Share

บทที่ 14

Penulis: ซินต้งหรูสุ่ย
เจี่ยนอันอันดีใจเป็นลิงโลดเมื่อเห็นมิติร้านค้า

ภายในมิติมีเงินตั้งมากมายถึงเพียงนั้น นางสามารถนำมาซื้อของในร้านค้าได้

หลังจากนี้จะได้กินหลัวซือเฝิ่น[1]กับขนมให้สาแก่ใจได้แล้ว

ไม่นึกเลยว่านางจะจับพลัดจับผลูทำเสร็จไปอีกภารกิจ

เจี่ยนอันอันมีความสุขจนเผลอยกยิ้มและฮัมเพลงออกมาโดยไม่รู้ตัว

ในยามนี้เอง ทหารรักษาพระองค์พวกนั้นก็ทยอยกันกลับมา

เมื่อครู่นี้พวกเขาไปทำธุระมาอีกรอบ ยามนี้ท้องไส้จึงรู้สึกสงบลงในที่สุด

พวกเขากลับมายังหน้ากองไฟและเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าไม่มีพวกเขาคนใดอยู่เฝ้าที่นี่แม้แต่คนเดียว

โชคดีที่คนของจวนเยียนอ๋องต่างก็นั่งอยู่ที่นี่ มิมีผู้ใดเล็ดลอดหนีไป

มิเช่นนั้นหากมีคนหนีไป พวกเขาคงกลับไปรายงานผลการปฏิบัติภารกิจไม่ได้

เหล่าทหารรักษาพระองค์ต่างนึกกลัวผลที่จะตามมา

พวกเขารอแล้วรอเล่า หัวหน้าก็ไม่กลับมาสักที

ทหารที่มีความสัมพันธ์ค่อนข้างดีกับหัวหน้าทหารรักษาพระองค์นายหนึ่งเห็นว่าหัวหน้าไม่กลับมาสักที ก็ลุกขึ้นยืนอย่างสุดจะทนในท้ายที่สุด

เขาบอกกับทหารรักษาพระองค์คนอื่น ๆ “พวกเจ้าเฝ้าคนพวกนี้ให้ดี ข้าจะไปหาท่านหัวหน้า”

ทหารนายนี้ว่าจบก็วิ่งเข้าไปในป่า

ครั้นเจี่ยนอันอันเห็นทหารนายนี้วิ่งออกจากกลุ่ม ภาพอีกชุดหนึ่งพลันปรากฏแก่สายตานาง

นางเห็นภาพที่หัวหน้าทหารรักษาพระองค์กำลังนั่งยองอยู่ใต้ต้นไม้ด้วยสีหน้าทุกข์ระทม

ขาทั้งสองเหน็บชาจากการย่อเป็นเวลานาน กำลังเกาะต้นไม้เพื่อลุกตัวขึ้น

แต่เขาเพิ่งจะลุกตัวขึ้น อาการปวดร้าวแสนสาหัสก็ส่งมาจากขา

ครั้นเห็นว่าไม่มีผู้ใดมาตามหา หัวหน้าทหารรักษาพระองค์พลันสาปแช่งเสียงแหบว่า “เจ้าพวกเนรคุณ!”

“ที่ผ่านมาทั้งกินทั้งใช้ของของข้า แต่เมื่อถึงเวลาสำคัญกลับวิ่งหนีไวยิ่งกว่าสุนัขเสียอีก”

“ข้าร้องเรียกพวกเจ้าตั้งนาน ไม่รู้ว่าหูหนวกกันหมดหรือว่าจงใจไม่สนใจกันกันแน่”

“รอก่อนเถอะ เตรียมใจได้เลยว่าข้ากลับไปแล้วจะสั่งสอนพวกเจ้าอย่างไร”

เจี่ยนอันอันอดก้มหน้ายกยิ้มมุมปากไม่ได้เมื่อเห็นถึงตรงนี้

นางรู้สึกขอบคุณความสามารถในการหยั่งรู้อนาคตของร่างเดิมเหลือเกินที่ทำให้นางได้เห็นฉากที่น่าสนใจขนาดนี้

ฉับพลันนั้นเอง ภาพของทหารที่แยกตัวออกไปก็ปรากฏเบื้องหน้า

ทหารนายนี้เดินมาถึงจุดที่อยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลก็ได้ยินเสียงก่นด่าของหัวหน้า

เขารีบวิ่งไปยังต้นตอของเสียง

ชั่วพริบตาที่หัวหน้าทหารรักษาพระองค์เห็นทหารนายนี้ ดวงตาเขาพลันสุกสกาวประหนึ่งเห็นแสงอรุณแรก

ไม่เสียแรงที่เขาญาติดีกับทหารนายนี้ ยังดีที่รู้จักนึกถึงเขาในช่วงเวลาวิกฤต

ทหารนายนี้เพิ่งจะวิ่งมาถึงเบื้องหน้าทหารรักษาพระองค์ก็ต้องโงนเงนโซเซเพราะกลิ่นเหม็นจากเบื้องล่างฝ่าเท้า

เขารีบอุดจมูกและถามด้วยความห่วงใย “ท่านหัวหน้า ท่านไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่? พวกข้าเห็นท่านไม่กลับมาจึงเป็นห่วงกันมากขอรับ”

หัวหน้าทหารรักษาพระองค์ตอบอย่างอ่อนแรง “น้องรัก ไม่เสียแรงที่พี่อุ้มชูเจ้า”

“ไว้พวกเรากลับไปแล้ว พี่จะเพิ่มเงินเดือนให้”

ทหารผู้นี้ดีใจเป็นล้นพ้นเมื่อได้ยินว่าจะถูกเพิ่มเงินเดือน

เวลานี้เขาไม่สนใจแล้วว่าจะมีกลิ่นเหม็นหรือไม่ รีบสาวเท้าเข้าไปฉับไวเพื่อดึงหัวหน้าให้ลุกขึ้นยืน

“อย่าเพิ่งแตะต้องตัวข้า รีบกลับไปเอากางเกงมาให้ข้าก่อน จำไว้ว่าอย่าให้ผู้ใดเห็น”

ทหารนายนี้เข้าใจในบันดลว่าเกิดอะไรขึ้น

ที่แท้ท่านหัวหน้าไม่กลับมาสักทีก็เพราะเหตุนี้นี่เอง เห็นทีว่าเมื่อครู่จะถ่ายราดกางเกง

เขาไม่กล้าพูดอะไรมาก รีบกุลีกุจอหมุนกายวิ่งกลับไป

เจี่ยนอันอันเงยหน้าขึ้นเห็นทหารนายนี้วิ่งกลับมาพอดี

ทหารรักษาพระองค์คนอื่น ๆ ถามเขาว่าเหตุใดท่านหัวหน้าจึงยังไม่กลับมาอีก

เขาตอบอย่างขอไปทีเพียงสองสามประโยค ก่อนจะหันไปคุ้ยข้าวของในห่อผ้าของท่านหัวหน้า

คุ้ยหาอยู่นานก็พบกางเกงชั้นในสีน้ำเงินตัวหนึ่งในที่สุด

เขารีบถือกางเกงชั้นในตัวนี้วิ่งออกไปในจังหวะที่ไม่มีผู้ใดสนใจ

ทหารรักษาพระองค์คนอื่นถ่ายท้องจนหมดเรี่ยวแรงและพากันไปนอนลงบนพื้นหญ้าหมดแล้ว

ตอนนี้พวกเขาเพียงต้องจับตาดูคนเหล่านี้ให้ดีก็พอ คร้านจะถามว่าทหารนายนั้นกำลังทำอะไร

----------------------------------------------

[1] หลัวซือเฝิ่น หรือบะหมี่หอยหวาน มีต้นกำเนิดจากเมืองหลิ่วโจว ประกอบด้วยเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ทำจากข้าวและน้ำซุปหอยหลัวซือรสชาติเผ็ดร้อน พร้อมด้วยส่วนผสมต่าง ๆ ได้แก่ หน่อไม้ดอง ถั่วฝักยาว ถั่วลิสง และฟองเต้าหู้
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 955

    เจี่ยนอันอันแอบคิดในใจ นางอาจสงสัยผิดคนก็เป็นได้แต่หากไม่ใช่กู้มั่วหลีส่งคนมาจับตัวเสิ่นจือเจิ้ง แล้วจะเป็นผู้ใดได้อีก?กู้มั่วหลีเห็นเจี่ยนอันอันมีสีหน้าร้อนรน จึงได้ตระหนักถึงความสำคัญของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขากล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “แม่นางอันอัน ข้าไม่ได้พบเสิ้นจือเจิ้งจริงๆ หากว่าได้พบเขา ข้าต้องบอกเจ้าแน่”เมื่อเห็นกู้มั่วหลียืนกรานว่าไม่ได้พบเสิ้นจือเจิ้ง เจี่ยนอันอันจึงไม่คิดเสียเวลากับเขาอีกนางหันไปพูดกับต่งฮุ่ย “เรายังมีธุระ คงไม่รบกวนการค้าขายของเถ้าแก่อีก”ต่งฮุ่ยก็ไม่คิดรั้งตัวพวกเขาไว้ จึงไปส่งถึงหน้าประตูโรงเตี๊ยมก่อนที่เจี่ยนอันอันจะขึ้นรถม้า ได้ถามต่ออีก “ท่านพอจะบรรยายลักษณะกลุ่มคนที่ติดตามพี่ใหญ่ข้าได้หรือไม่?”ต่งฮุ่ยคิดพลาง จึงได้กล่าวตอบ “พวกเขาล้วนแต่งกายธรรมดา แต่ใบหน้าของแต่ละคน ล้วนมีรอยสักทั้งสิ้น”“คล้ายนักโทษประหารที่ถูกจองจำในคุก ใบหน้ามักจะต้องมีรอยสักไว้”คำพูดของต่งฮุ่ย ทำให้ทุกคนเกิดความเครียดในใจ เห็นทีคงเป็นนักโทษเดนตายที่หนีออกจากเรือนจำ แล้วมาพบเจอเสิ่นจือเจิ้งที่นี่เข้าจึงได้สะกดรอยตามรถม้าของเขา พร้อมถือโอกาสจับตัวเขาไปและพวกเข

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 954

    ต่งฮุ่ยส่ายหน้า “เขาไม่ได้มากินข้าวที่นี่”“ตอนนั้นข้าเห็นเขามีท่าทีรีบร้อนจะจากไป จึงไม่ได้รั้งตัวไว้”“แต่ขณะออกจากร้านข้าไปนั้น ข้าเห็นมีคนกลุ่มหนึ่งตามหลังรถม้าเขาไปด้วย”“คนกลุ่มนั้นท่าทีดูมีพิรุธ คล้ายจงใจติดตามรถม้าของเขาไป”“แต่ตอนนั้นข้าไม่รู้ว่าเขาก็คือพี่ชายของพวกท่าน จึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก”ต่งฮุ่ยกล่าวถึงตรงนี้ สีหน้ามีแววคล้ายตำหนิตนเอง“ตอนนั้นเขายังได้ทำสัญญาไว้กับข้า ต่อไปจะส่งเป็ดไก่มาให้เรามากขึ้น”“หากรู้ว่าเขาก็คือพี่ชายของผู้อุปถัมภ์ทั้งสองคน ข้าคงจะจับตาความเคลื่อนไหวให้มากกว่านี้”เจี่ยนอันอันพอดูออกว่า เถ้าแก่โรงเตี๊ยมผู้นี้เป็นคนซื่อสัตย์ไม่เหมือนพ่อค้าหน้าเลือดรายอื่น ที่คิดแต่เรื่องเอารัดเอาเปรียบและนี่ก็คือสาเหตุหลักที่นางยินดีร่วมมือกับโรงเตี๊ยมตงเยว่แห่งนี้แม้เถ้าแก่จะไม่ได้บอกว่าเสิ่นจือเจิ้งไปที่ใดกันแน่ แต่คำพูดของเขาก็พอเป็นเบาะแสให้แก่ทุกคนคาดว่าเสิ่นจือเจิ้งอาจถูกคนกลุ่มนั้นจับตัวไปแต่พวกเขาคือใครกันแน่ เหตุใดจึงต้องจับตัวเสิ่นจือเจิ้ง?ทุกคนเริ่มรู้สึกร้อนใจมากขึ้น จากเดิมทียังปลอบใจตนเองว่าเสิ่นจือเจิ้งน่าจะปลอดภัยดีแต่

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 953

    เจี่ยนอันอันยิ้มเล็กน้อย มิได้กล่าวคำอันใดอีกถังหมิงเซวียนซึ่งนั่งอยู่นอกรถม้า ได้ยินคำสนทนาของคนทั้งสามชัดเจนเขาคิดในใจ หากคนที่หายไปนาน ไม่กลับมาคือเขา เหยียนซวงจะร้อนรนตามหาเช่นนี้หรือไม่?แม้จะรู้สึกไม่สู้สบายใจนัก แต่ถังหมิงเซวียนก็รีบสลัดความคิดนี้ทิ้งไปเขาเที่ยวซักถามผู้สัญจรไปมา ว่าอำเภออวี๋สุ่ยมีโรงเตี๊ยมและร้านอาหารอยู่ที่ใดบ้างเท่าที่สืบรู้มาทั้งหมด พวกเขาล้วนไปถามหาจนหมดสิ้นแต่ไม่มีผู้ใดเคยพบเสิ่นจือเจิ้งเลยนั่นยิ่งทำให้ทุกคนเป็นกังวลมากขึ้นอีกพี่ใหญ่ไปที่ใดกันแน่ เหตุใดจึงไม่มีเบาะแสของเขาเลย?รถม้าแล่นออกจากอำเภออวี๋สุ่ย มุ่งตรงไปยังอำเภออู่หนานต่อเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงเคยไปอำเภออู่หนานมาแล้ว ทั้งคู่พอจะคุ้นเคยกับที่นั่นบ้างไม่แน่อาจพบเสิ่นจือเจิ้งอยู่ที่นั่นก็เป็นได้เมื่อรถม้ามาถึงอำเภออู่หนาน ฉู่จวินสิงจึงบอกให้เสิ่นจืออวี้ควบไปยังโรงเตี๊ยมตงเยว่จากการบอกทางของฉู่จวินสิง ไม่นานรถม้าก็มาจอดนิ่งที่หน้าโรงเตี๊ยมตงเยว่ทุกคนต่างลงจากรถม้า เดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมเถ้าแก่ต่งฮุ่ยเห็นเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงเข้ามา ใบหน้าจึงผุดรอยยิ้มออกมาทันทีนับแต

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 952

    ไม่นานรถม้าก็เข้าสู่อำเภอไถหยางเจี่ยนอันอันเปิดผ้าม่านพลางถาม “คุณชายเสิ่น ก่อนพี่ใหญ่จะออกเดินทาง ได้บอกหรือไม่ว่าเขาจะไปขายเป็ดไก่ให้แก่ผู้ใด?”เสิ่นจืออวี้หันหน้ามา “พี่ใหญ่บอกว่าจะไปดูตามร้านอาหารและโรงเตี๊ยม เผื่อมีใครสนใจรับซื้อเป็ดไก่บ้าง”เจี่ยนอันอันคิดในใจ แสดงว่าความคิดของพี่ใหญ่ตรงกับนางอุตส่าห์เลี้ยงเป็ดไก่ไว้มากมาย ก็เพื่อหวังให้มีคนรับซื้อต่อและหลังจากนำไปขายแล้ว คงมีรายได้พอสมควรเลยทีเดียวนางจึงกล่าวต่อเสิ่นจืออวี้ “เช่นนั้นเราไปถามตามโรงเตี๊ยมและร้านอาหารแต่ละแห่ง ดูว่าพี่ใหญ่ได้แวะไปหรือไม่”เสิ่นจืออวี้รับคำ พร้อมฟังตามคำบอกเล่าเส้นทางของถังหมิงเซวียน ตรงไปยังโรงเตี๊ยมที่ถังหมิงเซวียนเคยไปพักก่อนเมื่อมาถึงหน้าโรงเตี๊ยม ทุกคนจึงลงจากรถม้า เข้าไปถามเถ้าแก่ว่าได้พบเสิ่นจือเจิ้งบ้างหรือไม่ทุกคนช่วยกันบรรยายถึงรูปพรรณสัณฐาณและส่วนสูงของเสิ่นจือเจิ้ง แต่เถ้าแก่โรงเตี๊ยมฟังแล้ว มีแต่ส่ายหน้าด้วยความงุนงงพร้อมบอกว่าไม่เคยพบเห็นเสิ่นจือเจิ้งมาก่อนทุกคนจึงกลับไปขึ้นรถม้าด้วยความผิดหวัง และมุ่งตรงไปยังโรงเตี๊ยมอีกแห่งหนึ่งเจี่ยนอันอันในยามนี้ นึกเสียดายที่เ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 951

    เสิ่นจืออวี้กล่าวตอบ “คืออย่างนี้ เป็ดไก่ที่บ้านข้าเลี้ยงไว้ พอจะนำไปขายได้แล้ว”“เมื่อวานตอนเช้า พี่ใหญ่จึงนำเป็ดและไก่สองกรงใหญ่ไปอำเภอไถหยาง”“เพียงแต่จนถึงเวลานี้ เขายังไม่กลับมา”เสิ่นจืออวี้กล่าวถึงตรงนี้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลยิ่งเขาเคยคิดจะไปหาพี่ชายที่อำเภอไถหยาง แต่ก็เกรงว่าระหว่างเดินทาง จะคลาดกันกับพี่ชายอีกจึงได้แต่รออยู่ในบ้าน เฝ้าภาวนาให้พี่ชายกลับมาโดยเร็วแต่ไม่คาดคิดว่า จนถึงเวลานี้ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าเสิ่นจือเจิ้งจะกลับมาเสิ่นจืออวี้ย่อมรู้ว่า ที่ผ่านมาเหยียนซวงมักชอบปรากฏตัวต่อหน้าเสิ่นจือเจิ้งทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจและเขาก็ดูออกว่านางมีใจต่อเสิ่นจือเจิ้งจึงคิดว่าเสิ่นจือเจิ้งอาจมาบ้านของเหยียนซวง จึงได้ตามมาดูแต่ไม่คาดคิดว่า เหยียนซวงก็ไม่พบเสิ่นจือเจิ้งเช่นกันแต่หากเสิ่นจือเจิ้งไม่ได้มาบ้านเหยียนซวง แล้วเขาจะไปที่ใด? คงไม่ใช่เกิดเรื่องขึ้นหรอกนะเมื่อนึกถึงตรงนี้ เสิ่นจืออวี้พลันยิ่งร้อนใจมากขึ้นเจี่ยนอันอันก็ตระหนักถึงความรุนแรงของเรื่องราวเพราะด้วยนิสัยของเสิ่นจือเจิ้ง ปกติไม่เคยออกจากบ้านไปนานเช่นนี้เว้นแต่จะมีเรื่องใดมาพัวพัน จึงท

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 950

    ถังหมิงเซวียนหาได้ใส่ใจต่ออาการตาขวางของเหยียนซวงไม่ กลับกล่าวยิ้มๆ “ข้าต้องโอ้อวดแน่ เพราะเป็นเสื้อผ้าที่ซวงเอ๋อร์ตัดเย็บให้”“วันหน้าไม่ว่าจะไปที่ใด ข้าก็จะอวดให้ทุกคนได้รับรู้”เมื่อได้ยินถังหมิงเซวียนเรียกคำก็ซวงเอ๋อร์ สองคำก็ซวงเอ๋อร์ เจี่ยนอันอันจึงได้หยอกเย้า “ความสัมพันธ์คืบหน้าเร็วจริง คาดว่าคงใกล้จะมีข่าวดีแล้วสินะ”“เรากำลังรอดื่มสุรามงคลของพวกเจ้าอยู่ ถึงเวลาอย่าลืมบอกเราด้วยล่ะ”เจี่ยนอันอันกล่าวพลาง หันหน้าไปมองฉู่จวินสิงเห็นอีกฝ่ายก็มองตนด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความรักเช่นกัน“อันอันพูดถูกแล้ว เรากำลังรอดื่มสุรามงคลของพวกเจ้า”เหยียนซวงได้ยินคำพูดของทั้งคู่ รู้สึกเขินอายจนต้องก้มหน้าลง“อย่าไปฟังเขาพูดเหลวไหล เรื่องของเรายังอีกนานนัก”เจี่ยนอันอันยิ้มพลางจับมือเหยียนซวงไว้ “บอกมาเร็วเข้า พวกเจ้าคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?”เหยียนซวงถูกกระเซ้าจนใบหน้าแดงก่ำ นางกับถังหมิงเซวียนเพียงแค่ยืนยันในความสัมพันธ์ หาได้คืบหน้าไปไกลไม่“โธ่เอ๋ยอันอัน เจ้าอย่ามาหยอกข้าอีกเลย”ยิ่งเห็นเหยียนซวงหน้าแดงไปถึงใบหู เจี่ยนอันอันก็ยิ่งหัวเราะจนตาหยีถังหมิงเซวียนไม่ต้องการพลาดโอกาสทองที่จะ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 525

    รอจนถึงตอนที่เหวินอิงอยากเข้าไปในเมืองอินเป่ยก็ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังบุกฝ่าเข้าไปแล้วส่วนว่าเหวินอิงจะสามารถหาหนังสือผ่านทางมาได้หรือไม่ก็ต้องดูความสามารถของนางแล้วเมื่อเหวินอิงเห็นซองจดหมายก็ยิ้มออกมาทันทีนางเคยเห็นซองจดหมายเช่นนี้จากพวกคนสกุลเสิ่นตอนนั้นหญิงชราสกุลเสิ่นผู้นั้นยังเอ่ยด้วยสีห

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 455

    นางพบว่ากู้มั่วหลีทำท่าทางนั้นอยู่บนกำแพงหินอยู่สามรอบ กำแพงหินถึงได้เปิดออกเจี่ยนอันอันรีบวิ่งกลับไปยืนอยู่ในตำแหน่งเดิมกู้มั่วหลีหัวเราะเยาะออกมาเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปมองยังเจี่ยนอันอัน“รอข้ากลับมาอย่างว่าง่าย ข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขทั้งกายทั้งใจจนตลอดชีวิตนี้ไม่อาจลืมข้าได้”เมื่อกู้มั่วหลีพ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 448

    เซิ่งฟางเข้าใจแล้วว่า เรื่องที่สวีจงฉือถูกแทงจนบาดเจ็บนั้น อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกู้มั่วหลีและไม่แน่ว่าเขาอาจเป็นคนที่สังหารผู้ร้ายที่แทงสวีจงฉือก็ได้สวีจงฉือมองเจี่ยนอันอันที่มีสีหน้าเคียดแค้น พลางครุ่นคิดว่าตนเองพูดอะไรผิดไปหรือไม่?เจี่ยนอันอันจ้องมองสวีจงฉือด้วยสายตาเย็นชา “เรื่องนี้เจ้าห้า

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 402

    “ข้าเข้าไปดูได้หรือไม่?” ฉู่จวินสิงค่อนข้างสนใจห้องอาบน้ำนั่นมากทีเดียวเจี่ยนอันอันส่ายหน้าเบาๆ “ห้องอาบน้ำนี้มีแค่ข้าที่สามารถเข้าไปได้ คนนอกเข้าไปไม่ได้”ฉู่จวินสิงร้องอ้อคำหนึ่งแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเห็นฉู่จวินสิงมีท่าทางผิดหวังเช่นนั้น เจี่ยนอันอันก็ได้แต่เปลี่ยนหัวข้อสนทนา“จวินสิง ข้ามีเรื่องอยา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status