Se connecterตึก ตึก ตึก
เสียงรองเท้าหลายสิบคู่วิ่งกระทบพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบภายในโรงพยาบาลมุ่งหน้าไปยังห้องฉุกเฉิน ชายร่างใหญ่พกพาความสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรมองร่างที่อยู่บนเตียงเข็นของโรงพยาบาลสลับกับมองประตูห้องฉุกเฉินที่อ้ารออยู่ไม่ไกล "ญาติคนไข้รอด้านนอกนะคะ"นี่คือเสียงของพยาบาลสาวเอ่ยสั่งห้าม สายตาของชาคริตมองร่างของหญิงสาวนิรนามไร้ซึ่งสติกำลังถูกเข็นเข้าไปด้านใน ใบหน้าของเขาแสดงถึงความตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมากแม้แต่เขาเองยังตั้งตัวไม่ทัน "ไอ้ชาร์ล ผู้หญิงคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง"เสียงกระหืดกระหอบดังมาจากร่างของเพื่อนสนิทมีนามว่า โจเซฟ ซึ่งเป็นพ่อแท้ ๆ ของแม่หนูน้อยนีน่าซึ่งกำลังวิ่งมาหาเขาด้วยท่าทีเหนื่อยหอบหลังจากเขาส่งให้คนพาหนูนีน่ากลับไปสั่งยังอ้อมอกของพ่อแม่ "เธออยู่ด้านใน" "มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไงวะ มึงมารับนีน่าไปเที่ยวตามที่สัญญาเอาไว้ไม่ใช่เหรอแล้วทำไม" "เป็นกูเองที่ผิด"ชาคริตยอมรับผิดกับเพื่อนพร้อมกับเล่าเหตุการณ์สด ๆ ร้อน ๆ ที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้ารู้สึกผิด "ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นหรอก"โจเซฟพยายามเอ่ยปลอบใจเพราะรู้ว่าชาคริตคงรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ไม่น้อย ทั้งสองนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าห้องฉุกเฉินเพื่อเฝ้ารอหมอออกมาบอกอาการของคนบาดเจ็บ การผ่าตัดเคสใหญ่ในครั้งนี้กินเวลายาวนานหลายชั่วโมงก็ยังไม่มีวี่แววว่าหมอจะออกมา มีแต่พยาบาลในชุดที่เปื้อนเลือดวิ่งหาเลือดสำรองกันชุลมุนเนื่องจากคนบาดเจ็บเสียเลือดมากจนชาคริตต้องเกณฑ์ลูกน้องที่มีเลือดกรุปเดียวกับเธอมาช่วยกันบริจาครวมถึงตัวของเขาเองด้วย ทั้งหมอและพยาบาลที่อยู่ในห้องผ่าตัดต่างพากันตึงเครียดเพราะอวัยวะภายในบอบช้ำจากการโดนอัดแรงกระแทก ทั้งแขนและขาข้างขวาหักผิดรูปจนต้องใช้หมอผู้ชำนาญถึงสองคนในการผ่าตัด อาการของผู้บาดเจ็บรายนี้หนักหนาสาหัสเสียจนไม่มีใครคิดว่าเธอจะรอด แกร็ก ประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออกหลังจากการผ่าตัดครั้งใหญ่กินเวลายาวนานเกินสิบชั่วโมง ชาคริตที่นั่งคุยอยู่กับมาร์คัสมือขวาของตนรีบลุกขึ้นเดินเข้าไปหาผู้เป็นหมอ "อาการของเธอเป็นยังไงบ้างหมอ" "ห้าสิบ ห้าสิบครับ หมอไม่สามารถยืนยันได้ว่าคนไข้จะพ้นขีดอันตราย อวัยวะภายในของเธอบอบช้ำมาก กระดูกซี่โครงหักแทงทะลุปอดทั้งแขนและขาด้านขวาหัก หมออยากให้ทางท่านชาคริตเตรียมใจเอาไว้บ้าง" หมับ "มึงต้องรักษาเธอให้หายหมอ!! มึงต้องรักษาเธอให้หายเพราะถ้าเธอไม่หายร่างของมึงจะได้ย้ายจากห้องพักของหมอไปอยู่ในห้องดับจิตแทน"สีหน้าของหมอแสดงถึงความหวาดกลัวจนตัวสั่นเมื่อชาคริตกระชากคอเสื้อรัดคอหมอใบหน้าหล่อยื่นเข้าไปใกล้กระซิบน้ำเสียงลอดไรฟัน สีหนาและแววตาดุดันราวกับจะกินเลือดเนื้อใครเห็นเป็นอันต้องกลัวแม้แต่ผู้เป็นหมอ "หมะ...หมอจะพยายามครับท่าน" "ไม่!! มันต้องไม่ใช่แค่พยายาม แต่มึงต้องทำให้ได้ หมอรู้ดีใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอคนนั้นไม่หาย" "คะ...ครับ หมดจะรักษาเธอให้หาย"ชาคริตปล่อยหมอให้เป็นอิสระก่อนที่หมอจะรีบวิ่งกลับเข้าไปภายในห้องฉุกเฉินด้วยความหวาดกลัว สายตาของชาคริตนั้นจ้องมองผ่านทะลุเข้าไปในห้องฉุกเฉินภาวนาให้หญิงสาวนั้นปลอดภัย "มาร์คัสโทรศัพท์บอกโจเซฟเรื่องอาการของเธอ และบอกมันด้วยว่าเรื่องนี้กูจะเป็นคนรับผิดชอบเอง" "ครับ ท่าน" เขาจำเป็นต้องโทรศัพท์รายงานอาการของเธอให้โจเซฟได้รู้เพราะเพื่อนของเขากำชับเอาไว้ก่อนที่จะกลับไป เพราะหนูน้อยนีน่างอแงอยากจะมาเยี่ยมคนที่เสี่ยงอันตรายไปช่วยชีวิตของเธอเอาไว้จึงทำให้โจเซฟต้องไปรับหน้าลูกสาวของตนเองก่อน ส่วนทางเขาเฝ้ารอดูอาการ ติ๊ด ติ๊ด เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสูทดังขึ้น ให้เดาก็คงหนีไม่พ้นมาดามคริสเตียนน่าว่าผู้เป็นมารดาที่โทรศัพท์มาถามหาหนูน้อย เพราะวันนี้เขาสัญญากับผู้เป็นแม่ว่าจะพาตัวนีน่าหลานสาวสุดที่รักเข้าไปหาแต่มันก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเสียก่อน "ครับมัม" "ชาร์ล ลูกเป็นอะไรหรือเปล่าทำไมวันนี้ถึง"น้ำเสียงอ่อนโยนโทนอบอุ่นของมารดาเอ่ยถามบุตรชาย หลังจากเงียบหายทั้งที่สัญญาว่าจะพาหลานตัวน้อยมาเล่นกับเธอแต่ก็ไร้วี่แววจนตอนนี้เวลาล่วงเลยจนถึงเที่ยงคืน ลูกชายยังไม่ติดต่อแถมยังไม่กลับมามันอดที่จะทำให้เธอเป็นห่วงไม่ได้ "ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่วันนี้ไม่ได้พานีน่าเข้าไปหาตามสัญญา" "เกิดเรื่องอะไรหรือเปล่าลูก"ฟังจากน้ำเสียงที่ดูเปลี่ยนไปผู้เป็นแม่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม ซึ่งชาคริตก็ยอมเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ท่านฟัง "ตายจริง แล้วเธอคนนั้นอาการเป็นอย่างไรบ้างลูก" "ยังไม่พ้นขีดอันตรายครับมัม หมอต้องเฝ้าดูแลอาการอย่างใกล้ชิด" "ลูกต้องกำชับให้หมอรักษาเธอให้หายนะชาร์ล เธอมีพระคุณกับเรามากเลยรู้ไหม ถ้าไม่ได้เธอมัมไม่อยากจะคิดเลย" "มัมไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมได้กำชับหมอเอาไว้แล้วเธอจะต้องหายเป็นปกติครับ"แกร็กเสียงประตูห้องนอนที่ปิดลงดึงความสนใจจากหญิงสาวให้หันไปมอง ริมฝีปากเรียวเล็กส่งยิ้มหวานดั่งเช่นเคยเมื่อเห็นว่าผู้เป็นสามีเดินมาหา"ลูกหลับแล้วเหรอคะ ชาร์ล""ครับ ที่รัก"ชายหนุ่มตอบเสียงหวานเดินมาโอบกอดร่างเล็กของภรรยาสาวจากทางด้านหลัง จมูกโด่งก้มลงสูดดมความหอบบนไหล่เนียนอย่างรักใคร สองชายหญิงยืนกอดกันสายตาลอบมองผ่านกระจก"ผมรักคุณจังริต้า""หืม วันนี้มาอารมณ์ไหนคะ"หญิงสาวเอียงคอมองแม้เธอจะได้ยินสามีบอกรักทุกวันแต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกเขินทุกครั้งเมื่อได้ยินมัน"อารมณ์อยากบอกรักเมียครับ ผมอยากบอกรักริต้าทุกวันทั้ง เช้า สาย บ่าย เย็น ก่อนนอน ตื่นนอน หรือทุก ๆ ห้านาที""คิคิ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ค่ะ"หญิงสาวหมุนตัวหันมาเผชิญหน้าฝ่ามือเรียวเล็กวางแนบบนแก้มสากของชายหนุ่ม ดวงตากลมโตคู่สวยเป็นประกายวาววับดุจดั่งดวงดาวยามเมื่อจ้องมองคนรัก"อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นครับ"ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังผ่านชุดนอนสีดำตัวบางแบรนด์ดัง สายตาประดุจเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ลามเลียร่างกายของภรรยาปลายลิ้นสากเลียริมฝีปากค้างคืนนี้ทางสะดวกเมื่อคุณปู่กับคุณย่ามารับหลานตัวน้อยไปนอนด้วย"ร้อนเหรอคะเหงื่อแตกเชี
สภาพห้องพักไม่ต่างอะไรกับสนามรบ ริต้าอยากจะกรีดร้องให้สลบไปตื่นอีกวันของพรุ่งนี้เช้า สภาพห้องในตอนนี้ไม่มีตรงส่วนไหนดีผลมาจากศึกรบนับครั้งไม่ถ้วนของเธอและเขาเดือดร้อนจนต้องเรียกแม้บ้านให้มาทำความสะอาดใหม่พร้อมชดใช้ค่าเสียหาย"เราจะไปทานอาหารที่ร้านไหนกันดีครับริต้า""คุณยังมีแรงจะออกไปทานอาหารข้างนอกอีกเหรอคะ"เธอไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงได้แต่นอนพักอยู่บนเตียงนอน มองดูชายหนุ่มกำลังยืนแต่งตัวอยู่ตรงหน้ากระจก"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมสั่งมาร์คัสให้ไปซื้ออาหารมาให้พวกเราก็แล้วกันนะครับ คุณอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม"ชายหนุ่มมองภาพสะท้อนของหญิงสาวผ่านกระจก"ขอเป็นอาหารไทยรสจัด ๆ ก็แล้วกันค่ะ และอย่าลืมบอกให้คุณมาร์คัสซื้อยาแก้ปวดกับยาคุมกำเนิดมาให้ริต้าด้วยนะคะ"คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน ชาคริตหมุนตัวเดินไปหาหญิงสาวทำเอาริต้าสะดุ้งเมื่อเขาคว้าตัวเธอให้ลุกขึ้นนั่ง"ทำไมต้องทานยาคุมกำเนิดด้วยล่ะครับ ริต้าไม่อยากตั้งท้องลูกของผมอย่างนั้นเหรอ"ริต้าเม้มริมฝีปากเธอรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อยไม่นึกเลยว่าชาคริตจะตั้งคำถามนี้กับเธอ"ว่าอย่างไรล่ะครับ ผมไม่มีอะไรดีพออย่างนั้นเหรอครับทำไมริต้าถึง""ไม่ใช่อย่างนั้นนะ
พรึ่บร่างเจ็บถูกจับพลิกตัวให้อยู่ทางด้านบน ริต้าเบิกตากว้างเมื่อรู้ชะตากรรมชีวิตของตนเองต่อจากนี้ ความแข็งขืนที่ยังไม่หลุดออกมันกำลังกระตุกหงึกอยู่ด้านในช่องทางรักของเธอ ความยิวทำเอาช่องทางรักขมิบถี่เมื่อท่อนเอ็นเริ่มขยับเข้าออกอีกครั้ง"รอบนี้ผมอยากเห็นลีลาของริต้าบ้าง""ตะ....แต่ริต้าทำไม่เป็น""ง่าย ๆ ครับ เหมือนกับเราขี่ม้า"ชาคริตว่าพร้อมจับเอวเล็กให้ยกขึ้นกระแทกลงตามจังหวะ ดวงตาเบิกกว้างมากยิ่งขึ้นเมื่อท่วงท่านี้ทำเอาริต้าจุกจนตัวงอเล็บทั้งสิบจิกลงบนหน้าท้องจนเป็นรอย ความจุกและเสียวยังคงเล่นงานด้านล่างอย่างหนักหน่วงเมื่อชาคริตไม่ยอมปล่อยมือออกจากเอวเล็กของเธอ"ฮึก จุก""แต่มันก็เสียวใช่ไหมล่ะครับ อ่าส์"ริต้าพยักหน้า เธอไม่ปฏิเสธความยาวแทงลึกจนเธอเสียวเก็บไปทั่วทั้งร่าง สีหน้าของเธอมันบ่งบอกถึงความทรมานซึ่งไม่ต่างจากสีหน้าของคนใต้ร่าง เสียงครางในลำคอคล้ายกับราชสีห์กำลังได้รับบาดเจ็บกลับปลุกความกล้าในตัวนักพรานสาวขึ้นมาเสียอย่างนั้นเอวเล็กเริ่มขยับขึ้นลงเองเมื่อจับทิศทางได้ ใบหน้าของชาคริตแสดงถึงความพึงพอใจ เขาปล่อยมือออกจากเอวบางปล่อยให้หญิงสาวได้ทำตามอำเภอใจส่วนตัวเองนั้นจะเป็น
อึกริต้ากลืนน้ำลายเหนียวลงคอด้วยความยากลำบากเมื่อเธอได้เห็นแก่นกายขนาดใหญ่แข็งตัวเต็มที่ มันทั้งใหญ่และยาวขาวอวบกระตุกหงึกเหมือนอยากจะกระแทกเข้าไปในช่องทางรักอันแสนคับแคบของเธอเต็มทีสีหน้าของริต้าในตอนนี้เกิดความกังวลใจเพราะขนาดไซซ์ของเขาและเธอมันชั่งแตกต่างราวฟ้ากับเหวลึกยิ่งนักไม่สามารถนึกภาพออกมาได้เลยว่าท่อนเอ็นจะสามารถสอดใส่เข้าไปด้านในได้อย่างไร"ไม่ต้องกลัวนะครับ"ชาคริตเอ่ยปลอบโยนถึงมันจะไม่สามารถช่วยอะไรได้มากเพราะหลักฐานก็เห็น ๆ กันอยู่ ไซซ์มินิของหญิงไทยกับอันใหญ่เท่าแขนของชายชาวต่างชายไม่เจ็บจนต้องร้องแหกปากก็ไม่รู้ว่าจะต้องพูดยังไงแล้วกึดฟันซี่เล็กขบแน่นเมื่อท่อนเอ็นที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดค่อย ๆ สอดเข้ามาอย่างเชื่องช้า น้ำตาเม็ดใสไหลพรากความรู้สึกเจ็บเล่นพล่านไปทั่วราวกับร่างกายของเธอจะแตกออกจากกันเป็นเสี่ยง ๆ "ผมขอโทษ "น้ำเสียงของชายคริตเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดเมื่อก้มมองจุดเชื่อมต่อเลือดสีแดงสดของสาวพรหมจรรย์ไหลอาบหยดลงบนเตียงนอนสีขาวจนเห็นได้ชัด"ผ่อนคลายนะครับ"ชายหนุ่มก้มจูบริมฝีปากดึงความสนใจทำให้หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลายเผลอไผลไปกับรถจูบที่เขาเป็นคนมอบให้ ยอดถันแข็
ริมฝีปากหยักไล่ละเมียดชิมความหอมหวานจากริมฝีปากเล็กปลายลิ้นสากตวัดดูดดึงปลายลิ้นเรียวเล็กอย่างหิวกระหายจนฝ่ายหญิงแทบจะหายใจไม่ทัน ฝ่ามือใหญ่นั้นลูบไล้ไปตามร่างกายนุ่มนิ่มเอวเล็กคอดกิ่วไร้ไขมันส่วนเกิน"อืม"ความพึงพอใจถูกถ่ายทอดออกมาเป็นเสียงครางในลำคอทุกสัดส่วนบนร่างกายของเธอนั้นถูกใจชายหนุ่มไปเสียหมด ยิ่งร่างเล็กเบียดตัวเข้าหาสองขาเรียวเสียดสีด้วยความเสียวซ่านมันยิ่งปลุกความต้องการเพิ่มทวีคูณมากยิ่งขึ้น"ริต้าของผมสวยไปทั้งตัวเลย"เสียงแหบพร่าเอ่ยชมสายตาคมไล่กวาดมองเรือนร่างฝ่ามืออีกข้างสอดเข้าไปทางด้านหลังเพียงแค่ใช้ปลายนิ้วสะกิดตะขอชุดชั้นในก็ทำให้เขาได้เห็นก้อนกลมใหญ่ทั้งสองข้างเด่นหราประจักษ์สู่สายตาคมความใหญ่โตพอดีมือของเขาทำเอาชาคริตถึงต้องกลืนน้ำลายลงคอไม่ผิดจากที่เขาคาดคิดเอาไว้ว่าผู้หญิงตัวเล็กแต่กลับซ่อนความหน้าค้นหาเอาไว้ สายตาดุจดั่งเปลวเพลิงของเขาจ้องมองหน้าอกคู่ใหญ่จนคนถูกมองรู้สึกเขินอายแก้มแดงระเรื่อ"อย่ามองนานสิคะ ริต้าเขินนะ""เขินอะไรกันครับมาถึงขนาดนี้แล้ว"ชายหนุ่มว่าพลางเลียริมฝีปากค้าง เขาพยายามระงับอารมณ์ดิบเถื่อนของตัวเองเอาไว้ให้ได้มากที่สุดแม้ว่าสิ่งเย้ายวน
ถึงแม้จะไม่ได้ใส่ชุดว่ายน้ำลงทะเลแต่อย่างน้อยชาคริตก็ยอมใจอ่อนยอมให้ริต้าสวมชุดว่ายน้ำลงสระโดยที่เขาเอ่ยปากไล่ไม่ให้บอดี้การ์ดคนไหนเข้าใกล้บริเวณบ้านจนกว่าจะเรียก ทั้งคู่มีความสุขกันอยู่ในสระว่ายน้ำเสียงหัวเราะของต่างฝ่ายดังลั่นมันช่างมีความสุขมากเมื่อได้ใช้เวลาทั้งหมดที่มีอยู่ร่วมกัน ความรักในอดีตค่อย ๆ เจือจางไปจากหัวใจของหญิงสาวอย่างช้า ๆ เธอปล่อยหัวใจไปตามความต้องการของตัวเองโดยไม่คิดจะยึดเหนี่ยวกับรักครั้งเก่าชายหนุ่มโอบกอดร่างของหญิงสาวเอาไว้อยู่ในอ้อมกอด นิ้วเรียวเกลี่ยเอาหยาดน้ำออกจากใบหน้าของเธอ ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ใกล้กันเพียงแค่ฝ่ามือกั้นริมฝีปากยิ้มกว้างส่งยิ้มให้"ริต้ามีความสุขไหมครับ""มีความสุขสิคะ มีความสุขมาก"เธอยิ้มรับยกเรียวแขนกลมกลึงทั้งสองข้างขึ้นคล้องลำคอหนาดวงตากลมโตสุกใสจ้องมองใบหน้าหล่อ ๆ ของชายหนุ่ม"แล้วริต้าอยากจะเริ่มนับหนึ่งใหม่กับใครสักคนแล้วหรือยังครับ""....""อยากเริ่มนับหนึ่งไปด้วยกันกับผมไหม"แววตาสื่อไปด้วยความหมายทำให้หญิงสาวรู้สึกเขินอยู่ไม่น้อย เธอแทบจะทำอะไรไม่ถูกไม่นึกว่าชาคริตจะเอ่ยพูดประโยคนี้ออกมา"ผมน่ะไม่ได้เป็นผู้ชายที่แสนดีอะไร ออกจะต







