LOGINวันต่อมา
~เสียงโทรศัพท์ของมิเกล~
'คิมหันต์'
"โทรมาทำไมนักหนาเนี้ย"เธอสบถออกมาด้วยความรำคาญ ก็เพราะเบอร์นี้โทรเข้ามาเป็น10สายแล้วน่ะสิ ตั้งแต่รู้ว่านายนี่เป็นใครเธอก็ไม่อยากติดต่อหรือวุ่นวายด้วยอีกเลย รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างบอกไม่ถูก
ติ้ง!!
'ถ้าไม่รับสายจะบุกไปที่ห้อง'
แต่อยู่ๆ ข้อความก็เด้งขึ้นมา ทำเอาเจ้าของโทรศัพท์นั้นถึงกับขนลุกวาบไปทั้งตัว
~เสียงโทรศัพท์~
'คิมหันต์'
"จะโทรมาทำไมนักหนา"
[จะพาไปดูรถใหม่]
"ฉันไม่เอา รวยมากหรือไง?"ทั้งที่ควรจะดีใจด้วยซ้ำ แต่ไม่เลย ตอนนี้ต้องการอย่างเดียวคืนเลี่ยงจากเขาให้มากที่สุด
[พอเห็นหน้าฉัน ก็พูดเสียงห้วนเลยนะ]
"คุณตั้งใจชนรถฉันใช่ไหม...คุณต้องการอะไรกันแน่?"เธอถามด้วยความไม่เข้าใจ
[ก็บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ]
"ถ้าตั้งใจคงเหลือแต่ซากรถใช่ไหม"ประชดประชันเสียงห้วน
[ลงมาข้างล่าง]กดเสียงต่ำออกคำสั่ง
"ไม่!!"
[ดี!!]
"..."ฉีกยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าปลายสายเหมือนจะยอมแพ้ เพราะเธอเกลียดที่สุดนั่นก็คือการถูกบังคับนี่แหละ
[งั้นฉันขึ้นไปหาเอง]
"ดะ...เดี๋ยว...ไม่ต้อง...ไม่ต้องขึ้นมานะ"ไอ้บ้านี่มันไม่ยอมเลิกว่ะ ผิดคาดไปได้ยังไง ให้มันได้อย่างนี้สิ มีอีกไหมความวุ่นวาย เข้ามาให้หมด!! เธอกล่าวในใจ
[งั้นก็ลงมา] จากนั้นเขาก็กดตัดสายไป
ต้องทำยังไงนะอีตานี่ถึงจะเลิกยุ่งกับเธอ มิเกลเดินวนๆ อยู่ในห้องอย่างใช้ความคิด อ่า...แต่แล้วความคิดเด็ดๆ ก็แล่นเข้ามาในหัว
เธอวิ่งไปเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดโอเวอร์ไซซ์ กับกางเกงยีนขาสั้น ผมม้วนขึ้นลวกๆ หลุดลุ่ยเล็กน้อย จากนั้นก็ลบเครื่องสำอางออกจากใบหน้าจนหมด
"หึ...ดูสิคราวนี้จะยังอยากยุ่งกับเด็กกะโปโลแบบฉันอยู่ไหม"
พูดจบก็เดินออกมาจากลิฟต์ ด้วยท่าทางเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน คิมหันต์มองการแต่งตัวของเธอก็เลิกคิ้วมอง"คนเพิ่งตื่นต้องสวยขนาดนี้หรอวะ"เขาอุทานกับตัวเองเบาๆ เขากลับถูกใจซะนี่ ไม่ว่าจะใบหน้าธรรมชาติไร้ซึ่งเครื่องสำอางของเธอ มองมุมไหนก็น่ารักละมุนไปหมด และแน่นอนเขาชอบผู้หญิงไม่แต่งหน้า แต่ไม่คิดว่าหน้าสดของเธอมันจะน่ารักขนาดนี้ "จะไปชุดนี้?"คิมหันต์ย้ำพร้อมกับมองชุดสุดชิลล์ของเธอ
"ทำไม...?"
"เปล่า"
"มีไรก็รีบๆ พูดมา ฉันง่วง"
"พอดีเลยฉันก็ง่วง...ปะ...ไปนอนกัน"คิมหันต์ลุกขึ้นเตรียมจะดึงแขนเธอเข้าไปในลิฟต์อีกครั้งแต่ก็ถูกเธอขืนตัวไว้ก่อน
"คุณจะบ้าหรอ! เป็นพวกโรคจิตหรือไง...แล้วเลิกวุ่นวายกับฉันสักทีได้ไหม..."
"แค่ล้อเล่น...ทำไมต้องทำหน้าจริงจังขนาดนั้นด้วย"คิมหันต์เอ่ยถาม
"..."
"ตามมาจะพาไปดูรถ"
"..."
คิมหันต์พาเธอขับรถเข้ามาในโชว์รูมรถยี่ห้อหรู จากนั้นไม่นาน พนักงานก็วิ่งเข้ามาต้อนรับเขากันจ้าละหวั่น
"สวัสดีค่ะคุณคิมหันต์...มาซื้อรถเหรอคะ"พนักงานสาวกล่าวขึ้นพร้อมส่งสายตาไล่มองมิเกลตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาบ่งบอกได้ชัดเจนเลยว่าดูถูกดูแคลนเธอแค่ไหน
"อืม...ขอเดินดูก่อน"ตอบกลับเสียงเรียบนิ่ง ใบหน้าก็เรียบเฉยพอๆกันกับเสียง
"ฉันไปนั่งรอตรงนั้นนะ"ขอปลีกตัวไปรอเขาที่โซนรับแขก
"ไม่ได้...ต้องไปดูด้วยกัน"เขาสั่งเสียงดุ
"แล้วแต่คุณเลย...คันไหนก็ขับได้หมดแหละ สุดท้ายฉันก็ต้องคืนให้คุณอยู่ดีตอนรถฉันเสร็จ"
"ไม่เสร็จหรอก...มันซ่อมไม่ได้แล้ว"คิมหันต์ตอบเสียงเรียบ
"ห๊ะ?"
"จะเอารุ่นไหนก็เลือกเอา"
"ไม่เอา! ถ้าจะซื้อให้ก็ซื้อรุ่นเดิมมาคืน"
"อีโคคาร์แบบนั้นน่ะหรอ"เขาเอ่ยเย้ยหยัน
"อีโคคาร์แล้วมันยังไง?"
"จะซื้อซุปเปอร์คาร์ให้ดีๆ ไม่ชอบ เธอนี่ก็แปลกคน..."
"ถ้ามีเงินเยอะมาก...แล้วไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ก็เอาไปบริจาคให้มูลนิธิบ้างนะ...หรือถนัดบริจาคให้แต่โคโยตี้?"ไม่รู้ทำไมแต่ฝีปากเก่งแบบนี้มันไม่ได้ทำให้เขาอารมณ์เสียเลย กลับชอบซะงั้น ท้าทายชะมัด แล้วยิ่งเห็นว่าเธอพยายามตีตัวออกห่างเขา มันยิ่งทำให้เขาอยากจะเอาชนะขึ้นมา
"อื้ม...คงจะใช่นะ...เอาคันนี้สีขาว แต่งสปอร์ตรอบคัน...ราคาเท่าไหร่จ่ายไม่อั้น"จากนั้นเขาก็หันไปสั่งพนักงานสาวคนนั้น
"...ไม่เอาสีขาวจะเอาสีดำ"มิเกลเอ่ยขัด
"อ่า...ตามนั้น"เขาหันไปบอกพนักงานใหม่อีกครั้ง
"เปลี่ยนแมกซ์ใหม่ด้วยค่ะไม่ชอบลายนี้"
"อื้ม...ครับขอดูลายด้วย"พนักงานสาวพยักหน้ารับก่อนจะยื่นสมุดให้ดู จากนั้นไม่นานมิเกลก็เลือก ทุกอย่างที่แพงที่สุด อยากป๋าใช่ไหม ได้!! เดี๋ยวจะจัดหนักๆ ไปเลย เอาให้หมดตัวอยากเปย์ดีนัก บอกว่าไม่เอาๆก็ยัดเยียดอยู่ได้
"ค่าใช้จ่ายทั้งหมด BMW M4 Competition Coupe 10.2ล้าน ล้อแม็ก1แสน2หมื่น6พัน4ล้อ5แสน4 รวม10ล้าน7แสน6หมื่น6พันค่ะ"
"ครับ"ใบหน้านิ่งมาก เหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับราคากว่า10ล้านของเขาเลย มันยิ่งทำให้เธอยิ่งโมโหมากกว่าเดิม
"มีแพงกว่านี้ไหมคะ?"มิเกลเอ่ย
"ถ้าเธอคิดจะผลาญเงินฉันให้หมด บอกเลยว่าเธอคิดผิด เพราะเงินของฉัน...สามารถซื้อประเทศประเทศหนึ่งได้เลยนะจะบอกให้" คนบ้าอะไรจะรวยขนาดนั้น
"ทำยังไงถึงจะเลิกยุ่งกับฉัน...ติดใจอะไรฉันขนาดนั้น...ลีลาฉันเด็ดขนาดนั้นเลย?"
"เด็กอนุบาล?"
"เลิกวุ่นวายกับฉันเถอะขอร้อง นะคุณ"
"ฉันยังไม่เบื่อ!"
"แล้วต้องทำยังไงถึงจะเบื่อ"
"...ให้เอาทุกวันดิ"เขาก้มลงมากระซิบข้างหูให้ได้ยินกันแค่2คนทำเอาร่างเล็กตาโตกับคำตอบของเขาทันที นี่ทำไมเธอต้องมาเจอคนหื่นกามโรคจิตแบบเขาด้วยนะ เวรกรรมอะไรของเธอกัน
"เธอๆ เธอเห็นเด็กใหม่ที่คุณคิมหันต์พามาไหม ไม่คิดเลยว่าคุณคิมจะเปย์เด็กกะโปโลแบบนั้นเป็นสิบล้าน"เสียงพนักงานในโชว์รูมจับกลุ่มนินทาเธอ หลังจากที่คิมหันต์ลุกไปเข้าห้องน้ำ แต่ไม่ว่าจะพูดเบาแค่ไหนมิเกลก็ได้ยิน แล้วมีหรอที่เธอจะยอม เธอไม่ใช่คนที่จะมาก้มหน้าฟังเสียงนกเสียกาแล้วเก็บไปร้องไห้เหมือนนางเอกในละครหรอกนะ แบบนี้มันต้องไฟท์
"พูดให้มันดังๆ สิ จะพูดมุบมิบๆ ทำซากอะไร กล้าๆ หน่อยสิ!!"เธอเดินไปประจันหน้ากับกลุ่มพนักงานที่นินทาเธอ เมื่อเห็นว่าเธอกล้าเดินไปเผชิญหน้าก็ทำเอาพวกเธอวงแตกไปคนละทางเลย
"ชิ! คิดว่ามีปากแล้วจะพูดอะไรก็ได้หรอ...มองคนที่การแต่งตัว...ถ้าฉันแต่งตัวฉันนี่ซูเปอร์สตาร์เลยนะ!!"มิเกลตะโกนไล่หลังอย่างโมโห "หงุดหงิดชะมัดเลย..."
"โมโหอะไรขนาดนั้น?"คนที่เพิ่งเดินมากล่าวถามด้วยความสงสัย
"ยุ่ง!"
หลังจากที่คิมหันต์พามิเกลไปฝากครรภ์ตามที่ปราณบอก และก็อย่างที่คาดเธอท้องได้2เดือนแล้ว ความฝันที่คิมหันต์จะมีลูกกับมิเกลกับกำลังจะเป็นจริงแล้ว ใบหน้าหล่อยิ้มแป้นออกมาจากโรงพยาบาลไม่ยอมหุบ แถมยังเอาอกเอาใจมิเกลแทบจะตลอดเวลา แต่เนื่องจากแค่เห็นหน้า ได้กลิ่นตัวก็ทำเอาร่างบางนั้นถึงกับอ้วกแตกอ้วกแตนทุกครั้ง จนเธอต้องไปนั่งข้างๆ จิมที่เป็นคนขับ ส่วนคิมหันต์ไปนั่งเบาะท้ายรถตู้"เวรกรรมอะไรของกูวะ...ที่ต้องมานั่งท้ายรถแบบนี้"คิมหันต์เอ่ยบอกตัวเอง ด้วยใบหน้าสุดเซ็ง7เดือนต่อมา...เสียงเด็กทารกร้องเสียงดังลั่นห้องคลอด ทำให้คิมหันต์ที่ยืนอยู่กับวสันต์ผู้เป็นพ่อ หัวใจพองโตขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงลูกของเขาที่กำลังจะลืมตาดูโลกแล้ว ด้วยมือที่สั่นเพราะความตื่นเต้น จนมันทำตัวไม่ถูก"พ่อ...ลูกผม...เสียงดังเลยพ่อ..."คิมหันต์เอ่ยบอกวสันต์น้ำตาซึมๆ ส่วนวสันต์เองก็เช่นกัน เดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องคลอดตูดไม่ติดพื้นเลย เพราะความตื่นเต้นแท้ๆ"ได้ยินๆ ...พ่อได้ยินแล้ว"วสันต์ตอบลูกชายและเพียงไม่นาน ก็มีหมอเปิดประตูออกมาพร้อมกับอุ้มเด็กผู้หญิงหน้าตาสวยถอดแบบกับผู้เ
2ปีต่อมา..."วันนี้อยากกินอะไร...พี่จะได้ให้ป้าแม่บ้านทำให้"คิมหันต์เอ่ยถามภรรยาที่นอนเพิ่งตื่น ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"อยากกิน...หมึกผัดไข่เค็มค่ะ"มิเกลกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นจากที่นอน...แต่แล้วเมื่อเท้าเล็กแตะเข้ากับพื้นเย็นๆ ก็ทำเอาร่างเล็กหน้ามืดล้มลงไปนั่งอยู่บนเตียงดังเดิม"เกล...ไม่สบายเหรอ...ทำไมหน้าซีดขนาดนี้? "คิมหันต์เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง แล้วนั่งลงข้างๆ ร่างเล็ก"หืม...พี่คิมทำไมตัวเหม็นขนาดนี้...ออกไปเลยเกลจะอ้วก"มิเกลไม่พูดเปล่าแต่ดันตัวของคิมหันต์ให้ออกห่างจากตัวเอง ทำเอาคิมหันต์ที่เพิ่งจะอาบน้ำมาใหม่ๆ ยกแขนขึ้นดมอย่างงงๆ"ก็ไม่เหม็นนี่นา...เกลพี่เพิ่งอาบน้ำมานะ...จะเหม็นได้ยังไง? "คิมหันต์ตอบ"หืม...อย่าเข้ามานะ...จะอ้วกจริงๆนะ"พูดจบเธอก็รีบวิ่งเข้าไปอ้วกในห้องน้ำทันที พอคิมหันต์วิ่งตามเข้าไปดู พร้อมกับลูบหลังให้ ก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งอ้วกเข้าไปใหญ่ "พี่คิมออกไปห่างๆได้ไหม...เกลเห็นหน้าพี่แล้วอ้วกไม่หยุดเลยเนี้ย"เธอบ่น"ฉิบหายแล้วกู...แล้วคือจะให้พี่ทำยังไงอะ...ก็พี่เป็นห่วง"คิมหันต์สบถกับตัวเอง แต่ก็ไม่วายถามเธอขึ้น"เ
หลังจากวันรับปริญญาจบ พ่อแม่ของมิเกลก็กลับเชียงใหม่ทันที เพราะต้องรีบไปดูแลสวนต่อเลยอยู่ด้วยนานไม่ได้แต่ผ่านไปประมาณอาทิตย์กว่าๆ วสันต์ก็ไปเชียงใหม่ เพื่อไปสู่ขอมิเกลตามสัญญา ด้วยสินสอดเงินสด888ล้านบาท ที่ดินรวม888ไร่ ทองคำแท่ง88แท่ง ทำเอาแม่ของมิเกลเป็นลมแล้วเป็นลมอีกกับสินสอด ทองหมั้นที่มันมหาศาล ทั้งชีวิตก็ยังหาไม่ได้ขนาดนั้น เนื่องจากครอบครัวของคิมหันต์มีเชื้อสายจีน เลข8เลยนับว่าเป็นมงคล5เดือนต่อมา...วันนี้เป็นวันที่คิมหันต์และมิเกลแต่งงานกัน โดยงานจัดขึ้นที่โรงแรมหรูในเครือของคิมหันต์ งานจัดสไตล์จีนๆหน่อย เพราะคิมหันต์มีเชื้อสายจีนผสมอยู่ด้วย ตามธรรมเนียมจีน เธอจึงได้ใส่ชุดเจ้าสาวสีแดง ขับผิวขาวๆ ของเธอวันนี้ ส่วนคิมหันต์สวมสูทสีขาว เนกไทสีแดงลายมังกรสีทองพิธีก็จะมีการไหว้ฟ้า ไหว้ดิน ไหว้บรรพบุรุษ เมื่อไหว้เสร็จก็จะทำการยกน้ำชาให้ฝั่งพ่อแม่ฝ่ายหญิง และตามด้วยยกน้ำชาให้พ่อของคิมหันต์ ตามลำดับขั้นตอนของจีน พิธีไม่มีอะไรมาก หลังจากทำพิธีจบแล้วก็ส่งตัวบ่าวสาวเข้าหอ"เหนื่อยไหม..."คิมหันต์เอ่ยถามภรรยาคนสวยเมื่อทั้งคู่นั่งอยู่บนเตียง
หลายวันต่อมา...วันนี้เป็นวันรับปริญญาของมิเกล ญาติสนิทมิตรสหายต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดีกับเธอ วันนี้เธออยู่ในชุดนิสิตที่สวมทับด้วยชุดครุยสีขาวแถบทอง ใบหน้าสวยเฉี่ยว ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโดยช่างแต่งหน้ามืออาชีพ ผมยาวสีแดงมะฮอกกานีถูกม้วนเป็นมวยต่ำ ปล่อยปอยผมดัดลอน ทำให้หน้าดูหวานขึ้น วันนี้เป็นวันที่เธอมีความสุขมากๆ ที่เห็นรอยยิ้มของพ่อแม่อันเป็นที่รักของเธอ ดีใจกับความสำเร็จครั้งนี้ของเธอ และความสำเร็จแรกกำลังจะก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว"แม่ยินดีกั่บลูกเน้อมิเกล"น้ำตาแห่งความยินดีปรีดาไหลอาบแก้มของมีนา พร้อมกับโอบกอดร่างบางที่กำลังจะน้ำตาคลอไม่ต่างกัน"อย่าอู่จะอี้เน้อแม่...ลูกจะไค่ไห้ตามก๊ะ...มันจะบ่งามเน้อ (อย่าพูดอย่างนี้...ลูกจะอยากร้องไห้ตามนะ...มันจะไม่สวย) ""ลูกแม่งามปะล้ำปะเหลือขนาดนัก (ลูกแม่สวยมากสวยที่สุดเลย) ""ป้อดีใจ๋เน้อลูก...ตี้หันลูกประสบความสำเร็จ...ป้อฮักลูกเน้อ (พ่อดีใจนะลูก...ที่เห็นลูกประสบความสำเร็จ...พ่อรักลูกนะ) จากนั้นทั้งสามก็โผเข้ากอดกันมิเกลร่วมถ่ายรูปกับครอบครัว กับน้องๆ ในคณะ ต่างคณะ ต่างสาข
2อาทิตย์ต่อมาหลังจากเรื่องวุ่นๆจบลง สวนส้มของมิเกล ก็กลับมาพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส จากตอนแรกเหมือนว่าจะถูกลูกค้ารายใหญ่ตัดขาดธุรกิจกับสวนของเธอ แต่ความบังเอิญ นายทุนใหญ่ที่รับซื้อผลผลิตจากเธอ ดันเป็นเพื่อนของพ่อคิมหันต์ พ่อของคิมหันต์จึงคุยเรื่องนี้ให้ และทางนั้นก็เข้าใจปัญหาของสวนเธอที่ถูกกลั่นแกล้ง ทำให้ผลผลิตต้องเสียหาย แต่ถึงอย่างไรก็ยังคงจะรับส้มและส้มแปรรูปต่างๆ จากสวนเธอต่อพอวสันต์ออกมาจากโรงพยาบาล ร่างกายก็ฟื้นตัวดีมากๆ สภาพจิตใจก็ดีขึ้น จากที่เคยทำงานหนักๆ ตอนนี้คิมหันต์และเหมันต์ก็ให้พักเพิ่มขึ้น ธุรกิจต่างๆ คิมหันต์และเหมันต์ก็เป็นคนจัดการกันทั้งหมด ทำให้วสันต์ถึงกับเบาใจขึ้นมากๆ ตั้งแต่ทุกอย่างปลดล็อก วสันต์ก็มีสุขภาพที่ดีขึ้นแถมอารมณ์ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น"อีกไม่กี่วันก็จะรับปริญญาแล้ว...ตื่นเต้นไหม? "คิมหันต์เอ่ยถามมิเกลที่อยู่ในอ้อมกอดของเขา ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"ตื่นเต้นสิ...วันนี้แม่กับพ่อจะมา...เดี๋ยวเกลก็ว่าจะไปทำความสะอาดคอนโด...พ่อกับแม่จะได้เข้าพัก""จะไปคอนโดให้แออัดทำไม...ให้พ่อแม่ท่านพักในที่ที่สบายกว่านี้ไม่
"เรื่องนั้น..."คิมหันต์เปิดประเด็นขึ้นทันทีที่สองเท้าหยุดลง พร้อมกับหันหน้ามาประจันกับเพื่อนร่วมธุรกิจด้วยกัน ใบหน้าฉายแววจริงจัง ดวงตาคมกริบจ้องมองไปที่แสงเหนืออย่างต้องการคำตอบ"ไม่ต้องห่วง...กูชอบน้องมึงจริงๆ ...ขอโทษที่เกิดเรื่องนั้นก่อนเวลาอันสมควร...แต่มันห้ามไม่ได้จริงๆ ...ก็น้องมึงน่ารัก"แสงเหนือกล่าวตรงไปตรงมา และยังคงชัดเจนกับความรู้สึกตัวเองเสมอ"มึง...จะไม่ทำน้องกูเสียใจใช่ไหม? "แม้จะรู้ว่าเพื่อนของเขาคนนี้เป็นคนยังไง แต่ก็หวั่นกลัวอยู่หน่อยๆ เพราะน้องสาวของเขายังอ่อนหัดกับเรื่องความรักอยู่ เขากลัวว่าน้องจะเสียใจ แม้ว่าชิดตะวันจะเป็นคนสดใส ร่าเริง พูดเก่ง อ้อนเก่ง แสนซน แต่เวลาน้องสาวคนนี้เสียใจ มันเหมือนว่าเขาจะขาดใจไปด้วย เขาจำได้ดีวันที่แม่เสีย น้องสาวของเขาเข้าไปกอดศพแม่ร้องไห้อยู่ตั้งนานกว่าจะยอมให้มูลนิธิเอาร่างของแม่ไป มันเป็นภาพที่บีบหัวใจมากๆ และเขาไม่อยากให้น้องสาวร้องไห้ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม เคยได้ยินไหม คนที่ยิ้มเก่ง ยิ้มสดใสที่สุด คือคนที่ร้องไห้เสียใจได้น่าสงสารที่สุด และนั่นแหละคือชิดตะวัน"มึงรู้จักกูดี...มึงถึงได้กล้าเอาน้องสาวมา ทั้







