แชร์

5 เยือนบ้านเดิม

last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-23 21:35:44

         ณ จวนสกุลหลี่

         วันนี้เป็นวันที่สามของการแต่งงาน หลี่หยวนหยวนจะต้องกลับมาเยี่ยมบ้านเดิมพร้อมกับสามี ท่านป๋อหลี่        เหวินจั๋วนำคนในครอบครัวมายืนรอหน้าซุ้มประตูตามเวลาที่นัดหมาย  พอต้นยามเฉิน[1] ขบวนจากจวนหนิงเฉิงอ๋องก็มาถึง

หยางหลีเหว่ยมีกององครักษ์ประจำตัวที่ถูกเรียกขานว่า ‘หน่วยหยกทมิฬ’ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับดาบประจำตัวของบิดาของเขา เล่ากันว่าดาบเล่มนี้มีหยกสีดำประดับอยู่ที่สันของดาบและส่วนด้าม เหล่าองครักษ์หน่วยนี้แต่งกายด้วยชุดสีดำปักปลายแขนเสื้อและชายอาภรณ์เป็นสัญลักษณ์พิเศษ ด้านหลังสะพายดาบสีดำ ม้าที่พวกเขาใช้เป็นม้าสีน้ำตาลแดงพันธุ์ดี ไม่ว่าเดินทางไปที่ใด คนกลุ่มนี้ล้วนโดดเด่นน่าเกรงขาม

เมื่อขบวนองครักษ์หน่วยหยกทมิฬขี่ม้านำหน้าขบวนเข้ามาในถนนหน้าจวนสกุลหลี่ ทุกคนที่ได้เห็นล้วนตื่นตาตื่นใจ

“ท่านพ่อ ขบวนท่านอ๋องมาแล้วขอรับ” หลี่เหลียงบุตรชายคนที่สามของท่านป๋อหลี่ที่เกิดจากภรรยาเอกคนปัจจุบันชี้ชวนบิดามองไปทางต้นถนนอย่างตื่นเต้น นี่เป็นครั้งที่สองที่ได้เห็นองครักษ์ของหนิงเฉิงอ๋องมาเต็มขบวน

ทันทีที่รถม้าคันใหญ่จอด หยางหลีเหว่ยก็เดินลงมาเป็นคนแรก หลี่หยวนหยวนอดจะตื่นเต้นมิได้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้มาเยือนจวนสกุลหลี่ ในหัวมีภาพความทรงจำค่อยๆ หลั่งไหลเข้ามา

“คารวะท่านอ๋อง คารวะหวางเฟย” คนทั้งหมดทักทายพร้อมกัน

“ท่านอ๋อง เชิญข้างใน” ท่านป๋อยืดอกขึ้นเมื่อเห็นว่าชาวเมืองมาคอยยืนดูการมาเยือนของหนิงเฉิงอ๋อง

การได้เป็นพ่อตาของวีรบุรุษผู้เลื่องลือแห่งแดนใต้นับว่าได้หน้าได้ตาอย่างยิ่ง เดิมที่จวนสกุลหลี่ที่นำโดย       หลี่เหวินจั๋วมิได้มีความโดดเด่นแต่อย่างใด บรรดาศักดิ์ป๋อได้มาเพราะการสืบต่อจากบิดาที่สร้างคุณูปการในสำนักหมอหลวงเอาไว้มาก แต่พอมาถึงหลี่เหวินจั๋วที่ได้เป็นเพียงขุนนางขั้นเจ็ดแห่งกรมพิธีการ จวนสกุลหลี่ก็เท่ากับถอยหลังเข้าคลอง ไม่เพียงตำแหน่งขุนนางที่ต้อยต่ำแต่เงินทองในจวนก็ยังหร่อยหรอ

“อืม” ชายหนุ่มสูงสง่าใบหน้าไร้รอยยิ้มพยักหน้ารับ

“หวางเฟย เชิญข้างในเถิด” หลี่ฮูหยินเห็นลูกเลี้ยงยืนนิ่งก็รีบร้องเตือน

         หลี่หยวนหยวนที่กำลังกวาดตามองคนที่ยืนอยู่รอบๆ อย่างตื่นใจพลันได้สติ หันไปมองหน้าแม่เลี้ยงของตนแล้วยิ้มน้อยๆ

         หลี่ฮูหยินผู้มีนามจริงว่า ‘จ้งหง’ ผู้นี้ กริยามารยาทนับว่าเพียบพร้อมสมกับเป็นบุตรสาวจากสกุลใหญ่ ต่อหน้าทุกคน นางคือแม่เลี้ยงที่แสนดี เสื้อผ้า อาหาร จัดหาให้กับลูกเลี้ยงไม่ขาด ทว่าลับหลังกลับยุแยงให้ทำตามใจ

         “ขอบคุณท่านแม่”

         ในความทรงจำของหลี่หยวนหยวน แม่เลี้ยงผู้นี้คอยตามใจนางทุกอย่าง ไม่อยากฝึกเขียนอักษรอ่านตำราก็ไม่ต้องทำ ซ้ำยังคอยให้ท้าย

         ‘มิน่าเล่า หลี่หยวนหยวน เจ้าจึงกลายเป็นสตรีโง่เง่าเช่นนี้’

       สายตาของคนในครอบครัวมองมายังหลี่หยวนหยวนด้วยเวทนา ด้วยนิสัยของหลี่หยวนหยวนที่เอาแต่ใจและไม่รู้จักมารยาท อีกไม่นานคงจะถูกท่านอ๋องแซ่หยางผู้นี้ทอดทิ้ง

         “พี่หญิง ท่านก็มาด้วยหรือ” หลี่หยวนหยวนหันไปด้านข้าง พี่สาวคนโตของนางนามว่า ‘หลี่หลาน’ เป็นบุตรที่เกิดจากอนุภรรยาที่เคยเป็นสาวใช้ข้างห้องของบิดา

         “ท่านอ๋องหยางมาเยือนจวนทั้งที ข้ากับท่านพี่ต้องอยากมาต้อนรับอยู่แล้ว” นางปรายตาไปทางสามี

         ใต้เท้าซูสามีของหลี่หลานเป็นบุรุษที่ไม่มีสิ่งใดโดดเด่น รูปร่างหน้าตาก็ธรรมดา ความสามารถก็พื้นๆ อาศัยว่าครอบครัวพอมีเส้นสายจึงได้เข้าทำงานในกรมคลังตำแหน่งขุนนางขั้นแปด[2] คนผู้นี้ดูซื่อๆ ไร้พิษภัย เห็นทีคงจะถูกหลี่    ฮูหยินเรียกให้มาต้อนรับท่านอ๋องเพื่อเอาหน้า

         ในห้องโถงใหญ่จวนสกุลหลี่มีเพียงคนในครอบครัวนั่งเรียงราย ก่อนหน้านี้สกุลหลี่เคยมีสี่ครอบครัวอยู่ร่วมกัน ทว่าหลังจากติงเจินมารดาของ หลี่หยวนหยวนเสียชีวิต พี่น้องของท่านป๋อหลี่ที่เป็นครอบครัวสายรองก็พากันขอแยกบ้านไปตั้งจวนแยก ความจริงคือ พวกเขากลัวว่าท่านป๋อหลี่ที่เป็นผู้นำตระกูลจะพาพวกเขาล่มจม

         ในสายตาของคนภายนอก จวนป๋อหลี่ค่อนข้างมีฐานะเพราะเคยเห็นการใช้จ่ายเงินของหลี่เหวินจั๋ว แต่บัดนี้ไม่มีทั้งฮูหยินผู้เฒ่าและติงเจินแล้ว การเงินภายในของครอบครัวนี้ค่อนข้างตึงมือ

         หลี่เหวินจั๋วแนะนำคนในครอบครัวให้หยางหลีเหว่ยได้รู้จัก วันนี้อนุภรรยาและบุตรของพวกนางได้รับอนุญาตให้ออกมาต้อนรับท่านเขยรองด้วย อนุจี้กับอนุจางจึงแต่งกายอย่างงดงามไม่แพ้ภรรยาเอกอย่างจ้งหง

         “เสี่ยวหลานได้ยินว่าท่านอ๋องกับหวางเฟยจะมาก็เลยมารออยู่ตั้งแต่เช้า นางนำเอาปลาทับทิมที่เลี้ยงในจวนสกุลซูมาด้วย ข้าเลยสั่งให้พ่อครัวทำปลาราดพริกและน้ำแกงด้วย หวังว่าท่านอ๋องจะชอบ”

         หลี่หลานได้แต่ก้มหน้า นางถูกท่านแม่ใหญ่[3]ผู้นี้บังคับให้ขอปลาทับทิมจากสระที่บ้านแม่สามีมาด้วยต่างหาก

         “ขอบคุณพี่หญิงมากที่มีน้ำใจกับพวกเรา” หลี่หยวนหยวนเห็นอ๋อง  หยางฟังเงียบๆ จึงรีบเอ่ยเพื่อให้พี่สาวของนางได้หน้าบ้าง

         หลี่หลานผู้นี้อยู่ในจวนอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว นางเกิดก่อนหลี่หยวนหยวนเพียงหนึ่งปี แต่นั่นก็ทำให้ผู้คนติฉินนินทาท่านป๋อหลี่ว่าไร้ระเบียบ ปล่อยให้อนุภรรยาตั้งครรภ์ก่อนภรรยาเอก

ในฐานะหลานคนแรก หลี่หลานได้รับความเมตตาจากฮูหยินผู้เฒ่าจึงได้ศึกษาเล่าเรียนศาสตร์ที่สมควรแก่การเป็นคุณหนูใหญ่สกุลหลี่ นางแต่งไปกับใต้เท้าซูตั้งแต่อายุสิบห้า บัดนี้ก็มีบุตรชายตัวน้อยแล้วถึงสองคน

         “ท่านอ๋อง ข้าเพิ่งให้บ่าวรับใช้ไปซื้อขนมจากภัตตาคารตู้จินมา ท่านลองชิมกับชาหรงจิ่งดูสิ เข้ากันมากเลยทีเดียว” หลี่เหวินจั๋วผายมือไปยังจานขนมเพื่อเชื้อเชิญบุตรเขยสูงศักดิ์

         “อืม” หยางหลีเหว่ยรับคำเบาๆ เขาปรายตาไปทางจานขนมแล้วไม่ขยับหยิบตามคำเชิญ

         “ขนมจากภัตตาคารหรือเจ้าคะ” หลี่หยวนหยวนมองดูขนมในจานแล้วหยิบขึ้นมาชิมคำหนึ่ง “อร่อยจริง”

         “ดูเจ้าทำเข้า นี่เป็นของโปรดของเจ้านี่นา ขนมถั่วกวนแปะแผ่นทองต้องสั่งจองล่วงหน้าหนึ่งวันถึงจะได้มา พ่อสั่งมาไว้เผื่ออีกสองกล่องให้เจ้านำกลับไปมอบแด่ไท่เฟยด้วย”

         “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ”

ครั้นได้กินขนม หลี่หยวนหยวนค่อยรู้สึกว่าบิดาของนางก็ไม่เลวเลยทีเดียว อย่างน้อยก็ยังจดจำสิ่งที่บุตรสาวชอบกินได้

หยางหลีเหว่ยเหลือบตามองภรรยาแวบหนึ่ง เขาไม่ได้เต็มใจจะมาที่นี่ หากมิใช่เพราะต้องทำตามสัญญากับท่านป๋อหลี่ให้ครบ เขาไม่มีทางจะมานั่งอยู่ต่อหน้าคนพวกนี้

“ท่านอ๋อง พวกเราคงมิได้ต้อนรับบกพร่องไปหรอกนะ” จ้งหงยิ้มน้อยๆ

“หลี่ฮูหยิน เกรงใจเกินไปแล้ว” ขณะเอ่ยตอบ หยางหลีเหว่ยไม่แม้แต่จะมีรอยยิ้ม คำพูดนี้ฟังแล้วก็เพียงเป็นไปตามมารยาท

         จ้งหงมองดูหลี่หยวนหยวนกับอ๋องหยางที่ดูห่างเหิน ต่างคนต่างนั่งนิ่งแทบจะไม่หันไปสบตากันก็พอจะรู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ดีนัก ช่างสมใจนางเสียจริง บุตรีของภรรยาเอกคนเก่าของหลี่เหวินจั๋วผู้นี้นับเป็นหนามตำใจมาช้านาน

ตั้งแต่นางแต่งเข้ามาในจวนนี้ สามีก็เอาแต่พูดถึงภรรยาคนเก่าให้นางฟัง นานวันเข้ากลายเป็นการกดข่มตัวนางให้ต้อยต่ำ เขามักชื่นชมว่าติงเจินนั้นจัดการจวนได้ดีอย่างไร้ที่ติ ทำให้เขามีความเป็นอยู่สุขสบายและมีเงินทองใช้จ่ายอย่างสบายมือ ส่วนนางนั้นทำได้เพียงใช้จ่ายเงินไปวันๆ ทำให้เบี้ยหวัดของเขาไม่เหลือไว้เสพสุขเช่นแต่ก่อน

จ้งหงขุ่นเคืองสามี และนำความคับแค้นมาลงที่บุตรสาวของภรรยาเก่าด้วยการเลี้ยงให้หลี่หยวนหยวนเสียผู้เสียคน บัดนี้ดูท่าชีวิตแต่งงานของลูกเลี้ยงผู้นี้คงเข้าใกล้หายนะ

[1] ยามเฉิน คือช่วงเวลา 07.00-08.59 น.

[2] ตำแหน่งขุนนางมีเก้าขั้น สูงที่สุดคือขั้น1 ส่วนขั้น9เป็นตำแหน่งต่ำสุด

[3] บุตรของอนุภรรยาจะเรียกภรรยาเอกของบิดาว่า ท่านแม่ใหญ่

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   295 เฉียวซืออวี่

    ข่าวลือเรื่องความร่ำรวยของสกุลหยางไม่รู้ว่าเกิดจากผู้ใด แต่กลับแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว เดิมบารมีทัพสกุลหยางก็มากอยู่แล้ว พอผนวกกับเรื่องราวความรวยของพระชายาหลี่ก็ยิ่งทำให้ผู้คนในเมืองหลวงพากันจับจ้องสกุลหยางมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะให้แก่สองผู้นำทัพที่ยิ่งใหญ่แห่งสกุลหยาง ขุนนางทั้งหลายจึงดาหน้าเข้ามายืนออกันเพื่อกล่าวถ้อยคำสรรเสริญเยินยอแก่ท่านอ๋องสกุลหยางสองพ่อลูก ครั้นทุกคนเข้าที่นั่งประจำของตนแล้ว โจวฮ่องเต้ก็เสด็จออกมา ด้านหลังมีต้วนกุ้ยเฟย และฉินเฟยตามลำดับ ท่านหญิงน้อยมองดูผู้สูงศักดิ์ที่นั่งอยู่แท่นสูงแล้วหันไปกระซิบกระซาบกับมารดา “ต้วนเหม่ยหลิงถูกกักบริเวณนานแล้วนะเจ้าคะ” “สายในวังรายงานว่านางป่วย คงจะตรอมใจที่ไม่ถูกฮ่องเต้รังเกียจกระมัง” หลี่หยวนหยวนกระซิบตอบบุตรสาว “ท่านแม่ วางสายไว้ในวังเยอะหรือไม่” “ก็มีพอสมควร” ยามนั้นฮ่องเต้กำลังฟังกงกงเอ่ยรายงานอยู่ ครู่หนึ่งก็เงยพระพักตร์ขึ้นมากล่าวกับขุนนางทั้งหลายในห้องโถง “ขุนนางที่รักทั้งหลาย งานเลี้ยงในคืนนี้ จัดเพื่

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   294 ความรวยของนาง

    ท่านโหวแซ่ต้วนดีใจที่ฮ่องเต้ทรงเรียกเข้าพบเป็นการส่วนพระองค์ในวันต่อมา โจวฮ่องเต้เหลือบมองท่าทีของคนตรงหน้าแล้วก็แสร้งแย้มพระโอษฐ์ “ต้วนโหว เจ้าพอจะรู้สถานการณ์ในตอนนี้หรือไม่” ท่านโหวรีบค้อมศีรษะ “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมยินดีเป็นดาบในมือฝ่าบาท” “ดี! ดียิ่งนัก เช่นนั้นเจ้าลองเสนอวิธีมาสิว่า เจิ้นควรทำเช่นไรกับสกุลหยางดี” จงอี้โหวแซ่ต้วนจุดยิ้มมุมปาก เรื่องนี้เขาคิดมาจากจวนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว “ฝ่าบาท หากว่าในงานเลี้ยงอ๋อง หยางสองพ่อลูกไม่ยอมมอบตราพยัคฆ์คุมกองทัพให้กับพระองค์ก็ถือโอกาสประกาศว่าพวกเขากระด้างกระเดื่องเสียเลยพ่ะย่ะค่ะ” โจวฮ่องเต้หัวเราะหึๆ หากตนต้องการคำแนะนำเพียงแค่นี้ ไหนเลยจะเรียกต้วนโหวเข้ามาหารือ วิธีการพื้นๆ ในการกดดันขุนนางสายบู๊เช่นนี้ ฮ่องเต้หลายยุคหลายสมัยล้วนนำมาใช้ “ท่านโหวต้วน หากข้าทำเช่นนั้นแล้วอ๋องหยางสองพ่อลูกเกิดตัดสินใจก่อกบฏ เกรงว่าเจิ้นจะต้องเสียเปรียบ เจ้าคงไม่รู้ว่าหลี่หยวนหยวนแท้จริงนางกุมการค้าของแคว้นเราไว้หมดแล้ว” ต้วนเหยียนชิงถึงกับตกตะลึง “จริงหรือ พ่ะย่ะค่ะ” “จริงสิ! เจิ้นตรวจส

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   293 หมายเลขสิบ

    “ในฐานะที่หม่อมฉันดูแลวังหลัง สมควรจะใส่ใจทายาทของฝ่าบาทที่ยามนี้เหลือเพียงองค์หญิงน้อยเพียงสองพระองค์ สมควรเร่งรัดการมีองค์ชายเพิ่มขึ้นเพคะ” ฮ่องเต้ฟังแล้วก็นึกถึงฉินเหยา นางตั้งครรภ์มังกรแล้ว จากที่หมอหลวงดูลักษณะครรภ์เบื้องต้นคล้ายจะเป็นพระโอรส ทำให้ฮ่องเต้ทรงมีความหวัง “แล้วเจ้าเล่า เจ้าไม่อยากมีองค์ชายอีกหรือ” “หม่อมฉันไม่แน่ใจเพคะ ว่าตนเองจะมีโอกาสนั้นอีกหรือไม่” โจวฮ่องเต้ที่คิดจะใช้งานคนสกุลต้วนจึงเอาใจต้วนกุ้ยเฟยด้วยการไปพำนักที่ตำหนักของนางในคืนนั้น ต้วนกุ้ยเฟยมิได้นิ่งนอนใจ ต่อให้ฝ่าบาทหลับนอนกับนาง แต่เรื่องการถวายสตรีเพิ่มก็ยังต้องทำ หากว่านางตั้งครรภ์มิได้ รอครอบครองบุตรชายของสนมสักคนก็นับว่านางมีความหวังเช่นกัน หัวหน้าองครักษ์ลับกลับไปยังเรือนลับนอกวัง เส้นทางการเข้าออกวังหลวงที่พวกเขาใช้มีเพียงฮ่องเต้กับพวกเขาเท่านั้นที่รู้ เส้นทางนี้จะว่าไปก็คือเส้นทางสำหรับฮ่องเต้ในการหลบหนีภัยสำคัญ ช่องทางลับนี้ใช้หลบหนีภัยไฟไหม้ในตำหนักได้อย่างสบาย ทางเดินหนีลอดใต้กำแพงวังสูงตระหง่านลอดใต้ถนนไปทะลุยังร้านค้าเล็

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   292 จงอี้โหว

    ซ่งจิ้นหรานชะงัก องค์ชายโจวอวิ๋นเซวียนผู้นั้นออกผนวชเป็นหลวงจีนสิบกว่าปีแล้ว เดิมทีเคยช่วยงานอดีตฮ่องเต้โจวอู๋ชวนอยู่หลายปี แต่ตอนหลังทรงเลื่อมใสในลัทธิเต๋า จึงบวชเป็นนักพรต ขึ้นไปอยู่อารามบนเขา“เช่นนั้นก็เหมาะสม แต่...”“ท่านห่วงว่าจะหาข้อหาใดที่รุนแรงพอให้โจวจื่ออี้กลายเป็นฮ่องเต้ทรราช ใช่หรือไม่”“ถูกต้อง ต่อให้ฮ่องเต้จะทรงหาทางกำจัดขุนนาง แต่นั่นก็อยู่ในขอบเขตที่ฮ่องเต้สามารถกระทำได้ แต่ขุนนางต้องหาข้ออ้างที่เหมาะสมที่จะกำจัดฮ่องเต้จึงจะไม่ถูกราษฎรสาปส่ง”“ก็ต้องเอาหลักฐานออกมาเปิดเผยให้ได้ว่า โจวจื่ออี้ลอบสังหารอดีตฮ่องเต้และองค์หญิงใหญ่เพื่อขึ้นครองราชย์ จากนั้นค่อยเชิญเสด็จอาเซวียนออกมา”“ซื่อจื่อ มีหลักฐานพร้อมแล้วหรือ”เด็กชายพยักหน้า “ข้าวางแผนมาพักใหญ่แล้ว และหลักฐานพวกนั้น ยามนี้ก็เตรียมเอาไว้เรียบร้อย”ซ่งจิ้นหรานมองเด็กชายที่มีอายุเพียงสองขวบด้วยความอัศจรรย์ใจ หากเขามิได้พูดคุยกับหยางหลิวเหว่ยเป็นการส่วนตัว ไม่มีทางจะเชื่อเด็ดขาดว่านี่คืออดีตฮ่องเต้ที่กลับชาติมาเกิด“ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็สามารถกล่าวอ้างได้ว่าสกุล หยางมีเจตนากำจัดภัยให้ราชวงศ์” ซ่งจิ้นหรานพยักหน้ารับว่า

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   291 เสนาบดีซ่ง

    ซ่งจิ้นหรานอดีตราชครูรูปงามผู้นั้น มาถึงบัดนี้ก็ยังมิได้แต่งงาน หยางหลีเหว่ยไม่อยากจะให้ภรรยาของตนไปใกล้เลยจริงๆ “ฮึ่ม!” หยางหลีเหว่ยระงับความขุ่นเคืองอยู่ครู่หนึ่งก็ค่อยสงบใจลง “แต่หากเราเปิดเผยความผิดของอดีตฮ่องเต้แล้วขุนนางทั้งหลายเห็นควรปลดฮ่องเต้ออก ต่อไปผู้ใดจะเป็นฮ่องเต้แทนเล่า องค์ชายคนเดียวก็สิ้นพระชนม์ไปแล้ว” “ท่านพ่อยังมีแก่ใจคิดห่วงใยบ้านเมือง ช่างจงรักภักดีเสียจริง” หยางหลีเหว่ยหันมามองบุตรชาย “อย่าบอกนะว่าเจ้าอยากให้ท่านปู่เป็นฮ่องเต้เพื่อที่เจ้าจะได้กลับคืนตำแหน่ง” เด็กชายส่ายหน้า “การเป็นฮ่องเต้ฟังดูแล้วยิ่งใหญ่แต่กลับพันธการข้าไว้จนสิ้นไร้อิสระ ข้าไม่ต้องการกลับไปอยู่หลังกำแพงแห่งนั้นอีกแล้ว” “เช่นนั้น จะมีผู้ใดสมควรเป็นฮ่องเต้เล่า” “ท่านพ่อไม่ต้องห่วง ข้าคิดเอาไว้แล้ว มีเชื้อพระวงศ์ผู้หนึ่งที่มีคุณสมบัติครบถ้วน คู่ควรแก่การครองบัลลังก์” “ดีๆ ข้ากำลังหนักใจอยู่เชียวว่าพวกเจ้าจะผลักดันให้ข้าไปเป็นฮ่องเต้ ข้าคงจะอึดอัดตายแท้เทียว เป็นท่านอ๋องก็สบายดีแล้ว ข้าไม่อยากแบกรับภาระการเป็นฮ่องเต้หรอก” หยางข

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   290 ทางไหนก็ไม่รอด

    เด็กชายตัวน้อยลุกขึ้นยืน ผายมือสองข้างออก “ยินดีต้อนรับท่านน้าโจวเข้าสู่สกุลหยาง” ทุกคนมองอดีตฮ่องเต้ที่อยู่ในร่างของเด็กชายตัวน้อยกำลังทำท่าทางคล้ายผู้ใหญ่แต่ดูแล้วน่ารักน่าชังก็พากันหัวเราะ ซื่อจื่อตัวน้อยชักสีหน้า “นี่พวกท่าน! อย่ามาหัวเราะข้านะ อันที่จริงข้าสมควรเป็นผู้นำตระกูลหยางในตอนนี้ด้วยซ้ำไป” แม่ทัพใหญ่หยางอมยิ้ม “ได้ๆ ข้ายกให้หลิวเหว่ยเป็นผู้นำตระกูลแทนข้าเลยก็แล้วกัน แต่น่าเสียดายที่เปิดศาลบรรพชนประกาศเรื่องนี้ไม่ได้” “ท่านปู่! อย่ามาล้อข้า เอาไว้ข้าสวมกวานเมื่อใด ข้าจะบีบบังคับให้ท่านเปิดศาลบรรพชนสละตำแหน่งผู้นำตระกูลให้ข้า” เด็กชายประกาศ “ได้ๆ ปู่เชื่อฟังเจ้า” หยางข่ายผงกศีรษะรับ หลี่หยวนหยวนมองเด็กชายที่ยืนเอามือไพล่หลัง ยามนี้หยางหลิวเหว่ยรูปร่างอวบขึ้น แก้มยุ้ยดูน่ารักน่าชังนัก “ลูกแม่ ที่เจ้าพูดเช่นนี้เพราะคิดการณ์ใหญ่อยู่ใช่หรือไม่” เด็กชายสีหน้าเคร่งขรึม สองมือไพล่หลัง “ถูกต้อง ตอนนี้บารมีสกุลหยางเกินหน้าเกินตาฮ่องเต้ไปแล้ว เห็นที โจวจื่ออี้จะต้องหาทางกำจัดพวกเราให้เร็วที่สุด” ข้อสันน

  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   117 เพิ่งไหวตัว

    สายตาของเซียวหว่านจ้องเขม็งที่อดีตคู่หมายนางกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ ครั้งนี้นับว่าเป็นโอกาสครั้งที่สองของนาง น่าเสียดายที่มีซางฮ่าวอวี่ขวางอยู่‘ท่านอ๋องยังหล่อเหลาเหมือนเดิม คราวนี้ล่ะ ฉันจะต้องกำจัดซางฮ่าวอวี่ที่น่ารำคาญไปซะ’ แววตาของเซียวหว่านมีประกายเจิดจ้าจนอ๋องหยางรู้สึกใจกระตุก ดูเ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-28
  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   116 เตรียมตัวหนี

    ชิวต้าซานเป็นคนไปแจ้งให้หนานกงโจวรู้ว่าเรือนลับที่ใช้เลี้ยงลูกแฝดของหลี่หยวนหยวนถูกค้นพบแล้ว รองผู้บัญชาการสำนักมือปราบหนุ่มจึงแอบไปพบกับพี่สาวที่เรือนลับที่ใช้เลี้ยงหลานฝาแฝดในช่วงดึก ทว่าสองพี่น้องไม่อาจพูดคุยกันตามลำพัง พวกเขาต้องหารือกับชิวต้าซานและซุนมามาด้วย “คุณหนู

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-28
  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   118 ลูกของข้า

    หยางหลีเหว่ยได้ฟังสิ่งที่เฉาเฟิงแจ้งก็ถึงกับตะลึง “เจ้าว่า...นั่นคือลูกของหลี่หยวนหยวนอย่างนั้นหรือ” “ขอรับ ไม่ผิดแน่ ทีแรกตอนที่รถม้าพวกนั้นออกจากหมู่บ้านน้ำไหล ข้าไม่เห็นซุนมามา แต่พอถึงจุดที่พวกเขานัดพบกัน นางก็ลงจากรถม้า จากนั้นขบวนรถม้าของคุณหนูหลี่ก็มา ชิวต้าซานขี่ม้าอารักขา

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-28
  • ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง   107 พอกันที

    ไม่เพียงแต่ตัดสินโทษหวางจิ่งชูให้ต้องโทษประหาร ทว่าหวางฮูหยินที่พาบ่าวรับใช้ไปข่มขู่ครอบครัวเจ้าทุกข์ก็ถูกตัดสินโทษโบยหนึ่งร้อยครั้ง “บ้าแล้ว! คนพวกนั้นยอมรับเงินของข้าเองนะ” หวางฮูหยินกรีดร้องพร้อมทั้งชี้นิ้วกราดไปยังครอบครัวของเจ้าทุกข์ทั้งหมด ปัง! “เจ้าอ้างอำนาจ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-27
บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status