LOGINอวี้เหิงรีบเข้ามากุมมือภรรยาตนเองหวังให้สงบลง “ก็หยกนี้เป็นหยกน้ำดีจริง ๆ ตอนเจ้าดูเจ้ายังดูสนใจเลย หยกนี้จะเกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์เจ้าหรือไม่ข้าไม่สนหรอก ข้าแค่อยากวื้ออะไรให้เจ้าบ้าง”หรงฟู่ฮ่านสะบัดหน้าไปทางอื่น “ข้ออ้างข้าง ๆ คู ๆ ใครจะเชื่อ”“น้องหญิงของข้า จริงอยู่ที่ข้าเคยเห็นของดีมามากแต่ข้าก็ไม่เคยมอบอะไรให้เจ้าเลย” อวี้เหิงกุมมือหรงฟู่ฮ่านก่อนจะเชยคางนางขึ้นมาสบตาเขา “ข้าอาจเป็นสามีที่ไม่ได้มอบอะไรให้ภรรยามากนัก เรื่องนั้นข้าเสียใจมาตลอดจนตอนนี้เจ้าจะให้กำเนิดลูกของเรา ข้าถึงคิดว่าหยกชิ้นนี้จะเป็นของแทนใจที่ข้ามีให้เจ้า อย่าโกรธข้าเลยที่ข้าฟุ่มเฟือย ข้าก็ไม่ได้ใช้จ่ายอะไรมากนักในแต่ละวัน”คำพูดของอวี้เหิงทำให้นางสงบลง คำพูดนั้นเป็นความจริง นางตรวจบัญชีทุกครั้งก็พบว่าเขาไม่เคยจ่ายฟุ่มเฟือยเลย ครั้งนี้ที่ซื้อมาก็หวังจะมอบให้นางด้วยซ้ำ นางรู้สึกผิดขึ้นมาเมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงหยิบมือหนาของอีกฝ่ายมาสัมผัสแก้มตนเองอย่างแผ่วเบา“ท่านพี่ ข้าขอ
อวี้เหิงกล่าวลาก่อนจะเดินทางกลับวังตนเองพร้อมพระชายาตนเอง หรงฟู่ฮ่านเหลือบมองอวี้เหิงเป็นพัก ๆ งสังเกตเห็นว่าน้ำตาของเขาคลอเบ้าแต่จำต้องกลั้นเอาไว้ไม่ให้ไหลลงมา“ท่านขอพรอะไรหรือ? ข้าเห็นท่านขอนานมาก” หรงฟู่ฮ่านถาม หวังให้สามีคิดเรื่องอื่นแทนอวี้เหิงสะดุ้ง เขาได้สติจึงหันไปยิ้มกับพระชายา “ หากข้าบอกเจ้า พรที่ข้าขอก็ไม่เป็นจริงน่ะสิ ข้ายิ่งขอให้เยอะเสียด้วย”ได้ยินเช่นนั้นหรงฟู่ฮ่านสะบัดหน้าไปทางอื่นเชิง ๆ น้อยใจ“เอาน่าพระชายาของข้า ข้าก็ขอเรื่องทั่ว ๆ ไปนั้นแหละไม่ได้มีอะไรมาก” อวี้เหิงโอ๋พระชายาตนเองหวังให้คลายความน้อยใจหรงฟู่ฮ่านถอนหายใจออกมา ไม่นึกเอาเรื่องนี้มาคิดเยอะทว่ามีอีกเรื่องที่นางยังคิดไม่ตกคือแม่ชีผู้นั้นที่เดินมาชนนาง เหมือนอีกฝ่ายจะรู้จักนางแต่ต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้จัก มือเรียวยาวของนางจับแผลที่ศีรษะตนเอง สัญชาตญาณบอกนางว่าผู้หญิงคนนั้นมีความเกี่ยวข้องกับแผลบนศีรษะนางเย็นวันนั้นหลังจากอวี้เหิงและหรงฟู่ฮ่านกลับจากวัด อ๋อ
หรงฟู่ฮ่านเดินตามสามีไปแต่แล้วต้องหยุดลงเพราะมีแม่ชีอีกคนที่อายุราว ๆ 30 ปีเดินเข้ามากระทบไหล่นางเล็กน้อยอย่างไม่ได้ตั้งใจ แม่ชีผู้นั้นขอโทษนางยกใหญ่ หรงฟู่ฮ่านไม่ได้เอาผิดอะไรอีกฝ่าย“ขออภัยท่านผู้สูงศักดิ์ ข้าไม่ได้ตั้งใจ” แม่ชีคุกเข่าลงกับพื้น ก้มหน้าลง“ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นอะไร ท่านลุกขึ้นเถิด” หรงฟู่ฮ่านก้มลงพยุงร่างของแม่ชีผู้นั้นให้ลุกขึ้นยืนจนเมื่อแม่ชีเงยหน้าขึ้นมา หรงฟู่ฮ่านถึงกับชะงัก ตัวของแม่ชีเองก็เช่นกัน นางมองตาอีกฝ่ายกำลังจะอ้าปากเอ่ยอะไรสักอย่างแต่หรงฟู่ฮ่านขัดเอาไว้ก่อน“ท่าน…ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” หรงฟู่ฮ่านถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นท่าทีชะงักของอีกฝ่ายคำพูดของนางทำให้แม่ชีปิดปากลง เปลี่ยนเป็นพูดอย่างอื่นแทน “ข้า…ข้าไม่เป็นอะไร ขออภัยท่านหญิงด้วย” สิ้นเสียงจึงเดินจากไปขณะเดียวกันหรงฟู่ฮ่านนึกใบหน้าของหญิงคนนั้น บาดแผลที่ศีรษะที่คิดว่าสมานกันดีแล้วก็เกิดเจ็บขึ้นมาจนนางต้องเอามื
อวี้เหิงพยักหน้าเล็กน้อย จนจางเหยาเดินจากไป หรงฟู่ฮ่านสังเกตเห็นว่าสามีของนางมองอีกฝ่ายไม่วางตาจึงเดิกความสงสัย“เป็นเด็กที่น่ารักดีนะ” หรงฟู่ฮ่านกระแทกเสียงเล็กน้อย“หึงหรือ?” อวี้เหิงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีของหรงฟู่ฮ่าน“หากไม่น่ารักจริงท่านไม่มองนางเช่นนั้นหรอกเพคะ” หรงฟู่ฮ่านสะบัดตัวอย่างแรงเพื่อสลัดมือของอวี้เหิง“โอ้ น้องหญิงคนดีของข้า ข้ามองหญิงผู้นั้นไม่ใช่เพราะอะไร เพราะข้าคุ้น ๆ หน้านางเท่านั้นเอง”หรงฟู่ฮ่านอุทานเสียงสูง“จางเหยาคงเป็นพี่น้องกับจางอู่เหวิน หนึ่งในผู้ที่สมัครสอบจองหงวนครั้งนี้”หรงฟู่ฮ่านยังมองอีกฝ่าย ไม่เชื่อใจนัก“สอบจองหงวนครั้งนี้มีแต่คนมีความสามารถ หนึ่งในนั้นคือจางอู่เหวิน บุตรชายของนายอำเภอจาง เขาเป็นชายที่รูปงามซ้ำยังมีความสามารถ เมื่อข้าได้เห็นจางเหยาก็คิดว่าหน้าตาของนางคล้ายกับจางอู่เหวินอยู่หลายส่วน&rdquo
“ถือว่าเราสองคนโชคดีที่ไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์เช่นนั้น” อวี้เหิงกล่าวขึ้นมาลอย ๆ“ตอนแรกที่แต่งงานข้าก็นึกว่าเราสองคนจะไปด้วยกันไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ก่อนแต่งงานท่านน่ะเกลียดข้าจะตาย” หรงฟู่ฮ่านกล่าวอวี้เหิงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เขาไม่ปฏิเสธว่างานแต่งงานของเขา เขาก็ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ แต่เมื่อแต่งงานไปสักพักทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้น ราวกับว่า…คนที่เขาแต่งงานไม่ใช่ ‘หรงฟู่ฮ่าน’ คนนั้นศาลาเฟิงฮวาตั้งอยู่กลางทะเลทราบ เป็นศาลาเรือนใหญ่ที่ปูด้วยหิน เสาไม้สีเข้มตั้งสูงเด่นตระหง่าน รอบข้างปลูกดอกไม้ต่าง ๆ นานา หากมองออกไปจะเห็นภาพของทะเลสาบที่กว้างขวางจนน่าอัศจรรย์ใจอวี้เหิงและหรงฟู่ฮ่านถวายบังคมฮ่องเต้และบรรดาพระสนมที่ร่วมขบวนมาในครั้งนี้เมื่อมาถึง ใบหน้าของพระองค์เปรมปรีเป็นอย่างยิ่งที่เห็นครรภ์ของพระชายาสามใหญ่ขึ้นทุกวัน“พระชายาสาม ครรภ์ของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” โอรสสวรรค์เอ่ยถาม“ครรภ์ของหม่อมชั้นสุขภาพดี
หรงฟู่ฮ่านมองดูรถม้าที่เคลื่อนตัวลับตาฝูงชนไปไกลจนลับสายตา จิงลั่วขยับเข้าไปใกล้หรงฟู่ฮ่านเพื่อกระซิบบางอย่าง“เซี่ยชิวเมื่อไปอยู่จวนขององค์รัชทายาทราวกับเป็นคนละคน นางดูสุขุมขึ้นผิดกับตอนที่อยู่จวนของอ๋องสาม ตอนนั้นพระชายารองยังดูไม่ประสีประสากับอะไรเท่าไหร่”หรงฟู่ฮ่านพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ ข้าก็เห็นด้วย” สิ้นเสียงหรงฟู่ฮ่านหันหลังเดินเข้าจวนพร้อมมีจิงลั่วประคองข้าง ๆ“แต่ข้าคิดว่านางดูไม่มีความสุขเท่าไหร่นัก ราวกับว่ายังติดค้างอะไรบางอย่างอยู่”หรงฟู่ฮ่านนิ่งเงียบไม่ตอบอะไรจิงลั่วเพราะนางรู้อยู่เต็มอกว่าสิ่งที่เซี่ยชิวติดค้างคืออะไร ด้วยนิสัยของเซี่ยชิวแล้วนางไม่ได้ต้องการความสุขสบายหรือยศถาบรรดาศักดิ์ สิ่งเดียวที่นางต้องการคือจวิ้นเหยาเมื่อถึงกำหนดการเดินทางขององค์จักรพรรดิ ขบวนเสด็จเคลื่อนตัวออกจากวังหลวงไปยังตอนใต้ใช้เวลาหลายสิบวัน ทั้งรถม้าขององค์จักรพรรดิและเชื้อพระวงศ์ ทหารรักษาการณ์ที่ตามดูแล บรรดานางกำนัลและขันทีรวมถ







