Share

บทที่ 7 เฉินฟู่ฟาง

Author: JustMoonLight
last update publish date: 2026-04-14 15:00:49

จวนตระกูลเฉิน ณ. เรือนฮุ่ยฟาง เฉินฟู่ฟางเป็นบุตรสาวคนเล็กของเฉินเอินปั๋วกำลังนั่งอยู่ในห้องอุ่นอย่างกระวนกระวายใจ คนภายนอกรู้เพียงว่าคุณหนูใหญ่เฉินประสบอุบัติเหตุทำให้ได้รับบาดเจ็บจนหมดสติไปนานหลายวัน คุณหนูเล็กเฉินฟู่ฟางจึงเก็บตัวอยู่ในเรือนส่วนตัวเพื่อสวดภาวนาขอพรให้พี่สาวคนโตของตนหายป่วย

แต่ความจริงแล้วเฉินฟู่ฟางรู้สึกกลัวว่าคนอื่นจะสืบรู้แผนการทำร้ายพี่สาวของตนเอง ขนาดวางแผนมาอย่างดียังไม่ประสบผลสำเร็จตามที่ใจคิด จึงไม่กล้าออกไปเผชิญหน้ากับคนภายนอก ก่อนหน้านี้เฉินฟู่ฟางรู้ว่าเฉินเป่าหนิงนั้นชื่นชอบดอกไม้หายากเป็นที่สุด จึงแสร้งพูดเปรยในการกินอาหารเช้าร่วมกันในวันเกิดอุบัติเหตุว่าบนเขาเทียนซานมีทุ่งดอกเหมยสีขาวสวยงามกำลังออกดอกบานทั่วเนินเขา เมื่อเห็นว่าพี่สาวเดินทางขึ้นเขาไปกับสาวใช้ เฉินฟู่ฟางจึงส่งคนไปบอกจวนเหวินหยวน แต่ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใดสุดท้ายแล้วหลินชินอ๋องกลับช่วยเหลือเฉินเป่าหนิงที่นอนหมดสติกลับมาที่จวนตระกูลเฉิน

เฉินฟู่ฟางรังเกียจพี่สาวคนนี้มาก ภายนอกนางยอมทำตามใจพี่สาวทุกอย่าง แต่ภายในใจของนางรู้สึกอิจฉาและรังเกียจพี่สาวผู้นี้เป็นอย่างมาก แม้เฉินเอินปั๋วจะดูแลนางดีมากเพียงใดแต่เฉินฟู่ฟางรู้ตัวเองดีว่าภายในใจของท่านพ่อ เฉินเป่าหนิงจึงจะเป็นบุตรสาวคนสำคัญที่สุดในใจของเขา

ถ้าหากไม่มีเฉินเป่าหนิง ในตระกูลเฉินแห่งนี้ย่อมจะมีคุณหนูเพียงคนเดียวคือนาง อีกอย่างเฉินฟู่ฟางมั่นใจว่าตนเองดีกว่าผู้เป็นพี่สาวแทบจะทุกด้าน ถ้าหากไม่มีเฉินเป่าหนิง นางย่อมเป็นสตรีที่ดูโดดเด่นที่สุดในเมืองหลวง

คนทั้งจวนตระกูลเฉินมักจะมองเห็นเฉินฟู่ฟางเป็นเพียงดอกไม้ประดับที่คอยเดินตามหลังเฉินเป่าหนิงอยู่เสมอ ทั้งๆ ที่นางก็เป็นบุตรสาวคนหนึ่งของเฉินเอินปั๋วเหมือนกัน แต่คนทั่วไปมักจะลืมเลือนนางไม่มีผู้ใดส่งเทียบเชิญมาให้นาง ภายในจวนไม่เคยมีใครคิดจะจัดงานวันเกิดให้นาง ไม่เคยมีใครคิดจะพานางเข้าวังหลวง แม้แต่พี่ชายทั้งสองคนก็ไม่มีใครที่มอบความสนิทสนมให้กับนาง พี่ชายทั้งสองคนนั้นเห็นเพียงเฉินเป่าหนิงคนไร้ค่าผู้นั้นเป็นน้องสาวของพวกเขาเพียงคนเดียว

“คุณหนูเจ้าคะ แย่แล้วเจ้าค่ะ” ปิงซวี่เดินเข้ามาในเรือนฮุ่ยฟางก่อนจะออกปากไล่สาวใช้คนอื่นออกจากห้องไปให้หมด แล้วกระซิบบอกนายสาวด้วยความตกใจ

“เกิดอะไรขึ้น! ปิงซวี่มีคนรู้แล้วหรือว่าเป็นข้าที่ล่อลวงให้พี่สาวเดินทางขึ้นเขาเทียนซาน”

“มิใช่เจ้าค่ะ เรื่องนี้ยังไม่มีคนรู้ แต่ทว่าคุณหนูใหญ่นะสิเจ้าคะ”

“พี่หญิงเป็นอะไร หรือว่านางอาการทรุดลงอีกแล้ว” เฉินฟู่ฟางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงมีความหวัง

“มิใช่เจ้าค่ะ ในยามนี้คนจากเรือนฮุ่ยหนิงต่างพูดกันว่าคุณหนูใหญ่มีเส้นลมปราณแล้วเจ้าค่ะ เห็นว่ามีพลังลมปราณที่แข็งแกร่งมากด้วยเจ้าค่ะ”

“อะไรกัน… พี่หญิงเป็นเพียงสตรีที่ไร้ค่าไม่มีเส้นพลังลมปราณ ตัวข้าจึงยังพอได้รับความรักและความชื่นชมจากท่านพ่อบ้าง เพราะท่านพ่อคิดว่าตัวข้ายังจะพอเป็นบุตรสาวที่ช่วยกอบกู้หน้าตาของเขาได้ แต่นี่พี่หญิงใหญ่มีพลังลมปราณแล้ว ท่านพ่อคงจะไม่พาข้าไปออกงานแข่งขันล่าสัตว์ขึ้นเขาอีกแล้วสินะ”

เฉินฟู่ฟางพูดเสียงดังด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ปิงซวี้จึงรีบเอ่ยห้ามปรามว่า

“คุณหนู ท่านช่วยพูดเสียงเบาๆ หน่อยเจ้าค่ะ อย่าลืมว่าภายนอกเรือนมีคนของนายท่านและฮูหยินอยู่นะเจ้าคะ อีกอย่างเรื่องงานเลี้ยงของบุรุษเช่นนั้นคุณหนูเติบโตจนจะเข้าพิธีปักปิ่นอยู่แล้วยังจะไปร่วมงานแบบนั้นเพื่ออะไร นายท่านย่อมจะไม่พาคุณหนูไปร่วมงานแบบนี้ด้วยอีกต่อไปแล้วเจ้าค่ะ แต่สิ่งที่คุณหนูควรจะกังวลใจก็คือเรื่องการแต่งงานของคุณหนูต่างหากล่ะเจ้าคะ”

“พี่หญิงมีพลังเส้นลมปราณแล้วจะมาเกี่ยวข้องกับการแต่งงานของข้าได้อย่างไร เพราะถึงอย่างไรพี่หญิงก็ต้องแต่งกับหลินชินอ๋อง คนโหดร้ายเช่นปีศาจผู้นั้นเมื่อพี่หญิงแต่งเข้าไปแล้ว ย่อมจะมีชีวิตแต่งงานที่ย่ำแย่ คนอ่อนแออย่างพี่หญิงใหญ่จะมีชีวิตรอดในจวนเหวินหยวนได้สักกี่วัน ตัวข้านี่ล่ะที่จะคอยเฝ้านับวันดู”

เฉินฟู่ฟางพูดด้วยแววตาสะใจ ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวเพราะความริษยาจนดูอัปลักษณ์ ปิงซวี้อดทนมองดูไม่ได้แล้วรีบเอ่ยปรามคุณหนูของตนอย่างหวังดี

“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวเคยบอกคุณหนูหลายรอบแล้วว่าอย่าได้แสดงสีหน้าแบบนี้ออกมา แม้ตอนนี้จะไม่มีคนอื่น แต่ถ้าหากทำสีหน้าแบบนี้บ่อยครั้งย่อมจะเกิดความเคยชินแล้วเผลอทำต่อหน้าผู้อื่นได้นะเจ้าคะ”

เฉินฟู่ฟางจึงรีบปรับเปลี่ยนอารมณ์บนใบหน้าทันที พลางมองปิงซวี่ด้วยสายตาขอบคุณ ปิงซวี่คือสาวใช้ที่ 'ลี่จี' มารดาผู้ให้กำเนิดนางมอบให้ติดตามนางมาดังนั้นปิงซวี่จึงเป็นสาวใช้ที่เฉินฟู่ฟางเชื่อใจมากที่สุด

“มีเพียงปิงซวี่เท่านั้นที่เป็นห่วงข้าทุกอย่างจากใจจริง คนในจวนนี้ไม่มีผู้ใดเป็นห่วงข้าเลย อีกไม่กี่วันจะถึงพิธีปักปิ่นของข้าแล้ว ในจวนแห่งนี้ยังไม่มีใครพูดถึงเรื่องจัดงานให้ข้าแม้แต่คนเดียว มัวแต่เป็นห่วงอาการป่วยของพี่หญิง นี่ถ้าหากว่าในจวนต้องจัดงานศพของพี่หญิงแล้วไม่ได้จัดพิธีปักปิ่นของข้ายังจะดีเสียกว่า”

“คุณหนูตอนนี้ไม่ใช่เวลามาห่วงเรื่องพิธีปักปิ่นของคุณหนูนะเจ้าคะ แต่ควรจะห่วงว่าในเมื่อคุณหนูใหญ่มีเส้นพลังลมปราณแล้ว ทางวังหลวงอาจจะไม่ยอมให้คุณหนูใหญ่แต่งกับหลินชินอ๋องก็ได้นะเจ้าคะ ใครๆ ก็รู้ว่าฮ่องเต้ทรงหวาดระแวงอำนาจของหลินชินอ๋อง จึงมอบสตรีไร้ค่าไร้พลังให้แต่งงานเข้าจวนเหวินหยวน แต่ถ้าหากคุณหนูใหญ่ไม่ใช่คนไร้ค่าและมีพลังลมปราณที่แข็งแกร่ง เจ้าสาวของหลินชินอ๋องอาจจะถูกเปลี่ยนคนก็ได้นะเจ้าคะ”

“……”

เฉินฟู่ฟางคิดตามคำพูดของปิงซวี่ แล้วจึงเข้าใจความหมายที่ปิงซวี่กำลังพูดเมื่อครู่ ในยามนี้ถ้าพูดถึงคนไร้ค่าของจวนตระกูลเฉินถ้าหากไม่ใช่เฉินเป่าหนิง ก็ย่อมจะกลายเป็นตน เพราะมารดาของนางเป็นเพียงหญิงงามที่เคยอยู่ในหอนางโลมมาก่อน ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะถูกเฉินเอินปั๋วส่งตัวไปอยู่ที่หมู่บ้านในชนบท แต่เรื่องที่มารดาของนางเป็นสตรีในหอนางโลมผู้คนก็รับรู้กันไปจนทั่ว

“ไม่…ข้าจะไม่ยอมแต่งงานกับปีศาจผู้นั้นเป็นอันขาด”

เฉินฟู่ฟางส่ายหน้าแบบไม่ยินยอม เพราะนางมีคนที่ชอบอยู่ในใจแล้ว คนผู้นั้นมีชาติกำเนิดสูงศักดิ์แม้ในยามนี้เขาจะมีชีวิตที่ตกต่ำ แต่เฉินฟู่ฟางเชื่อมั่นในตัวเขาว่าในวันหน้าคนผู้นั้นสามารถผลักดันตนเองขึ้นที่สูงเหนือคนทั่วไปได้อย่างแน่นอน

ในขณะที่หลินชินอ๋องถึงแม้จะสูงศักดิ์มีอำนาจมากมายก็ตาม แต่คนโหดร้ายทำตัวสูงส่งอย่างหลินชินอ๋องไม่มีเรื่องรักใคร่ในตัวสตรีอยู่ในหัวใจ คนแบบนี้ใครได้แต่งงานด้วยคงจะเหมือนได้ใช้ชีวิตอยู่ในขุมนรกที่ลึกและเหน็บหนาวจากไฟเย็นอย่างแน่นอน

“พี่หญิงจะต้องแต่งงานกับหลินชินอ๋องตามความต้องการเดิมของอดีตฮ่องเต้สิ และข้าจะต้องทำให้เรื่องทุกอย่างเป็นไปตามนั้นด้วย”

เฉินฟู่ฟางพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นในใจ ถึงแม้ว่าเฉินเป่าหนิงจะเย่อหยิ่งมากแต่นางมีจุดอ่อนเหมือนกับท่านหญิงหย่งอันผู้เป็นมารดา เพราะถ้านางเป็นท่านหญิงหย่งอันคงจะลงมือกำจัดท่านแม่และตัวนางไปนานแล้วย่อมจะไม่ปล่อยให้พวกนางสองแม่ลูกอยู่เป็นเสี้ยนหนามทิ่มตำใจของตนเองอยู่เช่นนี้

เฉินฟู่ฟางคิดอย่างเหี้ยมโหด นางและปิงซวี่จึงรวมหัวกันคิดเพื่อวางแผนให้เรื่องการแต่งงานของเฉินเป่าหนิงและหลินชินอ๋องไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปหลังจากนี้…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทพิเศษ 2

    เหล่าสาวใช้คนสนิทของเฉินเป่าหนิงล้วนแต่งงานออกเรือนกันไปหมดแล้ว มีเพียงตงฮัวถูกรั้งเอาไว้ให้เป็นหมัวมัวข้างกายของเฉินเป่าหนิงเนื่องจากตงฮัวแต่งงานกับสวีหยุน ฐานะของตงฮัวและสวีหยุนจึงแตกต่างจากบ่าวไพร่คนอื่นๆสาวใช้ข้างกายของเฉินเป่าหนิงถูกผลัดเปลี่ยน คนเก่าไปคนใหม่มา แต่ตงฮัวกลับอยู่ข้างกายของเฉินเป่าหนิงไม่ยอมจากไปเหมือนสาวใช้คนอื่นๆ นางจึงมีอำนาจที่สุดในจวนเหวินหยวน เหนือกว่าพ่อบ้าสวีที่ดูแลเรื่องราวทั่วไปภายในจวนด้วยซ้ำในยามนี้ตงฮัวยืนท้องโตอยู่ที่เรือนกลางธารากับสวีหยุนและพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังว่า“เห็นทีเรือนกลางธาราจะเล็กไปเสียแล้ว”“ประเดี๋ยวข้าจะบอกเรื่องนี้ต่อท่านอ๋องเอง เจ้าอย่ากังวลใจในเรื่องนี้อีกเลย เจ้ากำลังตั้งครรภ์รีบไปพักผ่อนเถิด”“ท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้า ช่วยกำชับเจ้าเห่าฟ้าว่ามันช่วยดูแลควบคุมลูกๆ ของมันอย่าให้เห่าเล่นไปทั่ว บ่าวไพร่ที่ไร้พลังลมปราณกระอักเลือดจนบาดเจ็บสาหัสมีคนเกือบตายไปหลายคนแล้ว”“ได้ๆ ข้าจะทำตามที่เจ้าบอก” สวีหยุนรีบตอบรับคำของตงฮัวอย่างเชื่อฟังเจ้าเห่าฟ้ายืนฟังอยู่ด้านนอกของเรือนกลางธารามันมองสวีหยุนด้วยแววตาเหยียนดหยาม แค่มันมองดูคนทั้งคู่ก็

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทพิเศษ ตอนที่ 1

    “ชีวิตนี้ข้าจะไม่แต่งงาน” คำพูดนี้ของเฉินจื่อเฮ่าที่ตะโกนลั่นบอกกับทุกคนด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจังแต่ผ่านไปเพียงสามปีเท่านั้นเขาก็ยอมกลืนน้ำลายตนเองและเริ่มยอมให้ผู้หัวเราะเยาะเย้ยอย่างกล้าหาญ ถ้าหากเขาไม่ยอมทนแล้วจะยินยอมปล่อยให้นางแต่งงานออกเรือนไปกับผู้อื่นอย่างนั้นหรือ แต่เรื่องนี้เขารู้สึกทนรับไม่ได้จริงๆรัชศกชางหลงปีที่ห้า เมืองต้าโจวเมืองหลวงของแคว้นเฉียนมีงานมงคลที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่งเกิดขึ้นแม่ทัพเฉินแห่งทิศประจิมกำลังจะแต่งงานของบุตรสาวแม่ทัพเจิ้งซานแห่งทิศทักษิณ คนหนึ่งเป็นหลานชายคนสำคัญของพระหมื่นปีสกุลซย่า ส่วนอีกคนเป็นน้องสาวคนโปรดของเจิ้งฮองเฮาเมื่อห้าปีที่แล้วแคว้นเฉียนเกิดการก่อกบฏของตระกูลเมิ่ง โลหิตสีแดงไหนนองทั่วแคว้น จนทำให้มีบางเมืองเกิดโรคระบาด โชคดีที่มีท่านหมอเทวดาตระกูลเฉินและฮูหยินของเขาร่วมมือกันรักษาและควบคุมโรคระบาด ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ในแคว้นเฉียนมีชีวิตรอดและเริ่มก่อร่างสร้างตัวกันขึ้นมาใหม่ฮ่องเต้เซวียนเทียนหรงทรงปกครองแคว้นเฉียนด้วยการยึดถือเรื่องความสงบสุขของประชาชนเป็นใหญ่ ทรงงดเว้นการเก็บภาษีที่ดินเป็นเวลาห้าปี ทรงเริ่มจัดตั้งโรงกษาปณ์เพื่อผลิตเ

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทที่ 192 ภาวนาเป็นครั้งสุดท้าย

    วันที่เก้าเดือนเก้าเฉินเป่าหนิงเริ่มปวดท้องคลอดบุตรในยามเช้ามืดในขณะที่ท้องฟ้ายังไม่สว่างดี ยามย่ำรุ่งดวงตะวันเพิ่งเริ่มพ้นขอบฟ้าทารกหญิงตัวน้อยเพิ่งคลอดออกมาเป็นคนแรก ท่ามกลางความโล่งอกของหมอตำแย เวลาต่อมาในช่วงเช้าท่ามกลางเมฆหมอกที่ปกคลุมทำให้อากาศรอบกายเย็นสบายทารกเพศชายที่สมบูรณ์แข็งแรงได้คลอดตามออกมาและส่งเสียงร้องไห้ดังกังวานไปทั่วเรือนชิงเฟิงบุตรคนสุดท้ายเฉินเป่าหนิงนอนปวดท้องอย่างทุกข์ทรมานจนเกือบจะหมดแรง แสงตะวันสาดส่องเริ่มร้อนแรงทารกเพศชายคนที่สามจึงยอมคลอดออกมาจากท้องของผู้เป็นมารดาเซวียนจ้งเหยียนผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตามาก่อนเขาถึงกับมีน้ำตาไหลออกมาอย่างโล่งใจโดยไม่รู้ตัว เมื่อเขาได้ยินว่าภรรยาคลอดบุตรคนที่สามออกมาได้อย่างปลอดภัยทั้งแม่และลูก“ท่านอ๋องนี่ท่านร้องไห้หรือ” เฉินจื่ออี้เอ่ยถามเพราะรู้สึกไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเองเซวียนจ้งเหยียกยกมือปาดน้ำตาบนใบหน้าของตนเองด้วยความแปลกใจ “ไม่ได้ร้อง…น้ำตามันไหลออกมาเอง”เฉินจื่ออี้เม้มปากและไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก เพราะความจริงแล้วเมื่อเขาได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของน้องสาว เขาก็เจ็บปวดใจจนรู้สึกอยากร้องไห้ออกมาเช่นกัน แ

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทที่ 191 ความเปลี่ยนแปลงในแคว้นฉิน

    อากาศในเดือนเจ็ดย่างเข้าเดือนแปดของแคว้นซี ฝนตกหนักและบางวันมีฝนตกตลอดทั้งวัน หัวใจของเฉินเป่าหนิงไม่ค่อยจะสงบสุขนักเพราะในยามนี้นางอุ้มท้องมาครบแปดเดือนใกล้จะถึงกำหนดคลอดแล้ว แต่ผู้เป็นสามี พี่ชายคนโตและพี่ชายคนรองกลับอ้างว่าเดินทางไปทำธุระสำคัญด้วยกันที่แคว้นเฉียน แล้วพร้อมใจกันหายหน้าไปเป็นเดือนโดยไม่มีข่าวส่งกลับมาหานางตามปกติคฤหาสน์ตระกูลเฉินในยามนี้มีเวรยามคอยคุ้มกันอย่างหนาแน่น สีหน้าทุกคนดูเคร่งเครียดกว่าปกติจนเฉินเป่าหนิงรับรู้ได้ แม้ว่าทุกคนจะพยายามแสดงให้นางเห็นว่าทุกอย่างเป็นปกติดีก็ตาม“เป่าหนิง ย้ายมาอยู่เรือนชิงเฟิงคุ้นเคยดีหรือยัง”“คุ้นเคยบ้างแล้วเจ้าค่ะ เรือนนี้พี่สะใภ้จัดได้สวยงามและเดินเข้าออกได้สะดวกดีมากเจ้าค่ะ”“เจ้าชอบก็ดีแล้ว ที่ต้องให้เจ้าโย้กย้ายมาเรือนหลังนี้เพราะอยู่ใกล้กับเรือนหลัก ยามที่ท่านปู่และท่านอาทั้งหลายมาตรวจอาการให้เจ้าและหลานๆ ในยามคลอดจะได้สะดวกมากขึ้นอีกหน่อย อีกอย่างในยามนี้เจ้าเริ่มเคลื่อนไหวลำบากแล้ว เดินขึ้นเนินเขาจะเปลืองแรงเจ้าเสียเปล่าๆ”“เรือนชิงเฟิงแห่งนี้ ถือว่าท่านพ่อลงทุนไปไม่ใช่น้อย” เฉินเป่าหนิงเอ่ยชมก่อนจะนอนเอนตัวลงบนเก้าอี้โ

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทที่ 190 ทะเลาะกันเพราะคนอื่น

    งานมงคลของเฉินจื่ออี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี วันต่อมาพิธีการยกน้ำชา และการมอบของขวัญเพื่อต้อนรับเจ้าสาวคนใหม่อย่างไป๋เย่ว์เลี่ยง เจ้าบ่าวและเจ้าสาวมีอาการเขินอายต่อกันอยู่ตลอดเวลา ทำให้เจิ้งลิ่วซีอดเอ่ยวาจาหยอกล้อเจ้าสาวคนใหม่อย่างสนุกสนานไม่ได้ จึงเรียกเสียงหัวเราะขบขันจากทุกคนทำให้บรรยากาศในคฤหาสน์ตระกูลเฉินมีแต่ความรื่นเริงบันเทิงใจหลังจากจบงานมงคลหรงอ๋องและเจิ้งลิ่วซีพักผ่อนอยู่ที่คฤหาสน์ของตระกูลเฉินต่ออีกเจ็ดวันแล้วจึงได้เดินทางกลับไปยังแคว้นเฉียนพร้อมกับคนของตระกูลซย่าทางเรือ“เป่าหนิง ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่แคว้นเฉียน วันที่เจ้าคลอดบุตรคงจะไม่ได้มารับขวัญหลานที่นี่ แต่จะเตรียมของล้ำค่าเอาไว้รับขวัญหลานทั้งสองคนรออยู่ที่แคว้นเฉียน” นี่คือคำบอกลาของเจิ้งลิ่วซีที่พูดกับเฉินเป่าหนิงก่อนเดินไปขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางไปยังท่าเรือเมืองหนานจิน…หลังจากที่เฉินจื่ออี้และไป๋เย่ว์เลี่ยงแต่งงานกันแล้วเฉินเป่าหนิงจึงมีพี่สะใภ้คนโตมาคอยอยู่เป็นเพื่อนนาง ทำให้ความกังวลใจเกี่ยวกับการคลอดบุตรฝาแฝดของนางจึงลดน้อยลง“เป็นเพราะการตั้งครรภ์ของข้า ทำให้พี่ใหญ่ไม่พาพี่สะใภ้ไปกราบไหว้บรรพบุรุษที่แคว้นเฉียน เรื่อง

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทที่ 189 งานมงคลของฉินจื่ออี้

    ช่วงวันเวลาแห่งความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็ว อายุครรภ์ของเฉินเป่าหนิงนับได้ห้าเดือนแล้ว ท้องของนางเริ่มขยายใหญ่มากขึ้นจนทำให้คนรอบกายรู้สึกกังวลใจ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเฉินเป่าหนิง ทุกคนต่างพร้อมใจกันทำทุกอย่างให้เป็นปกติ เพื่อไม่ให้นางรู้สึกหวาดกลัวในการคลอดบุตรในวันนี้เป็นงานมงคลของเฉินจื่ออี้และไป๋เย่ว์เลี่ยง มีคนจากแคว้นเฉียนเดินทางไกลมาร่วมงานมงคลในครั้งนี้ด้วย คนเหล่านั้นฮูหยินใหญ่ตระกูลซย่าเดินทางมาพร้อมบุตรชายฝาแฝดทั้งสองคน มีหรงอ๋องเดินทางมาพร้อมกับพระชายาและน้องสาวน้องชายของภรรยา ยังมีผู้ติดตามของคนเหล่านี้เป็นขบวนใหญ่ ทำให้งานมงคลในแดนไกลของตระกูลเฉินดูคึกคักไม่น้อย“พี่ซีซี ท่านช่วยส่งคนไปดูทีว่าขบวนไปรับเจ้าสาวถึงไหนแล้ว” เฉินเป่าหนิงเอ่ยบอกกับเจิ้งลิ่วซีด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ผู้ที่นั่งด้านข้างนางเป็นเจิ้งจิ่วหรูในยามนี้กำลังปอกเปลือกส้มแล้วยื่นกลีบส้มให้เฉินเป่าหนิงกินอย่างใจเย็น“ธรรมเนียมของที่นี่แตกต่างจากธรรมเนียมของแคว้นเรา ได้ยินว่าจะต้องแห่ขบวนเจ้าสาวให้วนรอบเมืองหนึ่งรอบก่อนจะมาทำพิธีต่อที่บ้านเจ้าบ่าว” เจิ้งลิ่วซีพูดอธิบายก่อนจะเรียกสาวใช้มาคนหนึ่งแล้วสั่งให้นางออกไปส

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทที่ 30 ความช่วยเหลือของปีศาจ

    ในคืนนั้นเฉินเป่าหนิงได้มีโอกาสพูดคุยทำความเข้าใจสถานการณ์ของตนเองกับเหล่าสาวใช้ทั้งสี่ที่หายดีแล้ว สำหรับเฉินเป่าหนิงแล้วการได้อยู่กับซิวจู๋คือความสบายใจ แต่การได้อยู่ร่วมกับสาวใช้ฤดูกาลทั้งสี่คนเป็นความรู้สึกที่พึ่งพากันได้ในยุคสมัยนี้มีระบบความสัมพันแบบเจ้านายกับบ่าวคนรับใช้ เจ้าได้ดีบ่าวคนรับใ

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทที่ 28 เตรียมเร่งจัดงานมงคล

    สาเหตุที่เฉินเป่าหนิงอยากเร่งให้เจิ้งลิ่วซีเข้าวังหลวงก็เป็นเพราะว่า เมื่อนางเอกมาถึงตำแหน่งยอดหญิงงามแห่งเมืองหลวงย่อมเปลี่ยนไปไม่ใช่นางแล้ว เป้าหมายที่คุณหนูทั้งหลายในเมืองหลวงจะเพ่งมองด้วยความอิจฉาย่อมเปลี่ยนไปเป็นเจิ้งลิ่วซี ไม่ใช่เฉินเป่าหนิงในยามนี้เจิ้งลิ่วซีพักอยู่ที่เมืองซูโจว เพราะบิดาขอ

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทที่ 14 ละทิ้งเพียงชื่อ ไม่ทิ้งตัวตน

    เฉินเป่าหนิงมองสำรวจเรือนโปร่งฟ้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะไปยังห้องที่พักของสาวใช้ทั้งสี่เพื่อเยี่ยมพวกนางด้วยตนเอง“คุณหนูท่านไม่ต้องเดินมาดูพวกบ่าวอีกแล้ว ที่นี่มีสาวใช้ที่ฝานมัวมัวพามาดูแลพวกข้าเป็นอย่างดีแล้วเจ้าค่ะ” ตงฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง“นี่…ซิวจู๋เจ้าจะต้องดูแลคุณหนู นี่ก็มืดค่ำแล้วคุณหนูไม

  • พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย   บทที่ 12 ระเบิดพลังครั้งแรก

    เรือนฮุ่ยหนิงมีกลิ่นหอมเย็นลอยมาตามลมเพราะไม้ที่ใช้สร้างเรือนหลังนี้เป็นไม้กฤษณาที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ สวนรอบเรือนฮุ่ยหนิงล้วนแต่มีสวนดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วคนที่มีประสาทในการรับกลิ่นได้ดีอย่างเซวียนจ้งเหยียนจึงรีบควักผ้าเช็ดหน้าของตนเองขึ้นมาปิดจมูก เพราะเขารู้สึกว่ากลิ่นหอมของดอกไม้เหล่าน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status