Share

บทที่ 8 ขาทองคำ

Author: JustMoonLight
last update publish date: 2026-04-14 15:01:22

เฉินเป่าหนิงมีเส้นพลังลมปราณถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะดินแดนในโลกเสวียนคงแห่งนี้ให้ความสำคัญต่อผู้มีพลังลมปราณที่แข็งแกร่ง สาเหตุที่ฮ่องเต้เซวียนจูเยียนหวาดระแวงน้องชายคนเล็กอย่างหลินชินอ๋องก็เพราะพลังลมปราณของหลินชินอ๋องสูงถึงขั้นเกินระดับสิบจัดอยู่ในบุคคลที่มีพลังลมปราณไร้ลำดับขั้น เนื่องจากไม่มีเครื่องที่ใช้วัดพลังลมปราณมากกว่านี้ที่จะใช้วัดพลังลมปราณของหลินชินอ๋องได้

เล่าลือกันว่าพลังลมปราณของหลินชินอ๋องน่าจะสูงส่งกว่าคนของแคว้นหนานและแคว้นซีที่มีพลังลมปราณสูงส่งที่สุดด้วยซ้ำไป ดังนั้นในยามนี้แคว้นเฉียนจึงถือว่ามีความสำคัญเหนือแคว้นทั้งสามของโลกเสวียนคง…

เมื่อตรวจสอบแน่ชัดว่าเฉินเป่าหนิงมีเส้นพลังลมปราณ ท่านหญิงหย่งอันจึงรีบส่งคนไปแจ้งข่าวให้ไทเฮาแซ่ซยารับรู้ในทันที สกุลซย่าเคยมีสตรีผู้มีพลังลมปราณสูงส่งที่สุดในโลกเสวียนคง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่สตรีที่เกิดในสกุลซย่าจะมีตำแหน่งเป็นฮองเฮาและไทเฮาของทั้งสามแคว้น

ท่านหญิงหย่งอันมีสกุลเดิมคือแซ่ซย่า นางเป็นบุตรสาวที่ถือกำเนิดมาจากน้องชายร่วมมารดาของไทเฮา แต่เพราะเกิดสงครามระหว่างแคว้นซีและแคว้นเฉียนบิดาและมารดาของท่านหญิงหย่งอันได้เสียชีวิตในสนามรบ หลังจากนั้นสองแคว้นได้เจรจาสงบศึกโดยที่แคว้นซีส่งองค์หญิงจวินจี้หลินมาเป็นพระสนม อดีตฮ่องเต้ในขณะนั้นจึงปลอบพระทัยซย่าฮ่องเฮาโดยการแต่งตั้งให้บุตรสาวสกุลซย่าเป็นบุตรสาวบุญธรรมและมอบพระนามใหม่ให้ว่าองค์หญิงหย่งอัน

เฉินเป่าหนิงแม้จะเป็นตระกูลเฉินแต่ก็มีสายเลือดของสกุลซย่าไหลเวียนอยู่ สกุลซย่าในยามนี้มีเพียงบุรุษที่สืบทอดวงศ์ตระกูล พี่ชายของท่านหญิงหย่งอันมีแต่บุตรชายไร้บุตรสาว เฉินเป่าหนิงจึงเป็นหลานสาวต่างแซ่เพียงคนเดียวของสกุลซย่าในยามนี้ แต่ช่างน่าผิดหวังที่นางเกิดมาไร้เส้นพลังลมปราณ

ทุกคนไม่นึกคิดเลยว่าหลังผ่านพิธีปักปิ่นมาได้เพียงสามวัน เฉินเป่าหนิงจะประสบอุบัติเหตุจนหมดสติไปหลายวัน เมื่อตื่นขึ้นมานอกจากความทรงจำจะหายไปแล้ว ร่างกายจะมีเส้นพลังลมปราณเกิดขึ้น ไทเฮาแซ่ซยารีบส่งมัวมัวเฒ่าจากวังหลวงให้มาตรวจสอบตำหนิบนร่างกายของเฉินเป่าหนิงทันที ว่ามีผู้ใดคิดร้ายนำตัวหลานสาวของพระนางมาสับเปลี่ยนตัวหรือไม่ ถึงแม้เฉินเป่าหนิงจะเป็นคนไร้ค่าสำหรับผู้อื่น แต่สำหรับซย่าไทเฮาแล้วเฉินเป่าหนิงคือหลานสาวที่พระนางรักและเมตตาที่สุด

“ท่านแม่ ข้าไม่ยอมเปลื้องผ้าทั้งตัวเพื่อให้หลี่มัวมัวตรวจร่างกายข้าหรอกนะเจ้าคะ” เฉินเซียหนิงพูดด้วยน้ำเสียงไม่ยินยอมเมื่อได้ยินว่าหลี่มัวมัวจะมาตรวจร่างกายของนาง

“หนิงเอ๋อร์คนดี เจ้าไม่ต้องเปลือยทั้งร่างหรอก ในวัยเด็กเจ้าซุกซนไปเล่นในห้องทรงพระอักษรจนโดนครั่งลนไฟร้อนรูปกุหลาบนาบลงที่ขาอ่อนข้างขวา ส่วนแผ่นหลังด้านซ้ายของเจ้าก็มีปานแดงรูปหงส์สยายปีกกางอยู่ ไม่เคยมีผู้ใดเคยเห็นตำหนิเหล่านี้ของเจ้านอกจากแม่ เสด็จยายและหลี่มัวมัว เจ้าเปิดรูปปานที่แผ่นหลังด้านซ้าย และรอยแผลเป็นที่ต้นขาอ่อนด้านขวาให้หลี่มัวมัวดูก็พอ”

เฉินเซียหนิงขมวดคิ้วนางไม่เคยสำรวจร่างกายนี้อย่างละเอียด แต่รู้ว่าเฉินเป่าหนิงมีรอยแผลเป็นที่ขาอ่อนด้านขวาเพราะเป็นฝีมือของคนที่ลงมือกลั่นแกล้งนาง แต่ปานแดงรูปหงส์สายปีกตรงไหล่ซ้ายในบทละครไม่เคยมีพูดถึงเรื่องนี้ ช่างน่าแปลกใจยิ่งนักเพราะร่างกายเดิมของเฉินเซียหนิงก็มีปานแดงรูปหงส์สยายปีกขนาดเล็กอยู่ที่แผ่นหลังเหนือขึ้นมาทางไหล่ข้างซ้ายเช่นกัน

“คุณหนูใหญ่ ท่านอย่าได้อายบ่าวเฒ่าผู้นี้เลย บ่าวเห็นคุณหนูมาตั้งแต่เด็กนะเจ้าคะ ไม่มีตรงไหนของคุณหนูที่บ่าวไม่เคยเห็น คุณหนูให้บ่าวตรวจดูตำหนิบนร่างกายของคุณหนูเถิดเจ้าค่ะ องค์ไทเฮาทรงมีพระชันษามากแล้ว คนเราเมื่ออยู่ในวัยชราจึงมีเรื่องให้คิดมาก เพื่อความสบายพระทัยขององค์ไทเฮาต้องลำบากคุณหนูใหญ่เฉินแล้ว”

หลี่มัวมัวพูดด้วยสีหน้ายิ่มแย้ม แต่สองมือกลับชี้สั่งนางกำนัลให้จับตัวของเฉินเป่าหนิงอย่างไม่ผ่อนปรน คราวแรกหลี่มัวมัวคิดว่าองค์ไทเฮาทรงกังวลพระทัยมากเกินไป แต่เมื่อหลี่มัวมัวได้พบหน้าคุณหนูใหญ่เฉินเป่าหนิงแล้วนางจึงคิดว่าคุณหนูใหญ่เฉินเปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน ราวกลับว่าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

ดวงตากลมโตที่เคยดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสาในยามนี้กลับดูฉลาดเฉียบแหลมเพิ่มมากขึ้น ใบหน้ายังคงงดงามมากเช่นเดิมแต่ทว่าท่าทางเย่อหยิ่งสูงศักดิ์ที่เคยมีกลับจางหายไป ใบหน้าที่เคยผอมซูบตอบดูมีน้ำมีนวลเหมือนคนสุขภาพดีแบบที่หลี่มัวมัวไม่เคยเห็นในใบหน้าของคุณหนูใหญ่ตระกูลเฉินมาก่อน นางจึงสั่งให้นางกำนัลลงมือจับคุณหนูใหญ่เพื่อเปิดชุดดูรอยตำหนิบนร่างกายทันที

คราวแรกเฉินเซียหนิงขยับตัวหนีตามสัญชาตญาณ แต่เมื่อท่านหญิงหย่งอันใช้พลังผลักดันนางกำนัลเหล่านั้นออกไปและพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “หยุด ไล่พวกนางออกไปให้หมดเราจะเปิดตำหนิบนร่างกายของเป่าหนิงให้หลี่มัวมัวดูได้เพียงคนเดียวเท่านนั้น”

เฉินเซียหนิงจึงยอมให้ท่านหญิงหย่งอันปลดชุดเปิดผ้าให้หลี่มัวมัวดูตำหนิบนร่างกายของตนด้วยความเขินอายอย่างอดทน

“ตำหนิล้วนถูกต้องและเหมือนเดิมไม่มีผิดเจ้าค่ะ แต่คุณหนูดูงดงามมากขึ้นจนดูแปลกตา บ่าวเฒ่าผู้นี้จึงล่วงเกินคุณหนูเป่าหนิงแล้ว”

หลี่มัวมัวพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง และแสดงท่าทีสนิทสนมกับเฉินเป่าหนิงเหมือนในอดีตทันทีเมื่อนางเห็นปานรูปหงส์ และรอยแผลเป็นรูปดอกกุหลาบ

“ข้ารู้ว่าหลี่มัวมัวทำเพราะหน้าที่ หนิงเอ๋อร์ย่อมไม่โกรธเคืองท่านเพราะเรื่องนี้ แต่หนิงเอ๋อร์มีนิสัยเปลี่ยนไปมากจริงๆ นางกินอาหารได้ทุกอย่างไม่ช่างเลือกกินเหมือนในอดีต อีกทั้งท่านหมอเสิ่นกล่าวว่า เส้นพลังลมปราณของหนิงเอ๋อร์ชัดเจนและแข็งแกร่งทำให้สุขภาพร่างกายของหนิงเอ๋อร์จะแข็งแรงไม่เจ็บป่วยบ่อยเหมือนในอดีตอีกแล้ว”

ท่านหญิงหย่งอันพูดอวดหลี่มัวมัวด้วยน้ำเสียภาคภูมิใจ หลี่มัวมัวยิ้มและมองเฉินเป่าหนิงด้วยแววตาสำรวจอีกครั้ง

“ถ้าหากไทเฮาทรงทราบว่าคุณหนูเป่าหนิงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงคงจะรู้สึกดีพระทัยมากเจ้าค่ะ เช่นนั้นบ่าวเฒ่าต้องขอตัวกลับไปรายงานข่าวดีนี้ให้ไทเฮาทรงทราบโดยด่วน”

“ข้าต้องรบกวนหลี่มัวมัวให้แจ้งไทเฮาว่า รอใหอาการของหนิงเอ๋อร์ดีมากขึ้นกว่านี้ ข้าจะรีบพาหนิงเอ๋อร์ไปถวายพระพรฮองเฮาที่พระตำหนักโซ่วอันหนิงอย่างแน่นอน”

“ได้เจ้าค่ะ เช่นนั้นบ่าวเฒ่าต้องขอตัวกลับวังก่อน ไทเฮาทรงประทานรังนกสีเลือด บัวหิมะ และซ่านเย่ามาให้คุณหนูเป่าหนิงกินบำรุงร่างกายเจ้าค่ะ อีกอย่างไทเฮาทรงกำชับมาว่าถ้าหากคุณหนูเป่าหนิงกินอาหารไม่ถูกปาก ให้ส่งคนไปรับแม่ครัวจากพระตำหนักโซ่วอันมาทำครัวให้ที่นี่สักหลายคนเจ้าค่ะ”

“ช่วงนี้หนิงเอ๋อร์กินอาหารได้อย่างเจริญอาหารแล้ว รบกวนหลี่มัวมัวบอกให้ไทเฮาทรงทราบด้วย ว่าทุกคนในตระกูลเฉินขอบพระทัยสำหรับสมุนไพรล้ำค่าที่องค์ไทเฮาประทานมาให้หนิงเอ๋อร์”

เฉินเซียหนิงนั่งนิ่งฟังท่านหญิงหย่งอันสนทนากับหลี่มัวมัว และสังเกตุดูท่าทางการคำนับและบอกลาของนางกำนัลจากวังหลวงเพื่อเรียนรู้ เนื่องจากเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเฉินเซียหนิงจึงถนัดในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม และกฎอีกข้อที่เฉินเซียหนิงยึดมั่นมาโดยตลอดคือต้องหาขาทองคำเอาไว้กอดให้แน่นเพื่อจะได้มีขาทองคำคอยหนุนหลัง และซย่าไทเฮาก็คือขาทองคำคู่นั่นของนาง…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทพิเศษ 2

    เหล่าสาวใช้คนสนิทของเฉินเป่าหนิงล้วนแต่งงานออกเรือนกันไปหมดแล้ว มีเพียงตงฮัวถูกรั้งเอาไว้ให้เป็นหมัวมัวข้างกายของเฉินเป่าหนิงเนื่องจากตงฮัวแต่งงานกับสวีหยุน ฐานะของตงฮัวและสวีหยุนจึงแตกต่างจากบ่าวไพร่คนอื่นๆสาวใช้ข้างกายของเฉินเป่าหนิงถูกผลัดเปลี่ยน คนเก่าไปคนใหม่มา แต่ตงฮัวกลับอยู่ข้างกายของเฉินเป่าหนิงไม่ยอมจากไปเหมือนสาวใช้คนอื่นๆ นางจึงมีอำนาจที่สุดในจวนเหวินหยวน เหนือกว่าพ่อบ้าสวีที่ดูแลเรื่องราวทั่วไปภายในจวนด้วยซ้ำในยามนี้ตงฮัวยืนท้องโตอยู่ที่เรือนกลางธารากับสวีหยุนและพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังว่า“เห็นทีเรือนกลางธาราจะเล็กไปเสียแล้ว”“ประเดี๋ยวข้าจะบอกเรื่องนี้ต่อท่านอ๋องเอง เจ้าอย่ากังวลใจในเรื่องนี้อีกเลย เจ้ากำลังตั้งครรภ์รีบไปพักผ่อนเถิด”“ท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้า ช่วยกำชับเจ้าเห่าฟ้าว่ามันช่วยดูแลควบคุมลูกๆ ของมันอย่าให้เห่าเล่นไปทั่ว บ่าวไพร่ที่ไร้พลังลมปราณกระอักเลือดจนบาดเจ็บสาหัสมีคนเกือบตายไปหลายคนแล้ว”“ได้ๆ ข้าจะทำตามที่เจ้าบอก” สวีหยุนรีบตอบรับคำของตงฮัวอย่างเชื่อฟังเจ้าเห่าฟ้ายืนฟังอยู่ด้านนอกของเรือนกลางธารามันมองสวีหยุนด้วยแววตาเหยียนดหยาม แค่มันมองดูคนทั้งคู่ก็

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทพิเศษ ตอนที่ 1

    “ชีวิตนี้ข้าจะไม่แต่งงาน” คำพูดนี้ของเฉินจื่อเฮ่าที่ตะโกนลั่นบอกกับทุกคนด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจังแต่ผ่านไปเพียงสามปีเท่านั้นเขาก็ยอมกลืนน้ำลายตนเองและเริ่มยอมให้ผู้หัวเราะเยาะเย้ยอย่างกล้าหาญ ถ้าหากเขาไม่ยอมทนแล้วจะยินยอมปล่อยให้นางแต่งงานออกเรือนไปกับผู้อื่นอย่างนั้นหรือ แต่เรื่องนี้เขารู้สึกทนรับไม่ได้จริงๆรัชศกชางหลงปีที่ห้า เมืองต้าโจวเมืองหลวงของแคว้นเฉียนมีงานมงคลที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่งเกิดขึ้นแม่ทัพเฉินแห่งทิศประจิมกำลังจะแต่งงานของบุตรสาวแม่ทัพเจิ้งซานแห่งทิศทักษิณ คนหนึ่งเป็นหลานชายคนสำคัญของพระหมื่นปีสกุลซย่า ส่วนอีกคนเป็นน้องสาวคนโปรดของเจิ้งฮองเฮาเมื่อห้าปีที่แล้วแคว้นเฉียนเกิดการก่อกบฏของตระกูลเมิ่ง โลหิตสีแดงไหนนองทั่วแคว้น จนทำให้มีบางเมืองเกิดโรคระบาด โชคดีที่มีท่านหมอเทวดาตระกูลเฉินและฮูหยินของเขาร่วมมือกันรักษาและควบคุมโรคระบาด ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ในแคว้นเฉียนมีชีวิตรอดและเริ่มก่อร่างสร้างตัวกันขึ้นมาใหม่ฮ่องเต้เซวียนเทียนหรงทรงปกครองแคว้นเฉียนด้วยการยึดถือเรื่องความสงบสุขของประชาชนเป็นใหญ่ ทรงงดเว้นการเก็บภาษีที่ดินเป็นเวลาห้าปี ทรงเริ่มจัดตั้งโรงกษาปณ์เพื่อผลิตเ

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทที่ 192 ภาวนาเป็นครั้งสุดท้าย

    วันที่เก้าเดือนเก้าเฉินเป่าหนิงเริ่มปวดท้องคลอดบุตรในยามเช้ามืดในขณะที่ท้องฟ้ายังไม่สว่างดี ยามย่ำรุ่งดวงตะวันเพิ่งเริ่มพ้นขอบฟ้าทารกหญิงตัวน้อยเพิ่งคลอดออกมาเป็นคนแรก ท่ามกลางความโล่งอกของหมอตำแย เวลาต่อมาในช่วงเช้าท่ามกลางเมฆหมอกที่ปกคลุมทำให้อากาศรอบกายเย็นสบายทารกเพศชายที่สมบูรณ์แข็งแรงได้คลอดตามออกมาและส่งเสียงร้องไห้ดังกังวานไปทั่วเรือนชิงเฟิงบุตรคนสุดท้ายเฉินเป่าหนิงนอนปวดท้องอย่างทุกข์ทรมานจนเกือบจะหมดแรง แสงตะวันสาดส่องเริ่มร้อนแรงทารกเพศชายคนที่สามจึงยอมคลอดออกมาจากท้องของผู้เป็นมารดาเซวียนจ้งเหยียนผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตามาก่อนเขาถึงกับมีน้ำตาไหลออกมาอย่างโล่งใจโดยไม่รู้ตัว เมื่อเขาได้ยินว่าภรรยาคลอดบุตรคนที่สามออกมาได้อย่างปลอดภัยทั้งแม่และลูก“ท่านอ๋องนี่ท่านร้องไห้หรือ” เฉินจื่ออี้เอ่ยถามเพราะรู้สึกไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเองเซวียนจ้งเหยียกยกมือปาดน้ำตาบนใบหน้าของตนเองด้วยความแปลกใจ “ไม่ได้ร้อง…น้ำตามันไหลออกมาเอง”เฉินจื่ออี้เม้มปากและไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก เพราะความจริงแล้วเมื่อเขาได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของน้องสาว เขาก็เจ็บปวดใจจนรู้สึกอยากร้องไห้ออกมาเช่นกัน แ

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทที่ 191 ความเปลี่ยนแปลงในแคว้นฉิน

    อากาศในเดือนเจ็ดย่างเข้าเดือนแปดของแคว้นซี ฝนตกหนักและบางวันมีฝนตกตลอดทั้งวัน หัวใจของเฉินเป่าหนิงไม่ค่อยจะสงบสุขนักเพราะในยามนี้นางอุ้มท้องมาครบแปดเดือนใกล้จะถึงกำหนดคลอดแล้ว แต่ผู้เป็นสามี พี่ชายคนโตและพี่ชายคนรองกลับอ้างว่าเดินทางไปทำธุระสำคัญด้วยกันที่แคว้นเฉียน แล้วพร้อมใจกันหายหน้าไปเป็นเดือนโดยไม่มีข่าวส่งกลับมาหานางตามปกติคฤหาสน์ตระกูลเฉินในยามนี้มีเวรยามคอยคุ้มกันอย่างหนาแน่น สีหน้าทุกคนดูเคร่งเครียดกว่าปกติจนเฉินเป่าหนิงรับรู้ได้ แม้ว่าทุกคนจะพยายามแสดงให้นางเห็นว่าทุกอย่างเป็นปกติดีก็ตาม“เป่าหนิง ย้ายมาอยู่เรือนชิงเฟิงคุ้นเคยดีหรือยัง”“คุ้นเคยบ้างแล้วเจ้าค่ะ เรือนนี้พี่สะใภ้จัดได้สวยงามและเดินเข้าออกได้สะดวกดีมากเจ้าค่ะ”“เจ้าชอบก็ดีแล้ว ที่ต้องให้เจ้าโย้กย้ายมาเรือนหลังนี้เพราะอยู่ใกล้กับเรือนหลัก ยามที่ท่านปู่และท่านอาทั้งหลายมาตรวจอาการให้เจ้าและหลานๆ ในยามคลอดจะได้สะดวกมากขึ้นอีกหน่อย อีกอย่างในยามนี้เจ้าเริ่มเคลื่อนไหวลำบากแล้ว เดินขึ้นเนินเขาจะเปลืองแรงเจ้าเสียเปล่าๆ”“เรือนชิงเฟิงแห่งนี้ ถือว่าท่านพ่อลงทุนไปไม่ใช่น้อย” เฉินเป่าหนิงเอ่ยชมก่อนจะนอนเอนตัวลงบนเก้าอี้โ

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทที่ 190 ทะเลาะกันเพราะคนอื่น

    งานมงคลของเฉินจื่ออี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี วันต่อมาพิธีการยกน้ำชา และการมอบของขวัญเพื่อต้อนรับเจ้าสาวคนใหม่อย่างไป๋เย่ว์เลี่ยง เจ้าบ่าวและเจ้าสาวมีอาการเขินอายต่อกันอยู่ตลอดเวลา ทำให้เจิ้งลิ่วซีอดเอ่ยวาจาหยอกล้อเจ้าสาวคนใหม่อย่างสนุกสนานไม่ได้ จึงเรียกเสียงหัวเราะขบขันจากทุกคนทำให้บรรยากาศในคฤหาสน์ตระกูลเฉินมีแต่ความรื่นเริงบันเทิงใจหลังจากจบงานมงคลหรงอ๋องและเจิ้งลิ่วซีพักผ่อนอยู่ที่คฤหาสน์ของตระกูลเฉินต่ออีกเจ็ดวันแล้วจึงได้เดินทางกลับไปยังแคว้นเฉียนพร้อมกับคนของตระกูลซย่าทางเรือ“เป่าหนิง ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่แคว้นเฉียน วันที่เจ้าคลอดบุตรคงจะไม่ได้มารับขวัญหลานที่นี่ แต่จะเตรียมของล้ำค่าเอาไว้รับขวัญหลานทั้งสองคนรออยู่ที่แคว้นเฉียน” นี่คือคำบอกลาของเจิ้งลิ่วซีที่พูดกับเฉินเป่าหนิงก่อนเดินไปขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางไปยังท่าเรือเมืองหนานจิน…หลังจากที่เฉินจื่ออี้และไป๋เย่ว์เลี่ยงแต่งงานกันแล้วเฉินเป่าหนิงจึงมีพี่สะใภ้คนโตมาคอยอยู่เป็นเพื่อนนาง ทำให้ความกังวลใจเกี่ยวกับการคลอดบุตรฝาแฝดของนางจึงลดน้อยลง“เป็นเพราะการตั้งครรภ์ของข้า ทำให้พี่ใหญ่ไม่พาพี่สะใภ้ไปกราบไหว้บรรพบุรุษที่แคว้นเฉียน เรื่อง

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทที่ 189 งานมงคลของฉินจื่ออี้

    ช่วงวันเวลาแห่งความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็ว อายุครรภ์ของเฉินเป่าหนิงนับได้ห้าเดือนแล้ว ท้องของนางเริ่มขยายใหญ่มากขึ้นจนทำให้คนรอบกายรู้สึกกังวลใจ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเฉินเป่าหนิง ทุกคนต่างพร้อมใจกันทำทุกอย่างให้เป็นปกติ เพื่อไม่ให้นางรู้สึกหวาดกลัวในการคลอดบุตรในวันนี้เป็นงานมงคลของเฉินจื่ออี้และไป๋เย่ว์เลี่ยง มีคนจากแคว้นเฉียนเดินทางไกลมาร่วมงานมงคลในครั้งนี้ด้วย คนเหล่านั้นฮูหยินใหญ่ตระกูลซย่าเดินทางมาพร้อมบุตรชายฝาแฝดทั้งสองคน มีหรงอ๋องเดินทางมาพร้อมกับพระชายาและน้องสาวน้องชายของภรรยา ยังมีผู้ติดตามของคนเหล่านี้เป็นขบวนใหญ่ ทำให้งานมงคลในแดนไกลของตระกูลเฉินดูคึกคักไม่น้อย“พี่ซีซี ท่านช่วยส่งคนไปดูทีว่าขบวนไปรับเจ้าสาวถึงไหนแล้ว” เฉินเป่าหนิงเอ่ยบอกกับเจิ้งลิ่วซีด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ผู้ที่นั่งด้านข้างนางเป็นเจิ้งจิ่วหรูในยามนี้กำลังปอกเปลือกส้มแล้วยื่นกลีบส้มให้เฉินเป่าหนิงกินอย่างใจเย็น“ธรรมเนียมของที่นี่แตกต่างจากธรรมเนียมของแคว้นเรา ได้ยินว่าจะต้องแห่ขบวนเจ้าสาวให้วนรอบเมืองหนึ่งรอบก่อนจะมาทำพิธีต่อที่บ้านเจ้าบ่าว” เจิ้งลิ่วซีพูดอธิบายก่อนจะเรียกสาวใช้มาคนหนึ่งแล้วสั่งให้นางออกไปส

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทที่ 63 นางเป็นน้องสาวของข้า

    หลังจากที่เฉินเป่าหนิงสอบสวนจนได้รายชื่อของบ่าวที่อยู่ในห้องตำราของเฉินเอินปั๋วออกมา 4คน บ่าวและสาวใช้ในเรือนเหมันต์อีก5 คน บ่าวและแม่ครัวในโรงครัวอีก 4 คน บ่าวและสาวใช้ในเรือนฮุ่ยฟาง12 คนซึ่งเฉินเป่าหนิงได้สั่งโบยทำโทษคนเหล่านี้และเตรียมขายคนเหล่านี้ทิ้งทั้งหมด ยกเว้นปิงซวี่ที่ถูกโบยอย่างหนักแล้ว

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทที่ 53 หลบหนีเข้าป่าลึก

    เซวียนจ้งเหยียนประคองให้เฉินเป่าหนิงลุกขึ้นยืน ก่อนจะพูดบอกนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโดยไม่รู้ตัว“พวกมันมีจำนวนมากเกินไป น่าจะมากันหลายร้อยคนได้ จุดพักม้าที่ค่ายพักแรมมีจำนวนองครักษ์เพียงห้าสิบและหกสิบคน คนไม่เพียงพอ ในเมื่อพวกเราคือเป้าหมายของพวกมัน ข้าจึงคิดว่าจะต้องล่อพวกมันไปทางอื่น คนในค่ายพักแรมจึง

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทที่ 33 เนื้อย่างเสียบไม้

    ขบวนรถม้าตระกูลเฉินมุ่งหน้าออกจากเมืองในเช้าของอีกหลายวันต่อมา เฉินเป่าหนิงนั่งอยู่ในรถม้าคันใหญ่ที่มีขนาดกว้างมากจนนางนึกทึ่งที่รถม้าสมัยนี้ทำออกมาได้คลายห้องนอนหนึ่งห้องเล็กๆ ด้วยซ้ำ พื้นบนรถม้าบุผ้าอย่างดีเพื่อป้องกันการกระแทก แต่พื้นถนนของแคว้นเฉียนดีมาก ทำให้ภายในรถม้ารู้สึกไม่สั่นสะเทือนมากแค

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทที่ 32 นางไม่ได้ใจอ่อน

    เฉินเป่าหนิงตื่นเต้นมากที่จะได้เดินทางออกนอกเมือง ยามที่นางยังเป็นเฉินเซี่ยหนิงใช้ชีวิตธรรมดาอยู่ในเมือง H ถ้าไม่ได้ไปเรียนก็ไปทำงานพิเศษ ถ้าไม่ได้เรียนพิเศษก็ทำการบ้าน ถ้าไม่ได้ทำการบ้านก็ต้องฝึกท่าร่ายรำมวยจีนอยู่กับคุณปู่เฉิน เฉินเซี่ยหนิงแทบไม่เคยได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยนอกจากมองแหล่งท่องเที่ยวผ่าน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status