LOGIN“กุนซือเฉานำยาขวดหนึ่งมามอบให้ท่านอ๋องก่อนเข้าหอกับหวางเฟยเจ้าคะ เห็นว่าเป็นยากั้นการมีบุตร” ใบหน้าของไป๋เยว่ขณะเล่าไม่ค่อยดีนัก
หลี่หยวนหยวนฟังแล้วยิ้มกว้าง “จริงหรือ ดีที่เขารังเกียจข้าถึงขนาดหายานี้มาใช้”
เมื่อครู่ระหว่างรอไป๋เยว่ หลี่หยวนหยวนนึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วกำลังหนักใจอยู่เชียว นางกลัวว่าหากนางเกิดตั้งท้องขึ้นมา ย่อมจะหาเหตุหย่าร้างจากบุรุษผู้นั้นไม่ได้ ในยุคโบราณการไร้บุตรก็เป็นหนึ่งในเหตุเจ็ดขับ[1] ข้ออ้างนี้จะทำให้นางมีโอกาสเป็นอิสระ
“หวางเฟย ท่านยังจะมายิ้มอีก ท่านอ๋องยอมเข้าห้องหอกับท่านเป็นเพราะให้สัญญากับท่านป๋อไว้ หากวันหน้าท่านอ๋องไม่ยอมร่วมหออีก ท่านก็หมดโอกาสมีทายาทนะเจ้าคะ”
“ไม่มีสิดี เขากับข้าก็แค่วันไนท์สแตนด์เท่านั้น” หลี่หยวนหยวนเชิดหน้า นางเห็นสายตารังเกียจของเขาเมื่อเช้าแล้วรู้สึกโมโหนัก หากเมื่อคืนไม่มียาคืนวสันต์เขาก็คงไม่คิดจะแตะต้องนาง
‘หลี่หยวนหยวนในเมื่อเขาไม่มีใจ เจ้าก็พอเสียเถิด อย่าได้ใส่ใจกับบุรุษเช่นนี้อีกเลย ไปหาใหม่ข้างหน้าดีกว่า’ ติงหยวนหยวนปลอบใจร่างของหลี่หยวนหยวน นางตัดสินใจเด็ดขาดแล้วที่จะออกจากจวนแห่งนี้
“วัน...ไน..สะ…อันใดนั่น”
“เออๆ ช่างเถอะ เจ้าไม่ต้องสนใจคำพูดข้านักหรอก” หลี่หยวนหยวนรีบแก้คำพูด นางต้องคอยระวังไม่ให้สาวใช้ทั้งสองจับผิดได้ หากว่ามีผู้สงสัยขึ้นมา นางอาจจะถูกนำไปให้นักพรตหมอผีมาขับไล่วิญญาณออกจากร่าง
“หวางเฟย สตรีในจวนอ๋องหากมีบุตรก็จะมีที่ยืนอย่างมั่นคงนะเจ้าคะ”
หลี่หยวนหยวนเชิดหน้า “หึ! ข้าไม่ต้องการบุตรที่บิดาไม่ตั้งใจให้เกิดหรอก เช่นนี้ก็ดีแล้ว ไม่ต้องมีพันธะต่อกัน”
ในความทรงจำของหลี่หยวนหยวน พลันผุดภาพสายตาและท่าทางรังเกียจที่หยางหลีเหว่ยแสดงออกตอนที่ได้พบกับหลี่หยวนหยวนหลายคราว สตรีน่าตายผู้นี้ตั้งแต่ได้เห็นหนิงเฉิงอ๋องคราแรกก็หลงใหลในรูปร่างหน้าตางามสง่าสูงส่งของเขา นางถึงกับแอบตามไปดูท่านอ๋องในยามที่เขาไปร่วมงานต่างๆ ช่วงนั้นไม่ว่าหยางหลีเหว่ยไปตามงานเลี้ยงน้ำชาที่ใด ก็จะพบเห็นหลี่หยวนหยวนอยู่เรื่อย
เจตนาของหยางหลีเหว่ยที่ไปรวมงานน้ำชาก็เพื่อจะได้พูดคุยกับคุณหนูเซียวผู้ที่บิดามารดาของเขาคิดจะสู่ขอให้ ครั้นท่านอ๋องรูปงามเห็นว่าหลี่หยวนหยวนคอยไปขัดคอระหว่างเขากับเซียวหว่านก็เริ่มไม่พอใจ
ความขุ่นเคืองฉายชัดอยู่ในแววตาเขา ทว่าหลี่หยวนหยวนผู้มิได้สนใจธรรมเนียมมารยาทกลับหน้าด้านหน้าทนเสนอหน้าไปให้เขาเห็นอยู่ร่ำไป คราหนึ่งหยางหลีเหว่ยถึงกับเอ่ยปากขับไล่ไสส่งนางโดยไม่สนใจรักษามารยาท
‘คุณหนูรองหลี่ ข้าว่าเจ้ากับข้าไม่ควรจะพบกันอีก หากเจ้ายังตามติดข้าอยู่เช่นนี้ หากข้าพลั้งมือไป อย่าหาว่าข้าใจดำ’
หลี่หยวนหยวนในยามนั้น ทั้งปาก ดวงตา และดวงใจมีเพียงหยางหลีเหว่ย ไหนเลยจะกลัวคำข่มขู่ นางยิ้มหวานให้กับเขา
‘ท่านอ๋อง ท่านจะทำร้ายข้าจริงหรือเจ้าคะ’
หยางหลีเหว่ยชักกระบี่ฟาดปลายไปปักผนังตรงหน้าหลี่หยวนหยวนจนนางสะดุ้ง มือไม้แข้งขาพาลอ่อน ยามนั้นเขาร้องตวาดใส่หน้านาง
‘กระบี่ไม่มีตา หากว่ามันบาดเข้าที่ใบหน้าของเจ้าสักแผลสองแผล ข้าคงรับผิดชอบไม่ไหว’
หลังจากถูกข่มขู่ครานั้น หลี่หยวนหยวนก็ไม่กล้าเข้าใกล้เขาอีก ทว่ายังคงติดตามและแอบมองอยู่เนือง ความชิงชังที่หนิงเฉิงอ๋องมีให้กับนางจึงเพิ่มมากขึ้นจนเป็นที่พูดถึงกันในหมู่คนชั้นสูงของเมืองหลวง
...ถูกคนเขารังเกียจถึงขนาดนี้ หลี่หยวนหยวนยังจะหน้าด้านบังคับให้ หนิงเฉิงอ๋องแต่งตนเข้าจวนอีก...
หลังการแต่งงานของหนิงเฉิงอ๋องผ่านไปไม่ถึงหนึ่งวัน สกุลเซียวก็รับหมั้นบุตรชายสกุลซางให้กับเซียวหว่าน เมื่อหยางหลีเหว่ยรู้ข่าวนี้เขาก็มีใบหน้าอึมครึมลงไปหลายส่วน
“ท่านอ๋อง ระหว่างท่านกับคุณหนูเซียวช่างน่าเสียดายนัก ถือได้ว่ามีบุบเพแต่ไร้วาสนา” กุนซือเฉาได้แต่ส่ายหน้าถอนหายใจ เขาเองก็เห็นว่าเซียวหว่านเหมาะสมกับหยางหลีเหว่ยมากกว่าหลี่หยวนหยวน
หยางหลีเหว่ยยกสุราขึ้นดื่มแล้วยกยิ้มมุมปาก “ช่างเถิด ไร้วาสนาก็แล้วไป หากข้าไม่ติดกับดักนางจิ้งจอกผู้นั้นก็คงไม่คลาดกันไปเช่นนี้”
“ข้ารู้ในใจท่านคับแค้น ชังน้ำหน้าหลี่หยวนหยวนจนแทบจะทนไม่ไหว ต้องถูกนางบังคับแต่งงาน หากมิใช่เพราะความกตัญญูคงไม่ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้”
หยางหลีเหว่ยกำจอกสุราแน่นจนกระทั่ง...เปรี๊ยะ! จอกสุรานั้นแตกละเอียดคามือ “ข้าต้องกำจัดภรรยาที่ข้าไม่เต็มใจแต่งผู้นั้นออกไปจากจวนในไม่ช้า”
“เฮ้อ! น่าเสียดายที่ท่านกับคุณหนูสามเซียวต้องคลาดกัน”
“ในเมื่อข้าสิ้นไร้วาสนากับสตรีที่พึงใจ ข้าย่อมไม่ปล่อยให้ต้นเหตุของทุกข์นี้ลอยนวล เจ้าไม่ต้องห่วงหรอกเหล่าเฉา ข้าต้องเอาคืนตาแก่ป๋อหลี่อย่างแน่นอน”
“มารดาของท่านยังต้องรับยาจากท่านป๋อหลี่ห้าวันมิใช่หรือ เช่นนั้นวันที่สามท่านก็ต้องไปเยี่ยมบ้านเจ้าสาวพร้อมกับหวางเฟยน่ะสิ”
สีหน้าของหยางหลีเหว่ยขรึมลง “อืม ตาแก่นี่ร้ายนัก ไม่รู้ว่าที่แบ่งยาให้ทีละน้อยเป็นไปตามสูตรยาจริงหรือเป็นแผน”
“ท่านป๋อหลี่ผู้นี้คิดรอบคอบดีจริง กลัวว่าเจ้าจะไม่เข้าหอก็บังคับทำสัญญา และรู้ว่าเจ้าคิดจะไม่ยอมพาเจ้าสาวกลับบ้านจึงได้ทิ้งระยะเวลาการมอบยาให้ยาวนานขึ้น บังคับเจ้าให้อยู่ใกล้ชิดบุตรสาวของเขาได้ถึงห้าวัน คนทั้งเมืองหลวงก็รู้แล้วว่าหลี่หยวนหยวนเป็นหวางเฟยของหนิงเฉิงอ๋อง”
“หึ! แล้วอย่างไร เอาไว้ข้าพานางไปถึงเมืองเฉินม่าย จะทำเช่นใดกับนาง ตาเฒ่าป๋อหลี่ก็ไม่อาจยื่นมือถึง”
“ท่านคิดจะ...”
“พานางไปด้วย ถึงเฉินม่ายก็หย่าขาดกับนางเสีย แล้วส่งนางไปอยู่บ้านเดิมสกุลหยาง รอข้าหายโมโหแล้วค่อยปล่อยนางกลับเมืองหลวง”
เฉาเฟิงพักในจวนอ๋อง ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าหลังคืนเข้าหอ หยางหลีเหว่ยก็ไม่ได้ร่วมห้องกับพระชายาอีก ความเกลียดชังที่หยางหลีเหว่ยมีต่อหลี่หยวนหยวนนับวันยิ่งมากขึ้น วันหน้าของนางในเมืองเฉินม่ายเกรงว่าคงมืดมนนัก
“อย่าพูดถึงชื่อนี้อีกเลย ข้าไม่เห็นหน้านาง ชีวิตก็นับว่าสงบสุขขึ้นอีกหนึ่งวัน” เขาพูดพลางรินสุราให้ตนเองและสหายกุนซือ “เจ้าเองก็ดื่มให้มากๆ คืนนี้เมาเป็นเพื่อนข้าสักหน่อย”
เช้าวันที่สามของการแต่งงาน หลี่หยวนหยวนแต่งกายงดงามไปยืนรอสามีอยู่หน้าซุ้มประตู ผ่านไปราวครึ่งชั่วยามเขาจึงเดินออกมาด้วยใบหน้าที่ดูแล้วไม่ค่อยสดชื่นนัก กลิ่นสุราบนเนื้อตัวส่งกลิ่นจางๆ ในยามที่เดินผ่านนางไปขึ้นรถม้า
หลี่หยวนหยวนไม่เอ่ยทักตามเขาขึ้นไปบนรถม้าเงียบๆ พอนางนั่งลงฝั่งตรงข้าม หยางหลีเหว่ยก็มองนางด้วยสายตาเยียบเย็น
“ที่ข้ากลับจวนพร้อมเจ้าก็เพราะบิดาของเจ้าบังคับข้า จำเอาไว้ หลี่หยวนหยวน ระหว่างข้ากับเจ้าหลังครบห้าวันนี้ถือว่าไม่เกี่ยวข้องกัน”
“อืม” นางตอบรับสั้นๆ
หยางหลีเหว่ยที่เตรียมคำพูดเผ็ดร้อนเอาไว้คิดจะเหน็บแนมนางสักหน่อย แต่พอนางไม่พูดต่อเขาก็ชะงัก
หลี่หยวนหยวนได้ยินข่าวว่าสตรีในดวงใจของเขารับหมั้นผู้อื่นแล้ว นางจึงได้พยายามสงบปากสงบคำเพราะคิดว่ายามนี้เขาคงอยู่ในภาวะงุ่นง่านอยากจะหาที่ระบายโทสะ
ชายหนุ่มเบือนหน้าไปนอกหน้าต่างรถม้า หลี่หยวนหยวนผู้นี้ดูเปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่เช้าวันที่เขาพานางไปคารวะน้ำชากับมารดา นางก็มิได้ส่งสายตาตามติดมายังตัวเขาเหมือนเคย
‘นี่เจ้าคงคิดจะใช้วิธีแสร้งปล่อยเพื่อจับกับข้า ไม่ได้ผลหรอก เจ้าไม่กระตุ้นโทสะข้าก็ดีแล้ว ข้าจะปล่อยให้เจ้าได้ใช้ชีวิตดีๆ ต่อไปอีกสักหน่อย’
หากบิดาของนางมิได้ถูกหนุนหลังด้วยเสนาบดีชุย เขาคงหาวิธีบีบบังคับเอายารักษามารดาได้ ความกล้ำกลืนนี้หยางหลีเหว่ยจดจารไว้ในใจแล้ว วันหน้าต้องเอาคืนให้จงได้
[1] เจ็ดขับ เป็นข้อห้ามสำหรับภรรยา หากผิดข้อใดข้อหนึ่งจะถูกสามียกมาขอหย่า ได้แก่ ไม่ปรนนิบัติพ่อแม่สามี ไม่มีบุตร คบชู้ อิจฉาริษยา มีโรคร้ายแรง พูดมาก และลักขโมย
เซียวหว่านได้ฟังก็เดือดดาล “ที่แท้ หลี่หยวนหยวนร้ายกาจกว่าที่ข้าคิด นางยั่วยวนท่านอ๋องด้วยการใช้บุรุษสองคนมาทำให้เกิดความหึงหวง และก็ได้ผลเสียด้วย”“จะทำอย่างไรได้เล่า พวกเขาเป็นวัวเคยขาม้าเคยขี่ แต่เจ้า...” ต้วนเหม่ยหลิงปรายตามองสหายแวบหนึ่ง “บัดนี้ เจ้าเป็นเพียงภรรยาของผู้อื่น”เซียวหว่านนึกถึงใบหน้าของติงหยวนหยวน หญิงสาวที่ทำให้หัวหน้าหยางหวั่นไหว‘ฉันแพ้แค่ชาติเดียวก็พอแล้ว ชาตินี้ฉันจะไม่แพ้อีก’ ต้วนเหม่ยหลิงเห็นท่าตกใจของสหายก็รีบสำทับ “ท่าทีของอ๋องหยางที่มีต่อนางในยามนี้ ผู้ใดก็ดูออกว่าต้องการจะคืนดี หากไม่มีใต้เท้าหนานกงกับคุณชายสกุลชิวขวางเอาไว้ ไม่แน่ว่าความฝันของเจ้าต้องพังทะลายอีกคราแล้ว”การยุแยงเซียวหว่านก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ตนเอง คืนนี้ แม้ว่านางจะยอมให้เซียวหว่านลงมือ แต่นางก็เตรียมการซ้อนแผนเอาไว้แล้ว ไม่มีทางจะให้หนานกงโจวลุยน้ำขุ่นเท้าเปื้อนโคลนไปกับหลี่หยวนหยวนเด็ดขาด ด้วยเหตุนี้นางจึงได้ไปบอกกับชุยฮูหยินให้เชิญราชครูซ่งมาด้วย“ไม่มีทาง! ครั้งนี้ข้าต้องทำให้อ๋องหยางเกลียดนางให้จงได้ และต้องเกลียดยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่แต่งงานด้วย” เซียวหว่านยืนยัน ต้วนเหม่ยห
“ข้าก็ให้คนคอยตามดูนางเหมือนกัน แต่พวกเขาถูกนางหลอกล่อจนตามไม่ทัน” หลี่หยวนหยวนเลิกคิ้ว “คุณชายใหญ่ ท่านให้ผู้ใดสะกดรอยนางกัน เหตุใดจึงเก่งกว่าคนของข้า” ชิวอี้เซ่อยิ้มเจ้าเล่ห์ “ข้ายอมสละแมวผีให้ไปทำภารกิจเพื่อบ่อเงินบ่อทองอย่างท่านเชียวนะ” หลี่หยวนหยวนตะลึง “แค่ข้าส่งแมวผีไปขโมยของ ท่านก็ห้ามข้าแล้ว เหตุใดที่ตนเองจึงได้ส่งไปสะกดรอยเซียวหว่านเล่า” “คุณหนูหลี่ ท่านไม่มีวรยุทธ์ หากไม่มีแมวผีอยู่ข้างกาย ข้าเกรงว่าท่านจะได้รับอันตราย ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าต้องปวดใจเป็นแน่ ส่วนข้านั้นต่อให้มีคนคิดทำร้ายสักสิบยี่สิบคนก็ปาดคอพวกเขาจนหมดได้” คำพูดของชิวอี้เซ่อคล้ายจะล้อเล่น แต่หลี่หยวนหยวนรู้จากชิวลู่ชิงว่าวรยุทธ์ของท่านผีเหนือผู้นี้ กระทั่งเจ้ายุทธภพคนปัจจุบันยังต้องเกรงเขาถึงห้าส่วน ดังนั้นคำพูดที่เขาพูดออกมานี้เกรงว่าจะเป็นความจริง “ท่านพูดคำว่าปวดใจออกมา หากข้าไม่รู้จักนิสัยของท่าน คงคิดว่าท่านใจให้ข้าแล้ว” หลี่หยวนหยวนเอ่ยเย้า ชิวลี่จิ่นที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ หัวเราะเสียงดัง “พี่เหนือของข้าจะปวดใจเฉพาะตอนที่ต้องสูญเสียเงินทองเท่านั้
เซียวหว่านไปพบกับเสนาบดีชุยที่โรงน้ำชาใหญ่บนถนนสายรองหลังตลาดตะวันออก โรงน้ำชาแห่งนี้เสนาบดีชุยให้คนผู้หนึ่งออกหน้าเป็นเจ้าของ สถานที่แห่งนี้เขามีไว้นัดพบกับผู้ที่ไม่อาจพบหน้าโดยเปิดเผย “ฮูหยินน้อย เจ้าบอกข้าว่ามีแผนจะทำลายหนานกงโจวอย่างนั้นหรือ” “เจ้าค่ะ ข้าพบว่าใต้เท้าหนานกงสนิทสนมเกินธรรมดากับอดีตพระชายาของอ๋องหยาง หลี่หยวนหยวน และยามนี้ท่านอ๋องเองก็ดูเหมือนจะกำลังหวนไปคืนดีกับนาง หากว่าทำให้คนทั้งสองหมางใจกันได้ บางทีท่านอ๋องอาจเป็นฝ่ายลงมือกับใต้เท้าหนานกงด้วยตนเอง” ชุยหนิงเทียนมองดูสตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้า เซียวหว่านเป็นฮูหยินของซางฮ่าวอวี่แต่กลับรู้เรื่องผู้อื่นดีเช่นนี้ หากเขาไม่เคยรู้อดีตของนางกับอ๋องหยางก็คงคิดว่านางกำลังพยายามช่วยสามีสร้างความดีความชอบ “เหตุใดเจ้าจึงรู้เรื่องนี้ละเอียดนัก” เสนาบดีผู้เฒ่าเลิกคิ้วสูง “เดิมทีข้าก็มีแค้นกับหลี่หยวนหยวน และเมื่อไม่นานมานี้นางก็ฉีกหน้าข้าในวันเปิดภัตตาคารจาเรออีก ระหว่างข้ากับนางไม่อาจจะอยู่ร่วมโลกกันได้” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นน้อยๆ สายตาแสดงความเกลียดชังคนที่เอ่ยถึงอย่างไม่ปิดบัง
ซางฮ่าวอวี่มองลงไปยังถนนเบื้องล่าง ฮูหยินเอกของเขากำลังยืนพูดคุยกับคุณหนูต้วนอยู่หน้าร้านเครื่องประดับ ขุนนางหนุ่มยกจอกน้ำชาขึ้นจิบ ขณะหูฟังคนของตนรายงานพฤติกรรมของเซียวหว่าน ครั้นฟังจบก็ยกยิ้มมุมปากก่อนจะโบกมือไล่ “พอแล้ว เจ้าไปตามดูนางต่อเถอะ” เมื่อคนผู้นั้นจากไป คนสนิทของซางฮ่าวอวี่ที่ยืนอยู่เยื้องไปด้านหลังก็ย่นหัวคิ้ว “คุณชาย ท่านไม่คิดจะห้ามปรามฮูหยินน้อยหรือ” “เหอะ! ห้ามนางไปไย แต่แรกนางก็มิได้คิดจะแต่งกับข้าอยู่แล้ว แต่งกับนางก็เหมือนแต่งกับสกุลเซียว หากไม่อาศัยสกุลนาง มีหรือตำแหน่งของข้าจะเลื่อนขึ้นมาอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ตั้งแต่ไปเมืองเฉินม่าย นางก็พยายามให้ท่าอ๋องหยางอยู่ตั้งหลายครา น่าเสียดายที่ยังไม่มีโอกาสให้ข้าได้จับชู้” บ่าวรับใช้ผงกศีรษะ “ถ้าอย่างนั้นครานี้ คุณชายคิดจะ...” “สนับสนุนให้นางทำลายอ๋องหยางและคุณหนูหลี่ จากนั้นก็ค่อยจับพวกมันในฐานะชู้ หากข้ากำจัดอ๋องหยางได้ เสนาบดีชุยจะต้องส่งเสริมข้าอย่างแน่นอน” “ขอรับ คุณชายคิดได้แยบยลนัก ไม่ต้องชักกระบี่ ใช้เพียงสมองก็กำจัดศัตรูได้แล้ว เซียวหว
“ท่านอ๋อง จะบังคับเขาไปทำไม เขายังเป็นเด็กอยู่เลย จะร้องไห้บ้างก็ปกติมิใช่หรือ” เสียงของหลี่หยวนหยวนดังขึ้นข้างหลัง หยางหลีเหว่ยหันกลับไปมอง ครั้นเห็นอดีตภรรยาเดินเข้ามาหาลูกๆ ก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “หยวนหยวนมาแล้วหรือ อาการเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” “ท่านอ๋อง ข้าบอกท่านแล้วว่าเราหย่ากันแล้ว อย่าเรียกข้าด้วยความสนิทสนมเช่นนี้ ผู้อื่นได้ยินเข้าจะพาลเข้าใจผิดได้” นางทำเสียงเขียว แต่หยางหลีเหว่ยกลับไม่สนใจ “ผู้ใดจะเข้าใจอย่างไรก็ช่างเขาเถิด ข้าหาถือสาไม่” “ท่านไม่ถือสา แต่ข้าถือ” นางส่งเสียงลอดไรฟันพอได้ยินกันสองคนเพราะไม่อยากให้คนรับใช้ได้ยิน “ตกลงว่าเจ้า ร่างกายปกตินะ” “ข้าไม่เป็นอันใด ท่านอ๋องไม่ต้องห่วง” นางสะบัดเสียงเล็กน้อย ชายหนุ่มยังคงอารมณ์ดี ยิ้มให้นางอย่างเบิกบาน “วันหน้าเจ้าก็พาหนานกงโจวมาเยี่ยมลูกเราบ่อยๆ สิ พวกเขาจะได้สนิทสนมกัน” หลี่หยวนหยวนผงะ ก่อนหน้านี้อ๋องหยางยังทำเหมือนจะกระโจนเข้าฟาดฟันหนานกงโจวทุกครั้งที่พบหน้า แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ “ท่านอ๋องคงมิได้พูดปร
หนานกงโจวหายใจแรง “ข้ารู้! แต่แค้นระหว่างข้ากับนาง ยากจะบอกเล่าให้ผู้อื่นเข้าใจ”“ใต้เท้าหนานกง ดูเหมือนเจ้ากับหลี่หยวนหยวนจะมีเรื่องที่คนทั่วไปคาดไม่ถึงอยู่นะ”“ท่านอ๋องอย่าได้คาดเดาเรื่องของข้ากับคุณหนูหลี่เลย หาใช่เรื่องที่ท่านจะเกี่ยวข้องได้ไม่”หยางหลีเหว่ยนั่งลงที่ม้านั่ง “ใต้เท้าหนานกง เจ้ากับ หลี่หยวนหยวนซ่อนสิ่งใดไว้ที่บ้านเก่าสกุลหลี่หรือ”หนานกงโจวสำรวจใบหน้าของอ๋องหยางก็เห็นว่าเขามิได้หึงหวงตนเองเหมือนอย่างเคยจึงได้นั่งลงที่ม้านั่งตรงกันข้าม“ยากที่ข้าจะอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจ”หยางหลีเหว่ยเห็นว่าตนเองไม่อาจทำให้หนานกง โจววางใจจึงได้พูดสิ่งที่ตนคาดคะเนออกมา “ข้าสังเกตมานานแล้วว่าหลี่หยวนหยวนผู้นี้ มิใช่หลี่หยวนหยวนที่เคยต้องการแต่งงานกับข้า ข้าเคยคิดกระทั่งว่านางคือผู้อื่น”“ท่าน!” หนานกงโจวตะลึง“หรือว่าเจ้าเองรู้ตัวตนที่แท้จริงของนาง” หยางหลีเหว่ยโยนหินถามทางสีหน้าพิกลของหนานกงโจวทำให้อ๋องหยางรู้ว่าเขากำลังจะรู้ความลับของคนทั้งสอง “หากท่านคิดว่านางมิใช่หลี่หยวนหยวน แล้วนางจะเป็นผู้ใด” หนานกงโจวถามย้อน หยางหลีเหว่ยแสร้งใช้นิ้วเคาะลงบนพื้นโต๊ะสองสามคร







![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)