เข้าสู่ระบบแสงไฟแอมเบอร์สาดส่องลงบนใบหน้าตึงเป๊ะของซีอีโอหนุ่ม ผู้ไม่เคยปล่อยให้ช่องว่างใดๆ หลุดลุดรอดจากการประเมิน
ธีร์ไม่ได้แค่นั่งลงเฉยๆ แต่เขาลากเก้าอี้เข้ามาประชิด จนเข่าแทบจะชนใต้โต๊ะหินอ่อน แว่นตากรอบกระดาษถูกดันขึ้นเล็กน้อยด้วยปลายนิ้วชี้ ดวงตาคมกริบมองเลขาฯ สาวตัวแสบที่เมื่อกี้ยังป่าวประกาศเรื่อง PowerPoint ฉอดๆ นาราชะงักค้างในท่าถือแก้ว มือไม้แข็งทื่อไปชั่วขณะ สมองประมวลผลเร็วกว่าไฟเบอร์ออปติก บอสมาตั้งแต่ตอนไหนวะ หรือยืนฟังตั้งแต่ฉันพูดย่อหน้าแรกแล้ว "บะ… บอสคะ" นาราหัวเราะแห้งๆ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นเลขาฯ มืออาชีพผู้พร้อมซัพพอร์ตองค์กร 24 ชั่วโมง "มาเที่ยว… เอ๊ย มาตรวจงานดึกดื่นแบบนี้ บริษัทไม่มีค่าโอทีรอบดึกให้นะคะ" เธอแซวเบาๆ เหมือนจะดวงซวยขึ้นมากะทันหัน "ฉันไม่ได้มาเบิกโอที" เสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์เอ่ยขึ้น ธีร์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นนิชแบรนด์เจือจางบีบอัดพื้นที่ส่วนตัวจนนาราต้องเอนหลังพิงพนักโซฟาโดยอัตโนมัติ "ฉันมาทวงงานที่ค้างคา" สายตาใต้กรอบแว่นกวาดมองตั้งแต่เส้นผมลอนสลวยลงมาถึงชุดเชิ้ตเอิร์ธโทนพับแขน "และจากข้อมูลเรียลไทม์ ที่เพิ่งได้ยิน... ฉันพบว่า KPI ความภักดีต่อองค์กรของเธอมีความเสี่ยง ที่จะตกลงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 50% ในคืนนี้" มินตรากับริสาที่นั่งอยู่ข้างๆ ค่อยๆ เนียนขยับแก้ว และกระเป๋าถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยพร้อมเพรียงกัน คล้ายผู้ชมแถวหน้าในโรงหนัง ที่กำลังลุ้นว่า...พระเอกจะระเบิดอารมณ์โกรธขึงนางเอก แล้วตบจูบนางเอกหรือเปล่า นารากัดริมฝีปากล่างเบาๆ สู้สายตาคมกริบกลับแบบไม่ยอมแพ้ "บอสคะ... นอกเวลางานค่ะ ตอนนี้สี่ทุ่มตรงเป๊ะ โหมดการทำงานของดิฉันตัดเข้าสู่ระบบ Standby อัตโนมัติค่ะ ถ้าจะคุยเรื่องแบบแปลนเพนต์เฮาส์ พรุ่งนี้ 08:30 น. หน้าห้องทำงาน พร้อมแฟ้มเอกสารฉบับแก้ไขรอบที่ 6 ค่ะ" "รอบที่ 6 ?" มุมปากข้างหนึ่งของซีอีโอหน้าตึงกระตุกยิ้มขึ้นมานิดเดียว... เป็นรอยยิ้มที่อันตรายกว่ากราฟพุ่งดิ่งของตลาดหุ้น "แบบแปลนแก้หกรอบ ยังไม่นับรวมความผิดพลาดทางมนุษยสัมพันธ์ที่เธอวิจารณ์ฉันลับหลังเมื่อกี้... ลุกขึ้น” “ไปไหน” เธอหน้าเหลอหลา “ยินดีด้วย... นารา" ธีร์เอื้อมมือหนาไปแตะเบาๆ ที่มุมโต๊ะใกล้ข้อมือบาง น้ำเสียงทุ้มกดต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบข้างหู "คืนนี้เธอไม่ต้องแก้แบบแปลนคอนโดแล้ว... แต่เราจะไปทำ Field Audit แบบตรวจสอบภาคสนาม ที่เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด... ไปพิสูจน์กันว่า ระหว่าง PowerPoint ของฉัน กับปากเก่งๆ ของเธอ อันไหนจะ Error ก่อนกัน" “หา! คุณเจ้านาย ฉันบอกแล้ว ว่าเลิกงานแล้วนะคะ คุณจะเผด็จการมากเกินไป” มือหนาของซีอีโอหนุ่ม ที่เข้ามารวบตึงตัวเลขาฯ สาวออกจากโต๊ะไพรเวตเลานจ์ ทิ้งความเงียบกริบไว้เบื้องหลัง มินตรากับริสากะพริบตาปริบๆ มองตามแผ่นหลังสูงสง่า ที่พาตัวนาราออกไปจากวงสนทนาหน้าตาเฉย ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากท้วงหรือลุกขึ้นตามไปช่วย... ไม่ใช่เพราะกลัวอิทธิพลซีอีโอธรรมดา แต่เพราะทุกคนในวงในรู้ดีถึงโซ่ตรวนล่องหน ที่รัดคอนาราไว้แน่นหนา คำว่าเด็กเส้นที่พ่อแม่ของเธอฝากฝังไว้กับตระกูลธนทัต ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าเลขาฯ ไม่ใช่ความพิเศษ แต่มันคือพันธนาการบาป ย้อนกลับไปในอดีต ครอบครัวของนาราเคยมีคดีความทางธุรกิจและติดหนี้บุญคุณก้อนใหญ่กับฝั่งพ่อแม่ของธีร์ การฝากลูกสาวเข้ามาทำงานในบริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ จึงมาพร้อมเงื่อนไขจำยอม ห้ามขัดคำสั่ง ห้ามลาออกก่อนครบกำหนดสัญญาทาสห้าปี และต้องรองรับอารมณ์ความกดดันทุกรูปแบบ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า... ธีร์ฝังใจแค้น และชิงชังคำว่าเด็กเส้นนี้มาตั้งแต่แรก เพราะเขาเชื่อว่าเธอถูกส่งมาเพื่อสอดส่อง และเกาะกินความสำเร็จของบริษัทที่เขาลงแรงสร้างมากับมือ สายตาเย็นชาและกฎระเบียบตึงเป๊ะที่เขาใช้บังคับเธอมาตลอด ไม่ใช่แค่ความเนี้ยบ... แต่มันคือการทรมานทางจิตวิทยาให้เธอรู้สึกต่ำต้อยกว่าในทุกวินาที ในไพรเวตเลานจ์สลัวแสง มินตราถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอนหลังพิงโซฟาหนัง "เฮ้อ... ยัยนาราไม่น่าหลุดปากเรื่อง PowerPoint เลย กลายเป็นเปิดช่องให้เจ้าหนี้ตัวจริงลากไปทวงหนี้แค้นถึงรัง" ริสาขมวดคิ้วน้อยๆ "แกคิดว่ายัยนาราจะรอดไหมวะ? โดนลากไปสภาพนั้น แถมติดบ่วงเด็กเส้นที่ลบไม่ออกอีก... บอสอาจจะไม่ได้พาไปตรวจการบ้านเฉยๆ แต่อาจจะเอาสัญญาจ้างงานห้าปีมากดหัว ให้เซ็นยอมแพ้ราบคาบคาเตียง" “บนเตียงหรือยะ” “เฮ้ย! ฉันว่า มันทะแม่งๆ แกมองตาเขาไม่ออกหรือไง คุณธีร์น่ะ” “ยังไงวะ” “ฮึ-ฮึ- ฉันว่า เขาหลงรักยายนารา” “กรี๊ด... ไม่ใช่มั้ง ไม่จริงมั้ง”“ก็คอยดูสิ แต่ฉันว่า ยายนารารอดไม่รอดไม่รู้... แต่ฉันเดิมพันร้อยล้านว่า คืนนี้ คนที่นอนกัดฟันกรอดไม่ได้นอน คือซีอีโอหน้าตึงคนนั้นเอง" มินตราหยิบแก้วค็อกเทลขึ้นจิบ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก "ต่อให้เขาแบกความแค้นมาสิบปี แต่เจอฤทธิ์แมวป่า ที่โดนต้อนจนมุมเข้าไป... ระวังเสือจะกลายเป็นทาสเฝ้ากรงซะเอง"ตัดภาพกลับมาที่ลิฟต์แก้วพุ่งทะยานขึ้นชั้น 45...ธีร์ตรึงข้อมือบางไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บกระดูก แต่แฝงด้วยความกดดันดิบเถื่อนที่สะสมมานานหลายปี แว่นตากรอบบางใต้แสงนีออนสะท้อนแววตาวาวโรจน์"เด็กเส้นอย่างเธอ... คิดว่าจะหนีพ้นเงาบุญคุณที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้บนหลังหรือไงนารา?" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันกระซิบชิดใบหู ท่ามกลางความสูงเสียดฟ้าที่บีบอัดทุกลมหายใจนาราเงยหน้าสบตาคมกริบนั้น นัยน์ตากลมโตไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายท้าทายที่จุดไฟแค้นในอกเขาให้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม"บุญคุณฉันทดแทนด้วยผลประกอบการบริษัทสามร้อยล้านไปหมดแล้วค่ะบอส”“ตอนไหน ทำงานพลาด แล้วไม่เนี้ยบสักชิ้น ถ้าไม่มีฉันช่วย...รับประกันว่า เธอไม่รอดสักงาน”“โถ่! มาตรฐานอย่างนี้ ใครจะอยู่ด้วยไหว”“ลาออกสิ”“เรื่องอะไรคะ ใครอยากจ
แสงไฟแอมเบอร์สาดส่องลงบนใบหน้าตึงเป๊ะของซีอีโอหนุ่ม ผู้ไม่เคยปล่อยให้ช่องว่างใดๆ หลุดลุดรอดจากการประเมินธีร์ไม่ได้แค่นั่งลงเฉยๆ แต่เขาลากเก้าอี้เข้ามาประชิด จนเข่าแทบจะชนใต้โต๊ะหินอ่อน แว่นตากรอบกระดาษถูกดันขึ้นเล็กน้อยด้วยปลายนิ้วชี้ ดวงตาคมกริบมองเลขาฯ สาวตัวแสบที่เมื่อกี้ยังป่าวประกาศเรื่อง PowerPoint ฉอดๆนาราชะงักค้างในท่าถือแก้ว มือไม้แข็งทื่อไปชั่วขณะ สมองประมวลผลเร็วกว่าไฟเบอร์ออปติก บอสมาตั้งแต่ตอนไหนวะ หรือยืนฟังตั้งแต่ฉันพูดย่อหน้าแรกแล้ว"บะ… บอสคะ" นาราหัวเราะแห้งๆ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นเลขาฯ มืออาชีพผู้พร้อมซัพพอร์ตองค์กร 24 ชั่วโมง"มาเที่ยว… เอ๊ย มาตรวจงานดึกดื่นแบบนี้ บริษัทไม่มีค่าโอทีรอบดึกให้นะคะ" เธอแซวเบาๆ เหมือนจะดวงซวยขึ้นมากะทันหัน "ฉันไม่ได้มาเบิกโอที" เสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์เอ่ยขึ้น ธีร์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นนิชแบรนด์เจือจางบีบอัดพื้นที่ส่วนตัวจนนาราต้องเอนหลังพิงพนักโซฟาโดยอัตโนมัติ"ฉันมาทวงงานที่ค้างคา"สายตาใต้กรอบแว่นกวาดมองตั้งแต่เส้นผมลอนสลวยลงมาถึงชุดเชิ้ตเอิร์ธโทนพับแขน "และจากข้อมูลเรียลไทม์ ท
"เฮ้ย ทรงนี้ไม่ได้เรียกว่าดุ เรียกว่าอาการหนัก... แล้วสรุปพวกเธอว่าไง? เกมนี้ใครจะจับใครลงไปนอนนับดาวข้างล่าง?"บรรยากาศบนโต๊ะเปลี่ยนเป็นวงเสวนาเดิมพันเล่มใหญ่ ริสาโน้มตัวไปข้างหน้า ดวงตาเป็นประกายสนุกสนาน "ฉันก่อน! ฉันขอเปิดประมูล... หมอคีนหน้าหม้อคนนั้น ดูทรงภายนอกเหมือนจะรุกเก่ง คุมเกมขาดลอย แต่เชื่อฉันเถอะ ผู้ชายที่ใช้มือผ่าตัดเย็บแผลประณีต มักจะใจร้อนเวลาเจอผู้หญิงที่เดาใจไม่ได้... คืนนี้ฉันจะแกล้งทำเป็นลืมทิ้งนามบัตรไว้ที่โซฟาเขา แล้วดูซิว่า หมอมาดนิ่งจะแปลงร่างเป็นลูกหมาตื๊อเก่งขนาดไหน""ดีมากนุงริส" มินตราพยักหน้าเห็นด้วย ยกแก้วชนกับเพื่อน "ส่วนฉัน... เจ้าพ่อคาสิโนพายุ คนนั้นของแข็งระดับเพชรเม็ดโต เขาคิดว่ากรงทองที่เขาสร้างมันแน่นหนาพอน่าดู แต่ลืมไปว่า แมวป่าอย่างฉันชอบลับเล็บกับเฟอร์นิเจอร์แพงๆ คืนนี้ฉันจะเดินเข้าไปตบชิปวางเดิมพันบนโต๊ะส่วนตัวเขา แล้วบอกว่าถ้าคุณแพ้... คืนนี้ถอดสูทมานั่งฟังฉันบรรยายแผนบริหารคาสิโนสิ ดูสิ เขาจะกล้าปฏิเสธไหมละ"เสียงหัวเราะคิกคักของสองสาวดังประสานกันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่สายตาทั้งคู่จะหันขวับมามองเป้าหมายสุดท้ายบนโต๊ะนาราหน้าคว่ำ มินตราหรี่ต
ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งเกิดขึ้นที่โต๊ะวีไอพีคีนลดแก้วลงช้าๆ รอยยิ้มพราวระยับเปลี่ยนเป็นความตะลึงปนทึ่ง "เชี่ย... เมื่อกี้ใครวะ? เคมีรุนแรงชิบหาย... กูนึกว่า ห้องผ่าตัดฉุกเฉินเจอเคสลิ้นหัวใจรั่วพร้อมกันสามคน"ธีร์วางไอแพดลงบนโต๊ะเสียงดังแผ่วเบา แววตานิ่งสนิทเริ่มมีความไหววุ่นเล็กๆ โผล่มาใต้กรอบแว่น "ผู้หญิงเสื้อเชิ้ตคนนั้น... ทำไมหน้าตาคุ้นเหมือนคนชอบแก้แบบแปลนห้องทำงานกูรอบที่ห้าของสัปดาห์"พายุไม่พูดอะไร เขายกวิสกี้ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว เขาวางกระแทกลงเบาๆ สายตาคมกริบยังคงมองตามแผ่นหลังร่างระหงในชุดสูทขาวงาช้าง ที่เดินเลี้ยวเข้าโซนเลานจ์ส่วนตัวด้านในมือหนาเคาะนิ้วกับโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ"ไอ้พายุ... มึงเงียบแบบนี้คือโดนยายสามคนนั้นสยบตั้งแต่ก้าวแรกเลยเหรอวะ?" คีนหัวเราะร่าตบไหล่เพื่อนแรงๆ"กูไม่ได้โดนสยบ" พายุปราบเสียงต่ำ นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่ไม่ได้เห็นมานานหลายปี "กูกำลังคิดว่า... ระหว่างเสือในกรงกับแมวป่าบนดาดฟ้า ใครจะร่วงลงมาก่อนกัน"ธีร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าจอแชตงาน ที่มีข้อความยังไม่ได้ตอบ จากเลขาฯ สาวตัวแสบส่งมาเมื่อห้านาทีนาราส่งข้อความมาหาบอส(
Luminescence Bar & Lounge รูฟท็อปบับเบิลบาร์สุดหรู ใจกลางกรุงเทพฯ โซน VIP ส่วนตัว มองเห็นขอบฟ้าตึกระฟ้าสะท้อนแสงไฟนีออนอ่อนๆสามพระเอกของสายลม พายุ อายุ 32 ปี เจ้าพ่อคาสิโนและคอมเพล็กซ์บันเทิงครบวงจร ที่ชื่อว่า The Velvet Vault & Casinoบุคลิก นิ่ง ลึก คมกริบ สายตาพิฆาตเหมือนเสือหมอบรอตะครุบ แม้จะคุมโต๊ะบาคาร่าหรือดีลพันล้านหน้าตาเฉย แต่กลับมีมุมนิ่งงันเวลาเจอคนที่ 'เหนือชั้น' กว่าคีน อายุ 32 ปี แพทย์ศัลยกรรมตกแต่งมือหนึ่ง และเจ้าของคลินิกความงามระดับไฮเอนด์ ชื่อว่า Aesthetic & Plastic Surgery Centerบุคลิก เจ้าเสน่ห์ พราวระยับ ปากไว มือสะอาดเนียนกริบ คาสโนวาผู้มองความงามเป็นศิลปะ แต่เจอสถาปนิกสาวเข้าไปกลายเป็นมีดหมอทื่อสนิทธีร์ อายุ 32 ปี ซีอีโอหนุ่มผู้บริหารบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และสมาร์ทโฮม Apex Propertyบุคลิก เนียบกริบ เป๊ะทุกระเบียดนิ้ว โคตรตึง หน้าตายนิ่งสนิท แต่พอลับหลังเจอเลขาฯ แซ่บสับ กลายเป็นหมาเด็กขี้อ้อนที่ยอมให้จูงจมูกเสียงเบสทุ้มลึกของดนตรีแนว Deep House คลอเคล้ากับเสียงน้ำแข็งกระทบแก้วคริสตัลในมุมวีไอพีโซฟาหนังแท้สีชา โต๊ะกระจกเงาวับสะท้อนแสงไฟสลัวจากโคมระย้า







