แชร์

บทที่ 3 วาสนาหนึ่งอีแปะ 1/2

last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-01 20:08:16

ธรณีประตูจวนกั๋วกงที่สูงตระหง่านสุดลูกตาของสตรีตัวน้อยที่วัน ๆ มองต่ำแต่พื้นดินไม่เคยได้เงยหน้าขึ้นสูงสักครั้ง ดวงตากลมโตใสกระจ่างเบิกตามองโลกภายนอกชัด ๆ ครั้งแรกพบว่าแม้แต่ประตูจวนยังงดงามนัก หรือจะบอกให้กระจ่างคือตั้งแต่ออกจากจวนตระกูลอู่ นางก็ได้เจอแต่สิ่งสวยงาม เริ่มตั้งแต่คนผู้นี้ที่กำลังอุ้มนางอยู่

คนเฝ้าประตูจวนเปิดประตูยืนค้อมกายให้ผู้เป็นนายเหนือหัวของตนที่เข้าออกจวนอย่างปกติ แต่เมื่อเห็นว่าท่านกั๋วกงได้อุ้มบางสิ่งในอ้อมแขนเขาถึงกับตาโต

ลู่จิ้งเหิงไม่ได้เดินเข้าจวนเพียงลำพังเหมือนทุกครั้ง แต่ในอ้อมแขนแกร่งกลับมีร่างบอบช้ำของสตรีมอมแมมผู้หนึ่งแนบชิดอก ใบหน้าเล็กสอดส่ายสายตาระคนสงสัยไปทั่ว ก่อนจะกระดากอายเมื่อเหล่าบ่าวไพร่ในจวนมองมาที่นางเป็นตาเดียวเหมือนตัวประหลาด

สายตาแบบนี้นางไม่ชอบเลย เหมือนกับว่านางเป็นตัวโง่งมที่วิ่งตามตื้อบุรุษอย่างไร้ยางอายเหมือนช่วงที่อยู่ในจวนตระกูลอู่ใหม่ ๆ

“ทะ...ท่านใต้เท้า ปล่อยข้าลงเถิดเจ้าค่ะ ข้าเดินเองได้” ฝูเหลียนพึมพำเสียงแผ่ว พยายามดิ้นรนเล็กน้อยด้วยความไม่ชิน แต่วงแขนที่เหมือนปลอกเหล็กนั้นกลับกระชับแน่นขึ้นจนนางแทบจมหายไปกับแผงอกกว้าง

ไม่มีเสียงตอบรับจากริมฝีปากหนา มีเพียงสายตาคมกริบที่ปรายมองเหล่าบ่าวไพร่ที่ยืนเรียงรายนับร้อยชีวิต บ่าวเหล่านั้นก้มหน้าจนชิดอก ทันทีที่เจ้านายก้าวผ่าน เสียงขานรับอย่างพร้อมเพรียงก็ดังขึ้นจนฝูเหลียนสะดุ้ง

“ยินดีต้อนรับท่านกั๋วกงขอรับ/เจ้าค่ะ!”

ฝูเหลียนนิ่งเกร็งเมื่อเสียงเงียบพร้อมเพรียงกัน นางไม่กล้ามองว่าคนเหล่านั้นทำสิ่งใดอยู่ ชีวิตนางปกติต้องก้มต่ำ คุกเข่า แม้แต่คนที่เกือบได้ชื่อว่าเป็นสามีนางกลับไม่เคยได้นั่งเทียบเคียง

“นางคือฮูหยินของข้า” เสียงทุ้มต่ำเปล่งออกมาไม่มีปี่มีขลุ่ย คล้ายกับบอกสถานะของคนในอ้อมแขนว่าคือผู้ใด และไม่รอให้บ่าวไพร่ซักถามเขาก็ก้าวเท้าฉับ ๆ จากไป

‘ฮูหยิน?’ สมองของฝูเหลียนมึนงงไปหมด นางที่เป็นแค่สะใภ้เลี้ยงที่ถูกทิ้ง เป็นแค่บ่าวปลูกผักท้ายจวน... บัดนี้กลับถูกเรียกขานด้วยตำแหน่งที่สูงส่งที่สุดในจวนแห่งนี้เพียงเพราะเงินอีแปะเดียวอย่างนั้นหรือ?

ดวงใจดวงน้อยของนางเต้นระรัวอีกครั้งจนต้องกำสาบเสื้อแน่น กลิ่นหอมเย็นจากกายบุรุษช่วยให้นางผ่อนคลายความรู้สึกประหม่าได้เป็นอย่างดี แต่ก็แค่ครู่เดียว

ลู่จิ้งเหิงอุ้มนางตรงไปยังเรือนหลักที่หรูหราที่สุด เขาจัดวางนางลงบนเตียงสลักอย่างวิจิตรงดงามที่มีฟูกหนานุ่มและกลิ่นหอมสะอาดสะอ้าน ฝูเหลียนรีบขยับตัวลงไปนั่งที่พื้นทันทีตามสัญชาตญาณที่ถูกสั่งสอนมาสิบปีว่าบ่าวไม่ควรนั่งที่ทัดเทียมกับนาย

ทว่ามือหนากลับคว้าไหล่บางไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่หนักแต่กลับทรงพลังจนนางขยับหนีไม่ได้ เขาไม่พูดอะไรสักคำ เพียงแค่กดไหล่นางให้นั่งลงบนเตียงดังเดิม ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้สาวใช้กลุ่มหนึ่ง

“ปรนนิบัตินางให้ดี หากมีรอยช้ำเพิ่มแม้แต่นิดเดียว... ข้าจะถลกหนังพวกเจ้าเสีย”

น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงกลิ่นอายสังหารทำให้สาวใช้เหล่านั้นรีบเข้ามาโอบล้อมฝูเหลียนทันที เสื้อผ้าป่านหยาบกร้านที่เปื้อนคราบดินถูกผลัดออกพร้อมกับสวมชุดบางเบาสำหรับอาบน้ำลงไป

 นางถูกล้อมหน้าล้อมหลังก่อนจะพาไปอาบน้ำด้วยน้ำอุ่นในถังไม้ขนาดใหญ่ที่ลอยด้วยกลีบดอกเหมยหอมกรุ่น ฝูเหลียนนั่งนิ่งให้สาวใช้ขัดถูร่างกาย นางมองมือที่หยาบกร้านของตนเองที่กำลังถูกชโลมด้วยน้ำมันหอมพลางเอียงคอสงสัย...

‘นี่คือสิ่งที่คนเมืองหลวงเขาใช้ชีวิตกันหรือ?’

สิบปีในจวนอู่... นางต้องรออาบน้ำเย็นเฉียบในบ่อดินหลังเรือนซักล้างในฤดูหนาวก็ไม่เว้น ต้องคอยหลบสายตาแทะโลมของอันเซิ่งและบ่าวชายของอู่มู่เหอลอบไปอาบน้ำคนเดียวกลางคืน

แม้ว่านางจะเป็นสะใภ้เลี้ยงแต่ที่จริงนางถูกเลี้ยงเยี่ยงทาส สายตาของคนในจวนตระกูลอู่ไว้ใจไม่ได้ นางจึงต้องระมัดระวังเสมอ เพราะนางเผอิญรู้ว่าพี่สาวคนหนึ่งในจวนถูกฉุดไปขืนใจ นางเป็นสะใภ้เลี้ยงจึงถนอมรักษาตัวให้ดี ไม่เช่นนั้นนางจะถูกขายเข้าหอนางโลม ท่านยายที่ทำงานซักล้างบอกนางเอาไว้ก่อนสิ้นใจ

 แต่ที่นี่... ทุกคนกลับดูแลนางราวกับนางคือไข่มุกล้ำค่าที่กลัวมันจะบุบสลาย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฝูเหลียนไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 20 บทส่งท้าย 2/2

    ในขณะที่ศัตรูพ่ายแพ้ ยอดดวงใจของท่านกั๋วกงกลับเบ่งบานประดุจดอกเหมยกลางฤดูหนาวฝูเหลียน ในวันนี้ไม่ใช่เด็กสาวที่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบ ใครที่เคยปรามาสนางว่าเป็นเพียงสตรีไร้ภูมิหลังคงต้องคิดใหม่ เพราะยามนี้นางกลายเป็นเถ้าแก่เนี้ยผู้ทรงอิทธิพลในการค้าขายผ้าไหมและเครื่องหอม เล่ห์เหลี่ยมที่นางเรียนรู้จากสามีและมามาของไทเฮาในวังถูกนำมาใช้จัดการการค้าจนรุ่งเรืองนักที่สำคัญ... นางไม่ใช่สตรีที่จะยอมคน! มีข่าวเล่าลือไปทั่วตลาดว่า หากใครบังอาจโกงน้ำหนักหรือเอาเปรียบสินค้าของจวนกั๋วกง คนผู้นั้นจะต้องจ่ายคืนสองเท่าทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น เพราะเบื้องหลังของนางคือ ลู่จิ้งเหิง ที่คอยกางปีกปกป้องภรรยารักอย่างออกหน้าออกตา ใครหน้าไหนที่ทำให้ฝูเหลียนขุ่นเคือง ลู่กั๋วกงจะตามไปคิดบัญชีถึงหน้าประตูบ้านจนคนเหล่านั้นต้องขวัญหนีดีฝ่อความฉลาดและเฉลียวของนางยังเข้าตาไทเฮายิ่งนัก ทุก ๆ เจ็ดวัน ฝูเหลียนจะได้รับเทียบเชิญเข้าวังหลวงเพื่อไปสนทนาและดูแลต้นไม้ดอกไม้ใน ตำหนักไท่ผิง ไทเฮาทรงโปรดในความใสซื่อที่ซ่อนความคมคายของฝูเหลียน จนถึงขั้นประทานอนุญาตให้นางเข้าออกเขตพระราชฐานชั้นในได้ตามใจปรารถนาจนกระทั่งเมื่อข่าวดีม

  • ฝูเหลียนไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 20 บทส่งท้าย 1/2

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านเมื่อสายลมพัดผ่าน พายุร้ายที่เคยพัดกระหน่ำจวนตระกูลอู่จนพินาศย่อยยับบัดนี้หลงเหลือเพียงเถ้าถ่านแห่งความทรงจำ ข่าวคราวจากชายแดนอันทุรกันดารส่งกลับมาถึงเมืองหลวงเป็นระยะ ย้ำเตือนให้รู้ว่ากงเกวียนกำเกวียนนั้นมีจริงอู่มู่เหอ หลังจากหายดีเดินได้ปกติทว่าฐานะตนเองไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เขาจึงต้องออกจากจวนตระกูลอู่ไปทำมาหากินด้วยตนเองอย่างยากลำบาก ซ้ำนึกถึงครั้งที่หลอกเงินของฝูเหลียนขึ้นมาทำให้รู้ว่าตนเองกำลังชดใช้กรรมอู่เหวิน อดีตขุนนางผู้เรืองอำนาจ บัดนี้กลายเป็นเพียงนายอำเภอตัวเล็ก ๆ ในดินแดนที่แห้งแล้งและหนาวเหน็บ ชีวิตที่เคยเสวยสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นถูกริบคืนไปจนสิ้น เขาต้องตรากตรำทำงานหนักท่ามกลางฝุ่นดินและสายลมแรงเพื่อประทังชีวิตไปวัน ๆ ทว่าสิ่งที่กัดกินใจเขามากที่สุดหาใช่ความลำบากกาย แต่คือความโดดเดี่ยวที่ไม่มีแม้แต่เงาของภรรยาและบุตรเคียงข้างหลินซื่อ หลังจากไม่อาจแบกรับความอัปยศและการหักหลังได้ไหว นางตัดสินใจหย่าขาดจากสามีผู้ไร้หัวใจ สละสิ้นซึ่งลาภยศและเครื่องประดับหรูหราที่เคยภาคภูมิใจ นางหันหลังให้โลกโลกีย์และมุ่งหน้าเข้าสู่อารามชีที่เงียบสงบ เสียงสวดม

  • ฝูเหลียนไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 19 เรื่องราวทั้งหมดเพราะเจ้า 2/2

    ชุ่ยอวิ๋นทรุดตัวลงหัวเราะทั้งน้ำตา ความแค้นที่ถูกชำระดูเหมือนจะไม่ได้ทำให้นางมีความสุข แต่มันกลับตอกย้ำความว่างเปล่าในใจที่ถูกทอดทิ้งมาตลอดชีวิต สุดท้ายแล้วนางก็ไม่เหลือใคร...“ยี่สิบปี... ที่ข้าต้องทนเห็นหน้าพวกท่าน ยี่สิบปีที่ข้าต้องปั้นหน้าเป็นบ่าวผู้ซื่อสัตย์ เพื่อรอวันนี้... วันที่ข้าจะได้เห็นท่านกระอักเลือดตายด้วยน้ำมือของตัวเอง!”เสียงล้อรถม้าบดไปตามถนนสายหลักของเมืองหลวงทิ้งความวุ่นวายและความแค้นไว้เบื้องหลัง ลู่จิ้งเหิงหลับตาลงอย่างอ่อนแรงพิงพนักพิงไม้แกะสลักอย่างดี เขาปล่อยให้อู่เหวินจัดการกองเพลิงในบ้านตนเองตามคำสั่งฝ่าบาท แต่ในใจเขาวางแผนไว้เงียบ ๆ แล้วว่า ทันทีที่เรื่องราวยุติ เขาจะส่งเรื่องถอดถอนตำแหน่งขุนนางกรมโยธาและส่งอู่เหวินไปเป็นนายอำเภอประจำการที่ชายแดนอันทุรกันดาร... ให้บุรุษที่ตาบอดหูหนวกผู้นั้นได้ลิ้มรสความลำบากเสียบ้างหากชายผู้นี้ใจดีกับฝูเหลียน หรือคนในตระกูลอู่เห็นใจนางบ้างไม่เอารัดเอาเปรียบนางเขาก็พอจะปล่อยผ่าน แต่หลายปีที่ผ่านมานางลำบากจนเขายอมปล่อยไปไม่ได้ทว่าสิ่งที่กังวลกว่าคือสตรีที่นั่งข้างกาย ฝูเหลียนเงียบผิดปกติ ดวงตาโศกคู่นั้นเหม่อมองออกไปนอกหน้าต

  • ฝูเหลียนไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 19 เรื่องราวทั้งหมดเพราะเจ้า 1/2

    หลินซื่อหันขวับไปมองชุ่ยอวิ๋นที่ยามนี้ใบหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น แววตาของบ่าวคนสนิทเปลี่ยนไปเป็นเย็นชาจนน่าขนลุกความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมห้องโถงจวนสกุลอู่เพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกทำลายลงด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ ที่บาดลึกเข้าไปในใจคนฟัง ชุ่ยอวิ๋นค่อย ๆ ยืดตัวขึ้นตรง นางไม่ได้ค้อมกายลงอย่างบ่าวรับใช้ที่เคยทำมาตลอดหลายปี ท่วงท่าของนางยามนี้กลับแฝงไว้ด้วยความเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด“ชุ่ยอวิ๋น... นี่เจ้า... เจ้าเป็นคนทำจริง ๆ หรือ?” หลินซื่อเอ่ยเสียงสั่นพร่า มือที่เคยจิกทึ้งผมชุนอี๋เหนียงพลันอ่อนแรงลง พร้อมกับความเจ็บปวดที่ถูกคนใกล้ชิดหักหลัง ที่สำคัญพวกเราโตมาพร้อมกัน “ข้าดูแลเจ้ามาตั้งแต่ออกเรือน ข้าไว้ใจเจ้ามากกว่าใคร!”“ไว้ใจงั้นหรือ?” ชุ่ยอวิ๋นแค่นยิ้ม แววตาที่เคยหม่นแสงกลับลุกโชนด้วยเพลิงแค้น “ท่านดีกับข้าเพียงเพราะข้าคือสุนัขที่ซื่อสัตย์ แต่ท่านเคยถามข้าสักคำไหมว่าข้ารู้สึกอย่างไรที่ต้องเห็นพี่สาวของตนเองได้สวมชุดมงคล ได้นั่งเกี้ยวหรูหราแต่งกับบุรุษที่ข้ารัก ในขณะที่ข้าต้องเดินตามต้อย ๆ ในฐานะขี้ข้า!”คำว่า ‘พี่สาว’ที่เปล่งออกจากปากของชุ่ยอวิ๋น แม้แต่อู่เหวิ

  • ฝูเหลียนไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 18 ลูกใครไม่รู้ 2/2

    สิ้นเสียงของลู่จิ้งเหิงเสียงเปิดประตูเรือนชั้นในที่ติดกับห้องโถงรับแขกเปิดออกดังปัง! หลินซื่อ ที่ถูกกักบริเวณอยู่ด้านในพุ่งตัวออกมาด้วยสีหน้ากรุ่นโกรธ นางได้ยินทุกคำพูดผ่านบานประตู หัวใจของนางเหมือนถูกคนเหยียบย่ำ นางเพิ่งรู้ว่าตนเองเชิดชูเลือดเนื้อเชื้อไขผู้ใดก็ไม่รู้“เจ้าพูดเรื่องอะไรลู่กั๋วกง! อาเหอคือลูกข้า! อา เหอคือความหวังของข้า!” หลินซื่อกรีดร้อง ไม่ใช่นางไม่เชื่อเพียงแค่ไม่อยากยอมรับความโง่เขลาของตนเอง“ถ้าอย่างนั้นเจ้าจงดู... ว่าลูกชายแท้ ๆ ของเจ้าคือใคร!” ลู่จิ้งเหิงสะบัดมือกลับไปไขว่หลังดังเดิมอันเซิ่ง เดินก้าวออกมาจากเงามืดด้วยท่าทางสงบนิ่ง ทว่าแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย เขาเดินไปหยุดตรงหน้าหลินซื่อ สตรีที่ทุบตีเขา โขกสับเขา และเรียกเขาว่าบ่าวชั้นต่ำมาตลอดชีวิตเป็นมารดาแท้ ๆ ของตน และมองบิดาที่เป็นขุนนางขั้นสามด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเช่นกัน“ไม่...ไม่จริง...ข้าไม่เชื่อ” หลินซื่อส่ายหน้าไปมาดั่งคนเสียสติ ส่วนชุนอี๋เหนียงก็ไม่ต่างกัน“ท่านใส่ร้ายข้า” ชุนอี๋เหนียงไม่ยอมรับเด็ดขาด ชีวิตนางกำลังจะดีขึ้นแล้ว ทำไม...ทำไมเรื่องนี้ต้องเปิดเผยช่วงนี้ด้วย“หมอตำแยที

  • ฝูเหลียนไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 18 ลูกใครไม่รู้ 1/2

    บรรยากาศในพระตำหนักพักผ่อนเต็มไปด้วยความกดดัน เมื่อฝ่าบาททรงทอดพระเนตรดูความวุ่นวายตรงหน้าด้วยสายพระเนตรคมปลาบ พระองค์ทรงเป็นเจ้าเหนือหัวที่ไม่โปรดความวุ่นวาย และยิ่งไม่โปรดการให้เลือดสาดนองเปื้อนพรมในวังหลวงและอีกไม่กี่วันจะถึงวันมงคลอย่างวันครบรอบวันประสูติพระมารดา ดังนั้นเขาจึงคิดตัดเรื่องวันนี้ออกจากสมอง“อู่เหวิน...” สุรเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจทำเอาใต้เท้าอู่ทรุดลงคุกเข่าขอความเมตตา “ข้าจะเห็นแก่ความดีความชอบเล็กน้อยที่เจ้าเคยมี จะยังไม่สั่งประหารลูกเมียเจ้าที่นี่ แต่เจ้าจงพาสตรีไร้ยางอายเหล่านี้กลับไปจัดการในจวนของเจ้าเสีย สั่งสอนบุตรสาวและจัดการอนุของเจ้าให้เด็ดขาด อย่าให้ข้าได้ยินว่าคนสกุลอู่ทำเรื่องเสื่อมเสียถึงหูข้าอีก มิเช่นนั้น... หัวของเจ้าจะเป็นรายต่อไปที่ต้องวางบนแท่นประหาร!”“ขะ...ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตา! กระหม่อมจะจัดการให้เด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ!” อู่เหวินหมอบกราบจนหน้าผากกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นด้วยความกลัวตาย เขานึกว่าต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่แล้วในวันนี้ท่ามกลางความอับอาย อู่ว่านชิงถูกทหารลากตัวออกไปประดุจหมูหมา ชุนอี๋เหนียงเองก็ถูกคุมตัวตามไป ทว่าในใจของนางลอบถอนหายใจด

  • ฝูเหลียนไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 3 วาสนาหนึ่งอีแปะ 2/2

    หลังจากชำระล้างจนสะอาดสะอ้าน ร่างกายฝูเหลียนถูกสวมทับด้วยชุดไหมสีแดงสดปักลวดลายวิจิตร นางนั่งงงงวยอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนภาพสตรีโฉมงามที่นางเกือบจำตัวเองไม่ได้‘ข้าหรือ?’ ฝูเหลียนมองแล้วมองอีก เหตุไฉนถึงได้มีผิวพรรณดีเยี่ยงนี้ หรือเป็นเพราะเครื่องหอมและเครื่องขัดตัวเหล่านั้น ราคาคงจะแพงน่า

  • ฝูเหลียนไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 2 งานแต่งหาใช่เรื่องล้อเล่น 2/2

    “ทูลฝ่าบาท...” เสียนกงกงปาดเหงื่อบนหน้าผาก ก่อนรีบกราบทูล “เห็นว่าท่านกั๋วกงให้คนมารายงานว่าสตรีผู้นั้นซื้อตำแหน่งฮูหยินเอกด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ!”ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินผงะทันทีที่ได้ยินคำตอบนี่ถึงกับซื้อตำแหน่งเชียวหรือ...เกิดมาเป็นองค์ชายจนนั่งบัลลังก์เหนือคนทั้งใต้หล้า เขาเพิ่งเคยได้ยินว่ามีสตรีซื้อ

  • ฝูเหลียนไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 2 งานแต่งหาใช่เรื่องล้อเล่น 1/2

    ชุนอี๋เหนียงเพิ่งรู้เรื่องของฝูเหลียน นางรีบวิ่งมาที่หน้าประตู แต่ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า เด็กน้อยน่าสงสารนางนั้นไปแล้วสินะ ทำให้นางได้แต่ทอดถอนใจ โทษว่าเป็นความผิดตนเองที่ไม่ได้คอยแนะนำนางให้ดี สตรีเพียงคนเดียวไปอยู่ข้างนอกจะใช้ชีวิตอย่างไรใบหน้าที่เคยเรียบเฉยยามอยู่ในจวนกลับฉายแววหม่นเศร้า

  • ฝูเหลียนไม่ใช่ดอกบัวขาว   บทที่ 1 สะใภ้เลี้ยงอะไรกัน 2/2

    หลินซื่อผู้มักใหญ่ใฝ่สูงมองนางเป็นเพียงมดปลวก ช่วงแรกที่นางพยายามวิ่งตาม อู่มู่เหอ เพื่อทำความรู้จักด้วยใจซื่อบริสุทธิ์ เขากลับรังเกียจจนร้องขอให้มารดาขายนางทิ้ง ฝูเหลียนแอบได้ยินพลันใจสลาย ทว่าหลินซื่อกลับกระซิบเล่ห์กลบางอย่างให้บุตรชาย จนกระทั่งฝูเหลียนได้รับคำมั่นว่า... หากนางหาเงินให้เขาได้หนึ่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status