ログインใกล้หมดเวลา และมิแรนดาน่าจะได้ข้อมูลของเจ้านายไปพอสมควร เอ็ดมันส์เดินเข้ามาเตือน ยังมีงานสำคัญรอลูคัสอยู่อีกมาก เขาแปลกใจตรงที่เจ้านายสละเวลาพักให้กับสื่อที่เจ้าตัวไม่เคยใส่ใจ มันเป็นข้อข้องใจที่เอ็ดมันส์ต้องหาคำตอบเอง...แต่ที่เขาเดาไว้...มันน่าจะเกี่ยวข้องกับผู้หญิงเชยๆ ตรงหน้า ชายหนุ่มแอบสำรวจ ก่อนจะฟันธง!! เอรินทร์ไม่ใช่คนขี้ริ้ว!! หากจับหล่อนแต่งตัว เผลอๆ จะสวยเสียกว่านางงามจักรวาล...หากเขาคะเนไม่ผิด นับประสาอะไรกับสายตาฝังเรดาห์ไว้ของลูคัส เจ้านายไม่เคยมองพลาด เขาแน่ใจว่าเจ้านายพอเดาออก
“วันนี้พอแค่นี้เถอะ!! หากเธอยังได้ข้อมูลไม่พอ...นัดมาอีกครั้งแล้วกัน หากมีเวลาว่างผมจะเจียดเวลาให้”
ชายหนุ่มเอ่ยแบบใจป้ำ จนเอ็ดมันส์ต้องรีบก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม งานนี้เขามองเห็นลางๆ ผู้หญิงคนนี้คือเป้าหมายของลูคัส เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าเจ้านายต้องการอะไรจากหล่อน เพราะแค่นามสกุลบาร์ว คงไม่สำคัญขนาดต้องคอยแอบมอง...หล่อนน่าจะมาแรงเกินคาด...
“ดีค่ะ แรนดาก็ว่ามันน้อยไป จนไม่น่าจะพอเขียนบทความ เอาเป็นว่า...”
“คุยกับเอ็ด...ผมขอตัว!!”
ชายหนุ่มชิงตัดบท เขาผุดลุกขึ้นยืน “แปบนะเอ็ด เข้าห้องน้ำหน่อย”
ตอนแรกลูคัสว่าจะเดินออกไปเลย แต่เพราะเอรินทร์ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ หล่อนกลั้นลมหายใจจนปวดฉี่และหากต้องไปติดแหง็กบนถนนที่การจารจรกำลังติดขัด คงไม่ถึงโรงแรมที่พัก เธอจึงจำเป็นต้องไประบายทิ้ง
มิแรนดาทำหน้าเซ็งๆ เธอหันมามองเอ็ดมันส์ตรงๆ ก่อนจะถอนใจแรงๆ เอาเถอะ อีกไม่เท่าไรงานเธอใกล้จบแล้ว!! เป้าหมายของเธอเวลานี้ ไม่ใช่ลูคัสอีกต่อไป หลังจากได้ทำความรู้จักกับคลากส์ บาร์ว
เอรินทร์กดน้ำหลังระบายของเสียในกระเพาะออกไปจนหมด เธอเดินคอตกออกมาจากห้องน้ำ ถอนลมหายใจแรงๆ เมื่อยังรู้สึกติดค้างอยู่ในใจ...หญิงสาวเปิดน้ำล้างคราบสกปรกออกไปจากมือ ปลายนิ้วละสายน้ำที่ร่วงพรูออกมาจากก็อกรูปทรงโมเดิร์น เธอกำลังเหม่อลอยจนไม่รู้ตัวว่ามีบุคคลที่สามร่วมอยู่ในห้องน้ำส่วนตัวนี่ด้วย...จนกระทั่ง...
กริ้ก!!
เสียงกดล็อคประตูดังก้อง!! ในพื้นที่ส่วนตัวของห้องน้ำกว้างขวาง เอรินทร์หันควับ... ดวงตาเบิกกว้าง อ้าปากค้าง เมื่อมีบางคนยืนอิงกรอบประตู...เขากำลังมองตรงมาที่เธอ ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“คุณคิดจะทำอะไรคะ?”
เสียงสั่นๆ เอ่ยถาม และมันเป็นคำถามปัญญาอ่อนที่คนตอบไม่คิดจะตอบเสียด้วย
“ไม่แน่ใจนะว่าคิดจะทำอะไรนะ... เพิ่งแน่ใจตอนนี้เอง...เอรินทร์”
ลูคัสดันตัวเองยืนตรงๆ เขาก้าวเท้าช้าๆ เดินเข้าหาหญิงสาว พร้อมกับตอบคำถามของหล่อนด้วยน้ำเสียงชวนขนหัวลุก!! เมื่อมันเย็นฉ่ำเสียจนเอรินทร์นึกสยอง
“อย่าบ้านะ...เอม...เออ...” หญิงสาวตวาดเสียงแข็ง เธอเดินถอยหลังสองก้าว แต่พื้นที่จำกัดเสียจนไม่รู้จะหนีไปทางไหน เมื่อลูคัสยืนบังทางออกอยู่
“เอมร้องจริงๆ นะ” หญิงสาวร้องห้ามเสียงสั่น เธอรู้สึกถึงภัยคุกคาม แม้ลูคัสจะไม่เอ่ยปากพูด
“เธอจะร้อง...งั้นสิ!!”
ลูคัสยั่วต่อ ต่อมอารมณ์ดีของเขาเริ่มทำงาน รู้สึกสนุกจนอยากหัวเราะร่า
“เอมไม่ได้ขู่!! หากคุณขยับเข้ามาอีกเอมจะกรี๊ด!!”
หญิงสาวมองเขาตาเขม็ง!! หากลูคัสยังไม่หยุดเดิน เธอจำเป็นต้องทำเพื่อเอาตัวรอด
“คิดว่าผมจะทำอะไรงั้นเหรอ...อย่าบ้าน่าเอรินทร์...ผู้หญิงซีดๆ โทรมๆ แบบเธอ แค่คิดก็หดหู่แล้ว มันไม่ประเทืองอารมณ์”
ชายหนุ่มพูดช้าๆ เขาไม่ได้หยุดเดิน ยังก้าวตรงมาข้างหน้า แม้จะเป็นคำพูดที่บ่งบอกความคิดของเขา ให้ตายเถอะ!! เอรินทร์เชื่อไม่ลง...
“ดีค่ะ... เอมก็ไม่อยากสร้างเรื่อง เพราะเราสองคนจะมองหน้ากันไม่ติดเปล่าๆ”
หญิงสาวตอบกลับ เธอขยับถอยหลังอีกครั้ง จนแผ่นหลังเหยียดตรงติดพนังห้องน้ำ เธอจึงถลึงตาใส่ลูคัสซ้ำอีกครั้งเมื่อเขาไม่มีทีท่าจะหยุดเดินสักนิด
“เธอตอนนี้...กับเมื่อ4 ปีที่แล้ว...ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ”
คำพูดช็อคความรู้สึก เอรินทร์สตั้น!! เธอนิ่งไปหนึ่งอึดใจ และเป็นโอกาสให้ลูคัสได้เข้าถึงตัว เขากางแขนคร่อมร่างเธอเอาไว้ โน้มใบหน้าลงมาใกล้ๆ มองกรอบแว่นตาอันใหญ่ด้วยความขัดเคือง
“คุณ!!”
“ใช่...เอรินทร์ บาร์ว ผมจำเธอได้... ยัยเด็กแว่นตาโตที่แอบริมเสาในคฤหาสน์หลังนั่นไง เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของไอ้แก่คลอลิน...หึ!!” ลูคัสเอื้อมมือจับขาแว่น เขากระชากแรงๆ จนแว่นตาอันใหญ่หลุดกระเด็น เขาเหวี่ยงแว่นตาอันนั้นทิ้ง ก้มลงจ้องมองดวงตากลมโตที่มีแพขนตายาวๆ ด้วยความชื่นชม หล่อนซ่อนความงดงามไว้ใต้สิ่งพรางตา...
“ยะ...อย่า...คุณจะทำอะไร?”
เอรินทร์ร้องห้ามเสียงแหบ เธอตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อดูเหมือนลูคัสจะล่วงรู้ความลับที่เธอปิดบังไว้
“ผมจะฝาก...บางอย่างไปให้บาร์วทุกคนรู้ จากนี้ไป คือสงคราม...”
ชายหนุ่มพูดเสียงเข้ม เขาก้มลงกดมุมปากกับกลีบปากสีระเรื่อ โดยที่เอรินทร์รีบเบี่ยงใบหน้าหนี เป้าหมายที่หมายมาดเอาไว้ จึงพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย...แต่ไม่เป็นไร ...ลูคัสแก้ตัวใหม่...เขาเม้มเรียวปากแรงๆ ตรงผิวเนื้ออ่อนใสช่วงลำคอ ฝากรอยจารึกไว้บนร่างกายเอรินทร์ ตีตราหล่อนไว้ด้วยความรู้สึกโกรธแค้น...
ก่อนจะโดนผลักแรงๆ จนกระเด็น!!
“อุ๊บ!!” ชายหนุ่มยกมือเช็ดริมฝีปาก สายตามองตรงไปยังเอรินทร์ หล่อนตัวสั่นเป็นลูกนกตกจากรัง แต่แววตาของหล่อนจัดจ้า หาได้คิดยอมแพ้เขาสักนิด
“ทราม!! ต่ำ ไม่คิดว่าเดมเชียจะลดตัวลงมาทำอะไรที่ต่ำทรามได้แบบนี้”
เสียงแหบแห้งที่เปล่งออกมาจากกลีบปากสีระเรื่อ เอรินทร์กำมือแน่น หากเขาเข้ามาใกล้เธอซ้ำ เธอจะชกลูคัสให้หน้าหงาย มือของเธอวางแปะไว้ตรงต้นคอ ผิวเนื้อส่วนนั้นร้อนฉ่า!! เหมือนถูกก้อนไฟนาบเอาไว้
“ยังมีอะไรๆ อีกเยอะในโลกนี้ที่เธอไม่รู้จัก...เด็กน้อย” ชายหนุ่มหยุดพูด เขายิ้มมุมปาก “คนที่เธอคิดว่าดี...ความจริงแล้ว เขาอาจจะเลวกว่านักโทษประหารในเรือนจำเสียอีก...เธอยังอ่อนด้อยนักเอรินทร์...เธอยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ...จากผม และคนอื่นๆ”
“เหอะ!! หัวใจคุณมันมืดบอด แพ้ไม่เป็น... มีแค่ความแค้นและความอาฆาต คุณจะมีความสุขได้ยังไงคะ”
หญิงสาวเค้นเสียงออกมาจากก้นบึ้ง พระศาสดาของศาสนาหนึ่งกล่าวไว้ ‘การปล่อยวางคือความสุขอย่างแท้จริง ไม่อาฆาตแค้น คือความสุขในชีวิต จงรู้จักผ่อนปรน และมอบสิ่งดีๆ คืนกลับสู่ผู้อื่น’
“ฮ่าๆ ความสุขของผม...คือการได้เห็นบาร์วหายนะ เหมือนกับที่เขาเคยทำกับครอบครัวผมไงล่ะ”
ลูคัสเอ่ยเสียงเคร่ง...เขายิ้มหยัน เมื่อวันที่รอคอยขยับใกล้เข้ามาทุกที
“ความแค้นกำลังกัดกินหัวใจคุณจนผุกร่อน...คุณจะไม่มีวันมีความสุขถ้ายังไม่รู้จักปล่อยวาง”
“ลองมาเป็นผมสิ!! เอรินทร์ ผมอยากรู้ว่าเธอจะตอบโต้คนเลวที่ทำกับครอบครัวของเธอแบบไหน ยอมถอยแล้วนั่งมองพวกมันเสวยสุขหรือ?...หึ!! ไม่มีวัน...พวกมันต้องชดใช้...รวมถึงเธอด้วย...บาร์วทุกคน ข้างนอกนั่นคือสนามรบผมจะล้มบาร์วให้ดู จะลบบาร์วออกจากหน้าประศาสตร์ ให้เหมือนกับที่พ่อเธอเคยทำ...”
ลูคัสพูดเสียงเย็น ดวงตาของเขาลุกวาบ!! เขาจะไม่มีวันยอมให้คนที่ทำลายครอบครัวเขามีความสุข พวกมันทุกคนสุขมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่พวกเขาเหล่านั้น...จะต้องพบกับความสูญเสียบ้าง
“ให้เอมชดใช้แทนแด๊ดได้ไหม? ขอเถอะแด๊ดแก่แล้ว”
หญิงสาววิงวอน เธอขอทดแทนคุณบิดา หากลูคัสจะฆ่าจะแกง ขอให้มาลงที่เธอคนเดียว
“หนึ่งชีวิตของเธอ...เทียบไม่ได้กับทุกชีวิตที่ผมเสียไปเอรินทร์ บาร์วต้องชดใช้จนกว่าผมจะสาแก่ใจ...นับตั้งแต่วันนี้”
ชายหนุ่มยิ้มเยาะซ้ำ เขาหมุนตัวเดินจากไป ปล่อยให้เอรินทร์รูดลงไปกองที่พื้น เธออยากร่ำไห้ แต่น้ำตากลับตกใน เมื่อเธอเข้าใจความรู้สึกของลูคัส เพราะหากเป็นเธอ...เอรินทร์ก็ไม่แน่ใจ เธออาจจะทำเหมือนที่ลูคัสทำ!! เธออยากให้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น...เป็นแค่เพียงความฝัน...เหลือเกิน แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ เมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีคนสูญเสียมากมาย...เพราะฝีมือของครอบครัวเธอ
“แต่คุณไม่ได้บอกฉันว่ามันเป็นงาน...อีลูกกาฝากของคุณ!” นางกัดฟันพูด แสยะยิ้มสู้กล้อง เมื่อสื่อบ้าๆ พวกนี้ดูจะให้ความสนใจตัวเองเป็นพิเศษ “มาดาม...เอมเป็นลูกสาวผม ยอมรับเถอะน่า ถ้าไม่ใช่เพราะเอมมาดามคงต้องสู้กับลูคัสอีกนาน...ไอ้หมอนั่นมันกัดมาดามไม่ปล่อยแน่...จนกว่าบาร์วจะย่อยยับ...มาดามคิดว่าจะตั้งรับลูคัสได้อีกนานแค่ไหนล่ะ...ที่ผมเห็นนะ เราเพลี่ยงพล้ำหลายรอบและหากเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ คงร่วงเหมือนเดมเชียเทรด” คำพูดของสามีทำให้มาดามคาเรียสลด นางเองก็รู้ตัวดี ลูกๆ ของนางไม่มีใครสู้ไอ้หนุ่มนั่นได้สักคน คลากส์บุตรชายที่นางเคยหวัง เขาไม่ได้ดั่งใจนางเลยสักนิด... เฮนน่าเก่งก็จริงแต่ก็ยังเป็นรองลูคัส... “เรื่องนั้นฉันไม่เถียง แต่ให้ฉันยอมรับมัน... คงไม่ได้” นางเชิดหน้าขึ้น แอบอิจฉาความโชคดีของเอรินทร์ หากนางทำใจเป็นกลาง เด็กคนนั้นก็ไม่เลวเลยทีเดียว คนแข็งกร้าวอย่างลูคัสหล่อนยังสยบได้...หากนางมีลูกสาวแบบนี้สักคน นางคงวางใจได้ “มาดามจะยอมรับเอมหรือไม่นั้น ผมไม่สนแล้วล่ะ เอมเขามีคนปกป้องแล้ว ต่อแต่นี้ไป มาดามแตะเอมก็ระวังหน่อยแล้วกัน ลูคัส
“Why?” ชายหนุ่มครางเสียงปร่า หรือว่า...กระสุนที่เขายิงไว้ เข้าเป้าตรงเผง!! เอรินทร์ยิ้ม เธอไม่ตอบ ซุกใบหน้ากับอกอุ่นของลูคัสแทน “เฮ้ๆ เฉลยมาทูนหัว แบบนี้งงเด้!!” มือแข็งแรงดันเรือนกายหญิงสาวออกห่าง เขาถามเสียงรน ดวงตาเต้นระริกแบบมีความหวัง “เอมก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เอมไม่มีอาการอะไรเลย ไม่เคยแพ้ ไม่มีอาการวิงเวียน แต่ไอ้ที่เคยมาทุกเดือน เอมว่ามันหายไป” หญิงสาวตอบอายๆ ครั้งแรกเธอรู้สึกตระหนก ไม่รู้จะหันหน้าปรึกษาใคร? การที่เธอหนีก็เพราะไม่อยากให้คนรอบตัวอาย เมื่อตัวเองประพฤติตัวเสื่อมเสีย ไม่คิดว่าลูคัสจะจริงจัง เพราะที่เขาทำก็เพราะต้องการแก้คืน...แต่เธอไม่เคยคิดที่จะทำลายก้อนเนื้อในอุทรแม้แต่น้อย ถึงไม่มีใครต้องการเอรินทร์ก็พร้อมจะอุ้มชู “ขอบคุณ!! ขอบคุณพระเจ้า” ลูคัสรวบกอดเอรินทร์จนแน่น เขาซบหน้ากับหัวไหล่กลมกลึง พูดจาวกไปวนมาเหมือนไม่ใช่ตัวเอง มันเป็นเพราะความดีใจล้วนๆ “ไม่อยากคิดเลยนะคะว่าเราสองคนจะมีวันนี้” เอรินทร์พูดลอยๆ เธอนั่งอยู่บนหน้าตักลูคัส เหม่อมองทิวไม้ที่ลดลั่นกันไปจนสุดลูกหูลูกตา ธ
ชายหนุ่มคะยั้นคะยอ...ปลอดภัยสำหรับตัวเขาด้วย...พื้นบ้านแข็งแรง...เขาจะได้ไม่ต้องออมแรง... “พอเลยคุณ เอาไว้คุยวันหลัง อย่ามาเปลี่ยนเรื่องสิ!!” เอรินทร์กระซิบเสียงเคร่ง เธออายจนหน้าชา ยิ่งพูดยิ่งเข้าตัว “ดุจัง...กลัวนะเนี้ยะ” ลูคัสบ่นอุบ เห็นเขารักหน่อยได้ใจ ทำหน้าเคร่งใส่ไม่พอ ยังจะคอยกำหลาบเขาอยู่เรื่อย หลายคนพากันอมยิ้ม ไม่คิดว่าผู้ชายร้ายกาจอย่างลูคัสจะยอมลงให้เอรินทร์ง่ายๆ แต่ก็มีบางคนหมั้นไส้โดยเฉพาะพ่อที่หวงลูกสาว ถึงจะพยายามทำใจยอมรับ สักวันหนึ่งบุตรสาวก็ต้องออกจากอกคนเป็นพ่อ ไปสู่อ้อมอกของสามีอยู่ดี แต่พอเอาเข้าจริงๆ คลอลินก็ยังทำใจไม่ได้ ยิ่งคนที่จะเข้ามาเป็นบุตรเขยคือลูคัส!! ชายสูงวัยไม่มีความวางใจเลย ท่านกลัวว่าบุตรสาวจะตกอยู่ใต้อำนาจของสามี กลัวสารพัดกลัว เมื่อลูคัสเคยเป็น ‘ศัตรู’ ตัวเอ้
บทที่18.บทสรุปของความรัก “พูดแบบนี้ คิดอะไรกับลูกสาวฉันล่ะ?” คลอลินถามเสียงเข้ม คนที่เสียหายคือบุตรสาว ไหนๆ ก็ไหนๆ มาถึงขั้นนี้แล้ว คงต้องเจรจากันให้รู้เรื่อง... “ถามจริงไม่รู้!! ผม ‘รัก’ ลูกสาวคุณเหรอคลอลิน...ที่มาตื้อเนี๊ยะ!! ขอแต่งงาน รักจริงหวังแต่งครับ ไม่ได้ฟันแล้วชิง” ลูคัสตอบเสียงกระแทกกระทั้น อายก็อาย แต่ดีกว่าอด เกิดมายังไม่เคยขอสาวแต่งงาน ยังตกลงกันไม่ได้ด้วยซ้ำ เอรินทร์นะดื้อยังกับอะไรดี เอรินทร์ตาเหลือก เธอรีบหันไปมองเฮนน่า และบังเอิญว่าพี่สาวของเธอกำลังมองมาพอดี รอยยิ้มของพี่ดูเศร้าๆ แต่ก็ยังเป็นยิ้มที่ไม่ได้น่าวิตกสักเท่าไร รอยแค้นในดวงตาของเฮนน่าไม่มีแล้ว... เอรินทร์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด หากเป็นไปได้...วันนั้น ห
บทที่17.อาคันตุกะชี้ชะตาของลูคัส “ยาย...เมื่อคืนแผ่นดินไหวเหรอ แฟงว่าแฟงรู้สึกนะ ตอนดึกๆ” มือเรียวชะงักกึก รีบก้มหน้าลง ผิวแก้มมีริ้วแดงๆ เมื่อกำลังอายสุดขีด “อะไรแฟง? แผ่นดินโหวง แผ่นดินไหวที่ไหน?” ตาคมเดินโซเซเข้ามาใกล้ เขาทรุดนั่งไม่ไกลจากหลานสาว ยกมือขึ้นตบท้ายทอยแรงๆ เมื่อยังรู้สึกมึนๆ อยู่เช่นเดิม “จริงๆ นะตา แฟงนอนหลับอยู่ เหมือนบ้านมันสั่นเบาๆ” คำแฟงชี้แจง หล่อนกำลังซาวข้าว ล้างทำความสะอาดข้าวเหนียวที่แช่ทิ้งไว้ก่อนจะนำไปนึ่ง ใบหน้าคำแฟงจึงขึงขัง “เหลวไหล กินมากฝันไปเองนะสิ” ยายปีบตวาด
“ถามหน่อยพ่อหนุ่ม มีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน?” คลอลินเส้นกระตุก ถึงจะรู้ความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างหนุ่มตรงหน้า กับบุตรสาว แต่เมื่อยังไม่ชัดเจน ไอ้หนุ่มนี่ก็ย่อมไม่มีสิทธิ์ “...” ลูคัสกระอึกกระอัก เขาอยากประกาศโต้งๆ แต่เมื่อหันไปมองเอรินทร์ คำพูดทุกอย่างถูกกลืนหายลงไปในคอ เขาไม่กล้าป่าวประกาศ เพราะหากเอรินทร์โกรธอีกครั้ง คงง้อยากบรม!! “ตอนนี้...ยังไม่มี แต่อนาคตมีแน่!!” ชายหนุ่มเถียงข้างๆ คูๆ เดินไปยืนคุมเชิงใกล้ๆ สาวที่ตนหมายปอง หากบิดาของเธอจะพากลับ ก็ต้องตกลงกันให้ได้ก่อน “หึ!! ไม่มีก็ฟัง...แล้วก็หุบปากด้วย” คลอลินทำหน้าเซ็ง “เอมกลับบ้านเราลูก ต่อไปนี้แด๊ดจะดูแลเอมเอง...” ท่านพูดกับเอรินทร์ “ไม่!!” แต่คนที่ตอบไม่ใช่หญิงสาว ตาคมฟังออก แม้คนทั้งหมดจะสื่อสารกันด้วยภาษาถิ่นเก
บทที่13.ในเงาน้ำมีพระจันทร์อีกดวงเรือนกายบอบบางยืนพิงรั้วเตี้ยๆ ในมือมีแก้วกาแฟควันกรุ่น และคิดอะไรเพลิดๆ ในหัว เอรินทร์ก็ได้ยินเสียงเดินกุกๆ กักๆ พอหันไปก็เห็นว่าเป็นตัวแทนมารดา ท่านมาพร้อมผ้าคลุมไหล่และจานใส่ขนมอบเล็กๆ ในมือ“ทำไมถึงอ
บทที่12.พิศวาสไม่วาย ไหล่บอบบางสั่นสะท้าน มันเกิดเพราะแรงสะอื้น เมื่อเจ้าตัวกำลังนอนคว่ำหน้าร่ำไห้อยู่บนเตียงแคบๆ ในห้องพักราคาย่อมเยา...เอรินทร์เหมือนนกปีกหัก เธอถูกพี่สาวขับไส ขุดอดีตที่แสนรันทดของมา
“อย่าถามเลยค่ะว่าอะไร...คุณน่าจะรู้อยู่แก่ใจดี คุณทำอะไรลับหลังเฮนน่า” เธอหันมาตวัดสายตาขุ่นขวางมองหน้าลูคัส กับคำตอบเย็นชา เมื่อหัวใจเธอแหลกเป็นผุยผง “ผมท
บทที่9.เด็ดปีกลูกสาวศัตรู “เธอหาใครอยู่เหรอ... เอม?” หญิงสาวผงะ!! รีบถอยหลังกรูดๆ ดวงตาเบิกกว้าง เมื่อหมุนตัวกลับมาเจอลูคัส ยืนขวางอยู่กลางประตู







