เข้าสู่ระบบทันทีที่เปิดประตูขึ้นมาบนรถ ชายหนุ่มก็เอาแต่เหยียบคันเร่งด้วยความเร็ว แทบจะไม่สนใจคนข้าง ๆ เลยด้วยซ้ำว่าจะรู้สึกเช่นไร ขับรถโหดเหมือนโกรธใครมา ถ้าหากว่าไม่ใช่คนนั่ง ข้าง ๆ นี้
“พี่กระทิงขับช้า ๆ หน่อยได้ไหมคะ จ้าหัวใจจะวายอยู่แล้ว” ถึงแม้เขาอาจจะคิดว่าเธอพูดเล่น แต่ถ้ามองมาแล้วอาจจะเห็นว่าใบหน้าขาวนั้นดูซีดเซียวแค่ไหน อีกทั้งมือเรียวที่สั่นระริกเปียกชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อ พลางยกขึ้นมาทาบหน้าอกข้างซ้ายที่มีหัวใจดวงน้อย ๆ เต้นแรงโครมครามไม่เป็นจังหวะ ประหนึ่งว่าจะหลุดออกมาจากด้านนอกอย่างไรอย่างนั้น อาการดังกล่าวนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนเด็ก ตอนที่จ้าประสบอุบัติเหตุโดนรถชนแล้วเข้าโรงพยาบาลอยู่หลายวัน จ้าเลยกลายเป็นคนหนึ่งที่ตื่นตระหนกกลัวความเร็วของรถ และกลัวการขับรถเองเป็นที่สุด
“งั้นเหรอ ฉันคิดว่าสก๊อยอย่างเธอ จะชอบแบบนี้ซะอีก” กระทิงยังคงไม่มองหน้าจ้าเหมือนเดิม จนเธอเองต้องเป็นฝ่ายสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และทำตัวให้เป็นปกติที่สุด อาการดังกล่าวก็เลยดีขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
“ถ้าพี่กระทิงพูดแล้วมีความสุข ก็เชิญพูดตามสบายเลยค่ะ” เมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังนั่งกอดอกทำเป็นไม่สนใจเขา เท้าของกระทิงก็เลยชะลอความเร็วของรถจนแทบจะคืบคลาน และสุดท้ายแล้ว จ้าก็เป็นฝ่ายหันมาสนใจตนเองจนได้
“นี่ไม่ได้ประชดกันใช่ไหมคะ”
“เปล่า ก็ไหนเธอบอกว่าให้ฉันขับช้า ๆ ไง”
“เฮ้อ...เต่าคลานเรียกพี่แบบนี้ เดินดีกว่าไหมคะ เอาที่สบายใจเถอะค่ะ จ้าไม่อยากคุยกับพี่แล้ว” เธอเหนื่อยที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเขา จนกระทิงเห็นท่าทางที่แปลกไปของเธอ ทุกครั้งเธอจะยอมใครง่าย ๆ เสียที่ไหนกัน วันนี้เธอดูแปลกไป ทำให้ทั้งคู่ต่างคนต่างเงียบมาตลอดทาง
กระทั่งตาดวงตากลมโต มองเห็นรถคันหรูที่จอดอยู่ข้างทาง และคนที่ยืนอยู่ข้างรถนั้น หน้าตาเหมือนกับคนรู้จักกันเป็นอย่างดี
“พี่กระทิง ๆ จอดรถก่อนค่ะ”
“อะไรของเธอ จะให้ฉันจอดทำไม เธอไม่เห็นเหรอว่ารถกำลังวิ่งอยู่”
“จ้าบอกให้จอดก็จอดเถอะ ไม่ต้องถามมาก”
มือเรียวกำลังจะเปิดประตูลงจากรถ แต่ทว่ากระทิงกลับเรียกไว้ก่อน
“เดี๋ยวก่อน”
“คะ”
“เธอจะไปไหน”
จ้าไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่เปิดประตูรถแล้วลงไปหาผู้ชายคนนั้น ซึ่งเขาเองกำลังมองดูคนทั้งคู่อยู่ในรถ ด้วยท่าทางสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แถมยังหยอกล้อถึงเนื้อถึงตัวกันอีก แล้วแบบนี้จะให้เขาคิดว่าอย่างไร
“ที่แท้ก็อยากลงไปหาผู้ชายนี่เอง”
กระทิงไม่รอช้ารีบกลับรถ แล้วมุ่งหน้าขับไปยังไร่กระทิงทอง ปล่อยให้เธอยืนคุยกับผู้ชายคนนี้จนหนำใจไปเลย
“อะ อ่าว พี่กระทิงไปไหนแล้ว ทำไมถึงไม่รอจ้าเลยนะ” เรียวปากบางเม้มเข้าหากันอย่างน้อยใจ ไม่คิดว่าพี่กระทิงจะปล่อยเธอทิ้งไว้แบบนี้
“ใครเหรอจ้า”
“พี่กระทิงน่ะ คนที่จ้าเคยเล่าให้เชนท์ฟังไง”
“อ๋อ คนนี้นี่เอง”
“แล้วทำไมเชนท์ถึงมาอยู่ที่นี่ได้”
“เราก็ปิดเทอมกันแล้ว เราเลยว่าจะแวะมาเยี่ยมพ่อ แล้วอีกอย่างคุณหญิงมณี ก็ให้เรามาตามจ้ากลับกรุงเทพด้วย”
“คือว่าจ้า..” เธอยังกลับไปตอนนี้ไม่ได้ เพราะยังมีบางอย่างที่ต้องจัดการให้สำเร็จก่อน แล้วถึงจะกลับไปโดยที่ไม่มีอะไรติดค้างในใจ
เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูไม่ค่อยสบายใจของจ้า ราเชนท์เลยถามขึ้น
“จ้ามีอะไรในใจหรือเปล่า บอกเชนท์ได้นะ”
“จ้ายังกลับไปตอนนี้ไม่ได้หรอกเชนท์ จ้ายังอยากใช้เวลาอยู่ที่นี่ กับพ่อ รอเปิดเทอมก่อนแล้วเราถึงจะกลับ” เหตุผลไม่ใช่เพียงแค่อยากอยู่กับพ่อเท่านั้น แต่ก็มีอีกคนที่เธอยังอยากอยู่ใกล้ ๆ ถึงแม้เขาจะทำเป็นไม่สนใจเธอ ถ้าพยายามจนสุดความสามารถแล้วยังไม่รักกันอีก อย่างน้อย ๆ ก่อนเปิดเทอมนี้ ขอแค่ให้กระทิงกลับมาเป็นพี่ชายที่แสนดีเหมือนเดิมก็ยังดี
“เอางั้นเหรอ”
“อืม จ้าคิดดีแล้ว”
“งั้นเราจะอยู่กับจ้าที่นี่ จนกว่าจะเปิดเทอม แล้วเราค่อยกลับพร้อมกันดีไหม”
“จะดีเหรอเชนท์ ตั้งหนึ่งเดือนเลยนะ แล้วมาอยู่นานขนาดนี้ แม่เชนท์จะไม่ว่าเอาเหรอ”
“ไม่ว่าหรอก แม่เราเข้าใจดี” ถึงพ่อกับแม่ของราเชนท์จะแยกกันอยู่ พ่อดูแลไร่อยู่ที่ภาคเหนือ ส่วนแม่ทำธุรกิจอยู่ที่กรุงเทพ ราเชนท์ก็เลยต้องไปอยู่กับแม่ เพราะต้องเรียนต่อ แต่พอวันหยุดก็แวะเวียนมาเยี่ยมพ่อบ้าง ซึ่งแม่ของราเชนท์ก็เข้าใจเรื่องนี้ดี
“ถ้าเชนท์จะกลับก่อนก็ได้นะ ไม่ต้องรอเราหรอก เดี๋ยวเราขึ้นรถกลับกรุงเทพเอง”
“ได้ไงล่ะจ้า เราเป็นห่วงจ้านะ จ้าคือคนสำคัญของเรา ยังไงเราก็จะไม่ทิ้งจ้าเด็ดขาด” คำพูดของราเชนท์ทำเอาจ้าถึงกับอึ้งเล็กน้อย ตลอดระยะเวลาที่คบกันมา ทำไมจ้าจะดูไม่ออกว่าเชนท์รู้สึกอย่างไรกับเธอ แต่ที่ต้องปฏิเสธเขามาตลอด ไม่อยากเสียเพื่อนที่ดีที่สุดอย่างเชนท์ไป และคงไม่มีทางคิดกับเขามากกว่าเพื่อน เพราะเธอมีคนที่อยู่ในหัวใจแล้ว
“เอ่อ...เราว่า มากันช่วยซ่อมรถต่อเถอะ”
“อืม...ได้สิ” ราเชนท์ซ่อมรถไปพลางอมยิ้มแล้วมองหน้าจ้าไปพลาง
กระทิงจอดรถอยู่ใกล้ ๆ บริเวณทางเข้าไร่ของจ้า พลางชะเง้อคอมองหาใครบางคนไปด้วย
“ทำไมถึงยังไม่กลับมาอีกนะ”
ไม่นานรถของผู้ชายคนนั้นก็โผล่เข้ามา ทุก ๆ การกระทำ ก็ตกอยู่ในสายตาของกระทิงทั้งหมด ทันทีที่จอดรถสุภาพบุรุษอย่างราเชนท์ ก็รีบวิ่งมาเปิดประตูให้กับเพื่อนสาวคนสนิท ด้วยรอยยิ้มอันแสนหวานบนใบหน้าหล่อเหลา
“ขอบคุณนะเชนท์”
“ไม่ต้องขอบคุณเราหรอก เราเต็มใจทำให้จ้าทุกอย่าง”
“อืม กลับบ้านดี ๆ นะ”
ทั้งสองยังคงยืนยิ้มให้กัน โดยที่ไม่ได้ทันสังเกตเห็นรถกระบะสีขาว ที่รีบเหยียบคันเร่งผ่านหน้าพวกเขาไป แต่ที่หน้าเจ็บใจสุดนี่สิ คือเขาได้เหยียบน้ำขังดินโคลนที่พื้น จนกระเด็นเลอะเปอะเปื้อนเสื้อผ้าของทั้งสอง สายตาของจ้าหันไปมองยังรถกระบะคันนั้น และยังจำจดได้เป็นอย่างดี
รถกระบะคันนี้นี่เอง ที่วันนั้นขับเบียดรถจักรยานของเธอตกข้างทาง ที่แท้ก็คือกระทิงนี่เอง ไม่ใช่ใครที่ไหน
“บ้าเอ๊ย ขับรถยังไงไม่ดูคนบ้างหรือไง ดูสิเสื้อผ้าเราเปื้อนกันหมดเลย” ราเชนท์สบถออกมาอย่างหัวเสีย
“นั่นสิ ไม่ต้องสนใจคนบ้า ๆ หรอกเชนท์”
“งั้นเรากลับบ้านก่อนนะ เดี๋ยวจะแวะมาใหม่”
“โอเค ขับรถดี ๆ นะ” พอกล่าวลาเสร็จ เธอก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน พร้อมกับไล่สายตาไปยังไร่ข้าง ๆ
“รู้สึกกับจ้าเข้าแล้วล่ะสิ ดังนั้นจ้าคงต้องรีบทำคะแนนซะแล้ว”
กระทิงจอดรถเสร็จ รีบสาวเท้าเข้าไปในสวนดอกกุหลาบข้างบ้านอย่างหงุดหงิด
“ทำไมเราต้องโมโหด้วย ไม่...ไม่มีทาง ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอเลยสักนิด ไม่สักนิดเดียว” ร่างสูงล้มตัวนั่งลงที่ชิงช้าด้วยความเหนื่อยล้า สายตาคมมองดูดอกกุหลาบแดงที่พันเลื้อยรอบ ๆ ชิงช้าที่สวยงาม
“เราชอบครูปลายฟ้า อย่าลืมสิ” เขาพร่ำบอกกับใจตนเอง ไม่ให้หวั่นไหวกับเด็กกะโปโลอย่างเธอ คนที่เขาชอบนั้นคือคุณครูสาวสวยต่างหากที่งดงามทั้งกายและใจ สุดแสนจะเรียบร้อยคนนี้ ที่ทำให้เขารู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกเห็น และหวังว่าสักวันเธอจะยอมใจอ่อนตอบตกลงเป็นแฟนกับเขา วันนั้นคงจะเป็นวันที่มีความสุขมาก ๆ
“พี่กระทิงครับ พี่กระทิง” เสียงของชาวีทำเอาคนที่นั่งอยู่ที่ชิงช้าได้หันไปมองตามเสียงเรียกของน้องชายที่วิ่งมาด้วยความรีบร้อน
“ว่าไงชาวี”
“มาอยู่ที่นี่เอง ผมก็ตามหาพี่ซะทั่ว”
“แล้วตกลงมีเรื่องอะไร สำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ”
“สำคัญสิครับพี่ สำคัญกับไร่เรามาก ๆ ด้วย” ชาวียื่นจดหมายสีขาวให้กับกระทิง ซึ่งไม่ต้องบอกเขาก็พอจะรู้ดีว่าข้างในจดหมายเนื้อความเขียนว่าอย่างไรบ้าง เนื่องจากช่วงนี้เขาก็ได้รับจดหมายจากพวกคนงานบ่อย ๆ เขาก็ยังไม่รู้เหตุผลว่าทำไมช่วงนี้คนงานถึงได้ลาออกเป็นว่าเล่น
“อีกแล้วเหรอ แล้วใครอีกล่ะทีนี้”
“ช่างจอมครับ หัวหน้าช่างคนใหม่ที่พึ่งเข้ามาทำงานเดือนที่แล้ว” กระทิงได้ยินดังนั้นจึงลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะเอ่ย
“รับสมัครหัวหน้าช่างคนใหม่”
“ครับพี่ ผมจะรีบจัดการให้เร็วที่สุดเลยครับ” เมื่อได้รับคำสั่งจากพี่ชายชาวีก็รีบเข้าไปบอกฝ่ายบุคคลภายในออฟฟิศที่อยู่กลางไร่
“วันนี้มันเป็นวันอะไรของเรากันนะ ถึงได้มีเรื่องราวต่าง ๆ ไม่เว้น”
ชายหนุ่มรีบเข้าไปตรวจดูความเรียบร้อยในไร่ สั่งการคนงานไว้ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ในระหว่างที่ตัวเขาไม่อยู่ที่นี่หลายวัน เพราะนี่ก็เป็นเวลาสองปี ครบกำหนดตามสัญญาที่ตกลงไว้กับคุณยายของจ้า ด้วยความรักและความคิดถึงสุดขั้วหัวใจ ทำให้เขาต้องรีบไปเก็บเสื้อผ้าให้เร็วที่สุด เพื่อจะไปรับจ้าที่กรุงเทพ ให้มาอยู่ด้วยกันที่ไร่กระทิงทองแห่งนี้“พี่กระทิงครับ พี่กระทิง” ชาวีวิ่งมาหาเขาถึงห้องนอน“มีอะไรชาวี”“ไม่ต้องเก็บเสื้อผ้าแล้วครับ”“ทำไม ฉันต้องรีบไปหาจ้าที่กรุงเทพ ออ ฝากนายดูแลไร่แทนด้วยนะ ฉันจะไปสักสองสามวัน”“ที่ผมบอกว่า ไม่ต้องไปคือว่า...”“ทำไม”“คุณจ้าครับ”“จ้าทำไม เกิดเรื่องอะไรกับจ้า”“คุณจ้ามาที่นี่ครับ”ได้ยินชื่อคนที่กำลังคิดถึง เขาก็ไม่รีรออะไรอีกแล้ว อยากจะกอดอยากจะหอมแก้มแรง ๆ ให้หายคิดถึง สองขายาว ๆ วิ่งลงจากบันไดพลางมองหาใบหน้าสวยที่คิดถึงสุดหัวใจ“จ้า จ้ามาหาพี่แล้วใช่ไหม จ้า” สายตาคมมองซ้ายมองขวาหาร่างของคนรัก พอไม่เห็นในบ้าน ชายหนุ่มก็เดินออกไปหานอกบ้าน รอบบ้าน และสุดท้ายก็เห็นเธอจนได้ ด้วยความดีใจ เขากำลังจะวิ่งไปกอดร่างเล็กให้หายคิดถึงแต่ทว่ามีชายคนหนึ่งเดินผ่านชิงตัดหน้า เข้า
“ทำไมคุณยายต้องพูดแบบนี้ด้วยคะ ไม่เอาค่ะ ถ้าพี่กระทิงอยู่ที่ไหน จ้าก็จะอยู่ที่นั่นค่ะ”“ว่าไง นายทำได้ไหม”“ถ้าเป็นเรื่องนี้ ผมคงทำให้คุณยายไม่ได้ครับ เพราะผมรักจ้า และผมจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้คุณยายยอมรับในตัวของผม”“ยอมทำทุกอย่างเลยใช่ไหม”“ครับทุกอย่าง”“นายกับยัยจ้าต้องห่างกัน ไม่ติดต่อกันเลย จนกว่ายัยจ้าจะเรียนจบ ถ้าถึงวันนั้นเมื่อไหร่ หรือพวกเธอยังรักกันอยู่ละก็ ฉันจะไม่ขัดขวางความรักของพวกเธอสองคน ตกลงไหม” ็ได้“คุณยายคะ” ถ้าเป็นแบบนั้น คนที่ขาดใจ คงจะเป็นจ้ามากกว่า การรอใครสักคน โดยเฉพาะคนที่รัก กว่าจะรักกันได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วนี่ต้องห่างกันอีก เธอคงทนไม่ไหวแน่ ๆ“ตกลงครับ ผมจะทำตามที่คุณยายบอก แล้วถึงวันนั้นเมื่อไหร่ ผมจะมาขอน้องแต่งงาน แล้วไปอยู่ที่บ้านไร่ด้วยกัน หวังว่าคุณยายคงทำตามสัญญาที่ให้ไว้นะครับ และต้องยกน้องจ้าให้ผม โดยไม่มีข้อแม้”“คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีทางคืนคำ”“ไม่เอาแบบนี้นะพี่กระทิง จ้าอยากอยู่กับพี่กระทิง อย่าทิ้งจ้าไปเลยนะ” ดวงตากลมเอ่อล้นด้วยน้ำตา ที่ไหลพรากลงมาเปื้อนแก้ม สองมือน้อยกุมมือหนาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้เขาจากไปไหน“จ้าฟังพี่ให้ดี ๆ
รถของกระทิงจอดในลานจอดรถของคณะวิศวะ แล้วเขาก็ยืนยันที่จะตามมาส่งเธอให้ถึงที่หมายให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะไม่กลับ พอเดินมาถึงที่โต๊ะใต้ตึกคณะ เพื่อนสาวทั้งสองในกลุ่มเดียวกับจ้า ก็เข้ามาทักทาย“จ้า ใครอะแก หล่อมาก” ถึงแม้เป็นเสียงกระซิบ แต่ทว่ากระทิงกลับได้ยินอย่างชัดเจน เขาเลยยิ้มทักทายให้กับเพื่อนสาวของจ้าด้วย“พี่กระทิง”“แล้วเขาเป็นอะไรกับจ้า พี่ชายเหรอ”จ้ายิ้มให้เพื่อน ในใจคิดจะแกล้งกระทิง แต่พอเห็นสีหน้าที่ดูหงอย ๆ รอฟังคำตอบของพี่เขาแล้ว ก็แกล้งไม่ลง“อยากรู้จริงเหรอ”“อยากรู้สิ ก็เพื่อนเรามีหนุ่มมาส่งถึงคณะขนาดนี้ ไหนจะนายราเชนท์นั่นอีก เสน่ห์แรงสุด ๆ ไปเลยนะเธอ”“ราเชนท์เป็นได้แค่เพื่อนกัน แต่คนตรงหน้านี้คือ...”“คือ...” เพื่อนทั้งสองพูดพร้อมกัน“ผัว เอ้ย สามีของจ้าเอง” จ้าพูดยิ้ม ๆ กระทิงเองก็ยิ้มตาม“แหม ไม่เบาเลยนะเพื่อนเรา ยกนิ้วให้เลยค่ะ”“แน่อยู่แล้วจ๊ะ จ้าซะอย่าง”แต่พอทุกคนได้เห็นสีหน้าเศร้าของราเชนท์ ที่อยู่ด้านหลังของกระทิง ไม่รู้มาตั้งแต่ตอนไหน ได้ยินที่จ้ากับเพื่อนพูดหรือเปล่า ก็ต้องหุบยิ้มลงทันที“จ้ามาถึงนานแล้วเหรอ”“คือจ้ามาถึงสักพักแล้วน่ะเชนท์”“ถ้าอย่างนั้นเชนท์
ชายหนุ่มโน้มใบหน้าขยับเข้ามาใกล้ ๆ อีกคนก็ได้แต่เบี่ยงหน้าไปทางซ้ายทีขวาที พอเธอเผลอสบตาเข้ากับสายตาคมคู่นี้ เขาก็จู่โจมโดยการกดริมฝีปากลงมาประทับริมฝีปากบางอย่างนุ่มนวล แล้วยังจะมีหน้ามาเลิกคิ้วท้าทายกันอีก“ปล่อยจ้าเดี๋ยวนี้เลยนะ คนฉวยโอกาส” ร่างเล็กดีดดิ้นในอ้อมกอดของคนตัวโต ยิ่งพูดเหมือนยิ่งยุ ดูเหมือนว่าเขาจะยิ่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น จนเธอเริ่มหายใจไม่ออก“ทำไม ทีเมื่อก่อนไหนอยากกอด อยากจูบพี่นักไม่ใช่เหรอ นี่ไง จ้าอยากทำอะไรก็ตามสบายเลยนะ พี่ไม่ว่า”“ไม่ค่ะ จ้าไม่อยากทำแล้ว แล้วจ้าก็ไม่ได้คิดอะไรกับพี่แล้วด้วย”“ปากแข็ง” ริมฝีปากบางถูกจูบอีกครั้ง“พี่กระทิง ทำแบบนี้อีกแล้วนะ”“ทำไมพี่จะทำไม่ได้ ก็จ้าเป็นผู้หญิงของพี่”“ไม่ใช่ค่ะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”“เราได้กันแล้ว พี่เป็นผัวจ้า แล้วจ้าก็เป็นเมียพี่มันก็ถูกแล้วนี่”“ไม่ใช่สักหน่อย คนพี่รักต่างหากล่ะ ถึงจะใช้คำนั้นได้ ถึงจะถูก”“ก็นี่ไงคนที่พี่รัก”“ครู....”“จ้า”“ว่าไงนะคะ”“คนที่พี่รัก คือจ้าคนเดียวเท่านั้น”เธอกำลังอึ้งจนพูดไม่ออก“ไม่เชื่อใช่ไหม ได้” กระโจนจูบเธออีกครั้ง ทำให้เธอต้องหันมามองหน้าเขาเชิงค้อน“ยัยจ้า”คุณหญิงมณ
“เปล่าครับคุณลุง ที่ผมทำไปทั้งหมดด้วยความเต็มใจ แล้วก็รู้ใจตนเองแล้ว”“รู้ใจตัวเอง”“ใช่ครับ รู้ใจตัวเองว่ารักจ้า ในแบบของคนรัก ไม่ใช่แบบพี่น้อง ผมพร้อมจะดูแลน้องไปตลอดชีวิตครับ” กระทิงพูดได้อย่างเต็มปาก ทำให้อาทิตย์มั่นใจในตัวเขา เพราะอย่างไรก็เห็นกระทิงมาตั้งแต่เด็ก และรู้จักนิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี อาทิตย์ก็วางใจได้ ถ้าหากได้กระทิงคนนี้มาดูแลลูกสาว ในฐานะลูกเขย“ลุงฝากลูกสาวของลุงด้วยนะ ถ้าเป็นกระทิง ลุงมั่นใจอยู่แล้วว่าต้องดูน้องจ้าได้”“ขอบคุณนะครับคุณลุง ผมสัญญาว่าจะดูแลน้องจ้าให้ดีที่สุดครับ” กระทิงยกมือไหว้เป็นการขอบคุณ ที่ลุงอาทิตย์ยอมยกลูกสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจให้กับเขา“ลุงน่ะไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว แต่คนที่กรุงเทพนี่สิ”“ทำไมเหรอครับลุง”“เอาเป็นว่าลุงเอาใจช่วยเรานะ ผ่านด่านไปให้ได้ สู้ๆ ”“ผ่านด่านให้ได้เหรอครับ”“เดี๋ยวไปถึงกรุงเทพ เราก็รู้เอง”กระทิงยังงงกับพูดของลุงอาทิตย์ ที่ทิ้งท้ายปริศนาไว้ แต่ถึงจะมีปัญหาและอุปสรรคใหญ่หลวงสักแค่ไหน มีหรือที่คนอย่างเขาจะกลัว ต่อให้มีร้อยด่าน พันด่าน หรือยากแค่ไหน สำหรับกระทิงแล้วคงต้องพุ่งชนอย่างเดียวชายหนุ่มกลับมาเก็บเสื้อผ้า เพื่
กระทิงตื่นขึ้นมาก่อน พร้อมกับนอนจ้องหน้าจ้า ที่กำลังหลับตาพริ้มในอ้อมกอด สายตาคมไล่ระดับใบหน้าสวยทุกอณู เขาทบทวนความรู้สึกมาแล้วทั้งคืน และในตอนนี้ก็แน่ใจในความรู้สึกของตนเองแล้วว่า คิดอย่างไรกับเธอ มือหนาลูบไล้ไปตามพวงแก้มใสระเรื่ออย่างเอ็นดู“อื้อ พี่กระทิงอย่ากวน”“ตื่นได้แล้ว ยัยเด็กขี้เซา”เธอไม่ตื่นแถมยังนำผ้าห่มมาคลุมร่างเล็กจนถึงศีรษะ ทำให้เขาอดยิ้มให้กับความน่ารักของเด็กน้อยขี้เซาคนนี้ไม่ได้“ไปอาบน้ำกัน จะได้เข้าไปในไร่กับพี่”“จ้าไม่ไปหรอกค่ะ วันนี้วันหยุด จ้าจะกลับบ้านไปหาพ่อ”“เดี๋ยวค่อยกลับไปพร้อมกับพี่ พี่ก็มีเรื่องสำคัญที่อยากจะคุยกับลุงอาทิตย์เหมือนกัน” กระทิงพูดออกมาอย่างจริงจัง จนคนที่จ้องหน้ารู้สึกสงสัยเล็กน้อย“เรื่องอะไรเหรอคะ”“เดี๋ยวจ้าก็รู้เอง เอาเป็นว่าตอนนี้เราเข้าไปอาบน้ำกันดีกว่า” คนตัวสูงลุกขึ้นยืน และไม่ลืมที่จะช้อนร่างเล็กขึ้นมาอุ้ม“เดี๋ยวก่อนค่ะ ไหนบอกว่าจะอาบน้ำไง แล้วทำไม...”“ก็นี่ไง อาบพร้อมกัน” ไม่รอให้เธอปฎิเสธเขาก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว และสุดท้ายก็ต้องอาบน้ำพร้อมกัน อย่างที่เขาพูดเอาไว้กระทิงพาจ้าเข้าไปดูงานในไร่ด้วยกัน ทั้งสองเดิ
จ้ากลับบ้านไปพร้อมกับชุดของกระทิง และเธอก็บอกว่าจะมาใหม่ในวันพรุ่งนี้เช้า จะมาให้เขาเห็นหน้าทุก ๆ วัน เมื่อไม่อยากเจอเธอ เขาคงต้องหาอะไรทำ จะได้ไม่ต้องเจอหน้ากันสิ่งที่กระทิงชอบทำเป็นประจำทุกเช้านั่นก็คือ การไปส่งผักและผลไม้ที่มีในไร่ โดยไม่คิดเงินสักบาท เพื่อให้แม่ครัวที่โรงเรียนขนาดเล็ก มีตั้งแต
ในเมื่อกระทิงไม่ยอมคุยกับเธอดี ๆ ก็เลยต้องหาวิธีคุยกับเขาให้รู้เรื่อง หญิงสาวเลยใช้วิธีแอบตามเขาขึ้นมาถึงบนห้องนอน เธอมองดูลาดเลาอยู่ด้านนอกประตูและเห็นว่าเขากำลังปลดชุดออกจนหมด แถมยังพันผ้าเช็ดตัวไว้ช่วงเอวอย่างเสร็จสรรพ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ ที่เธอรู้ก็เพราะสายตาเจ้ากรรมมันดันไปเหลือบเห็นเอง
จ้ากำลังปั่นจักรยานเข้าไปในพื้นที่ไร่กระทิงทอง มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ พลางชำเลืองมองหาเจ้าของบ้านหลังนี้ตั้งแต่ทางเข้าไร่ จนมาถึงหน้าบ้านก็ยังไร้วี่แววของกระทิง“คุณคะ ไม่ทราบว่าคุณมาหาใครเหรอคะ” หญิงวัยกลางคนเห็นท่าทางดูลับ ๆ ล่อ ๆ ของเธอ“คือหนูมาหาพี่กระทิงค่ะ” เมื่อตั้งขาตั้งจักรยานแล้วเส
การได้กลับมาบ้านเกิดคือสิ่งที่ เพชรจรัส หรือน้องจ้า” หญิงสาวหน้าตาสะสวยวัยยี่สิบ ใฝ่ฝันมาโดยตลอด หลังจากที่ย้ายไปเรียนต่อที่กรุงเทพกับแม่ พักอาศัยอยู่ที่บ้านของคุณยาย แท้ ๆ ซึ่งคุณตาของเธอพึ่งเสียไปตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว คุณยายจึงเปรียบเสมือนประมุขใหญ่ของบ้าน อีกทั้งยังมีฐานะร่ำรวย เพียบพร้อมไปด้วยเงิ







