LOGINชายหนุ่มรับคำ นึกดีใจที่มารดาเองก็คิดเช่นเดียวกับเขา
“ครั้งนี้เกิดดินถล่มขึ้นมา จะว่าไปก็เท่ากับช่วยเรานะขอรับ เพราะฮ่องเต้ทรงมีพระประสงค์ให้ข้านำทหารออกช่วยเหลือชาวบ้าน เรื่องที่คิดจะลดทอนกำลังทหารจึงได้ระงับไป”
“เจ้าสั่งพ่อบ้านให้เตรียมขบวนรถม้าเถิด อีกสองวันค่อยออกเดินทาง”
“ขอรับ ท่านแม่”
หยางไท่เฟยระบายลมหายใจ “เจ้ากับนางร่วมหอกันแล้วใช่หรือไม่”
“ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงขอรับ ข้าดื่มยากั้นบุตรไว้ ข้าไม่ยอมให้นางมีทายาทสกุลหยางอย่างแน่นอน”
มารดาของหยางหลีเหว่ยเป็นบุตรสาวจากครอบครัวแม่ทัพ นางเป็นสตรีที่คอยสอดส่องเรื่องในแวดวงขุนนางช่วยสามี
ช่วงการศึกครั้งใหญ่ครั้งที่สองระหว่างแคว้นต้าหลงกับเผ่าหมาป่าที่มีแคว้นเว่ยหนุนหลัง หยางไท่เฟยถูกเรียกตัวเข้าวังหลวง หนิงเฉิงอ๋องหยางข่ายนำทัพออกศึกอยู่แนวหน้า โดยมี หยางหลีเหว่ยอยู่แนวหลัง
พอมีข่าวอ๋องหยางเสียชีวิตในศึกที่หน้าผาหมื่นหมาป่าและบุตรชายเจ็บหนัก หยางไท่เฟยก็กราบทูลลาฮองไทเฮากลับเมืองเฉินม่าย ควบคุมเหตุการณ์วุ่นวายในเมืองและควานหาหมอฝีมือดีมารักษาบุตรชาย
รองแม่ทัพทั้งสี่ล้วนเป็นผู้มีฝีมือช่วยรบค้ำยันมิให้ศัตรูบุกเข้ามาในเมืองจู๋หลิงได้ยาวนานถึงครึ่งปี เป็นเวลาพอดีที่หยางหลีเหว่ยก็หายจากการบาดเจ็บ หยางไท่เฟยจึงเดินทางกลับเมืองหลวง
จากนั้นสามเดือน ท่านอ๋องหยางคนใหม่จึงรบจนได้ชัยและเข้าเมืองหลวงเพื่อรับพระราชทานรางวัลจากฮ่องเต้ แต่เคราะห์ร้ายที่หยางไท่เฟยกลับเกิดเป็นโรคร้ายขึ้นมาทำให้หยางหลีเหว่ยตกหลุมพรางฮองไทเฮา ต้องแต่งเอาหลี่หยวนหยวนเข้าสู่จวนอ๋อง
“ท่านอ๋อง หวางเฟยเล่าขอรับ” องครักษ์ซูยืนรอคำสั่ง
หลังจากวันแต่งงาน หยางหลีเหว่ยก็มิได้เหยียบย่างไปยังเรือนของพระชายาอีก วันนี้มารดาของเขาหายจากโรคร้ายแล้ว ได้เวลาที่เขาควรจะไปพูดจาตกลงเรื่องความสัมพันธ์กับชายาที่น่ารังเกียจให้ชัดเจน
ยิ่งได้รู้จากปากมารดาว่าหลี่หยวนหยวนคือสตรีที่เขาไม่อาจหลบเลี่ยง ไม่ว่าจะอย่างไร ฮองไทเฮากับเสนาบดีชุยต้องหาทางให้เขาแต่งกับนางให้จงได้ ชายหนุ่มยิ่งรู้สึกเหมือนโทสะค่อยๆ พุ่งสูงขึ้นเหนือศีรษะ
‘ที่แท้ นางก็คือสตรีที่ถูกส่งมาทำลายชื่อเสียงและวงศ์สกุลของข้า ฮองไทเฮามอบหญิงสาวแซ่หลี่ที่ดื้อด้าน ไร้ปัญญา และหน้าไม่อายให้ข้าเช่นนี้ ช่างเลวร้ายนัก’
นางอาจจะเป็นคนที่ถูกส่งเข้ามาสืบข่าวและคอยวางแผนทำร้ายเขาในวันหน้า นอกจากนั้น หากเขาคิดจะแต่งชายารองหรือรับอนุภรรยาเพื่อสานสัมพันธ์กับสกุลอื่น ผู้คนที่ได้ยินชื่อเสียงของหลี่หยวนหยวนย่อมจะต้องหวาดหวั่น ไม่กล้าส่งบุตรสาวเข้ามาอยู่ร่วมชายคาแน่
“เดี๋ยวข้าจะไปบอกนางเอง” หยางหลีเหว่ยก้าวเท้าตรงไปยังเรือนที่หลี่หยวนหยวนพำนัก
ในเมื่อไม่ต้องพึ่งพาสกุลหลี่อีก ยามนี้เขาไม่จำเป็นต้องสงวนท่าทีกับนางแล้ว หยางหลีเหว่ยคิดจะแสดงอำนาจให้นางสยบยอมเขาแต่โดยดี
นับตั้งแต่สามีหมาดๆ หายหน้าไป หลี่หยวนหยวนก็มิได้ใส่ใจถามหา พ่อบ้านประจำจวนมาบอกข่าวดีกับนางว่าไม่ต้องไปคารวะน้ำชาแม่สามีในตอนเช้า ทำให้นางใช้ชีวิตแต่ละวันได้อย่างอิสระเสรี
หลี่หยวนหยวนพยายามคิดทบทวนเรื่องราวของตนเอง ทว่าสิ่งที่ผุดขึ้นมามีเพียงเรื่องราวในชีวิตของเจ้าของร่าง หญิงสาวผู้ไร้สาระขั้นสุดแห่งเมืองหลวง ไม่ว่าเรื่องเหลวไหลใด นางผู้นี้ล้วนเคยทำ
ส่วนชีวิตของติงหยวนหยวนแห่งยุคปัจจุบันนั้น นางระลึกได้เพียงว่าตนมีน้องชายอยู่หนึ่งคน บิดาทำธุรกิจ มารดาเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย
ตัวนางทำงานอยู่ในบริษัทจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีหัวหน้าแผนกรูปหล่อนามหยางหลีเหว่ย ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาและชื่อเดียวกับสามีผู้เป็นอ๋องในยุคโบราณ...เรื่องอื่นๆ ยังมืดมิด!
แม้จะรู้ว่าตนเองทะลุมิติมาในยุคโบราณ แต่กลับไม่รู้ว่าจะกลับไปอย่างไร และอะไรคือสาเหตุของการมาในครั้งนี้ หลี่หยวนหยวนจึงต้องปลอบตนเองให้สงบจิตสงบใจใช้ชีวิตตรงหน้านี้ให้ดีเสียก่อน
เช่นนั้น...สิ่งแรกที่อยากรู้ในตอนนี้ก็คือ ผู้ใดปองร้าย หลี่หยวนหยวน
“ไป๋ซวง ผ้าที่เช็ดเลือดที่ส่งไปให้ท่านหมอเกา ได้ความว่าอย่างไร”
นางคิดจะสืบหาคนที่ลงมือฆ่าเจ้าของร่างในคืนแต่งงานจึงให้สาวใช้นำผ้าเช็ดเลือดไปให้ท่านหมอเกาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบและซื้อยาขจัดพิษในร่างกายกลับมาให้นางดื่มด้วย
“ท่านหมอบอกว่าเป็นพิษสลายใจเจ้าค่ะ โดยปกติผู้ใช้พิษนี้จะเคลือบบนเข็ม ทิ่มเข้าเส้นเลือด คนที่ถูกพิษมักจะตายในเวลาไม่ถึงครึ่งเค่อ[1]เจ้าค่ะ”
ซุนมามาได้ยินเช่นนั้น มือที่ถือปิ่นปักผม กำลังจะปักลงบนมวยผมที่เกล้าสูงของพระชายาถึงกับชะงัก “หวางเฟยนี่ท่าน...”
“ข้าบอกมามาแล้ว คืนเข้าหอ ข้าถูกคนลอบทำร้าย ดีที่ฟื้นกลับมาได้ ความทรงจำส่วนหนึ่งของข้าจึงได้ขาดๆ หายๆ ไปอย่างไรเล่า”
ซุนมามาหน้าเผือดสี หลังจากนางนำเอาผ้าพรหมจรรย์ของคุณหนูรองไปแสดงต่อท่านป๋อหลี่แล้วก็ขออนุญาตมาอยู่จวนอ๋องหยางเพื่อติดตามคุณหนูรองเพราะหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์สินของฮูหยินผู้เฒ่าจบสิ้นลงแล้ว นั่นเป็นเพราะหลี่หยวนหยวนได้แบ่งมรดกที่ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่มอบให้นาง แบ่งให้กับบิดาเพื่อให้บิดามีเงินทองพอใช้จ่ายต่อไป
“เหตุใดท่านไม่ไปให้ท่านหมอเกาตรวจร่างกายให้ดีเล่าเจ้าคะ”
“ซุนมามา เจ้าจำไม่ได้หรือว่าตอนข้าเป็นเด็ก ท่านย่าเคยให้ข้าดื่มยาสูตรลับของสกุลหลี่”
ซุนมามานึกขึ้นได้ก็ค่อยคลี่ยิ้ม “จริงด้วยเจ้าค่ะ”
คุณหนูรองผู้นี้เป็นหลานสาวสุดที่รักของฮูหยินผู้เฒ่า ในวัยเด็กตอนที่กลับไปยังเรือนเก่าสกุลหลี่ ฮูหยินผู้เฒ่าเคยให้นางดื่มยาปรับเลือดให้ทนทานต่อการถูกพิษ เพียงแต่หากรับพิษที่ร้ายแรงมากก็ยังต้องดื่มยาเพิ่มเพื่อขจัดพิษตกค้างออกมา
หลี่หยวนหยวนตอบซุนมามาแล้วก็นึกสะท้อนใจ อันที่จริงสาเหตุการตายของเจ้าของร่างนี้มิได้เป็นเพราะถูกพิษ หากแต่เป็นเพราะเข็มที่มือสังหารใช้ปักที่จุดชีพจรของนางเข้าพอดีจึงได้เสียชีวิตกะทันหัน
น่าเศร้าใจนัก ทั้งๆ ที่ท่านย่าช่วยป้องกันนางจากพิษร้ายได้ แต่กลับรักษาชีวิตของนางจากคนชั่วช้าไม่ได้
‘ไม่เป็นไร หลี่หยวนหยวน ข้าจะต้องแก้แค้นแทนเจ้า’
วันที่สองของการแต่งงานของคุณหนูรอง ซุนมามาก็กลับมาอยู่ที่เรือนพระชายา ไป๋ซวงเล่าให้นางฟังถึงเรื่องที่หลี่หยวนหยวนถูกคนลอบทำร้าย จากนั้นพระชายาก็เอาอ้างว่าตนเองความทรงจำขาดๆ หายๆ อาจจะเป็นเพราะพิษขอให้ซุนมามากับสาวใช้ทั้งสองช่วยทบทวนความทรงจำช่วย
หลี่หยวนหยวนไม่ได้โกหก นางนึกหลายเรื่องราวไม่ออกจริงๆ ในใจนึกโทษเจ้าของร่างที่โง่เง่านัก มิได้ใส่ใจสิ่งรอบข้างเลย สมแล้วที่เป็น ‘สตรีที่ไร้สาระที่สุดในเมืองหลวง’
แม้ซุนมามาจะเล่าอ้อมๆ แอ้มๆ ถึงวีรกรรมของหลี่หยวนหยวนในอดีต แต่นางก็พอรู้ได้ว่าเจ้าของร่างนี้ หากเป็นหญิงในยุคปัจจุบันก็คือ ตัวร้ายในละครโทรทัศน์ที่ทั้งโง่ ไร้เหตุผล ปากกล้า อวดดี พร้อมจะอาละวาดทุกสถานที่ ทั้งเนื้อทั้งตัวหลี่หยวนหยวนผู้นี้มีดีอย่างเดียวที่เห็นได้ชัดคือ ‘ความงาม’
“เห็นหรือไม่ ข้าพูดไม่ผิด มีคนคิดจะฆ่าข้าในคืนแต่งงาน” สีหน้าของหลี่หยวนหยวนมั่นอกมั่นใจยิ่ง
“หวางเฟย นี่คงมิใช่...” ไป๋เยว่ทำหน้าตื่น นางนึกไปด้วยความหวาดกลัวว่าอาจจะเป็นฝีมือของอ๋องหยาง หากว่าเขาเกลียดชังนายหญิงของนางถึงขั้นลงมือส่งคนมาฆ่าในคืนแต่งงานทว่าไม่สำเร็จ วันหน้าก็อาจจะคิดลงมืออีก
“อย่างเพิ่งตกใจไป ไม่ว่าจะเป็นฝีมือผู้ใด ข้าต้องหาทางรู้ความจริงให้ได้” หลี่หยวนหยวนเอ่ยปลอบ
ซุนมามาที่แต่งตัวช่วยพระชายาเสร็จก็เดินตามนายหญิงมายังโต๊ะกลมกลางห้อง บ่าวทั้งสามมองหน้ากันด้วยสีหน้าไม่สู้ดี
“ท่านอ๋องมา....” สาวใช้หน้าเรือนผู้หนึ่งขานขึ้น หน้าเรือนนอนของพระชายามีสาวใช้เฝ้าอยู่ครั้งละสองคนเพื่อป้องกันผู้บุกรุก หากมีผู้เดินมาใกล้จะถึงพวกนางก็จะต้องขานบอกคนในเรือนว่าผู้มาหา จะได้เตรียมตัว
ฝีเท้าของหยางหลีเหว่ยค่อนข้างเบาเพราะเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ หลี่หยวนหยวนรีบยกนิ้วชี้ขึ้นขวางแตะริมฝีปากเป็นเชิงปรามมิให้ไป๋ซวงกับไป๋เยว่พูดต่อ ไป๋ซวงรีบเดินไปเปิดประตู
ร่างสูงสง่าของอ๋องหนุ่มแซ่หยางยืนอยู่กลางห้อง “พวกเจ้าสองคนออกไปก่อน ข้ามีเรื่องสำคัญจะกล่าวกับหวางเฟย”
“เจ้าค่ะ” สองสาวยอบกายรับคำ
[1] หนึ่งเค่อ เทียบเวลาสิบห้านาที
**************
เซียวหว่านได้ฟังก็เดือดดาล “ที่แท้ หลี่หยวนหยวนร้ายกาจกว่าที่ข้าคิด นางยั่วยวนท่านอ๋องด้วยการใช้บุรุษสองคนมาทำให้เกิดความหึงหวง และก็ได้ผลเสียด้วย”“จะทำอย่างไรได้เล่า พวกเขาเป็นวัวเคยขาม้าเคยขี่ แต่เจ้า...” ต้วนเหม่ยหลิงปรายตามองสหายแวบหนึ่ง “บัดนี้ เจ้าเป็นเพียงภรรยาของผู้อื่น”เซียวหว่านนึกถึงใบหน้าของติงหยวนหยวน หญิงสาวที่ทำให้หัวหน้าหยางหวั่นไหว‘ฉันแพ้แค่ชาติเดียวก็พอแล้ว ชาตินี้ฉันจะไม่แพ้อีก’ ต้วนเหม่ยหลิงเห็นท่าตกใจของสหายก็รีบสำทับ “ท่าทีของอ๋องหยางที่มีต่อนางในยามนี้ ผู้ใดก็ดูออกว่าต้องการจะคืนดี หากไม่มีใต้เท้าหนานกงกับคุณชายสกุลชิวขวางเอาไว้ ไม่แน่ว่าความฝันของเจ้าต้องพังทะลายอีกคราแล้ว”การยุแยงเซียวหว่านก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ตนเอง คืนนี้ แม้ว่านางจะยอมให้เซียวหว่านลงมือ แต่นางก็เตรียมการซ้อนแผนเอาไว้แล้ว ไม่มีทางจะให้หนานกงโจวลุยน้ำขุ่นเท้าเปื้อนโคลนไปกับหลี่หยวนหยวนเด็ดขาด ด้วยเหตุนี้นางจึงได้ไปบอกกับชุยฮูหยินให้เชิญราชครูซ่งมาด้วย“ไม่มีทาง! ครั้งนี้ข้าต้องทำให้อ๋องหยางเกลียดนางให้จงได้ และต้องเกลียดยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่แต่งงานด้วย” เซียวหว่านยืนยัน ต้วนเหม่ยห
“ข้าก็ให้คนคอยตามดูนางเหมือนกัน แต่พวกเขาถูกนางหลอกล่อจนตามไม่ทัน” หลี่หยวนหยวนเลิกคิ้ว “คุณชายใหญ่ ท่านให้ผู้ใดสะกดรอยนางกัน เหตุใดจึงเก่งกว่าคนของข้า” ชิวอี้เซ่อยิ้มเจ้าเล่ห์ “ข้ายอมสละแมวผีให้ไปทำภารกิจเพื่อบ่อเงินบ่อทองอย่างท่านเชียวนะ” หลี่หยวนหยวนตะลึง “แค่ข้าส่งแมวผีไปขโมยของ ท่านก็ห้ามข้าแล้ว เหตุใดที่ตนเองจึงได้ส่งไปสะกดรอยเซียวหว่านเล่า” “คุณหนูหลี่ ท่านไม่มีวรยุทธ์ หากไม่มีแมวผีอยู่ข้างกาย ข้าเกรงว่าท่านจะได้รับอันตราย ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าต้องปวดใจเป็นแน่ ส่วนข้านั้นต่อให้มีคนคิดทำร้ายสักสิบยี่สิบคนก็ปาดคอพวกเขาจนหมดได้” คำพูดของชิวอี้เซ่อคล้ายจะล้อเล่น แต่หลี่หยวนหยวนรู้จากชิวลู่ชิงว่าวรยุทธ์ของท่านผีเหนือผู้นี้ กระทั่งเจ้ายุทธภพคนปัจจุบันยังต้องเกรงเขาถึงห้าส่วน ดังนั้นคำพูดที่เขาพูดออกมานี้เกรงว่าจะเป็นความจริง “ท่านพูดคำว่าปวดใจออกมา หากข้าไม่รู้จักนิสัยของท่าน คงคิดว่าท่านใจให้ข้าแล้ว” หลี่หยวนหยวนเอ่ยเย้า ชิวลี่จิ่นที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ หัวเราะเสียงดัง “พี่เหนือของข้าจะปวดใจเฉพาะตอนที่ต้องสูญเสียเงินทองเท่านั้
เซียวหว่านไปพบกับเสนาบดีชุยที่โรงน้ำชาใหญ่บนถนนสายรองหลังตลาดตะวันออก โรงน้ำชาแห่งนี้เสนาบดีชุยให้คนผู้หนึ่งออกหน้าเป็นเจ้าของ สถานที่แห่งนี้เขามีไว้นัดพบกับผู้ที่ไม่อาจพบหน้าโดยเปิดเผย “ฮูหยินน้อย เจ้าบอกข้าว่ามีแผนจะทำลายหนานกงโจวอย่างนั้นหรือ” “เจ้าค่ะ ข้าพบว่าใต้เท้าหนานกงสนิทสนมเกินธรรมดากับอดีตพระชายาของอ๋องหยาง หลี่หยวนหยวน และยามนี้ท่านอ๋องเองก็ดูเหมือนจะกำลังหวนไปคืนดีกับนาง หากว่าทำให้คนทั้งสองหมางใจกันได้ บางทีท่านอ๋องอาจเป็นฝ่ายลงมือกับใต้เท้าหนานกงด้วยตนเอง” ชุยหนิงเทียนมองดูสตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้า เซียวหว่านเป็นฮูหยินของซางฮ่าวอวี่แต่กลับรู้เรื่องผู้อื่นดีเช่นนี้ หากเขาไม่เคยรู้อดีตของนางกับอ๋องหยางก็คงคิดว่านางกำลังพยายามช่วยสามีสร้างความดีความชอบ “เหตุใดเจ้าจึงรู้เรื่องนี้ละเอียดนัก” เสนาบดีผู้เฒ่าเลิกคิ้วสูง “เดิมทีข้าก็มีแค้นกับหลี่หยวนหยวน และเมื่อไม่นานมานี้นางก็ฉีกหน้าข้าในวันเปิดภัตตาคารจาเรออีก ระหว่างข้ากับนางไม่อาจจะอยู่ร่วมโลกกันได้” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นน้อยๆ สายตาแสดงความเกลียดชังคนที่เอ่ยถึงอย่างไม่ปิดบัง
ซางฮ่าวอวี่มองลงไปยังถนนเบื้องล่าง ฮูหยินเอกของเขากำลังยืนพูดคุยกับคุณหนูต้วนอยู่หน้าร้านเครื่องประดับ ขุนนางหนุ่มยกจอกน้ำชาขึ้นจิบ ขณะหูฟังคนของตนรายงานพฤติกรรมของเซียวหว่าน ครั้นฟังจบก็ยกยิ้มมุมปากก่อนจะโบกมือไล่ “พอแล้ว เจ้าไปตามดูนางต่อเถอะ” เมื่อคนผู้นั้นจากไป คนสนิทของซางฮ่าวอวี่ที่ยืนอยู่เยื้องไปด้านหลังก็ย่นหัวคิ้ว “คุณชาย ท่านไม่คิดจะห้ามปรามฮูหยินน้อยหรือ” “เหอะ! ห้ามนางไปไย แต่แรกนางก็มิได้คิดจะแต่งกับข้าอยู่แล้ว แต่งกับนางก็เหมือนแต่งกับสกุลเซียว หากไม่อาศัยสกุลนาง มีหรือตำแหน่งของข้าจะเลื่อนขึ้นมาอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ตั้งแต่ไปเมืองเฉินม่าย นางก็พยายามให้ท่าอ๋องหยางอยู่ตั้งหลายครา น่าเสียดายที่ยังไม่มีโอกาสให้ข้าได้จับชู้” บ่าวรับใช้ผงกศีรษะ “ถ้าอย่างนั้นครานี้ คุณชายคิดจะ...” “สนับสนุนให้นางทำลายอ๋องหยางและคุณหนูหลี่ จากนั้นก็ค่อยจับพวกมันในฐานะชู้ หากข้ากำจัดอ๋องหยางได้ เสนาบดีชุยจะต้องส่งเสริมข้าอย่างแน่นอน” “ขอรับ คุณชายคิดได้แยบยลนัก ไม่ต้องชักกระบี่ ใช้เพียงสมองก็กำจัดศัตรูได้แล้ว เซียวหว
“ท่านอ๋อง จะบังคับเขาไปทำไม เขายังเป็นเด็กอยู่เลย จะร้องไห้บ้างก็ปกติมิใช่หรือ” เสียงของหลี่หยวนหยวนดังขึ้นข้างหลัง หยางหลีเหว่ยหันกลับไปมอง ครั้นเห็นอดีตภรรยาเดินเข้ามาหาลูกๆ ก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “หยวนหยวนมาแล้วหรือ อาการเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” “ท่านอ๋อง ข้าบอกท่านแล้วว่าเราหย่ากันแล้ว อย่าเรียกข้าด้วยความสนิทสนมเช่นนี้ ผู้อื่นได้ยินเข้าจะพาลเข้าใจผิดได้” นางทำเสียงเขียว แต่หยางหลีเหว่ยกลับไม่สนใจ “ผู้ใดจะเข้าใจอย่างไรก็ช่างเขาเถิด ข้าหาถือสาไม่” “ท่านไม่ถือสา แต่ข้าถือ” นางส่งเสียงลอดไรฟันพอได้ยินกันสองคนเพราะไม่อยากให้คนรับใช้ได้ยิน “ตกลงว่าเจ้า ร่างกายปกตินะ” “ข้าไม่เป็นอันใด ท่านอ๋องไม่ต้องห่วง” นางสะบัดเสียงเล็กน้อย ชายหนุ่มยังคงอารมณ์ดี ยิ้มให้นางอย่างเบิกบาน “วันหน้าเจ้าก็พาหนานกงโจวมาเยี่ยมลูกเราบ่อยๆ สิ พวกเขาจะได้สนิทสนมกัน” หลี่หยวนหยวนผงะ ก่อนหน้านี้อ๋องหยางยังทำเหมือนจะกระโจนเข้าฟาดฟันหนานกงโจวทุกครั้งที่พบหน้า แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ “ท่านอ๋องคงมิได้พูดปร
หนานกงโจวหายใจแรง “ข้ารู้! แต่แค้นระหว่างข้ากับนาง ยากจะบอกเล่าให้ผู้อื่นเข้าใจ”“ใต้เท้าหนานกง ดูเหมือนเจ้ากับหลี่หยวนหยวนจะมีเรื่องที่คนทั่วไปคาดไม่ถึงอยู่นะ”“ท่านอ๋องอย่าได้คาดเดาเรื่องของข้ากับคุณหนูหลี่เลย หาใช่เรื่องที่ท่านจะเกี่ยวข้องได้ไม่”หยางหลีเหว่ยนั่งลงที่ม้านั่ง “ใต้เท้าหนานกง เจ้ากับ หลี่หยวนหยวนซ่อนสิ่งใดไว้ที่บ้านเก่าสกุลหลี่หรือ”หนานกงโจวสำรวจใบหน้าของอ๋องหยางก็เห็นว่าเขามิได้หึงหวงตนเองเหมือนอย่างเคยจึงได้นั่งลงที่ม้านั่งตรงกันข้าม“ยากที่ข้าจะอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจ”หยางหลีเหว่ยเห็นว่าตนเองไม่อาจทำให้หนานกง โจววางใจจึงได้พูดสิ่งที่ตนคาดคะเนออกมา “ข้าสังเกตมานานแล้วว่าหลี่หยวนหยวนผู้นี้ มิใช่หลี่หยวนหยวนที่เคยต้องการแต่งงานกับข้า ข้าเคยคิดกระทั่งว่านางคือผู้อื่น”“ท่าน!” หนานกงโจวตะลึง“หรือว่าเจ้าเองรู้ตัวตนที่แท้จริงของนาง” หยางหลีเหว่ยโยนหินถามทางสีหน้าพิกลของหนานกงโจวทำให้อ๋องหยางรู้ว่าเขากำลังจะรู้ความลับของคนทั้งสอง “หากท่านคิดว่านางมิใช่หลี่หยวนหยวน แล้วนางจะเป็นผู้ใด” หนานกงโจวถามย้อน หยางหลีเหว่ยแสร้งใช้นิ้วเคาะลงบนพื้นโต๊ะสองสามคร







