Mag-log in
ภาพวาดมีพี่ชายฝาแฝดที่สุดแสนจะฮ็อตในโลกโซเชี่ยล ทั้งคู่ชื่อภีมและภาม เพราะหน้าตาที่หล่อเหลาร้ายกาจแบบลูกครึ่ง ทำให้ใครๆต่างพากันสนใจและติดตามชีวิตอย่างกับดารา ทั้งที่ทั้งคู่ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองดังขนาดไหน
ขนาดที่น้องสาวบุญธรรมที่ถูกรับมาเลี้ยงอย่างภาพวาด ยังแอบติดตามส่องไอจีทุกวันด้วยความอยากรู้ เพราะถ้าไม่มีโซเชี่ยลภาพวาดคงจำหน้าพี่ชายไม่ได้แล้ว ไปเรียนต่อที่ลอนดอนตั้งหลายปียังไม่เคยกลับมาบ้านเลย
แล้วก็ไม่เคยติดต่อกันสักครั้ง ยิ่งโตยิ่งห่างเหิน มีแค่พ่อแม่ที่บินไปเที่ยวหา ภาพวาดคิดถึงทั้งคู่มากๆ ยิ่งเห็นว่าตอนนี้พี่ชายแซ่บขนาดนี้ก็ยิ่งอยากเจอ
คิดถึงลิ้นร้อนๆที่เคยทำเธออ่อนระทวยใต้ร่าง คิดถึงแท่งร้อนๆที่โตเกินตัวของทั้งคู่ยามพ่นน้ำใส่ปากเธอเมื่อคืนวันฉลองปีใหม่ด้วยกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะถูกส่งไปเรียนและทิ้งเธอไว้กับความอยากที่ไร้ที่ระบายจนต้องช่วยตัวเองบ่อยๆเมื่อคิดถึงสัมผัสนั้น
-----------------------
"น้องภาพคะ วันนี้พ่อกับแม่ต้องบินไปดูงานที่ญี่ปุ่น หนูดูแลตัวเองดีๆนะคะ มีอะไรรีบโทรหาแม่เลยรู้มั้ย"
เสียงของคนเป็นแม่เอ่ยขึ้นเมื่อทานอาหารเช้าเสร็จ
"ค่ะคุณแม่ ภาพอยู่ได้ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ"
ภาพวาดรวบช้อนเมื่ออิ่มก่อนตอบรับความห่วงใยด้วยรอยยิ้มหวาน
"จะไปไหนก็ให้ลุงบุญแกรับส่ง อยู่ที่ทำงานก็ให้เลขาคุณพ่อดูแลนะคะ แม่สั่งไว้หมดแล้ว"
"ไม่ต้องห่วงเลยค่ะคุณแม่ ไปทำงานให้สบายใจนะคะ ภาพอยู่ได้ค่ะ"
ภาพวาดยืนยันอีกครั้งเมื่อเห็นความกังวลบนหน้ามารดาที่ยังไม่หมดไป
"เลิกห่วงได้แล้วน่าคุณ ลูกโตจนทำงานแล้วนะครับ"
คนเป็นพ่ออดจะเอ่ยขัดไม่ได้เมื่อเห็นว่าภรรยาเอาแต่ห่วงเหมือนลูกสาวยังเด็กๆ
"ทำงานก็ห่วงได้ค่ะ หรือคุณไม่ห่วงคะ"
เสียงหวานเมื่อกี้เปลี่ยนเป็นเสียงแข็งทันทีจนคนเป็นสามีเริ่มเลิ่กลั่ก
"ห่วงสิครับ แต่ว่าภาพก็มีคนคอยดูแลให้เยอะแยะคุณไม่ต้องกลัวน่า อีกอย่างต่อไปนี้น่าจะมีคนมาคอยห่วงลูกสาวแทนเราแล้วนะครับ"
แดเนียลสบตาภรรยาพลางขยิบตาให้อย่างรู้กัน
"จริงด้วยภัทรลืมไปเลย งั้นก็วันนี้ทำงานให้สนุกนะคะ แล้วแม่จะซื้อขนมที่หนูชอบมาฝาก"
ภาพวาดงงกับสายตารู้กันของพ่อกับแม่ ใครจะมาห่วงเธอเพิ่มอีกนะ
"ขอบคุณค่ะคุณแม่ เดินทางปลอดภัยนะคะ"
ภาพวาดยืนส่งพ่อแม่ขึ้นรถก่อนจะเดินไปขึ้นรถอีกคันเพื่อไปฝึกงานที่บริษัทของที่บ้านบ้าง
"วันนี้ไปเช้าเลยนะครับคุณภาพ"
คนขับรถทักทายเมื่อภาพวาดเดินไปใกล้
"ค่ะลุงบุญ วันนี้ตื่นไวน่ะค่ะ กินข้าวหรือยังคะ"
"เรียบร้อยครับคุณภาพ เชิญครับ"
ภาพวาดขึ้นรถก่อนเริ่มส่งโซเชี่ยลตามปกติก่อนจะไปเริ่มงานผู้ช่วยเลขาของคุณพ่อ งานที่รายละเอียดเยอะแยะมากมายจนน่าปวดหัว เพราะงั้นนอกเวลางานเธอจึงใช้ชีวิตอย่างเต็มที่
นิ้วเรียวหยุดเลื่อนหน้าจอเมื่อเห็นโพสล่าสุดของพี่ชายฝาแฝดที่ลงรูปอวดรอยสักใหม่ที่อกลามไปถึงไหล่ข้างขวาเหมือนกันทั้งคู่
เธอกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอเมื่อมองมัดกล้ามเนื้อและซิกแพคเป็นลอนชัดเจนอย่างคนออกกำลังกาย
อา...ทำไมถึงเซ็กซี่ขนาดนี้นะ
ทุกครั้งที่ช่วยตัวเองเธอจะต้องเอารูปพี่ชายมาดูและจินตนาการถึงหน้าหล่อๆนั่นตลอดเลย
เมื่อไรจะกลับมาสักทีนะ…
'ภาพ วันนี้ไปตี้กันนะ'
เสียงเตือนข้อความทำเอาความร้อนรุ่มในใจปลิวหาย ภาพก้มดูข้อความจากลูกนัชเพื่อนสนิทที่มักจะนัดเจอกันบ่อยๆในผับ เป็นคนเดียวที่ภาพปรึกษาได้ทุกเรื่อง
'เอาสิ วันนี้พ่อแม่ไม่อยู่ อยากด้วย'
'อยากเมา?'
'แกจะให้ตอบจริงๆเหรอ'
ภาพวาดยิ้มขำเมื่อกดส่งกลับไป ป่านนี้เพื่อนเธอคงกรอกตาไปหลายรอบ
'หุบนิ้วไปเลยยัยคนหื่น วันนี้ทางสะดวกสินะ จะกินกี่คนดีล่ะ'
'เคยกินได้หลายคนรึไงล่ะ ถามแปลกๆ'
ภาพขำเบาๆเมื่อได้กวนเพื่อน
'ก็เผื่อคนเดียวไม่อิ่มไง ถามเผื่อ'
'บ้าบอ ทำงานก่อนไว้เจอกันนะ'
ภาพตัดบทเมื่อรถเลี้ยวมาจอดหน้าบริษัท
'เค แล้วเจอกัน'
นิ้วเรียวกดล็อคจอก่อนหยิบทุกอย่างมาไว้ในอ้อมแขนและลงรถไป
"ขอบคุณค่ะลุงบุญ เจอกันตอนเย็นนะคะ"
"ครับคุณภาพ"
รถแล่นออกไปแล้ว ภาพวาดเงยหน้ามองตึกสูงกว่าสี่สิบชั้นตรงหน้าที่เป็นธุรกิจหลักของพ่อแม่เธอ และตอนนี้เธอก็กำลังเรียนรู้งานจากเล็กๆน้อยๆเพื่อจะได้มาช่วยงานอย่างเต็มตัวเมื่อเก่งขึ้น
เหมือนพี่ชายฝาแฝดที่ถูกส่งไปเรียนไปหาประสบการณ์ทำงานเพื่อนกลับมาสานต่อธุรกิจของครอบครัว
ภาพวาดหายใจเข้าออกลึกๆเตรียมพร้อมรับข้อมูลอันหนักหน่วงที่จะได้รับจากเลขาของพ่อ การทำงานไม่มีข้อยกเว้นเพราะถ้าเธอไม่เก่งก็ไม่ผ่าน
และภาพเองก็อยากช่วยเต็มที่ไม่ว่าจะตำแหน่งไหนก็ตาม เวลางานเธอก็เต็มที่ นอกเวลางานก็ผ่อนคลายเป็นตัวเองเต็มที่เหมือนกัน
“พี่ดื่มไม่ไหวแล้ว เข้าบ้านกันเถอะนะ อึก” พายบอกคนที่ยังเติมไวน์ใส่แก้วเธอไม่หยุดด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ ตอนนี้ทั้งสองคนกลับมาที่บ้านริมทะเลด้วยกันเพราะได้วันหยุดยาวครั้งแรกในรอบปี บ้านที่เคยเป็นเรือนหอตอนแต่งงาน กลายเป็นบ้านพักตากอากาศไปเรียบร้อยเมื่อทั้งคู่ตัดสินใจย้ายกลับไปที่โรงพยาบาลเดิม แล้วก็เป็นพอร์ชที่ยังแผนสูงเหมือนเดิม เพราะเค้าตั้งใจจะมอมเหล้าภรรยาในคืนนี้เพื่อที่จะได้ฉลองวันหยุดอย่างหวานฉ่ำได้ง่ายๆ โดยที่พายไม่มีแรงต่อต้านหรือขัดใจเวลาอยากทำซ้ำ “รีบไปไหนล่ะครับ นานๆได้มานี่ก็ใช้เวลาให้คุ้มสิ พอร์ชยังอยากนั่งตรงนี้อยู่เลย” “งั้นก็เลิกเทให้พี่ได้แล้ว อึก มึนไปหมดแล้วเนี่ย” พายบ่นออกมาเมื่ออีกคนรั้งตัวเข้าไปกอดและจ่อแก้วมาที่ปากอีกรอบ “ อ่ะ อีกแก้วเดียวจะพาเข้าบ้านเลย” “จริงนะ” พายถามย้ำแม้จะเริ่มตาลายมากๆ พอเห็นว่าอีกคนพยักหน้าก็ยกขึ้นดื่มรวดเดียวอย่างว่าง่าย เธอโอนเอนจนต้องซบลงไปที่พอร์ชทั้งตัว ไม่นานคนตัวโตก็ฉุดเธอลุกขึ้นแล้วอุ้มจากพื้นจนตัวลอย “อุ้มทำไมพี่เดินได้” “เซขนาดนั้นจะเดินไหวได้ไง พอร์ชทำพี่เมาเดี๋ยวรับผิดชอบเองครับ” พอร์ชบอกพลางขำออกมาอย่างเอ็นดู คนเมามักจ
“พอร์ช พี่บอกว่าเดี๋ยวไปตรวจกับหมอผู้หญิงไง”พายยื้อตัวเมื่อถูกลากเข้ามาในห้องที่มีเตียงตรวจ และมันคือห้องเดิมที่หมอพอร์ชเคยทำอะไรๆกับเธอไปในตอนนั้น เพราะตอนนี้เราย้ายกลับมาทำงานที่โรงพยาบาลเดิมที่พอร์ชรับช่วงต่อจากพ่อเรียบร้อยแล้ว และก็เป็นช่วงที่ต้องตรวจร่างกายประจำปีอีกเหมือนเคย มันคงจะไม่ยุ่งยากอะไรเลยถ้าหมอพอร์ชยอมให้เธอไปตรวจกับหมอผู้หญิงคนอื่น ไม่ใช่พามาตรวจเองทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้ตรวจภายในมานานแล้วด้วยซ้ำ “จะใครพอร์ชก็หวงครับ ขึ้นไปเลย” “ไม่เอา” “พี่พาย หรืออยากให้บังคับเหรอ” พอร์ชมองคนตัวเล็กแล้วดุออกมาเสียงเข้ม ปกติก็ไม่บังคับอะไรหรอก แล้วก็เลิกใจร้ายใส่มาตั้งแต่คบกันแล้วด้วย แต่พอเป็นเรื่องแบบนี้ทีไรพอร์ชก็เริ่มสวมวิญญาณตัวร้ายอีกครั้ง ส่วนพายก็ดื้อขึ้นมาอย่างที่ปกติไม่เคยทำเหมือนกัน “พอร์ช ไม่เอา” “กลัวโดนเอาคาเตียงตรวจเหมือนตอนนั้นเหรอครับ” “พอร์ช!” พายดุคนตัวโตเสียงดังก่อนจะตีไปที่แขนแกร่งแรงๆที่พูดอะไรน่าอายออกมา หมอพอร์ชยกนิ้วขึ้นมาทำท่าให้เงียบทั้งที่ข้างนอกก็ไม่ค่อยมีคนอยู่แล้วเนื่องจากเป็นเวลาของเวรบ่าย และทำให้ไม่ได้กลับบ้านกันสักทีก็เพราะมัวแต่เถียงกันอยู่
“อื้อ ดีสิพี่รูดซิปข้างหลังไม่ได้หรอก”“มาครับ”พอร์ชจับอีกคนหันหลังก่อนจะรีบรูดซิปชุดสีขาวฟูฟ่องออก เผยแผ่นหลังขาวเนียนไปถึงบั้นเอวสวยจนใจสั่นขึ้นมา มือหนาลูบไล้ผิวเนียนนุ่มอย่างเผลอไผลจนพายต้องท้วงออกมา“แค่นั้นก็พอแล้ว เดี๋ยวพี่ไปถอดในห้องน้ำต่อเอง”“หน้าที่พอร์ชยังไม่จบนี่ครับ”พอร์ชบอกก่อนจะก้มลงไปกดจูบที่หลังคอขาว สูดดมเอาความหอมหวานของเจ้าสาวหมาดๆเข้าไปเต็มที่ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมารินรดจนพายสะท้านไหว“พอร์ช…”พายเรียกอีกคนเสียงแผ่วเมื่อรู้ว่าจะถูกทำอะไรต่อจากนี้ ไม่ได้คิดจะห้ามเพราะมันเป็นคืนแต่งงานคืนแรกของเรา และเธอก็เต็มใจอยู่แล้วเพราะพอร์ชคือเจ้าบ่าวของเธอ มือบางกำแน่นอยู่บนตักยามที่มือหนารูดรั้งชุดของเธอลงไปพ้นจากไหล่ ก่อนจะเอื้อมมาด้านหน้าแล้วกอบกุมหน้าอกที่มีเพียงจุกปิดยอดอกเอาไว้เท่านั้น“นี่เมียผมโนบราทั้งวันเลยเหรอเนี่ย ลามกจังนะ”พอร์ชบอกเสียงพร่าขณะที่ใช้ปากกดจูบไปทั่วไหล่เนียน แล้วใช้นิ้วเขี่ยเอาที่ปิดจุกนั้นออกอย่างง่ายดายจนพายสะดุ้งครางเสียงสั่น“อื้อ พอร์ช”เธอกัดปากแน่นเมื่อคนตัวโตใช้นิ้วยาวเขี่ยยอดอกสีสวยจนมันชูชันขึ้นมา ทั้งยังบีบขยำสองเต้าจนวาบหวามไปหมดทั้งต
“ตั้งใจจะส่งการ์ดให้อยู่แล้วล่ะครับ ใจร้อนจริงๆ”พอร์ชบ่นออกมาไม่จริงจังนัก และนั่นก็สร้างรอยยิ้มบางๆขึ้นมาบนใบหน้าของคนเป็นพ่อได้ไม่ยาก เพราะจากท่าทางตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ถูกต่อต้านอีกแล้ว บรรยากาศที่เคยอึดอัดจางหายไปเหลือแค่ความอบอุ่นบางๆที่โอบล้อมเอาไว้อย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสมานานมาก และนั่นก็สร้างความสุขให้ทั้งสองคนได้ไม่ยากแม้ไม่มีใครพูดความรู้สึกในใจออกมาก็ตาม“ถ้าเค้าสะดวกใจเมื่อไหร่ก็พาไปหาพ่อบ้าง อยากขอบคุณที่อุตส่าห์เก็บแกมาเลี้ยงต่อ”“ถ้าพูดขนาดนั้น อยู่กินข้าวเย็นฝีมือลูกสะไภ้หน่อยเป็นไงครับ”พอร์ชบอกอย่างตั้งใจอวดว่าที่ภรรยาเต็มที่ จนคนเป็นพ่อขำออกมากับความคลั่งรักนั่น แต่ก็ยอมพยักหน้าตกลงด้วยรอยยิ้มที่ยังไม่หายไปจากใบหน้า“หึ เอาสิฉันไม่ได้รีบกลับอยู่แล้ว”-------------------------------“ยินดีด้วยนะมึง” หมอคินเดินเข้ามาอวยพรเพื่อนอีกครั้งในงานเลี้ยงตอนเย็น งานช่วงเช้าผ่านไปอย่างราบรื่นและอบอุ่นเกินกว่าที่คาดไว้มาก อาจเพราะปัญหาทุกอย่างถูกพอร์ชคลี่คลายไปตั้งแต่ก่อนแต่งงานหมดแล้ว แถมยังคืนดีกับพ่อตัวเองจนได้มาร่วมงานได้อย่างชื่นมื่นอีกด้วย แม้ทั้งสองคนจะไม่อยากเชิญคน
“นึกว่าจะไม่เจอใครซะแล้ว”พีรพัฒน์บอกยิ้มๆ ท่าทางเก้กังนั่นทำเอาพอร์ชขมวดคิ้วอย่างไม่ชิน แต่ก็ไม่อยากสนใจเลยรีบถามธุระที่อีกคนมาที่นี่แทน“มาทำอะไรที่นี่ครับ”“ขอคุยด้วยหน่อยสิ ไม่นานหรอก”คนเป็นพ่อบอกอย่างไม่ถือสาท่าทางแข็งกระด้างและแววตาระแวดระวังของลูก ที่ผ่านมาไม่เคยคุยกันดีๆสักครั้งพอร์ชจะไม่ไว้ใจก็ไม่แปลก พอพูดจบก็เดินไปรอที่ใต้ต้นไม้ใหญ่อีกฝั่งของรั้วบ้าน พอร์ชเดินกลับไปบอกให้พายเอารถเข้าบ้านไปก่อนโดยไม่คิดจะให้ลงมาทักทายพ่อตัวเองสักนิด เพราะพายคือคนที่เค้าต้องปกป้องให้ห่างจากพ่อตัวเองที่สุดแล้ว ร่างสูงเดินกลับมาหาพ่อที่ยืนมองแล้วรีบถามธุระทันที“มีอะไรครับ”“ฉันไม่ได้มาขัดขวางหรือขอร้องอะไรแบบที่แกคิดหรอก ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นก็ได้”พีรพัฒน์บอกพลางขำออกมาอย่างจนใจที่ถูกระแวงมากซะจนเกือบพูดไม่ออก และพอรู้แบบนั้นพอร์ชเลยถอนหายใจออกมาก่อนจะถามในสิ่งที่อยากรู้มาตลอด“สบายดีใช่มั้ยครับ”“หึ นี่แกห่วงฉันด้วยเหรอ”“เปล่าครับ ผมถามตามมารยาท”พอถูกจ้องด้วยรอยยิ้มล้อเลียนพอร์ชก็แถด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉยเหมือนเดิม ทำเอาคนเป็นพ่อบ่นออกมาอย่างปลงๆเพราะไม่ได้คาดหวังท่าทีดีๆจากลูกอยู่แล้ว“เหอะ
“แม่คะ…” พายส่งเสียงเรียกคนเป็นแม่ที่นั่งเล่นตรงสวนอย่างระมัดระวัง เพราะแม่เธอมักจะตกใจและกลัวเวลามีใครเข้ามาหาแบบกะทันหัน แต่แปลกที่วันนี้คนเป็นแม่กลับหันมายิ้มให้แล้วทักทายด้วยความสดใส “อ้าว ลูกสาวมาแล้วเหรอ” สรรพนามที่ใช้เรียกแทบทุกคนที่เป็นผู้หญิงไม่ได้ทำให้พายดีใจเหมือนตอนแรกอีกแล้ว เพราะพอรู้ว่าแม่ยึดติดกับการเรียกเธอในความทรงจำเก่า จนเรียกคนอื่นด้วยแบบนั้นไม่ได้หมายถึงว่าแม่จำเธอได้ แต่แค่มีความทรงจำนั้นอยู่ในหัวต่างหาก สุดท้ายแม่ก็ไม่เคยจำเธอตอนนี้ได้อยู่ดี พายส่งยิ้มให้แม่ที่เดี๋ยวนี้ได้เจอกันบ่อยขึ้นเพราะกลับมาอยู่ใกล้ๆ และตั้งใจจะพาพอร์ชมาหาเพื่อให้แม่ได้เห็นหน้าไว้บ้างก่อนที่จะพาไปอยู่ด้วยกันจริงๆ ถึงจะไม่รู้ว่าจะช่วยได้หรือเปล่าก็เถอะ “นี่พอร์ชค่ะแม่ คนที่พายจะแต่งงานด้วย” พายดึงพอร์ชมายืนข้างๆก่อนจะแนะนำอีกคนให้แม่รู้จัก และพอร์ชเองก็ยกมือไหว้ทักทายอย่างนอบน้อม แต่ก็ระวังไม่เข้าไปใกล้มากกว่าเดิมนักเพราะกลัวอีกคนจะตกใจ และน่าแปลกที่วันนี้คนป่วยที่เคยเหม่อลอยทั้งวันกลับมีแต่รอยยิ้มสดใสอย่างที่พายไม่เคยเห็นมานานมากแล้ว แถมยังลุกเดินเข้ามาหาพลางจับตัวพอร์ชแล้วเอ่ยชมออก
"อ๊า อื้ออ เสียว"ภามที่เห็นว่าภีมครอบครองตรงนั้นไปแล้วเลยเดินไปก้มลงดูดดึงอกสวยที่ชอบแทน ทั้งละเลงลิ้นตรงยอดอกจนชูชันแข็งเต่งสู้ลิ้น ทั้งดูดดึงจนยืดอย่างหมั่นเขี้ยวภาพวาดที่ถูกรังแกทั้งล่างบนจนเสียดเสียวชาวาบ กระตุกตัวเกร็งพ่นน้ำรักใส่ปากภีม ช่องทางรักขมิบถี่รัวอวดสายตาคมที่จ้องมองอย่างกระหาย"อ๊
"อ้ะ อ๊าา พี่ภีมขาภาพเสียว"ภีมดูดดึงบีบขยำสลับสองข้างอย่างคนหิวโหย ภาพวาดจิกขยำผมหนาเชิดหน้าครางอย่างกระสัน"อื้ออ อย่ากัด อ้ะ"ภีมขบกัดปลายยอดอย่างหยอกล้อสลับดูดดึงจนยืดติดปาก ก่อนคุกเข่าลงจับขาเรียวข้างนึงพาดบ่าและส่งลิ้นร้อนทักทายกลีบงามที่คิดถึงทันที"อ๊าา พี่ภีม อ้ะ"ภาพวาดครางเสียงสั่นอย่างเ
"อ่า…"ภาพวาดครางแผ่วขาสั่นจนยืนแทบไม่ไหว แท่งร้อนยังคาปากเพราะเจ้าของไม่ยอมเอาออกไป พอๆกับช่องทางที่ภามยังแช่ตัวตนอุ่นร้อนเอาไว้แม้ปลดปล่อยจนหมดแล้ว"พร้อมยัง กูแข็งอีกละ"ภีมถามทั้งที่ก้มลงมองแท่งร้อนในปากภาพวาด"เอาดิ กูก็ยังไม่อิ่มเลย"ภามตอบกลับ ก้มมองตัวตนที่คาในร่องรักด้วยสายตาหื่นกระหาย ก่อ
ความร้อนรุ่มกลางกายยามเสียดสีกัน มันทั้งเจ็บจุกและซ่านเสียวจนตาพร่า และพอเสร็จสมติดกันหลายครั้งพายก็ชาดิกไปทั้งตัวจนอ้าปากค้าง ไม่อาจห้ามหรือแม้แต่จะบอกว่าตัวเองซ่านเสียวมากขนาดไหน ได้แต่แอ่นเอวรองรับแกนกายที่ตอกตรึงเข้ามาอย่างร่านร้อน ราวกับถูกมอมเมาด้วยราคะที่แผดเผาไปทั้งตัว “อ๊ะ ฮึก อ๊าาา” เธอ







