تسجيل الدخول“จะรีบไปไหน” อติรุจน์พูดเสียงเข้มกว่าปกติ กัดปากเขาแล้วรีบหนีความผิดว่างั้น?
ลำแขนเรียวรีบขืนตัวออกจากการเกาะกุมอย่างรวดเร็วจนหลุดพ้น ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเดินต่อ เขากลับดึงรั้งเธอให้เข้าไปในอ้อมกอดของเขาแทน
“วิว”
“…” วรดากัดปากตัวเองเบา ๆ
“วิว”
“ชะ..ช่วยปล่อยมือด้วยค่ะ” วรดาพูดทั้งพยายามขืนตัวออกอย่างสุดแรง จนสุดท้ายไม่เป็นผลเธอจึงหยุดทำ
น้ำเสียงติดสั่นเล็กน้อยจากคนตัวเล็ก อีกทั้งยังแผ่วเบาจนอติรุจน์จับสังเกตได้ ถ้าเขาจะปล่อยวรดาไปเลยมันคงไม่ใช่เขา หัวคิ้วหนาเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจ
วรดาพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้จนตัวสั่น แต่สุดท้ายก็ปล่อยโฮออกมา
อติรุจน์เลยต้องบีบไหล่มนเบาๆ เพื่อรั้งให้เธอหันกลับมาสบตากัน “ร้องไห้ทำไมครับ?”
พออติรุจน์แสดงความรู้สึกเป็นห่วง โดยการยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาออกให้ มันกลับทำให้หญิงสาวร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม
คนตัวเล็กร้องไห้โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่าย ๆ เขาเลยตัดสินใจพาเธอเดินออกมาทางประตูด้านหลังห้องครัวแทน ซึ่งวรดาเองก็ยอมเดินตามแรงจูงของเขาออกมาแต่โดยดี
ถัดออกไปไม่ไกลกัน มีโต๊ะม้าหินอ่อนตั้งอยู่ใต้ต้นมะยม เขาออกแรงจูงแขนหญิงสาวเดินไปที่นั่นแล้วนั่งลงด้วยกัน เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ที่ความเงียบเข้าปกคลุม จนกระทั่งเสียงสะอื้นของวรดาสงบลง
อติรุจน์จึงขยับเข้าไปใกล้คนตัวเล็กที่กำลังนั่งก้มหน้างุดอยู่
“เป็นอะไรหืม บอกพี่ได้มั้ยครับ” พยายามปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง บางทีวรดาอาจจะกลัวที่เขาเผลอทำเสียงเข้มใส่
เสียงทุ้มอ่อนโยนที่ได้รับกะทันหันจากคนตัวโต ทำให้เธอรู้สึกอุ่นวาบในหัวใจขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด
“ว่าไงครับ” อติรุจน์ถามย้ำไปอีกครั้งเมื่อยังเห็นว่าคนที่ก้มหน้าอยู่ยังคงนิ่งเงียบ
เสียงทุ้มต่ำจากเขามันยิ่งทำให้เธอมีความรู้สึกกระอักกระอวนใจ จนทำตัวไม่ถูก ตัดสินใจเงยหน้าขึ้นไปมองเขา พร้อมกับใช้มือเช็ดคราบน้ำตาที่เปรอะเปื้อนบนแก้มนุ่มออกไปด้วย
“อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ หนูไม่อยากเดือดร้อน” เธอไม่อยากเดือดร้อน แล้วก็ไม่พร้อมเดือดร้อนด้วย ไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหน
สาตาคมกริบมองสำรวจคนที่ยอมเงยหน้ามองกันทันที แววตาเว้าวอนจากคนตัวเล็ก จมูกสีแดงระเรื่อที่ผ่านการร้องไห้ ทำให้เขารู้สึกใจแกว่งไปด้วย ไหนจะน้ำที่มันยังขังอยู่หน่วยตาของวรดาอีก บ่งบอกว่ามันพร้อมจะหยดลงมาได้ทุกเมื่อ
“หนูเข้ามาทำงานแลกเงิน แลกอาหาร แลกที่อยู่อาศัย ถ้าเกิดคนอื่นมาเห็นจะเข้าใจผิด คิดว่าหนูอยากจับคุณรุจ” สายตาเว้าวอนที่มองเขาในคราแรก ทว่าในตอนนี้เธอกลับเลือกมองอย่างอื่นแทนหน้าเขาแล้ว
“ใครจะคิดแบบไหนก็ช่างสิ ฉันไม่เห็นจะสนใจเลย” ชายหนุ่มว่าออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะยื่นมือเพื่อไปจับใบหน้าของวรดาให้หันมาเผชิญกัน
“นั่นมันความรู้สึกของคุณคนเดียว ไม่ใช่ความรู้สึกของคนอื่น และไม่ใช่กับหนูด้วยเพราะว่าหนูสนใจ!” ว่าแค่นั้นก่อนที่หญิงสาวจะลุกเดินหนีเขาไปทางบ้านพักของตัวเองที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้
“วิวหยุด!!” อติรุจน์รีบเดินพรวดพราดไปคว้าเอามือของคนตัวเล็กไว้อย่างรวดเร็ว จนหญิงสาวหันหน้ากลับมาตามแรง “รู้มั้ยว่าเด็กที่เดินหนีผู้ใหญ่เวลาที่ยังพูดไม่จบ เป็นเด็กยังไง”
เสียงหายใจฟึดฟัดจากคนตัวโต มันทำให้เธอรู้สึกนึกกลัวเขาขึ้นมา แต่ก็ยังถือดีทำหน้าตั้งตอบเขาออกไป
“ค่ะ เป็นเด็กที่ไม่มีมารยาท หนูทราบดี” เมื่อได้จังหวะวรดาก็ตอบสวนออกไปทันควัน คำพูดของเขามันช่างบาดลึกกินใจเธอเหลือเกิน จนร่างกายของเธอชาไปทั้งแถบ
“ขอโทษค่ะ แต่เราควรอยู่ให้ห่างกันดีกว่า หนูยังไม่พร้อมหาที่อยู่ใหม่ในตอนนี้ ขอตัวนะคะ” หญิงสาวเม้มปากจนเป็นเส้นตรง พร้อมกับพยายามสะบัดแขนให้หลุดออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างแรง
ทว่าคราวนี้ กลับไม่มีวงแขนแกร่งยื่นมาฉุดรั้งเธอไว้ และไม่มีแม้กระทั่งเสียงเรียกขาน วรดารีบจ้ำฝีเท้าตรงไปยังบ้านพักอย่างรวดเร็วเพื่อหวังจะสงบอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันในยามที่ต่างฝ่ายต่างยังไม่พร้อมจะทำความเข้าใจกัน
อติรุจน์มองตามคนตัวเล็กไปจนลับสายตา ก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมตัวเองขึ้นอย่างแรง
“โธ่เว้ย!!”
ชายหนุ่มสบถดังลั่นตามแรงอารมณ์ที่ยังไม่สงบนิ่ง และยังยืนปักหลักอยู่ที่เดิมเพื่อจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง กระทั่งครู่หนึ่งจึงเดินหันหลังกลับเข้าบ้านไปทางเดิม
ให้หลังเจ้านายหนุ่มเดินผ่านเข้าไปในบ้าน สองแม่ลูกที่แสร้งทำเป็นเก็บกวาดทำความสะอาดภายในห้องครัว ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว วรดาและพวกเธอช่วยกันทำไปก่อนหน้านี้แล้วรอบหนึ่ง หันหน้ากลับมามองตากัน ก่อนที่คนเป็นแม่จะละสายตาออกไปก่อน
“แม่” กวินตาเรียกคนเป็นแม่ที่ยืนอยู่ใกล้กัน ให้หันหน้ามาอีกครั้ง
“อะไร” กานดาขานรับลูกสาว พลางกวาดพื้นไปด้วย โดยที่ไม่หันหน้าไปมอง
“เห็นมั้ย กุ้งบอกแล้วว่ามันแปลก” ความรู้สึกเธอบอกว่า มันแปลกตั้งแต่ที่ตอนวรดาโดนแก้วบาดแล้ว
“เห็นแล้วมันจะทำไม แกอิจฉาน้องมันหรือไง” คราวนี้กานดาหยุดกวาดพื้นทันที พร้อมกับยกมือขึ้นเท้าสะเอว หันไปจ้องหน้าลูกสาวนิ่ง
“ก็ไม่ทำไมหรอกแม่ ใครเขาจะไม่อิจฉากันล่ะ นั่นมันคุณรุจเจ้าของฟาร์มโคนมที่ใหญ่ที่สุด ในแถบอีสานกลางเลยนะ แถมยังเป็นเจ้าของโรงงานผลิตปุ๋ยชั้นยอดอีกต่างหาก” ใครต่างก็รู้ว่าอติรุจน์นั้นรวยแค่ไหน อีกทั้งยังมีโรงงานผลิตด้วยตัวเองอีกต่างหากแถมยังมีร้านจำหน่ายปุ๋ยอีกตั้งสองสามสาขาในตัวจังหวัด ไหนจะจังหวัดข้างเคียงนี้อีก
“ไป ๆ เก็บของกลับบ้านกันได้แล้ว ไม่ใช่พี่แกมารอนานแล้วเหรอ” กานดาเอ่ยปากไล่ลูกสาวให้รีบเก็บของ เพราะกลัวว่าคนที่เพิ่งเดินผ่านไปเมื่อสักครู่ จะได้ยินในสิ่งที่ตนกับลูกสาวกำลังนินทา
“อิจฉาน้องมันจังเลยแม่ ซินเดอเรลล่าน้อยจะได้เป็นเจ้าหญิงแล้ว”
“เพ้อเจ้อ”
“เอ้า! แม่อะคนกำลังฟินอยู่เลย”
“มาฟงมาฟินอะไร ไป ๆ”
กานดาเดินไปปิดประตูด้านหลังห้องครัว เมื่อลูกสาวเดินออกไปหาลูกชายทางหน้าบ้านแล้ว โดยทางที่กวินตาเดินออกไป เป็นทางด้านหลังของห้องครัวสามารถเดินลัดเลาะไปตามด้านข้างของตัวบ้านไปทางด้านขวามือ ก็จะเป็นหน้าบ้านหลังใหญ่พอดี
พอหันหลังกลับคืนมา เตรียมที่จะเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายของตัวเอง ทว่ากลับต้องสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มที่คิดว่าเดินขึ้นบ้านแล้ว เวลานี้กลับมายืนอยู่ด้านหลังเธอ
“คุณรุจ! น้าตกใจหมดเลยค่ะ” กานดายกมือขึ้นลูบหน้าอกตัวเอง พร้อมกับสูดหายใจเข้าลึกๆ
“น้ารีบกลับมั้ยครับ ผมขอคุยด้วยสักสิบนาทีได้มั้ย” สายตาคมเรียบนิ่ง จ้องมองคู่สนทนาอย่างแน่วแน่ แสดงออกถึงความจริงจังอย่างชัดเจน จนคนฟังรู้สึกเกร็งไปด้วย
“น้าขอเช็คความเรียบร้อยในครัวก่อน เดี๋ยวตามออกไปนะคะ” กานดาว่าพลางพยักหน้ารับ ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังไม่ต่างกัน
อติรุจน์พยักหน้ารับคำแล้วจึงหันหลังเดินออกไป
ประมาณห้านาทีเห็นจะได้ กานดาจึงเดินตามเจ้านายออกมาจากครัว ก่อนจะหยุดชะงักเพราะเห็นอติรุจน์นั่งรอตนที่โต๊ะรับประทานอาหาร
ทีแรกเธอคิดว่าเจ้านายจะไปรอคุยที่ห้องนั่งเล่นเสียอีก สงสัยคงเป็นที่เรื่องสำคัญมากจริง ๆ
หญิงวัยกลางคนเดินเข้าไปใกล้เจ้านายหนุ่ม ประจวบเหมาะกับอติรุจน์หันมาทางนี้พอดี
“นั่งก่อนครับน้า” ชายหนุ่มพูดเป็นการอนุญาตให้คนที่มีอายุมากกว่าตนนั่งลงที่เก้าอี้ได้เลย ไม่ต้องเกรงใจเขา
“สำคัญมากเลยเหรอคะ น้ายืนได้ค่ะ” กานดาพูดออกมาด้วยความเกรงใจ จริงอยู่ที่เจ้านายบ้านนี้ใจดีมาก แต่ก็ใช่ว่าแม่ครัวอย่างเธอจะทำตัวเทียบกับเจ้านายได้ ถึงแม้ว่าเจ้านายเธอไม่เคยว่าถ้าจะนั่ง แต่เธอและลูกก็มีความเกรงใจอยู่มาก
“นั่งเถอะครับน้า” ชายหนุ่มพูดอนุญาตอีกครั้ง
“ค่ะ” ครั้งนี้เธอคงต้องทำคำสั่งของเจ้านายจริง ๆ เพราะกลัวว่าเจ้านายจะไม่ยอมพูดง่าย ๆ
เก้าอี้ไว้นั่งสำหรับทานข้าว สไตล์ลักซ์ชูรี่ที่เข้ากับโต๊ะ ถูกเลื่อนออกมารอรับการนั่งของหญิงวัยกลางคน อย่างพอดิบพอดี
“น้าจะว่าอะไรหรือเปล่า ถ้าผมบอกว่าชอบหลานสาวน้า” น้ำเสียงเข้มทรงพลังพูดออกไปอย่างฉะฉานชัดถ้อยชัดคำ
แววตาแนวแน่ของเขาไม่ไหวติงเลยสักนิดเดียว จนคู่สนทนารู้สึกได้ถึงความจริงจังที่อติรุจน์ส่งมา “น้าจะว่าอะไรได้ละคะคุณรุจ ต้องไปถามเจ้าตัวเขาเองแล้ว” เป็นอย่างที่เธอคิดเอาไว้ไม่มีผิด ความชัดเจนของเจ้านายเธอ แสดงออกมาขนาดนี้
“ถามน้าน่ะถูกแล้วครับ เพราะน้าคือญาติผู้ใหญ่ของวิว” ชายหนุ่มพูดมาแล้วอดคิดไปถึงคนตัวเล็กไม่ได้ เพราะนอกจากน้าก้านแล้ว ก็ไม่มีญาติที่ไหนแล้ว
กานดาสูดหายใจเข้าก่อนจะปล่อยมันออกมาอย่างผ่อนคลาย มองสบตากับเจ้านายนิ่ง “จริงจังถึงขั้นไหนกันคะ ถ้าแค่เล่น ๆ น้าคงไม่เห็นด้วยและคงต้องปล่อยให้วิวไปทำงานที่กรุงเทพแทน คุณรุจเข้าใจในสิ่งที่น้าพูดใช่มั้ยคะ? น้าสงสารเด็กมัน”
“ครับ”
“น้าไม่อยากให้ความสดใสของเด็กมันหายไป ถ้าคุณรุจจะแค่เล่น ๆ แบบนั้นเด็กมันคงน่าสงสารมาก”
“น้าเห็นผมเป็นคนแบบนั้นเหรอครับ?”
“เจ้านายของน้าไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกค่ะ ถ้าคุณรุจจะแค่เล่นหรือจริงจัง มันเป็นเรื่องอนาคต น้าไม่สามารถไปบอกอะไรได้ แต่ถ้าคุณรุจจริงจังอย่างที่ว่านั้นจริง น้าก็ยินดีด้วย”
“ผมจะครบสามสิบเจ็ดเดือนหน้าแล้วนะครับ อยากแต่งงานมีลูกแล้ว”
ใบหน้าของคู่สนทนาที่อายุมากกว่าชายหนุ่ม พยักหน้าขึ้นลงอย่างเขาใจ
“ค่ะ น้าเข้าใจแล้ว” รอยยิ้มแห่งความยินดี ฉายชัดบนใบหน้าของหญิงวัยกลางคน “น้าแค่อยากรู้ว่าเจ้านายของน้าจริงจังมากน้อยแค่ไหน” รอยยิ้มกว้างถูกส่งไปให้เจ้านายอีกครั้ง ก่อนจะลุกออกไปแล้วเดินออกไปจากบ้าน
อติรุจน์ยิ้มรับด้วยความยินดี พลางมองตามญาติผู้ใหญ่ที่นับถืออีกคนไปจนกระทั่งลับสายตา
ตอนพิเศษ3...ปัจจุบัน“วิวรู้หรือเปล่า วันนั้นทำไมวิวหันมาถึงเห็นพี่ยืนอยู่ข้างหลังเรา” อติรุจน์พูดขึ้นหลังจากที่พาวรดาขับรถเอทีวีเข้ามาในสวน ก่อนเขาจะพาหญิงสาวเดินเข้ามาหลบแดดในศาลากลางสวนวรดานึกย้อนไปถึงหนก่อนที่เธอเข้ามาในสวนคนเดียว “ทำไมคะ” หญิงสาวหันหน้ามายิ้มละมุน “พี่รุจตามวิวเข้ามาเหรอคะ”คนอายุมากกว่านึกขำ “ก็ไม่เชิง พี่เข้ามาตามไอ้พลมันน่ะ แต่ตอนขากลับออกมาเห็นจักรยานวิวจอดอยู่ พี่ก็เลยจะเข้ามาเคลียร์ปัญหากับเรา”“อ๋อค่ะ”“แล้วตอนนั้นเราไม่ได้ยินเดสียงรถพี่เลยเหรอ”หญิงสาวขมวดคิ้วพร้อมกับเอียงคอ “ไม่เลยค่ะ” ตอนนั้นเธอไม่ได้ยินเสียงรถของเขาจริง ๆ เพราะมัวแต่ใจลอยคิดเรื่องของเขานั้นแหละ“คิดอะไรอยู่ ฮึ” อติรุจน์นึกเอ็นดูเมียตัวน้อยของตัวเอง “ไม่ใช่ว่ากำลังคิดถึงคนอื่นที่ไม่ใช่พี่อยู่หรอกนะ”เจ้าของใบหน้ารูปไข่รีบส่ายหน้าไปมาพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม “วิวยอมรับตรงนี้เลยค่ะ ตั้งแต่ที่วิวรู้จักพี่รุจมาไม่มีเลยสักครั้งที่จะไม่นึกถึง”คนฟังอมยิ้มปลื้มปริ่มเข้าไปอีก “แล้วตกลงว่าวันนั้นเราเหม่ออะไรอยู่ครับ”“เหม่อหาพี่รุจเลยค่ะ”“หื้ม?”“ค่ะ” วรดาพยักหน้ารับ“ยังไงครับ”“เรื่องพี
ตอนพิเศษ2...สองปีก่อน“ตอนนี้จากับพี่โจอยู่ที่ไหนกันแล้ว”วรดารีบก้าวเท้าไปตามทางเดินข้างตึกเรียน ที่เธอเพิ่งเดินลงมาถึงชั้นล่างด้วยความเร่งรีบเธอมีนัดกับพี่สาวของเพื่อนตอนเที่ยงพอดี ก่อนหน้านี้พี่สาวของจารวีโทรมาหาบอกว่าถึงแล้วเพื่อนของเธอเลยขอตัวไปรับก่อน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอขอแยกไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำด้วยก็เลยคาดกัน(ร้านคาเฟ่ข้างตึกเรียนเราเลยวิว ตอนนี้วิวอยู่ที่ไหน)“เดินลงมาจากตึกแล้ว กำลังจะเดินไปหาจ้ะ”พอวางสายจากเพื่อนเสร็จวรดาก็รีบเดินไปให้ถึงเร็วที่สุดมุมด้านในของร้านคาเฟ่ขนาดเล็ก มีสองหนุ่มเพื่อนซี้กำลังนั่งสนทนากันด้วยท่าทีสบาย ซึ่งตรงที่ทั้งสองนั่งอยู่นั้นเป็นมุมที่ติดกับกระจกใสบานกว้าง เผยให้เห็นทางเดินภายนอกได้อย่างชัดเจน“แล้วตกลงมึงจะว่างตอนไหน กูจะได้แจ้งผู้ใหญ่ไป” วีรภัทรพูดขึ้นหลังจากวางแก้วกาแฟที่จิบลง “แต่ถ้ามึงไม่ว่างก็ไม่เป็นไร”อติรุจน์ขมวดคิ้ว “หาคนได้แล้วรึ” แก้วกาแฟที่กำลังจะยกขึ้นถูกวางลงไปทันที“ไม่เชิงหรอก ก็ถ้ามึงไม่ว่างไง อาจารย์พ่ออาจารย์แม่ในคณะก็ต้องมีตัวเลือกสำรองถูกต้องมั้ย” แต่ที่เลือกอติรุจน์มาเป็นอันดับแรกคือเพื่อนเขามันเก่งไง ปริ
ตอนพิเศษ1...เสียงนกร้องลอยมาตามลมช่วยปลุกให้หญิงสาวที่กำลังหลับไหลอยู่บนเตียงนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายของอีกวันแสงแดดที่แทรกผ่านผ้าม่านผืนบางเข้ามา ทำให้คนที่พึ่งรู้สึกตัวรู้ว่าเวลานี้น่าจะสายมากแล้ว เธอจากนั้นจึงหันไปสำรวจห้องกว้างเพื่อมองหาใครบางคนทว่าทั้งห้องกลับตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงนกร้องที่ดังสอดแทรกเข้ามาอยู่เป็นระยะ แสดงว่าอติรุจน์คงอยู่ในฟาร์มแล้ว หญิงสาวจึงมองหาโทรศัพท์มือถือเพื่อมองดูเวลา ในขณะเดียวกันเครื่องมือสื่อสารก็แผดเสียงออกมาเช่นเดียวกัน“ค่ะ พี่รุจ” หญิงสาวขานรับด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง(พึ่งตื่น?)วรดาทำหน้าบึ้งส่งให้คนในสาย “ค่ะ กี่โมงแล้วคะ?” เมื่อสักครู่เธอยังไม่ทันได้ดูเวลา อติรุจน์ก็โทรเข้ามาก่อน(จะเที่ยงแล้วครับ)“ห๊ะ!” จากที่ยังรู้สึกเพลียๆอยู่ ตอนนี้เธอตื่นเต็มตาแล้วตอนแรกที่รู้สึกตัว เธอนึกว่าแค่ช่วงประมานเก้าโมงเช้าไม่เกินนี้แน่นอนแต่ทว่าสิ่งที่อติรุจน์ตอบกลับมาทำให้เธอแทบกระโดดลงจากเตียงแม่เจ้าเธอทุบสถิติจากเมื่อวานได้อย่างไม่คาดคิดเสียงหัวเราะดังมาจากปลายสายยิ่งทำให้เธอรู้สึกมีน้ำโหขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย“ทำไมพี่ไม่ปลุกวิวคะ? ไม่รู้ว
บทที่สามสิบเก้า สามีที่ดีไม่ควรจะเอาเปรียบภรรยา...มือหนาจับลูกบิดประตูหมุน ก่อนจะผลักบานประตูไม้เข้าไปด้านในและปิดกลับลงไปตามเดิมเท้าแกร่งพาวรดาก้าวไปหยุดยืนที่ปลายเตียงก่อนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ“มีอะไรเหรอคะ?” หรือเขางอนที่เธอหายไปนาน เธอมองสบตากับเขาที่ยังทำสีหน้าเรียบนิ่งอติรุจน์ก้าวขาเดินต้อนคนตัวเล็กไปอย่างเชื่องช้า จนเข้ามุมของห้องได้จนสำเร็จ ลำแขนแกร่งยกขึ้นขังคนตัวเล็กไว้ทั้งสองข้างสีหน้าของวรดาดูตกใจมากที่โดนเขาไล่ต้อนแบบนี้ ทว่าก็ยังไม่ได้กระโตกกระตากออกมาให้เขาได้เห็น เวลาต่อมาเป็นเขาเสียเองที่อดทนทำหน้าเรียบนิ่งต่อไม่ไหววรดารู้สึกสับสนไปกับอาการของอีกคน เมื่อกี้ยังดูขึงขังจนน่ากลัวอย่างกับยักษ์ ทำไมตอนนี้กลายมาเป็นคนอารมณ์ดีไปแล้ว“ตกลงพี่รุจเป็นอะไรคะ?” หญิงสาวถามออกไปอีกครั้ง เป็นบ้าน่ะสิเธอว่า แต่เธอไม่มีทางพูดออกไปหรอก เธอยังห่วงความปลอดภัยของตัวเองอยู่“อยากโกรธที่เราหายไปนาน พอดวงตาคู่นี้มองกลับมาหาพี่ตาแป๋ว กลับโกรธเราไม่ลง” อติรุจน์ตอบออกไปยิ้มๆ ทั้งยังขำตัวเองในใจ แค่ตาหวานคู่นี้มองมาอย่างคนซื่อ เขากลับโกรธคนตัวเล็กไม่ลง มันกลายเป็นความหมั่นเขี้ยวเข้ามาแทนว
บทที่สามสิบแปด ท้อง...19.58 น.เสียงกุกกักดังมาจากห้องครัว ทำให้สองแม่ลูกที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่ใต้ต้นมะยม ห่างจากประตูด้านหลังครัวไปไม่มาก หันมองพร้อมกัน“เดี๋ยวกุ้งไปดูเอง” กวินตาหันมาบอกคนเป็นแม่ก่อน จากนั้นจึงลุกเดินเข้าไปดู เห็นหญิงสาวร่างบางหน้าตาคุ้นเคย กำลังจะล้างอะไรบางอย่างอยู่ที่ซิงค์ล้างมือ“เฮ้ย! วิวไม่ต้องเดี๋ยวพี่ล้างเอง” กวินตารีบเข้าไปห้ามน้องสาวแทบไม่ทันแล้วมันก็ไม่ทันแล้วด้วย กวินตามองเห็นเหลือจานอยู่เพียงไม่กี่ใบวรดาก็จะล้างเสร็จแล้ว “อะไรกันเนี่ย แย่งงานพี่กับแม่ไปทำหมดแล้ว แบบนี้กะจะเลิกจ้างกันเลยหรือไง”วรดาละมือจากจานที่กำลังล้างอยู่ ก่อนจะหันหน้าไปมอง “ไม่เอาหรอกค่ะ ให้วิวช่วยดีกว่า” ทานข้าวพึ่งเสร็จเธอก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว จึงเป็นคนอาสาเก็บถ้วยจานเข้ามาในครัวล้างเองทีแรกคุณนายเคียงดาวกับอติรุจน์ห้ามเธอแล้ว แต่เธอบอกว่าขอเป็นคนทำเพราะไม่ชินกับการที่จะต้องมานั่งกินนอนกิน“ยัยคนนี้นี่ห้ามก็ไม่ยอมฟัง ดื้อมาก” กวินตาเดินเข้าไปใกล้วรดาแล้วใช้แขนกอดน้องรักไว้จนแน่นเธอกับแม่เคยบอกวรดาไปแล้วตั้งแต่ที่เกิดเรื่องขึ้น ว่าไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องกลัวว่าเธอกับแม่จะรู้สึกไม
บทที่สามสิบเจ็ด อบอุ่น...“ไอ้พล! มึงดู๊ มึงดูพี่มึงงง”กรวิชญ์ชี้มือไปข้างหลังของอิทธิพลอย่างรวดเร็ว เมื่อมองเห็นอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนตัวออกไปจากฟาร์ม ใจของคนเรียกเต้นแรงจนรูจมูกขยายออกกว้าง ราวกับคนกำลังอยู่ในอารมณ์โกรธจัด มือที่กำลังชี้ให้เพื่อนดูเริ่มสั่นขึ้นเรื่อย ๆอิทธิพลหันหลังไปตามมือของกรวิชญ์ที่กำลังชี้ไป ปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างเข้าใจในอารมณ์ของเพื่อนตัวเอง“เข้ามายังไม่ถึงยี่สิบนาทีด้วยซ้ำ ออกไปอีกแล้ว”กูยังไม่หายเหนื่อยเลย !พี่มึงขับรถพาเมียออกไปข้างนอกอีกแล้วไอ้พล!“เออน่า..มึงก็เข้าใจเจ้านายมึงหน่อย”“เข้าใจบ้าอะไรกูเหนื่อย!”“แล้วจะทำยังไง ลาออกเลยมั้ยล่ะ” อิทธิพลว่าขึ้นมาอย่างใจเย็น ทั้งยังขำเพื่อนตัวเองไปด้วย“ไม่! กูยอมเหนื่อยเพิ่มก็ได้โว้ย!” ไอ้ห่าพลมันก็รู้ว่าเขาไม่กล้า ยังมาบอกให้ลาออกอีกถ้าลาออกแล้วกูจะเอาเงินที่ไหนกินว่ะ!แถวนี้ก็มีแค่ที่นี่ที่เดียวที่เงินดี แถมยังได้อยู่ใกล้บ้านตัวเองด้วย“งั้นก็ไปทำงาน เลิกน้อยใจเจ้านายมึงอย่างกับเป็นเมียเขาอีกคน” ส่ายหัวเมื่อพูดกับเพื่อนจบ เตรียมตัวจะก้าวขาเดินเข้าไปในออฟฟิศต่อ เขาตั้งใจว่าจะเข้าไปเคลียร์งานเอกสารที่ยัง
บทที่ห้า หวั่นไหว...เสียงโห่แซวเล็ดลอดผ่านซอกประตูเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยม ทำให้หญิงสาวที่เพิ่งเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ต้องรีบหันกลับไปมองด้วยความสงสัยแต่ทว่าทุกอย่างกลับเงียบลงราวกับรู้ว่าเธอกำลังให้ความสนใจอยู่อย่างไรอย่างนั้นครั้นพอหันหน้ากลับมาทางเดิม ความสงสัยทุกอย่างกลับถูกแทนที่ด้วยค
บทที่สี่ ของสำคัญให้คนสำคัญ...เธอได้ยินเสียงรถเข้ามาจอดสักครู่หนึ่งแล้ว แต่ยังไม่เห็นมีใครเดินเข้ามาในบ้านเสียที เลยตัดสินใจเดินออกมาตาม ทว่ากลับต้องประหลาดใจเมื่อเจอเพียงแค่เจ้านาย“แล้วยัยวิวล่ะคุณรุจ” หญิงสาววัยกลางคนเอ่ยพร้อมกับมองเลยไปด้านหลังของอติรุจน์อย่างรวดเร็วพยายามมองหาหลานสาวอยู่ครู่
บทที่สาม ขอโทษ...การสอบในช่วงบ่ายได้สิ้นสุดลง ความรู้สึกโล่งใจพลันเข้ามาแทนความกังวลที่เคยมีก่อนหน้านี้หลังจากนั่งเคร่งเครียดในการทำข้อสอบตลอดทั้งชั่วโมง ทว่าสุดท้ายเธอก็ผ่านไปอย่างราบรื่นดีแม้ว่าเธอจะได้เดินออกมาจากห้องสอบเป็นคนเกือบสุดท้ายก็ตาม“วิวไปกินข้าวที่ห้างกันก่อนกลับมั้ย” จารวีเอ่ยชวน
บทที่สอง ใจเย็นไว้...ช่วงบ่ายในวันเดียวกันกว่าทุกอย่างจะเสร็จเล่นเอาเธอล้าไม่น้อยเหมือนกัน วรดาเข้ามานั่งพักภายในห้องของตัวเอง ต่อจากนี้เธอจะใช้เป็นที่ซุกหัวนอนไปจนถึงตอนไหนก็ไม่รู้คิดมาแล้วได้แต่เวทนากับชีวิตของตัวเองเหลือเกิน จากคนที่มีบ้านให้กลับ มีครอบครัวให้คิดถึง ต่อจากนี้คงเหลือไว้เพียงคว







