LOGINฝูหลินหญิงสาววัยแรกรุ่นอายุสิบสี่ปี นางเป็นลูกบุญธรรมของเจ้าสำนักเซียนลู่ มาวันหนึ่งชายหนุ่มนิรนามมาขโมยของที่นางรักและทะนุถนอมดุจแก้วตาและดวงใจไป นางกลับเกลียดชังเขานับแต่นั้นเป็นต้นมา
View Moreหลังจากฝูหลินฟื้นมา เหล่าเทพเซียนนำของมาบำรุงนางไม่ขาดสายจนล้นลู่เหวินกง ไท่จื่อทรงเนรมิตตำหนักขึ้นใหม่บนทะเลสาบหยวนอวี้ เพื่อเลี่ยงความวุ่นวาย อีกทั้งนางจะได้พักผ่อน ส่วนฝูเถียนมี่เทียนซุนทรงนำไปฝากกับเทียนโฮ่ว (เทียนซุน แปลว่า หลานสวรรค์) เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่ไท่จื่อพาเทียนซุนเข้าไปถวายพระพรเทียนโฮ่วในเยว่หัวกง ไท่จื่อทรงจับพระหัตถ์พาฝูเถียนมี่เข้ามายังในห้องโถง สายตาของเหล่านางกำนัลเซียนจับจ้องที่ฝูเถียนมี่ ฝูเถียนมี่ดีใจยิ่งนักฟู่จวินของเขาพามาพบจู๋หมู่ (จู๋หมู่ แปลว่า ย่า) “เหนียงชิน ข้าของฝากฝูเถียนมี่บุตรของข้า ให้ท่านดูแลสักวันสองวัน แล้วข้าจะมารับกลับ” ไท่จื่อตรัสเช่นนี้ ทำให้ทุกคนตกใจไม่น้อยโดยเฉพาะเทียนโฮ่ว “เด็กผู้นี้เป็นลูกของเจ้ากับฝูหลินหรือ” “ใช่ ถ้านางพักฟื้นจนหายเป็นปกติ ข้าจะมารับเขาด้วยตัวเอง” องค์ไท่จื่อตรัสเช่นนั้น เทียนโฮ่วทรงเผยแย้มโอษฐ์ แล้วอ้าพระกรทันที “เถียนมี่มาหาจู๋หมู่เร็วเข้า” เทียนโฮ่วตรัสอย่างอ่อนโยน ฝูเถียนมี่มองพระพักตร์ของไท่จื่อ ไท่จื่อพยักพระพักตร์เบาๆ ฝูเถียนมี่ก้าวเดินเข้าไปหาเทียนโฮ่วทันที “เถียนมี่ เถียนมี่ เจ้าเป็นบุตรชายของไท่จื่อแ
สามวันต่อมาหลังจากฮวาเฟยตายจากไปแล้ว กำแพงแก้วทั้งสามชั้นจึงทลายลงมา เหตุที่ฮวาเฟยร่างดับสลายไปนั้น เป็นเพราะกระบี่ของไท่จื่อที่หลอมพลังเวทย์ของพระองค์จึงได้กระบี่ฉางหง ส่วนกระบี่หยุ่นร์เหอของฝูหลินที่ปิดวิญญาณนางได้ เป็นเพราะกระบี่เล่มนี้เกิดจากพลังเวทย์ของเหล่าปรมาจารย์ทั้งหลาย โดยมีพลังเวทย์ของเทียนจวินหลอมรวมเข้าด้วยกัน ฉางถิงซื่อฝุ หยางฟู่ของฝูหลินมอบให้นาง เมื่อนางแทงกระบี่เข้าไปในร่างของฮวาเฟย จึงทำให้ของฮวาเฟยร่างกายแหลกสลายโดยไม่ต้องสงสัยไท่จื่อและฝูหลินบาดเจ็บสาหัส เทียนจวินเชิญไท่ซ่างเหล่าจวินทำการรักษาทั้งสอง ไท่จื่อเองทรงหายและฟื้นพระวรกายในเพลาอันรวดเร็วเพียงสามวันเท่านั้น ทว่าฝูหลินนั้นยังไม่ฟื้นเป็นเพลาสามเดือนมาแล้ว ไท่จื่อทรงป้อนพระโลหิตน้ำนมให้นางวันละครึ่งชาม ฝูหลินจึงรอดตายมาได้ เทียนจวินทรงให้ไท่ซ่างเหล่าจวินหาตัวยาที่ดีที่สุดมารักษาว่าที่ไท่จื่อเฟยส่วนเทียนโฮ่วกลับใจสำนึกผิดในการกระทำของพระนางเอง ทรงนำมุกประกายราตรี โดยนำมาจากตงไห่ มาไว้ในลู่เหวินกง ภายในห้องบรรทม ไท่จื่อมองเจตนาดีของเทียนโฮ่วแล้วรู้สึกปีติยิ่งนัก แต่พระนางไม่กล้าเสด็จมาให้ไท่จื่อได้ทอดพระเนตร
“ความจริงหม่อมฉันขัดพระประสงค์ของไท่จื่อที่นำของสองสิ่งมอบให้กงจู่ก่อนที่พระองค์จะดับขันธ์ แต่เฉินซุนทนไม่ได้ที่จะเห็นไท่จื่อเป็นทุกข์ที่พระองค์ไม่ได้ก่อขึ้น” เฉินซุนเอ่ยบอกจบ ฝูหลินปาดน้ำตาเอ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงหมองเศร้า หดหู่ใจ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ มองไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงสีแดงกับแสงสีดำทั่วทั้งท้องฟ้า อีกทั้งดวงดาวตกลงจากท้องนภา “นั้นคือสิ่งใด” ฝูหลินจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย “ไท่จื่อกำลังสู้กับฮวาเฟย ทรงใกล้เพลาที่พระองค์จะดับขันธ์แล้ว” “เฉินซุนบอกข้ามาว่าองค์ไท่จื่ออยู่ที่ใด ข้าจะต้องไปหาเขา เขาจะตายผู้เดียวไม่ได้ เขาขี้หึง ขี้หวงข้าถึงเพียงนั้น เขาคงไม่ยอมให้ข้าใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเป็นแน่ เขาคงอยากให้ข้าตายตามเขาแทบขาดใจ” องค์ไท่จื่อทรงต่อสู้เพียงลำพังในแดนทะเลเพลิง ฮวาเฟยแข็งแกร่งยิ่งนัก นางการดูซับไอของเฮยม่อหวังทั้งสองตนที่ตายไป นางจึงสู้กับอิ๋งหงมาล่วงระยะเวลาเป็นสองวัน อีกทั้งทรงใช้พลังเวทย์ครอบบริเวณทะเลเพลิงถึงสามชั้นให้เป็นปราการ ไม่ให้ไอมารฮวาเฟยหลุดออกไปยังธุลีแดนดินได้ ไม่ช้าพระองค์ถูกกระบี่ของฮวาเฟยประทับที่พระอุระไท่จื่อทรงเชพระองค์เล็กน้อย ฮวาเฟยจึงหัวเราะเสีย
ฝูหลินก้าวเดินไปตรงทางตำหนักปักษาวารี นางจำได้ว่าเป็นครั้งแรกที่พบเจอองค์ไท่จื่อบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า อีกทั้งพระองค์ยังหยอกล้อนางให้นางอับอายต่อธารกำนัล ฝูหลินหลั่งน้ำตาก้าวเดินช้าๆทว่าหญิงผู้หนึ่งมาอยู่ตรงหน้าของนาง นั้นคือหนีอู่ซ่างเสิน ฝูหลินมีอาการตกใจเล็กน้อย ทว่าหนี่อู่เดินมาจับแขนทั้งสองข้างทันที“ฝูหลิน เจ้าไปไหนมาข้า ฉีเหวิน เทียนจวินและไท่จื่อ ตามหาเจ้าหลายที่กับไม่เจอเจ้า เจ้าไปอยู่ไหนมา ฝูหลิน” หนี่อู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยยิ่งนัก“ข้าอยู่ในโลกมนุษย์หลายที่เพื่อบำเพ็ญเป็นซ่างเสินลำดับต่อไป แล้วเหตุใดพวกเขาและเจ้าตามหากันเอิกเกริกเช่นนี้”“ไท่จื่อเฟยหายไปทั้งคน เหตุใดพวกข้าจะไม่ห่วงเจ้าเล่า ทว่าเหตุใดเจ้าจึงไม่รอไถถามไท่จื่อก่อนให้กระจ่างในเรื่องนี้”“หนี่อู่ ข้าไม่ใช่ไท่จื่อเฟย เหม่ยอวี้ต่างหากที่เป็นไท่จื่อเฟย” ฝูหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา และเจ็บปวดใจ“เด็กโง่ เจ้าไม่รู้หรือว่านั้นเป็นแผนของเทียนโฮ่ว เพื่อให้เจ้าไปจากอิ๋งหง นางทำทุกวิถีทางให้เหม่ยอวี้เป็นไท่จื่อเฟย อีกทั้งทรงทำภาพมายาในสระมณีเพื่อให้เจ้าเสียใจจนปางตาย และให้เจ้าจากเขาไปด้วยตัวเอง ส่วนเหม่ยอวี้กลับตงไห
“สูงอีกหน่อยเพคะ ต้าหวาง” หว่านเอ๋อร์ทูลต้าหวางแคว้นหยวน“แค่นี้ก็สูงมากพอแล้ว เสี่ยวอันเจ้าไปเอากรรไกรมาให้ข้าที” พระนางตรัสเช่นนี้ แล้วแย้มพระสรวล“เพคะ” เสี่ยวอันน้อมรับพระเสาวนีย์ แล้วก้าวเดินออกไป“ต้าหวาง ปล่อยให้สูงอีกนิดเถอะเพคะ” สุ่ยซวี่ทูลบอกพระนาง“ถ้าเลยจากตรงนี้ไปก็อาจจะไปถึงตลาดหลวงก็
ฝูหลินก้าวเดินลัดเลาะตามทางด้วยความชำนาญไปยังเรือนไม้ของตัวเอง พอก้าวไปถึงเรือนไม้ นางจึงมองซ้ายแลขวา เห็นว่าไม่มีใครอยู่ในเรือนไม้ นางจึงก้าวเดินขึ้นเรือนไม้เข้าไปในห้องพักโดยทันที ฝูหลินมองที่นอนที่สาวใช้ที่เตรียมไว้ให้ นางจึงกระโดดนอนบนเตียงโดยทันที แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงโล่งใจ“ถึงห้องเสียที
ตลาดสดช่างครึกครื้นในยามเช้ายิ่งนัก ผู้คนออกมาจับจ่ายใช้สอยซื้อของเข้าบ้านเข้าเรือน ในตลาดแห่งนี้มีของมากมายให้เลือกซื้อมีทั้งผ้าแพรชั้นดี เครื่องประดับงดงามสวยสะดุดตา จากชนเผ่าทางทะเลทรายได้นำมาขายด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังมีอาหารสด อาทิเช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อปลา ผักและผลไม้ เป็นต้น“หมู
ชายหนุ่มรูปงามเรือนร่างสูงโปร่ง มีผิวพรรณราวกับหิมะในช่วงฤดูเหมันต์ ใบหน้าของเขางดงามราวกับหยกชิ้นงาม นัยน์ตาของเขานั้นช่างดูดุดันและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน แต่เมื่อพิจารณาแล้ว กลับองอาจราวกับนักรบ แข็งแกร่งดุจภูผาเขาก้าวเดินมาในสำนักเขาไท่ซาน ทอดสายตามองชายชราที่ยืนหันหลังอยู่ และเขาก็คำนับชายชราผู

















