พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย

พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย

last updateLast Updated : 2026-04-29
By:  JustMoonLightUpdated just now
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
42Chapters
48views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ตัวแสดงแทนบทบู๊อย่างเฉินเซียหนิงประสบอุบัติเหตุขณะถ่ายทำละครย้อนยุคจีนโบราณเรื่องหนึ่ง เมื่อฟื้นตื่นขึ้นมาอีกทีกลับพบว่าตนเองกลายเป็นว่าที่พระชายาของหลินชินอ๋อง ตัวร้ายที่เหี้ยมโหดในบทละครที่นางได้ร่วมแสดงเป็นตัวประกอบ ทำการแสดงแทนนางเอกในบทต้อสู้และเสี่ยงอันตราย เฉินเซียหนิงเคยได้อ่านบทละครเรื่องนั้นในบทของพระชายาเอกของหลินชินอ๋องที่ตนเองได้ร่วมแสดงเป็นตัวละคนผู้นี้ แต่ได้ทำการแสดงเพียงไม่กี่ฉากเพราะตัวประกอบผู้นี้ไม่มีบทบาทในละครมากนัก บทสุดท้ายของตัวละครผู้นี้ต้องถูกสามีของตนเองฆ่า ดังนั้นเฉินเซียหนิงจึงอยากพลิกชะตาของพระชายาผู้นี้ เพราะตนไม่อยากจะตายไวเหมือนกับบทตัวประกอบในละครเรื่องนั้น ในโลกที่เรียกว่าดินแดนเสวียนคง ยึดถือผู้มีพลังลมปราณเป็นใหญ่ เฉินเป่าหนิงผู้มีชาติกำเนิดสูงส่งแห่งแคว้นเฉียนแต่กลับไร้เส้นพลังลมปราณกลายเป็นคุณหนูผู้ไร้ค่าในสายตาของคนทั่วไปในดินแดนเสวียนคง เรื่องทุกอย่างเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก นับตั้งแต่เฉินเซียหนิงทะลุมิติย้ายเข้ามาในร่างของเฉินเป่าหนิง จากสตรีที่ไร้ค่ากลับมีพลังลมปราณที่แข็งแกร่ง จากสตรีที่ถูกคู่หมั้นรังเกียจกลับกลายเป็นคู่หมั้นตัวร้ายรีบร้อนและบังคับนางให้ต้องแต่งมาเป็นพระชายาของเขาเท่านั้น แต่ทว่าเฉินเซียหนิงไม่อยากเป็นพระชายาของท่านอ๋องตัวร้ายผู้นี้ เรื่องราวอลวลจึงเริ่มเกิดขึ้น…

View More

Chapter 1

บทที่ 1 ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

ภายในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างงดงามแต่แฝงความเรียบง่ายไม่หวือหวา บนเตียงนอนขนาดใหญ่มีเรือนร่างบอบบางของสตรีผู้หนึ่งนอนหลับตาด้วยใบหน้าซีดเซียวอยู่บนเตียง ด้านข้างมีสาวใช้ทั้งสี่นั่งเฝ้าอย่างเป็นห่วงด้วยความกระวนกระวายใจอยู่ไม่ห่าง

เฉินเซียหนิง ตื่นลืมตาขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความดีใจของสาวใช้ภายในห้อง นางกะพริบตามมองรอบห้องด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ นางเคยรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้แล้ว ในยามนั้นคิดว่าตนเองกำลังหลับฝันอยู่จึงหลับตานอนต่อเพราะรู้สึกปวดศีรษะมาก แต่เฉินเซี่ยหนิงไม่คิดเลยว่าเมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งตนเองยังคงอยู่ในห้องเดิมและเจอคนแต่งกายด้วยชุดที่งดงามดูแปลกตาเหมือนกันเช่นเดิม

“คุณหนูใหญ่ฟื้นแล้ว เร็วเข้า! ชุนฮัวเจ้ารีบไปบอกนายท่านและฮูหยินโดยเร็วว่าคุณหนูตื่นลืมตาขึ้นมาแล้ว”

ตงฮัวเอ่ยสั่งสาวใช้ข้างกายนางให้รีบออกไปส่งข่าว ส่วนนางและชิวฮัวช่วยกันบีบนวดแขนและขาสองข้างให้แก่ผู้นอนป่วยอยู่บนเตียงด้วยความตื่นเต้นดีใจที่คุณหนูใหญ่ของพวกนางฟื้นตื่นขึ้นมาได้เสียทีหลังจากที่นอนหมดสติไปนาน

“หิวน้ำ” น้ำเสียงแผ่วเบาของสตรีที่นอนอยู่บนเตียงทำให้สาวใช้คนที่มีสามนามว่าหน่วนฮัวขยับตัวรินน้ำใส่แก้วดินเผาเคลือบก่อนถือมายังเตียง ส่วนตงฮัวและชิวฮัวช่วยกันประคองคุณหนูใหญ่ของพวกนางลุกขึ้นนั่งเอนหลังพิงหัวเตียงเพื่อให้หน่วนฮัวช่วยป้อนนำให้คุณหนูใหญ่ของพวกนางดื่ม

“คุณหนูใหญ่ดื่มน้ำเพียงเล็กน้อยก่อนเจ้าค่ะ ต้องรอให้ท่านหมอเสิ่นมาตรวจอาการของคุณหนูเสียก่อนเจ้าค่ะ พวกเราจะได้รู้ว่าคุณหนูดื่มน้ำได้มากน้อยเพียงใด”

ตงฮัวเอ่ยบอกคุณหนูใหญ่ของนางเสียงเบาเมื่อเห็นท่าทางการดื่มน้ำอย่างหิวกระหายของท่านหญิง ทำให้หญิงสาวหยุดดื่มน้ำสาวใช้ทั้งสามจึงต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก

“พวกคุณเป็นใคร ที่นี่คือที่ไหนคะ”

เฉินเซียหนิงเอ่ยถามทุกคนด้วยน้ำเสียงแหบพร่า นางกวาดสายตามองรอบห้องอีกครั้ง ก่อนหน้านี้นางรู้ตัวตื่นมาหนหนึ่งแต่เพราะมีความทรงจำมากมายวนเวียนอยู่ในหัวจนทำให้รู้สึกปวดศีรษะเป็นอย่างมาก ภาพสุดท้ายที่นางจำได้ติดตาคือสีแดงของเลือดสาดกระจายทั่วไปทั้งใบหน้าและลำตัวของนางจนเต็มไปหมดเท่านั้น

สาวใช้ทั้งสามต่างมองหน้ากัน ก่อนที่ตงฮัวที่อยู่ใกล้ชิดคุณหนูใหญ่ของพวกนางที่สุดจะเป็นผู้ตอบ

“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ ท่านหมอเสิ่นบอกว่าศีรษะของคุณหนูได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรง อีกทั้งก่อนหน้านี้คุณหนูยังได้เกิดอาการหวาดกลัวจนกระทบกระเทือนจิตใจอย่างหนัก หากตื่นมาแล้วอาจจะทำให้คุณหนูเกิดสภาวะลืมเลือนบางอย่างไปชั่วคราวได้เจ้าค่ะ แต่ไม่ต้องกังวลใจอีกไม่นานคุณหนูก็จะค่อยๆ จดจำทุกอย่างได้เจ้าค่ะ”

ชิวฮัวหันมากระซิบเสียงเบากับหน่วนฮัวว่า “แต่คุณหนูใหญ่จดจำทุกอย่างไม่ได้อาจจะเป็นเรื่องที่ดีเสียกว่า ยิ่งความทรงจำก่อนหน้าที่จะกลิ้งตกภูเขาลงมาลืมไปได้ยิ่งดี”

“เจ้าอย่าได้ปากมาก!” หน่วนฮัวเอ่ยดุชิวฮัว เมื่อเห็นว่าคุณหนูใหญ่หันมาฟังที่ชิวฮัวกระซิบพูดกับนางด้วยความสนใจ

เฉินเซียหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะมีความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของตน สตรีทั้งสามนี้แม้จะเป็นคนแปลกหน้าแต่ตนเองกลับสามารถรู้ชื่อสาวใช้ทั้งสามคนในห้องนี้ได้ทั้งหมดอย่างน่าประหลาดใจ เฉินเซียหนิงยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากเพื่อถามเรื่องราวอะไรต่อ ก็ได้ยินเสียงเปิดประตู แล้วมีคนวิ่งผ่านผ้าม่านกั้นห้องเข้ามาภายในอย่างรีบร้อนหลายๆ คน

“ลูกแม่! ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว เจ้าทนอีกหน่อย ท่านพ่อของเจ้ารีบสั่งให้คนไปตามท่านหมอเสิ่นมาตรวจอาการของเจ้าอย่างเร่งด่วนแล้ว”

สตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งแต่งตัวงดงามหรูหรา เครื่องประดับบนศีรษะของสตรีผู้นี้ดูอลังการเป็นอย่างมาก เฉินเซียหนิงมองดูด้วยความแปลกตาและประหลาดใจที่สตรีผู้นี้ยังเคลื่อนไหวคล่องแคล่วได้อย่างไร ทั้งที่ชุดดูกรุยกรายรุ่มร่าม ทรงผมก็แปลกประหลาดแล้วยังสวมเครื่องหัวที่ดูหนักอึ้งเช่นนั้น

แต่แล้วเฉินเซียหนิงก็ต้องนั่งทำตัวแข็งทื่อ เมื่อสตรีคนนี้ทรุดนั่งลงบนเตียงแล้วสวมกอดร่างของนางแน่นอยู่นานครูใหญ่ ต่อจากนั้นสตรีวัยกลางคนผู้นี้ยังลูบไล้สัมผัสบนตัวนาง ปากก็เอ่ยถามว่า “เจ้าบอกแม่มาว่ายังเจ็บตรงไหน ไม่สบายที่ใดบ้าง”

“ฮูหยิน… เจ้ากอดบุตรสาวเช่นนั้นอาจจะทำให้หนิงเอ๋อร์เจ็บปวดศีรษะขึ้นมาอีกก็ได้ มิหนำซ้ำเจ้าอาจจะไปจับถูกบริเวณที่ฟกช้ำตามเนื้อตามตัวของหนิงเอ๋อร์ก็ได้ เจ้ารีบถอยออกมาก่อนเถิด”

เสียงพูดนี้เป็นของบุรุษรูปร่างอ้วนท้วมเล็กน้อย ผิวของบุรุษผู้นี้ขาวมาก คิ้วเข้มตาคมแต่เพราะความสมบูรณ์มากเกินไปของร่างกายจึงทำให้บุรุษผู้นี้ดูแก่และมีอายุ เฉินเซียหนิงหันมามองสำรวจคนผู้นี้อย่างพิจารณา ก่อนจะหันมองรอบห้องเพื่อหากล้องที่ซ่อนอยู่ นางไม่กล้าพูดหรือทำอะไร เพราะไม่แน่ใจว่าในยามนี้ตนเองกำลังอยู่ในการถ่ายทำรายการกลั่นแกล้งคนอยู่หรือเปล่า

แต่เมื่อมองสำรวจห้องจนทั่วแล้ว เฉินเซียหนิงก็ไม่พบความผิดปกติแม้แต่น้อย แต่ท่าทางหันซ้ายหันขวาและมองทุกคนเหมือนคนแปลกหน้าทำให้ฮูหยินของเฉินเอินปั๋วถึงกลับร้องไห้คร่ำครวญขึ้นมาทันที

“ท่านพี่… แย่แล้วลูกสาวคนดีของเราไม่ใช่ว่าสมองและจิตใจถูกกระทบกระเทือนจนเลอะเลือนไปแล้วหรอกนะเจ้าคะ ฮือๆ ข้าจะทำอย่างไรดี ท่านพี่ท่านต้องช่วยหนิงเอ๋อร์นะเจ้าคะ”

“เจ้าช่วยอยู่แบบสงบๆ สักหน่อยเถิด เจ้าดูสิ…หนิงเอ๋อร์ตกใจหมดแล้ว รอให้ท่านหมอเสิ่นมาตรวจอาการของลูกก่อนเถิด แล้วค่อยมาคิดกันว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรดี”

เฉินเซียหนิงขมวดคิ้วก่อนจะยกมือขึ้นมาคลึงขมับของตนเองแล้วใช้ปลายนิ้วกดจุดไท่หยางของตนเอง เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวเวียนศีรษะ ก่อนจะคิดในใจ ‘นี่คือท่านพ่อ …ท่านแม่… ทำไมฉันถึงมีพ่อและแม่ได้ แล้วทำไมฉันถึงมีความทรงจำเกี่ยวกับคนเหล่านี้ผุดขึ้นมาแบบไม่ยอมหยุด’

เฉินเซียหนิงรับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในหัวไม่ได้จึงทิ้งตัวลงนอนแล้วพลิกตัวเพื่อหนีคนเหล่านี้ แล้วตัดสินใจหลับตาทำสมาธิเพื่อไม่ให้เสียงภายนอกมาทำให้ตนเองสุ่นวายสับสนและคิดจะใช้ความสงบนิ่งเพื่อแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับตนเองในขณะนี้…

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
42 Chapters
บทที่ 1 ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ภายในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างงดงามแต่แฝงความเรียบง่ายไม่หวือหวา บนเตียงนอนขนาดใหญ่มีเรือนร่างบอบบางของสตรีผู้หนึ่งนอนหลับตาด้วยใบหน้าซีดเซียวอยู่บนเตียง ด้านข้างมีสาวใช้ทั้งสี่นั่งเฝ้าอย่างเป็นห่วงด้วยความกระวนกระวายใจอยู่ไม่ห่างเฉินเซียหนิง ตื่นลืมตาขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความดีใจของสาวใช้ภายในห้อง นางกะพริบตามมองรอบห้องด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ นางเคยรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้แล้ว ในยามนั้นคิดว่าตนเองกำลังหลับฝันอยู่จึงหลับตานอนต่อเพราะรู้สึกปวดศีรษะมาก แต่เฉินเซี่ยหนิงไม่คิดเลยว่าเมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งตนเองยังคงอยู่ในห้องเดิมและเจอคนแต่งกายด้วยชุดที่งดงามดูแปลกตาเหมือนกันเช่นเดิม“คุณหนูใหญ่ฟื้นแล้ว เร็วเข้า! ชุนฮัวเจ้ารีบไปบอกนายท่านและฮูหยินโดยเร็วว่าคุณหนูตื่นลืมตาขึ้นมาแล้ว”ตงฮัวเอ่ยสั่งสาวใช้ข้างกายนางให้รีบออกไปส่งข่าว ส่วนนางและชิวฮัวช่วยกันบีบนวดแขนและขาสองข้างให้แก่ผู้นอนป่วยอยู่บนเตียงด้วยความตื่นเต้นดีใจที่คุณหนูใหญ่ของพวกนางฟื้นตื่นขึ้นมาได้เสียทีหลังจากที่นอนหมดสติไปนาน“หิวน้ำ” น้ำเสียงแผ่วเบาของสตรีที่นอนอยู่บนเตียงทำให้สาวใช้คนที่มีสามนามว่าหน่วนฮัวขยับตัวร
last updateLast Updated : 2026-04-05
Read more
บทที่ 2 เฉินเซียหนิง
หลังจากท่านหมอเสิ่นเป็นหมอเทวดาผู้มีฝีมือในการรักษาสูงส่งในดินแดนเสวียนคงแห่งนี้ เขาได้เดินทางมาตรวจอาการของคุณหนูใหญ่ของจวนเฉินเอินปั๋วที่แสร้งนอนหลับตาอยู่ตลอดเวลา แล้วจึงสรุปว่าเป็นเพราะศีรษะได้รับความกระทบกระเทือน ช่วงนี้คุณหนูใหญ่จึงมีความทรงจำบางอย่างที่สับสน ต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าที่อาการจะดีขึ้น นับจากนี้ให้คุณหนูใหญ่เฉินเป่าหนิงจะต้องกินอาหารรสอ่อน ดื่มยาที่ท่านหมอเสิ่นจัดให้และอย่าเพิ่งลุกขึ้นเดินไปไหนมาไหนให้มากนักเฉินเซียหนิงฟังที่ท่านหมอเสิ่นพูดกับบุคคลที่เป็นท่านพ่อท่านแม่ของนาง ก่อนจะมาสะดุดกับคำพูดที่ว่าความทรงจำสับสน… นางย่อมแน่ใจดีว่าความทรงจำของตนเองดียิ่ง แต่กลับมีความทรงจำของใครอีกคนแทรกเข้ามาเท่านั้นเฉินเซียหนิงเป็นเด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่ในสถานสงเคราะห์เด็กแห่งหนึ่ง ต่อมาโชคดีที่ได้คุณปู่เฉินเดินทางมารับหลานสาวที่ใช้แซ่เดียวกันแต่สายเลือดห่างไกลกลับมาเลี้ยงดูจนเติบโต แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่ให้นางว่าเซียหนิงคุณปู่เฉินอาศัยอยู่ในเมือง H ของแผ่นดินใหญ่ ท่านเชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนจีนและการต่อสู้ร่ายรำมวยจีน เฉินเซียหนิงจึงได้เรียนเรื่องเหล่านี้มาตั้งแต่เด็ก รวมถึงพิน
last updateLast Updated : 2026-04-05
Read more
บทที่ 3 เฉินเป่าหนิง
เฉินเซียหนิงใช้เวลานอนพักรักษาตัวอยู่ในห้องนอนของเฉินเป่าหนิงอยู่สองสามวัน โดยปฏิเสธไม่ให้ผู้ใดเข้ามาเยี่ยมนาง นางใช้ชีวิตอยู่ในห้องนอนที่มีสองชั้นนี้เพื่อปรับตัวให้เข้ากับชีวิตใหม่โดยมีสาวใช้คนสนิททั้งสี่นางคอยช่วยอธิบายเรื่องราวในชีวิตของเฉินเป่าหนิงอย่างใจเย็นทุกเช้าที่ตื่นชืมตาขึ้นมาอันดับแรกเฉินเซียหนิงจะเอ่ยขอเรียกคันฉ่องจากสาวใช้มาส่องดูหน้าของตนเองก่อน แต่แอบขัดใจที่คันฉ่องไม่ใช่กระจกเงาแต่เป็นแผ่นทองเหลืองที่ตีให้เรียบ ภาพที่สะท้อนมาจากคันฉ่องนั้นดูคุ้นเคยแต่ก็ดูแปลกหน้าในสายตาของเฉินเซียหนิงคิ้วเรียวงาม ดวงตากลมโต จมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากที่อวบอิ่มอยู่บนใบหน้าได้รูปที่ผอมซูบตอบ ต่างจากใบหน้าของตนเองที่อวบอิ่มมีแก้ม และคางของนางไม่ได้เรียวงามได้รูปเหมือนบุคคลที่ปรากฏในคันฉ่องนี้ ใบหน้าที่จ้องมองตอบมาจากคันฉ่องเหมือนเฉินเซียหนิงถึงเจ็ดส่วน แต่ก็ดูงดงามแปลกตามากกว่า“คุณหนูเจ้าค่ะ ฮูหยินกำลังเดินทางมาเยี่ยมคุณหนูเจ้าค่ะ” ตงฮัวเอ่ยบอกคุณหนูใหญ่ของนาง เป็นเชิงเตือนสติเล็กน้อยเมื่อเห็นเฉินเป่าหนิงจ้องมองกระจกอย่างเหม่อลอยอีกแล้วเฉินเซียหนิงถอนหายใจก่อนจะเอ่ยบอกสาวใช้ให้ช่วยกั
last updateLast Updated : 2026-04-05
Read more
บทที่ 4 พี่ชายทั้งสองคน
เมื่อพูดถึงพลังลมปราณเฉินเซียหนิงรับรู้ได้ว่าตนเองมีพลังขุมหนึ่งปั่นป่วนอยู่ที่จุดตันเถียน ช่วงเวลาในการรักษาตัวนี้เฉินเซียหนิงใช้ช่วงเวลาก่อนนอนนั่งสมาธิเพื่อปรับสมดุลจิตใจให้สงบตามปกติ เพราะหวังว่าเมื่อตื่นขึ้นมาตนเองอาจจะกลับไปอยู่ที่โลกใบเดิมของตนเองแต่เหตุการณ์หลายวันมานี้กลับไม่เป็นไปตามที่ใจของเฉินเซียหนิงวาดหวัง มิหนำซ้ำยังพบว่าร่างกายนี้มีพลังขุมหนึ่งซ่อนอยู่ แต่ถามบรรดาสาวใช้กลับไม่ได้คำตอบ เมื่อถามท่านหญิงหย่งอันมารดาผู้นี้ก็รีบเอ่ยห้ามไม่ให้นางนั่งสมาธิอีกเพราะกลัวว่าบุตรสาวจะมีอันตรายจากการเปิดขุมพลังนี้“อาจจะเป็นเพราะเจ้าร่างกายอ่อนแอ ตอนที่กลิ้งตกเขาช่วงท้องน่าจะไปกระแทกกับก้อนหินทำให้อวัยวะภายในปั่นป่วน จนทำให้เจ้ารู้สึกแปลกประหลาดก็ได้ เจ้านอนพักรักษาตัวให้ดีอย่านั่งสมาธิรวบรวมจิตใจอะไรนั่นอีกเลย ถ้าหากเจ้าเป็นอะไรไปอีกตอนนี้แม่ก็ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว”ในเมื่อท่านหญิงหย่งอันพูดถึงขนาดนี้ เฉินเซียหนิงจึงไม่รบเร้าถามมารดาเรื่องพลังลมปราณกับนางอีก จนหลายวันต่อมาเฉินเซียหนิงเดินออกมาเล่นนอกเรือนฮุ่ยหนิงของตนแล้วเดินผ่านสนามฝึกซ้อมของบิดาและพี่ชาย นางจึงได้เห็
last updateLast Updated : 2026-04-05
Read more
บทที่ 5 มีเส้นพลังลมปราณ
เฉินเอินปั๋วอุ้มบุตรสาวสุดที่รักของตนเองมาส่งถึงเตียงนอน ก่อนจะวางนางลงบนเตียงนอนอย่างอ่อนโยน ทำให้หัวใจที่เคยว่างเปล่าของเฉินเซียหนิงรู้สึกถึงความอบอุ่นและได้รับการเติมเต็มในใจ นี่สินะความรักของคนที่เป็นบิดาเฉินเซียหนิงครุ่นคิดอยู่นานแต่นางก็ไม่รู้เพราะว่าเหตุใดตนเองจึงย้ายมาเข้าร่างของเฉินเป่าหนิง และไม่รู้ว่าในยามนี้เฉินเป่าหนิงตัวจริงหายไปอยู่ที่ไหน แต่ทว่าเมื่อมองเห็นเฉินเอินปั๋วกำลังมองนางอย่างสำรวจและมีความกังวลใจ แล้วยังมองเห็นท่านหญิงหย่งอันเดินเข้ามาในห้องด้วยความร้อนรนและเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงห่วงใย เฉินเซียหนิงก็รู้สึกว่าตนเองอยากจะเป็นเฉินเป่าหนิงคนนี้ต่อไปอีกยาวนาน“หนิงเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไปเจ็บที่ใดหรือไม่ เจ้ารีบพูดบอกแม่มาเร็วเข้า” ท่านหญิงหย่งอันเดินเข้ามาหาเฉินเป่าหนิงแล้วใช้มือลูบสำรวจบุตรสาวของตนอย่างห่วงใยเนื้อตัวของเฉินเป่าหนิงยังคงมีร่องรอยฟกช้ำอยู่นางจึงอดร้องครางออกมาเสียงเบาเพราะความเจ็บไม่ได้ เสียงนี้ทำให้เฉินเอินปั๋วและเฉินจื่อเฮ่ารู้สึกทนไม่ได้ และช่วยกันห้ามหญิงหย่งอันไม่ให้ทำให้เฉินเป่าหนิงเจ็บไปยิ่งกว่านี้…เวลาต่อมาเฉินจื่ออี้ได้พาท่านหมอเสิ่นมาตรวจ
last updateLast Updated : 2026-04-10
Read more
บทที่ 6 หลินชินอ๋อง
หลินชินอ๋องเป็นพระโอรสคนที่เก้าของอดีตฮ่องเต้พระองค์ก่อนที่ถือกำเนิดมาจากพระสนมหลินผู้มาจากแคว้นซี เนื่องจากมีพระมารดาเป็นคนต่างแคว้นดังนั้นหลินชินอ๋องจึงไม่สามารถสืบทอดบัลลังก์ทองได้แต่ในเมื่อพระมารดาเป็นพระสนมคนโปรดของอดีตฮ่องเต้ดังนั้น หลินชินอ๋องจึงได้รับความรักที่ลำเอียงจากผู้เป็นพระบิดาอย่างมาก หลินชินอ๋องแม้จะไม่ได้ขึ้นครองบัลลังก์ทองสืบต่อพระบิดา แต่ทว่าเขาได้รับทั้งเกียรติยศและทรัพย์สินเงินทองเป็นจำนวนมาก แม้แต่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันที่เป็นพี่ชายคนโตยังยำเกรงน้องชายต่างมารดาผู้นี้ของพระองค์หลินชินอ๋อง ผู้คนในจวนเหวินหยวนมักจะเรียกเขาว่าหลินหวางเตี้ยนเซี่ย เขามีพระนามว่าเซวียนจ้งเหยียน เป็นบุรุษหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่ผู้คนต่างให้ความนับถือและยำเกรง เพราะหลินหวางเตี้ยนเซี่ยผู้นี้ขึ้นชื่อในเรื่องความเหี้ยมโหดเขามีวิธีการลงโทษคนแบบอยู่ไม่สู้ตายทั้งการโยนคนลงในกระทะน้ำร้อนที่เดือดจัด ทั้งการสั่งฆ่าคนโดยใช้วิธีให้ม้าแยกร่างในใจกลางเมืองหลวง และประหารคนในดาบเดียวเพียงเพราะคนผู้นั้นจ้องมองตาสีน้ำเงินเข้มของหลินชินอ๋องนานเกินไปเท่านั้นนอกจากเรื่องความโหดร้ายในการลงโทษคนแล้ว หลินชินอ๋องผู้น
last updateLast Updated : 2026-04-14
Read more
บทที่ 7 เฉินฟู่ฟาง
จวนตระกูลเฉิน ณ. เรือนฮุ่ยฟาง เฉินฟู่ฟางเป็นบุตรสาวคนเล็กของเฉินเอินปั๋วกำลังนั่งอยู่ในห้องอุ่นอย่างกระวนกระวายใจ คนภายนอกรู้เพียงว่าคุณหนูใหญ่เฉินประสบอุบัติเหตุทำให้ได้รับบาดเจ็บจนหมดสติไปนานหลายวัน คุณหนูเล็กเฉินฟู่ฟางจึงเก็บตัวอยู่ในเรือนส่วนตัวเพื่อสวดภาวนาขอพรให้พี่สาวคนโตของตนหายป่วยแต่ความจริงแล้วเฉินฟู่ฟางรู้สึกกลัวว่าคนอื่นจะสืบรู้แผนการทำร้ายพี่สาวของตนเอง ขนาดวางแผนมาอย่างดียังไม่ประสบผลสำเร็จตามที่ใจคิด จึงไม่กล้าออกไปเผชิญหน้ากับคนภายนอก ก่อนหน้านี้เฉินฟู่ฟางรู้ว่าเฉินเป่าหนิงนั้นชื่นชอบดอกไม้หายากเป็นที่สุด จึงแสร้งพูดเปรยในการกินอาหารเช้าร่วมกันในวันเกิดอุบัติเหตุว่าบนเขาเทียนซานมีทุ่งดอกเหมยสีขาวสวยงามกำลังออกดอกบานทั่วเนินเขา เมื่อเห็นว่าพี่สาวเดินทางขึ้นเขาไปกับสาวใช้ เฉินฟู่ฟางจึงส่งคนไปบอกจวนเหวินหยวน แต่ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใดสุดท้ายแล้วหลินชินอ๋องกลับช่วยเหลือเฉินเป่าหนิงที่นอนหมดสติกลับมาที่จวนตระกูลเฉินเฉินฟู่ฟางรังเกียจพี่สาวคนนี้มาก ภายนอกนางยอมทำตามใจพี่สาวทุกอย่าง แต่ภายในใจของนางรู้สึกอิจฉาและรังเกียจพี่สาวผู้นี้เป็นอย่างมาก แม้เฉินเอินปั๋วจะดูแลนางดีมากเ
last updateLast Updated : 2026-04-14
Read more
บทที่ 8 ขาทองคำ
เฉินเป่าหนิงมีเส้นพลังลมปราณถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะดินแดนในโลกเสวียนคงแห่งนี้ให้ความสำคัญต่อผู้มีพลังลมปราณที่แข็งแกร่ง สาเหตุที่ฮ่องเต้เซวียนจูเยียนหวาดระแวงน้องชายคนเล็กอย่างหลินชินอ๋องก็เพราะพลังลมปราณของหลินชินอ๋องสูงถึงขั้นเกินระดับสิบจัดอยู่ในบุคคลที่มีพลังลมปราณไร้ลำดับขั้น เนื่องจากไม่มีเครื่องที่ใช้วัดพลังลมปราณมากกว่านี้ที่จะใช้วัดพลังลมปราณของหลินชินอ๋องได้เล่าลือกันว่าพลังลมปราณของหลินชินอ๋องน่าจะสูงส่งกว่าคนของแคว้นหนานและแคว้นซีที่มีพลังลมปราณสูงส่งที่สุดด้วยซ้ำไป ดังนั้นในยามนี้แคว้นเฉียนจึงถือว่ามีความสำคัญเหนือแคว้นทั้งสามของโลกเสวียนคง…เมื่อตรวจสอบแน่ชัดว่าเฉินเป่าหนิงมีเส้นพลังลมปราณ ท่านหญิงหย่งอันจึงรีบส่งคนไปแจ้งข่าวให้ไทเฮาแซ่ซยารับรู้ในทันที สกุลซย่าเคยมีสตรีผู้มีพลังลมปราณสูงส่งที่สุดในโลกเสวียนคง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่สตรีที่เกิดในสกุลซย่าจะมีตำแหน่งเป็นฮองเฮาและไทเฮาของทั้งสามแคว้นท่านหญิงหย่งอันมีสกุลเดิมคือแซ่ซย่า นางเป็นบุตรสาวที่ถือกำเนิดมาจากน้องชายร่วมมารดาของไทเฮา แต่เพราะเกิดสงครามระหว่างแคว้นซีและแคว้นเฉียนบิดาและมารดาของท่านหญ
last updateLast Updated : 2026-04-14
Read more
บทที่9 เก็บตัวอยู่ในห้องตำรา
เรื่องที่เฉินเป่าหนิงมีพลังลมปราณ หลินชินอ๋องย่อมได้ข่าวนี้แล้วเช่นกัน ทั้งจากสายสืบของเขาเองและจากจดหมายที่เฉินฟู่ฟางใช้คนส่งข่าวมาให้เขา ในยามนี้ห้องหนังตำราของจวนเหวินหยวนที่มีแสงไฟเพียงเล็กน้อย เป็นเพราะหลินชินอ๋องชอบอ่านตำราในห้องที่เงียบสงบไม่ต้องการให้มีเสียงรบกวนจากภายนอก จึงสั่งให้คนปิดประตูหน้าต่างภายในห้องทั้งหมดเพื่อปิดกั้นไม่ให้มีเสียงจากภายนอกเข้ามารบกวนเขาที่อยู่ภายในห้อง แล้วจุดโคมไฟหลายดวงเพื่อเพิ่มความสว่าง ร่างสูงจึงนั่งเอนตัวอ่านตำราอย่างสบายใจ“สวีหยุน เจ้าว่าเป็นเพราะเหตุใดคนที่เกิดมาไร้เส้นพลังลมปราณ จึงมีเส้นพลังลมปราณปรากฏขึ้นมาได้หลังจากหมดสติไปนานหลายวัน” เขาเอ่ยถามคนสนิทเมื่ออีกฝ่ายยกน้ำชาร้อนนำมาให้เขาที่ห้องตำรา“ความจริงแล้วเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ ดินแดนเสวียนคงแห่งนี้แคว้นใหญ่ทั้งสามแคว้น มีแคว้นเฉียน แคว้นซี และแคว้นหนาน ไม่เคยมีคนธรรมดาคนใดเปลี่ยนมาเป็นผู้มีพลังลมปราณมาก่อนขอรับ แต่ที่แคว้นหนานเมื่อหลายสิบปีก่อน ข้าน้อยเคยได้ยินมาว่ามีองค์ชายของแคว้นหนานพระองค์หนึ่งเคยคุกเข่ากราบไหว้ไต้ซือเถียนขุย ให้ทำการผ่าตัดเลาะกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็นได้สำเร็จใช่
last updateLast Updated : 2026-04-14
Read more
บทที่ 10 มีรักลึกซึ้งยิ่งเจ็บปวด
เฉินเป่าหนิงได้รับคำแนะนำและตำราเรื่องการรวบรวมลมปราณและการฝึกใช้พลังลมปราณเบื้องต้นจากเฉินเอินปั๋วและพี่ชายทั้งสอง นางตั้งใจฝึกรวบรวมพลังลมปราณขั้นต้นก่อน โดยมีสาวใช้ฤดูกาลทั้งสี่นั่งเฝ้าอยู่ด้านนอกห้องอุ่นเพื่อรอคุณหนูของนางเรียกใช้“ตงฮัว เจ้าลองเข้าไปเรียนคุณหนูใหญ่ในห้องก่อนดีหรือไม่ว่าคุณหนูเล็กมาเยี่ยม ไม่ใช่ให้เจ้ามาตัดสินใจเอาเองว่าคุณหนูใหญ่ไม่ให้คุณหนูเล็กเข้าพบ” ปิงซวี่ดุตงฮัวอย่างไม่พอใจ“ข้ามิได้ตัดสินใจเอาเอง แต่คุณหนูใหญ่บอกกับพวกข้าเอาไว้ว่าถ้าหากคุณหนูไม่เอ่ยปากเรียกใครเข้าไปภายในห้องอุ่น ห้ามไม่ให้ใครก็ตามเข้าไปในห้องนั้นเจ้าค่ะ ยามนี้คุณหนูใหญ่กำลังเก็บตัวฝึกฝนพลังอยู่จึงไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าเยี่ยม”“แต่ว่าชุนฮัวก็อยู่ภายในห้องนั้นกับพี่หญิงด้วยไม่ใช่หรือ ในเมื่อชุนฮัวช่วยดูแลพี่หญิงในห้องนั้นได้ ตัวข้าก็อยู่คอยดูแลพี่หญิงใหญ่ได้ ทุกคนในจวนตระกูลเฉินต่างรู้ดีว่า ข้าเป็นน้องสาวที่รู้ใจพี่หญิงเป็นที่สุด”เสียงนุ่มนวลของเฉินฟู่ฟางพูดขึ้นมาทำให้ตงฮัวเอ่ยตอบด้วยเสียงนอบน้อมมากขึ้น“แต่คุณหนูเล็กก็น่าจะรู้ดีนี่เจ้าค่ะ ว่าคำสั่งของคุณหนูใหญ่เมื่อเอ่ยออกมาแล้วคำไหนย่อมเป็น
last updateLast Updated : 2026-04-14
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status