Inicio / รักโบราณ / พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว / บทที่ 2 มิอาจได้หัวใจมาครอง 1/2

Compartir

บทที่ 2 มิอาจได้หัวใจมาครอง 1/2

last update Fecha de publicación: 2025-12-22 00:50:43

บทที่ 2

มิอาจได้หัวใจมาครอง

สตรีผู้กำลังเข้ารับการคัดเลือกต่างมองมาทางโจวไป๋จวี๋ด้วยแววตาริษยา โดยเฉพาะสตรีผู้มีเครื่องหน้าที่รับกันอย่างพอเหมาะพอเจาะ แม้นางมิได้งดงามมากเฉกเช่นโจวไป๋จวี๋ ทว่าตัวนางกลับโดดเด่นด้วยผิวกายที่ขาวเนียนละเอียดดั่งหยก รูปร่างทรวดทรงมีน้ำมีนวลแม้จะตัวเล็กไปเสียหน่อยก็ตามหากเทียบกับโจวไป๋จวี๋

"หึ! ฝีมือเช่นนี้ยังกล้ามาคัดเลือกพระชายาอีกหรือ ช่างไม่รู้จักเจียมตัวเสียบ้างเลย"

'เสิ่นเยว่สือ' บุตรีของท่านเสนาบดีกรมคลังเอ่ยกับสหายข้างกายอย่างไม่สบอารมณ์ ตัวนางถือว่ามีความสามารถเป็นเลิศในทุกด้าน เช่นนี้นางจึงมองโจวไป๋จวี๋อย่างเหยียดหยาม

"เจ้าอย่าได้พูดจาว่าร้ายผู้อื่นสิสือเอ๋อร์ หากไม่ระวังคำพูดอาจจะถูกคัดออกก็ได้นะ เจ้าก็รู้ว่าตระกูลโจวมีอำนาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตระกูลเสิ่นของเจ้าเลย และฮองเฮาเองก็ทรงเอ็นดูนางด้วย ข้าว่านางอาจจะคว้าตำแหน่งพระชายาเอกเพราะฮองเฮาก็เป็นได้"

'เฉินมู่อิ๋ง' บุตรีของรองเสนาบดีกรมพิธีการ นางถือว่าเป็นสตรีที่มีรูปโฉมงดงามผู้หนึ่ง ใบหน้าหวานจิ้มลิ้มพริ้มเพราชวนให้คนมองให้ความเอ็นดู กอปรกับน้ำเสียงหวานไพเราะและจิตใจที่แสนอ่อนโยน ทำให้ผู้คนต่างยกย่องนางว่าเป็นท่านเทพธิดาที่ลงมาจุติบนโลกมนุษย์

"เหอะ! ข้าเองก็อยากรู้นักว่านางจะไปได้ไกลแค่ไหน"

เสิ่นเยว่สือขัดใจที่เฉินมู่อิ๋งไม่คล้อยตามตนเอง ก็เห็นอยู่ว่าอีกฝ่ายฝีมืออย่างกับเด็กน้อย สมควรเข้ามารับการคัดเลือกพระชายาขององค์รัชทายาทหรือ

นี่นางมีสหายเป็นคนจิตใจดีเกินไปหรือโง่เกินไปกันแน่นะ!

หลังจากโจวไป๋จวี๋ได้รับความชื่นชมจากฮองเฮาแล้ว นางจึงได้เริ่มการเดินหมาก ซึ่งนางมั่นใจว่าตนเองจะต้องทำได้ดีอย่างแน่นอน ในวัยเยาว์นางได้รับการสั่งสอนจากบิดาผู้เป็นถึงยอดกุนซือในการวางแผนการรบ ไม่ว่าออกไปรบยังที่ใด หากท่านพ่อเป็นผู้วางแผนในการใช้กลยุทธ์ในการศึก ศึกนั้นย่อมนำชัยมาได้อย่างง่ายดาย และตอนนี้นางยังได้พี่รองผู้ปราดเปรื่องในการวางหมากมาคอยชี้แนะด้วย

การวางหมากครั้งนี้มีบัณฑิตมาเป็นผู้ชี้แนะ ตั้งแต่เริ่มวางหมาก หมากสีดำในมือของโจวไป๋จวี๋ก็ได้กดดันหมากขาวของบัณฑิตอยู่หลายครั้ง วิถีการเดินหมากของนางไม่ได้ซับซ้อนมากนัก ทว่ากลับซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ในความเถรตรงนี้

"ข้าแพ้แล้วขอรับ การเดินหมากของคุณหนูโจวได้เปิดหูเปิดตาข้าน้อยนัก"

บัณฑิตจากตระกูลลั่วผู้ชนะมาทุกกระดานถึงกับชื่นชมโจวไป๋จวี๋ การวางหมากทุกครั้งของคุณหนูโจวช่างแยบยลยิ่งนัก เขามิอาจสู้ได้จริง ๆ

"บัณฑิตลั่วอ่อนข้อให้ข้าแล้วเจ้าค่ะ"

โจวไป๋จวี๋ก้มศีรษะลงเล็กน้อย การเดินหมากของเขาก็ยอดเยี่ยมนัก ถ้าไม่ใช่เพราะนางได้รับคำชี้แนะมาจากพี่รองก่อนหน้านี้ นางคงมิอาจชนะเขาได้โดยง่าย ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือไม่

"กลวิธีเดินหมากของคุณหนูโจวทำให้ข้าเปิดหูเปิดตายิ่งนัก"

'หรงป๋อไฉ่' องค์รัชทายาทหนุ่มแห่งแคว้นฉินผู้เป็นยอดบุรุษที่เก่งทั้งบุ๋นทั้งบู๊เอ่ยชมจากใจจริง ดวงตาเรียวเฉี่ยวทอดสายตามองโจวไป๋จวี๋อย่างชื่นชม ใบหน้าอันหล่อเหลาคมคายดั่งหยกสลักแย้มยิ้มอย่างนึกสนุก

ช่างหายากนักที่สตรีจะเดินหมากเก่งเช่นนี้ หากได้เดินด้วยกันสักกระดานคงจะสนุกมิน้อยเลย!

"ขอบพระทัยองค์รัชทายาทเพคะ"

ใบหน้างามพลันแดงก่ำด้วยความขวยเขิน เมื่อบุรุษในดวงใจเอ่ยชมตนเช่นนี้ มิเสียแรงที่นางเดินหมากกับท่านพ่อและพี่รองอยู่ทุกวัน หลังจากเสร็จสิ้นการแสดงความสามารถแล้ว โจวไป๋จวี๋ก็ได้เดินกลับมานั่งที่ของตน

"การเดินหมากของเจ้าช่างน่าทึ่งนัก หากข้าอยากจะให้เจ้าช่วยสอนข้าบ้างจะได้หรือไม่" เจียงเม่ยเอ่ยถามอย่างมีความหวัง

"ย่อมได้ ข้าจะช่วยสอนเจ้าเอง"

โจวไป๋จวี๋คลี่ยิ้มหวาน ก่อนที่พวกนางสองคนจะหันกลับไปมองยังลานการแสดงเพื่อรับชมการแสดงของคุณหนูคนต่อไป

"ต่อไปเป็นการแสดงของคุณหนูเสิ่นเยว่สือ" ขันทีน้อยประกาศลำดับต่อไป

เสิ่นเยว่สือนั้นเดินกรีดกรายออกมาแสดงความสามารถของตนด้วยความมั่นใจ การดีดพิณของนางถือว่าทำได้ดีมากนัก หากเทียบกับคุณหนูตระกูลอื่นก็ถือว่าอยู่ในลำดับที่หนึ่งเลย ส่วนด้านอื่น ๆ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี สมแล้วที่นางได้ร่ำเรียนกับอาจารย์ที่เชี่ยวชาญ

"แม้นางจะดีดพิณเก่งกว่าเจ้าแต่กลับทำพลาดในตอนสุดท้าย หากเทียบกับอาจวี๋ของเราแล้วถือว่ายังด้อยอยู่ในความแม่นยำ"

"อย่างนั้นหรือ" โจวไป๋จวี๋ก็รู้สึกว่าเสียงพิณสุดท้ายฟังแล้วแปร่งหูเช่นกัน

"ใช่แล้ว เจ้าเก่งกว่านางอีก"

เจียงเม่ยหันมายิ้มหวานให้กับโจวไป๋จวี๋ ก่อนที่นางจะเดินสวนทางกับเสิ่นเยว่สือ เอ่ยคำพูดสวนกลับไปที่ทำให้อีกฝ่ายยิ่งเกลียดชังตน

เสิ่นเยว่สือมองเจียงเม่ยที่เดินสวนทางกันอย่างเหยียดหยาม นางได้ยินมาจากเจียงซูฉีว่าเจียงเม่ยนั้นไม่เคยได้ร่ำเรียนกับอาจารย์ใดเลย เช่นนั้นนางก็คงเป็นสตรีที่ไร้สมอง ไร้ความสามารถเป็นแน่

"ข้าหวังว่าคุณหนูใหญ่เจียงจะไม่ทำให้ตระกูลเจียงขายหน้านะ"

"ขอบคุณคุณหนูเสิ่นที่ห่วงใย ทว่าเรื่องของข้าคงไม่ต้องให้ผู้ใดเข้ามาสอด"

"นี่เจ้า!" เสิ่นเยว่สือกัดฟันกรอดด้วยความไม่พอใจ

"ท่านดีดพิณได้ดีนะ แต่เสียงดีดสุดท้ายกลับฟังดูแปร่งหูนัก"

เจียงเม่ยยิ้มเยาะ ก่อนที่นางจะเดินจากไปโดยไม่ทันได้เห็นสีหน้าอันตกตะลึงของเสิ่นเยว่สือ

'เหตุใดถึงรู้ว่าเสียงสุดท้ายข้าดีดผิดพลาดเล่า!'

เสิ่นเยว่สือพลันสั่นสะท้าน นางกระจ่างแจ้งแก่ใจแล้วว่าเจียงเม่ยหาใช่คนไร้ความสามารถไม่!!

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว   บทที่ 6 คันชั่งเที่ยงตรง คู่ครองมั่นคง 2/2

    "กระหม่อมขอฝากจวี๋เอ๋อร์ด้วยพ่ะย่ะค่ะ"โจวหลี่อี้ยิ้มรับให้กับหรงป๋อไฉ่ ในขณะที่สวีหรูอิงลอบเช็ดน้ำตาด้วยความตื้นตันใจที่ได้มายืนส่งบุตรสาวในวันนี้ ทุกคนในตระกูลโจวคารวะน้อมส่งเสด็จหรงป๋อไฉ่ด้วยความนอบน้อม ทว่าในสายตาของพวกเขากลับมองเลยไปยังเกี้ยวเจ้าสาวแปดคนหาม ที่เวลานี้กำลังเคลื่อนไปด้านหน้าอย่างเชื่องช้า ค่อย ๆ ห่างจากสายตาของพวกเขาไปทุกขณะ ภายในใจจึงอดจะรู้สึกวูบโหวงไม่ได้... คล้ายกับของสำคัญกำลังหลุดลอยไปอย่างไม่มีวันหวนคืนกลับมาโจวไป๋จวี๋คือดวงใจของพวกเขาทุกคนในตระกูลโจว!!หรงป๋อไฉ่ขี่ม้าตัวสีขาวนำขบวนเกี้ยวเจ้าสาวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ตลอดทางมีราษฎร์ออกมาแสดงความยินดีกับการแต่งงานครั้งนี้ และต่างออกมาชื่นชมขบวนหีบสินเดิมของเจ้าสาวที่มีมากกว่า 120 หีบ รวมกับสินสอดที่องค์รัชทายาทมอบให้ 120 หีบนั้น ทางตระกูลโจวได้มอบทั้งหมดให้กับบุตรสาวเพียงคนเดียวของพวกเขา ดังนั้นขบวนสินเดิมกับสินสอดจึงมีมากกว่า 240 หีบ ซึ่งนับว่ามีมากที่สุดในแคว้นฉินเลยตำหนักบูรพาโจวไป๋จวี๋และหรงป๋อไฉ่เข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินและยกน้ำชาให้กับญาติผู้ใหญ่ โดยมี 'หรงป๋อเหวิน' ฮ่องเต้ผู้ยังมีพลานามัยที่แข็งแรงนั่งยิ

  • พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว   บทที่ 6 คันชั่งเที่ยงตรง คู่ครองมั่นคง 1/2

    บทที่ 6คันชั่งเที่ยงตรง คู่ครองมั่นคงโจวไป๋จวี๋ในชุดเจ้าสาวสีแดงสดเหม่อมองตนเองอย่างคาดไม่ถึง ใบหน้านี้ถูกประทินโฉมอย่างงดงามอย่างหาใดเปรียบ คิ้วเรียวยาวถูกเขียนเป็นเส้นโค้งสีดำราวกับจันทร์เสี้ยว ขนตาดำงอนยาวเป็นแพหนารับกับดวงตากลมโตทว่าหางตากลับถูกเขียนให้เรียวเฉี่ยว จมูกโด่งเล็กเป็นสันเล็กน้อยรับกับริมฝีปากอวบอิ่มที่ถูกแต้มด้วยชาดสีแดงระเรื่อ ในวันนี้โจวไป๋จวี๋ได้เผยความงามอันสูงค่าออกมาจนหมด กอปรกับการแต่งกายอย่างสูงศักดิ์และเครื่องหัวที่ทำจากทองคำอันแสนจะหนักอึ้งนี้ ทำให้นางกลายเป็นเจ้าสาวที่งดงามมาก"อาจวี๋ของเรางดงามมากจริง ๆ"เจียงเม่ยเดินเข้ามาในห้องเจ้าสาวก่อนจะถึงเวลาที่ขบวนเจ้าบ่าวจะมารับ ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มหวานให้กับสหายสนิทด้วยความยินดี แววตากระจ่างใสเหม่อมองโจวไป๋จวี๋ด้วยความตกตะลึง นางคิดว่าโจวไป๋จวี๋งดงามมากกว่านางเสียอีก หากนางเป็นบุรุษคงหลังรักโจวไป๋จวี๋ไปเสียแล้ว"เจ้าในวันแต่งงานก็งดงามมากเหมือนกัน" โจวไป๋จวี๋ยิ้มรับ"แต่ข้ากลับคิดว่าเจ้างดงามมากกว่าข้าเสียอีก" เจียงเม่ยอมยิ้มหวาน ก่อนจะมอบกล่องไม้ที่แกะสลักลวดลายของดอกเหมยกุ้ยยื่นให้กับโจวไป๋จวี๋ "ยินดีกับการแต่

  • พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว   บทที่ 5 บุกเข้ามาในยามวิกาล 2/2

    "คุณหนูไม่สบายหรือเปล่าเจ้าคะ ดูสิว่าตัวแดงใหญ่เลย สงสัยคงต้องเช็ดตัวอีกรอบแล้วเจ้าค่ะ" อาเมิ่งเอ่ยขึ้นอย่างหวังดี"ขะ ข้าไม่เป็นอะไร พวกเจ้าพอแค่นี้แหละ ข้าอยากจะนอนแล้ว" โจวไป๋จวี๋รีบห้ามทันที"เจ้าค่ะ ๆ"อาเมิ่งเร่งสาวใช้อีกสองคนให้เร่งมือเช็ดตัวคุณหนู เวลาผ่านไปไม่นานพวกนางก็ช่วยสวมชุดนอนให้กับโจวไป๋จวี๋ จากนั้นอาเมิ่งก็เดินไปรินยาใส่ถ้วยแล้วเดินเข้ามาหาคุณหนูของตน นางอมยิ้มหวานทว่าแววตากลับจริงจังนัก"อาเมิ่ง เจ้าวางถ้วยยาไว้เถอะเดี๋ยวข้าดื่มเอง""ไม่ได้เจ้าค่ะ หากบ่าวออกไปแล้ว คุณหนูก็คงแอบเทยาใช่หรือไม่เจ้าค่ะ ยานี้เป็นสมุนไพรที่ช่วยในการสมานบาดแผล ภายภาคหน้าคุณหนูจะได้ไม่มีรอยแผลเป็นอีกอย่างไรเล่าเจ้าคะ และต้องดื่มยานี้ทุกสองชั่วยาม บ่าวจะมารินยาให้คุณหนูดื่มเองเจ้าค่ะ"โจวไป๋จวี๋มองถ้วยยาในมือแล้วพาลอยากจะอาเจียนออกมา แค่ได้กลิ่นของยานางก็เหม็นจนไม่อยากจะดื่มแล้ว"นี่ข้าต้องดื่มยาที่ทั้งเหม็นและขมนี่จริง ๆ หรือ" นางเกิดอาการงอแงราวกับเด็กน้อยที่ถูกบังคับ"ใช่แล้วเจ้าค่ะ บ่าวเตรียมผลไม้อบแห้งที่คุณหนูชอบมาให้แล้วนะเจ้าคะ"อาเมิ่งหยิบกล่องไม้ที่ใส่ผลไม้อยู่เต็มกล่องยื่นให้กับโจ

  • พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว   บทที่ 5 บุกเข้ามาในยามวิกาล 1/2

    บทที่ 5บุกเข้ามาในยามวิกาลหรงป๋อไฉ่ที่ทราบข่าวว่าโจวไป๋จวี๋เองก็ได้รับบาดเจ็บ เย็นวันนั้นเขาจึงรีบมาเยือนที่จวนตระกูลโจว ทว่าโจวเมิ่งหยวนกลับออกมาต้อนรับเขาที่โถงเรือนหลักแทน"คารวะองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ""คุณชายรองรีบลุกขึ้นเถิด ข้าอยากมาเยี่ยมคุณหนูโจว นางเป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บมากหรือไม่" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรน"จวี๋เอ๋อร์ไม่เป็นอะไรแล้วพ่ะย่ะค่ะ ทว่าตอนนี้เย็นมากแล้วคงไม่เหมาะสมนักที่องค์รัชทายาทจะเสด็จไปเยี่ยมนางถึงเรือนนอน กระหม่อมคิดว่าทรงเสด็จมาวันอื่นดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"โจวเมิ่งหยวนมองหน้าหรงป๋อไฉ่นิ่ง เขายังรู้สึกไม่พอใจองค์รัชทายาทผู้นี้นัก แม้อีกฝ่ายจะมาขอโทษแล้วก็ตาม"งั้นพรุ่งนี้ข้าค่อยมาใหม่ก็ได้""เกรงว่าจวี๋เอ๋อร์ยังต้องการการพักผ่อนพ่ะย่ะค่ะ""คุณชายรองรังเกียจข้าหรือ" หรงป๋อไฉ่มองโจวเมิ่งหยวนอย่างไม่สบอารมณ์นัก แม้อีกฝ่ายจะพูดจาสุภาพกับเขา แต่ในน้ำเสียงกลับเย็นชายิ่งนัก คุณชายรองผู้นี้ไม่ผิดไปจากข่าวลือเลย... บัณฑิตผู้สุขุมแต่กลับเย็นชายิ่งนัก! ได้ยินว่าเขาไม่เคยยิ้มให้กับผู้ใดเลย มีเพียงคนในครอบครัวเท่านั้น"จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไรกันพ่ะย่ะค่ะ กระห

  • พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว   บทที่ 4 สามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกัน 2/2

    "เรื่องในวันนั้น ข้าทำผิดต่อเจ้า ต้องขออภัยเจ้าด้วยนะคุณหนูโจว เดิมทีแล้วคนที่ข้าควรจะเลือกให้เป็นพระชายาเอกก็คือเจ้ามาตั้งแต่แรก แต่ข้า..."โจวไป๋จวี๋รีบเอ่ยขัดคำพูดของเขา "หม่อมฉันรู้ดีว่าหัวใจของคนเรามิอาจฝืนบังคับกันได้ และหม่อมฉันเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเพคะ""จริงหรือ เช่นนั้นเจ้าจะให้อภัยในความไม่รู้จักคิดของข้าได้หรือไม่""เพคะ"โจวไป๋จวี๋ยิ้มให้กับเขาอย่างอ่อนโยน ซึ่งรอยยิ้มนั้นกลับทำให้หรงป๋อไฉ่เผลอชะงักค้างไปชั่วขณะ เขาเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่านางมีรอยยิ้มที่หวานมาก ใบหน้าของนางที่เขาเคยคิดว่างดงามสูงค่ากลับดูอ่อนหวานเมื่อนางแย้มยิ้ม"เจ้า... ยินดีที่จะแต่งงานกับข้าหรือไม่" จู่ ๆ เขาก็เอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย"เพคะ หม่อมฉันยินดีจะแต่งงานกับพระองค์เพื่อแบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ แม้เราทั้งสองมิอาจจะใช้ชีวิตอย่างสามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวกันได้ แต่พวกเราก็สามารถเป็นสามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้เพคะ"หรงป๋อไฉ่เหม่อมองโจวไป๋จวี๋ด้วยความคาดไม่ถึง นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่านางจะมีความคิดเช่นนี้ ช่างเป็นสตรีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเหตุผลและเข้าอกเข้าใจผู้อื่นยิ่ง

  • พระสวามีผู้นี้ข้าไม่อยากได้แล้ว   บทที่ 4 สามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกัน 1/2

    บทที่ 4สามีภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกันนับตั้งแต่วันคัดเลือกพระชายาขององค์รัชทายาท หลังจากโจวไป๋จวี๋เก็บตัวมาหลายวันก็ได้ออกมาเที่ยวเล่นข้างนอก โดยครั้งนี้นางได้นัดพบกับเจียงเม่ย สหายสนิทเพียงหนึ่งเดียวของตน"สีหน้าของเจ้าไม่ดีเลย เกิดอะไรขึ้นหรืออาเม่ย" โจวไป๋จวี๋เอ่ยถามหลังจากทานขนมจิบน้ำชาไปแล้วเจียงเม่ยถอนหายใจออกมาอย่างกลัดกลุ้มใจ "ดูเหมือนว่าอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าข้าจะต้องแต่งงานแล้วน่ะสิ""ว่าอย่างไรนะ! อย่าบอกนะว่าเป็นชินอ๋อง"เจียงเม่ยพยักหน้ารับ "ฝ่าบาททรงมอบสมรสพระราชทานให้ข้ากับชินอ๋อง กำหนดงานแต่งงานเรียบร้อยแล้วด้วย ต่อไปข้าคงไม่ว่างมาพบเจ้าอีก""เจ้า... ดีใจหรือไม่""ก็... ข้าก็ไม่ได้เสียใจนะอาจวี๋ แต่ก็ไม่ได้ดีใจนัก เพียงแต่รู้สึกว่าการได้แต่งงานกับชินอ๋องก็ถือว่าเป็นเรื่องดี อย่างน้อยท่านอ๋องก็รับปากข้าว่าจะไม่รับสตรีอื่นเข้าจวน ข้าจึงสบายใจที่ไม่ต้องไปตบตีแย่งชิงความรักจากท่านอ๋องกับผู้ใด"ใบหน้าของโจวไป๋จวี๋พลันเศร้าหมองลงเมื่อนึกถึงเรื่องของตนเอง "เจ้าช่างโชคดีนัก ข้าชักจะรู้สึกอิจฉาเจ้าแล้วสิ"เจียงเม่ยรีบกุมมือสหายสนิทเอาไว้ นางรู้ดีเลยล่ะว่าไม่มีใครเหมาะสมกับตำ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status