตาดูช้าๆอีกครั้ง

และภาพที่เห็นก็คือ ซีจงจวิน...

ร่างของเทพอสูรยักษ์บดบังทุกสิ่ง ใบหน้ามีหยดน้ำฝนเกาะพราวอยู่ห่างไปเพียงไม่ถึงหนึ่งชุ่น ลมหายใจถี่ร้อนราวควันไฟ

ดวงตาสีดำดั่งรัตติกาลขับให้ม่านตาสีดวงจันทร์ดูสว่างไสว ยามจ้องสบใกล้ๆจะเห็นความหมายมากมายที่เจ้าของไร้ปากเสียงสื่อออกมา

ไม่รู้ด้วยเหตุใดมี่ฮวาถึงไม่กล้ามองนานนัก จนสุดท้ายต้องหันหน้าไปทางอื่นเพื่อหลบสายตา

ทว่า..

หัวใจหญิงสาวกระตุกวูบ เมื่อเห็นแขนซ้ายท่อนกลางหายไป เหลือเพียงสายธารโลหิตสีแดงฉานไหลบ่าเต็มพื้น

สติที่ดับหายพลันหวนคืน มองไปด้านหลังซีจงจวินพบว่าแขนข้างนั้นคาอยู่กับฟันซี่ยาวของวิญญาณอาฆาต

ภาพนั้นทำให้นางสั่นจนร้องไม่ออก...

ซีจงจวินกระอั่กเลือดเล็กน้อย กระเด็นมาโดนหน้ามี่ฮวา มือข้างหนึ่งจึงถือวิสาสะปาดออกให้ ด้วยกลัวนางรังเกียจกลิ่นเหม็นคาว

"รอก่อนนะ ข้าจะรีบจัดการให้เดี๋ยวนี้" เขากระซิบบอกเสียงแผ่ว

กายใหญ่รีบลุกแล้วหันกลับไปสู้กับปีศาจครึ่งตะขาบต่อโดยฉีกเอาเสื้อที่ขาดพันแผลห้ามเลือดไว้ก่อนเขวี้ยงดาบทั้งหกเข้าเสียบตลอดลำตัวของมันตรึงเอาไว้กับพื้น ไอสังหารเย็นเยียบแผ่กระจายทั่วห้อง

เพราะปีศาจตนนี้จะฆ่าภรรยาเขา..

มันจะทำให้นางตายจากเขาไป..

ต้องกำจัด!!

"แล้วเจ้าจะได้รู้ว่าสิ่งที่เคยได้ยินเป็นเพียงคำคุยหรือไม่!"

ในห้องนี้น้ำฝนสาดเข้ามาไม่ถึง เทพอสูรรู้สึกเหมือนได้รับพลังกลับคืน มือหนึ่งไล่ขว้างดาบเสียบแทง มือที่เหลือจัดการแหกอกศัตรูควักเครื่องใน ตัดคอเปิดกระโหลกคว้านสมองมันอย่างทารุณ

"กรี๊ดดดดดดด!!!!!!"

เพราะเคยตายมาแล้วรอบหนึ่ง วิญญาณจึงไม่มีโอกาสให้ตายหนีความเจ็บได้อีกไม่ว่าจะถูกทรมานเท่าไหร่ก็ตาม

แววตาเทพอสูรไม่ใช่แบบเดียวกับที่ใช้มองภรรยารัก แต่เป็นแววตาของฆาตกรจิตผิดปกติที่สนุกสนานยามเห็นความทรมาน ยิ่งเสียงโหยหวนที่มันเปล่งออกมานั้น ราวกับของหวานชั้นดีหลังจานหลัก

ซีจงจวินเสียแขนไปข้างหนึ่ง แรงกายหายไปเกินครึ่ง แต่แรงใจกลับคืนมาเต็มสูบเพราะวันนี้เขาได้สัมผัสตัวภรรยาเป็นครั้งแรกหลังแต่งงาน

ถึงจะเป็นการปาดเลือดของตนออกจากใบหน้า แต่นางก็ไม่ได้ต่อว่าอะไร

นี่สินะที่เรียกว่า..ดีใจ

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เหลือแรงต้านแล้ว ซีจงจวินเสกยันต์สะกดวิญญาณขึ้นมาหลายแผ่น สาดเข้าใส่จนมันร้องโอดโอยปวดแสบปวดร้อน

เขาร่ายบทสวดสั้นๆ ก่อนจะแปะแผ่นสุดท้ายกลางหน้าผากมัน แล้วร่างตะขาบพร้อมทั้งเครื่องในและหยดเลือดก็ปลิวออกจากเขตเรือน ลอยลงเหวปรโลก ทางเดียวกับที่มันใช้ปีนขึ้นมา

เพียงไม่นานที่สถารการณ์คลี่คลาย ซีจงจวินทรุดกายนั่ง มือซ้ายบนและซ้ายล่างกดแผลใหญ่ที่แขนซ้ายกลางซึ่งขาดติดไปกับวิญญาณร้ายตนนั้น หายใจหอบหนัก ร่างเปียกปอนไปด้วยน้ำฝนผสมกับน้ำเลือด

สมองพยายามนึกหาสาเหตุที่ทำให้วิญญาณฝ่าเขตอาคมเข้ามาได้ ดวงตาคมไล่มองออกไปด้านนอกก่อนจะไปสะดุดเข้าที่หินใหญ่ก้อนหนึ่ง

มี่ฮวายังคงขาสั่นก้าวไม่ออก ได้แต่นั่งมองเทพอสูรลุกเดินโซเซไปขยับก้อนหินที่ริมรั้วไม่ไกลจากห้องนาง

รอบบ้านของซีจงจวินจะมีหินก้อนใหญ่วางประจำแปดทิศ เป็นแหล่งข่ายอาคม

หากขยับเพียงนิด เขตอาคมจะเสื่อมลงและอันตรายมากหากวิญญาณร้ายที่หลุดจากนรกอาศัยช่องทางนั้นเข้ามาทำร้ายคนในบ้านอย่างวันนี้

"อย่าขยับหินพวกนี้อีกนะ"

ซีจงจวินหันมาบอก เขารู้ว่าที่หินมันเปลี่ยนตำแหน่งเพราะนาง

ตอนปลูกต้นไม้ มี่ฮวาเห็นมันขวางหูขวางตา ก็เลยเสกไปวางที่อื่น

เทพอสูรเดินกลับเข้ามาในห้องซึ่งสภาพยับเยินเกินกว่าจะซ่อมแซมเสร็จภายในพริบตา

"หินรอบบ้าน ถ้าขยับแล้วเขตอาคมจะเสื่อม"

ท่าทางเขาไม่ได้โกรธอะไรเลย มี่ฮวาก็ยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม

ที่มันเป็นแบบนี้..เพราะนางเอง

"ขออภัยที่ไม่ได้บอกไว้ก่อน และขออภัยที่ทำต้นไม้ท่านเสียหาย"

แต่ซีจงจวินกลับคิดว่าความผิดครึ่งหนึ่งนั้นก็มาจากเขาที่ไม่ยอมบอกอะไรเลยเกี่ยวกับที่นี่

มี่ฮวาตัวสั่น มองเทพอสูรที่ดูราวกับซากศพนักรบเดินได้ ก้าวมาหาแต่ก็ยังเว้นระยะห่างไปพอสมควร

"ลุกไหวหรือไม่"

ได้ยินเขาถามถึงได้รู้สึกตัวขึ้นมา จึงพยายามหอบกายลุกขึ้นด้วยตัวเอง

"เจ็บตรงไหนหรือไม่"

มี่ฮวาส่ายหน้าตอบ เช่นนั้นแสดงว่าเลือดบนตัวนางเป็นเลือดของเขาที่กระเด็นไปโดน

"รอเดี๋ยวนะ ข้าจะไปต้มน้ำให้ล้างตัว"

แล้วซีจงจวินก็เดินออกจากห้องไป ครึ่งเค่อต่อมาจึงเดินกลับมาเรียก

"แช่น้ำเสร็จแล้ว คืนนี้ไปนอนที่ห้องของข้าเถอะนะ ข้าจะไม่เฉียดเข้าไปใกล้แน่นอน ท่านไม่ต้องกังวล"

มี่ฮวาไม่มีคำพูดโต้แย้งใดๆ ราวกับเป็นหญิงใบ้ที่ทำเสียงหล่นหาย

นางไม่รู้จะพูดอะไรกับซีจงจวิน

ขอโทษ..ที่ทำให้ต้องบาดเจ็บ...

ขอบคุณ..ที่เข้ามาช่วยเอาไว้...

สองคำนี้ควรจะเอ่ยออกไปทั้งนั้น แต่นางกลับไม่กล้าพูด ได้แต่ยืนมองชายหนุ่มเดินปลีกตัวไปอีกทาง

สุดท้ายมี่ฮวาก็เข้าไปนั่งแช่น้ำชำระคราบเลือดออกจากตัวเงียบๆ แล้วเดินเข้าห้องของซีจงจวินไป

ห้องนี้ นางเคยเข้ามาแล้วสองครั้ง...

แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่เป็นความเต็มใจ...

ร่างบางนอนลงไป จมูกได้กลิ่นของซีจงจวินติดอยู่ทั่วเตียง

มันทำให้นึกถึงใบหน้าของเขาตอนที่จ้องมองนางใกล้ๆ

ราวกับไร้ซึ่งความเจ็บปวด มีแต่ความห่วงหา กลัวว่านางจะเป็นอะไรไป

หญิงสาวเอาแต่นอนคิดจนกระทั่งได้ยินเสียงโหยหวนประหลาดลอดช่องประตูเข้ามา

คนบนเตียงสะดุ้งผวา กลัวว่ามันจะเกิดเหตุการณ์แบบเมื่อครู่ก่อนอีก จึงลุกเดินออกไปข้างนอก

อย่างน้อยการไปอยู่ในระยะสายตาของซีจงจวิน ก็ปลอดภัยกว่าอยู่คนเดียว

เคร้ง!!

เสียงคล้ายเหล็กกระทบพื้นดังมาจากในครัวทำให้ความกลัวเข้ากัดกินจิตใจ จนต้องรีบวิ่งแต่พอมาถึงหน้าห้องครัว ฝีเท้ากลับหยุดชะงัก

สิ่งที่นางเห็นคือเทพอสูรแมงป่องเปลือยกายท่อนบนนั่งหันหลังให้

มือซ้ายทั้งสองข้างกดแผลไว้ มือขวาล่างคลึงโกร่งหินบดยาสมุนไพร มือขวากลางถือแท่งเหล็กยาว ส่วนมือขวาบนถือผ้าผืนหนึ่ง

ผ้าผืนนั้นถูกส่งเข้าปากงับไว้ เหล็กในมือซึ่งปลายเป็นสีแดงดั่งลูกไฟตวัดขึ้น แนบลงไปที่แผลใหญ่กลางหลังจนเกิดควันระอุ

"อึก.. อาาาา!!!!"

แม้ปากจะคาบผ้าอยู่ แต่ก็กลั้นเสียงไม่ได้มาก ซีจงจวินเผลอคำรามดัง ขณะที่ปากแผลไหม้เกรียม

มี่ฮวายกมือขึ้นปิดปากห้ามเสียงไว้แทบไม่ทัน ไม่คิดว่าการรักษาแผลฉกรรจ์บนตัวเขาจะโหดร้ายเพียงนี้

และยิ่งเบิกตาโพลงเมื่อเห็นซีจงจวินหันมาสุมไม้ใต้เตาไฟ ครู่หนึ่งจึงนำเหล็กแท่งใหญ่กว่าเดิมออกมา นาบส่วนปลายด้ามที่เป็นสีแดงเพลิงสว่างวาบตรงรอยแขนขาดอย่างรวดเร็ว

"อ๊าาาาา!!!!!!"

เสียงคล้ายเนื้อถูกย่างด้วยเหล็กร้อนช่างไม่น่าฟังเอาเสียเลย ความแสบร้อนทำให้เขาดิ้นทุรนทุราย มือเท้าจิกเกร็ง หางแมงป่องยักษ์ฟาดไปทั่วระบายความเจ็บทรมาน

พักหนึ่ง จากแผลสดกลายเป็นแผลไหม้ เนื้อบริเวณรอบเปลี่ยนสีเป็นดำคล้ำ

โชคดีที่ร่างกายเทพอสูรอึดกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นในยุทธภพ การรักษาแผลด้วยวิธีอันตรายเช่นนี้จึงไม่ได้ส่งผลมากไปกว่าเจ็บเจียนตาย

ซีจงจวินหอบหนัก ล้มตัวนอนกับพื้นเอาสมุนไพรที่บดไว้เมื่อครู่ผสมน้ำแล้วราดให้ทั่ว เพราะเขาไม่มีแรงมากพอจะขยับแม้แต่เปลือกตา จึงต้องรีบรักษาแบบลวกๆก่อนจะหมดสติไป

พอเห็นว่าเขานิ่งไปแล้ว หญิงสาวค่อยๆย่องเข้ามานั่งลงข้างกายใหญ่ยักษ์ มองดูความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

ที่แท้ซีจงจวินก็เจ็บแผลมากเหมือนกัน..

หากไม่ใช่เพราะนางไปขยับหินมั่วซั่ว วิญญาณร้ายนั่นก็จะเข้ามาไม่ได้ เขาก็ไม่ต้องมาทนเจ็บปางตาย

และ..หากไม่ได้แขนข้างนั้น ป่านนี้คอนางคงหลุดกระเด็นไปนานแล้ว

ทั้งหมดเป็นความผิดของนาง แต่ซีจงจวินกลับไม่ต่อว่าอะไรเลย

เป็นเช่นนี้..ยิ่งทำให้รู้สึกผิดมากขึ้น

มือเล็กเลื่อนมาจะจับแต่ก็ยังชะงักไว้เหนือร่างเพราะเกรงจะทำเขาสะดุ้งตื่น สุดท้ายจึงตัดสินใจร่ายเวทรักษาแผลให้

ถึงจะสมานได้แค่แผลเล็กๆ แต่อย่างน้อยก็ทำให้เขาทรมานน้อยลงบ้าง..

*******************

ยามซวีคือเวลา 19.00น. ถึง 21.00 น.

1 ชุ่นเท่ากับ 1 นิ้ว

1 เค่อเท่ากับ 15 นาที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 72 七十二

    ค่ำวันหนึ่งในวสันตฤดู มี่ฮวามายืนรอสามีหน้าประตูบ้าน เห็นเขากลับช้ากว่าปกติก็นึกเป็นห่วงขึ้นมาราวสามก้านธูปผ่านไปเขาก็ยังไม่มาทำเอานางร้อนใจไปหมด พวกลูกๆหิวจนทนไม่ไหวเลยพากันกินข้าวเย็นไปก่อนแล้ว เหลือแต่นางที่ยังรอกินพร้อมสามีทำไมถึงชักช้านัก..เพียงหลังจากนั้นไม่นาน ปรากฏเงาร่างดำๆบนท้องฟ้าตรงหลังบ้าน ซีจงจวินเห็นมี่ฮวามองออกไปยังทางที่เขากลับทุกวันก็แปลกใจ"มี่ฮวา ข้ากลับมาแล้ว"ได้ยินเสียงเรียกนางจึงหันหลังเดินมาหาด้วยสีหน้าขุ่นเคือง"ไปไหนมา""ข้าไปช่วยสัตว์อสูรอพยพอยู่เลยกลับช้า"ได้ยินคำเขาบอก นางหรี่ตามองเล็กน้อยคล้ายไม่ค่อยพอใจนัก"สัตว์อสูรที่ไหน""ตรงทางไปเขาสวรรค์นั่นแหละ พอดีข้าผ่านไปเห็นว่านางกำลังลำบากกับการย้ายถิ่นเลยช่วยไว้"เขาชี้แจงด้วยสีหน้างง ขณะอีกคนสะดุดใจในประโยคเมื่อครู่ แต่สุดท้ายก็ต้องถอนหายใจยอมรามือจากการเค้นถาม"เช่นนั้นก็แล้วไป วันนี้พวกลูกๆหิวจนรอเราไม่ไหว แต่ข้ายังไม่ได้กินข้าวเพราะรอท่าน" นางเข้ามาควงแขนเขาไว้ เอาใบหน้าถูไถออดอ้อนทำเอาสามีต้องอมยิ้มการทำแบบนั้นเขาคิดว่านางตั้งใจทำตัวน่ารัก แต่กลับกันนางกำลังแอบดมกลิ่นที่ติดตัวเขามาต่างหากในใจยังรู

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 71 七十一

    เจ็ดร้อยปีผ่านไป..ซวนเฟยกับกับชิงเหลียงอายุพันสามร้อยปีแล้ว ร่างกายกลายเป็นหนุ่มน้อยไม่ใช่เด็กตัวกะเปี๊ยกอีกต่อไปทั้งคู่ยังคงตั้งใจทำงานอย่างขยันขันแข็ง ในเรือนมีนายน้อยและคุณหนูเพิ่มขึ้นมาอีกหลายคนจนทั้งสองกลายสภาพจากคนรับใช้เป็นพี่เลี้ยงเด็กโดยสมบูรณ์"ถูตรงนั้นให้ดีๆล่ะ"ซวนเฟยสั่งแมวป่าน้อยที่มักจะถูพื้นบ้านด้วยความเร็วเกินไปจนไม่แน่ใจว่าสะอาดจริงหรือไม่"เจ้าค่าาา ทราบแล้วเจ้าค่ะท่านหัวหน้า" นางตอบกลับมาเสียงประชดเหมือนเคย"เจ้าด้วย บนเพดานยังมีฝุ่นอยู่เลย" คราวนี้หันไปว่าเจ้ากวางผา"ข้าจะปีนขึ้นเช็ดเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ" อสูรกวางผาตอบก่อนวิ่งไปหยิบไม้ปัดฝุ่นอย่างเร็วเพราะเจ้านายทั้งสองขยันมีลูกกันมาก เมื่อคนในบ้านเพิ่มงานก็เพิ่มตาม นายท่านจึงไปเสาะหาอสูรรับใช้ใหม่มาทำงานบ้าน ส่วนซวนเฟยกับชิงเหลียงมีหน้าที่อย่างเดียวคือเฝ้าจับตาดูลูกๆให้เจ้าวิหควายุเดินตรวจความเรียบร้อยตามส่วนต่างๆไปเรื่อย นายท่านของมันได้ขยายเรือนออกไปกว้างกว่าเดิมหลายส่วน ยิ่งทำความดีความชอบปกป้องยุทธภพด้วยแล้ว ยิ่งได้รับประทานรางวัลอย่างงาม ที่ดินอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ทำให้ต้องใช้เวลาเดินตรวจตรานานขึ้น"ซวนเฟย! ซ

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 70 七十

    "ท่า..ท่านป้อ!"เด็กน้อยเกอซือชี้นิ้วไปที่บิดา เอ่ยเรียกแล้วยิ้มแป้น แก้มยุ้ยๆขึ้นสีระเรื่อช่างน่าเอ็นดูคนถูกเรียกตาเป็นประกาย อุ้มลูกขึ้นมาไว้ในมืออดใจไม่ได้ต้องจูบแก้มหนักๆสักหลายที"เก่งมากลูกพ่อ"ซีจงจวินดูจะภูมิใจเหลือเกิน มี่ฮวาที่นั่งปักผ้าอยู่ไม่ไกลมองพ่อลูกเล่นกันก็พลอยยิ้มตามไปด้วย"ท่าน..แม่!""จ้า เก่งมากเสี่ยวเกอ"นางยอมวางมือจากเข็มปักผ้าแล้วมาเล่นกับลูกบ้าง เกอซือเริ่มเติบโต ช่างน่ารักน่าเอ็นดู"ท่านตา ท่านยาย ท่านป้า"เกอซือเหมือนพยายามท่องคำที่ถูกสอนมา เสร็จแล้วก็หัวเราะตบมือเพราะคนเหล่านั้นใจดีและรักเกอซือเช่นกันตั้งแต่มี่ฮวาตั้งท้อง พ่อแม่นางมาเที่ยวหาอยู่บ่อยครั้ง เมื่อคลอดเกอซือออกมาตายายก็ดูจะเห่อหลานกันมาก ขยันมาบ้านนี้จนเด็กน้อยจำได้"พ่อจ๋า วันไหนว่างๆเราพาลูกไปเยี่ยมตายายดีหรือไม่"เดี๋ยวนี้สรรพนามที่ใช้เรียกสามีเปลี่ยนไป เพราะทั้งคู่อยากให้ลูกจำได้และเรียกตาม"เช่นนั้นข้าจะทำเรื่องลางานสักสองวัน"ภรรยาว่าอย่างไรเขาไม่เคยขัดอยู่แล้ว ในเมื่อนางอยากพาลูกออกไปเที่ยวเล่นบ้างเขาก็ตามใจดีเหมือนกัน นานๆทีจะได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง นางกับลูกจะได้ไม่เบื่อความอุดอู้ใน

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 69 六十九

    สิบปีต่อจากนั้นมี่ฮวาตั้งครรภ์ครั้งแรก จากที่ได้รับการดูแลอย่างดี ตอนนี้สามีนางแทบไม่ให้ลุกเดินขยับไปไหนเลยด้วยซ้ำซวนเฟยกับชิงเหลียงเองก็ถูกสั่งให้ช่วยกันดูแลนางเป็นพิเศษกระทั่งลูกน้อยคลอดออกมาอย่างปลอดภัยเสียงร้องอุแว้ดังลั่นเรือน เซียนหมอสตรีมือฉมังจากแดนเทพที่ซีจงจวินไปเชิญเดินออกมาหาพ่อเด็กด้วยสีหน้ายินดี"เป็นคุณชายน้อยเจ้าค่ะ"นางบอกแล้วยื่นห่อผ้าให้ซีจงจวินอุ้ม เทพอสูรมองหน้าเด็กทารกในมือแล้วแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่เด็กคนนี้มีร่างกายเป็นเทพตัวขาวผ่องอมชมพูน่าทะนุถนอม แต่มีลักษณะคล้ายพ่อตรงที่บนหน้าผากมีเขาเล็กๆงอกออกมาสองคู่ ซึ่งมันจะค่อยๆขยายไปตามกาลเวลาซีจงจวินก้มลงหอมแก้มลูกเบาๆแล้วเดินเข้าไปหาภรรยาในห้องซวนเฟยมีหน้าที่ไปส่งท่านเซียนหมอ ชิงเหลียงช่วยเช็ดตัวให้มี่ฮวา ซีจงจวินนั่งลงข้างเตียงซับเหงื่อให้เล็กน้อยก่อนก้มลงจุมพิตที่หน้าผากนาง"ลูกเรา"เขายื่นเด็กน้อยให้นาง มี่ฮวารับเด็กที่ร้องไห้จ้าตั้งแต่เมื่อครู่มาไว้ในอ้อมแขน โอ๋กล่อมด้วยความรักใคร่"ตั้งชื่อว่าอะไรดีเจ้าคะ" นางถาม สามีใช้เวลาคิดครู่สั้นๆก่อนตอบเสียงนุ่มทุ้ม"เกอซือ"ได้ยินชื่อนั้นนางก็พยักหน้าเห็นด้วย ยิ้มให้

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 68 六十八

    ผ่านไปกี่คืนวันแล้วไม่รู้ตั้งแต่ซีจงจวินได้ร่างคืนมา เขาได้เป็นเทพเฝ้าประตูสวรรค์ดังเดิม ทุกวันทำงานตามปกติคล้ายเหตุการณ์เมื่อสี่สิบกว่าปี่ก่อนไม่เคยเกิดขึ้น"ข้ากลับมาแล้ว"ตะวันพึ่งลาลับขอบฟ้าไปได้ไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา ร่างเทพอสูรบึกบึนก็มาโผล่หน้าประตูเรียบร้อย น้ำเสียงของซีจงจวินดูร่าเริงมาก ผิดกับตอนเช้าก่อนออกไปทำงานที่จะอิดออดถ่วงเวลาอยู่นั่น"สำรับพร้อมแล้ว"ภรรยาผู้น่ารักเดินออกมาจากห้องอาหาร เนื้อตัวเป็นกลิ่นของคาวหวานคลุ้งไปหมด แต่สามีก็ยังวิ่งเข้ามาสวมกอดหอมฟัดนางเสียจนแทบล้มพับ"กินข้าวอาบน้ำก่อนซีจงจวิน"มี่ฮวาต้องรีบปราม ไม่เช่นนั้นนางจะไม่อาจหลุดจากอุ้งมือพันธนาการของสามีไปได้นับวันซีจงจวินยิ่งทำตัวเหมือนเป็นเด็กเข้าไปทุกที เขาชอบอ้อน ชอบเอาใจ จนบางครั้งมี่ฮวาก็อดคิดไม่ได้ว่าเพื่อนเขารู้ถึงตัวตนด้านนี้บ้างหรือเปล่าซีจงจวินยอมผละออกแต่โดยดี หลังจากถอดชุดเกราะออกแล้วก็มานั่งกินข้าว ไปอาบน้ำ เตรียมเข้านอนพร้อมภรรยาสุดที่รักแต่จะเรียกว่าเข้านอนเลยก็ไม่ได้เพราะก่อนหน้านั้นต้องมีกิจกรรมสำหรับคู่รักเสียก่อนซีจงจวินถึงจะยอมนอน"มี่ฮวา"สัมผัสจากปลายนิ้วสะกิดหลังเบาๆให้นางหันมาห

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 67 六十七

    เป็นจูบที่หวานที่สุดในชีวิตซีจงจวิน พอนางขยับเปิดปากเขาก็สอดลิ้นเข้าไปชิมรสชาติด้านใน กระหวัดเกี่ยวอย่างโหยหาเมื่อตักตวงจนมากพอแล้วมี่ฮวาผลักเขาออกเพื่อพักหายใจเล็กน้อย ดวงตายังสบประสานกันอย่างหวานฉ่ำ"เชื่อหรือยังว่าข้ารักเทพอสูรซีจงจวิน ไม่ใช่จงซีจ้านผู้นั้น"มี่ฮวารู้ว่าที่ซีจงจวินขอให้มหาเทพใส่จิตเขาลงไปในร่างของจงซีจ้านเพราะอะไรคนตอบพยักหน้าเล็กน้อย ช้อนสายตาขึ้นมองนางอย่างเด็กน้อยที่กลัวจะถูกว่าเมื่อทำผิด"ข้า.. เห็นว่าเจ้ายอมนอนกับข้าในร่างจงซีจ้าน เลยคิดว่าหากอยู่ในร่างนั้นเจ้าอาจจะชอบมากกว่า"ซีจงจวินไม่มั่นใจในตัวเองเอามากๆเลยสินะ ถึงได้มีความคิดแบบนี้มี่ฮวาระบายลมหายใจยาว กระเถิบขึ้นไปนั่งบนตักสวมกอดเขาไว้แน่นๆ ซุกหน้ากับแผ่นอกอีกรอบ"ข้าไม่สนว่าจะอยู่ในร่างไหน ขอแค่เป็นท่านก็พอ""เจ้าไม่รังเกียจข้าแล้วใช่หรือไม่""ไม่เลย ข้ากลับชอบด้วยซ้ำเวลาที่ท่านกอดข้าแบบนี้ข้ารู้สึกอบอุ่นปลอดภัย"นางชอบมือทุกข้างที่มอบความรู้สึกหลากหลายให้ มันมีความรักเจืออยู่ในทุกการกระทำร่างกายทั้งคู่ที่แนบชิดบดเบียดกันสร้างความร้อนขึ้นมา ตอนนี้ดูเหมือนว่าแค่กอดจากนางผู้เป็นที่รักเริ่มไม่เพียงพอเ

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 63 六十三

    กลางวสันตฤดู พืชพรรณออกดอกออกผลงดงามยิ่ง ราวธรรมชาติตั้งใจอวยพรให้โลกมนุษย์พบแต่ความสมบูรณ์สุขสันต์ในท้องพระโรงวังหลวงเต็มไปด้วยขุนนางชั้นผู้ใหญ่จากทุกฝ่าย ผู้ที่นั่งบนบัลลังก์ทองคือพระเจ้าแผ่นดิน"กราบทูลฝ่าบาท ระยะนี้เว่ยตี้ส่งเครื่องบรรณาการมาน้อยเกินไปพ่ะย่ะค่ะ ทั้งที่ก็ถึงฤดูกาลแล้ว และทางนั้

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 62 六十二

    สามวันผ่านไปจากนั้น อวี้เวินฉิงต้องข้อหาหลายคดี ทั้งละทิ้งหน้าที่ บุกรุกจวนแม่ทัพยามวิกาล ทำร้ายร่างกาย และขโมยของคดีสุดท้ายนั้นแม่ทัพจงตั้งใจป้ายสีเอง ด้วยอยากให้อวี้เวินฉิงถูกจับโยนเข้าตาราง ขังลืมไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันในห้องขังมืดสนิทมีเพียงช่องลมติดลูกกรงหนาเท่านั้นเป็นที่ให้แสง อวี้เวินฉิง

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 60 六十

    บนเตียงหลังใหญ่ในห้องที่แสงไฟสลัว ร่างหนึ่งกำลังละเลงลิ้นอย่างเมามันบนผิวเนื้อนุ่มของคนข้างใต้จนนางต้องครางดังเพราะแรงเสียวหนักหน่วงที่เขามอบให้"ท่าน.. ท่านแม่ทัพ อย่าเจ้าค่ะ!"หญิงสาวพยายามปรามไม่ให้คนด้านบนใช้ฟันคมกัดดึงตุ่มเนื้อยอดถันราวกับหมาป่าจะฉีกกระชากเหยื่อ จนตอนนี้ผิวส่วนนั้นกลายเป็นสีอม

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 1 一

    "คารวะท่านเทพแห่งอรุณรุ่งทิวากาล ฮูหยิน และโอรสทั้งสาม"น้ำเสียงดุดันจากผู้เฝ้าบันไดขึ้นเขาสวรรค์ทั้งสี่ดังก้องทั่วแผ่นดินเทพเซียนหาได้สนใจเสียงเหล่านั้น เหาะเลียบบันไดนับพันขั้นไปยังวังมหาเทพที่ยอดเขาผู้เฝ้าบันไดทั้งสี่กลับมายืดตัวตรง ลดมือที่ประสานกันลง รอแขกกลุ่มต่อไปที่กำลังจะมาถึงเสียงดนตรี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status