LOGINตัวแสดงแทนบทบู๊อย่างเฉินเซียหนิงประสบอุบัติเหตุขณะถ่ายทำละครย้อนยุคจีนโบราณเรื่องหนึ่ง เมื่อฟื้นตื่นขึ้นมาอีกทีกลับพบว่าตนเองกลายเป็นว่าที่พระชายาของหลินชินอ๋อง ตัวร้ายที่เหี้ยมโหดในบทละครที่นางได้ร่วมแสดงเป็นตัวประกอบ ทำการแสดงแทนนางเอกในบทต้อสู้และเสี่ยงอันตราย เฉินเซียหนิงเคยได้อ่านบทละครเรื่องนั้นในบทของพระชายาเอกของหลินชินอ๋องที่ตนเองได้ร่วมแสดงเป็นตัวละคนผู้นี้ แต่ได้ทำการแสดงเพียงไม่กี่ฉากเพราะตัวประกอบผู้นี้ไม่มีบทบาทในละครมากนัก บทสุดท้ายของตัวละครผู้นี้ต้องถูกสามีของตนเองฆ่า ดังนั้นเฉินเซียหนิงจึงอยากพลิกชะตาของพระชายาผู้นี้ เพราะตนไม่อยากจะตายไวเหมือนกับบทตัวประกอบในละครเรื่องนั้น ในโลกที่เรียกว่าดินแดนเสวียนคง ยึดถือผู้มีพลังลมปราณเป็นใหญ่ เฉินเป่าหนิงผู้มีชาติกำเนิดสูงส่งแห่งแคว้นเฉียนแต่กลับไร้เส้นพลังลมปราณกลายเป็นคุณหนูผู้ไร้ค่าในสายตาของคนทั่วไปในดินแดนเสวียนคง เรื่องทุกอย่างเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก นับตั้งแต่เฉินเซียหนิงทะลุมิติย้ายเข้ามาในร่างของเฉินเป่าหนิง จากสตรีที่ไร้ค่ากลับมีพลังลมปราณที่แข็งแกร่ง จากสตรีที่ถูกคู่หมั้นรังเกียจกลับกลายเป็นคู่หมั้นตัวร้ายรีบร้อนและบังคับนางให้ต้องแต่งมาเป็นพระชายาของเขาเท่านั้น แต่ทว่าเฉินเซียหนิงไม่อยากเป็นพระชายาของท่านอ๋องตัวร้ายผู้นี้ เรื่องราวอลวลจึงเริ่มเกิดขึ้น…
View More‘ชายแก่’ ผู้เป็นคู่หมั้นของเฉินเป่าหนิงติดตามทุกคนมาเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ แต่ในยามนี้เขารู้สึกว่าบรรกาศที่สนามขี่ม้าของจวนแม่ทัพเจิ้งนั้นช่างไม่โสภาเสียแล้ว คุณหนูหกตระกูลเจิ้งผู้นี้ช่างไร้มารยาทเสียจริง โชคดียิ่งนักที่อย่างน้อยเฉินเป่าหนิงก็มีมารยาทในการพูดจาไม่เคยทำให้เขาคิดรำคาญใจเช่นนี้เฉินเป่าหนิงลอบมองชายแก่…เอ้ยคู่หมั้นผู้มีอายุมากกว่านางสิบปีด้วยแววตาสำรวจอีกครั้ง เมื่อเห็นริมฝีปากแดงสดของคนผู้นี้เม้มแน่นอยู่และการลงมือทำร้ายม้าของเจิ้งลิ่วซีอย่างไม่ถนอมบุบผาของเขา นางจึงส่งยิ้มเอาใจให้อีกฝ่ายและพูดขึ้นว่า“แสงแดดยามบ่ายเริ่มแรงเกินไปแล้ว ไม่รู้ว่าท่านพ่อพูดคุยธุระเสร็จหรือยังพวกเราไปหาที่นั่งหลบแดดแล้วส่งคนไปตามท่านพ่อกลับบ้านพักกันเถิดเจ้าค่ะ” นางหันมาพูดกับหลินชินอ๋อง ซึ่งอีกฝ่ายทำเพียงพยักหน้าเห็นด้วยเฉินเป่าหนิงจึงหันไปบอกเฉินจื่อเฮ่าว่า “พี่จื่อเฮ่า ช่วยขี่ม้าไปดูพี่ซีซีให้ข้าทีเถิด ม้าตื่นวิ่งเตลิดไปไกลขนาดนั้นไม่รู้จะอันตรายหรือไม่”“ฮ่าๆ เป่าหนิงอย่าได้กังวลใจ เมื่อครู่มิใช่นางหรอกหรือที่พูดอย่างลำพองใจว่าฝีมือขี่ม้าของนางเป็นที่หนึ่ง ม้าเตลิดแค่นี้ถือว่าท่านอ๋องไว้ไ
การนั่งอยู่บนหลังม้าที่เดินอย่างเนิบช้า เฉินเป่าหนิงรู้สึกไม่ชื่นชอบสักเท่าไหร่ นางอยากจะนั่งอยู่บนหลังม้าที่วิ่งอย่างรวดเร็วได้รับสายลมที่เย็นฉ่ำพัดผ่านใบหน้าคงจะรู้สึกดียิ่งกว่านี้“พี่จื่ออี้เจ้าคะ พี่ช่วยควบม้าให้เร็วกว่านี้อีกสักหน่อยไม่ได้หรือเจ้าคะ”“จะเร็วกว่านี้ได้อย่างไร ในเมื่อมีเจ้าป๋ายเสวียวิ่งล้อมหน้าดักหลังพวกเราอยู่เช่นนี้ แค่พี่พยายามควบคุมม้าไม่ให้ตื่นตกใจก็ลำบากแล้ว”เมื่อมีคนเรียกชื่อมันเจ้าป๋ายเสวียก็ส่งเสียงเห่าตอบอย่างคึกคักในทันที เฉินจื่ออี้จึงต้องส่งเสียงเพื่อปลอบใจม้าใต้ร่างของพวกเขาอย่างอ่อนโยนอีกครั้งเพื่อไม่ให้มันตกใจจนวิ่งเตลิดเฉินเป่าหนิงเม้มปากและตัดสินใจว่านางจะต้องหาข้ออ้างในการฝึกขี่ม้าให้เป็นโดยเร็วที่สุดจะได้ไม่ต้องขี่ม้าตัวเดียวกับพี่ชายของตนราวกับว่านางเป็นเด็กน้อยอยู่เช่นนี้ในขณะที่เฉินเป่าหนิงคิดวางแผนอยู่ในใน เฉินจื่ออี้ก็พูดเสียงเบาขึ้นมาด้วยท่าทางลำบากใจ เพราะเขาไม่ใช่บุรุษที่ชอบพูดถึงผู้อื่นลับหลังราวกับตนเองเป็นสตรีขี้นินทา แต่ว่าเรื่องนี้ถ้าหากเขาไม่เอ่ยเตือนน้องสาวก็จะรู้สึกไม่สบายใจ“หนิงเอ๋อร์ คุณหกตระกูลเจิ้งผู้นี้เ
เจิ้งลิ่วซีเป็นคุณหนูเพียงหนึ่งเดียวของบ้านใหญ่ตระกูลเจิ้ง นางเป็นบุตรสาวที่เจิ้งฮูหยินได้มาอย่างยากลำบาก เพราะหลังจากคลอดเจิ้งลิ่วซีแล้วท่านหมอก็ตรวจพบว่าเจิ้งฮูหยินตั้งครรภ์ไม่ได้อีก เบื้องบนมีพี่ชายที่เกิดก่อนนางหลายปีอยู่สองคนดังนั้นเจิ้งลิ่วซีจึงถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมตามใจเป็นดังบุปผาที่เติบโตบนยอดเขาที่ทั้งสูงส่ง ทั้งเข้มแข็งเพราะมีพี่ชายสองคนคอยช่วยสั่งสอนนางฉากการพบกันครั้งแรกของเฉินเป่าหนิงและเจิ้งลิ่วซีตกอยู่ในสายตาสีน้ำเงินเข้มของเซวียนจ้งเหยียนทั้งหมด เขารู้สึกไม่พอใจมากที่สตรีไร้มารยาทนางนี้ช่างใจกล้ามาแทะโลมคู่หมั้นของเขาผู้เป็นอ๋อง…เจิ้งลิ่วซีมองคนงามที่ยืนอยู่หลังสุนัขตัวใหญ่ด้วยสายตาแพรวพราว นางชื่นชอบคนงาม สาวใช้ในเรือนของนางล้วนแต่งดงามมองสบายตาแทบจะทุกคน แต่ยังไม่เคยมีใครงดงามเช่นนี้เลย“คนงามข้าพูดจริงๆ นะ เจ้าสนใจเปลี่ยนมาใช้แซ่งเจิ้งไหม พี่ชายข้าทั้งสองคนยังไม่ได้แต่งภรรยาเอกทั้งคู่ ถ้าหากได้พี่สะใภ้งดงามเช่นเจ้า ข้าคงจะมีอาหารตาให้มองได้ทุกวันไม่มีเบื่อ”เจิ้งอี้เจี้ยนและเจิ้งเอ่อคังถึงกับตัวสั่น สาวงามเช่นคุณหนูใหญ่เฉินมีบุรุษคนใดบ้างไม่อยากได้มาเป็นภรรย
จวนแม่ทัพใหญ่ตระกูลเจิ้ง ใหญ่โตกว้างขวางมาก เฉินเป่าหนิงนั่งอยู่บนรถม้าเปิดผ้าม่านดูจวนแม่ทัพด้วยสายตาสนใจ ข้างกายของนางเป็นป๋ายเสวียที่นั่งทำตัวแนบกับนางอย่างออดอ้อน เป็นเพราะการพูดจารบเร้าของเฉินเป่าหนิง เซวียนจ้งเหยียนจึงยอมใจอ่อนสั่งให้คนไปนำป๋ายเสวียมานั่งรถม้าคันเดียวกับนางเฉินเป่าหนิงใช้ฝ่ามือขาวผ่องลูบไล้เจ้าป๋ายเสวีย ในขณะที่นางกำลังคิดทบทวนเรื่องเจิ้งลิ่วซีในบทละคร นางเอกของบทละครเรื่องเล่ห์รักเลห์ร้ายวังมังกร ช่วงแรกนางเอกใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองซูโจว เป็นคุณหนูลำดับลำดับที่หกของตระกูลเจิ้ง บิดาของนางคือแม่ทัพใหญ่เจิ้งและยังเป็นผู้นำตระกูลเจิ้งคนปัจจุบันด้วยตามบทละครนางเอกเป็นผู้ที่มีใบหน้างดงาม มีมารยาทเรียบร้อยอ่อนหวานตามฐานะของบุตรสาวตระกูลใหญ่ที่ถือกำเนิดมาจากภรรยาเอก เป็นสตรีที่เก่งบู๊แต่บุ๋นก็ไม่น้อยหน้าผู้อื่น เป็นสตรีที่เมิ่งไทเฮาคิดจะให้เป็นพระชายาเอกขององค์รัชทายาท ช่วงหลังเจิ้งลิ่วซีจึงเข้าไปพักอยู่กับเมิ่งไทเฮาในวังหลวง พร้อมกับพี่สาวตระกูลเจิ้งอีกสองคนในขณะที่เฉินเป่าหนิงกำลังอยู่ในอาการเหม่อลอย เฉินจื่อเฮ่าที่นั่งอยู่ในรถม้ามาคันเดียวกับน้องสาวจ้องมองมาที่ป๋ายเ