Share

5. ลบเลือน (4)

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-05 23:10:20

ปัง! เสียงฝ่ามือกระทบลงบนโต๊ะดังลั่นไปทั่วบริเวณ เหล่าธารกำนัลต่างก็ทรุดกายก้มหมอบอยู่กับพื้นอย่างรู้หน้าที่

“ดื้อด้านนัก ที่ตกน้ำตกท่าไปก็เพราะความดื้อด้านของเจ้า รู้ทั้งรู้ว่าตนเองว่ายน้ำไม่เป็น ยังจะลงไม่ล่องเรืออีก พานทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนไปกันหมด” คำตำหนิจี้จุดดำในใจของหนิงจินจนเจ็บลึก ดวงหน้างามเชิดมองใบหน้าหล่อเหลาที่เคยลุ่มหลง

เสิ่นหนิงจินมองคนที่ทำให้นางเจ็บช้ำด้วยสายตานิ่งเฉย ทว่าภายในอกกลับเดือดพล่าน ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้เป็นคนช่วยนาง เหตุใดต้องมายุ่ง แล้วที่เอ่ยว่าจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน หมายถึงผู้ใด

หมายถึงสนมนางนั้นหรือ

“...”

“...” ในเมื่ออีกฝ่ายจ้อง หนิงจินก็ไม่คิดจะหลบ

“...”

“เฮ้อ~” ความเงียบถูกทำลายด้วยเสียงถอนหายใจของฮ่องเต้เจิ้งเฟยอวี่ สงครามนี้จึงเป็นเฟยอวี่ที่ยอมถอนสายตาของตนออกมา

แต่ถึงอย่างนั้นภายในศาลาก็ยังไร้เสียงพูดคุยตอบโต้ ต่างคนต่างหันหน้าไปคนละทาง ติดอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง บรรยากาศจึงชวนให้อึดอัดมากขึ้นไปอีก

อันที่จริงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ควรเป็นเช่นนี้ ทั้งสองรู้จักกันตั้งแต่เด็ก ด้วยเพราะพี่ชายของพวกเขาเป็นสหายกัน พี่ชายของเจิ้งเฟยอวี่คือฮ่องเต้องค์ก่อน ฮ่องเต้เจิ้งฟานเฉิง และเสิ่นชุน พี่ชายของหนิงจินเป็นองครักษ์คนสนิท

ทั้งเฟยอวี่และหนิงจินต่างก็ไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง แน่นอนว่าสตรีเพียงคนเดียวในกลุ่ม ย่อมเป็นแก้วตาดวงใจ ไม่ว่าหนิงจินอยากได้สิ่งใดก็พากันหามาให้ ซึ่งคนที่ตามใจหนิงจินที่สุดคงหนีไม่พ้น เจิ้งเฟยอวี่ ที่บัดนั้นเป็นเพียงองค์ชาย

ทว่าหลังจากฮ่องเต้เจิ้งฟานเฉิงและเสิ่นชุนจากไป ทุกอย่างก็แปรเปลี่ยนไปด้วย เจิ้งเฟยอวี่ต้องสืบทอดบัลลังก์ต่อจากพี่ชาย ส่วนครอบครัวหนิงจินก็อย่างที่รู้ และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ย่ำแย่ลงนับตั้งแต่หนิงจินก้าวเข้าวังหลวง

ศีรษะเล็กส่ายเบาๆ ไล่ความคิดเรื่อยเปื่อย ในเมื่อยามนี้เขาลืมเรื่องทั้งหมดไปแล้ว นางก็ไม่คิดเก็บเรื่องพวกนั้นเอาไว้ มือเรียวหยิบกินขนมในจานกินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งชาและขนมบนโต๊ะพร่องลงไปกว่าครึ่ง ในที่สุดเสิ่นหนิงจินก็อดทนรอไม่ไหว

“เมื่อใดฝ่าบาทจะกลับตำหนักหรือเพคะ”

“แผ่นดินนี้เป็นของข้า ที่ตรงนี้ก็เช่นกัน เจ้าถือสิทธิ์อันใดมาไล่ข้า”

“มิได้เพคะ หม่อมฉันเพียงไม่อยากให้พระองค์ติดไข้จนล้มป่วย หากเป็นเช่นนั้นเหล่าสนมคงร้องไห้กันระงม ถึงครานั้นวังหลังคงต้องขุดสระเพิ่ม เพราะเกรงว่าน้ำจะท่วมพระราชวัง” ทันทีที่ได้ยินประโยคก่อกวนของหนิงจิน เจ้าแผ่นดินก็ลุกพรึบ สะบัดชายผ้าอย่างไม่พอใจ พลางเอ่ยทิ้งท้ายให้หนิงจินเจ็บใจเล่น

“เจ้าหายแล้วก็ดี รีบกลับมาทำหน้าที่ของตนเสีย ข้าเหนื่อยกับเรื่องบ้านเมือง แล้วยังต้องมาสะสางเรื่องในวังหลังอีก”

“...”

“เจ้าอยากได้มิใช่หรือตำแหน่งฮองเฮา ได้มาแล้วก็ทำให้หน้าที่ให้ดีเสีย”

เสิ่นหนิงจินอารมณ์เสียกับคำสั่งของสวามี เรื่องในวังหลังของตนเองแท้ๆ ยังจะให้คนอื่นช่วยจัดการ มีหน้ามากล่าวค่อนแคะนางอีก

สนมพวกนั้นก็เต็มที อยู่ดีๆ กันไม่ได้เลยหรือไร

บ่นไปเพียงไม่กี่วัน ก็เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง หลังจากที่อาการดีขึ้น ร่างกายฟื้นฟูเต็มที่ ก็มีเรื่องให้น่าปวดหัวเข้ามาทันที

“ฮองเฮา! ฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   16. อสรพิษ (2)

    เจิ้งเฟยอวี่เปิดอ่านบันทึกของท่านหมอหลวง หลังจากที่พี่ชายของเขาสิ้นลมไป เฟยอวี่ก็สงสัยเรื่องการตายของพี่ชายมาโดยตลอด เพราะฝีมือการต่อสู้ของท่านพี่และเสิ่นชุนถือว่าเป็นอันดับต้นๆ ของแคว้น ทว่าในสถานที่เกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสู้น้อยเกินไปความสงสัยเล็กๆ นั่นทำให้เฟยอวี่ตัดสินใจสืบสาเหตุการตายของพี่ชาย ว่าเกิดจากการลอบปลงพระชนม์โดยนักฆ่าไร้สำนักอย่างที่ทุกคนรับรู้หรือไม่ทว่าสี่หน้าปีที่ผ่านมา วิกฤติบ้านเมืองและภาระหน้าที่ทำให้เฟยอวี่ติดตามเรื่องนี้ได้ไม่ต่อเนื่อง ซ้ำทุกอย่างยังแนบเนียน ไม่หลงเหลือหลักฐานให้สืบต่อ กระทั่งวันนี้“นี่อย่างไร...” นิ้วชี้เลื่อนไปตามตัวอักษรทีละแถว พิจารณาเนื้อความอย่างถี่ถ้วน กระทั่งไปสะดุดอยู่ประโยคหนึ่ง‘บริเวณเหนือสะโพกเป็นรอยเข็มทิ่มลงไป เนื้อรอบๆ มีสีม่วงดำ มิใช่รอยช้ำจากการฝังเข็ม ดูคล้ายเป็นพิษจากปลายเข็มมากกว่า’“พิษ!? เสด็จพี่มิได้ตายเพราะถูกมือสังหารฆ่า แต่เป็นเพราะพิษอย่างนั้นหรือ”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ในบันทึกหน้าถัดไปยังกล่าวว่าเป็นพิษสะสม”“หมายความว่ามีคนในวัง วางยาเสด็จพี่มานานแล้ว” มือใหญ่กุมขมับ คนในตำหนักของเสด็จพี่ล้วนเต็มใจถูกฝังไปพร้อมกับนา

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   15. อสรพิษ (1)

    ‘ขนาดคนข้างกายยังหักหลังท่านได้ นี่น่ะหรือ อำนาจของผู้เป็นใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน’“ฝ่าบาท ฮองเฮา จวนจะเข้ายามซื่อแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ” (09:00 – 10:59 น.)เสียงร้องเรียกของขันทีเหล่ยดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม ตั้งแต่ย่างเข้ายามเหม่า ( 05:00 – 06:59น.) จนป่านนี้ก็ไร้วี่แววว่าคนด้านในจะยอมออกมา ถึงกระนั้นเหล่ยลู่เปียวก็มิอาจยอมแพ้ ตะโกนข้ามผนังร้องเรียกนายเหนือหัวอยู่เช่นนั้น“อื้อ~” ดวงตาสองคู่กะพริบถี่ ตื่นจากห้วงนิทรา เจิ้งเฟยอวี่นิ่วหน้า รู้สึกชาไปทั้งแขน จึงต้องก้มมองหาสาเหตุ แต่เมื่อสายตาสอดประสานเข้ากับนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน ร่างชายหญิงพลันผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!”“อะฮึ่ม! ข้ากำลังจะออกไป” องค์กษัตริย์ลุกขึ้นมานั่ง จัดระเบียบอาภรณ์ให้เข้าที่เข้าทาง ภาพเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไหลเวียนเข้ามาเป็นฉากๆ พลันทำให้ใบหูขึ้นสีแดงก่ำ ถึงกระนั้นคนปากหนักก็ไม่ยอมพูดสิ่งใดออกมาทำเรื่องน่าอายเช่นนั้น จะให้เฟยอวี่กล้าพูดอะไรอีกเล่า“...”“อย่าลืมอาบน้ำก่อนออกไปพบพวกสนม ตัวเจ้ามีแต่กลิ่นสุรา” ว่าเสร็จฮ่องเต้หนุ่มก็ลุกพรวด เดินตรงออกจากห้องตำราทันที ไม่คิดหันไปต่อล้อต่อเถียงคนที่ตะโกนตามหล

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   14. รู้สึกตัว (2)

    “เหตุใดข้าต้องทำ ข้ามิได้ทำอันใดผิด นางดื้อก็ต้องถูกลงโทษเช่นนี้”หม่าซานถึงกับยกมือตบหน้าผากของตนเอง ที่ฝ่าบาทคิดว่ากว่าห้าปีที่ผ่านมา ทำท่าบึ้งตึงเย็นชา เข้าข้างผู้อื่นตลอดเวลา ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงการลงโทษที่พระนางดื้อรั้นอย่างนั้นหรือ“เฮ้อ~ ที่ต้องทำ เพราะตอนนี้แม้แต่ตำแหน่งคนรู้จัก ฮองเฮาก็ไม่อยากมอบให้ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”“เจ้า! หม่าซาน เจ้าคนน่าตาย”“กระหม่อมพูดความจริงพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้ฐานะของฝ่าบาทในใจฮองเฮา คงเป็นคนที่เกลียดที่สุด-” คำพูดขององครักษ์หม่าถูกตอบแทนด้วยเม็ดถั่วคั่วคนที่กำลังกรึ่มๆ ยกสุราขึ้นกรอกปากครั้งแล้วครั้งเล่า ในเมื่อดื่มสุราราวกับน้ำเปล่าเช่นนี้ต่อให้เป็นคนคอแข็งเพียงใดก็เมาไม่รู้เรื่องได้เหมือนกันองค์จักรพรรดิแคว้นต้าหยางปัดป้องตนเองจากเหล่าข้ารับใช้ที่พยายามเข้ามาพยุง สองขาเดินซวนเซมุ่งหน้าไปยังตำหนักของใครบางคน ที่ทำให้เขาวุ่นวายใจถึงขั้นต้องพึ่งน้ำเมา“ฝะ ฝ่าบาท”“หลีกไป! อึก!” สองมือผละประตูเข้าไปในตำหนัก จุดหมายปลายทางคงหนีไม่พ้นห้องบรรทมของหนิงจินทว่าเสียงของเฟยอวี่คงดังครึกโครมจนคนนอนหลับตื่นจากห้วงนิทรา เดินออกมาดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้น และก็ต้องตกใจเมื่

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   13. รู้สึกตัว (1)

    ‘ข้าเกลียดท่าน เหมือนดั่งที่ท่านเกลียดข้า’“ฝ่าบาทจะมิเข้าไปประทับในตำหนักก่อนหรือพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีฟ่งหนานเอ่ยถามผู้ครองแคว้นเป็นครั้งที่สาม แต่ก็ได้รับคำตอบแบบเดิมซ้ำๆ“ไม่ล่ะ” ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมลายมังกร บัดนี้ยืนมองหน้าต่างที่จุดไฟสลัวท่ามกลางความมืด นับตั้งแต่ได้ยินประโยคนั้นของเสิ่นหนิงจิน เขาก็รู้สึกชาไปทั้งร่าง‘หากฝ่าบาทจะกรุณา ช่วยมอบอิสระให้หม่อมฉันได้หรือไม่เพคะ’อิสระอย่างนั้นหรือ นางคิดสิ่งใดอยู่ ตั้งแต่วันแรกที่ย่างก้าวเข้ามานางควรรู้ว่าชีวิตของนางจะไร้อิสรภาพจนกว่าจะสิ้นลมหายใจก่อนที่นางจะขึ้นรับตำแหน่ง เขาก็บอกกับนางแล้ว แต่เป็นนางเองมิใช่หรือที่ดื้อรั้นจะเป็นฮองเฮาให้ได้แล้วเหตุใดวันนี้ถึงได้เอ่ยคำพวกนั้นออกมา“หม่าซาน เพิ่มทหารคุ้มกันตำหนักกวนผิงเป็นสามเท่า ตามติดฮองเฮาอย่าให้คลาดสายตา”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”เจิ้งเฟยอวี่ถอนหายใจหนัก ตาดุจ้องมองหน้าต่างบานนั้นอย่างขัดใจ กระทั่งแสงไฟดับมืดลง จึงตัดสินใจหันหลังกลับออกมาจากตำหนักกวนผิง“เอ่อ ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ วันนี้ฝ่าบาทพลิกป้ายซ่งกุ้ยเฟย-” ขันทีเหล่ยลู่เปียวยอมเสี่ยงตายเอ่ยขัดอารมณ์ขุ่นมัวของนายเหนือหัว“ส่งคนไปแจ้งว่าวันน

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   12. ผู้ถูกเลือก (2)

    ขบวนเสด็จของฮ่องเต้และฮองเฮาแคว้นต้าหยางเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ ตามติดมาด้วยขบวนเสด็จขององค์ชายน้อย มุ่งหน้าไปยังโรงทานแถบชานเมือง อยู่ห่างจากเมืองหลวงพอควรราษฎรยากไร้ต่างพากันมารอรับอาหารจากโรงทาน แม้แคว้นต้าหยางจะเป็นหนึ่งในแคว้นที่เจริญรุ่งเรือง มีพืชผลทางการเกษตรมากมาย ทว่าผู้ยากไร้ก็ยังมีให้เห็นไม่น้อย“ทางนี้ปล่อยให้พวกทหารจัดการต่อ เจ้ามากับข้า”“เพคะ” ได้ยินเสียงกระซิบจากคนข้างกาย หนิงจินที่ยังมีคดีติดตัวจึงไม่ขัด ปล่อยมือจากอาหารที่แจกให้ชาวบ้าน พลางเดินตามสวามีเข้าไปในเรือนรับรองที่จัดเตรียมไว้ให้ถึงจะเอ่ยว่าเรือนรับรอง ทว่าก็มิได้ใหญ่โตโอ่อ่า มีเพียงห้องโถงและห้องนอน ซึ่งบัดนี้มีเด็กชายตัวน้อยกำลังนอนกลางวันอยู่ วันนี้ต้องเดินทางแต่เช้าตรู่ ไม่แปลกที่ไป่เฉิงจะง่วง“เปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย ข้าจะออกไปดูความเป็นอยู่ละแวกนี้เสียหน่อย”“หม่อมฉันไม่ไปเพคะ จะรออยู่ที่นี่กับเสี่ยวไป่”“เจ้ามิขัดข้าสักเรื่องจะได้หรือไม่ เหตุใดช่วงนี้เจ้าว่ายากนัก” เสียงถอนหายใจบ่งบอกชัดเจนว่ารำคาญ“...”“เปลี่ยนเสื้อผ้า”“จิ๊! หันไปสิเพคะ” หนิงจินคว้าเอาเสื้อผ้าเนื้อธรรมดามาเปลี่ยนตามคำสั่งด้วยท่าทีฮึดฮัด

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   11. ผู้ถูกเลือก (1)

    ‘สิ่งที่ข้าต้องการ คือเป็นอิสระจากท่าน’ร่างระหงนั่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ให้เหล่าธารกำนัลช่วยกันแต่งแต้มเครื่องประทินผิว เพราะวันนี้องค์ไทเฮาเพ่ยเหมยเหลียน จะกลับมาจากไปปฏิบัติธรรมที่วัดหลิงเซียน หนิงจินจึงจะพาเหล่าสนมไปเข้าเฝ้า ราวถึงรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นทว่าฮองเฮาคนงามจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สาเหตุคงไม่พ้นเรื่องแอบหนีออกนอกวังแต่ดันไปพบกับฝ่าบาทเข้า ยามนั้นนางกับเต๋อคุนวิ่งหนีไม่คิดชีวิต ไปหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ยังดีที่รอดมาได้แต่ในตอนที่กลับเข้าวัง เต๋อคุนเอ่ยว่ารู้สึกว่ามีคนตามมา นางจึงมานั่งลุ้นว่าเป็นคนของฝ่าบาทอย่างที่เต๋อคุนสงสัยหรือไม่ หากพ้นวันนี้ยังไม่โดนเรียกเข้าเฝ้าก็ถือว่าการหนีเที่ยวเมื่อคืนเป็นความลับ“ฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ-”“ฝะ ฝะ ฝ่าบาทเรียกพบข้าหรือ!” ร่างเล็กสะดุ้งโหยง ใจร่วงลงมาถึงตาตุ่ม ในหัวคิดคำแก้ตัวเป็นพัลวัน หากถูกจับได้ครานี้มิใช่นางที่จะเดือดร้อน แต่คนทั้งตำหนักกวนผิงจะถูกลงโทษไปด้วยจะทำอย่างไรดี!“เอ่อ มิได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเพียงมาทูลว่าขบวนเสด็จของเพ่ยไทเฮามาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“...อ่อ เช่นนั้นหรอกหรือ” ท่าทางเป่าปากโล่งอก สร้างความงุนงงให้กับข้ารับใช้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status