Share

5 เยือนบ้านเดิม

last update publish date: 2026-01-23 21:35:44

         ณ จวนสกุลหลี่

         วันนี้เป็นวันที่สามของการแต่งงาน หลี่หยวนหยวนจะต้องกลับมาเยี่ยมบ้านเดิมพร้อมกับสามี ท่านป๋อหลี่        เหวินจั๋วนำคนในครอบครัวมายืนรอหน้าซุ้มประตูตามเวลาที่นัดหมาย  พอต้นยามเฉิน[1] ขบวนจากจวนหนิงเฉิงอ๋องก็มาถึง

หยางหลีเหว่ยมีกององครักษ์ประจำตัวที่ถูกเรียกขานว่า ‘หน่วยหยกทมิฬ’ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับดาบประจำตัวของบิดาของเขา เล่ากันว่าดาบเล่มนี้มีหยกสีดำประดับอยู่ที่สันของดาบและส่วนด้าม เหล่าองครักษ์หน่วยนี้แต่งกายด้วยชุดสีดำปักปลายแขนเสื้อและชายอาภรณ์เป็นสัญลักษณ์พิเศษ ด้านหลังสะพายดาบสีดำ ม้าที่พวกเขาใช้เป็นม้าสีน้ำตาลแดงพันธุ์ดี ไม่ว่าเดินทางไปที่ใด คนกลุ่มนี้ล้วนโดดเด่นน่าเกรงขาม

เมื่อขบวนองครักษ์หน่วยหยกทมิฬขี่ม้านำหน้าขบวนเข้ามาในถนนหน้าจวนสกุลหลี่ ทุกคนที่ได้เห็นล้วนตื่นตาตื่นใจ

“ท่านพ่อ ขบวนท่านอ๋องมาแล้วขอรับ” หลี่เหลียงบุตรชายคนที่สามของท่านป๋อหลี่ที่เกิดจากภรรยาเอกคนปัจจุบันชี้ชวนบิดามองไปทางต้นถนนอย่างตื่นเต้น นี่เป็นครั้งที่สองที่ได้เห็นองครักษ์ของหนิงเฉิงอ๋องมาเต็มขบวน

ทันทีที่รถม้าคันใหญ่จอด หยางหลีเหว่ยก็เดินลงมาเป็นคนแรก หลี่หยวนหยวนอดจะตื่นเต้นมิได้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้มาเยือนจวนสกุลหลี่ ในหัวมีภาพความทรงจำค่อยๆ หลั่งไหลเข้ามา

“คารวะท่านอ๋อง คารวะหวางเฟย” คนทั้งหมดทักทายพร้อมกัน

“ท่านอ๋อง เชิญข้างใน” ท่านป๋อยืดอกขึ้นเมื่อเห็นว่าชาวเมืองมาคอยยืนดูการมาเยือนของหนิงเฉิงอ๋อง

การได้เป็นพ่อตาของวีรบุรุษผู้เลื่องลือแห่งแดนใต้นับว่าได้หน้าได้ตาอย่างยิ่ง เดิมที่จวนสกุลหลี่ที่นำโดย       หลี่เหวินจั๋วมิได้มีความโดดเด่นแต่อย่างใด บรรดาศักดิ์ป๋อได้มาเพราะการสืบต่อจากบิดาที่สร้างคุณูปการในสำนักหมอหลวงเอาไว้มาก แต่พอมาถึงหลี่เหวินจั๋วที่ได้เป็นเพียงขุนนางขั้นเจ็ดแห่งกรมพิธีการ จวนสกุลหลี่ก็เท่ากับถอยหลังเข้าคลอง ไม่เพียงตำแหน่งขุนนางที่ต้อยต่ำแต่เงินทองในจวนก็ยังหร่อยหรอ

“อืม” ชายหนุ่มสูงสง่าใบหน้าไร้รอยยิ้มพยักหน้ารับ

“หวางเฟย เชิญข้างในเถิด” หลี่ฮูหยินเห็นลูกเลี้ยงยืนนิ่งก็รีบร้องเตือน

         หลี่หยวนหยวนที่กำลังกวาดตามองคนที่ยืนอยู่รอบๆ อย่างตื่นใจพลันได้สติ หันไปมองหน้าแม่เลี้ยงของตนแล้วยิ้มน้อยๆ

         หลี่ฮูหยินผู้มีนามจริงว่า ‘จ้งหง’ ผู้นี้ กริยามารยาทนับว่าเพียบพร้อมสมกับเป็นบุตรสาวจากสกุลใหญ่ ต่อหน้าทุกคน นางคือแม่เลี้ยงที่แสนดี เสื้อผ้า อาหาร จัดหาให้กับลูกเลี้ยงไม่ขาด ทว่าลับหลังกลับยุแยงให้ทำตามใจ

         “ขอบคุณท่านแม่”

         ในความทรงจำของหลี่หยวนหยวน แม่เลี้ยงผู้นี้คอยตามใจนางทุกอย่าง ไม่อยากฝึกเขียนอักษรอ่านตำราก็ไม่ต้องทำ ซ้ำยังคอยให้ท้าย

         ‘มิน่าเล่า หลี่หยวนหยวน เจ้าจึงกลายเป็นสตรีโง่เง่าเช่นนี้’

       สายตาของคนในครอบครัวมองมายังหลี่หยวนหยวนด้วยเวทนา ด้วยนิสัยของหลี่หยวนหยวนที่เอาแต่ใจและไม่รู้จักมารยาท อีกไม่นานคงจะถูกท่านอ๋องแซ่หยางผู้นี้ทอดทิ้ง

         “พี่หญิง ท่านก็มาด้วยหรือ” หลี่หยวนหยวนหันไปด้านข้าง พี่สาวคนโตของนางนามว่า ‘หลี่หลาน’ เป็นบุตรที่เกิดจากอนุภรรยาที่เคยเป็นสาวใช้ข้างห้องของบิดา

         “ท่านอ๋องหยางมาเยือนจวนทั้งที ข้ากับท่านพี่ต้องอยากมาต้อนรับอยู่แล้ว” นางปรายตาไปทางสามี

         ใต้เท้าซูสามีของหลี่หลานเป็นบุรุษที่ไม่มีสิ่งใดโดดเด่น รูปร่างหน้าตาก็ธรรมดา ความสามารถก็พื้นๆ อาศัยว่าครอบครัวพอมีเส้นสายจึงได้เข้าทำงานในกรมคลังตำแหน่งขุนนางขั้นแปด[2] คนผู้นี้ดูซื่อๆ ไร้พิษภัย เห็นทีคงจะถูกหลี่    ฮูหยินเรียกให้มาต้อนรับท่านอ๋องเพื่อเอาหน้า

         ในห้องโถงใหญ่จวนสกุลหลี่มีเพียงคนในครอบครัวนั่งเรียงราย ก่อนหน้านี้สกุลหลี่เคยมีสี่ครอบครัวอยู่ร่วมกัน ทว่าหลังจากติงเจินมารดาของ หลี่หยวนหยวนเสียชีวิต พี่น้องของท่านป๋อหลี่ที่เป็นครอบครัวสายรองก็พากันขอแยกบ้านไปตั้งจวนแยก ความจริงคือ พวกเขากลัวว่าท่านป๋อหลี่ที่เป็นผู้นำตระกูลจะพาพวกเขาล่มจม

         ในสายตาของคนภายนอก จวนป๋อหลี่ค่อนข้างมีฐานะเพราะเคยเห็นการใช้จ่ายเงินของหลี่เหวินจั๋ว แต่บัดนี้ไม่มีทั้งฮูหยินผู้เฒ่าและติงเจินแล้ว การเงินภายในของครอบครัวนี้ค่อนข้างตึงมือ

         หลี่เหวินจั๋วแนะนำคนในครอบครัวให้หยางหลีเหว่ยได้รู้จัก วันนี้อนุภรรยาและบุตรของพวกนางได้รับอนุญาตให้ออกมาต้อนรับท่านเขยรองด้วย อนุจี้กับอนุจางจึงแต่งกายอย่างงดงามไม่แพ้ภรรยาเอกอย่างจ้งหง

         “เสี่ยวหลานได้ยินว่าท่านอ๋องกับหวางเฟยจะมาก็เลยมารออยู่ตั้งแต่เช้า นางนำเอาปลาทับทิมที่เลี้ยงในจวนสกุลซูมาด้วย ข้าเลยสั่งให้พ่อครัวทำปลาราดพริกและน้ำแกงด้วย หวังว่าท่านอ๋องจะชอบ”

         หลี่หลานได้แต่ก้มหน้า นางถูกท่านแม่ใหญ่[3]ผู้นี้บังคับให้ขอปลาทับทิมจากสระที่บ้านแม่สามีมาด้วยต่างหาก

         “ขอบคุณพี่หญิงมากที่มีน้ำใจกับพวกเรา” หลี่หยวนหยวนเห็นอ๋อง  หยางฟังเงียบๆ จึงรีบเอ่ยเพื่อให้พี่สาวของนางได้หน้าบ้าง

         หลี่หลานผู้นี้อยู่ในจวนอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว นางเกิดก่อนหลี่หยวนหยวนเพียงหนึ่งปี แต่นั่นก็ทำให้ผู้คนติฉินนินทาท่านป๋อหลี่ว่าไร้ระเบียบ ปล่อยให้อนุภรรยาตั้งครรภ์ก่อนภรรยาเอก

ในฐานะหลานคนแรก หลี่หลานได้รับความเมตตาจากฮูหยินผู้เฒ่าจึงได้ศึกษาเล่าเรียนศาสตร์ที่สมควรแก่การเป็นคุณหนูใหญ่สกุลหลี่ นางแต่งไปกับใต้เท้าซูตั้งแต่อายุสิบห้า บัดนี้ก็มีบุตรชายตัวน้อยแล้วถึงสองคน

         “ท่านอ๋อง ข้าเพิ่งให้บ่าวรับใช้ไปซื้อขนมจากภัตตาคารตู้จินมา ท่านลองชิมกับชาหรงจิ่งดูสิ เข้ากันมากเลยทีเดียว” หลี่เหวินจั๋วผายมือไปยังจานขนมเพื่อเชื้อเชิญบุตรเขยสูงศักดิ์

         “อืม” หยางหลีเหว่ยรับคำเบาๆ เขาปรายตาไปทางจานขนมแล้วไม่ขยับหยิบตามคำเชิญ

         “ขนมจากภัตตาคารหรือเจ้าคะ” หลี่หยวนหยวนมองดูขนมในจานแล้วหยิบขึ้นมาชิมคำหนึ่ง “อร่อยจริง”

         “ดูเจ้าทำเข้า นี่เป็นของโปรดของเจ้านี่นา ขนมถั่วกวนแปะแผ่นทองต้องสั่งจองล่วงหน้าหนึ่งวันถึงจะได้มา พ่อสั่งมาไว้เผื่ออีกสองกล่องให้เจ้านำกลับไปมอบแด่ไท่เฟยด้วย”

         “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ”

ครั้นได้กินขนม หลี่หยวนหยวนค่อยรู้สึกว่าบิดาของนางก็ไม่เลวเลยทีเดียว อย่างน้อยก็ยังจดจำสิ่งที่บุตรสาวชอบกินได้

หยางหลีเหว่ยเหลือบตามองภรรยาแวบหนึ่ง เขาไม่ได้เต็มใจจะมาที่นี่ หากมิใช่เพราะต้องทำตามสัญญากับท่านป๋อหลี่ให้ครบ เขาไม่มีทางจะมานั่งอยู่ต่อหน้าคนพวกนี้

“ท่านอ๋อง พวกเราคงมิได้ต้อนรับบกพร่องไปหรอกนะ” จ้งหงยิ้มน้อยๆ

“หลี่ฮูหยิน เกรงใจเกินไปแล้ว” ขณะเอ่ยตอบ หยางหลีเหว่ยไม่แม้แต่จะมีรอยยิ้ม คำพูดนี้ฟังแล้วก็เพียงเป็นไปตามมารยาท

         จ้งหงมองดูหลี่หยวนหยวนกับอ๋องหยางที่ดูห่างเหิน ต่างคนต่างนั่งนิ่งแทบจะไม่หันไปสบตากันก็พอจะรู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ดีนัก ช่างสมใจนางเสียจริง บุตรีของภรรยาเอกคนเก่าของหลี่เหวินจั๋วผู้นี้นับเป็นหนามตำใจมาช้านาน

ตั้งแต่นางแต่งเข้ามาในจวนนี้ สามีก็เอาแต่พูดถึงภรรยาคนเก่าให้นางฟัง นานวันเข้ากลายเป็นการกดข่มตัวนางให้ต้อยต่ำ เขามักชื่นชมว่าติงเจินนั้นจัดการจวนได้ดีอย่างไร้ที่ติ ทำให้เขามีความเป็นอยู่สุขสบายและมีเงินทองใช้จ่ายอย่างสบายมือ ส่วนนางนั้นทำได้เพียงใช้จ่ายเงินไปวันๆ ทำให้เบี้ยหวัดของเขาไม่เหลือไว้เสพสุขเช่นแต่ก่อน

จ้งหงขุ่นเคืองสามี และนำความคับแค้นมาลงที่บุตรสาวของภรรยาเก่าด้วยการเลี้ยงให้หลี่หยวนหยวนเสียผู้เสียคน บัดนี้ดูท่าชีวิตแต่งงานของลูกเลี้ยงผู้นี้คงเข้าใกล้หายนะ

[1] ยามเฉิน คือช่วงเวลา 07.00-08.59 น.

[2] ตำแหน่งขุนนางมีเก้าขั้น สูงที่สุดคือขั้น1 ส่วนขั้น9เป็นตำแหน่งต่ำสุด

[3] บุตรของอนุภรรยาจะเรียกภรรยาเอกของบิดาว่า ท่านแม่ใหญ่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   312 กำจัดให้ได้

    ซ่งหลิงไปรายงานถึงสถานการณ์ในจวนหนานกงต่อฮ่องเต้ โจวฮ่องเต้หรี่พระเนตรด้วยความหวาดระแวง สัญชาตญาณของการไม่วางใจในผู้ใด ทำให้โจวจื่ออี้จ้องหัวหน้าองครักษ์ลับที่ปิดหน้ามิดชิดเขม็ง “เจ้าแน่ใจหรือไม่ว่าเย่ซูเซียวผู้นี้ ยินดีจะช่วยงานเจิ้น” ซ่งหลิงใจหายวาบ เขารู้แล้วว่าฮ่องเต้กำลังระแวงในตัวของเย่ซูเซียว องครักษ์ลับก้มศีรษะลง “กระหม่อมจะจับตามองนางอย่างไม่วางตา พ่ะย่ะค่ะ” น้ำเสียงของโจวฮ่องเต้พลันเยียบเย็น “อีกไม่นาน เจิ้นต้องกำจัดสกุลหยาง อย่าให้นางเป็นคนทรยศโดยเด็ดขาด หาไม่แล้ว เจ้าคงรู้ว่า ควรทำเช่นไร” “พ่ะย่ะค่ะ!” ซ่งหลิงรับคำหนักแน่น ครั้นหัวหน้าองครักษ์ลับจากไป โจวฮ่องเต้ก็ให้ฉินกงกงไปตามผู้บัญชาการลี้ฮวนมาเข้าเฝ้า สีพระพักตร์ของฮ่องเต้ไม่สู้ดีนัก ลี้ฮวนเห็นแล้วก็ทรุดกายลงตรงหน้า “ฝ่าบาท ทรงมีอันใดจะสั่งการกระหม่อมหรือ พ่ะย่ะค่ะ” “เจิ้นเห็นทีต้องหาทางจัดการสกุลหยางให้จบสิ้นเสียโดยเร็ว ครั้งก่อน เจิ้นคิดจะเรียกคืนอำนาจทางการทหาร ทว่าดูแล้วน่าจะเกิดศึกภายใน ยามนี้กองทัพหลวงเพิ่งได้รับความสูญเสียใหญ่จากการร่วมปราบกบ

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   311 วาสนาย้อนกลับ

    เย่ซูเซียวที่อยู่ใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวใช้มือตวัดเอาผ้าคลุมหน้าออก โดยไม่รอให้เจ้าบ่าวเป็นผู้เปิด “ใต้เท้าหนานกง ช่างกล่าวได้ชัดเจนนัก ขอบคุณที่ท่านไม่ขับไล่ข้ากลับไป” หนานกงโจวตะลึงไปอึดใจหนึ่ง “เย่ซูเซียว! เป็นเจ้าได้อย่างไร” หนานกงโจวจำได้ว่าคราที่คนจวนสกุลชุยถูกนำตัวไปเนรเทศ เย่ซูเซียวผู้นี้มิใช่คนในสกุลชุยจึงถูกปล่อยตัวให้กลับบ้านเดิม “เหตุใดจะเป็นข้าไม่ได้เล่า” “เจ้าเป็นหลานสาวของชุยหนิงเทียน ฝ่าบาทยังกล้าใช้งานเจ้าอย่างนั้นหรือ” “ในเมื่อท่านกล้าเอ่ยเช่นนี้ ข้าก็ไม่ปิดบัง ฝ่าบาททรงมอบหมายให้ข้ามาสืบข่าวในจวนของท่าน เป็นการให้ข้าทำคุณเพื่อแสดงความจงรักภักดี” “หืม...” หนานกงโจวเลิกคิ้ว “นับว่าเจ้าเป็นคนกล้าหาญ เปิดเผย” เขาพูดพลางนั่งลงที่โต๊ะกลมกลางห้อง ใช้นิ้วเคาะโต๊ะสองสามครั้ง “ว่ามาเถอะ เจ้ามีเงื่อนไขใดจะแลกเปลี่ยนกับข้า” “ข้าอยากให้ท่านสบายใจ ขอเพียงท่านสัญญาว่าจะช่วยข้าเล่นงิ้วต่อหน้าคนภายนอก เรื่องใดที่ไม่ควรกราบทูล ข้าจะไม่กราบทูลเป็นอันขาด” “เล่นงิ้วรึ! เล่นงิ้วอันใด” “ฝ่าบาท

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   310 หยกพระราชทาน

    “ดี! คงมีแต่เจ้าที่ทำงานรอบคอบ สมกับที่เจิ้นไว้วางใจ” “กระหม่อม ไม่กล้าทำให้ฝ่าบาทผิดหวัง” โจวจื่ออี้ถอนหายใจ “สกุลหยางเต็มไปด้วยคนมีฝีมือ เป็นเจิ้นเองที่ประมาทเกินไป” “ฝ่าบาท! กระหม่อมได้ยินมาว่ารองผู้บัญชาการหนานกงสนิทสนมกับพระชายาหลี่มาก ได้ยินว่าเขาเข้านอกออกในจวนสกุลหยางอยู่บ่อยๆ” “อืม...เจิ้นก็พอจะรู้มาบ้าง” ฮ่องเต้มิได้เล่าให้ลี้ฮวนฟังว่าตนเองส่งองครักษ์เงาไปซุ่มดูในจวนสกุลหนานกงอยู่บ่อยครั้ง “คนผู้นี้อยู่ในจวนเมืองหลวงเพียงลำพัง ไร้ภรรยาและบุตร บิดามารดาก็อยู่เมืองเฉินม่าย หากว่าส่งคนเข้าไปอยู่ในจวนของเขาได้สักคนก็น่าจะดี” ฮ่องเต้พยักพระพักตร์เห็นด้วย “ก่อนหน้านี้เสนาบดีชุยกับต้วนกุ้ยเฟยเคยพยายามยัดเยียดฮูหยินให้เขาแล้ว แต่เขาปฏิเสธ เจิ้นกำลังคิดว่า เช่นนั้นส่งเพียงอนุภรรยาพระราชทานให้เขาก่อนก็พอ” “ฝ่าบาททรงพระปรีชา! การพระราชทานอนุภรรยาให้ ถือว่าไม่มากและไม่น้อย ยากที่เขาจะปฏิเสธ พ่ะย่ะค่ะ” “เช่นนั้น พรุ่งนี้เจิ้นจะหาสตรีที่เหมาะสมขึ้นเกี้ยวไปส่งที่สกุลหนานกงเอง” โจวจื่ออี้ยิ้มกริ่ม คืนน

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   309 สละท่านโหว

    “ถ้าอย่างนั้นที่พวกเขาต้องการ คือใช้เราสองคนนำข่าวออกมาบอกจงอี้โหว อย่างนั้นรึ!” เย่ซูเซียวผงะ “เราเป็นเหยื่อของพวกเขาหรือนี่” “จะแปลกอันใด นี่คืออดีตฮ่องเต้กับองค์หญิงใหญ่นะ พวกเขาย่อมไม่ธรรมดา” ซ่งหลิงทำสีหน้าภาคภูมิใจ “เด็กสองคนนั่น กล้าหาญจริงๆ ทั้งๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดจะลอบสังหารแต่กลับกล้าออกมาเป็นเหยื่อล่อ” ซ่งหลิงหัวเราะเบาๆ “ผู้ใดว่าเป็นเหยื่อ เจ้าดูนั่นเสียก่อน” เขาพูดจบก็ชี้ไปยังบนกำแพงเรือนใกล้ลานต่อสู้ อ๋องหยางกับพระชายาหลี่พร้อมด้วยคุณชายใหญ่และคุณชายรองชิวยืนเรียงหน้ากระดานมองลงไปยังศพที่เกลื่อนบนพื้น เย่ซูเซียวถึงกับอ้าปากค้าง “ที่แท้พวกเขาก็รู้ตัว” “อืม...เจ้าก็เห็นแล้วมิใช่หรือว่าทุกคนที่ติดตามซื่อจื่อกับท่านหญิงน้อยในวันนี้ ล้วนมีวรยุทธ์ร้ายกาจ หากข้าจำไม่ผิด เจ้าคนที่ขับรถม้ากับคนที่นั่งข้างหน้านั่น แท้จริงก็คือองครักษ์ข้างกายท่านอ๋องหยาง เจิ้งตู้กับซูจิ้ง” “มิน่า! วรยุทธ์ร้ายกาจจนข้ารู้สึกกลัว” “คนของหน่วยหยกทมิฬที่ติดตามมาในวันนี้ล้วนเป็นผู้ที่ฝึกหนักมาไม่ต่างจากองครักษ์ลับ และอ

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   308 เปิดเผยตัว

    เด็กชายเงยหน้าขึ้นฟ้าแล้วหัวเราะลั่น ก่อนจะหันมายิ้มเย้ย “ไม่หลอกเจ้า เจ้าจะยอมแสดงตัวหรือ” ท่านโหวแซ่ต้วนถอยหลังไปสามก้าว องครักษ์รีบพากันมาขวาหน้าเขาเอาไว้ “ฆ่ามัน! อย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว” จงอี้โหวร้องสั่ง ครั้นจงอี้โหวถอยหลังไปหลบแล้วก็กระซิบกับองครักษ์ที่คอยดูแลความปลอดภัยให้ตนเอง “รีบหนีกันเถอะ! คนของพวกมันร้ายกาจถึงเพียงนี้ คนของเราอาจจะสู้ไม่ไหว” “ขอรับ!” ครั้นคนทั้งสามหันหลังหมายจะหนี ร่างเล็กๆ ก็ลอยข้ามศีรษะมาขว้างอยู่ข้างหน้า “จะรีบไปไหนเล่า จงอี้โหว เจ้าอยากฆ่าข้ามิใช่รึ!” จงอี้โหวยกยิ้มมุมปาก รีบสั่งองครักษ์ตน “พวกเจ้า! ฆ่าเด็กสองคนนี้เสีย” ยังไม่ทันจะได้ขยับ อาวุธลับก็แหวกอากาศมาโดยเร็วและแม่นยำปักเข้าที่คอด้านหลังขององครักษ์ทั้งสองของจงอี้โหวล้มหน้าคว่ำลงไป จงอี้โหวผงะ หันขวับกลับไปมองคนที่อยู่ด้านหลังก็พบว่าสาวใช้ทั้งสี่ของเด็กแฝดยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง รอยยิ้มของพวกนางดูเยือกเย็นคล้ายกำลังมองดูเหยื่อที่ใกล้จะสิ้นชีวิต “พวกเจ้า!” “จงอี้โหว เจ้าให้คนมาสืบเรื่องขอ

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   307 ลวงท่านโหว

    “ท่านพ่อ ท่านแม่ อนุญาตให้พวกเราออกไปแล้วใช่หรือไม่ขอรับ” “อืม...ไปเถิด พ่อเดาว่าอาจารย์ของพวกเจ้าน่าจะกำลังตรวจโรงน้ำชาอยู่” เด็กแฝดประสานมือค้อมศีรษะ “ขอบคุณท่านพ่อ ท่านแม่” หลี่หยวนหยวนหันไปทางพี่เลี้ยงทั้งสี่ “ความปลอดภัยของลูกข้า ต้องฝากไว้กับพวกเจ้าแล้ว” “พระชายาโปรดวางใจ พวกเราจะดูแลซื่อจื่อและท่านหญิงด้วยชีวิต” หูเหมยกุ้ยค้อมศีรษะรับ เดิมทีพวกนางทั้งสี่คิดจะลาจากจวนสกุลหยางกลับสู่พรรคมาร ทว่าไม่อาจจะทำใจแยกจากเด็กฝาแฝดที่พวกตนคอยประคบประหงมเลี้ยงดูจึงได้แต่แอบตกลงกันว่ารอให้เด็กทั้งสองเติบโตกว่านี้อีกหน่อยก็จะขอกลับสู่ยุทธภพ รถม้าคันใหญ่ออกเดินทางจากจวนสกุลหยางไปตามถนนโดยมีสาวใช้ทั้งสี่เดินอยู่คนละมุม ขบวนองครักษ์มีทั้งยอดฝีมือจากหน่วยหยกทมิฬและองครักษ์ที่เป็นกองกำลังส่วนตัวของพระชายาหลี่ เงาดำสองสายวูบลงมาจากหลังคาจวนอย่างรวดเร็ว ข้ามกำแพงออกไปยังรถม้าคันใหญ่ที่จอดซุ่มอยู่ตรอกไม่ไกลนัก “จงอี้โหว ในรถม้าคันนั้นมีเพียงซื่อจื่อและท่านหญิง” ซ่งหลิงส่งเสียงอยู่ห่างๆ แล้วก็กระโจนลับหายไป องครั

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   169 วาระสุดท้าย

    สำนักมือปราบทำการสอบสวนจนรู้ชัด โจรกลุ่มนั้นสารภาพว่าเซียวหว่านหรือซางฮูหยินคือนายจ้างของพวกตน ทว่าเหตุที่พวกเขาจุดไฟที่ร้านประทัดทำให้เกิดการระเบิด มีเพลิงไหม้ ทำให้มีคนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุหนึ่งราย เสียชีวิตในตอนวิ่งหนีอีกสองราย อีกทั้งยังมีบาดเจ็บเนื่องจากวิ่งหนีเพราะความตกใจอีกจำนวนหน

    last updateLast Updated : 2026-04-04
  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   157 สวมรอยทำลาย

    ซางฮ่าวอวี่มองลงไปยังถนนเบื้องล่าง ฮูหยินเอกของเขากำลังยืนพูดคุยกับคุณหนูต้วนอยู่หน้าร้านเครื่องประดับ ขุนนางหนุ่มยกจอกน้ำชาขึ้นจิบ ขณะหูฟังคนของตนรายงานพฤติกรรมของเซียวหว่าน ครั้นฟังจบก็ยกยิ้มมุมปากก่อนจะโบกมือไล่ “พอแล้ว เจ้าไปตามดูนางต่อเถอะ” เมื่อคนผู้นั้นจากไป คนสนิท

    last updateLast Updated : 2026-04-02
  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   144 คุณหนูสามชิว

    เสี่ยวเอ้อร์ด้านนอกส่งเสียงเข้ามาบอกว่าอาหารพร้อมแล้ว “พี่เหนือ ข้าหิวพอดี รีบให้พวกเขาเอาเข้ามาเถิด” ชิวต้าซานเอามือลูบท้อง อาหารถูกลำเลียงมาตั้งโต๊ะ คนทั้งสี่จึงขยับเข้ามานั่งที่เก้าอี้ ชิวลี้จิ่นเห็นอาหารจำนวนมากก็กลืนน้ำลายดังเอี๊อก เขาดีใจที่หลี่หยวนหยวนมาเยือน ไม่เช

    last updateLast Updated : 2026-04-01
  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   142 เด็กๆ เข้าจวน

    หลี่หยวนหยวนก้าวเท้าเข้าไปในเรือนใหญ่ ซุนมามาผุดลุกจากเก้าอี้มายอบกายต้อนรับเจ้านายทั้งสองอีกครั้ง “คุณชายกับคุณหนูหลับไปแล้วเจ้าค่ะ” หลี่หยวนหยวนเดินไปข้างเปล ก้มหน้าลงมองลูก นางยิ้มอย่างอ่อนโยน “พวกเขาไม่ตกใจก็ดีแล้ว เสียงต่อสู้ดังขนาดนั้น” อ๋องหยางเห็นว่าตนเอง

    last updateLast Updated : 2026-03-31
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status