LOGINจ้ากลับบ้านไปพร้อมกับชุดของกระทิง และเธอก็บอกว่าจะมาใหม่ในวันพรุ่งนี้เช้า จะมาให้เขาเห็นหน้าทุก ๆ วัน เมื่อไม่อยากเจอเธอ เขาคงต้องหาอะไรทำ จะได้ไม่ต้องเจอหน้ากัน
สิ่งที่กระทิงชอบทำเป็นประจำทุกเช้านั่นก็คือ การไปส่งผักและผลไม้ที่มีในไร่ โดยไม่คิดเงินสักบาท เพื่อให้แม่ครัวที่โรงเรียนขนาดเล็ก มีตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงมัธยมปลาย ได้ใช้ประกอบอาหารให้กับเด็กในโรงเรียน พอเห็นเด็ก ๆ ได้ทานอย่างมีความสุข เขาก็มีความสุขไปด้วย
“พ่อเลี้ยงครับ ให้ผมไปด้วยไหมครับ” หลังจากช่วยกันนำผักไว้ท้ายรถเสร็จ น้าอินก็ถามขึ้น จะได้มีคนคอยช่วยกระทิงยกผักลงจากรถตอนที่ไปส่ง
“ไม่เป็นไรครับน้า น้าคอยอยู่ทางนี้เถอะ ผมไปเองได้”
“เอางั้นเหรอครับ” กระทิงพยักหน้าเบา ๆ ก่อนที่จะขับรถกระบะคู่ใจ มุ่งหน้าไปยังโรงเรียนขนาดเล็กอย่างที่ทำทุกวัน
“พี่กระทิงคะ พี่กระทิง” น้ำเสียงสดใสตะโกนเรียกจากหน้าคฤหาสน์ แต่ก็ไร้เสียงตอบกลับ แม้กระทั่งป้ามนก็ยังไม่เห็น บ้านดูเงียบเหมือนกับไม่มีผู้ใดอยู่ เธอไม่กล้าเข้าไปในบ้านอย่างถือวิสาสะ เลยทำได้เพียงชะโงกหน้ามองหาเขาจากประตูหน้าบ้านเท่านั้น
เป็นจังหวะเดียวกันที่ชาวี มาหาสมุดบัญชีและเอกสารสำคัญบนโต๊ะทำงานที่บ้านของกระทิงพอดี
“อ้าวคุณจ้า มาหาพี่กระทิงเหรอครับ”
“ค่ะ แล้วพี่กระทิงไม่อยู่เหรอคะ”
“ถ้าช่วงเวลานี้ พี่กระทิงจะไปส่งผักที่โรงเรียนครับ”
“โรงเรียนเหรอคะ” เธอนึกถึงโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่เคยเรียนในวัยเด็ก ก่อนที่จะย้ายไปเรียนในกรุงเทพ ซึ่งกระทิงเป็นรุ่นพี่ของเธอและเคยเดินกลับบ้านด้วยกันทุกวัน ช่วงเวลานั้นเป็นอะไรที่มีความสุขมากมายเหลือเกิน
“อ๋อจริงสิ ผมมีเอกสารด่วน ที่ต้องให้พี่กระทิงเซ็นอยู่พอดี คุณจ้าไปด้วยกันไหมครับ”
“ได้เหรอคะ”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ งั้นรอผมสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมเข้าไปเอาเอกสารก่อน”
“ค่ะ” พูดจบชาวีก็เข้าไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานของกระทิง
กระทิงขับรถมาจอดไว้ที่ท้ายโรงอาหาร จะได้ยกตระกร้าลงสะดวก มือหนาเปิดท้ายรถ พลางมองหาครูสาวหน้าหวานไปด้วย ผู้ที่ดูแลงานในส่วนครัว แต่วันนี้กลับไม่พบ ทำให้กระทิงหันไปสนใจผักที่ท้ายรถต่อ
“ขอบคุณนะคะ พ่อเลี้ยง” จู่ ๆ เธอก็เดินมาด้านหลังของเขา เป็นจังหวะเดียวกันที่กระทิงกำลังยกเข่งผักลงมา ทำให้ทั้งสองหันมาสบตากันโดยบังเอิญ
“ครับ” ชายหนุ่มยิ้มเขินจนเสียอาการ มือหนายกขึ้นเกาศีรษะเบาๆ เมื่อได้พบกับครูสาวหน้าหวานที่แสนเรียบร้อยคนนี้
“มาค่ะ เดี๋ยวปลายฟ้าช่วย” ครูปลายฟ้ายื่นมือมาเพื่อจะช่วยคนตรงหน้า
“ไม่เป็นไรครับ มันหนักมาก ผมถือเองน่าจะดีกว่า”
“ก็ได้ค่ะ ก็พ่อเลี้ยงทั้งหล่อแถมยังแข็งแรงอยู่แล้วนี่คะ คงไม่ต้องถึงมือปลายฟ้าหรอกใช่ไหม”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ” มือหนายกขึ้นมาเกาศีรษะอีกครั้ง เมื่อเห็นครูสาวยิ้มให้แถมยังพูดเล่นอีก เขาเองก็ทำตัวไม่ถูก
“พี่กระทิง” หันหน้าไปตามเสียงเรียก ก็เห็นว่าจ้ากับชาวีกำลังยืนจ้องอยู่ข้าง ๆ
“จะตามมาทำไมก็ไม่รู้” กระทิงบ่นเบา ๆ แต่คนรอบข้างกลับได้ยิน ไม่เว้นแม้กระทั่งจ้า แต่ต้องทำเป็นเหมือนหูทวนลม ไม่สนใจคำพูดของเขา แม้ว่าข้างในจะรู้สึกเจ็บแปลบ ๆ กับภาพที่เห็นกระทิงยิ้มให้กับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เธอ
“มาค่ะเดี๋ยวจ้าช่วย” ใบหน้าสวยฝืนยิ้มทำเหมือนกับคนไม่เป็นอะไร แต่ในใจลึก ๆ กลับเจ็บจี๊ดจนอกแทบจะระเบิด
“อยากช่วยมากใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
“ที่ท้ายรถ”
“คะ”
“ขนไปคนเดียวให้หมดแล้วกัน” ก่อนจะหันกลับมาคุยกับคุณครูแสนสวยต่อ
“ไปครับครูฟ้า” กระทิงทำท่าจะเดินออกไปพร้อมกับครูปลายฟ้า
“จะดีเหรอคะพ่อเลี้ยง แล้วเธอจะไม่...”
“เธอไหวอยู่แล้วครับ แค่นี้เอง ใช่ไหม” กระทิงหันมายิ้มมุมปากพร้อมกับเลิกคิ้วเชิงถาม
“ไม่เป็นไรนะครับ ถ้าไม่มีใครช่วย เดี๋ยวผมชาวีคนนี้ช่วยเองครับ”
“ขอบคุณมากนะคะพี่ชาวี ถ้าพี่กระทิงคิดว่าจ้าทำไหว จ้าก็ไหวค่ะ”
“หึ” ทีอย่างนี้ยังมีหน้ามายิ้มหน้าระรื่นให้กับผู้ชายคนอื่นได้อีก สงสัยผักที่ให้ยกเป็นสิบเข่งจะน้อยไปสำหรับเธอ เราน่าจะขนมาอีกสักร้อยสองร้อยเข่ง
“เราไปกันเถอะครับครูฟ้า”
“เอ่อ...งั้นก็ได้ค่ะ” ครูปลายฟ้ามองหน้าจ้าแล้วมาหยุดที่ใบหน้าของชาวีก็เห็นว่าเขาเบี่ยงหน้าไปทางอื่น ทำให้เธอต้องเดินไปพร้อมกับกระทิง
“อย่าไปสนใจพี่กระทิงเลยครับ คุณจ้าเป็นผู้หญิงจะให้มายกแบบนี้คนเดียวได้ไง พี่ผมนี่ไม่ไหวเลย” นึกแล้วก็โกรธพี่ตนเองขึ้นมา ไม่รู้จะอะไรกับผู้หญิงที่ทำตัวใสซื่ออย่างปลายฟ้านักหนา ทำไมถึงทำเป็นไม่สนใจกับคนที่เคยสนิทกันอย่างจ้า ช่วงนี้ชาวีไม่เข้าใจในตัวของพี่กระทิงเลยจริง ๆ
ระหว่างทางเดินไปยังห้องครัวของโรงเรียน จ้ายังคงลังเลที่จะถามกับชาวีในเรื่องของกระทิง อาจเป็นเพราะกลัวคำตอบของน้องชายคนสนิท
“พี่ชาวีคะ”
“ครับ”
“จ้าขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ หรือไม่ถามดีนะ” จ้ายังคงสองจิตสองใจ
“อยากถามอะไรก็ถามมาเถอะครับ พี่ไม่ว่า”
“คือจ้าอยากรู้ว่าพี่กระทิงกับคุณ...”
“ครูปลายฟ้าใช่ไหมครับ” เธอพยักหน้ารัว ๆ
“ดูเหมือนพี่กระทิงจะชอบครูปลายฟ้านะครับ”
“งะ...งั้นเหรอคะ” เจ้าของใบหน้าสวยรู้สึกอึ้งในคำตอบที่กลัวจนได้ เมื่อได้รู้ว่าเขามีคนในใจอยู่แล้ว และเธอควรจะทำอย่างไรต่อไปดี ควรจะก้าวไปข้างหน้าหรือว่าถอยหลังดียังไม่รู้เลย
“คุณจ้าครับ คุณจ้า”
“ค...คะ”
“คุณจ้ารอกลับพร้อมพี่กระทิงเลยนะครับ”
“ทำไมล่ะคะ”
“พอดีผมต้องแวะไปหาลูกค้าแถวนี้ก่อน น่าจะอีกหลายชั่วโมงกว่าจะได้กลับไร่ ผมกลัวว่าคุณจ้าจะรอนาน”
“เอางั้นก็ได้ค่ะ”
พอช่วยจ้าขนผักมาวางในห้องครัวเสร็จ ชาวีก็รีบไปหาลูกค้าที่นัดหมายไว้ทันที จ้าที่ไม่รู้จะทำอะไร ก็เอาแต่นั่งมองคนทั้งคู่อยู่ที่โต๊ะตัวยาวฝั่งตรงข้ามในโรงอาหาร พอเห็นเขาคุยกันอย่างกระหนุงกระหนิง ก็รู้สึกอิจฉาไปด้วย
“คุณกระทิงจะนำลิ้นจี่ ไปวางขายที่ตลาดของปลายฟ้าใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับ คือผมอยากจะเปิดแผงขายเองบ้าง อยากให้คุณฟ้าช่วยแนะนำหน่อย ว่าพอมีอะไรที่จะวางขายได้บ้าง เพราะผมยังไม่เก่งเรื่องค้าปลีกสักเท่าไหร่”
“งั้นเดี๋ยววันหยุดฟ้าเข้าไปดูที่ไร่ให้นะคะ”
“ดีเลยครับ งั้นเดี๋ยวผมเข้าไปรับครูฟ้าที่บ้านนะครับ”
“จะดีเหรอคะ รบกวนพ่อเลี้ยงหรือเปล่า เดี๋ยวฟ้าขับรถไปเองก็ได้นะคะ”
“ไม่เลยครับ คุณฟ้าเป็นแขกในไร่ ผมก็ต้องดูแลเป็นพิเศษ ไม่ถือว่าเป็นการรบกวน ตรงกันข้ามผมกลับเต็มใจซะอีก” นอกจากเธอจะเป็นครูสอนเด็ก ๆ ครอบครัวของเธอก็ยังเป็นเจ้าของตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนี้ ปลายฟ้ารับหน้าที่ติดต่อชาวไร่ ชาวสวนแถวนี้ให้มาวางจำหน่ายผักและผลไม้ในตลาดของเธอในราคาเป็นกันเอง ไม่แปลกใจที่เธอจะสนิทกับกระทิง เพราะต้องติดต่อเรื่องงานกันอยู่บ่อย ๆ
“งั้นก็ได้ค่ะ”
“เห็นฉันเป็นอากาศไปแล้วหรือไง มัวแต่จีบกันอยู่ได้”
“เธอว่าอะไรนะ” กระทิงละสายตาจากครูปลายฟ้า หันไปมองคนที่กำลังนั่งทำปากขมุบขมิบ
“เปล่าค่ะ แค่บอกว่าอยากกลับบ้านแล้ว”
“อยากกลับก็กลับสิ ใครจับขาเธอไว้ล่ะ” กระทิงพูดเชิงดุ
“ไม่ได้มีใครจับขาไว้หรอกค่ะ แต่พี่ชาวีก็มีธุระต่อ และจ้าเองก็ไม่มีรถกลับด้วยสิ จ้าเดินกลับเองก็ได้ ถึงแม้ระยะทางจะหลายกิโลก็เถอะนะ เฮ้อ...คงจะปวดขาน่าดู จ้ากลับก่อนนะคะ” เธอพูดออกมาอย่างน่าสงสารเพื่อหวังให้อีกคนเห็นใจ
“เอางี้ไหมคะ ให้ปลายฟ้าไปส่งคุณจ้าให้ไหมคะ” จ้ายิ้มเจื่อน ๆ ให้กับปลายฟ้า
“ไม่เป็นไรค่ะครูฟ้า ครูฟ้ามีสอนเด็ก ๆ ตอนบ่ายไม่ใช่เหรอ จ้าไม่รบกวนดีกว่าค่ะ” จ้าดูแล้วครูปลายฟ้าน่าจะไม่มีพิษมีภัย เธอเลยพูดด้วยอย่างเป็นมิตร
“เอางั้นเหรอคะ” จ้าเพียงแต่พยักรับ และกำลังทำท่าจะลุกเดิน
“งั้นรบกวนคุณกระทิง...” ครูปลายฟ้าเลยหันมาหากระทิง
“ได้สิครับ”
ดูแล้วพี่กระทิงคงจะชอบครูปลายฟ้ามาก ยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็รีบตอบรับเสียแล้ว ซึ่งแตกต่างจากเธอโดยสิ้นเชิง คิดไปแล้วก็น่าน้อยใจนัก คอยดูนะอย่าให้ถึงทีจ้าบ้างแล้วกัน จะเอาคืนให้หนักเลยคอยดู
ชายหนุ่มรีบเข้าไปตรวจดูความเรียบร้อยในไร่ สั่งการคนงานไว้ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ในระหว่างที่ตัวเขาไม่อยู่ที่นี่หลายวัน เพราะนี่ก็เป็นเวลาสองปี ครบกำหนดตามสัญญาที่ตกลงไว้กับคุณยายของจ้า ด้วยความรักและความคิดถึงสุดขั้วหัวใจ ทำให้เขาต้องรีบไปเก็บเสื้อผ้าให้เร็วที่สุด เพื่อจะไปรับจ้าที่กรุงเทพ ให้มาอยู่ด้วยกันที่ไร่กระทิงทองแห่งนี้“พี่กระทิงครับ พี่กระทิง” ชาวีวิ่งมาหาเขาถึงห้องนอน“มีอะไรชาวี”“ไม่ต้องเก็บเสื้อผ้าแล้วครับ”“ทำไม ฉันต้องรีบไปหาจ้าที่กรุงเทพ ออ ฝากนายดูแลไร่แทนด้วยนะ ฉันจะไปสักสองสามวัน”“ที่ผมบอกว่า ไม่ต้องไปคือว่า...”“ทำไม”“คุณจ้าครับ”“จ้าทำไม เกิดเรื่องอะไรกับจ้า”“คุณจ้ามาที่นี่ครับ”ได้ยินชื่อคนที่กำลังคิดถึง เขาก็ไม่รีรออะไรอีกแล้ว อยากจะกอดอยากจะหอมแก้มแรง ๆ ให้หายคิดถึง สองขายาว ๆ วิ่งลงจากบันไดพลางมองหาใบหน้าสวยที่คิดถึงสุดหัวใจ“จ้า จ้ามาหาพี่แล้วใช่ไหม จ้า” สายตาคมมองซ้ายมองขวาหาร่างของคนรัก พอไม่เห็นในบ้าน ชายหนุ่มก็เดินออกไปหานอกบ้าน รอบบ้าน และสุดท้ายก็เห็นเธอจนได้ ด้วยความดีใจ เขากำลังจะวิ่งไปกอดร่างเล็กให้หายคิดถึงแต่ทว่ามีชายคนหนึ่งเดินผ่านชิงตัดหน้า เข้า
“ทำไมคุณยายต้องพูดแบบนี้ด้วยคะ ไม่เอาค่ะ ถ้าพี่กระทิงอยู่ที่ไหน จ้าก็จะอยู่ที่นั่นค่ะ”“ว่าไง นายทำได้ไหม”“ถ้าเป็นเรื่องนี้ ผมคงทำให้คุณยายไม่ได้ครับ เพราะผมรักจ้า และผมจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้คุณยายยอมรับในตัวของผม”“ยอมทำทุกอย่างเลยใช่ไหม”“ครับทุกอย่าง”“นายกับยัยจ้าต้องห่างกัน ไม่ติดต่อกันเลย จนกว่ายัยจ้าจะเรียนจบ ถ้าถึงวันนั้นเมื่อไหร่ หรือพวกเธอยังรักกันอยู่ละก็ ฉันจะไม่ขัดขวางความรักของพวกเธอสองคน ตกลงไหม” ็ได้“คุณยายคะ” ถ้าเป็นแบบนั้น คนที่ขาดใจ คงจะเป็นจ้ามากกว่า การรอใครสักคน โดยเฉพาะคนที่รัก กว่าจะรักกันได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วนี่ต้องห่างกันอีก เธอคงทนไม่ไหวแน่ ๆ“ตกลงครับ ผมจะทำตามที่คุณยายบอก แล้วถึงวันนั้นเมื่อไหร่ ผมจะมาขอน้องแต่งงาน แล้วไปอยู่ที่บ้านไร่ด้วยกัน หวังว่าคุณยายคงทำตามสัญญาที่ให้ไว้นะครับ และต้องยกน้องจ้าให้ผม โดยไม่มีข้อแม้”“คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีทางคืนคำ”“ไม่เอาแบบนี้นะพี่กระทิง จ้าอยากอยู่กับพี่กระทิง อย่าทิ้งจ้าไปเลยนะ” ดวงตากลมเอ่อล้นด้วยน้ำตา ที่ไหลพรากลงมาเปื้อนแก้ม สองมือน้อยกุมมือหนาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้เขาจากไปไหน“จ้าฟังพี่ให้ดี ๆ
รถของกระทิงจอดในลานจอดรถของคณะวิศวะ แล้วเขาก็ยืนยันที่จะตามมาส่งเธอให้ถึงที่หมายให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะไม่กลับ พอเดินมาถึงที่โต๊ะใต้ตึกคณะ เพื่อนสาวทั้งสองในกลุ่มเดียวกับจ้า ก็เข้ามาทักทาย“จ้า ใครอะแก หล่อมาก” ถึงแม้เป็นเสียงกระซิบ แต่ทว่ากระทิงกลับได้ยินอย่างชัดเจน เขาเลยยิ้มทักทายให้กับเพื่อนสาวของจ้าด้วย“พี่กระทิง”“แล้วเขาเป็นอะไรกับจ้า พี่ชายเหรอ”จ้ายิ้มให้เพื่อน ในใจคิดจะแกล้งกระทิง แต่พอเห็นสีหน้าที่ดูหงอย ๆ รอฟังคำตอบของพี่เขาแล้ว ก็แกล้งไม่ลง“อยากรู้จริงเหรอ”“อยากรู้สิ ก็เพื่อนเรามีหนุ่มมาส่งถึงคณะขนาดนี้ ไหนจะนายราเชนท์นั่นอีก เสน่ห์แรงสุด ๆ ไปเลยนะเธอ”“ราเชนท์เป็นได้แค่เพื่อนกัน แต่คนตรงหน้านี้คือ...”“คือ...” เพื่อนทั้งสองพูดพร้อมกัน“ผัว เอ้ย สามีของจ้าเอง” จ้าพูดยิ้ม ๆ กระทิงเองก็ยิ้มตาม“แหม ไม่เบาเลยนะเพื่อนเรา ยกนิ้วให้เลยค่ะ”“แน่อยู่แล้วจ๊ะ จ้าซะอย่าง”แต่พอทุกคนได้เห็นสีหน้าเศร้าของราเชนท์ ที่อยู่ด้านหลังของกระทิง ไม่รู้มาตั้งแต่ตอนไหน ได้ยินที่จ้ากับเพื่อนพูดหรือเปล่า ก็ต้องหุบยิ้มลงทันที“จ้ามาถึงนานแล้วเหรอ”“คือจ้ามาถึงสักพักแล้วน่ะเชนท์”“ถ้าอย่างนั้นเชนท์
ชายหนุ่มโน้มใบหน้าขยับเข้ามาใกล้ ๆ อีกคนก็ได้แต่เบี่ยงหน้าไปทางซ้ายทีขวาที พอเธอเผลอสบตาเข้ากับสายตาคมคู่นี้ เขาก็จู่โจมโดยการกดริมฝีปากลงมาประทับริมฝีปากบางอย่างนุ่มนวล แล้วยังจะมีหน้ามาเลิกคิ้วท้าทายกันอีก“ปล่อยจ้าเดี๋ยวนี้เลยนะ คนฉวยโอกาส” ร่างเล็กดีดดิ้นในอ้อมกอดของคนตัวโต ยิ่งพูดเหมือนยิ่งยุ ดูเหมือนว่าเขาจะยิ่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น จนเธอเริ่มหายใจไม่ออก“ทำไม ทีเมื่อก่อนไหนอยากกอด อยากจูบพี่นักไม่ใช่เหรอ นี่ไง จ้าอยากทำอะไรก็ตามสบายเลยนะ พี่ไม่ว่า”“ไม่ค่ะ จ้าไม่อยากทำแล้ว แล้วจ้าก็ไม่ได้คิดอะไรกับพี่แล้วด้วย”“ปากแข็ง” ริมฝีปากบางถูกจูบอีกครั้ง“พี่กระทิง ทำแบบนี้อีกแล้วนะ”“ทำไมพี่จะทำไม่ได้ ก็จ้าเป็นผู้หญิงของพี่”“ไม่ใช่ค่ะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”“เราได้กันแล้ว พี่เป็นผัวจ้า แล้วจ้าก็เป็นเมียพี่มันก็ถูกแล้วนี่”“ไม่ใช่สักหน่อย คนพี่รักต่างหากล่ะ ถึงจะใช้คำนั้นได้ ถึงจะถูก”“ก็นี่ไงคนที่พี่รัก”“ครู....”“จ้า”“ว่าไงนะคะ”“คนที่พี่รัก คือจ้าคนเดียวเท่านั้น”เธอกำลังอึ้งจนพูดไม่ออก“ไม่เชื่อใช่ไหม ได้” กระโจนจูบเธออีกครั้ง ทำให้เธอต้องหันมามองหน้าเขาเชิงค้อน“ยัยจ้า”คุณหญิงมณ
“เปล่าครับคุณลุง ที่ผมทำไปทั้งหมดด้วยความเต็มใจ แล้วก็รู้ใจตนเองแล้ว”“รู้ใจตัวเอง”“ใช่ครับ รู้ใจตัวเองว่ารักจ้า ในแบบของคนรัก ไม่ใช่แบบพี่น้อง ผมพร้อมจะดูแลน้องไปตลอดชีวิตครับ” กระทิงพูดได้อย่างเต็มปาก ทำให้อาทิตย์มั่นใจในตัวเขา เพราะอย่างไรก็เห็นกระทิงมาตั้งแต่เด็ก และรู้จักนิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี อาทิตย์ก็วางใจได้ ถ้าหากได้กระทิงคนนี้มาดูแลลูกสาว ในฐานะลูกเขย“ลุงฝากลูกสาวของลุงด้วยนะ ถ้าเป็นกระทิง ลุงมั่นใจอยู่แล้วว่าต้องดูน้องจ้าได้”“ขอบคุณนะครับคุณลุง ผมสัญญาว่าจะดูแลน้องจ้าให้ดีที่สุดครับ” กระทิงยกมือไหว้เป็นการขอบคุณ ที่ลุงอาทิตย์ยอมยกลูกสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจให้กับเขา“ลุงน่ะไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว แต่คนที่กรุงเทพนี่สิ”“ทำไมเหรอครับลุง”“เอาเป็นว่าลุงเอาใจช่วยเรานะ ผ่านด่านไปให้ได้ สู้ๆ ”“ผ่านด่านให้ได้เหรอครับ”“เดี๋ยวไปถึงกรุงเทพ เราก็รู้เอง”กระทิงยังงงกับพูดของลุงอาทิตย์ ที่ทิ้งท้ายปริศนาไว้ แต่ถึงจะมีปัญหาและอุปสรรคใหญ่หลวงสักแค่ไหน มีหรือที่คนอย่างเขาจะกลัว ต่อให้มีร้อยด่าน พันด่าน หรือยากแค่ไหน สำหรับกระทิงแล้วคงต้องพุ่งชนอย่างเดียวชายหนุ่มกลับมาเก็บเสื้อผ้า เพื่
กระทิงตื่นขึ้นมาก่อน พร้อมกับนอนจ้องหน้าจ้า ที่กำลังหลับตาพริ้มในอ้อมกอด สายตาคมไล่ระดับใบหน้าสวยทุกอณู เขาทบทวนความรู้สึกมาแล้วทั้งคืน และในตอนนี้ก็แน่ใจในความรู้สึกของตนเองแล้วว่า คิดอย่างไรกับเธอ มือหนาลูบไล้ไปตามพวงแก้มใสระเรื่ออย่างเอ็นดู“อื้อ พี่กระทิงอย่ากวน”“ตื่นได้แล้ว ยัยเด็กขี้เซา”เธอไม่ตื่นแถมยังนำผ้าห่มมาคลุมร่างเล็กจนถึงศีรษะ ทำให้เขาอดยิ้มให้กับความน่ารักของเด็กน้อยขี้เซาคนนี้ไม่ได้“ไปอาบน้ำกัน จะได้เข้าไปในไร่กับพี่”“จ้าไม่ไปหรอกค่ะ วันนี้วันหยุด จ้าจะกลับบ้านไปหาพ่อ”“เดี๋ยวค่อยกลับไปพร้อมกับพี่ พี่ก็มีเรื่องสำคัญที่อยากจะคุยกับลุงอาทิตย์เหมือนกัน” กระทิงพูดออกมาอย่างจริงจัง จนคนที่จ้องหน้ารู้สึกสงสัยเล็กน้อย“เรื่องอะไรเหรอคะ”“เดี๋ยวจ้าก็รู้เอง เอาเป็นว่าตอนนี้เราเข้าไปอาบน้ำกันดีกว่า” คนตัวสูงลุกขึ้นยืน และไม่ลืมที่จะช้อนร่างเล็กขึ้นมาอุ้ม“เดี๋ยวก่อนค่ะ ไหนบอกว่าจะอาบน้ำไง แล้วทำไม...”“ก็นี่ไง อาบพร้อมกัน” ไม่รอให้เธอปฎิเสธเขาก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว และสุดท้ายก็ต้องอาบน้ำพร้อมกัน อย่างที่เขาพูดเอาไว้กระทิงพาจ้าเข้าไปดูงานในไร่ด้วยกัน ทั้งสองเดิ
การได้กลับมาบ้านเกิดคือสิ่งที่ เพชรจรัส หรือน้องจ้า” หญิงสาวหน้าตาสะสวยวัยยี่สิบ ใฝ่ฝันมาโดยตลอด หลังจากที่ย้ายไปเรียนต่อที่กรุงเทพกับแม่ พักอาศัยอยู่ที่บ้านของคุณยาย แท้ ๆ ซึ่งคุณตาของเธอพึ่งเสียไปตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว คุณยายจึงเปรียบเสมือนประมุขใหญ่ของบ้าน อีกทั้งยังมีฐานะร่ำรวย เพียบพร้อมไปด้วยเงิ
ทันทีที่เปิดประตูขึ้นมาบนรถ ชายหนุ่มก็เอาแต่เหยียบคันเร่งด้วยความเร็ว แทบจะไม่สนใจคนข้าง ๆ เลยด้วยซ้ำว่าจะรู้สึกเช่นไร ขับรถโหดเหมือนโกรธใครมา ถ้าหากว่าไม่ใช่คนนั่ง ข้าง ๆ นี้“พี่กระทิงขับช้า ๆ หน่อยได้ไหมคะ จ้าหัวใจจะวายอยู่แล้ว” ถึงแม้เขาอาจจะคิดว่าเธอพูดเล่น แต่ถ้ามองมาแล้วอาจจะเห็นว่าใบหน้าขาว
ในเมื่อกระทิงไม่ยอมคุยกับเธอดี ๆ ก็เลยต้องหาวิธีคุยกับเขาให้รู้เรื่อง หญิงสาวเลยใช้วิธีแอบตามเขาขึ้นมาถึงบนห้องนอน เธอมองดูลาดเลาอยู่ด้านนอกประตูและเห็นว่าเขากำลังปลดชุดออกจนหมด แถมยังพันผ้าเช็ดตัวไว้ช่วงเอวอย่างเสร็จสรรพ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ ที่เธอรู้ก็เพราะสายตาเจ้ากรรมมันดันไปเหลือบเห็นเอง
จ้ากำลังปั่นจักรยานเข้าไปในพื้นที่ไร่กระทิงทอง มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ พลางชำเลืองมองหาเจ้าของบ้านหลังนี้ตั้งแต่ทางเข้าไร่ จนมาถึงหน้าบ้านก็ยังไร้วี่แววของกระทิง“คุณคะ ไม่ทราบว่าคุณมาหาใครเหรอคะ” หญิงวัยกลางคนเห็นท่าทางดูลับ ๆ ล่อ ๆ ของเธอ“คือหนูมาหาพี่กระทิงค่ะ” เมื่อตั้งขาตั้งจักรยานแล้วเส







