เข้าสู่ระบบ3ปีต่อมา...
นักธุรกิจหนุ่มหล่อที่พาบริษัทเล็กๆ ทะยานขึ้นมาเทียบชั้นกับบาร์วคอมโพสิต!! เขามาแรง มาเร็ว การจัดการของ ดัสเชียอินดัสเทรียสสร้างปรากฏการใหม่ๆ ทำให้นักธุรกิจรุ่นเก่าๆ ตื่นตะลึง และทำให้ ลูคัสเป็นที่จับตามอง เขามีทรัพย์สินรองคลอลิน บาร์วแค่ไม่กี่ล้านดอลล่าร์...ภายในเวลาแค่...3ปี
“ไม่ทราบว่าคุณทำเงินขนาดนี้ได้ยังไงคะ?” ปารีสเพรส หนังสือพิมพ์ชื่อดังของฝรั่งเศส ลงทุนส่งนักข่าวสุดฮอตของเขามาทำข่าวลูคัสถึงโรม...เมื่อชายหนุ่มปักหลักสร้างอาณาจักรของเขาในเมืองที่สวยติดอันดับโลก แต่กลับกระจายสาขาย่อยของดัสเชียอินดัสเทรียสไปทั่วทุกมุมโลก...
“ผมไม่ได้ทำอะไรเลย ผมนั่งอยู่เฉยๆ”
ชายหนุ่มตอบยวนๆ เขาชำเรืองมองคนสัมภาษณ์ด้วยสายตานิ่งๆ คนถามน่ะไม่เท่าไร เพราะถึงหล่อนจะสวย...มันก็สวยแบบนี้จนเกลื่อน...เขาเจอมาเยอะ!! สู้แม่สาวแว่นตากรอบโตสีแดงด้านหลังหล่อนนั่นไม่ได้ นั่นต่างหากที่สะดุดตาลูคัส!! โครงหน้าหล่อนคุ้นๆ เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน?
ชายหนุ่มยกนิ้วชี้ขึ้นชู เขากระดิกนิ้วไปมาสองสามครั้ง คนที่เขาต้องการก็มาทันใจ
“ครับ” เอ็ดมันส์โน้มตัวลง เขารอรับคำสั่งของเจ้านาย
“ผู้หญิงคนนั้นใคร? ทำไมฉันรู้สึกคุ้นหน้าจังวะ” ลูคัสเอียงตัวกระซิบถามการ์ดข้างกาย เขารู้สึกตงิดๆ
“ครับ อีกสักครู่เจ้านายจะได้รู้” การ์ดหนุ่มถอยหลังกลับไปพร้อมกับคำสัญญา เขาจะไปควานหาสิ่งที่เจ้านายต้องการมาทูนหัวให้
เอรินทร์ บาร์ว ยกมือขึ้นขยับแว่นตา เธอรีบก้มหน้างุดๆ เพราะกลัวผู้ชายคนนั้นรู้ความลับที่ตัวเองปิดบังไว้ เขาอาจจะจำเธอได้ แต่ต้องไม่ใช่เวลานี้... ผู้ชายคนเดียวที่หญิงสาวอย่างเธอไม่เคยลืม สายตาของเขาดุดันและแข็งกร้าวในวันที่เขาบุกไปที่คฤหาสน์บาร์ว ลูคัสด่าทอบิดาของเธอแบบเสียๆ หาย และเธอแอบฟังอยู่ตลอด ท่าทางของเขาน่ากลัวจนเธอตัวสั่น คำอาฆาตของเขายังไม่น่ากังวลเท่า...กับท่าทีสิ้นหวัง เธอเป็นห่วงเขา...จนเฝ้าติดตามข่าวเขามาตลอด
หญิงสาวแอบชื่นชมลูคัสในวันที่เขาประสบความสำเร็จ!! จากผู้ชายที่สูญสิ้นทุกอย่างในอดีต... วันนี้เขาสามารถยืนหยัดขึ้นมาใหม่ได้ เขาเก่ง!! และเธอชื่นชมเขา เป็นความปลื้มตามประสาสาวๆ แต่เวลานี้เธอไม่ค่อยแน่ใจ...จากความชื่นชมธรรมดา แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกอย่างอื่นแล้วหรือยัง...เมื่อสายตาของเธอมีไว้มองแค่ลูคัสคนเดียว...ไม่ว่าใครก็ตามที่เดินเข้ามาในชีวิต เธอมักจะนำไปเทียบเคียงกับเขา...หนุ่มๆ พวกนั้นเลยตกกระป๋องไปตามระเบียบ เมื่อไม่มีใครเทียบเคียงลูคัสได้สักคน...
เอรินทร์เป็นบุตรสาวตระกูลบาร์วก็จริง!! แต่เธอมันก็แค่...บุตรที่เกิดจากมารดาที่เป็นสาวใช้ เป็นลูกบ่าวก้นครัว ไม่มีสิทธิ์มีเสียงเหมือนบรรดาพี่ๆ ที่เกิดจากมาดามคาเรีย คลอลิน บาร์วมีบุตรทั้งหมด4 คน แต่ที่สังคมรับรู้มีแค่3 พี่ชายและพี่สาวของเธอคือคลากส์ เฮนน่า และวิคตอเรีย ทุกคนถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี รวมถึงเธอด้วย แม้จะถูกกดขี่จากมาดามคาเรียมากแค่ไหน แต่อำนาจของคลอลินก็ยังสามารถคุ้มครองเธอได้ ถึงแม้จะไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่าไร แต่เธอก็โตมาได้อย่างดี มีความรู้ ได้เล่าเรียน แม้มารดาจะชิงลาโลกไปก่อนหลายปี
วันที่เรียนจบ เธอเดินออกจากคฤหาสน์บาร์วด้วยกระเป๋าเป้ใบเดียว กับเงินในบัญชีนิดหน่อย...เพราะสุดทนการกดดันจากมาดามและบุตรสาว...อีกอย่างเธอคงสามารถเลี้ยงปากท้องตัวเองได้ เพราะเธอโตพอที่จะดูแลตัวเอง
“ยัยหนู ทำไมทำแบบนี้ละลูก?” เสียงเหนื่อยอ่อนของบิดา ท่านโทรศัพท์มาถามทันที ที่เรื่องของเธอถึงหูท่าน
“เอมโตแล้วค่ะแด๊ด...เอมอยากทำงานด้วย ถ้าอยู่ที่คฤหาสน์บาร์วเอมคงทำได้แค่ถูพื้น” หญิงสาวไม่ได้ประชด เธอถูกกดไม่ต่างจากคนใช้ ดีหน่อยแค่ได้ร่วมโต๊ะอาหารเวลาที่อยู่พร้อมหน้าในฐานะลูกสาว
“แด๊ดเป็นห่วง...อยู่บ้านเราไม่มีอันตราย ออกไปอยู่ข้างนอกนั่น มีแต่ภัยรอบตัว” ท่านติง
เอรินทร์คลี่ยิ้ม เธอเอนตัวนอนแผ่บนที่นอนนุ่มๆ “เอมอยู่ได้ค่ะ เอมสัญญาจะรักษาตัวดีๆ วันไหนว่างๆ เอมจะแวะไปหาแด๊ดที่บริษัทค่ะ” ยังไงคลอลินก็เป็นผู้ให้กำเนิด เขาคือบิดาของเธอ เป็นตัวแทนความรักที่แม่เธอมอบให้
“แด๊ดจะโอนเงินเข้าบัญชีเราให้ เก็บไว้ใช้นะลูก ห้ามปฏิเสธ!! คาเรียจะไม่มีวันรู้” เรื่องการเขม้นกันในฐานะแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยง ท่านรู้เต็มอก แต่เมื่อขัดขวางไม่ให้คาเรียอาละวาดไม่ได้ ท่านก็ต้องคอยปกป้องเอรินทร์ คลอลินหวังว่าในอนาคต คาเรียคงยอมรับลูกสาวที่น่ารักของท่านได้ แต่เปล่าเลย...กาลเวลาไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น นับวันความเกลียดก็ยิ่งเพิ่มพูนในหัวใจของคาเรีย เมื่อเอรินทร์ ล้ำหน้าบุตรสาวของนางทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ผิวพรรณ หรือสมอง...
ภายใต้แว่นตากรอบโตกับเสื้อผ้าหลวมๆ ซ่อนผู้หญิงที่สวยสะดุดตาคนหนึ่งไว้ เพราะเอรินทร์รู้ไง...คาเรียคอยจ้อง หากอยากอยู่รอดเธอต้องรู้จักป้องกันตัวเอง จะรอความช่วยเหลือจากคลอลินคนเดียวไม่ได้
“ค่ะ”
หญิงสาวแอบยิ้ม เธอก้มหน้าจนปลายคางแทบจรดอกอิ่ม เธอเคยเจอลูคัส และเขาเคยเห็นเธอ แต่ไม่รู้ว่าเวลาเกือบ4 ปี เขาจะลืมเธอหรือยัง
“เอม...กลับก่อนก็ได้นะ ฉันอยู่คนเดียวได้” เอรินทร์ทำงานเป็นผู้ช่วยนักข่าว และเธอเป็นผู้ช่วยของมิแรนดา แกลร์ หล่อนกำลังดัง!! เพราะหลายข่าวที่หญิงสาวเขียนบทวิจารณ์ตรงใจคนอ่าน เวลานี้เธอจึงถูกเลือกให้มาทำข่าวของลูคัส หญิงสาวรีบกระโจนรับ เธอหวังหลายทาง ทั้งชื่อเสียง และความสัมพันธ์ที่อาจจะเกินเลยระหว่างตัวเองกับลูคัส เดมเชีย
“ค่ะ” หญิงสาวพับสมุดจด เธอยัดสมุดเล่มนั่นใส่ในกระเป๋าสะพายข้างตัวแล้วจึงรีบหลบออกมาจากสถานการณ์น่าหวั่นกลัว
“พูรว์!!” หญิงสาวถอนใจยาวเหยียด...เธอเดินทอดน่อง คิดถึงความหลังเก่าเก็บ เป็นความรันทดขมขื่นที่ไม่มีใครคนใดรู้
ใครจะไปคิดว่าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งถูกผู้หญิงที่มีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงข่มทุกทาง เอรินทร์รู้ตัวดี เป็นเพราะมารดาของเธอเป็นที่รักของคลอลิน มาดามคาเรียจึงพลอยเกลียดเธอไปด้วย ในวันที่มารดาสิ้นใจ มาดามคาเรียจึงหัวเราะร่าด้วยความสะใจ เสี้ยนหนามของนางสูญสิ้นไปแล้วหนึ่ง ที่เหลือก็แค่ขยะสายตา และนางไม่มีวันให้อภัยสองแม่ลูก ที่เข้ามาแย่งความรักจากสามีไปจากนางจนหมด
“ไปจากที่นี่สะ!! ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก ในเมื่อแกเรียนจบแล้วนี่ แกจะอยู่รอส่วนบุญอะไรจากเราอีก!!”
เสียงเกรี้ยวกราดเต็มไปด้วยความเกลียด เอรินทร์ยิ้มกร่อยๆ เธอคิดว่าคงถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาออกไปเร่ร่อนด้านนอก ดีกว่าอยู่ให้ถูกถากถาง...
“ใช่...เธอไม่มีวันได้อะไรจากแด๊ด...หากฉันยังอยู่”
วิคตอเลียถอดเค้าโครงมาจากมาดามคาเรียทุกกะผีก ไม่เว้นแม้แต่นิสัยใจคอ ความเกลียดชังในตัวเธอจึงมีไม่ใช่น้อย
“ค่ะ...” เอรินทร์ก้มหน้ารับคำ เธอจนทางแต่ไม่จนใจ
“มัมคะ!!” พี่สาวที่ยังพอมีความเมตตากับเธอบ้างคงไม่พ้นเฮนน่า เธอเป็นพี่สาวคนเดียวที่คิดว่าเอรินทร์เป็นน้อง
“หุบปากไปเลยเฮนน่า...ฉันเกลียดแม่มัน และไม่มีวันให้อภัยมันสองคนแม่ลูก...ผู้หญิงสกปรกน่ารังเกียจนั่น ยอมทอดกายให้ผู้ชายที่มีครอบครัวแล้วเชยชมเพราะหวังสบาย...ทุเรศสิ้นดี!!”
“แต่คุณไม่ได้บอกฉันว่ามันเป็นงาน...อีลูกกาฝากของคุณ!” นางกัดฟันพูด แสยะยิ้มสู้กล้อง เมื่อสื่อบ้าๆ พวกนี้ดูจะให้ความสนใจตัวเองเป็นพิเศษ “มาดาม...เอมเป็นลูกสาวผม ยอมรับเถอะน่า ถ้าไม่ใช่เพราะเอมมาดามคงต้องสู้กับลูคัสอีกนาน...ไอ้หมอนั่นมันกัดมาดามไม่ปล่อยแน่...จนกว่าบาร์วจะย่อยยับ...มาดามคิดว่าจะตั้งรับลูคัสได้อีกนานแค่ไหนล่ะ...ที่ผมเห็นนะ เราเพลี่ยงพล้ำหลายรอบและหากเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ คงร่วงเหมือนเดมเชียเทรด” คำพูดของสามีทำให้มาดามคาเรียสลด นางเองก็รู้ตัวดี ลูกๆ ของนางไม่มีใครสู้ไอ้หนุ่มนั่นได้สักคน คลากส์บุตรชายที่นางเคยหวัง เขาไม่ได้ดั่งใจนางเลยสักนิด... เฮนน่าเก่งก็จริงแต่ก็ยังเป็นรองลูคัส... “เรื่องนั้นฉันไม่เถียง แต่ให้ฉันยอมรับมัน... คงไม่ได้” นางเชิดหน้าขึ้น แอบอิจฉาความโชคดีของเอรินทร์ หากนางทำใจเป็นกลาง เด็กคนนั้นก็ไม่เลวเลยทีเดียว คนแข็งกร้าวอย่างลูคัสหล่อนยังสยบได้...หากนางมีลูกสาวแบบนี้สักคน นางคงวางใจได้ “มาดามจะยอมรับเอมหรือไม่นั้น ผมไม่สนแล้วล่ะ เอมเขามีคนปกป้องแล้ว ต่อแต่นี้ไป มาดามแตะเอมก็ระวังหน่อยแล้วกัน ลูคัส
“Why?” ชายหนุ่มครางเสียงปร่า หรือว่า...กระสุนที่เขายิงไว้ เข้าเป้าตรงเผง!! เอรินทร์ยิ้ม เธอไม่ตอบ ซุกใบหน้ากับอกอุ่นของลูคัสแทน “เฮ้ๆ เฉลยมาทูนหัว แบบนี้งงเด้!!” มือแข็งแรงดันเรือนกายหญิงสาวออกห่าง เขาถามเสียงรน ดวงตาเต้นระริกแบบมีความหวัง “เอมก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เอมไม่มีอาการอะไรเลย ไม่เคยแพ้ ไม่มีอาการวิงเวียน แต่ไอ้ที่เคยมาทุกเดือน เอมว่ามันหายไป” หญิงสาวตอบอายๆ ครั้งแรกเธอรู้สึกตระหนก ไม่รู้จะหันหน้าปรึกษาใคร? การที่เธอหนีก็เพราะไม่อยากให้คนรอบตัวอาย เมื่อตัวเองประพฤติตัวเสื่อมเสีย ไม่คิดว่าลูคัสจะจริงจัง เพราะที่เขาทำก็เพราะต้องการแก้คืน...แต่เธอไม่เคยคิดที่จะทำลายก้อนเนื้อในอุทรแม้แต่น้อย ถึงไม่มีใครต้องการเอรินทร์ก็พร้อมจะอุ้มชู “ขอบคุณ!! ขอบคุณพระเจ้า” ลูคัสรวบกอดเอรินทร์จนแน่น เขาซบหน้ากับหัวไหล่กลมกลึง พูดจาวกไปวนมาเหมือนไม่ใช่ตัวเอง มันเป็นเพราะความดีใจล้วนๆ “ไม่อยากคิดเลยนะคะว่าเราสองคนจะมีวันนี้” เอรินทร์พูดลอยๆ เธอนั่งอยู่บนหน้าตักลูคัส เหม่อมองทิวไม้ที่ลดลั่นกันไปจนสุดลูกหูลูกตา ธ
ชายหนุ่มคะยั้นคะยอ...ปลอดภัยสำหรับตัวเขาด้วย...พื้นบ้านแข็งแรง...เขาจะได้ไม่ต้องออมแรง... “พอเลยคุณ เอาไว้คุยวันหลัง อย่ามาเปลี่ยนเรื่องสิ!!” เอรินทร์กระซิบเสียงเคร่ง เธออายจนหน้าชา ยิ่งพูดยิ่งเข้าตัว “ดุจัง...กลัวนะเนี้ยะ” ลูคัสบ่นอุบ เห็นเขารักหน่อยได้ใจ ทำหน้าเคร่งใส่ไม่พอ ยังจะคอยกำหลาบเขาอยู่เรื่อย หลายคนพากันอมยิ้ม ไม่คิดว่าผู้ชายร้ายกาจอย่างลูคัสจะยอมลงให้เอรินทร์ง่ายๆ แต่ก็มีบางคนหมั้นไส้โดยเฉพาะพ่อที่หวงลูกสาว ถึงจะพยายามทำใจยอมรับ สักวันหนึ่งบุตรสาวก็ต้องออกจากอกคนเป็นพ่อ ไปสู่อ้อมอกของสามีอยู่ดี แต่พอเอาเข้าจริงๆ คลอลินก็ยังทำใจไม่ได้ ยิ่งคนที่จะเข้ามาเป็นบุตรเขยคือลูคัส!! ชายสูงวัยไม่มีความวางใจเลย ท่านกลัวว่าบุตรสาวจะตกอยู่ใต้อำนาจของสามี กลัวสารพัดกลัว เมื่อลูคัสเคยเป็น ‘ศัตรู’ ตัวเอ้
บทที่18.บทสรุปของความรัก “พูดแบบนี้ คิดอะไรกับลูกสาวฉันล่ะ?” คลอลินถามเสียงเข้ม คนที่เสียหายคือบุตรสาว ไหนๆ ก็ไหนๆ มาถึงขั้นนี้แล้ว คงต้องเจรจากันให้รู้เรื่อง... “ถามจริงไม่รู้!! ผม ‘รัก’ ลูกสาวคุณเหรอคลอลิน...ที่มาตื้อเนี๊ยะ!! ขอแต่งงาน รักจริงหวังแต่งครับ ไม่ได้ฟันแล้วชิง” ลูคัสตอบเสียงกระแทกกระทั้น อายก็อาย แต่ดีกว่าอด เกิดมายังไม่เคยขอสาวแต่งงาน ยังตกลงกันไม่ได้ด้วยซ้ำ เอรินทร์นะดื้อยังกับอะไรดี เอรินทร์ตาเหลือก เธอรีบหันไปมองเฮนน่า และบังเอิญว่าพี่สาวของเธอกำลังมองมาพอดี รอยยิ้มของพี่ดูเศร้าๆ แต่ก็ยังเป็นยิ้มที่ไม่ได้น่าวิตกสักเท่าไร รอยแค้นในดวงตาของเฮนน่าไม่มีแล้ว... เอรินทร์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด หากเป็นไปได้...วันนั้น ห
บทที่17.อาคันตุกะชี้ชะตาของลูคัส “ยาย...เมื่อคืนแผ่นดินไหวเหรอ แฟงว่าแฟงรู้สึกนะ ตอนดึกๆ” มือเรียวชะงักกึก รีบก้มหน้าลง ผิวแก้มมีริ้วแดงๆ เมื่อกำลังอายสุดขีด “อะไรแฟง? แผ่นดินโหวง แผ่นดินไหวที่ไหน?” ตาคมเดินโซเซเข้ามาใกล้ เขาทรุดนั่งไม่ไกลจากหลานสาว ยกมือขึ้นตบท้ายทอยแรงๆ เมื่อยังรู้สึกมึนๆ อยู่เช่นเดิม “จริงๆ นะตา แฟงนอนหลับอยู่ เหมือนบ้านมันสั่นเบาๆ” คำแฟงชี้แจง หล่อนกำลังซาวข้าว ล้างทำความสะอาดข้าวเหนียวที่แช่ทิ้งไว้ก่อนจะนำไปนึ่ง ใบหน้าคำแฟงจึงขึงขัง “เหลวไหล กินมากฝันไปเองนะสิ” ยายปีบตวาด
“ถามหน่อยพ่อหนุ่ม มีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน?” คลอลินเส้นกระตุก ถึงจะรู้ความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างหนุ่มตรงหน้า กับบุตรสาว แต่เมื่อยังไม่ชัดเจน ไอ้หนุ่มนี่ก็ย่อมไม่มีสิทธิ์ “...” ลูคัสกระอึกกระอัก เขาอยากประกาศโต้งๆ แต่เมื่อหันไปมองเอรินทร์ คำพูดทุกอย่างถูกกลืนหายลงไปในคอ เขาไม่กล้าป่าวประกาศ เพราะหากเอรินทร์โกรธอีกครั้ง คงง้อยากบรม!! “ตอนนี้...ยังไม่มี แต่อนาคตมีแน่!!” ชายหนุ่มเถียงข้างๆ คูๆ เดินไปยืนคุมเชิงใกล้ๆ สาวที่ตนหมายปอง หากบิดาของเธอจะพากลับ ก็ต้องตกลงกันให้ได้ก่อน “หึ!! ไม่มีก็ฟัง...แล้วก็หุบปากด้วย” คลอลินทำหน้าเซ็ง “เอมกลับบ้านเราลูก ต่อไปนี้แด๊ดจะดูแลเอมเอง...” ท่านพูดกับเอรินทร์ “ไม่!!” แต่คนที่ตอบไม่ใช่หญิงสาว ตาคมฟังออก แม้คนทั้งหมดจะสื่อสารกันด้วยภาษาถิ่นเก
“ไม่ใช่แท้ๆ หรอกค่ะ เอมเป็นลูกเสี้ยว” เธอตอบเลี่ยงๆ พยายามดึงประเด็นให้ไกลตัว “ที่โรมนี่ เอมเห็นมีร้านอาหารไทยด้วย หากคุณชอบ แวะไปที่นั่นค่ะ ขนมนี่เป็นของขึ้นชื่อและมักจะมีขาย แต่อีกหลายอย่างก็ชวนลองนะคะ เอมชอบทุกอย่างที่เป็นไทยแลนด์ สักวันเอมจะไปที่นั่น”&nbs
“คงงั้น... แต่รีบๆ ดีไหมฮะ ถึงบอสจะอนุญาตให้พบ แต่บอสก็เปลี่ยนใจได้น๊า” แองเจิ้ลเตือน เมื่อสองสาวยังไม่คิดจะเข้าไปด้านใน หากลูคัสเปลี่ยนใจขึ้นมา...จะเป็นการมาเสียเที่ยวเปล่า
บทที่3.เพียงฝันไป... “ฉันเบื่อที่ต้องมาฟังคำตอบเดิมๆ คำตอบที่ตอบเหมือนเขาท่องอาขยานเอาไว้ แล้วแบบนี้มันจะแตกต่างจากที่อื่นยังไงล่ะ!!” มิแรนดาบ่นพึม...เธอเริ่มเบื่อที่จะต้องตั้งคำถามงี่เง่าที่ใครๆ ทุกคนทั่วท
หญิงสาวเปรยเสียงขุ่น งานชิ้นนี้เธอนึกว่ามันจะท้าทายความสามารถ เมื่อเป้าหมายของเธอน่าสนใจไม่น้อย แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันน่าเบื่อจนแทบอยากชิ่งหนี ลูคัสเหมือนเจ้าชายอสูร แห่งBeauty and the Beast เขาเย็นชาและดูเหมือนจะไร้หัวใจ “เข้าเรื่องเลยดีกว่า...และที่ชัดๆ เลย อย่าถามเรื่องส่วนตัว!!”







