เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ

เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ

last updateآخر تحديث : 2026-01-20
بواسطة:  หรงเย่า / นาย่าمكتمل
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
53فصول
485وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เหมยอวี่ซิน หญิงสาวผู้ซึ่งถูกจองจำเอาไว้ในหุบเขาลึก กระทั่งถูกปลุกขึ้นมาจากการหลับใหลหลังผ่านไปหนึ่งพันปี ความแค้นที่ฝั่งแน่นทำให้นางยอมใช้วิญญาณของตนแลกกับหยกวารีจากแม่น้ำลืมเลือน เพียงเพื่อสะสางหนี้แค้นกับสามีผู้ที่เคยทรยศหักหลัง และมอบความตายให้นางอย่างเลือดเย็น กู้จื่อเหยียน หัวหน้ามือปราบเมืองหลงอู่ เขาคือจุดเริ่มต้นและจุดจบของทุกสิ่ง เป็นทั้งอดีตและอนาคต ซึ่งจะพลิกผันชะตาของปิศาจสาวสองตนที่เวรกรรมนำพา ชะตาชักนำให้มีแค้นต้องสะสาง คือบุรุษเพียงผู้เดียวที่ไม่ว่าปิศาจ หรือภูตผีวิญญาณ ล้วนไม่อาจแตะต้อง

عرض المزيد

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
53 فصول
บทที่ 1
บทนำในห้วงลึกอันดำมืดร่างที่ถูกเหวี่ยงขึ้นลงอย่างรุนแรง ส่งผลให้ชายหนุ่มซึ่งติดอยู่ระหว่างห้วงเวลาเจ็บปวดอย่างสุดแสน เขาพยายามลืมตา หากแต่กลับทำได้เพียงปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินต่อไปในความมืดเสียงหัวเราะร้ายกาจของสตรี ทำให้เขารู้สึกลังเล แท้ที่จริงแล้วการตัดสินใจของเขาในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ถูกต้อง...หรือเป็นเรื่องที่เขาอาจต้องเสียใจในภายหลังกันแน่แม้ความคิดขัดแย้งแต่เขากลับไม่อาจหวนคืนได้อีกแล้ว พันธสัญญาที่ถูกทำขึ้นกับปีศาจ แน่นอนว่าย่อมส่งผลให้เขาไม่อาจเป็นตัวของตัวเอง‘แน่นอนเจ้าย่อมไม่อาจคืนคำพูด’เสียงของนางยังคงก้องอยู่ในหัว เสียงหัวเราะที่ตามมาทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ หากแต่เมื่อร่างกายร่วงลงมาจากที่ใดสักแห่งอย่างรวดเร็ว เขากลับสะดุ้งสุดตัวพร้อมส่งเสียงตะโกน“ไม่!!!”ร่างสูงสะดุ้งเฮือกพร้อมกับลุกขึ้นนั่ง เขาลืมตาและพยายามรวบรวมสติและมองไปโดยรอบ คิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่อพบว่าตัวเขานอนอยู่บนเตียงนอน อีกทั้งตอนนี้เป็นยามเช้าตรู่“อา...ข้ากลับมาจริงๆ สินะ หรือว่าทุกอย่างนั้นคือความฝัน”“หากคิดเช่นนั้นแล้วเจ้าสบายใจ เช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้าเถิด”เสียงหวานซึ่งดังขึ้นแผ่วเบาทำเอาชายหนุ่มขม
اقرأ المزيد
บทที่ 2
“แต่มองจากสถานที่และเวลา รวมไปถึงจุดที่ถูกพบศพทุกที่ล้วนเป็นจุดที่ตรงกันข้ามกัน หากหายไปทางทิศตะวันออก ศพจะถูกพบยังทิศตะวันตก หากหายไปจากทิศเหนือ ศพจะถูกพบยังทิศใต้”เหวินซวี่ไห่เลิกคิ้วก่อนจะชะโงกหน้าไปมองบักทึก “จริงอย่างที่เจ้าว่า”“ยังมีอีกสองจุดที่น่าสงสัย วันนี้ข้าจะไปดู”“ข้าจะไปกับเจ้าด้วย”กู้จื่อเหยียนพยักหน้า “ดีเหมือนกัน เจ้าคุ้นเคยพื้นที่มากกว่าข้า มีเจ้าอยู่ข้าเองก็วางใจมากขึ้น”ทั้งสองรวบเก็บแผนที่จากนั้นจึงคว้าดาบประจำตัวขึ้น กระนั้นยังไม่ทันได้ก้าวออกไปจากห้อง เสียงอ่อนหวานของหญิงสาวนางหนึ่งก็ดังขึ้น“พี่กู้ ท่านกำลังจะออกไปข้างนอกหรือเจ้าคะ”“หลันเอ๋อร์” กู้จื่อเหยียนยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า นางก็คืออันซิ่วหลัน บุตรสาวคนเดียวของอันฮั่ว เจ้าเมืองหลงอู่ “ข้ากับอาไห่กำลังจะออกไปสืบคดี เจ้ามีอะไรหรือ”“ข้าเคี่ยวน้ำแกงเอาไว้ เห็นท่านยุ่งๆ เลยนำเข้ามาให้” หญิงสาวหันไปมองสาวใช้ที่กำลังยกถาดซึ่งมีน้ำแกงหอมกรุ่น “ดื่มตอนยังร้อนนะเจ้าคะ”เหวินซวี่ไห่ยืนมองคนทั้งสองเงียบๆ จากนั้นจึงผละออกไปก่อนโดยไม่พูดอะไร กู้จื่อเหยียนรับน้ำแกงไปจิบคำหนึ่ง เขามองตามเหวินซวี่ไห่จากนั้นจึงวางถ้วยน
اقرأ المزيد
บทที่ 3
“อะไรที่ว่าน่าสงสัย”“ป่าสมบูรณ์ขนาดนี้ แต่ไม่มีแม้แต่นกสักตัว”เหวินซวี่ไห่ได้ยินดังนั้นก็ชะงัก เขาหันมามองกู้จื่อเหยียน ดวงตาไหววูบแตกตื่น “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”“ที่นี่มีบางอย่างที่ทำให้สัตว์เหล่านั้นตื่นกลัว”ยิ่งฟังเหวินซวี่ไห่ก็ยิ่งไม่อาจรักษาความเยือกเย็น เขาเดินเข้ามาใกล้กู้จื่อเหยียน “เจ้าอย่าล้อข้าเล่น”“เจ้าคิดไปถึงไหน ข้าไม่ได้หมายความไปถึงเรื่องลี้ลับ แต่ข้าหมายถึงที่นี่อาจมีบางอย่าง”“แล้วความหมายมันต่างกันอย่างไรเล่า”กู้จื่อเหยียนถอนหายใจออกมา “เจ้ากลัวถึงเพียงนี้ยังตามมาโดยไม่พูดอะไร”มองดูกู้จื่อเหยียนยังคงมีท่าทีปกติ เหวินซวี่ไห่รู้สึกละอายใจเล็กน้อย “เรากลับออกไปกันเถิด หากเจ้าจะขึ้นเขา อย่างน้อยเราควรมีคนมาด้วยสักหลายๆ คน พวกเราไม่คุ้นเคยเส้นทางขึ้นเขาหากหลงทางจะยุ่งไปกันใหญ่”กู้จื่อเหยียนพยักหน้าเห็นด้วย เส้นทางรกทึบอีกทั้งหมอกหนาที่ปกคลุม หากยังฝืนเดินขึ้นเขาเกิดหลงทางขึ้นมาคงไม่ง่ายที่จะกลับออกมา ดังนั้นเขาจึงได้แต่หมุนตัวกลับระหว่างก้าวเดินลงเขานั้น เงาวูบไหวบางอย่างด้านข้างทำให้ชายหนุ่มชะงัก จากคลองสายตาเขามองเห็นชัดว่าเป็นชายเสื้อคลุมสีขาวที่วูบผ่านไปยัง
اقرأ المزيد
บทที่ 4
กู้จื่อเหยียนมองสบตากับเหวินซวี่ไห่นิ่ง ทั้งสองคนต่างตัดสินใจไม่พูดอะไร เพียงเก็บดาบขึ้นและต่างคนต่างก็ช่วยกันพยุงกันและกันเดินลงเขามาระยะทางที่ทั้งสองขึ้นเขาไปนั้นไม่ไกลนัก หากแต่เส้นทางที่รกร้างก็ทำให้ลำบากไม่น้อยกว่าจะเดินลงเขามาได้เมื่อนำม้าที่ผูกเอาไว้เดินออกมาจากเขตหั่วซาน เหวินซวี่ไห่อดที่จะมองหน้าสหายของตนไม่ได้ เขาสงสัยหากแต่ก็ไม่รู้ว่าควรเอ่ยถามเช่นไรดี ดังนั้นจึงได้แต่รวบรวมความคิดของตัวเอง กระทั่งหันไปมองกู้จื่อเหยียนอีกครั้ง และพบว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมายังเขาเช่นกัน“มีอะไรหรือ”“จื่อเหยียน ข้า...”“ข้าเหมือนจะเห็นภาพบางอย่าง ตอนที่ข้าแทงปิศาจตนนั้น”เหวินซวี่ไห่เลิกคิ้วมองอีกฝ่าย “ภาพอะไร”“บุรุษผู้หนึ่ง”“ใครหรือ”“ไม่รู้สิ ข้าไม่เคยเห็นเขามาก่อน ดูเหมือนเขากำลังคุกเข่าอยู่หน้าหลุมศพ” พูดจบก็เงยหน้าขึ้นมองยังยอดเขาที่ถูกเมฆหมอกหนาทึบบดบัง “หลุมศพที่ดูเหมือนจะตั้งอยู่บนยอดเขา...สักแห่ง”หากเขาเดาไม่ผิดหลุมศพนั้นอาจอยู่เหนือยอดเขาหั่วซาน หากแต่เขาก็ไม่ได้พูดออกมา“จื่อเหยียน” เหวินซวี่ไห่รู้สึกไม่ใคร่จะสบายใจนัก “เรื่องในวันนี้เราไม่ควรพูดออกไป ความเชื่ออันล้ำลึกของชาวบ้า
اقرأ المزيد
บทที่ 5
เหวินซวี่ไห่มองหน้าสหายแวบหนึ่ง จากนั้นก็ได้แต่พยักหน้า “เจ้าต้องระวังตัวด้วย เรื่องที่เกิดขึ้นกับเราสองคน หากเลี่ยงได้ข้าเองก็ไม่อยากให้เจ้าไปเสี่ยงที่หั่วซานอีก”“วางใจเถิด ข้าเพียงไปที่วัด จะไม่เข้าใกล้หั่วซานอีก”“เช่นนั้นข้าก็วางใจ อย่าลืมพาคนของเราไปด้วย”กู้จื่อเหยียนเขียนจดหมายส่งกลับไปยังเมืองหลวงเงียบๆ เรื่องราวที่เกิดขึ้นยังหั่วซาน ยังคงกวนใจเขาไม่หยุดกระทั่งไม่อาจนอนหลับภาพใบหน้าของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่คุกเข่าหน่าหลุมศพ อีกทั้งบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย หากแต่อะไรบางอย่างทำให้เขามั่นใจว่ามันคือปลายยอดหั่วซานอันสูงชันนั้น“มันคืออะไรกันแน่”เขาพึมพำกับตัวเองเงียบ จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับพยายามนอนให้หลับ ระหว่างที่กำลังพลิกตัวและหลับตาลงนั้น เขาหาได้สังเกตเลยว่ามีเงาวูบหนึ่งผ่านหน้าต่างไปเงานั้นวูบไหวไปยังห้องของเหวินซวี่ไห่ กระทั่งค่อยๆ เลือนหายเข้าไปด้านใน นับจากนั้นกระทั่งรุ่งสางเงานั้นก็ไม่ได้กลับออกมาอีกเลยรุ่งเช้าวันต่อมากู้จื่อเหยียนเดินทางไปที่วัดเฮยหลง ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงของเมืองหลงอู่ เขาเข้าพบไต้ซือไป๋อู่ ซึ่งอีกฝ่ายก็ให้เข้าพบโดยดีเนื่องจากรู้ว่าอีกฝ่ายเป
اقرأ المزيد
บทที่ 6
“ข้าเคยได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วน เจ้าจะบอกอีกกี่ครั้งผลก็ยังคงเดิม”“เพราะอย่างนั้นข้าจึงจะไปกับเจ้าอย่างไรเล่า”“ไม่ได้” กู้จื่อเหยียนปฏิเสธ“ข้าจะไป หรือไม่เจ้ากับข้าแยกกันไปคนละทาง ข้าไปทางเจ้าไปทาง อย่างไรคดีนี้ข้าเองก็มีส่วนรับผิดชอบ”กู้จื่อเหยียนถอนหายใจออกมาด้วยความจนใจ เขาเพียงหมุนตัวเดินขึ้นเขาไปเงียบๆ และได้ยินเสียงฝีเท้าของเหวินซวี่ไห่เดินตามมา หากแต่ก็ไม่ได้หันกลับไปเอ่ยปากไล่ลึกๆ แล้วเขาเองก็รู้สึกโล่งใจที่มีคนติดตามขึ้นเขา เพราะอีกใจหนึ่งก็ให้หวั่นใจกับสิ่งที่รอเขาอยู่บนยอดเขา เขากังวลว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับสหาย ซึ่งหาได้รับรู้อะไรด้วยไม่“จื่อเหยียนเจ้าจะขึ้นยอดเขาหรือ”เมื่อมั่นใจแล้วว่าสหายเดินตรงขึ้นเขา หาได้มีจุดประสงค์จะเดินสำรวจเพียงอย่างเดียว เหวินซวี่ไห่ก็รีบเอ่ยถาม ในใจอดรู้สึกหวั่นขึ้นมาไม่ได้ เพราะบรรยากาศรอบตัวตอนนี้ ทำให้เขาหายใจติดขัดด้วยความหวาดผวา จนแทบจะแสดงออกมาทางสีหน้า“ข้าอยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง”“อะไรหรือ”“หลุมศพ”“หา!!!”“ข้าฝันเห็นสตรีผู้หนึ่งมาสามปีเต็ม นับจากที่ข้าสวมหมวกเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ วันนั้นที่ข้าใช้ดาบแทงปิศาจที่ทางขึ้นหั่วซาน ข้าเห็นคนผ
اقرأ المزيد
บทที่ 7
หั่วซานสูงชันเต็มไปด้วยเมฆหมอกปกคลุม เงาร่างของชายหนุ่มสองคนซึ่งกำลังปีนป่ายขึ้นไปตามหินก้อนใหญ่ ซึ่งปิดทางเดินเชื่อมไปยังปลายยอดเขา ด้วยขนาดที่ใหญ่ผิดปกติอีกทั้งยังตั้งอยู่อย่างหมิ่นเหม่ ทำให้ผู้คนไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าที่นี่เคยเกิดอะไรขึ้น และเพราะเหตุใดหินก้อนนี้ยังคงตั้งอยู่อย่างมั่นคงมองจากสภาพแล้วนัยว่าหินก้อนนี้คงอยู่ที่เดิมเป็นระยะเวลามากกว่าห้าร้อยปี หรืออาจจะนานกว่านั้น หากแต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถหาคำตอบได้หลังปีนข้ามหินก้อนใหญ่ไปยังฝั่งตรงข้าม กู้จื่อเหยียนก็ยืนนิ่งเหม่อมองไปยังภาพที่ปรากฏตรงหน้า เขาไม่พูดอะไรกระทั่งสหายของตนปีนลงมายืนข้างๆ“นี่มันอะไรกัน” เหวินซวี่ไห่อ้าปากค้าง กระทั่งรู้สึกขนลุกซู่ท่ามกลางหุบเขาสูงชันรากไม้ขนาดใหญ่ที่ซอกซอนไปตามหินผา อีกทั้งกลีบดอกเหมยสีแดงที่ร่วงหล่นกระจัดกระจาย ส่วนหนึ่งยังคงปลิวไปตามสายลม ล่องลอยพลิ้วไหวราวกับหิมะสีแดงที่กำลังร่วงหล่นชายหนุ่มทั้งสองเงยหน้าขึ้นไปมองยังเหนือศีรษะ กิ่งเหมยแดงขนาดใหญ่ยื่นออกมาจากซอกผา บดบังเอาไว้ด้วยหินผาที่ยื่นออกมา ทำให้ไม่ว่าผู้ใดก็มองไม่เห็นแม้ว่าจะมีความสามารถปีนขึ้นไปยังจุดสูงสุด หากแ
اقرأ المزيد
บทที่ 8
เงาร่างของเหวินซวี่ไห่หายลับไปกับกลุ่มเมฆหมอก กู้จื่อเหยียนหลับตาลง กระทั่งรับรู้ถึงแรงกระแทกมหาศาลบวกกับความเจ็บปวดจนร่างแทบแหลกสลายหากแต่...เพราะเหตุใดจึงรวดเร็วถึงเพียงนี้ มิใช่ว่าหั่วซานแห่งนี้สูงชันมากเลยหรือดวงตาคมเข้มค่อยๆ กระพือเปิด ความเจ็บปวดและกลิ่นคาวของเลือดทำให้เขาหายใจติดขัด กระทั่งลมหายใจของเขาสะดุด เมื่อทันทีที่ลืมตาขึ้นสิ่งที่เขาเห็นกลับมิใช่ความตายที่รออยู่ตรงหน้า“เจ้าเป็นใคร”น้ำเสียงเรียบเรื่อยของสตรีตรงหน้าดังขึ้น ดวงตาของนางเย็นชาจนแทบจะแช่แข็งผู้คน ใบหน้างดงามเปล่งปลั่งทำให้ผู้คนชวนใจสั่น ริมฝีปากเย้ายวนแดงเรื่อขยับไหวในยามเอื้อนเอื่อย“กล้าดีอย่างไรมารบกวนข้า”ความรู้สึกยินดีท่วมท้นในหัวใจ หากแต่กู้จื่อเหยียนกลับไม่เข้าใจตัวเอง เขามั่นใจว่าไม่เคยพบสตรีตรงหน้ามาก่อน หากแต่หัวใจเขากลับพองโต ราวกับเพิ่งพานพบสิ่งที่เขาทำหล่นหายเขาอ้าปากจะพูดแต่กลับไม่อาจเปล่งเสียง เรี่ยวแรงของเขาเหือดหายไปพร้อมกับเลือดที่หลั่งรินออกจากกาย สายตาเหลือบมองเบื้องล่าง ความมืดอันไร้ที่สิ้นสุดทำให้เขารู้สึกเบาโหวง กลางลำตัวมีบางอย่างคล้ายรากไม้พันโดยรอบตัวเขากำลังห้อยอยู่ที่ไหนสักแห
اقرأ المزيد
บทที่ 9
เหมยอวี่ซินหัวเราะเบาๆ กับน้ำเสียงสุภาพของชายหนุ่ม ‘เจ้าเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสา โดนสหายทรยศจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ตอนนี้ยังมัวมานั่งคิดหาเหตุผล ไม่เรียกโง่งมยังจะเรียกอะไรได้อีก’กู้จื่อเหยียนคิ้วกระตุกกับประโยคแรกของนาง ‘ข้าจะครบยี่สิบสี่ปีเต็มแล้ว ทั้งยังเป็นถึงหัวหน้ามือปราบ’‘ข้าหลับใหลมาพันปี สำหรับข้าอย่างไรเจ้าก็คือเด็กน้อย’เขาเถียงสู้นางไม่ได้จึงได้แต่ถอนใจอย่างจำนน ‘ข้าคบหาเขาเป็นสหายได้เพียงปีเดียวก็จริง แต่อาไห่เป็นคนไม่เลว’‘เป็นคนไม่เลวที่มีใจอยากสังหารเจ้า’ นางต่อประโยคของเขาทันที‘ข้ามั่นใจว่าต้องมีบางเรื่องอยู่เบื้องหลัง ว่าแต่เรื่องที่หั่วซาน ท่านพอจะรู้ต้นสายปลายเหตุหรือไม่’ กู้จื่อเหยียนไม่อยากต่อคำกับนาง ดังนั้นจึงได้แต่เดินไปยังจวนว่าการเงียบๆ ที่นั่นใต้เท้าอันกำลังรออยู่ชายหนุ่มคาดไม่ผิดเพราะนี่คือศพแรกจากคดีประหลาดจริงๆ เขาอาสาทำคดีนี้เอง โดยบอกใต้เท้าอันให้เหวินซวี่ไห่รับผิดชอบคดีอื่นเขาคิดและหวังจริงๆ ว่า หากเขาสามารถไขคดีนี้ได้ พร้อมกันนั้นก็มองหาสาเหตุที่ทำให้เหวินซวี่ไห่ทำร้ายเขา บางทีเขาอาจเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างให้เป็นไปในทางที่ดีกู้จื่อเหยียนเดินออกมาขึ้นม
اقرأ المزيد
บทที่ 10
ในขณะที่กู้จื่อเหยียนถามคำถามว่าเหมยอวี่ซินคือใคร หญิงสาวเองก็กำลังถามคำถามเดียวกันนั้นกับตัวเอง นางหลับใหลมานาน...นานมากหนึ่งพันปีที่นางหลงลืม กระทั่งเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นได้ความแค้นในใจที่รอวันสะสาง กระนั้นความแค้นที่อัดแน่นนั้นกลับเต็มไปด้วยความอึดอัด นางหลงลืมหลายเรื่องคล้ายกับมีบางอย่างบดบังตัวนางเป็นใคร เกิดอะไรขึ้น และเพราะเหตุใดนางจึงหลับใหล ก่อนหน้านี้นางแค้นใคร ตัวนางในยามนี้มิใช่ปิศาจแน่หรือเมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งต้นเหมยแดงตั้งตระหง่าน ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ ความรู้สึกมากมายถาโถม เหมยอวี่ซินพลันหลับตาสูดลมหายใจ มือข้างหนึ่งยื่นออกมาพร้อมกับแบออกพลังในกายแผ่ซ่านออกมากระทั่งร่างทั้งร่างเปล่งประกายสีทอง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งเมฆหมอกที่ปกคลุมยังเหนือยอดหั่วซานกลับเปิดออก แสงแดดส่องลอดมายังเหมยแดงซึ่งเบ่งบานตลอดสามฤดู“เหมยแดงพันปี อายุเท่ากับช่วงเวลาที่ข้าหลับใหล” นางพูดกับตัวเองเสียงเบา รับรู้ว่าชีวิตของนางผูกติดกับต้นเหมยตรงหน้าครุ่นคิดถึงเรื่องในวันที่นางตื่นขึ้น นับจากเลือดของกู้จื่อเหยียนหยดลงไปยังพื้นดิน รากของต้นเหมยที่ดูดซับเลือดเพียงหยดเดียว กลับสามารถปลุกน
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status