Masuk
“อื้อ” เสียงอู้อี้เบา ๆ ดังลอดออกมาจากลำคอเล็ก ก่อนที่เปลือกตาสวยของเอวา จะค่อย ๆ เปิดขึ้นเพื่อรับแสงตะวัน แสงแดดยามเช้าในวันใหม่ มักเป็นจุดเริ่มต้นของความหวังสำหรับใครหลายคน รวมถึงเธอด้วย
แต่ทว่า...
“อ๊ะ เจ็บมาก” ทำไมเธอถึงได้รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติไปจากเดิม เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเธอกันแน่
สายตาที่พร่ามัวเริ่มกะพริบแล้วมองเพดานที่มีสีสันต่างไปจากเดิม ยิ่งมองกลับยิ่งรู้สึกไม่คุ้นเคย จนดวงตากลมต้องหันสายตาไปอีกทางเพื่อสำรวจสิ่งอื่น
และทันใดที่สายตาของเธอมองไปอีกทาง เธอก็เจอเข้ากับบางอย่าง ที่ทำให้หัวใจของเธอแทบทะลักออกมา
‘นั่นใคร’ เป็นคำถามที่กำลังตีวนในหัวของเธอ ตอนนี้แม้ว่าใจเจ้ากรรมจะเต้นอย่างรุนแรงเอามาก ๆ แต่เธอยังคงพยายามใช้สายตาในการสำรวจชายผู้นั้นอย่างพิจารณา มองแล้วมองอีก
เธอเห็นแค่แผ่นหลังแกร่งของผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นใครจากไหนก็ไม่รู้ นอนอยู่ข้าง ๆ ในท่าคว่ำหน้าและหันหลังให้
แต่ที่ดูสะดุดตาไปมากกว่านั้น คือรอยสักรูปแปลก ๆ ที่ดูน่ากลัวเต็มแผ่นหลัง จนถึงตอนนี้เธอก็ยังนึกไม่ออก ว่าทำไมตัวเองถึงมานอนอยู่บนเตียงกับผู้ชายคนนี้ได้
ถึงจะพยายามใช้ความคิดว่าเมื่อคืนเกิดอะไร แต่จนถึงตอนนี้เธอก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ดังนั้นอย่างแรกที่เธอควรทำต่อจากนี้ คือการพาตัวเองออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
จากนั้นเอวาก็เริ่มขยับตัวขึ้นเบา ๆ แต่พอเริ่มขยับตัวนั่งก็ทำให้ผ้าผืนใหญ่ที่เคยปิดบังร่างกายส่วนบน ไหลลงไปกองที่หน้าตัก
“ฮะ!”
เอวาที่พึ่งเห็นหน้าอกตัวเองถึงกับต้องอุทานออกมา คิดแล้วอยากจะเขกกบาลตัวเองแรง ๆ สักที เธอทำอะไรลงไปเนี่ย
เมื่อคืนจำได้เหมือนฝันเลือนราง แต่กระนั้นก็ยังคิดว่าตัวเองฝันไป จนถึงตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่าไม่ใช่
เมื่อคืนเธอนอนกับเขา นอนกับผู้ชายนั้นที่เธอไม่รู้จัก แล้วแท้จริงเขาเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงมานอนอยู่กับเธอ
บางทีความอยากรู้อยากเห็นมันก็มีมาก มากเสียจนต้องพาร่างกายที่บอบช้ำให้ขยับโน้มตัวเข้าไปมอง ขอแค่เห็นหน้าค่าตาเขาสักนิดก็ยังดี เผื่อว่าบังเอิญเจอเขาเธอจะได้หลบทัน
แต่ทว่าทันทีที่ขยับตัว ก็เหมือนว่าผู้ชายคนนั้นจะขยับตัวทันที เอวาเลยต้องหยุดนิ่ง เธอใช้มือปิดปากเอาไว้ พร้อมทั้งกลั้นหายใจเพื่อไม่ให้เขาได้ยิน
ตอนนี้มันสับสนไปหมด แต่เป็นใครจะไม่งงเหมือนเธอบ้าง ตื่นมาก็พบว่าตัวเองนอนกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วสภาพตัวเองตอนนี้ มีแต่ร่องรอยของการถูกกัด อีกทั้งยังมีรอยแดงจากการดูดเต็มไปหมด
“ไอ้โรคจิต” เอวาเผลอด่าเสียงดังอย่างลืมตัว สิ่งที่เธอหวงแหนรักษามาตลอดชีวิต ตอนนี้ไม่เหลือแล้ว
พอคิดได้แบบนั้น ก็รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบแน่น ตอนนี้เธอหวังเพียงแค่ได้ออกจากที่นี่ ออกไปให้เร็วที่สุด
แม้ว่าในสมองตอนนี้จะมีคำถามมากมายประเดประดังเข้ามาไม่หยุด แต่เธอก็เลือกที่จะหยุดความคิด แล้วโยนทุกอย่างทิ้งไป
เรื่องที่ผ่านมามันได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว มันคงไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ ดังนั้นตอนนี้เธอควรเดินหน้าต่อไป
หลังจากคิดได้เธอรีบขยับลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าเพียงแค่ปลายเท้าที่เหยียบลงพื้น ความเจ็บปวดก็แล่นพล่านมายังน้องสาวของเธอทันที
เจ็บมาก เจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างกายราวกับว่าโดนไม้ทุบซ้ำแล้วซ้ำเล่า เอวาใช้มือบางจับเตียงเอาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองล้ม ตอนนี้รู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างกายราวกับว่าโดนไม้ทุบอะไรแบบนั้น
เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก็เจอเข้ากับกองเสื้อผ้าของตัวเองที่ถูกโยนทิ้งกระจัดกระจาย เรียวขาเล็กจึงพยายามเดินไปเพื่อเก็บมันขึ้นมา
แต่ทว่าในตอนที่เธอกำลังรีบเร่งหยิบเสื้อผ้า ก็บังเอิญเจอเข้ากับซากถุงยางที่ถูกใช้แล้วมากมาย ซึ่งมันถูกทิ้งไว้ปลายเตียง
Oh my god!!!
หนึ่ง สอง สาม สี่... ห้าถุง! หมายความว่า เธอกับเขา มีอะไรกันถึงห้าครั้ง บ้ามาก
เอวายืนอึ้งอยู่กับสิ่งที่เห็น ก่อนจะสะบัดหน้าไปมาเบา ๆ เพื่อเรียกสติ จากนั้นจึงรีบเดินเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที
เผ่นเถอะอยู่ไม่ได้แล้ว เช้าวันสดใสเหรอ ไม่ใช่แน่ นี่มันวันบ้าอะไรเนี่ย เธอต้องฝันไปแน่ ๆ
ผมยกยิ้มถามก่อนจะอ้าแขนเพื่อเป็นการบอกให้เธอเข้ามานั่งที่ตัก“เปล่าค่ะ บี๋กลับมาตอนไหนคะ” คนตัวเล็กเดินเข้ามานั่งลงบนตักแล้วกอดผมอย่างเอาอกเอาใจ สองแขนเล็กที่คล้องคอผมกอดดึงผมไปหอมฟอดใหญ่ คงรู้ว่ามีความผิดก็เลยยิ้มแหย่ ๆ ยิ้มแบบไม่สบายใจนัก“พึ่งถึงค่ะ บี๋อยากดื่มอะไรอีกไหม พี่สั่งให้” คนตัวเล็กกะพริบตาปริบ ๆ เวลานี้ถ้ากล้ากินก็ให้มันรู้ไป ผมโอบเอวบางไว้ก่อนจะลูบแล้วบีบเอวคอดเบา ๆ“มะ ไม่แล้วค่ะ หนูง่วงพอดีเลย”“งั้นกลับเลยไหมคะ” ผมเอ่ยถามพร้อมกับคนตัวเล็กที่ทำหน้าเศร้า ไม่กล้าตอบรัก แค่พยักหน้าก็ดูเหมือนจะคิดหนัก เธอเลยทำแค่กะพริบตาปริบ ๆ มองผม“ถ้ากลับแล้ว บี๋จะลงโทษหนูไหม” ก็ไม่น่าจะถาม คนตัวเล็กซบใบหน้าสวยลงบนไหล่กว้าง หวังว่าจะอ้อนให้ผมใจอ่อน แต่ก็ไม่หรอก พอดีวันนี้อยากลงโทษเด็กดื้อพอดี“หึ เด็กดื้อก็ต้องโดนลงโทษ”“บี๋ขา”“ขา”“หนูขอโทษ หนูแค่...”“กลับไปสารภาพผิดที่ห้องดีกว่าค่ะ หรือหนูอยากจะไถ่โทษตรงนี้ มืดขนาดนี้ก็พอได้นะ” ผมขยับไปลูบแก้มใส ๆ ของเมียดื้อเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยวคอยดูจะลงโทษให้เข็ดเอาให้หายดื้อไปสักเดือน“หนูสารภาพผิดแล้ว ลดโทษให้ครึ่งหนึ่ง”“หึ” ว่าจบผมก็อุ้มคน
แต่ทว่าจู่ ๆ ก็มีผู้ชายจากไหนไม่รู้เดินมาขอชนแก้ว ฉันกับลิลลี่มองหน้ากันอยู่พักหนึ่งแต่ก็ไม่อยากเสียมารยาทจึงพูดคุยทักทายปกติเขาขอไลน์นะ แต่ว่าไม่ได้ให้ ฉันไม่อยากมีปัญหาจริง ๆ ลิลลี่ยิ่งแล้วใหญ่ อย่าให้พี่สงครามเห็นว่าพูดกับผู้ชายคนอื่นเลยเถอะ ไม่งั้นจุก“ฟุ่วว โชคดีพี่เอเดนไม่อยู่ ไม่งั้นแกกับฉันไม่เหลือ” ลิลลี่กลัวจริง ส่วนฉันกลัวบ้างไม่กลัวบ้าง เพราะยังคุยกับพวกเขาอยู่“ฮ่า ๆ กลัวทำไมแค่ผัวเอง” พูดไปงั้นแหละ ที่จริงกลัวฉิบหาย ฮ่า ๆ-อีกด้าน-“หึ ไหนเมียมึงบอกไปต่างประเทศ” เสียงเอเดนดังขึ้นก่อนที่ผมจะนั่งมองดูเอวากับลิลลี่นั่งดื่มกันอยู่อย่างสนุกสนาน“พึ่งกลับ”“ฮ่า ๆ ไม่น่าถึงได้ตามมาเฝ้า มึงดูโต๊ะนั้นเล็งเมียมึงตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว เดินเข้าเดินออกอยู่นั่น” แล้วดูยัยตัวแสบยังมีหน้าไปยิ้มให้พวกมันอีก“ไม่เข้าไปสักหน่อยเหรอ”“ปล่อยไปก่อน” ให้เธอซึมซับความสุขมาก ๆ ก่อนที่เจอผมจัดการ อยากรู้เหมือนกันว่าเมียสุดที่รักของผมจะทำอย่างไรตอนที่เจอหน้าผม คงตกใจน่าดูตอนนี้มองเห็นว่าสองคนนั้นเต้นไปมาบนโต๊ะ ก็คือเมามากแล้วแน่นอน แต่ที่ผมค่อนข้างหงุดหงิดคือชุดที่เธอใส่ แม่งกูจะเผาทิ้งซะ นมหกหมดแ
-หลายเดือนต่อมา-“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ”“ยินดีเช่นกันครับ” ผมเอ่ยบอกนักลงทุนที่ผมเดินทางมาคุยงานที่ต่างประเทศด้วย ตอนนี้นอกจากจะต้องเรียนให้จบแล้ว ผมยังต้องบริหารกิจการอีกตั้งมากมายพอรู้ว่าน้องยังอยู่ ผมก็เข้าไปที่บ้านบ่อยขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้กลับไปอยู่ที่นั่น แต่สถานการณ์ในบ้านก็ดีขึ้นมาก ผมกับเขาก็พอจะคุยกันรู้เรื่องขึ้นมาบ้าง“งั้นผมขอตัวนะครับ”“ได้เลยครับ” ผมปลีกตัวเดินออกมาก่อนจะเดินทางกลับมายังห้องพักของตัวเอง ผมเดินทางมาที่นี่เป็นเวลาเกือบสามวันแล้ว ที่จริงเพลนงานเอาไว้เกือบอาทิตย์ แต่ผมคิดถึงเมียไง เลยเร่งสุด ๆ ก็ได้เท่านี้แหละว่าเสร็จก็โทรหาเอวาก่อนเลยแล้วกัน ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวแสบของผมจะทำอะไรอยู่(ขา)“ทำไมเสียงเป็นแบบนั้น เพิ่งตื่นเหรอ” ผมหันไปมองนาฬิกา ตอนนี้คงเช้าแล้ว มิน่าเอวาถึงได้เสียงงัวเงียแบบนั้น(เค้าง่วงจัง บี๋มีอะไรหรือเปล่า) ตอนแรกก็คิดว่าจะบอกเลย แต่กลับไปเซอร์ไพรส์เมียเลยดีกว่า ตื่นเต้นดีออก“เปล่าค่ะ แค่อยากถามว่าบี๋อยากได้อะไรไหม”“อยากได้บี๋ คิดถึงจัง”“หึ คิดถึงจริงเหรอ” ตอนบอกจะไปทำงานหน้าตาสดใสมาก ซ้ำยังรีบเก็บเสื้อผ้าให้อย่างไวเลย คิดถึงจริงไหมว
“อะไรอะบี๋ เมื่อกี้พี่เอเดนหมายความว่าไง”“หนูอย่าไปฟังมันค่ะ มันพูดไปเรื่อย”“แน่นะ” พี่รามพยักหน้าหงึก ๆ ก่อนที่จะหันไปมองค้อนเพื่อนตัวเองทันที“กูไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย”“ถึงมึงบอกไปก็ไม่มีประโยชน์” เสียงพี่รามพูดขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจนัก“ทำไม”“ก็เมียกูใจดีไง อีกอย่างก็เป็นเมียกูเอง”“ฮะ เมียมึง งั้นผู้หญิงที่ตามหาคืนนั้น ก็คือเอวา”“อืม”“เชี่ย อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น” ฉันยิ้มให้กับความตกใจของพี่เอเดนที่พึ่งรู้เรื่อง และในตอนที่เขาที่กำลังยืนคุยกัน สายตาของฉันกลับมองไปเห็นใครบางคนที่ฉันเคยรู้จัก“ลี่ แกดูนั่นใช่เจ้ฝันปะ” ต้องใช่แน่ ๆ ไม่เจอกันหลายปี ลูกเขาโตหรือยังนะ ทุกคนหันไปมองตามฉันก่อนจะเป็นลิลลี่ที่เอ่ยตอบ“เออใช่จริงด้วย” พอลิลลี่ตอบ ฉันก็ดีใจใหญ่ตะโกนเรียกพี่เสียงดังมาก“เจ้ !” คนที่เดินอยู่ไกล ๆ หันกลับมามอง แต่ทว่าตอนนี้กลับมีเสียงของพี่รามหันมาถามฉัน“หนูรู้จักภาพฟันด้วยเหรอ” อะไร ทำไมพี่รามรู้จักเจ้ฝันด้วยเนี่ย แต่จะว่าไปเขาก็น่าจะรุ่นเดียวกันกับพี่รามนี่แหละมั้ง“ค่ะ พวกพี่รู้จักเจ้ด้วยเหรอ” ฉันหันมองดูพวกเขาราวกับว่าสงสัยไม่ต่างกัน แต่ทว่ากลับมีเสียงของพี่สงครามดังขึ้น“
-หลายวันต่อมา-“ฮ่า ๆ เอวาแกไปทำอะไรมาเนี่ย” เสียงของลิลลี่เอ่ยถามฉันตอนที่ฉันเดินมาถึงมหาลัย เป็นเพราะปากดีเกินไป สุดท้ายเป็นไงล่ะ“เปล่า น่าจะนอนน้อย”“ไปทำอะไร ถึงได้นอนน้อยขนาดนั้น” ฉันกะพริบตามปริบ ๆ มองดูบาสที่กำลังสนอกสนใจฉันไม่ต่างจากลิลลี่ แต่ลิลลี่กลับจับใบหน้าฉันแล้วค่อย ๆ หันไปมา“เออ รู้ล่ะ” ลิลลี่ยิ้มเหมือนจะเข้าใจทุกอย่าง แต่ทว่าก็ยังไม่คิดจะเลิกถาม เรื่องแบบนี้ไม่ควรพูดจะดีกว่า“แกไปยั่วเขาอีกล่ะสิ” ทำไมไม่คิดว่าเขาหื่นบ้าง เพื่อนคนนี้ไม่เคยเข้าข้างฉัน ดีแต่เฮียรามของมันนั่นแหละ“ยั่วไร ไม่มี๊” ที่จริงก็มีแหละ แต่ไม่พูดดีกว่า เพราะตอนนี้บาสดูจะสนใจมากจริง ๆ แล้วจู่ ๆ ก็ขยับเข้ามาถามฉันตรง ๆ“ตกลงที่ข่าวที่บอกว่าแกกับพี่พระรามเป็นแฟนกันนี่จริงไหม แล้วเขาใช่ไหมที่ทำให้แกแทบเดินไม่ไหวแบบนี้”“บาส! พูดเบา ๆ เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน” ฉันตีเข้าที่แขนของเพื่อนเบา ๆ ก่อนที่บาสจะยิ้มกริ่ม ใครจะกล้าตอบมันเล่า แต่ก็นะไหน ๆ มันก็เป็นผู้ชาย ฉันว่าลองถามมันหน่อยก็ดี เผื่อจะได้รู้อะไรเพิ่ม“แสดงว่าจริง”“ไม่บอกหรอก แต่ถ้าแกอยากรู้ แกต้องตอบคำถามฉันก่อน” บาสขมวดคิ้วเข้าหากัน ราวกับสงสัยสิ่ง
ฉันที่ทิ้งตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรงก็ถูกเขาจับดึงตัวขึ้นมามองดูหน้าเขา แค่มองตาก็รู้ใจแล้วว่าเขาต้องการอะไรฉันดึงกางเกงบอกเซอร์ของเขาลงก่อนที่จับมังกรยักษ์ของเขาที่กำลังผงาดค้ำโลกขึ้นลงจนมีเสียงครางต่ำในลำคอ“มือนุ่มจัง”“มีอย่างอื่นนุ่มกว่านี้ อยากโดนไหมคะ”“ซี้ดด บี๋กำลังยั่วพี่” เขากัดฟันแน่นกรอด ไม่รู้ว่าความเสียวซ่านจะมากน้อยแค่ไหน แต่ท่อนรักของเขาดิ้นสู้มือทุกครั้งที่ฉันพูด ฉันใช้ปลายนิ้วลูบวนบนปลายหัวหยักสีชมพูที่มีน้ำสีใสซึมออกมาอย่างรู้สึกชอบแต่ทว่าคนโดนกระทำกลับรู้สึกมากกว่านั้นเพราะตอนนี้เขาจับแท่งร้อนจ่อมาที่ปากของฉันแล้ว“อมให้พี่ค่ะบี๋”“ใจร้อนจังเลย”“ขี้แกล้งว่ะ” เขาดูโคตรมีอารมณ์แบบว่าต้องได้เอาเดี๋ยวนี้ คือเดี๋ยวนี้เลย ดูดิ กดหัวฉันไม่ยอมหยุดเลย ฉันเงยหน้ามองดูเขาก่อนจะอ้าปากครอบครองแท่งร้อนของเขาแล้วดูดมันเบา ๆ“อ่า” ปลายลิ้นน้อยไล่เลียวนไปรอบหลายหัวหยักก่อนจะสลับกับดูดดึงมันเบา ๆ ราวกับเป็นไอศกรีมแท่งโปรดแสนหวานของฉันฉันโดนมือหนากดเขาหาไม่ยอมหยุด ยิ่งฉันดูดดึงเขาสลับกับกลั้วลิ้นไล่เลียไปรอบ ๆ รอยหยักก็เหมือนจะยิ่งสร้างความเสียวซ่านให้เขามากขึ้นทุกที“ซี้ด” เขาสูดปา
@ตึกคณะวิศวะฉันวิ่งไปเข้าห้องเรียนก่อนจะเห็นว่าตอนนี้ลิลลี่กับบาสนั่งรออยู่แล้ว จึงรีบเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว“อาจารย์เช็กชื่อยัง”“ยัง พึ่งเข้ามาก่อนแกเมื่อกี้” ฉันถอนหายใจโล่งอกไปที ก่อนจะหันมองดูหน้าเพื่อนที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่“อะไร”“เมื่อคืนแกกลับถึงบ้านกี่โมง ฉันโทรหาก็ไม่ติด” ฉันก็ไม่รู้ว่า
“แก เราเดินลงไปดีกว่าไหม” ฉันกระซิบบอกลิลลี่ เพราะไม่อยากอยู่ในสถานการณ์อันน่าอึดอัดเช่นนี้อีกต่อไป ฉันเริ่มหายใจติดขัดอีกแล้ว“ทำไมอะ”“คะ คนเยอะไง” ฉันไม่รู้จะหาข้ออ้างว่าอย่างไร ตอนนี้ตัวฉันเล็กเหลือเท่ามดไป ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ขอให้พี่คนนี้ไม่เห็นหน้าฉันเถอะ“ปกติมึงไม่ลากใครไปกินในห้อง” ก็ย
-เวลาต่อมา-“ขอบคุณนะคะที่มาส่งหนู” ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้เขาก็คงยุ่งวุ่นวายกับฉันมาก แต่ฉันก็ยังยืนยันคำเดิมว่าเขาเป็นผู้ชายที่ดีมาก ดีมากจริง ๆเขาแค่ยิ้มให้ก่อนจะเอ่ยบ่นฉันเพิ่มว่าคราวหลังอย่าดื่มมากแบบนั้นอีก ฉันก็ได้แต่มองเขาพูดอยู่ตลอดเวลา เขาหล่อมาก ยิ่งมองใกล้ ๆ ก็ยิ่งมีเสน่ห์ฉันชอบมาก
จากนั้นพี่เอเดนก็หันไปราวกับไม่ได้สนใจจะแกล้งพี่พระรามอีก แต่ฉันก็ยังเหลือบมองเขาอยู่ ขนาดว่าโกรธก็ยังหล่อเหลาเหมือนเดิม“พระราม ทานข้าวกันไหม” จู่ ๆ ก็มีเสียงของผู้หญิงกลุ่มหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่สุดหล่อของฉันจะหันไปมอง“ไม่ว่าง ไว้คราวหลังนะ” พ่อคนมารยาทดีและมีน้ำใจของฉัน บางทีก็มีจิตไมตรีเกินไปนะ“







