เข้าสู่ระบบ"เฮ้ย ทรงนี้ไม่ได้เรียกว่าดุ เรียกว่าอาการหนัก... แล้วสรุปพวกเธอว่าไง? เกมนี้ใครจะจับใครลงไปนอนนับดาวข้างล่าง?"
บรรยากาศบนโต๊ะเปลี่ยนเป็นวงเสวนาเดิมพันเล่มใหญ่ ริสาโน้มตัวไปข้างหน้า ดวงตาเป็นประกายสนุกสนาน "ฉันก่อน! ฉันขอเปิดประมูล... หมอคีนหน้าหม้อคนนั้น ดูทรงภายนอกเหมือนจะรุกเก่ง คุมเกมขาดลอย แต่เชื่อฉันเถอะ ผู้ชายที่ใช้มือผ่าตัดเย็บแผลประณีต มักจะใจร้อนเวลาเจอผู้หญิงที่เดาใจไม่ได้... คืนนี้ฉันจะแกล้งทำเป็นลืมทิ้งนามบัตรไว้ที่โซฟาเขา แล้วดูซิว่า หมอมาดนิ่งจะแปลงร่างเป็นลูกหมาตื๊อเก่งขนาดไหน" "ดีมากนุงริส" มินตราพยักหน้าเห็นด้วย ยกแก้วชนกับเพื่อน "ส่วนฉัน... เจ้าพ่อคาสิโนพายุ คนนั้นของแข็งระดับเพชรเม็ดโต เขาคิดว่ากรงทองที่เขาสร้างมันแน่นหนาพอน่าดู แต่ลืมไปว่า แมวป่าอย่างฉันชอบลับเล็บกับเฟอร์นิเจอร์แพงๆ คืนนี้ฉันจะเดินเข้าไปตบชิปวางเดิมพันบนโต๊ะส่วนตัวเขา แล้วบอกว่าถ้าคุณแพ้... คืนนี้ถอดสูทมานั่งฟังฉันบรรยายแผนบริหารคาสิโนสิ ดูสิ เขาจะกล้าปฏิเสธไหมละ" เสียงหัวเราะคิกคักของสองสาวดังประสานกันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่สายตาทั้งคู่จะหันขวับมามองเป้าหมายสุดท้ายบนโต๊ะ นาราหน้าคว่ำ มินตราหรี่ตาแคบ ยิ้มเจ้าเล่ห์ "เหลือเธอแล้วยัยนารา... บอสหนุ่มผู้เคร่งขรึม ธีร์ ธนทัต หน้าตาตึงระดับดึงหน้าล้านครั้งไม่ย่น คนนั้นดูทรงปราบเซียนสุดๆ หน้าตาเขาเหมือนคนไม่รู้จักคำว่าพ่ายแพ้... เธอจะเอาไง? หรือจะให้ฉันช่วยต่อรองส่วนลดค่าคอนโดให้ แลกกับการยอมตกเป็นเบี้ยล่างบอส?" นาราสั่นหัวดิกทันที เส้นผมลอนสลวยสะบัดพริ้วตามแรงสั่น "ไม่เอา! เด็ดขาด!" "เฮ้ย ทำไมปฏิเสธเสียงแข็งขนาดนั้นวะ?" ริสาตาโต "ก็เห็นบอสแกมองตามมาแบบกินเลือดกินเนื้อขนาดนั้น หรือกลัวตกงาน?" "ไม่ใช่เรื่องตกงาน" นาราถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นกุมขมับจำลอง "พวกเธอฟังนะ... ผู้ชายที่ทำงานเก่ง จนแยกแยะไม่ออก ระหว่างเวลาทำงานกับเวลาชีวิตส่วนตัว เวลาคลั่งรักขึ้นมา จะน่ากลัวคูณสิบ!" นาราชูนิ้วขึ้นนับทีละข้อด้วยสีหน้าจริงจังระคนปลงตก “หนึ่ง” เธอชูนิ้วขึ้น "ถ้าฉันเผลอไปคุมเกมเขาบนเตียง... ตื่นเช้ามาเขาจะทำ PowerPoint สรุป KPIs ความสัมพันธ์ของเราเมื่อคืน พร้อมกราฟแท่งเปรียบเทียบความพึงพอใจแน่ๆ" “สอง... เวลาสวีทกัน แทนที่จะกระซิบคำหวาน เขาจะพูดว่า นารา...จากการประเมินอัตราการเต้นของหัวใจเธอเมื่อครู่ ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 14.8% ถือว่าผ่านเกณฑ์เป้าหมายไตรมาสนี้ แค่คิดสภาพนี้ฉันก็หมดอารมณ์โรแมนติกแล้วจ้ะ" นาราทำหน้ามุ่ย “สาม... ที่สำคัญ... หน้าตาเขาเวลาตึงใส่ ตอนตรวจแบบบ้าน มันฝังใจฉันไปแล้ว เหมือนเจอสถาปนิกอาวุโส ตรวจโปรเจกต์จบปริญญาเอกตลอดเวลา ไม่มีทางที่ฉันจะยอมเอาหัวไปพาดไว้บนเขียง ให้บอสมาตรวจการบ้านเรื่องรักๆ เด็ดขาดย่ะ" คำบรรยายเห็นภาพชัดเจนจนมินตรากับริสาหลุดขำก๊ากออกมาเสียงดังลั่น จนห้องข้างๆ ต้องหันมามอง "เชี่ย... จินตนาการเธอวิปลิศมากยัยนารา" มินตราหัวเราะจนน้ำตาเล็ด "แต่ฟังเหตุผลแล้ว... เออ ยอมรับว่าตึงจริงว่ะ" "นั่นแหละ เพราะฉะนั้นสองคนนั้นยกให้พวกเธอจองกฐินไปเลย ส่วนฉัน..." นาราคว้าแก้วน้ำเลมอนมาดูดอึกใหญ่ แววตาร้ายกาจฉายประกายวิบวับ "ฉันจะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น แล้วปล่อยให้บอสผู้แสนจะเป๊ะทุกระเบียดนิ้วคนนั้น คลั่งตาย เพราะหาเอกสารอนุมัติหัวใจไม่เจอเองดีกว่า รับรองสนุกกว่าเยอะ" จังหวะที่เสียงหัวเราะของสามสาวกำลังกรุ่นสนุกสนานอยู่นั้นเอง... เงาร่างสูงตระหง่านในชุดสูทสีชาเข้ารูปก็ก้าวเข้ามาหยุดนิ่งที่ด้านข้างโต๊ะ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายระดับนิชแบรนด์เจือกลิ่นยาสูบจางๆ ลอยมาแตะจมูก ทั้งสามสาวชะงักกริบ มินตราเลิกคิ้วสูง ริสาหุบยิ้มแทบไม่ทัน ส่วนนาราค่อยๆ วางแก้วน้ำลงช้าๆ เหมือนนักเรียนห้องปกครองเจอครูใหญ่เดินตรวจแถว ธีร์ ธนทัต ยืนอยู่ตรงนั้น... สวมแว่นสายตากรอบบาง ใบหน้าเรียบตึงเป็นเอกลักษณ์ แต่ดวงตาคมกริบภายใต้เลนส์แว่นกำลังกวาดมองโต๊ะสลัวๆ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่เลขาฯ สาวตัวแสบ ผู้เพิ่งนินทาเรื่อง PowerPoint KPIs จบไปสดๆ ร้อนๆ มือหนาลากเก้าอี้ว่างฝั่งตรงข้ามออกมาส่งเสียงครูดเบาๆ กับพื้นหินขัด แล้วหย่อนกายลงนั่งไขว่ห้างอย่างถือวิสาสะ สายตานิ่งสนิทราวกับหุ่นยนต์ติดแอร์เคลื่อนที่มองตรงมาที่นารา ริมฝีปากบางเฉียบขยับพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทุ้มลึก และเย็นยะเยือกในแบบฉบับซีอีโอผู้ไม่เคยแพ้ใคร “ฉันไม่ได้พก PowerPoint มาด้วย คืนนีหากเธอสงสัยอะไรนะนารา... ทั้งเรื่องเรื่อง KPIs ความสัมพันธ์... คืนนี้ฉันจะเปิดเซสชันทดสอบภาคปฏิบัติให้ดูตัวต่อตัวที่เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดเลยดีไหม?” ความเงียบงันสิบวิฯ แรกทิ้งตัวลงกลางโต๊ะไพรเวตเลานจ์ทันที มินตรากับริสาเบิกตากว้าง ค่อยๆ เอนตัวถอยหลังเว้นระยะห่าง ราวกับกำลังดูการระเบิดเวลา ส่วนนารา... ริมฝีปากที่เพิ่งเถียงฉอดๆ เมื่อครู่ เม้มเข้าหากันแน่นเป็นเส้นตรง ให้ตายสิ... บอสได้ยินตั้งแต่คำว่า PowerPoint สินะ“ก็คอยดูสิ แต่ฉันว่า ยายนารารอดไม่รอดไม่รู้... แต่ฉันเดิมพันร้อยล้านว่า คืนนี้ คนที่นอนกัดฟันกรอดไม่ได้นอน คือซีอีโอหน้าตึงคนนั้นเอง" มินตราหยิบแก้วค็อกเทลขึ้นจิบ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก "ต่อให้เขาแบกความแค้นมาสิบปี แต่เจอฤทธิ์แมวป่า ที่โดนต้อนจนมุมเข้าไป... ระวังเสือจะกลายเป็นทาสเฝ้ากรงซะเอง"ตัดภาพกลับมาที่ลิฟต์แก้วพุ่งทะยานขึ้นชั้น 45...ธีร์ตรึงข้อมือบางไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บกระดูก แต่แฝงด้วยความกดดันดิบเถื่อนที่สะสมมานานหลายปี แว่นตากรอบบางใต้แสงนีออนสะท้อนแววตาวาวโรจน์"เด็กเส้นอย่างเธอ... คิดว่าจะหนีพ้นเงาบุญคุณที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้บนหลังหรือไงนารา?" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันกระซิบชิดใบหู ท่ามกลางความสูงเสียดฟ้าที่บีบอัดทุกลมหายใจนาราเงยหน้าสบตาคมกริบนั้น นัยน์ตากลมโตไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายท้าทายที่จุดไฟแค้นในอกเขาให้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม"บุญคุณฉันทดแทนด้วยผลประกอบการบริษัทสามร้อยล้านไปหมดแล้วค่ะบอส”“ตอนไหน ทำงานพลาด แล้วไม่เนี้ยบสักชิ้น ถ้าไม่มีฉันช่วย...รับประกันว่า เธอไม่รอดสักงาน”“โถ่! มาตรฐานอย่างนี้ ใครจะอยู่ด้วยไหว”“ลาออกสิ”“เรื่องอะไรคะ ใครอยากจ
แสงไฟแอมเบอร์สาดส่องลงบนใบหน้าตึงเป๊ะของซีอีโอหนุ่ม ผู้ไม่เคยปล่อยให้ช่องว่างใดๆ หลุดลุดรอดจากการประเมินธีร์ไม่ได้แค่นั่งลงเฉยๆ แต่เขาลากเก้าอี้เข้ามาประชิด จนเข่าแทบจะชนใต้โต๊ะหินอ่อน แว่นตากรอบกระดาษถูกดันขึ้นเล็กน้อยด้วยปลายนิ้วชี้ ดวงตาคมกริบมองเลขาฯ สาวตัวแสบที่เมื่อกี้ยังป่าวประกาศเรื่อง PowerPoint ฉอดๆนาราชะงักค้างในท่าถือแก้ว มือไม้แข็งทื่อไปชั่วขณะ สมองประมวลผลเร็วกว่าไฟเบอร์ออปติก บอสมาตั้งแต่ตอนไหนวะ หรือยืนฟังตั้งแต่ฉันพูดย่อหน้าแรกแล้ว"บะ… บอสคะ" นาราหัวเราะแห้งๆ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นเลขาฯ มืออาชีพผู้พร้อมซัพพอร์ตองค์กร 24 ชั่วโมง"มาเที่ยว… เอ๊ย มาตรวจงานดึกดื่นแบบนี้ บริษัทไม่มีค่าโอทีรอบดึกให้นะคะ" เธอแซวเบาๆ เหมือนจะดวงซวยขึ้นมากะทันหัน "ฉันไม่ได้มาเบิกโอที" เสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์เอ่ยขึ้น ธีร์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นนิชแบรนด์เจือจางบีบอัดพื้นที่ส่วนตัวจนนาราต้องเอนหลังพิงพนักโซฟาโดยอัตโนมัติ"ฉันมาทวงงานที่ค้างคา"สายตาใต้กรอบแว่นกวาดมองตั้งแต่เส้นผมลอนสลวยลงมาถึงชุดเชิ้ตเอิร์ธโทนพับแขน "และจากข้อมูลเรียลไทม์ ท
"เฮ้ย ทรงนี้ไม่ได้เรียกว่าดุ เรียกว่าอาการหนัก... แล้วสรุปพวกเธอว่าไง? เกมนี้ใครจะจับใครลงไปนอนนับดาวข้างล่าง?"บรรยากาศบนโต๊ะเปลี่ยนเป็นวงเสวนาเดิมพันเล่มใหญ่ ริสาโน้มตัวไปข้างหน้า ดวงตาเป็นประกายสนุกสนาน "ฉันก่อน! ฉันขอเปิดประมูล... หมอคีนหน้าหม้อคนนั้น ดูทรงภายนอกเหมือนจะรุกเก่ง คุมเกมขาดลอย แต่เชื่อฉันเถอะ ผู้ชายที่ใช้มือผ่าตัดเย็บแผลประณีต มักจะใจร้อนเวลาเจอผู้หญิงที่เดาใจไม่ได้... คืนนี้ฉันจะแกล้งทำเป็นลืมทิ้งนามบัตรไว้ที่โซฟาเขา แล้วดูซิว่า หมอมาดนิ่งจะแปลงร่างเป็นลูกหมาตื๊อเก่งขนาดไหน""ดีมากนุงริส" มินตราพยักหน้าเห็นด้วย ยกแก้วชนกับเพื่อน "ส่วนฉัน... เจ้าพ่อคาสิโนพายุ คนนั้นของแข็งระดับเพชรเม็ดโต เขาคิดว่ากรงทองที่เขาสร้างมันแน่นหนาพอน่าดู แต่ลืมไปว่า แมวป่าอย่างฉันชอบลับเล็บกับเฟอร์นิเจอร์แพงๆ คืนนี้ฉันจะเดินเข้าไปตบชิปวางเดิมพันบนโต๊ะส่วนตัวเขา แล้วบอกว่าถ้าคุณแพ้... คืนนี้ถอดสูทมานั่งฟังฉันบรรยายแผนบริหารคาสิโนสิ ดูสิ เขาจะกล้าปฏิเสธไหมละ"เสียงหัวเราะคิกคักของสองสาวดังประสานกันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่สายตาทั้งคู่จะหันขวับมามองเป้าหมายสุดท้ายบนโต๊ะนาราหน้าคว่ำ มินตราหรี่ต
ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งเกิดขึ้นที่โต๊ะวีไอพีคีนลดแก้วลงช้าๆ รอยยิ้มพราวระยับเปลี่ยนเป็นความตะลึงปนทึ่ง "เชี่ย... เมื่อกี้ใครวะ? เคมีรุนแรงชิบหาย... กูนึกว่า ห้องผ่าตัดฉุกเฉินเจอเคสลิ้นหัวใจรั่วพร้อมกันสามคน"ธีร์วางไอแพดลงบนโต๊ะเสียงดังแผ่วเบา แววตานิ่งสนิทเริ่มมีความไหววุ่นเล็กๆ โผล่มาใต้กรอบแว่น "ผู้หญิงเสื้อเชิ้ตคนนั้น... ทำไมหน้าตาคุ้นเหมือนคนชอบแก้แบบแปลนห้องทำงานกูรอบที่ห้าของสัปดาห์"พายุไม่พูดอะไร เขายกวิสกี้ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว เขาวางกระแทกลงเบาๆ สายตาคมกริบยังคงมองตามแผ่นหลังร่างระหงในชุดสูทขาวงาช้าง ที่เดินเลี้ยวเข้าโซนเลานจ์ส่วนตัวด้านในมือหนาเคาะนิ้วกับโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ"ไอ้พายุ... มึงเงียบแบบนี้คือโดนยายสามคนนั้นสยบตั้งแต่ก้าวแรกเลยเหรอวะ?" คีนหัวเราะร่าตบไหล่เพื่อนแรงๆ"กูไม่ได้โดนสยบ" พายุปราบเสียงต่ำ นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่ไม่ได้เห็นมานานหลายปี "กูกำลังคิดว่า... ระหว่างเสือในกรงกับแมวป่าบนดาดฟ้า ใครจะร่วงลงมาก่อนกัน"ธีร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าจอแชตงาน ที่มีข้อความยังไม่ได้ตอบ จากเลขาฯ สาวตัวแสบส่งมาเมื่อห้านาทีนาราส่งข้อความมาหาบอส(
Luminescence Bar & Lounge รูฟท็อปบับเบิลบาร์สุดหรู ใจกลางกรุงเทพฯ โซน VIP ส่วนตัว มองเห็นขอบฟ้าตึกระฟ้าสะท้อนแสงไฟนีออนอ่อนๆสามพระเอกของสายลม พายุ อายุ 32 ปี เจ้าพ่อคาสิโนและคอมเพล็กซ์บันเทิงครบวงจร ที่ชื่อว่า The Velvet Vault & Casinoบุคลิก นิ่ง ลึก คมกริบ สายตาพิฆาตเหมือนเสือหมอบรอตะครุบ แม้จะคุมโต๊ะบาคาร่าหรือดีลพันล้านหน้าตาเฉย แต่กลับมีมุมนิ่งงันเวลาเจอคนที่ 'เหนือชั้น' กว่าคีน อายุ 32 ปี แพทย์ศัลยกรรมตกแต่งมือหนึ่ง และเจ้าของคลินิกความงามระดับไฮเอนด์ ชื่อว่า Aesthetic & Plastic Surgery Centerบุคลิก เจ้าเสน่ห์ พราวระยับ ปากไว มือสะอาดเนียนกริบ คาสโนวาผู้มองความงามเป็นศิลปะ แต่เจอสถาปนิกสาวเข้าไปกลายเป็นมีดหมอทื่อสนิทธีร์ อายุ 32 ปี ซีอีโอหนุ่มผู้บริหารบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และสมาร์ทโฮม Apex Propertyบุคลิก เนียบกริบ เป๊ะทุกระเบียดนิ้ว โคตรตึง หน้าตายนิ่งสนิท แต่พอลับหลังเจอเลขาฯ แซ่บสับ กลายเป็นหมาเด็กขี้อ้อนที่ยอมให้จูงจมูกเสียงเบสทุ้มลึกของดนตรีแนว Deep House คลอเคล้ากับเสียงน้ำแข็งกระทบแก้วคริสตัลในมุมวีไอพีโซฟาหนังแท้สีชา โต๊ะกระจกเงาวับสะท้อนแสงไฟสลัวจากโคมระย้า







