LOGIN“ก็คอยดูสิ แต่ฉันว่า ยายนารารอดไม่รอดไม่รู้... แต่ฉันเดิมพันร้อยล้านว่า คืนนี้ คนที่นอนกัดฟันกรอดไม่ได้นอน คือซีอีโอหน้าตึงคนนั้นเอง"
มินตราหยิบแก้วค็อกเทลขึ้นจิบ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก "ต่อให้เขาแบกความแค้นมาสิบปี แต่เจอฤทธิ์แมวป่า ที่โดนต้อนจนมุมเข้าไป... ระวังเสือจะกลายเป็นทาสเฝ้ากรงซะเอง" ตัดภาพกลับมาที่ลิฟต์แก้วพุ่งทะยานขึ้นชั้น 45... ธีร์ตรึงข้อมือบางไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บกระดูก แต่แฝงด้วยความกดดันดิบเถื่อนที่สะสมมานานหลายปี แว่นตากรอบบางใต้แสงนีออนสะท้อนแววตาวาวโรจน์ "เด็กเส้นอย่างเธอ... คิดว่าจะหนีพ้นเงาบุญคุณที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้บนหลังหรือไงนารา?" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันกระซิบชิดใบหู ท่ามกลางความสูงเสียดฟ้าที่บีบอัดทุกลมหายใจ นาราเงยหน้าสบตาคมกริบนั้น นัยน์ตากลมโตไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายท้าทายที่จุดไฟแค้นในอกเขาให้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม "บุญคุณฉันทดแทนด้วยผลประกอบการบริษัทสามร้อยล้านไปหมดแล้วค่ะบอส” “ตอนไหน ทำงานพลาด แล้วไม่เนี้ยบสักชิ้น ถ้าไม่มีฉันช่วย...รับประกันว่า เธอไม่รอดสักงาน” “โถ่! มาตรฐานอย่างนี้ ใครจะอยู่ด้วยไหว” “ลาออกสิ” “เรื่องอะไรคะ ใครอยากจะโดนปรับ อีกอย่างไม่มีเงินใช้หนี้” เธอตอบออกไป หันหลังให้เขา แล้วหน้ามุ่ยสุดๆ ปากบนจะจรดติดกับปลายจมูกอยู่แล้ว “ชิ! เดี๋ยวได้รู้กัน ฉันจะให้คุณหลับไปสามวันสามคืนเลย” “ว่าอะไรนะ” ทั้งที่เธองึมงำๆ เขายังจะมาได้ยินอีก “ด่าฉันหรือ” “เปล่าค่ะ ใครจะกล้าด่าคุณ” “เอ้อ... รู้ตัวก็ดีแล้ว เจียมตัวหน่อยนะ” “ค่ะ พูดทวงบุญคุณเป็นครั้งที่ล้านแล้วมั้ง” เธอหันมาสบตากับเขา ทำเม้มปาก สายตาแช่งชักหักกระดูก แต่เขาทำเป็นไม่สนใจ เงยหน้าขึ้นดูตัวเลขที่กำลังวิ่งขึ้นชั้นบน ติ๊ง... เสียงสัญญาณลิฟต์ “ไม่ต้องคิดหนีนะ” “โอ๊ย! ถ้าคิดจะหนีนะคะ หนูจะไม่บอกคุณหรอก จะหนีไปให้ไกล แบบสุดหล้าฟ้าเขียวเลย จะไม่ให้เห็นหน้าอีก” คำประชดที่แฝงความจริงจากหัวใจของหญิงสาวทั้งหมอ ‘ฮึ! คืนนี้แหละ ฉันจะสอนให้นายได้รู้ว่า... ใครกันแน่ที่เป็นคนกุมรีโมทชีวิต ฮึ! เตรียมตัวนอนหลับไปสามวันสามคืนเลย" หญิงสาวกระหยิ่มยิ้มย่อง ลิฟต์แก้วส่วนตัวพุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้น 45 ของตึกระฟ้าด้วยความเร็วสูง แสงไฟนีออนจากเบื้องล่างบีบอัด กลายเป็นเส้นแสงวับแวมราวกับทางช้างเผือกในอวกาศ ในความเงียบงันและอึดอัดของตู้กระจกใส นารายังคงยืนกอดอกพิงผนังกระจก แววตาร้ายกาจสะท้อนเงาของซีอีโอหนุ่มผู้ยืนกอดอกหน้าตึงไม่แพ้กันอยู่ตรงหน้า ในกระเป๋าคลัตช์ใบเล็ก หลอดแก้วบรรจุของเหลวใสไร้สี ที่มินตราเคยแอบกระซิบ ตอนเอาให้เธอไปหยดใส่เครื่องดื่มของใครสักคน ที่เมาแล้วเลอะเทอะ และนาคาอยากส่งเข้านอนไปยาวๆ รับประกันว่า จะนอนไปสามวันสามคืน แผนของนารา พอไปถึงบนห้อง เธอจะหยดใส่แก้วให้บอสกิน แล้วตัวเองชิ่งกลับคอนโดไปนอนหลับสบาย ติ๊ง! ประตูเลื่อนเปิดออก พร้อมรับร่างสูงสง่าก้าวออกมา “ตามมาสิ” “แหม... รีบไปไหนกันคะ ฉันก็เมาหน่อยๆ แล้วนะ” “นิสัยแย่ ยังไม่วันศุกร์ วันเสาร์ ดันเข้าบาร์ไปกินดื่ม พรุ่งนี้ทำงานไม่ได้จะเป็นไง” “อ้าว... คุณก็อยู่ที่เดียวกับฉันนี่คะ” “นี่! ยังจะมาเถียงอีก ถนัดนักนะ เถียงคอเป็นเอ็นนี้” “หนูเปล่าสักหน่อย” “ฉอดๆ ยังว่าเปล่าอีก โกหกพกลม” “พกลมก็ดี จะได้เย็นตลอดเวลา” เธอต่อปากต่อคำกับเขาเบาๆ ธีร์หันมามองหน้า ก่อนจะถึงที่หน้าประตูเพนต์เฮาส์สไตล์เพียวมินิมอลโมเดิร์นคุมโทนสีเทาดำของเขา คลิก... เสียงการ์ดที่เสียบเข้าไป เขาเดินนำหน้าเธอเข้าไปในห้อง “เข้ามาสิ” “ค่ะ” นาราลากเสียงยาว “หนูหิวน้ำพอดี” เธอรีบบอก คิดทำตามแผน นาราเห็นเจ้านายเดินไปที่กระจกเงาบานยักษ์ที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามดึกดื่น ธีร์โยนสูทพาดไว้กับพนักเก้าอี้หนัง ปลดเนกไทออกลวกๆ เผยลำคอแกร่งและกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ปลดออกสองเม็ดแรก "รีบๆ เข้า แล้วมานั่งตรงโซฟานี่ หรือจะให้ฉันยกแลปท็อปมาเปิดตรงโต๊ะบาร์ครัวกันหา?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพรางก้าวเท้ามาทางเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีดำขลับกลางห้อง “แป๊บหนึ่งสิคะ ตอนที่อยู่ในบาร์ หนูสั่งเครื่องดื่มแล้ว ยังไม่ได้ดื่มสักนิดหนึ่ง บอสก็ลากที่นี่เสียก่อน” ปากว่า ตาขยิบ นาราตาสว่างวับ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมุมปาก... ‘ได้ อยากตรวจการบ้านนักใช่ไหมบอส? จัดให้’ ร่างระหงหยิบแก้วคริสตัลสองใบ เอื้อมมือหยิบขวดมอลต์พรีเมียมบนชั้นมาเทลงไป ก่อนจะแอบใช้นิ้วมือเรียวดึงจุกหลอดแก้วในกระเป๋า แล้วหยดของเหลวใสลงไปในแก้วด้านซ้ายที่ตั้งใจจะส่งให้บอส ‘หลับฝันดีนะบอส... ตื่นมาพรุ่งนี้ค่อยประเมิน KPI ใหม่นะจ๊ะ หรือไม่ก็อีกสามวัน อิ-อิ-’“ก็คอยดูสิ แต่ฉันว่า ยายนารารอดไม่รอดไม่รู้... แต่ฉันเดิมพันร้อยล้านว่า คืนนี้ คนที่นอนกัดฟันกรอดไม่ได้นอน คือซีอีโอหน้าตึงคนนั้นเอง" มินตราหยิบแก้วค็อกเทลขึ้นจิบ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก "ต่อให้เขาแบกความแค้นมาสิบปี แต่เจอฤทธิ์แมวป่า ที่โดนต้อนจนมุมเข้าไป... ระวังเสือจะกลายเป็นทาสเฝ้ากรงซะเอง"ตัดภาพกลับมาที่ลิฟต์แก้วพุ่งทะยานขึ้นชั้น 45...ธีร์ตรึงข้อมือบางไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บกระดูก แต่แฝงด้วยความกดดันดิบเถื่อนที่สะสมมานานหลายปี แว่นตากรอบบางใต้แสงนีออนสะท้อนแววตาวาวโรจน์"เด็กเส้นอย่างเธอ... คิดว่าจะหนีพ้นเงาบุญคุณที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้บนหลังหรือไงนารา?" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันกระซิบชิดใบหู ท่ามกลางความสูงเสียดฟ้าที่บีบอัดทุกลมหายใจนาราเงยหน้าสบตาคมกริบนั้น นัยน์ตากลมโตไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายท้าทายที่จุดไฟแค้นในอกเขาให้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม"บุญคุณฉันทดแทนด้วยผลประกอบการบริษัทสามร้อยล้านไปหมดแล้วค่ะบอส”“ตอนไหน ทำงานพลาด แล้วไม่เนี้ยบสักชิ้น ถ้าไม่มีฉันช่วย...รับประกันว่า เธอไม่รอดสักงาน”“โถ่! มาตรฐานอย่างนี้ ใครจะอยู่ด้วยไหว”“ลาออกสิ”“เรื่องอะไรคะ ใครอยากจ
แสงไฟแอมเบอร์สาดส่องลงบนใบหน้าตึงเป๊ะของซีอีโอหนุ่ม ผู้ไม่เคยปล่อยให้ช่องว่างใดๆ หลุดลุดรอดจากการประเมินธีร์ไม่ได้แค่นั่งลงเฉยๆ แต่เขาลากเก้าอี้เข้ามาประชิด จนเข่าแทบจะชนใต้โต๊ะหินอ่อน แว่นตากรอบกระดาษถูกดันขึ้นเล็กน้อยด้วยปลายนิ้วชี้ ดวงตาคมกริบมองเลขาฯ สาวตัวแสบที่เมื่อกี้ยังป่าวประกาศเรื่อง PowerPoint ฉอดๆนาราชะงักค้างในท่าถือแก้ว มือไม้แข็งทื่อไปชั่วขณะ สมองประมวลผลเร็วกว่าไฟเบอร์ออปติก บอสมาตั้งแต่ตอนไหนวะ หรือยืนฟังตั้งแต่ฉันพูดย่อหน้าแรกแล้ว"บะ… บอสคะ" นาราหัวเราะแห้งๆ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นเลขาฯ มืออาชีพผู้พร้อมซัพพอร์ตองค์กร 24 ชั่วโมง"มาเที่ยว… เอ๊ย มาตรวจงานดึกดื่นแบบนี้ บริษัทไม่มีค่าโอทีรอบดึกให้นะคะ" เธอแซวเบาๆ เหมือนจะดวงซวยขึ้นมากะทันหัน "ฉันไม่ได้มาเบิกโอที" เสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์เอ่ยขึ้น ธีร์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นนิชแบรนด์เจือจางบีบอัดพื้นที่ส่วนตัวจนนาราต้องเอนหลังพิงพนักโซฟาโดยอัตโนมัติ"ฉันมาทวงงานที่ค้างคา"สายตาใต้กรอบแว่นกวาดมองตั้งแต่เส้นผมลอนสลวยลงมาถึงชุดเชิ้ตเอิร์ธโทนพับแขน "และจากข้อมูลเรียลไทม์ ท
"เฮ้ย ทรงนี้ไม่ได้เรียกว่าดุ เรียกว่าอาการหนัก... แล้วสรุปพวกเธอว่าไง? เกมนี้ใครจะจับใครลงไปนอนนับดาวข้างล่าง?"บรรยากาศบนโต๊ะเปลี่ยนเป็นวงเสวนาเดิมพันเล่มใหญ่ ริสาโน้มตัวไปข้างหน้า ดวงตาเป็นประกายสนุกสนาน "ฉันก่อน! ฉันขอเปิดประมูล... หมอคีนหน้าหม้อคนนั้น ดูทรงภายนอกเหมือนจะรุกเก่ง คุมเกมขาดลอย แต่เชื่อฉันเถอะ ผู้ชายที่ใช้มือผ่าตัดเย็บแผลประณีต มักจะใจร้อนเวลาเจอผู้หญิงที่เดาใจไม่ได้... คืนนี้ฉันจะแกล้งทำเป็นลืมทิ้งนามบัตรไว้ที่โซฟาเขา แล้วดูซิว่า หมอมาดนิ่งจะแปลงร่างเป็นลูกหมาตื๊อเก่งขนาดไหน""ดีมากนุงริส" มินตราพยักหน้าเห็นด้วย ยกแก้วชนกับเพื่อน "ส่วนฉัน... เจ้าพ่อคาสิโนพายุ คนนั้นของแข็งระดับเพชรเม็ดโต เขาคิดว่ากรงทองที่เขาสร้างมันแน่นหนาพอน่าดู แต่ลืมไปว่า แมวป่าอย่างฉันชอบลับเล็บกับเฟอร์นิเจอร์แพงๆ คืนนี้ฉันจะเดินเข้าไปตบชิปวางเดิมพันบนโต๊ะส่วนตัวเขา แล้วบอกว่าถ้าคุณแพ้... คืนนี้ถอดสูทมานั่งฟังฉันบรรยายแผนบริหารคาสิโนสิ ดูสิ เขาจะกล้าปฏิเสธไหมละ"เสียงหัวเราะคิกคักของสองสาวดังประสานกันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่สายตาทั้งคู่จะหันขวับมามองเป้าหมายสุดท้ายบนโต๊ะนาราหน้าคว่ำ มินตราหรี่ต
ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งเกิดขึ้นที่โต๊ะวีไอพีคีนลดแก้วลงช้าๆ รอยยิ้มพราวระยับเปลี่ยนเป็นความตะลึงปนทึ่ง "เชี่ย... เมื่อกี้ใครวะ? เคมีรุนแรงชิบหาย... กูนึกว่า ห้องผ่าตัดฉุกเฉินเจอเคสลิ้นหัวใจรั่วพร้อมกันสามคน"ธีร์วางไอแพดลงบนโต๊ะเสียงดังแผ่วเบา แววตานิ่งสนิทเริ่มมีความไหววุ่นเล็กๆ โผล่มาใต้กรอบแว่น "ผู้หญิงเสื้อเชิ้ตคนนั้น... ทำไมหน้าตาคุ้นเหมือนคนชอบแก้แบบแปลนห้องทำงานกูรอบที่ห้าของสัปดาห์"พายุไม่พูดอะไร เขายกวิสกี้ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว เขาวางกระแทกลงเบาๆ สายตาคมกริบยังคงมองตามแผ่นหลังร่างระหงในชุดสูทขาวงาช้าง ที่เดินเลี้ยวเข้าโซนเลานจ์ส่วนตัวด้านในมือหนาเคาะนิ้วกับโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ"ไอ้พายุ... มึงเงียบแบบนี้คือโดนยายสามคนนั้นสยบตั้งแต่ก้าวแรกเลยเหรอวะ?" คีนหัวเราะร่าตบไหล่เพื่อนแรงๆ"กูไม่ได้โดนสยบ" พายุปราบเสียงต่ำ นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่ไม่ได้เห็นมานานหลายปี "กูกำลังคิดว่า... ระหว่างเสือในกรงกับแมวป่าบนดาดฟ้า ใครจะร่วงลงมาก่อนกัน"ธีร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าจอแชตงาน ที่มีข้อความยังไม่ได้ตอบ จากเลขาฯ สาวตัวแสบส่งมาเมื่อห้านาทีนาราส่งข้อความมาหาบอส(
Luminescence Bar & Lounge รูฟท็อปบับเบิลบาร์สุดหรู ใจกลางกรุงเทพฯ โซน VIP ส่วนตัว มองเห็นขอบฟ้าตึกระฟ้าสะท้อนแสงไฟนีออนอ่อนๆสามพระเอกของสายลม พายุ อายุ 32 ปี เจ้าพ่อคาสิโนและคอมเพล็กซ์บันเทิงครบวงจร ที่ชื่อว่า The Velvet Vault & Casinoบุคลิก นิ่ง ลึก คมกริบ สายตาพิฆาตเหมือนเสือหมอบรอตะครุบ แม้จะคุมโต๊ะบาคาร่าหรือดีลพันล้านหน้าตาเฉย แต่กลับมีมุมนิ่งงันเวลาเจอคนที่ 'เหนือชั้น' กว่าคีน อายุ 32 ปี แพทย์ศัลยกรรมตกแต่งมือหนึ่ง และเจ้าของคลินิกความงามระดับไฮเอนด์ ชื่อว่า Aesthetic & Plastic Surgery Centerบุคลิก เจ้าเสน่ห์ พราวระยับ ปากไว มือสะอาดเนียนกริบ คาสโนวาผู้มองความงามเป็นศิลปะ แต่เจอสถาปนิกสาวเข้าไปกลายเป็นมีดหมอทื่อสนิทธีร์ อายุ 32 ปี ซีอีโอหนุ่มผู้บริหารบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และสมาร์ทโฮม Apex Propertyบุคลิก เนียบกริบ เป๊ะทุกระเบียดนิ้ว โคตรตึง หน้าตายนิ่งสนิท แต่พอลับหลังเจอเลขาฯ แซ่บสับ กลายเป็นหมาเด็กขี้อ้อนที่ยอมให้จูงจมูกเสียงเบสทุ้มลึกของดนตรีแนว Deep House คลอเคล้ากับเสียงน้ำแข็งกระทบแก้วคริสตัลในมุมวีไอพีโซฟาหนังแท้สีชา โต๊ะกระจกเงาวับสะท้อนแสงไฟสลัวจากโคมระย้า







