เข้าสู่ระบบ“ว่าแต่ใครกันเหรอคะ? ป้าเคียงที่ชื่อวิว”
หลังทานข้าวเสร็จ อัสมาเลือกอยู่คุยเล่นกับญาติผู้ใหญ่ต่อ ก่อนจะถามถึงสิ่งที่เธอยังไม่กระจ่างดี ซึ่งตอนนี้มีเพียงเธอกับป้าแค่สองคน ที่นั่งอยู่ภายในห้องนั่งเล่น
“หลานของแม่ก้านเขานั่นแหละ”
“น้าก้านมีหลานด้วยเหรอคะ?” อัสมาถามด้วยความแปลกใจ เธอไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลย
“เปล่าหรอกลูก ไม่ใช่หลานแท้ ๆ ของแกหรอก เห็นบอกว่าเป็นลูกของคนที่รู้จักกันน่ะ”
“อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง อายุกี่ปีแล้วคะ? อ้อมต้องเรียกพี่หรือว่าน้องดี” ที่ถามเพราะว่าเธอจะได้เรียกถูก ปีนี้เธอจะยี่สิบห้าแล้ว “แล้วสวยมั้ยคะ? อ้อมอยากเห็นหน้าจังเลย”
เคียงดาวอมยิ้มก่อนจะตอบหลานสาวตัวเอง “สวย น่ารักมาก ป้าเห็นครั้งแรกยังชอบเลยลูกเอ๊ย รู้สึกถูกชะตาสุด ๆ อายุน่าจะประมาณยี่สิบยี่สิบเอ็ดนี่แหละ ป้าไม่แน่ใจเหมือนกัน เห็นแม่ก้านบอกว่าจะจบมหาลัยแล้ว ว่าอย่างงั้นนะ” เคียงดาวนึกไปถึง ตอนที่ได้เจอกับวรดาครั้งแรก ใบหน้าที่ดูอ่อนหวานใครมองเป็นต้องหลงใหล ขนาดเธอเป็นผู้หญิงด้วยกัน ยังรู้สึกชอบมากเลย นับประสาอะไรกับลูกชายของเธอ มีหรือจะไม่หวั่นไหวเลยสักนิด
“’งั้นก็แปลว่าเป็นน้องอ้อม” อัสมาบวกลบคูณหารเรื่องอายุ ก่อนจะปากอ้าตาโตพูดออกไปไหมอีกครั้ง “ห่างจากเฮียรุจสิบห้าสิบหกปีเลยนะคะ” แม่เจ้าเฮียเรากินเด็กนี่หว่าร้ายสุด ๆ เฮียรุจ “ฮั่นแน่~ ยิ้มแบบนี้มีแผนอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวมองหน้าของผู้เป็นป้าแล้วอดแซวไม่ได้ ยิ้มแบบนี้แปลว่าต้องมีอะไรในกอไผ่แหง่ๆ “แล้วๆ เฮียชอบมั้ยคะป้าเคียง” อันนี้เธออยากรู้มากที่สุดว่าหินที่ชื่ออติรุจน์ จะหวั่นไหวให้กับสาวน้อยบ้างหรือเปล่า
“หนัก” มีหรือที่เธอจะไม่รู้ เลี้ยงมาเองกับมือขนาดนี้ เธอมองปราดเดียวก็รู้แล้ว ว่าลูกชายของเธอถูกใจสาวน้อยอย่างวรดามากแค่ไหน
“คุยอะไรกันอยู่ครับสองสาว” ชายหนุ่มร่างสูง ที่ตอนนี้อยู่ในชุดพร้อมเข้านอน เดินมานั่งลงข้างผู้เป็นแม่ เขาเดินมาทันได้ยินที่อัสมาถามแม่ของตัวเองพอดี จึงยืนรอฟังคำตอบของแม่อยู่ที่หน้าประตูห้องก่อน อยากรู้ว่าแม่จะรู้ใจเขามากน้อยแค่ไหน
อัสมาหันสายตาไปมองนาฬิกาที่แขวนไว้ข้างผนัง ซึ่งอยู่เหนือทีวีถัดขึ้นไปด้านบนตรงหน้าเธอพอดิบพอดี
“อ้อมไม่เชื่อว่าเฮียจะนอนแล้วจริง ๆ” เธอจะไม่ปักใจไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น เพราะตอนนี้พึ่งจะสองทุ่มกว่า และคนอย่างพี่ชายเธอ ไม่มีทางที่จะเข้านอนตั้งแต่เวลาเท่านี้อย่างแน่นอน
“พอดีวันนี้ง่วงนอนเร็วน่ะ เชิญคุณหนูกลับบ้านได้แล้วครับดึกแล้ว”
“โห่~ อะไรกันอะเฮีย เค้ากำลังคุยกับป้าเคียงอยู่นะ มาถึงก็ไล่กันแล้ว” เธออยากจะเบะปากแล้วมองบนส่งไปให้แทนเสียจริง นึกอยากจะเธอพามาก็พามา พออยากจะให้กลับก็ไล่กันเลย
ไอ้พี่บ้า!
“ไปเลยไอ้อ้อม มืดมากแล้ว เดี๋ยวน้าเพียงจะเป็นห่วง”
“กลับก็ได้ ว่าแต่...เฮียชอบน้องวิวจริงป่ะ? อ้อมจะได้เตรียมของไว้รับขวัญหลานหนัก ๆ เลย”
“อย่าลืมคำพูดตัวเองด้วยล่ะ”
“อร๊ายยยย เฮียรุจร้ายมาก ไม่ปฏิเสธน้องด้วย” อัสมาหวีดร้องออกมา อย่างถูกอกถูกใจกับคำตอบของพี่ชาย “ได้ฤกษ์เมื่อไหร่อย่าลืมบอกน้องเด็ดขาด จะตัดชุดสวย ๆไว้รอนะคะพี่ชาย”
เพล้ง!!
เสียงแก้วที่ตกกระทบพื้นจนแตกกระจายดังสนั่นไปทั่วบ้าน เรียกความสนใจให้ทุกคนละทิ้งสิ่งที่กำลังทำอยู่ ออกมาดูได้เป็นอย่างดีทีเดียว รวมถึงทั้งสามคนที่กำลังสนทนากันอยู่ในห้องนั่งเล่นนั้นด้วย
วรดารีบก้มลงเก็บเศษแก้วที่แตกกระจัดกระจายตามพื้น เธอทำความสะอาดโต๊ะอาหารเกือบจะเสร็จอยู่แล้วเชียว หากแต่แก้วเจ้ากรรมกลับลื่นหลุดจากมือเธอไปเสียก่อน
หัวใจของหญิงสาวเต้นรัวด้วยความรู้สึกผิด ยิ่งรู้ว่าเสียงนั้นรบกวนคนในบ้านมากแค่ไหน เธอก็ยิ่งลนลานจนมือเริ่มสั่นเทา
“จนได้เลย”
วรดารีบยกมือตัวเองขึ้นมาดูบาดแผลที่โดนแก้วบาดด้วยความเร็ว นึกไว้แล้วว่าเธอจะได้แผล ขนาดเตือนตัวเองให้ระวังแล้วแท้ ๆ
ปฏิกิริยาอาการของหญิงสาวที่กำลังสะบัดมือเบา ๆ อยู่นั้น เรียกความสนใจให้ชายหนุ่มรีบสาวเท้าเข้ามาหาโดยไม่รีรอ
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมแก้วถึงแตก” อติรุจน์ว่าพลางขณะเดินเข้าไปหาคนตัวเล็ก ที่กำลังนั่งยองอยู่บนพื้นใกล้กับโต๊ะทานข้าว
“คุณ คุณรุจ ระวังเศษแก้วด้วยนะคะ” วรดาหันมาตามเสียงพูดของชายหนุ่ม รีบเอ่ยเตือนเขาด้วยความเป็นห่วง เพราะเธอยังเก็บเศษแก้วไม่หมด
“ขอดูมือหน่อย” อติรุจน์ไม่สนใจคำพูดของคนตัวเล็ก รีบยื่นมือเข้าไปสัมผัสกับมือของหญิงสาวเพื่อดูบาดแผล “ลุกขึ้นไปทำแผลก่อน”
เขาพูดออกมาอย่างไม่สบตาคนที่นั่งอยู่บนพื้น ใบหน้าของอติรุจน์ยังคงสงบนิ่ง ทว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมา กลับดูเย็นยะเยือกจนเธอรู้สึกได้
วรดาเม้มริมฝีปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงด้วยความประหม่า ขณะลุกขึ้นเดินตามแรงของเขาเข้าไปในห้องครัว
“น้าก้านผมฝากด้วยนะครับ”
กานดากับลูกสาวที่ได้ยินเสียงของตกแตก รีบเดินออกมาดูด้วยเช่นกัน เพียงแต่ช้าไปกว่าคนที่อยู่ในห้องนั่งเล่น
“ได้ค่ะ” แม่ครัวประจำบ้านตอบรับคำพูดของเจ้านายหนุ่ม พลางหันมามองหน้ากันกับลูกสาว ก่อนจะช่วยกันเก็บกวาดเศษแก้วที่เหลือ
“แม่ว่ามันแปลกหรือเปล่า” กวินตาถามมารดาอย่างขอความคิดเห็น
“ไม่มีอะไรหรอก รีบเก็บจะได้รีบกลับบ้านกัน” กานดาบอกปัดไปเพราะไม่อยากยุ่งเรื่องของเจ้านายสักเท่าไหร่
“นั่นใช่มั้ยคะ? น้องวิว” ให้หลังสองหนุ่มสาว ที่เดินตามกันเข้าไปทางห้องครัว สาวห้าวที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง พร้อมกับผู้เป็นป้า อยากรู้ว่าใครอย่างอดใจไว้ไม่ไหว
“จ้ะ นั่นแหละ สวยใช่มั้ย?” เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก จนเธอเดินเข้ามาถามวรดาไม่ทัน
“สวยมาก มาก ๆเลยค่ะ” อัสมาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย กับสิ่งที่ผู้เป็นป้าว่า “งั้นอ้อมกลับเลยแล้วกันค่ะ เจอสิ่งที่อยากเจอแล้วพอดี” สาวห้าวพูดอย่างคนอารมณ์ดี ก่อนที่จะฉีกยิ้มกว้างออกมา แล้วเดินมาสวมกอดป้าตัวเองเพื่อเป็นการบอกลาอีกที
“ขับรถกลับดี ๆ นะลูก ถึงบ้านแล้วโทรมาบอกป้าด้วยล่ะ” เคียงดาวพูดออกมาด้วยความเป็นห่วงหลานสาว
“รับทราบครับผม”
“ดูพูดเข้า แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ ป้าจะได้หลานเขยกับเขาสักที”
“ไม่รีบนะคะ คุณป้าขา”
“ต้องรีบนะ ว่าไม่ได้ตัวเองจะสามสิบแล้ว หาผัวยาก”
“หูย...แรงมาก อีกหลายปีกว่าจะสามสิบค่า อ้อมไปดีกว่า อยู่นานกว่านี้เดี๋ยวคุณป้าจะจับคู่ให้” ว่าจบหญิงสาวก็เดินออกมาจากบ้านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปมองข้างหลังตัวเอง แล้วหัวเราะคิกคักส่งไปให้คนเป็นป้า
“เดี๋ยวเถอะยัยอ้อม” ดวงตาของหญิงวัยกลางคนเป็นประกายขึ้น เมื่อนึกย้อนถึงคำพูดของหลานสาวก่อนหน้านี้ จับคู่ให้งั้นเหรอ ทำไมเธอถึงคิดไม่ออกตั้งแต่แรกกันนะ
“ป้าหาหลานเขยให้อ้อมได้แล้วนะลูก”
เสียงพูดของคนเป็นป้าไล่ตามหลังเธอมา ไม่ได้อยู่ในโสตประสาทของเธอเลยสักนิด เพราะในหัวของเธอตอนนี้ นึกไปถึงอีกคนที่ดูดีไม่ต่างจากอติรุจน์เลยแม้แต่น้อย
ผู้ชายตัวสูง ใบหน้าคมเข้มสมกับชายชาตรี คิ้วเข้มพาดเฉียง ดวงตาคมกริบที่มองไปข้างหน้าดุจเหยี่ยว กรามแข็งแรงของเขาดูเด่นชัด โครงหน้าที่ดูดุเกินไป ทำใจเธอสั่นไหวทุกครั้งเวลาที่นึกถึงเขา
แม้กระทั่งตอนนี้
“กุญแจรถครับ” อิทธิพลพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าสาวร่างบางเอาแต่ยืนจ้องหน้าตัวเองอยู่
น้ำเสียงคมเข้มที่เอ่ยขึ้น ทำให้สติของหญิงสาวกลับมาหลังจากที่เผลอจินตนาการ ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาอยู่นาน “เอ่อ..ขอบคุณค่ะ” อัสมารีบสาวเท้าเข้าไปรับกุญแจรถมาจากคนตัวสูง
“ครับ”
ชายหนุ่มเดินหันหลังกลับ เมื่อคนร่างบางเดินเข้ามารับกุญแจรถจากมือไปแล้ว รอยยิ้มแสยะขึ้นข้างหนึ่งตรงมุมปากของคนร่างสูง เป็นรอยยิ้มที่อัสมายังไม่เคยเห็น แววตาของเธอที่มองมายังเขา มันบ่งบอกเขาหมดทุกอย่างแล้วว่าหญิงสาวคนนี้รู้สึกอย่างไร
หึ
พอเห็นว่าอิทธิพลเดินจากไปแล้ว อัสมาจึงพาตัวเองขึ้นมาบนรถ ก่อนจะสตาร์ทเอาไว้ แต่ทว่ายังไม่ได้ขับออกไป เพราะมัวแต่รวบรวมสติที่มันกระเจิดกระเจิงไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ แถมใจเจ้ากรรมยังกระโดดโล้ดเต้นราวกับมีเรื่องให้น่ายินดี
อัสมานะอัสมา
เสียงของรถยนต์ด้านนอกดังออกไปไกลแล้ว ทว่าชายหนุ่มที่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับบาดแผลยังไม่ละความสนใจของตัวเองออกไปแม้แต่น้อย นั่นเพราะเขากำลังทำแผลให้คนตัวเล็กอย่างระมัดระวัง
วรดาเผลอจ้องมองคนตัวสูงจากทางด้านข้างด้วยความหลงใหล
ความรู้สึกเจ็บบนปลายนิ้วมือ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มลายหายไปตั้งแต่ถูกอติรุจน์พาเข้ามาทำแผลแล้ว
พลาสเตอร์ติดลงบนปลายนิ้วมือเรียวสวย ทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งตัวเล็กน้อยเพราะรู้สึกจี๊ดที่บาดแผล เป็นจังหวะเดียวกันกับอติรุจน์ทำแผลเธอเสร็จพอดี สายตาคมกริบหันมาประสานสายตาเข้ากับเธออย่างจัง
“มองอะไรครับ?” อติรุจน์พูดขึ้นก่อนจะหันไปเก็บอุปกรณ์ทำแผลให้เรียบร้อย แล้วหันกลับมาหาคนตัวเล็กใหม่อีกครั้ง
แววตาที่เปล่งประกาย กับรอยยิ้มที่ยกขึ้นเล็กน้อยตรงมุมปากของเขา ทำให้วรดาคิดว่าตัวเองพลาดอีกแล้ว ยิ่งตรงที่เธอยืนอยู่ตอนนี้ คือหันหลังให้กับเคาน์เตอร์ในห้องครัว ถือว่าพลาดซ้ำพลาดซ้อนไปกันใหญ่
สายตาลุกลี้ลุกลนของคนตัวเล็ก ทำให้เขาไม่ลังเลสักนิด รีบวาดแขนไปทางด้านข้างของวรดา เป็นการกักขังเพื่อไม่ให้เธอหนีเขาไปไหนได้
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงเข้าไปใกล้หญิงสาวอย่างไม่เร่งรีบ
ในขณะเดียวกัน วรดาเองก็ไม่มีท่าที ว่าจะหลบสายตาเขาเหมือนอย่างเคย ทว่าเธอกลับอดเขินเขาไม่ได้ จึงเลือกหันหน้าหลบไปทางด้านข้างแทน
“พี่ถามว่ามองอะไรครับ?”
น้ำเสียงแหบพร่าของชายหนุ่ม ทำให้หญิงสาวเลือกหลับตาปี๋ ทำไมนะสถานการณ์แบบนี้หัวใจเธอดันชอบเต้นไม่เป็นจังหวะ
“อ...เอ่อ เปล่าค่ะ”
น้ำเสียงติดสั่นตอบเขากลับมา ทำให้คนฟังรู้สึกอยากแกล้งหญิงสาวมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก
“แต่พี่เห็นว่าเรามองอยู่นะครับ” คราวนี้เขาขยับเข้ามาใกล้คนตัวเล็กมากกว่าเดิม ทำให้ปลายจมูกคมสันชนเข้ากับแก้มของวรดาเข้าอย่างจัง
“หอม” ไม่แค่นั้น เขายังจงใจหอมแก้มของวรดาซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
หญิงสาวเบิกตาขึ้นด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบหันหน้ามาเผชิญเขา
“คุณรุ...” เสียงที่ขาดหายไปของเธอถูกผู้ชายตัวโตกลืนกินไปจนหมด
“อื้อ!” เธอรีบยกมือขึ้นพยายามผลักเขาออกไปจากตัว อีกทั้งยังดีดดิ้นไม่ยอมให้เขาได้ทำตามอำเภอใจ เธอกลัวเหลือเกินว่าจะมีใครเดินเข้ามาเห็นภาพนี้
ความคิดทุกอย่างของเธอตีรวนกันไปหมด เมื่อสัมผัสได้ว่าเขาพยายามรุกล้ำเข้ามาในปากเธอ ตัดสินใจอ้าปากขึ้นแล้วงับเข้าไปที่ปากเขาอย่างแรง ขณะเดียวกันน้ำตาแห่งความผิดหวัง ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมาอาบแก้มสวย
“โอ๊ย!”
อติรุจน์ผละออกมาจากใบหน้าหวานได้ รีบก้มใบหน้าลงเล็กน้อยพลางใช้มือยกขึ้นไปแตะบริเวณริมฝีปากตัวเองที่รู้สึกเจ็บ แต่มันกลับไม่มีเลือดอย่างที่เขาคิด
จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นไปมองคนตัวเล็กที่กล้าทำให้เขาบาดเจ็บ
ทันทีที่ร่างกายเป็นอิสระจากคนตัวโต เธอรีบขืนตัวออกจากการกักขังของเขาโดยไม่รอช้า รีบสืบเท้าหนีออกไปจากห้องครัวอย่างรวดเร็ว ทว่าเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว แขนเรียวสวยกลับถูกคว้าเอาไว้จากทางด้านหลัง
ตอนพิเศษ3...ปัจจุบัน“วิวรู้หรือเปล่า วันนั้นทำไมวิวหันมาถึงเห็นพี่ยืนอยู่ข้างหลังเรา” อติรุจน์พูดขึ้นหลังจากที่พาวรดาขับรถเอทีวีเข้ามาในสวน ก่อนเขาจะพาหญิงสาวเดินเข้ามาหลบแดดในศาลากลางสวนวรดานึกย้อนไปถึงหนก่อนที่เธอเข้ามาในสวนคนเดียว “ทำไมคะ” หญิงสาวหันหน้ามายิ้มละมุน “พี่รุจตามวิวเข้ามาเหรอคะ”คนอายุมากกว่านึกขำ “ก็ไม่เชิง พี่เข้ามาตามไอ้พลมันน่ะ แต่ตอนขากลับออกมาเห็นจักรยานวิวจอดอยู่ พี่ก็เลยจะเข้ามาเคลียร์ปัญหากับเรา”“อ๋อค่ะ”“แล้วตอนนั้นเราไม่ได้ยินเดสียงรถพี่เลยเหรอ”หญิงสาวขมวดคิ้วพร้อมกับเอียงคอ “ไม่เลยค่ะ” ตอนนั้นเธอไม่ได้ยินเสียงรถของเขาจริง ๆ เพราะมัวแต่ใจลอยคิดเรื่องของเขานั้นแหละ“คิดอะไรอยู่ ฮึ” อติรุจน์นึกเอ็นดูเมียตัวน้อยของตัวเอง “ไม่ใช่ว่ากำลังคิดถึงคนอื่นที่ไม่ใช่พี่อยู่หรอกนะ”เจ้าของใบหน้ารูปไข่รีบส่ายหน้าไปมาพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม “วิวยอมรับตรงนี้เลยค่ะ ตั้งแต่ที่วิวรู้จักพี่รุจมาไม่มีเลยสักครั้งที่จะไม่นึกถึง”คนฟังอมยิ้มปลื้มปริ่มเข้าไปอีก “แล้วตกลงว่าวันนั้นเราเหม่ออะไรอยู่ครับ”“เหม่อหาพี่รุจเลยค่ะ”“หื้ม?”“ค่ะ” วรดาพยักหน้ารับ“ยังไงครับ”“เรื่องพี
ตอนพิเศษ2...สองปีก่อน“ตอนนี้จากับพี่โจอยู่ที่ไหนกันแล้ว”วรดารีบก้าวเท้าไปตามทางเดินข้างตึกเรียน ที่เธอเพิ่งเดินลงมาถึงชั้นล่างด้วยความเร่งรีบเธอมีนัดกับพี่สาวของเพื่อนตอนเที่ยงพอดี ก่อนหน้านี้พี่สาวของจารวีโทรมาหาบอกว่าถึงแล้วเพื่อนของเธอเลยขอตัวไปรับก่อน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอขอแยกไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำด้วยก็เลยคาดกัน(ร้านคาเฟ่ข้างตึกเรียนเราเลยวิว ตอนนี้วิวอยู่ที่ไหน)“เดินลงมาจากตึกแล้ว กำลังจะเดินไปหาจ้ะ”พอวางสายจากเพื่อนเสร็จวรดาก็รีบเดินไปให้ถึงเร็วที่สุดมุมด้านในของร้านคาเฟ่ขนาดเล็ก มีสองหนุ่มเพื่อนซี้กำลังนั่งสนทนากันด้วยท่าทีสบาย ซึ่งตรงที่ทั้งสองนั่งอยู่นั้นเป็นมุมที่ติดกับกระจกใสบานกว้าง เผยให้เห็นทางเดินภายนอกได้อย่างชัดเจน“แล้วตกลงมึงจะว่างตอนไหน กูจะได้แจ้งผู้ใหญ่ไป” วีรภัทรพูดขึ้นหลังจากวางแก้วกาแฟที่จิบลง “แต่ถ้ามึงไม่ว่างก็ไม่เป็นไร”อติรุจน์ขมวดคิ้ว “หาคนได้แล้วรึ” แก้วกาแฟที่กำลังจะยกขึ้นถูกวางลงไปทันที“ไม่เชิงหรอก ก็ถ้ามึงไม่ว่างไง อาจารย์พ่ออาจารย์แม่ในคณะก็ต้องมีตัวเลือกสำรองถูกต้องมั้ย” แต่ที่เลือกอติรุจน์มาเป็นอันดับแรกคือเพื่อนเขามันเก่งไง ปริ
ตอนพิเศษ1...เสียงนกร้องลอยมาตามลมช่วยปลุกให้หญิงสาวที่กำลังหลับไหลอยู่บนเตียงนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายของอีกวันแสงแดดที่แทรกผ่านผ้าม่านผืนบางเข้ามา ทำให้คนที่พึ่งรู้สึกตัวรู้ว่าเวลานี้น่าจะสายมากแล้ว เธอจากนั้นจึงหันไปสำรวจห้องกว้างเพื่อมองหาใครบางคนทว่าทั้งห้องกลับตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงนกร้องที่ดังสอดแทรกเข้ามาอยู่เป็นระยะ แสดงว่าอติรุจน์คงอยู่ในฟาร์มแล้ว หญิงสาวจึงมองหาโทรศัพท์มือถือเพื่อมองดูเวลา ในขณะเดียวกันเครื่องมือสื่อสารก็แผดเสียงออกมาเช่นเดียวกัน“ค่ะ พี่รุจ” หญิงสาวขานรับด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง(พึ่งตื่น?)วรดาทำหน้าบึ้งส่งให้คนในสาย “ค่ะ กี่โมงแล้วคะ?” เมื่อสักครู่เธอยังไม่ทันได้ดูเวลา อติรุจน์ก็โทรเข้ามาก่อน(จะเที่ยงแล้วครับ)“ห๊ะ!” จากที่ยังรู้สึกเพลียๆอยู่ ตอนนี้เธอตื่นเต็มตาแล้วตอนแรกที่รู้สึกตัว เธอนึกว่าแค่ช่วงประมานเก้าโมงเช้าไม่เกินนี้แน่นอนแต่ทว่าสิ่งที่อติรุจน์ตอบกลับมาทำให้เธอแทบกระโดดลงจากเตียงแม่เจ้าเธอทุบสถิติจากเมื่อวานได้อย่างไม่คาดคิดเสียงหัวเราะดังมาจากปลายสายยิ่งทำให้เธอรู้สึกมีน้ำโหขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย“ทำไมพี่ไม่ปลุกวิวคะ? ไม่รู้ว
บทที่สามสิบเก้า สามีที่ดีไม่ควรจะเอาเปรียบภรรยา...มือหนาจับลูกบิดประตูหมุน ก่อนจะผลักบานประตูไม้เข้าไปด้านในและปิดกลับลงไปตามเดิมเท้าแกร่งพาวรดาก้าวไปหยุดยืนที่ปลายเตียงก่อนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ“มีอะไรเหรอคะ?” หรือเขางอนที่เธอหายไปนาน เธอมองสบตากับเขาที่ยังทำสีหน้าเรียบนิ่งอติรุจน์ก้าวขาเดินต้อนคนตัวเล็กไปอย่างเชื่องช้า จนเข้ามุมของห้องได้จนสำเร็จ ลำแขนแกร่งยกขึ้นขังคนตัวเล็กไว้ทั้งสองข้างสีหน้าของวรดาดูตกใจมากที่โดนเขาไล่ต้อนแบบนี้ ทว่าก็ยังไม่ได้กระโตกกระตากออกมาให้เขาได้เห็น เวลาต่อมาเป็นเขาเสียเองที่อดทนทำหน้าเรียบนิ่งต่อไม่ไหววรดารู้สึกสับสนไปกับอาการของอีกคน เมื่อกี้ยังดูขึงขังจนน่ากลัวอย่างกับยักษ์ ทำไมตอนนี้กลายมาเป็นคนอารมณ์ดีไปแล้ว“ตกลงพี่รุจเป็นอะไรคะ?” หญิงสาวถามออกไปอีกครั้ง เป็นบ้าน่ะสิเธอว่า แต่เธอไม่มีทางพูดออกไปหรอก เธอยังห่วงความปลอดภัยของตัวเองอยู่“อยากโกรธที่เราหายไปนาน พอดวงตาคู่นี้มองกลับมาหาพี่ตาแป๋ว กลับโกรธเราไม่ลง” อติรุจน์ตอบออกไปยิ้มๆ ทั้งยังขำตัวเองในใจ แค่ตาหวานคู่นี้มองมาอย่างคนซื่อ เขากลับโกรธคนตัวเล็กไม่ลง มันกลายเป็นความหมั่นเขี้ยวเข้ามาแทนว
บทที่สามสิบแปด ท้อง...19.58 น.เสียงกุกกักดังมาจากห้องครัว ทำให้สองแม่ลูกที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่ใต้ต้นมะยม ห่างจากประตูด้านหลังครัวไปไม่มาก หันมองพร้อมกัน“เดี๋ยวกุ้งไปดูเอง” กวินตาหันมาบอกคนเป็นแม่ก่อน จากนั้นจึงลุกเดินเข้าไปดู เห็นหญิงสาวร่างบางหน้าตาคุ้นเคย กำลังจะล้างอะไรบางอย่างอยู่ที่ซิงค์ล้างมือ“เฮ้ย! วิวไม่ต้องเดี๋ยวพี่ล้างเอง” กวินตารีบเข้าไปห้ามน้องสาวแทบไม่ทันแล้วมันก็ไม่ทันแล้วด้วย กวินตามองเห็นเหลือจานอยู่เพียงไม่กี่ใบวรดาก็จะล้างเสร็จแล้ว “อะไรกันเนี่ย แย่งงานพี่กับแม่ไปทำหมดแล้ว แบบนี้กะจะเลิกจ้างกันเลยหรือไง”วรดาละมือจากจานที่กำลังล้างอยู่ ก่อนจะหันหน้าไปมอง “ไม่เอาหรอกค่ะ ให้วิวช่วยดีกว่า” ทานข้าวพึ่งเสร็จเธอก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว จึงเป็นคนอาสาเก็บถ้วยจานเข้ามาในครัวล้างเองทีแรกคุณนายเคียงดาวกับอติรุจน์ห้ามเธอแล้ว แต่เธอบอกว่าขอเป็นคนทำเพราะไม่ชินกับการที่จะต้องมานั่งกินนอนกิน“ยัยคนนี้นี่ห้ามก็ไม่ยอมฟัง ดื้อมาก” กวินตาเดินเข้าไปใกล้วรดาแล้วใช้แขนกอดน้องรักไว้จนแน่นเธอกับแม่เคยบอกวรดาไปแล้วตั้งแต่ที่เกิดเรื่องขึ้น ว่าไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องกลัวว่าเธอกับแม่จะรู้สึกไม
บทที่สามสิบเจ็ด อบอุ่น...“ไอ้พล! มึงดู๊ มึงดูพี่มึงงง”กรวิชญ์ชี้มือไปข้างหลังของอิทธิพลอย่างรวดเร็ว เมื่อมองเห็นอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนตัวออกไปจากฟาร์ม ใจของคนเรียกเต้นแรงจนรูจมูกขยายออกกว้าง ราวกับคนกำลังอยู่ในอารมณ์โกรธจัด มือที่กำลังชี้ให้เพื่อนดูเริ่มสั่นขึ้นเรื่อย ๆอิทธิพลหันหลังไปตามมือของกรวิชญ์ที่กำลังชี้ไป ปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างเข้าใจในอารมณ์ของเพื่อนตัวเอง“เข้ามายังไม่ถึงยี่สิบนาทีด้วยซ้ำ ออกไปอีกแล้ว”กูยังไม่หายเหนื่อยเลย !พี่มึงขับรถพาเมียออกไปข้างนอกอีกแล้วไอ้พล!“เออน่า..มึงก็เข้าใจเจ้านายมึงหน่อย”“เข้าใจบ้าอะไรกูเหนื่อย!”“แล้วจะทำยังไง ลาออกเลยมั้ยล่ะ” อิทธิพลว่าขึ้นมาอย่างใจเย็น ทั้งยังขำเพื่อนตัวเองไปด้วย“ไม่! กูยอมเหนื่อยเพิ่มก็ได้โว้ย!” ไอ้ห่าพลมันก็รู้ว่าเขาไม่กล้า ยังมาบอกให้ลาออกอีกถ้าลาออกแล้วกูจะเอาเงินที่ไหนกินว่ะ!แถวนี้ก็มีแค่ที่นี่ที่เดียวที่เงินดี แถมยังได้อยู่ใกล้บ้านตัวเองด้วย“งั้นก็ไปทำงาน เลิกน้อยใจเจ้านายมึงอย่างกับเป็นเมียเขาอีกคน” ส่ายหัวเมื่อพูดกับเพื่อนจบ เตรียมตัวจะก้าวขาเดินเข้าไปในออฟฟิศต่อ เขาตั้งใจว่าจะเข้าไปเคลียร์งานเอกสารที่ยัง
บทที่ยี่สิบสี่ พาแมวกลับไปรับโทษ...“คุณรุจ!!”หญิงสาวอุทานออกมาด้วยความตกใจ แทนที่เธอจะความรู้สึกกลัว แต่มันกลับตรงกันข้ามอติรุจน์มาทำอะไรที่นี่หรือว่า..เขาพาเดินห้างกับแฟนไวเท่าความคิด วรดาก็พยายามสอดส่ายสายตาไปทางนั้นทีทางนี้ที ผลปรากฏว่ามีเพียงเขาคนเดียวที่ยืนอยู่จุดนี้ ถ้าไม่นับรวมกับคนอื่น
บทที่สิบสาม เสน่ห์แรงเหลือร้าย...“ของพี่เอาทุกอย่างเลยครับ” น้ำเสียงสุภาพของผู้มาใหม่ ทำให้ร่างบางที่มัวแต่ก้มหน้าก้มตา ตักกับข้าวอย่างเดียวต้องเงยหน้าขึ้นมาดู“ค่ะ”รับคำเสร็จวรดาก็รีบจัดการให้ ไม่ลืมที่จะส่งรอยยิ้มบนมุมปากที่เผยขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้คนที่ทำงานมาเหนื่อย ๆ หายเป็นปลิดทิ้ง“วันนี้พี่
บทที่สิบสอง กินกันไม่ลง...จักรยานคันสีชมพูซีดถูกนำออกมาจากโรงจอดรถของบ้านทรงไทยโดยมีกวินตาเป็นคนปั่นส่วนวรดานั้นเป็นคนนั่งซ้อนท้าย ทิศทางของรถหันหน้าไปทางด้านขวามือของคนปั่นจุดมุ่งหมายที่สองสาวจะไปคือโรงครัวหรือโรงอาหารของฟาร์มแห่งนี้หลังจากช่วยกันทำความสะอาดภายในบ้านทรงไทยจนเสร็จแล้ว“พี่กุ้ง
บทที่สิบเอ็ด มีแต่คุณรุจ...วรดาชะงักค้างกับสิ่งที่ได้ยิน ลมหายใจเริ่มติดขัด ริมฝีปากเม้มเข้าหากันจนแน่น ทำให้คนที่ผ่านประสบการณ์มาก่อนอย่างกานดารับรู้ได้ไม่ยาก“หึ หึ” เสียงขำในลำคอของกานดายิ่งทำให้วรดาเริ่มใจคอไม่ดี“ข...ขออะไรคะ” น้ำลายเหนียว ๆ ถูกกลืนลงไปอย่างอยากลำบาก ปากเริ่มสั่น กลัวเหลือเกิ