LOGINสามปีกับการเฝ้ารอร้องขอความรักจากสามีแสนเย็นชา ทว่ายังไร้ซึ่งวี่แววว่าลี่จวินจะสมหวัง ที่ผ่านมาเธอคอยดูแลเอาใจใส่เขามากเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะสามารถทำเพื่อผู้ชายที่ตัวเองรักได้ จนกระทั่งวันหนึ่งถึงได้รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นไร้ค่ายิ่งกว่าเศษฝุ่นที่ลอยในอากาศ เมื่อรู้ว่าในใจของเขามีใครคนหนึ่งซ่อนอยู่เสมอมา เธอพอแล้วกับการรอคอยความรักจากคนที่ไม่ได้รักเธอ ถ้าเขาอยากหย่านัก เธอจะไม่รั้งเขาไว้อีก
View Moreฤดูใบไม้ผลิย่างเข้ามาพร้อมกับดอกไม้ที่เริ่มออกดอกบานสะพรั่งไปทั่วทั้งสวน สวี่อี้เหรินที่กำลังยืนรอลูกชายอยู่ที่หน้าเรือนคนเดียวเหม่อมองทิวทัศน์โดยไม่รู้ตัวว่าแม่ทัพหนุ่มได้แอบมองนางอยู่ก่อนแล้ว “รองเท้าของเจ้าเริ่มเก่าแล้ว ข้าให้หลี่จื้อไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่ให้เจ้า” “ท่านมาตั้งแต่เมื่อใด” เอ่ยด้วยเสียงตกใจ “ถ้าเจ้าไม่เอาแต่เหม่อคิดถึงผู้ใดอยู่คงเห็นข้านานแล้ว” บอกพร้อมกับเดินจับมือร่างบางไปนั่งที่ศาลาริมน้ำ แล้วบรรจงถอดรองเท้าคู่เก่าออกจากนั้นใส่คู่ใหม่ให้นาง “ท่านแม่ทัพรู้จักอ่อนโยนด้วยหรือเจ้าคะ” “แค่กับเจ้าและลูกเท่านั้น ส่วนคนอื่นก็ตามที่เจ้าเห็น” “ข้าแค่ยังไม่ชินเท่านั้นเอง” เอ่บอกไปตามตรง สองสามเดือนผ่านมานี้การกระทำของเขาต่างจากเมื่อก่อนสิ้นเชิงจนนางเองก็ตกใจจนบางครั้งอดคิดไม่ได้ว่าตนกำลังนอนฝันอยู่ “อีกหน่อยก็ชิน” “ท่านพ่อ ท่านแม่” “ลูกแม่ เจ้ามาแล้วหรือ” “ทำไมทำหน้าแบบนั้น เกิดอันใดขึ้นรึ” เฉียนหยางถามบุตรชาย เมื่อเห็นเขาเอาแต่ทำหน้าเศร้า “ท่านพ่อจำคนแซ่ตู้ได
“คงจะเป็นอย่างนั้น ข้าคิดว่าข้ากำลังเปิดใจ” หลังจากคิดถี่ถ้วนอยู่นานถึงได้เอ่ยขึ้น แม้ในอดีตเขากับนางไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าใดนัก ครั้นมองหน้าลูกชายที่ตั้งแต่มารดาแท้ ๆ ของตัวเองฟื้นคืนสติกับมา พ่ออย่างเขาค่อย ๆ เห็นรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้าเล็ก เขาอยากเห็นลูกมีความสุขอีกอย่างสตรีตรงหน้านี้ได้เปลี่ยนไปจากในอดีตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาเองก็ควรให้โอกาสนางเช่นกัน เขาไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มหวั่นไหวกับฮูหยินอย่างนางตั้งแต่เมื่อใด บางทีอาจเป็นตอนที่ไปงานเลี้ยงสกุลเจิ้งกระมัง “แล้วมาบอกเรื่องนี้กับข้าทำไม ข้าไม่ได้อยากรู้เสียหน่อย” แม้ปากจะพูดเช่นนี้ ทว่ากลับหน้าแดงสวนกับคำพูด “ไม่ให้บอกเจ้า แล้วจะให้ข้าบอกผู้ใด เจ้าเป็นมารดาของลูกชายข้า มิหนำซ้ำยังเป็นภรรยาของข้าด้วย” “ข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ” ในขณะทำกำลังเอี้ยวตัวกลับ ร่างของนางได้ลอยขึ้นจากพื้นเข้าสู่อ้อมอกของผู้เป็นสามี เฉียนหยางอุ้มภรรยามายังห้องอาบน้ำพร้อมกับวางตัวนางลงในอ่างทำให้ตัวเปียกด้วยกันทั้งคู่ “ช่วยอาบน้ำให้ข้าหน่อยได้หรือไม่” เอ่ยด้วยน้ำเสียงมีเลสนัยอย่างไม่ปิดบั
“ท่านแม่ทัพ” “มีอะไร” “คุณชายตัวร้อนเจ้าค่ะ” “เจ้าเรียกท่านหมอมาแล้วรึยัง” ร่างสูงหรี่ตามองผู้มาใหม่ นี่ก็เริ่มดึกแล้วเหตุใดแต่สตรีตรงหน้ายังไม่เข้านอน อีกอย่างเขารู้อยู่ก่อนแล้วว่าเฉียนอี้ไปนอนที่เรือนฝั่งตะวันออก “ยังเจ้าค่ะ ข้าเห็นว่าดึกแล้วเลยไม่อยากรบกวนคนอื่น” “แต่กลับมารบกวนข้า” ลี่อิ่นก้มหน้ามองพื้นอย่างไม่รู้ว่าควรตอบอันใดกลับไป จนเขาพูดขึ้นอีกครั้งถึงทำให้นางยิ้มออกได้บ้าง “เดินนำทางสิ” ว่าพร้อมลุกขึ้นยืน ตอนนี้เขากับนางอยู่ด้วยกันตามลำพัง ส่วนหลี่จื้อเขาได้ให้กลับไปพักผ่อนแล้ว เมื่อเดินมาถึงนางรีบเปิดประตูห้องนอนของเฉียนอี้ทันทีประหนึ่งกลัวถูกคนจับได้ แม่ทัพหนุ่มเดินเข้ามาภายในห้องที่มืดสนิทขณะจมูกสูดกลิ่นกำยานเข้าเต็มปอด ที่เขายอมตามมาแต่โดยดีเหตุผลหนึ่งก็เพราะอยากรู้ว่านางคิดจะทำอะไรกันแน่ “ท่านแม่ทัพ” ลี่อิ่นเข้าสวมกอดบุรุษที่ตนรักจากด้านหลัง “เจ้าคิดว่าตัวเองกำลังทำอันใดอยู่” เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ลี่อิ่นรักท่าน รักมานานแล้ว ท่านเองก็คิดเช่
นับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้พบเจิ้งเผิงโหวตั้งแต่ที่นางมาอยู่ในร่างของสวี่อี้เหริน นางมองบุรุษตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉยไร้ซึ่งความรู้สึกทำให้ฮูหยินที่ยืนอยู่ข้างชายหนุ่มอดรู้สึกแปลกใจไม่น้อย มีผู้ใดในเมืองไม่รู้บ้างว่าสวี่อี้เหรินชอบพอสามีนางมากเพียงไร แม้ตัวเองจะออกเรือนไปแล้วแต่ยังไม่วายมายุ่งวุ่นวายกับเขาจนตระกูลเจิ้งต้องรีบให้ท่านโหวแต่งงานกับนางเมื่อครึ่งปีก่อน “ยินดีกับท่านโหวและฮูหยิน” นางยิ้มบอก งานเลี้ยงวันนี้นางเดินทางมาพร้อมสามีที่ตอนนี้เอาแต่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดจาสักคำ “ขอบคุณที่พวกท่านทั้งสองที่อุตส่าห์เดินทางมาร่วมงาน” “ข้าต้องมาอยู่แล้ว ฝ่าบาทพระราชทานจวนใหม่ให้พวกท่าน เรื่องน่ายินดีเช่นนี้มีหรือข้าจะพลาดโอกาส” “เชิญฮูหยินกับท่านแม่ทัพด้านใน ข้าจะให้สาวใช้นำทางพวกท่านไป” สิ้นคำพูดของฮูหยินเจิ้งทั้งคู่เดินตามหลังสาวใช้มาเงียบ ๆ จนกระทั่งได้อยู่ด้วยกันตามลำพังเขาถึงได้ปิดปากพูด “เจอคนรักเก่าทั้งที ทำไมไม่อยู่พูดจากับเขาให้นานขึ้นอีกหน่อย” “ท่านพูดถึงผู้ใดกัน” “หึ จะเป็นใครได้เล่าถ้าไม่ใช้เจ
สองมือเล็กชูขึ้นเหนือหัวแล้วบิดขี้เกียจ วันนี้เป็นวันที่สามที่เธอไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุกตั้งแต่ตีห้าเพื่อลงไปทำอาหารให้สามี ลี่จวินตื่นนอนตอนหกโมงเช้าและลงมาข้างล่างตอนเจ็ดโมงเพื่อลงมากินแซนวิชกับกาแฟที่แม่บ้านเป็นคนเตรียมไว้ให้ “หน้าตาคุณนายดูสดใสขึ้นนะคะ” ป้าซือเอ่ยทั้งรอยยิ้ม เ
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” ลี่จวินเคาะประตูเบา ๆ สามครั้ง ทว่ายังไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากคนที่อยู่ข้างใน เธอจึงถือวิสาสะเดินเข้าไป “พรุ่งนี้เช้าพี่สวี่หยางจะกินอะไรดีคะ ฉันจะได้ให้แม่บ้านเตรียมไว้ให้” เหม่ยซินถามขึ้น ขณะกำลังนวดไหล่ให้ชายหนุ่ม โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ว่าประตูห้องได้เปิดออกแล้ว
ร่างสูงตื่นขึ้นมาในช่วงสายของอีกวันพร้อมกับอาการปวดหัว ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นหยดเสือดสีแดงสดบนเตียงนอนทำให้ความทรงจำเมื่อคืนผุดขึ้นมา เขาแทบจะตะโกนออกมาเพราะสิ่งที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่แตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้วได้มลายหายไปในชั่วพริบตาเดียวเพียงเพราะน้ำเมา ลี่จวินที่ตื่นเช้าเหมือนท
หลังจากทั้งคู่กินข้าวเสร็จได้กลับมาที่บริษัทเหมือนปกติ แต่วันนี้พิเศษตรงที่เขามีนัดไปดื่มฉลองกับหุ้นส่วนหลังเลิกงาน “ได้เวลาแล้วครับ” เลขาซูเดินเข้ามาพร้อมกับยกมือขวาขึ้นมาดูเวลา เหม่ยซินที่อยู่ในห้องด้วยถามขึ้นด้วยความอยากรู้ว่าทั้งคู่จะไปที่ไหน “จะไปไหนกันเหรอคะ”

















