LOGINหลี่หยวนหยวนยืนจ้องเขานิ่งๆ นางเคยสงสัยว่า หยางหลีเหว่ยจะใช่คนที่ทะลุมิติมาเช่นเดียวกับนางหรือไม่ แต่ก็ยังไม่สบโอกาสในการสอบถามเขาอย่างจริงจัง ครั้งแรกที่พบหน้ากันก็เริ่มเรื่องบนเตียง ครั้งต่อมา นางตามเขาไปคารวะน้ำชาแม่สามีแล้วก็ถูกเขาไล่กลับเรือน
นางรอให้เขามาหาที่เรือนเองเพื่อจะได้มีเวลาส่วนตัวพูดคุยกัน รอจนถึงวันที่ห้าคือวันนี้ จึงได้พบกับเขาเสียที
ประตูหน้าเรือนถูกปิดลง หยางหลีเหว่ยมองดูหญิงสาวตรงหน้า นางที่แต่งกายด้วยอาภรณ์และเครื่องประดับที่เหมาะแก่ฐานะพระชายา ดูเหมือนจะ...งามขึ้นอีกหลายส่วน
“นั่งลงเสียสิ ข้ามีเรื่องต้องตกลงกับเจ้า”
หลี่หยวนหยวนนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะกับเขา จ้องใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นแล้วเอื้อนเอ่ยออกมาชัดถ้อยชัดคำ “คุณก็ทะลุมิติมาใช่ไหม”
หยางหลีเหว่ยเลิกคิ้ว “เจ้าพูดบ้าอันใด”
“ไม่เอาน่า หัวหน้าหยาง คุณบอกฉันมาตรงๆ เถอะ คุณมาที่นี่นานหรือยัง มาได้กี่วันแล้ว” หลี่หยวนหยวนยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้าต้องเป็นคนเดียวกันแน่ๆ นางจึงยื่นหน้าเข้าไปหาเข้า
หยางหลีเหว่ยฟังวาจาประหลาดของนางแล้ว คิ้วของเขาก็ย่นเข้าหากัน “ผู้ใดคือ หัวหน้าหยาง ข้ารู้จักหรือไม่”
หลี่หยวนหยวนชะงัก “คุณไง คุณก็คือหัวหน้าของฉัน เราทำงานบริษัทเดียวกัน ฉันเป็นลูกน้องแผนกเดียวกับคุณ ติงหยวนหยวน ยายแว่นผมหน้าม้าไงเล่า”
หยางหลีเหว่ยทำหน้าฉงน เขาผงะเล็กน้อย จ้องมองดูนางที่ทำหน้าจริงจัง “สิ่งใดคือ บริษัท สิ่งใดคือแผนกและยังมีแว่น แว่นคืออันใด”
“คุณ....” นางยื่นหน้าเข้าไปหาเขา “คุณไม่ใช่หัวหน้า หยางจริงๆ หรือ”
หยางหลีเหว่ยกำลังจะหมดความอดทน “หลี่หยวนหยวน!”
หญิงสาวตกใจกับเสียงร้องตวาดของเขา ใบหน้าหล่อเหลาดูถมึงทึงน่ากลัวยิ่ง นางจึงหดคอลง “ไม่ใช่ก็ไม่ใช่สิ ทำไมต้องเสียงดังด้วย”
“เจ้าพูดมาให้ดีๆ หัวหน้าหยางผู้นั้น คือ ผู้ใด คงมิใช่บุรุษที่เจ้าแอบคบหาด้วยหรอกนะ เจ้าไม่รู้ว่าโทษคบชู้นั้นหนักหนาเพียงใด”
หลี่หยวนหยวนส่ายหน้า “ไม่ใช่! ข้าไม่ได้คบชู้”
หยางหลีเหว่ยยังคงโมโห เขาจึงคิดจะขู่นางต่อ “จำไว้ให้ดี ลับหลังข้าหากเจ้าคิดคบหากับผู้อื่น จะต้องถูกนำไปโบยให้เนื้อตัวแตกยับ หั่นแขนหั่นขา แล้วใส่กรงถ่วงน้ำจนตาย”
สีหน้าท่าทางของหยางหลีเหว่ยเคร่งขรึม น้ำเสียงเหี้ยมเกรียม หลี่หยวนหยวนผงะ เขาไม่รู้เรื่องที่นางพูด เช่นนั้นตัวเขาไม่ใช่หัวหน้าหยางหลีเหว่ยหัวหน้าแผนกในบริษัทที่นางทำงานอยู่ หากนางแหย่เขาต่อไป เกิดเขาบันดาลโทสะสั่งจับนางไปทำโทษขึ้นมาจะได้ไม่คุ้มเสีย
‘ไม่ใช่จริงๆ ด้วย ผู้ชายคนนี้น่ากลัวกว่าหัวหน้าหยางมาก ฉายาปีศาจหน้าหยก จะว่าไปก็เหมาะกับเขามาก’
แม้ซุนมามาจะบอกหลี่หยวนหยวนว่าอ๋องหยางผู้นี้ผ่านศึกใหญ่และเข่นฆ่าศัตรูมานับไม่ถ้วน ซ้ำยังมีเรื่องเล่าลือว่าเคยดื่มเลือดศัตรูเพื่อข่มขวัญจนชนะศึก
หลี่หยวนหยวนยังมีความหวังว่าบางทีท่านอ๋องตัวจริงอาจจะตายไปแล้วและหัวหน้าหยางของนางมาอยู่ในร่างนี้แทน แต่พอลองหยั่งเชิงครั้งนี้แล้ว นับว่า....หมดหวัง
“เอ่อ...ข้า ข้าแค่ล้อเล่น”
หยางหลีเหว่ยเขาก็ไม่คิดจะสนใจนาง จึงได้เอ่ยสิ่งที่ตนเองตั้งใจมาเจรจา
“หลี่หยวนหยวน เดิมทีข้ากับเจ้าก็เป็นเช่นคนแปลกหน้า ข้าไม่เคยคิดจะแต่งเจ้า ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะความต้องการของสกุลหลี่ฝ่ายเดียว บัดนี้ข้าทำตามสัญญาที่ให้กับท่านป๋อหลี่ครบถ้วนแล้ว ภายหน้าเราสองคนเป็นเช่นน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง เจ้าห้ามวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของข้า ไม่เช่นนั้น...อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
หลี่หยวนหยวนฟังจนจบก็ค่อยคลายความเครียดที่แบกไว้เมื่อครู่ลง นางถอนหายใจแรงออกมาคราหนึ่ง ดีที่เขามิได้คิดจะเอานางไปทำโทษเพราะพูดถึงบุรุษอื่น
“ข้าคิดอยู่แล้วเชียวว่าท่านอ๋องต้องพูดเช่นนี้”
ชายหนุ่มชะงัก สีหน้าท่าทางของสตรีที่เคยคลั่งไคล้เขาดูเฉยชาและปล่อยวาง “เจ้าคิดจะท้าทายคำสั่งข้าหรือ”
หลี่หยวนหยวนรีบโบกมือ “ไม่กล้า! ข้าไม่กล้า” นางทำหน้าแหยๆ “ตกลง ข้าตกลง วันหน้าพวกเราไม่ยุ่งกัน ข้ากับท่านต่างคนต่างอยู่”
หยางหลีเหว่ยไม่คิดว่านางจะตกลงอย่างง่ายดาย เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยมองดูนาง ในใจนึกปรามาสว่านางอาจจะใช้แผนแสร้งปล่อยเพื่อจับ แต่นางคงคาดไม่ถึงว่าเขาจะหย่ากับนางทันทีที่ไปถึงเมืองเฉินม่าย
“เจ้าให้บ่าวไพร่เตรียมตัวเสียเถิด พรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับเฉินม่ายแล้ว”
หลี่หยวนหยวนพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “เจ้าค่ะ”
“เจ้าตามข้าไปเฉินม่ายครั้งนี้คงอีกนานกว่าจะได้กลับมาเมืองหลวง มีสิ่งใดต้องนำติดตัวไปด้วยก็นำไปเถอะ”
“ข้าเอาสมบัติส่วนตัวข้าทั้งหมดไปด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ”
“แล้วแต่เจ้า”
ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก หลังจากเขาหย่ากับนางแล้วก็จะไล่นางไปอยู่ที่บ้านเดิมอีกอำเภอหนึ่ง รอจนเขาหาทางทำให้เสนาบดีชุยเลิกคิดจะใช้งานท่านป๋อหลี่ได้แล้วค่อยปล่อยนางกลับเมืองหลวง วันหน้าค่อยให้มารดาสรรหาสตรีที่เหมาะสมมาให้เขาเลือกเพื่อแต่งงานใหม่
“ท่านคิดจะหย่ากับข้าเมื่อไหร่หรือเจ้าคะ” นางโพล่งขึ้น
หยางหลีเหว่ยนิ่งไปอึดใจ มองหน้านางด้วยความประหลาดใจ
“ข้ารู้ว่าท่านเกลียดชังข้า ที่ท่านถูกบังคับให้แต่งงานก็เพราะต้องการยาจากท่านป๋อ...เอ๊ย! ท่านพ่อของข้า ตอนนี้ไท่เฟยก็หายดีแล้ว ท่านคงคิดอยากจะหย่าเต็มที”
“ข้า...” หยางหลีเหว่ยไม่คิดว่านางจะเป็นคนเปิดทางให้
“หรือว่าท่านไม่สะดวกจะหย่ากับข้าในเมืองหลวง ก็เลยจะพาข้ากลับเมืองเฉินม่ายแล้วค่อยเขียนหนังสือหย่าทีหลังเจ้าคะ” หลี่หยวนหยวนรีบชิงพูดขึ้นก่อน นางไม่อยากให้เขาคิดว่าตนเองต้องการยื้อการสมรสนี้เอาไว้เพราะเกรงว่าเขาจะคิดลงมือฆ่านางอีกครั้ง หากว่านางตามเขาไปเมืองเฉินม่ายซึ่งเขาปกครองอยู่ ไม่ว่าสิ่งใดก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น บางที...นางอาจจะตายโดยไม่รู้ตัว
“นี่เจ้า...” เขายกนิ้วขึ้นชี้หน้านาง
หลี่หยวนหยวนรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าเขา มีเพียงทำเช่นนี้เท่านั้น เขาจึงจะรู้ว่านางจริงใจไม่ลงมือกำจัดนางอีก
“ท่านพูดความในใจของท่านแล้ว ให้ข้าพูดความในใจกับท่านบ้าง ท่านอ๋อง ที่ผ่านมาข้ารู้ตัวแล้วว่าทำความผิดใหญ่หลวง ทำให้ท่านต้องสิ้นวาสนากับสตรีที่พึงใจ ข้ายินดีหย่ากับท่าน ขอเพียงท่านละเว้นชีวิตข้าและบ่าวไพร่ที่ติดตามข้ามาด้วยเจ้าค่ะ”
คราวนี้หยางหลีเหว่ยเริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมาอีก ควรเป็นเขาต่างหากที่เอ่ยปากขอหย่ากับนาง มิใช่เป็นนางที่ชิงลงมือก่อน นางเอ่ยปากขอเลิกราอย่างจริงจังทำเหมือนเขาเป็นบุรุษน่ารังเกียจที่นางอยากจะสลัดทิ้งให้เร็วที่สุด
“ข้าคิดเอาชีวิตเจ้าเมื่อใดกัน” ชายหนุ่มตวาด
หลี่หยวนหยวนเงยหน้าขึ้น “ท่านมิใช่ส่งคนมาฆ่าข้าในคืนวิวาห์หรอกหรือ เข็มพิษสลายใจนั่น ปักลงที่คอข้าแม่นยำนัก ดีที่ข้า...ยังกลับคืนมาได้”
นางอยากตะโกนออกไปด้วยซ้ำว่าเจ้าของร่างที่แท้จริงตายไปแล้ว ตายไปเพราะเข็มบ้าๆ นั่น นางที่ยังอยู่ตรงนี้มิใช่หลี่หยวนหยวนหากแต่เป็นติงหยวนหยวนต่างหาก
“ข้า ข้านี่หรือส่งคนมาฆ่าเจ้า” ชายหนุ่มเลิกคิ้ว “สตรีอย่างเจ้า ข้าแค่บีบคอก็สิ้นใจแล้ว เหตุใดต้องลำบากถึงเพียงนั้น”
“ข้ามิได้โกหก คืนนั้นในห้องหอมีคนลอบเข้ามาทำร้ายข้าจริง ตอนนั้นข้ากระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ดีที่ไม่ตาย พอส่งผ้าเปื้อนเลือดไปให้ท่านหมอเกาตรวจสอบก็พบว่าเป็นพิษสลายใจ”
หยางหลีเหว่ยตกตะลึง ผู้ใดกันกล้าส่งคนมาฆ่านางถึงในจวนอ๋องโดยที่คนของเขาไม่รู้ตัว “ไหนหลักฐานที่เจ้าว่า เอาออกมาให้ข้าดูสิ”
********************
เซียวหว่านได้ฟังก็เดือดดาล “ที่แท้ หลี่หยวนหยวนร้ายกาจกว่าที่ข้าคิด นางยั่วยวนท่านอ๋องด้วยการใช้บุรุษสองคนมาทำให้เกิดความหึงหวง และก็ได้ผลเสียด้วย”“จะทำอย่างไรได้เล่า พวกเขาเป็นวัวเคยขาม้าเคยขี่ แต่เจ้า...” ต้วนเหม่ยหลิงปรายตามองสหายแวบหนึ่ง “บัดนี้ เจ้าเป็นเพียงภรรยาของผู้อื่น”เซียวหว่านนึกถึงใบหน้าของติงหยวนหยวน หญิงสาวที่ทำให้หัวหน้าหยางหวั่นไหว‘ฉันแพ้แค่ชาติเดียวก็พอแล้ว ชาตินี้ฉันจะไม่แพ้อีก’ ต้วนเหม่ยหลิงเห็นท่าตกใจของสหายก็รีบสำทับ “ท่าทีของอ๋องหยางที่มีต่อนางในยามนี้ ผู้ใดก็ดูออกว่าต้องการจะคืนดี หากไม่มีใต้เท้าหนานกงกับคุณชายสกุลชิวขวางเอาไว้ ไม่แน่ว่าความฝันของเจ้าต้องพังทะลายอีกคราแล้ว”การยุแยงเซียวหว่านก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ตนเอง คืนนี้ แม้ว่านางจะยอมให้เซียวหว่านลงมือ แต่นางก็เตรียมการซ้อนแผนเอาไว้แล้ว ไม่มีทางจะให้หนานกงโจวลุยน้ำขุ่นเท้าเปื้อนโคลนไปกับหลี่หยวนหยวนเด็ดขาด ด้วยเหตุนี้นางจึงได้ไปบอกกับชุยฮูหยินให้เชิญราชครูซ่งมาด้วย“ไม่มีทาง! ครั้งนี้ข้าต้องทำให้อ๋องหยางเกลียดนางให้จงได้ และต้องเกลียดยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่แต่งงานด้วย” เซียวหว่านยืนยัน ต้วนเหม่ยห
“ข้าก็ให้คนคอยตามดูนางเหมือนกัน แต่พวกเขาถูกนางหลอกล่อจนตามไม่ทัน” หลี่หยวนหยวนเลิกคิ้ว “คุณชายใหญ่ ท่านให้ผู้ใดสะกดรอยนางกัน เหตุใดจึงเก่งกว่าคนของข้า” ชิวอี้เซ่อยิ้มเจ้าเล่ห์ “ข้ายอมสละแมวผีให้ไปทำภารกิจเพื่อบ่อเงินบ่อทองอย่างท่านเชียวนะ” หลี่หยวนหยวนตะลึง “แค่ข้าส่งแมวผีไปขโมยของ ท่านก็ห้ามข้าแล้ว เหตุใดที่ตนเองจึงได้ส่งไปสะกดรอยเซียวหว่านเล่า” “คุณหนูหลี่ ท่านไม่มีวรยุทธ์ หากไม่มีแมวผีอยู่ข้างกาย ข้าเกรงว่าท่านจะได้รับอันตราย ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าต้องปวดใจเป็นแน่ ส่วนข้านั้นต่อให้มีคนคิดทำร้ายสักสิบยี่สิบคนก็ปาดคอพวกเขาจนหมดได้” คำพูดของชิวอี้เซ่อคล้ายจะล้อเล่น แต่หลี่หยวนหยวนรู้จากชิวลู่ชิงว่าวรยุทธ์ของท่านผีเหนือผู้นี้ กระทั่งเจ้ายุทธภพคนปัจจุบันยังต้องเกรงเขาถึงห้าส่วน ดังนั้นคำพูดที่เขาพูดออกมานี้เกรงว่าจะเป็นความจริง “ท่านพูดคำว่าปวดใจออกมา หากข้าไม่รู้จักนิสัยของท่าน คงคิดว่าท่านใจให้ข้าแล้ว” หลี่หยวนหยวนเอ่ยเย้า ชิวลี่จิ่นที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ หัวเราะเสียงดัง “พี่เหนือของข้าจะปวดใจเฉพาะตอนที่ต้องสูญเสียเงินทองเท่านั้
เซียวหว่านไปพบกับเสนาบดีชุยที่โรงน้ำชาใหญ่บนถนนสายรองหลังตลาดตะวันออก โรงน้ำชาแห่งนี้เสนาบดีชุยให้คนผู้หนึ่งออกหน้าเป็นเจ้าของ สถานที่แห่งนี้เขามีไว้นัดพบกับผู้ที่ไม่อาจพบหน้าโดยเปิดเผย “ฮูหยินน้อย เจ้าบอกข้าว่ามีแผนจะทำลายหนานกงโจวอย่างนั้นหรือ” “เจ้าค่ะ ข้าพบว่าใต้เท้าหนานกงสนิทสนมเกินธรรมดากับอดีตพระชายาของอ๋องหยาง หลี่หยวนหยวน และยามนี้ท่านอ๋องเองก็ดูเหมือนจะกำลังหวนไปคืนดีกับนาง หากว่าทำให้คนทั้งสองหมางใจกันได้ บางทีท่านอ๋องอาจเป็นฝ่ายลงมือกับใต้เท้าหนานกงด้วยตนเอง” ชุยหนิงเทียนมองดูสตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้า เซียวหว่านเป็นฮูหยินของซางฮ่าวอวี่แต่กลับรู้เรื่องผู้อื่นดีเช่นนี้ หากเขาไม่เคยรู้อดีตของนางกับอ๋องหยางก็คงคิดว่านางกำลังพยายามช่วยสามีสร้างความดีความชอบ “เหตุใดเจ้าจึงรู้เรื่องนี้ละเอียดนัก” เสนาบดีผู้เฒ่าเลิกคิ้วสูง “เดิมทีข้าก็มีแค้นกับหลี่หยวนหยวน และเมื่อไม่นานมานี้นางก็ฉีกหน้าข้าในวันเปิดภัตตาคารจาเรออีก ระหว่างข้ากับนางไม่อาจจะอยู่ร่วมโลกกันได้” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นน้อยๆ สายตาแสดงความเกลียดชังคนที่เอ่ยถึงอย่างไม่ปิดบัง
ซางฮ่าวอวี่มองลงไปยังถนนเบื้องล่าง ฮูหยินเอกของเขากำลังยืนพูดคุยกับคุณหนูต้วนอยู่หน้าร้านเครื่องประดับ ขุนนางหนุ่มยกจอกน้ำชาขึ้นจิบ ขณะหูฟังคนของตนรายงานพฤติกรรมของเซียวหว่าน ครั้นฟังจบก็ยกยิ้มมุมปากก่อนจะโบกมือไล่ “พอแล้ว เจ้าไปตามดูนางต่อเถอะ” เมื่อคนผู้นั้นจากไป คนสนิทของซางฮ่าวอวี่ที่ยืนอยู่เยื้องไปด้านหลังก็ย่นหัวคิ้ว “คุณชาย ท่านไม่คิดจะห้ามปรามฮูหยินน้อยหรือ” “เหอะ! ห้ามนางไปไย แต่แรกนางก็มิได้คิดจะแต่งกับข้าอยู่แล้ว แต่งกับนางก็เหมือนแต่งกับสกุลเซียว หากไม่อาศัยสกุลนาง มีหรือตำแหน่งของข้าจะเลื่อนขึ้นมาอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ตั้งแต่ไปเมืองเฉินม่าย นางก็พยายามให้ท่าอ๋องหยางอยู่ตั้งหลายครา น่าเสียดายที่ยังไม่มีโอกาสให้ข้าได้จับชู้” บ่าวรับใช้ผงกศีรษะ “ถ้าอย่างนั้นครานี้ คุณชายคิดจะ...” “สนับสนุนให้นางทำลายอ๋องหยางและคุณหนูหลี่ จากนั้นก็ค่อยจับพวกมันในฐานะชู้ หากข้ากำจัดอ๋องหยางได้ เสนาบดีชุยจะต้องส่งเสริมข้าอย่างแน่นอน” “ขอรับ คุณชายคิดได้แยบยลนัก ไม่ต้องชักกระบี่ ใช้เพียงสมองก็กำจัดศัตรูได้แล้ว เซียวหว
“ท่านอ๋อง จะบังคับเขาไปทำไม เขายังเป็นเด็กอยู่เลย จะร้องไห้บ้างก็ปกติมิใช่หรือ” เสียงของหลี่หยวนหยวนดังขึ้นข้างหลัง หยางหลีเหว่ยหันกลับไปมอง ครั้นเห็นอดีตภรรยาเดินเข้ามาหาลูกๆ ก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “หยวนหยวนมาแล้วหรือ อาการเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” “ท่านอ๋อง ข้าบอกท่านแล้วว่าเราหย่ากันแล้ว อย่าเรียกข้าด้วยความสนิทสนมเช่นนี้ ผู้อื่นได้ยินเข้าจะพาลเข้าใจผิดได้” นางทำเสียงเขียว แต่หยางหลีเหว่ยกลับไม่สนใจ “ผู้ใดจะเข้าใจอย่างไรก็ช่างเขาเถิด ข้าหาถือสาไม่” “ท่านไม่ถือสา แต่ข้าถือ” นางส่งเสียงลอดไรฟันพอได้ยินกันสองคนเพราะไม่อยากให้คนรับใช้ได้ยิน “ตกลงว่าเจ้า ร่างกายปกตินะ” “ข้าไม่เป็นอันใด ท่านอ๋องไม่ต้องห่วง” นางสะบัดเสียงเล็กน้อย ชายหนุ่มยังคงอารมณ์ดี ยิ้มให้นางอย่างเบิกบาน “วันหน้าเจ้าก็พาหนานกงโจวมาเยี่ยมลูกเราบ่อยๆ สิ พวกเขาจะได้สนิทสนมกัน” หลี่หยวนหยวนผงะ ก่อนหน้านี้อ๋องหยางยังทำเหมือนจะกระโจนเข้าฟาดฟันหนานกงโจวทุกครั้งที่พบหน้า แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ “ท่านอ๋องคงมิได้พูดปร
หนานกงโจวหายใจแรง “ข้ารู้! แต่แค้นระหว่างข้ากับนาง ยากจะบอกเล่าให้ผู้อื่นเข้าใจ”“ใต้เท้าหนานกง ดูเหมือนเจ้ากับหลี่หยวนหยวนจะมีเรื่องที่คนทั่วไปคาดไม่ถึงอยู่นะ”“ท่านอ๋องอย่าได้คาดเดาเรื่องของข้ากับคุณหนูหลี่เลย หาใช่เรื่องที่ท่านจะเกี่ยวข้องได้ไม่”หยางหลีเหว่ยนั่งลงที่ม้านั่ง “ใต้เท้าหนานกง เจ้ากับ หลี่หยวนหยวนซ่อนสิ่งใดไว้ที่บ้านเก่าสกุลหลี่หรือ”หนานกงโจวสำรวจใบหน้าของอ๋องหยางก็เห็นว่าเขามิได้หึงหวงตนเองเหมือนอย่างเคยจึงได้นั่งลงที่ม้านั่งตรงกันข้าม“ยากที่ข้าจะอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจ”หยางหลีเหว่ยเห็นว่าตนเองไม่อาจทำให้หนานกง โจววางใจจึงได้พูดสิ่งที่ตนคาดคะเนออกมา “ข้าสังเกตมานานแล้วว่าหลี่หยวนหยวนผู้นี้ มิใช่หลี่หยวนหยวนที่เคยต้องการแต่งงานกับข้า ข้าเคยคิดกระทั่งว่านางคือผู้อื่น”“ท่าน!” หนานกงโจวตะลึง“หรือว่าเจ้าเองรู้ตัวตนที่แท้จริงของนาง” หยางหลีเหว่ยโยนหินถามทางสีหน้าพิกลของหนานกงโจวทำให้อ๋องหยางรู้ว่าเขากำลังจะรู้ความลับของคนทั้งสอง “หากท่านคิดว่านางมิใช่หลี่หยวนหยวน แล้วนางจะเป็นผู้ใด” หนานกงโจวถามย้อน หยางหลีเหว่ยแสร้งใช้นิ้วเคาะลงบนพื้นโต๊ะสองสามคร







