تسجيل الدخول“โอเคจ้ะ ป้าจะบอกคุณย่าให้นะลูก” คนเป็นป้ารู้ทันหลานชายสุดที่รักดีว่าซิ่งหนีการจับคู่อีกแล้วซึ่งเป็นแบบนี้ทุกครั้ง
“ขอบคุณครับป้านวล ผมรักป้าครับ” เสียงห้าวบอกรักป้าที่เข้าใจเขาทุกอย่างและรู้ใจเขาพอๆกับแม่ถึงแม้ไม่ได้อยู่กับท่านแต่แม่ก็เข้าใจเขาดี
“จ้าพ่อคุณ จะรักป้าก็ตอนที่ให้ป้าเป็นทับหน้ากับคุณย่าของเราเท่านั้นละสิ” นวพรรณพูดกระเซ้าหลานชายที่เธอรักเหมือนลูกชายของเธอเพราะเลี้ยงมาตั้งแต่น้องสะใภ้เลิกกับน้องชาย
“ไม่ใช่สักหน่อยครับ ผมรักป้านวลที่สุดครับแค่นี้นะครับผมต้องไปแล้ว” จุลภัทรพูดจบก็วางสายแล้วขึ้นรถขับออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็วทั้งที่เพิ่งเข้าบ้านยังไม่ถึงสามสิบนาที
“พี่จุลไม่อยู่ทานข้าวกับพวกเราเหรอคะคุณป้านวล” ฉัตรธิดาถามเพื่อนของแม่ทันทีที่วางสายเธอได้ยินแว่วๆว่าจุลภัทรมีธุระไม่ได้อยู่ทานอาหารเย็นกับคุณหญิงย่า
“พอดีตาจุลมีธุระน่ะจ้ะ พ่อคนนี้เขาธุระเยอะวันๆมีแต่งานแทบไม่ได้อยู่บ้านเลยจ้ะ” นวลพรรณพูดถึงหลนชายทำไมเธอจะไม่รู้ว่าหลานชายหนีการดูตัวของย่าและเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่แม่นัดสาวๆมาให้ดูตัว
“พี่จุลเก่งจังเลยนะคะทำให้เป็นเคเอสพีติดอันดับหนึ่งในสามของเมืองไทยได้ ลูกปัดอยากฝึกงานกับคนเก่งเพื่อจะได้ไปช่วยงานบริษัทของคุณพ่อได้ค่ะ” ฉัตรธิดาพูดขึ้นเพื่อให้ป้านวลช่วยเหลือให้เธอได้ฝึกงานกับจุลภัทร
“พี่ชายของหนูลูกปัดก็เก่งและสายตรงน่าจะสอนน้องได้ดีกว่า ส่วนตาจุลเขางานเยอะคงไม่มีเวลาสอนใครขนาดป้ากับคุณย่ายังไม่ค่อยได้เจอเลยจ้ะ” นวลพรรณรู้แล้วว่าหลานชายไม่ชอบฉัตรธิดาไม่งั้นก็คงอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันและนี่ไม่ใช่ครั้งแรกแต่นับครั้งไม่ถ้วนจนเธอถอดใจแต่แม่ของเธอยังหมายมั่นปั้นมือให้หลานชายแต่งงานให้จงได้เพราะหลานสาวหลานชายอีกสี่คนยังไม่ถึงวัยจะแต่งงานและไม่อยากให้ความหวังลูกสาวเพื่อน
“ค่ะคุณป้านวล” ฉัตรธิดาคิดว่าป้านวลจะสนับสนุนเธอให้หลานชายแต่เปล่าเลยท่านไม่ช่วยพูดให้และยังบอกให้พี่ชายของเธอสอนงานให้อีกแล้วแบบนี้เธอจะใกล้ชิดจุลภัทรได้ยังไง
“อาหารเสร็จหรือยังเวียน” นวลพรรณถามแม่บ้านที่จัดการเรื่องอาหารอยู่ในครัว
“เสร็จแล้วค่ะคุณนวล จะให้ฉันตั้งโต้ะเลยมั้ยคะ” เวียนแม่บ้านเก่าแก่ที่อยู่มานานกว่าสามสิบปีตอบเจ้านายสาวใหญ่เพราะอาหารเสร็จแล้วรอขึ้นโต้ะอย่างเดียวและยังเป็นอาหารจานโปรดของจุลภัทรเป็นส่วนใหญ่แต่เจ้าตัวขับรถออกไปจากบ้านแล้ว
“งั้นตั้งโต้ะเลยละกัน เย็นนี้ตาจุลมีธุระน่ะ” เป็นอันรู้กันระหว่างเจ้านายกับแม่บ้านคนสนิทที่เป็นอดีตพี่เลี้ยงของคุณหนูจุลจนตอนนี้โตเป็นหนุ่มและยังหลบหลีกเรื่องดูตัวเก่งมากไม่เคยอยู่ทานข้าวกับผู้หญิงที่ย่ากับป้าหาให้จึงหนีไปนอนเพนท์เฮ้าส์ทุกครั้ง
“ค่ะคุณนวล เอ้าสาวๆเร็วเข้าตั้งโต้ะเลยจ้ะ” เวียนบอกทุกคนให้ช่วยกันตั้งโต้ะอาหารให้เจ้านายกับแขกของท่าน
“ลูกปัดช่วยค่ะ” ไฮโซสาวแสดงน้ำใจจะช่วยยกอาหาร
“ไม่เป็นไรค่ะคุณลูกปัด เด็กๆเยอะแยะค่ะ เชิญคุณนวลกับคุณลูกปัดที่โต้ะอาหารเถอะค่ะ” เวียนบอกเจ้านายสาวและแขกแค่ตั้งโตะก็เป็นหน้าที่ของคนรับใช้อย่างพวกเธออยู่แล้ว
“แล้วตาวิตยังไม่กลับอีกเหรอเวียน” นวลพรรณถามแม่บ้านขณะเดินไปห้องอาหาร
“คุณจุลมีธุระแบบนี้ก็คงนอนที่เพนท์เฮ้าส์โน่นแหละค่ะ” เวียนตอบเจ้านายว่าลูกชายของเธอคงค้างที่เพนท์เฮ้าส์เพราะสาวิตทำงานกับจุลภัทรในตำแหน่งเลขาตามที่นวลพรรณส่งเสียให้เรียนเลขานุการและการตลาดจนจบปริญญาโทจากอังกฤษแล้วมาช่วยงานจุลภัทร
“ดีกันจริงๆ ฉันไม่น่าซื้อเพนท์เฮ้าส์ให้สองคนนั่นเลยให้ตายสิ” นวลพรรณพูดขึ้นเพราะจุลภัทรว่ายังไงสาวิตก็ว่าอย่างนั้น
“จริงค่ะ”เวียนเห็นด้วยเพราะเจ้านายหนุ่มกับลูกชายของเธอเลยมีหลุมหลบภัยชั้นดีที่ไม่มีใครเข้าถึงขนาดเธอเป็นแม่ยังถูกห้ามไม่รู้ว่าซ่อนอะไรไว้หรือเปล่าแม้แต่คุณหญิงและคุณนวลยังไม่กล้าไปยุ่ง
“หนูลูกปัดไปตามคุณหญิงย่ากับคุณแม่ของหนูมากินข้าวหน่อยสิจ้ะ” นวลพรรณบอกลูกสาวของเพื่อนอย่างเอ็นดูถึงไม่ได้เป็นหลานสะใภ้แต่ก็เป็นหลานสาวเหมือนเดิมก็ได้
“ค่ะคุณป้านวล” ฉัตรธิดาเดินไปที่ห้องรับแขกเพื่อตามแม่กับคุณหญิงย่ามาทานอาหารเย็นอย่างเซ็งๆเมื่อจุลภัทรไม่ได้อยู่ทานอาหารเย็นด้วย
ส่วนคนที่โทรหาแม่เสร็จก็ขับรถออกจากบ้านไปเพนท์เฮ้าส์เพื่ออาบน้ำและบอกให้เลขาสั่งอาหารมาทานด้วยกันเย็นนี้แต่เพื่อนรักโทรมาชวนไปดื่มก็ยกเลิกอาหารเย็นแล้วจุลภัทร์กับสาวิตก็ไปดื่มที่คลับหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เขากับเพื่อนไปดื่มเป็นประจำเพราะบรรยากาศดี
“แม่โทรมาบอกผมว่าวันนี้คุณหญิงท่านนัดบอดให้คุณจุลเหรอครับ” สาวิตถามเจ้านายหนุ่มแล้วยิ้มช่วงหลังนี่จะถี่ขึ้นเพราะคุณหญิงไม่ชอบแฟนสาวของหลานชายที่ไม่รู้จักทำงานได้แต่เฉิดฉายอยู่ในสังคมและข่าววงในบอกว่าธุรกิจที่บ้านของพัชรียากำลังมีปัญหาด้วย
“อย่าพูดเลยเซ็งว่ะ” จุลภัทรพูดอย่างเซ็งๆเขาบอกย่าไปแล้วว่ายังไม่พร้อมจะมีครอบครัวส่วนแฟนสาวที่คบกันมาสองปีก็ยังไม่ได้คิดจะแต่งงานกันตอนนี้ท่านก็ไม่ฟังยังนัดลูกหลานของเพื่อนท่านกับป้านวลมาให้เขาดูตัวและไม่รู้ว่าคนที่เท่าไหร่แล้ว
“แล้วไม่ไปหาคุณปุ้มเหรอครับ” สาวิตถามเจ้านายหนุ่มที่พักหลังไม่ได้ไปหาแฟนสาว
“ไม่ไปอ่ะ เบื่อ” เสียงห้าวตอบคนสนิทชัดเจนว่าเบื่อกับความเรื่องมากชอบโวยวายและเรียกร้องเอาโน่นนี่นั่นไม่หยุดของพัชรียา ผิดจากที่คบกันแรกๆสุดท้ายผู้หญิงก็เหมือนกันทุกคนยกเว้นแม่ของเขาที่ไม่ได้เห็นแก่เงินท่านยึดมั่นความจริงและหยิ่งในศักดิ์ศรีในเมื่อท่านทำไม่ได้ก็ยอมปล่อยมือจากพ่อและยอมเจ็บปวดแต่ท่านไม่เคยทิ้งเขาแม้ตอนเด็กจะไม่เข้าใจแต่พอโตขึ้นเขาก็เข้าใจทีละน้อยจนกระทั่งตอนนี้เขาแอบดื้อกับย่าก็เพราะไม่อยากเป็นเหมือนพ่อที่ยอมเลิกกับภรรยาเพื่อแม่ซึ่งเขาจะไม่ทำแบบนั้น หากมีปัญหาเขาก็จะสู้ไปพร้อมกับผู้หญิงที่เขารักไม่มีทางปล่อยมือจากเธอแน่
“อ้าว..เป็นงั้นไป” สาวิตงงกับเจ้านายหนุ่มปกติก็จะไปหาแฟนสาวและค้างที่คอนโดของพัชรียาบางครั้งก็มาค้างที่คอนโดของจุลภัทรแต่ไม่ใช่ที่เพนท์เฮาส์ที่เจ้านายหนุ่มกับเขาเรียกว่าบ้านและยังไม่มีผู้หญิงคนไหนได้เข้ามาในห้องยกเว้นแม่บ้านกับพ่อบ้านที่จ้างมาทำความสะอาดบ้านและรู้วาตอนนี้จุลภัทรห่างกับพัชรียามาเป็นเดือน
“บางทีฉันกับเขาคงจะจบกันแค่นี้แล้วมั้ง” จุลภัทรพูดกับเลขาหนุ่มที่เขารักเหมือนน้องเพราะโตมาด้วยกันตอนแม่เลิกกับพ่อเขาอายุสี่ขวบแล้วสาทิตสองขวบจึงเป็นเพื่อนเล่นต่างวัยกันมาและไปเรียนที่เดียวกันพอเขาจบมอหกก็ไปเรียนต่อที่อเมริกาส่วนสาทิตเลือกไปเรียนที่อังกฤษพอจบก็มาเป็นเลขาของเขาตามคำสั่งของป้านวลที่เป็นเจ้าของทุนการศึกษาส่งสาทิตเรียนจบปริญญาโท
“พูดจริงป่ะเนี่ยคุณจุล” สาวิตรู้ปัญหาของเจ้านายทุกอย่างเพราะจุลภัทรมาระบายให้เขาฟังตลอดว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองและแฟนสาวทำให้ความรักจืดจางและยังรู้ด้วยว่าครั้งล่าสุดพัชรียาไปเที่ยวกับเพื่อและยังมีไฮโซหนุ่มหล่อตามไปด้วย
“แกก็คอยดูต่อไปสิ” เขาคิดว่าพัชรียาจะบอกเลิกเขาเร็วๆนี้เพราะตอนนี้เขาได้ข่าวว่าพ่อแม่เธอจะให้แต่งงานกับไฮโซหนุ่มลูกหลานผู้ดีเก่าและทั้งสองแอบไปเที่ยวฮ่องกงด้วยกันเขารู้ได้ยังไงเหรอเรื่องอย่างนี้มันปิดกันไม่ได้หรอกแต่เขาให้เธอเป็นฝ่ายออกมาพูดเอง
เมื่อไปถึงคลับหรูสาวิตก็ขับรถไปจอดหน้าคลับแล้วลงจากรถยื่นกุญแจรถซุปเปอร์คาร์สัญชาติอิตาลีราคายี่สิบกว่าล้านให้พนักงานนำรถไปจอดให้แล้วสองหนุ่มก็เดินเข้าไปในคลับหรูและตรงไปที่ห้องประจำที่มองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาและอีกฝั่งของแม่น้ำเจ้าพรยะก็มีโรงแรมคอนโดร้านอาหารริมน้ำประดับประดาไฟสวยงามทำให้ผ่อนคลายและยังมีระเบียงยื่นออกไปให้สัมผัสอากาศยามค่ำคืน
“พระเอกของเรามาแล้วโว้ย” พยนต์เห็นเพื่อนเดินตามพนักงานเข้ามในห้องก็บอกเพื่อนอีกสองคนที่นั่งอยู่ให้รู้ว่าคนที่พวกเขารอมาถึงแล้ว
“กว่าจะมาได้นะมึง” ศานันท์มองเพื่อนยิ้มๆ
“ติดหญิงอยู่ล่ะสิ” ทัศน์แซวเพื่อนขำๆ
“ไอ้เห้พวกนี้นิ กูไปทำงานมาโว้ย” คนที่ถูกเพื่อว่าติดหญิงตอบเพื่อน
“จริงเหรอวะวิต” ศานันท์ หรือโต๋ถามเพื่อนรุ่นน้องที่ทำหน้าที่เลขาให้เพื่อนพวกเขารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กเพราะพ่อเป็นเพื่อนกันพอมาถึงรุ่นลูกก็เป็นเพื่อนสนิทกันอีกชั้นหนึ่ง หลังจากเรียนจบกลับมาศานันท์ก็ขอทุนจากพ่อทำธุรกิจฟิตเนสและประสบความสำเร็จและขยายสาขาทุกจังหวัดใหญ่เกือบทั่วประเทศในระยะเวลาห้าปี
“คุณจุลติดงานจริงครับพี่โต๋ ช่วงนี้เลยหงุดหงิดหน่อยที่ไม่ได้เล่นของ” สาวิตว่าเจ้านายเพราะนอกเวลางานพวกเขาเป็นเพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้องกัน
“ถึงว่าสิ แฟนมันถึงได้ไปเที่ยวกับ เอ่อ..” พยนต์พูดไม่จบชะงักไว้ก่อนเพราะเรื่องนี้เขายังไม่ได้คุยให้เพื่อนคนไหนฟัง พยนต์หรือโยเป็นนักบินและครอบครัวของเขาเป็นเจ้าของสายการบินด้วย แล้วพอดีวันนั้นนักบินที่ต้องบินไปฮ่องกงเกิดอุบัติเหตุและไม่สามารถทำงานได้และเขาก็ถูกหัวหน้าเรียกไปบินแทนจึงได้เห็นแฟนของเพื่อนไปเที่ยวกับเพื่อนและมีผู้ชายไปด้วยถึงจะไปกันเป็นกลุ่มแต่ลางสังหรณ์ของเขาบอกว่าพัชรียากับไฮโซหนุ่มหล่อตระกูลผู้ดีเก่ามีอะไรในกอไผ่แต่พอรู้ว่าเขาทำหน้าที่บินไฟล์ทเดียวกันเธอก็ไม่แสดงอะไรให้เห็นอีกเขาก็เลยไม่มั่นใจว่าพัชรียานั้นนอกใจนอกกายเพื่อนของเขาจริงหรือเปล่า
“อะไรของมึงไอ้โยพูดให้จบสิวะ มึงพูดครึ่งๆกลางๆแบบนี้ต่อมเผือกกูกระตุกเลยเพื่อน” ทัศน์ หนุ่มหล่อพ่อรวยมากเป็นทายาทคนโตของเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังมีสาขาอยู่ทุกหลายจังหวัดเกือบครึ่งประเทศและทัศน์ก็เป็นหมอโรคหัวใจ
“หายเมื่อไหร่ก็ค่อยกินนะคะ ตอนนี้แค่ชิมก็พอ” ชาครียาพูดจบก็ก้มลงจูบริมฝีปากหยักได้รูปเบาๆแล้วลุกขึ้นยิ้มให้คนป่วยแสนเจ้าเล่ห์อย่างเอาใจเพื่อให้เขาทานอาหารกลางวัน“โธ่ที่รักครับ พี่ยังไม่รู้รสชาติเลยขออีกนิดนะครับ” คนป่วยอ้อนเสียงหวานมองกลีบปากอิ่มตาปรอยที่มายั่วให้เขาอยากแล้วจากไปอย่างออดอ้อนแค่นี้ก็ทำให้ร่างกายของเขาตื่นตัวแล้ว“น้อยๆหน่อยครับเพื่อน ก้นมึงยังขยับไม่ได้เลยนะ” พยนต์มาเยี่ยมเพื่อนและหิ้วอาหารกลางวันมาเผื่อเพื่อนๆกับชาครียาทันเห็นลีลาอ้อนของเพื่อนและความหื่นที่แสดงออกชัดว่าอยากมาก“ไอ้โย มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเลยนะมึง” จุลภัทรดึงผ้าห่มมาคลุมจนถึงเอวแต่ไม่ทันเพราะพยนต์เห็นความหื่นของเขาแล้วมันยังทำหน้าล้อเลียนเขาอีก“ถ้าให้เสียงก็คงไม่เห็นอะไรดีๆสิวะเพื่อนรัก” พยนต์ว่าเพื่อนที่ออกอาการหื่นไม่รู้จักเวล่ำเวลา“เออ..ว่าแต่มีอะไรมาให้กูกินบ้างล่ะ” คนเจ็บเปลี่ยนเรื่องพูดก่อนที่เพื่อนจะทำให้เมียรักอาย“กูนึกว่าอาหารของกูจะเป็นหมันแล้วเสียอีก” พยนต์แซวเพื่อนกับแฟนสาวยิ้มๆที่สวีทหวานกันอย่างน่ารักและน่าหมั่นไส้ไพร้อมกัน“พี่จุลคุยกับคุณโยไปก่อนนะคะ ชาร์มจะไปเตรียมอาหารให้ค่ะ คุณโยทา
“ทางเรามีหลักฐานแน่นหนาถึงได้ออกหมายจับ หากคุณวิสูตรจะปฏิเสธข้อกล่าวหาก็เป็นสิทธิ์ของคุณครับ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทำตามหน้าที่และหลักฐานที่ได้มาครับ” ท่านรองผบ.ตร.บอกกับไฮโซหนุ่มหล่ออนาคตไกลที่มาตายน้ำตื้นเพราะความโลภหากเขาทำธุรกิจอย่างโปร่งใสก็จะไม่เป็นแบบนี้“กูไม่ไป กูจะรอทนายความ” วิสูตรเรียกร้องหาทนายความทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองเพลี่ยงพล้ำและเขาจะสู้จนถึงที่สุด แม้สุดท้ายเขาจะถูกดำเนินคดีก็ตาม“ได้ครับ คุณวิสูตรจะติดต่อหาทนายก็ได้ครับ เชิญ” เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดโอกาสให้วิสูตรได้โทรหาทนายความตามความต้องการและเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่จะต่อสู้คดีวิสูตรโทรหาพ่อบอกท่านว่าเขาถูกจับและถูกกล่าวหาว่าจ้างวานฆ่าจุลภัทรและให้หาทนายความให้เขาด้วยทำเอาพ่อของเขาโกรธมากและเชื่อสนิทว่าลูกชายได้ทำเรื่องเลวร้ายจริงเพราะรู้นิสัยดีแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นลูกและที่ผ่านมาเขาก็แก้ปัญหาให้ลูกชายมาตลอด“ฉันไม่เกี่ยวนะ ฉันไม่รู้เรื่องที่เขาทำนะ” ธนภรณ์พูดเสียงสั่นมองเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนข้างๆตัวสั่นเทาลนลานทำอะไรไม่ถูกคิดอะไรไม่ออกว่าจะทำยังไงดีก่อนจะคิดถึงจุลภัทรและคิดว่าเขาจะช่วยเธอได้ยังไงก็เป็นเพื่
“ต่ายไม่ไปได้มั้ยแม่” วริศราพูดกับแม่ขณะรับประทานอาหารเช้าด้วยกันก่อนจะไปปากช่องเพื่อเยี่ยมจุลภัทรและข่าวลือที่เธอได้ยินมาว่าจุลภัทรอาจจะพิการทำให้ไม่อยากไปเยี่ยม“ไม่ได้ แกต้องไปนะยัยต่ายพวกเขาจะได้รู้ว่าถึงคุณจุลจะพิการแต่เราก็ไม่ได้รังเกียจเขาจับพลัดจับพลูแกได้เป็นสะใภ้บ้านนั้นก็สบายไปทั้งชาติ อย่าทำให้แม่เสียหน้าล่ะ” ศรุตาพูดกับลูกสาวเพราะเธอได้ตั้งความหวังไว้นานแล้วว่าลูกสาจะต้องได้เป็นสะใภ้ของตระกูลวัฒนสิริสรณ์“แต่แม่คะ ตอนนี้ข่าวลือพี่จุลพิการดังไปทั่วแล้วนะคะ ต่ายทนไม่ได้หรอกค่ะแม่ที่จะมีผัวพิการ” วริศราพูดกับแม่ตามที่เธอได้ข่าวจากเพื่อนว่าจุลภัทรขาหักและไม่รู้ว่าจะกลับมาเดินได้เหมือนเดิมหรือเปล่า“แกมันโง่ พิการอะไรกันคุณจุลมีเงินมากมายเขาต้องหาหมอเก่งมารักษาได้แน่หรือแกจะไปเอาผู้ชายที่ไม่มีอะไรแล้วต้องมาหาเลี้ยงดูมันล่ะ” ศรุตาว่าลูกสาวที่คบกับนายแบบที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากความหล่อและลูกสาวของเธอยังเอารถของตัวเองไปให้ใช้เธอด่าว่ายังไงก็ไม่ฟัง“มันเรื่องของต่าย ถ้าแม่จะไปเยี่ยมพี่จุลก็ไปคนเดียวเถอะต่ายไม่ไปค่ะ” วริศรายืนยันว่าเธอไม่ไปเยี่ยมจุลภัทรเพราะเขาไม่เห็นเธออยู่ในสายตาหาก
"จุลอย่าเพิ่งท้อสิคะ ถ้าหมอที่เมืองไทยรักษาจุลไม่ได้เชอรี่จะพาจุลไปรักษาที่อเมริกายังไงจุลจะต้องหายกลับมาเดินได้เหมือนเดิมค่ะ" ธนภรณ์พูดแล้วก็ไม่แน่ใจว่าจุลภัทรจะหายกลับมาเดินได้เหมือนเดิมหรือเปล่าและเธอก็ลืมตัวไปว่าเป็นแค่เพื่อนของเขาไม่ใช่แฟนหรือเมียของจุลภัทร“ไม่เป็นไรเชอรี่เพราะแฟนผมเป็นพยาบาลเธอจะดูแลผมเองส่วนจะหายหรือไม่นั่นก็อีกเรื่องหนึ่งผมทำใจแล้วหากจะเป็นคนพิการ” จุลภัทรพูดแล้วมองสบตาเมียรักที่ดูท่ายังมึนงงแต่ชาครียาก็ไม่พูดแย้งรวมถึงเพื่อนทั้งสองที่มองสบตากันก็เข้าใจ“แต่แฟนจุลเป็นแค่พยาบาลนะคะ จะดูแลดีเหมือนคุณหมอเฉพาะทางได้ยังไงกันเชอรี่ไม่ไว้ใจค่ะ” ธนภรณ์มองชาครียาอย่างไม่ไว้ใจก่อนจะมองจุลภัทรที่นอนแม็พบนเตียง“นี่เชอรี่ ฉันว่าเธอเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า คุณชาร์มเป็นแฟนไอ้จุลและพวกเขาก็วางแผนจะแต่งงานกันในเมื่อไอ้จุลมันไม่สบายคนเป็นแฟนก็ต้องดูแลมันถูกต้องแล้วไม่ใช่ และไอ้จุลก็โชคดีที่คุณชาร์มเป็นพยาบาลวิชาชีพสมารถดูแลไอ้จุลได้ดีกว่าใคร อีกอย่างนะ เธอเป็นแค่เพื่อนของไอ้จุลและเธอก็มีแฟนแล้วมาทำแบบนี้เดี๋ยวแฟนของเธอจะเข้าใจผิดและมีปัญหากันเปล่าๆ รักษาระยะห่างและมารยาทด้วยจะด
“ตาจุลเป็นยังไงบ้างลูก” พักต์พริ้งเดินเข้ามาพร้อมกับลูกสะใภ้และเนียนที่มาดูแลลูกชายแล้วมองใบหน้าหล่อซีดเซียวของลูกชายด้วยความรักและเป็นห่วงมากที่สุด“ผมไม่เป็นไรแล้วครับแม่” จุลภัทรตอบแม่แล้วยิ้มให้ท่านแล้วเอียงแก้มให้ท่านหอม“แม่เป็นห่วงจุลแทบแย่ ฟาดเคราะห์ไปก็แล้วกันนะลูก จุ๊บๆ..” คนเป็นแม่เห็นลูกชายได้รับบาดเจ็บนอนแม็บอยู่บนเตียงแล้วใจแทบขาดหากเจ็บแทนได้เธอจะขอเจ็บเอง“ผมว่าคุณแม่ไปรอที่ห้องพักของไอ้จุลก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะย้ายมันไปที่ห้องพักฟื้น” ทัศน์บอกแม่ของเพื่อนหลังจากที่หมอเจ้าของไข้ตรวจดูอาการตอนตีห้าแล้วทุกอย่างปกติสามารถย้ายไปพักห้องพิเศษได้“ได้ลูก งั้นแม่ไปรอจุลที่ห้องนะจ้ะ แล้วตาวิตล่ะจะได้ย้ายไปพร้อมกันมั้ยจ้ะตาทัศน์” พักพริ้งพูดกับลูกชายก่อนจะถามถึงสาวิต“ไปพร้อมกันครับคุณแม่”“ง้นหนูชาร์มอยู่ดูพี่จุลนะลูก แม่จะไปบอกทุกคนก่อนไม่งั้นมาออกันเต็มหน้าห้องแน่จ้ะ” พักต์พริ้งพูดจบก็เดินออกไปจากห้องเพื่อบอกให้พ่อของลูกที่รออยู่หน้าห้องและย่าป้าอากับทุกคนให้รู้ว่าจุลภัทรจะได้ออกจากห้องไอซียูไปพักห้องพิเศษปกติแล้วเวลา06.40น.จุลภัทรกับสาวิตก็ถูกย้ายไปพักฟื้นห้องพิเศษที่มีพ่อแ
“อ้าวไอ้นี่ กูหวังดีอยากให้มึงพักผ่อนกลายเป็นว่ากูผิดซะงั้น” คนหวังดีบ่นอุบแต่ใบหน้ายิ้มแย้มและโล่งใจที่เพื่อนยังต่อปากต่คำได้ดีอยู่“ก็มึง โอ้ยย..ซี๊ดด อา..” เสียงห้าวร้องครางด้วยความเจ็บเมื่อขยับตัวมันเจ็บร้าวสะโพกลงไปถึงขา“พี่จุลอย่าเพิ่งขยับค่ะ ชาร์มจะไปขอยาแก้ปวดให้นะคะ” ชาครียาลุกขึ้นจะไปขอยาแก้ปวดจากพี่พยาบาลให้แฟนหนุ่ม“ไม่ต้องครับคุณชาร์มเดี๋ยวผมจะฉีดยาแก้ปวดให้ไอ้จุลเองครับ” ทัศน์พูดจบก็เดินไปที่โต้ะทำงานของหมอเวรแล้วหยิบชุดเข็มฉีดยาที่เตรียมไว้พร้อมกับแอลกอฮอล์ก่อนจะเดินกลับมาที่เตียงของเพื่อนแล้วฉีดยาแก้ปวดให้ที่แขนซึ่งหมอจะฝังเข็มไว้เพื่อฉีดยาให้คนไข้ได้สะดวก“ยาแก้ปวดหรือยานอนหลับวะ” คนไข้ยังปากดีทั้งที่เจ็บแผลผ่าตัดและสะโพกเขายังไม่อยากนอนหลับอยากคุยกับเมียรักมากกว่าเมื่อกี้ได้แค่เอาปากชนกันถ้าเขาได้จูบเมียรักต้องหายเจ็บแน่“ขนาดเจ็บยังหื่นได้อีกนะไอ้จุล เดี๋ยวก็ฉีดยาลดความหื่นให้เสียหรอก” ทัศน์ว่าเพื่อนที่มองแฟนสาวราวกับจะกลืนกินทั้งที่มีแผลทั้งตัวยิ่งสะโพกร้าวก็ยังกระดกไม่ได้ไหนจะขาหักอีกแต่เสือก็เป็นเสือวันยังค่ำช่างไม่เจียมจริงๆเลยเพื่อนเอ้ย“กูไม่ได้หื่นนะ” คนเจ็บ







