หน้าหลัก / วัยรุ่น / พรางฐานะมาพบรัก / บทที่4 การปรับตัวในฐานะเทรนนีหน้าใหม่

แชร์

บทที่4 การปรับตัวในฐานะเทรนนีหน้าใหม่

ผู้เขียน: DJArtsyStory
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-04 20:21:42

แสงแดดยามบ่ายสาดส่องทะลุกระจกใสของตึกฝึกซ้อม

ใยไหมยืนหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย

อยู่หน้ากระจกบานใหญ่

เหงื่อเม็ดเล็กผุดเต็มกรอบหน้าหวาน

เส้นผมที่เคยจัดทรงมาอย่างเรียบร้อยหลุดลุ่ยเปียกชื้นแนบข้างแก้ม

เสียงเพลงบีทฮิปฮอปหนักหน่วงยังคงดังก้องอยู่ในห้องซ้อมรวม

เทรนเนอร์หนุ่มยืนกอดอกมองการเคลื่อนไหวของเด็กฝึกแต่ละคนด้วยสายตาดุดัน

"หนึ่ง สอง สาม สี่! เปลี่ยนท่า! ทรงตัวให้ดีสิใยไหม ขาเธอแกว่งไปแล้ว!"

เสียงเทรนเนอร์ตะโกนลั่นห้องเพื่อเตือนสติ

ใยไหมรีบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

ปรับจังหวะการเคลื่อนไหวร่างกายให้กลับมาเข้าที่เข้าทางทันที

แม้ร่างกายจะเริ่มล้าจากการซ้อมติดต่อกันนานหลายชั่วโมง

แต่ในใจเธอกลับเต็มไปด้วยแรงฮึดสู้

ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด

เพราะนี่คือเส้นทางที่เธอเลือกเดินด้วยตัวเอง

ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา

ชีวิตในฐานะเทรนนีหน้าใหม่ของใยไหมไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

อย่างที่ใครหลายคนคิด

การซ้อมร้องและเต้นอย่างหนัก

ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

ทำให้กล้ามเนื้อระบมไปหมดทุกสัดส่วน

ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจางๆ

จากการล้มลุกคลุกคลานระหว่างฝึกท่าเต้นยากๆ

แต่นั่น…

ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่ากับ…

"สายตาของคนรอบข้าง"

ตั้งแต่วันที่เธอบังเอิญไปเจอกับแก๊งสี่หนุ่มซุปตาร์ในห้องประชุมลับวันนั้น

ชีวิตประจำวันของเธอก็มีเรื่องให้หัวใจวายเล่นอยู่เรื่อยๆ

เพราะดูเหมือนว่าสี่หนุ่มจอมแสบจะจำเธอได้

และมักจะมีวิธีแปลกๆ

ในการแวะเวียนมาทักทายเธออยู่เสมอ

อย่างเช่นเหตุการณ์เมื่อวานนี้...

ขณะที่ใยไหมกำลังถือแก้วน้ำเดินผ่านหน้าห้องซ้อมใหญ่

จู่ๆ พีค ก็เปิดประตูโผล่พรวดออกมา

แล้วเอื้อมมือมาดีดหน้าผากเธอเบาๆ

พร้อมกับเอ่ยแซวเสียงดังว่า

"สู้เขานะตัวน้อย เดินระวังหน่อย เดี๋ยวชนกำแพงล้มไปใครจะช่วยเซ็นอัลบั้มให้พี่ล่ะ"

ทำเอาเทรนนีคนอื่นที่เดินตามหลังมา

มองด้วยสายตางงๆ

และหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน

หรือแม้แต่ตอนพักกลางวัน

ทะเลก็มักจะถือกล่องนมรสสตรอว์เบอร์รีมาวางไว้บนโต๊ะอาหารของเธอ

พร้อมกับรอยยิ้มละมุน

พลางกระซิบเบาๆ ว่า

"ดื่มซะนะ จะได้มีแรงซ้อมต่อตอนบ่าย"

ความใส่ใจ

และการเข้ามาตีสนิทแบบเนียนๆ

ของเหล่าศิลปินเบอร์หนึ่งของค่าย

ทำให้ใยไหมตกเป็นเป้าสายตาของเด็กฝึกคนอื่นๆ ในตึกทันที

ณ โรงอาหารชั้นสองของตึกฝึกซ้อม

ใยไหมกำลังนั่งกินข้าวกล่องคนเดียวเงียบๆ บนโต๊ะมุมห้อง

รอบตัวเธอมีเสียงซุบซิบดังแว่วมาเข้าหูเป็นระยะ

"แกดูผู้หญิงคนนั้นสิ...”

“เด็กใหม่ชื่อใยไหมใช่ป่ะ?"

เสียงของเทรนนีหญิงคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนร่วมโต๊ะ

สายตาจ้องมองมาที่ใยไหมด้วยความไม่พอใจ

"เออเห็นแล้วหมั่นไส้ชะมัด วันก่อนฉันเห็นพี่กันต์เดินมาทักแถมยังยิ้มให้อีก”

อีกคนพูดเสริม

“พี่พีคก็แกล้งหยอกเขาด้วยอ่ะ ทั้งที่พวกเราเป็นเทรนนีฝึกมาเป็นปี ยังไม่เคยได้เข้าใกล้ขนาดนั้นเลยนะเว้ย"

เพื่อนอีกคนสมทบด้วยน้ำเสียงอิจฉาตาร้อน

"หรือว่าเด็กเส้นวะ? ถึงได้สิทธิพิเศษเข้าหาพวกพี่เขาง่ายขนาดนั้น"

คำซุบซิบเหล่านั้นลอยเข้าหูใยไหมชัดเจน

เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ

พลางใช้ตะเกียบเขี่ยข้าวในกล่องไปมา

ความจริงคือเธอไม่ได้อยากเป็นจุดสนใจเลยแม้แต่น้อย

เธอก็แค่เด็กฝึกธรรมดาที่บังเอิญ...

หรือเรียกว่าซวยดีล่ะ

โคจรมาเจอพวกเขาก็เท่านั้นเอง

"เฮ้อ... ถ้าขืนพวกพี่เขายังแวะมาทักบ่อยๆแบบนี้”

“มีหวังฉันโดนเพื่อนร่วมรุ่นรุมตบกลางตึกแน่ๆเลย"

ใยไหมพึมพำกับตัวเองเบาๆ

"ใครจะรุมตบใครเหรอครับน้องสาว หน้าตาเครียดเชียว ทานข้าวไม่ลงเหรอวันนี้?"

เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยทักขึ้นจากทางด้านหลัง

พร้อมกับแรงสะกิดเบาๆที่ไหล่

ทำเอาใยไหมสะดุ้งเฮือก

เกือบทำตะเกียบหลุดมือ

เธอหันไปมองทันที

ร่างสูงโปร่งของธามน้องเล็กจอมซนของแก๊ง

ยืนยิ้มแป้นแล้นอยู่ข้างโต๊ะ

ในมือถือขวดน้ำเกลือแร่พร้อมกับขนมปังเนยสด

โดยมีกันต์ ทะเล และพีค

ที่เดินตามหลังมา

ยืนอมยิ้มอยู่ไม่ไกล

ใยไหมรีบกวาดสายตามองไปรอบโรงอาหารทันที

เมื่อเห็นว่าสายตาทุกคู่ในห้อง

กำลังพุ่งเป้ามาที่โต๊ะของเธอ

ด้วยความตกตะลึงและอิจฉา

เธอแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด

“พ… พี่ธาม! พี่กันต์! พี่ทะเล! พี่พีค!”

ใยไหมอุทานเสียงเบาอย่างตกใจ

รีบดึงฮู้ดขึ้นมาคลุมศีรษะ

แล้วกวักมือเรียกให้พวกเขาก้มตัวลงต่ำ

"ทำไมมาเดินในโรงอาหารรวมแบบนี้ล่ะคะ เดี๋ยวก็เป็นข่าวใหญ่โตหรอก!"

ธามหัวเราะ

เขาทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเธอหน้าตาเฉย

ตามด้วยทะเลและกันต์ที่นั่งประกบข้างอย่างเป็นกันเอง

"กลัวอะไรเล่าพวกเราแค่หิวเลยลงมาหาอะไรกินเหมือนคนปกติทั่วไป เผอิญเดินผ่านโต๊ะนี้แล้วเห็นเด็กฝึกหน้าใหม่ทำหน้าเหมือนเบื่อโลกอยู่ ก็เลยแวะมาทักทายซะหน่อย”

ธามเอ่ยแซวพลางแกะห่อขนมปังเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ

กันต์ถอดหมวกแก๊ปสีดำออก

เผยให้เห็นใบหล่อเหลา

ดวงตาคู่คมมองสำรวจใบหน้าของเธอ

ที่ตอนนี้กำลังเคร่งเครียดเหงื่อตก

ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"เป็นอะไรหรือเปล่าใยไหม เห็นนั่งถอนหายใจบ่อย ใครทำอะไรให้อารมณ์เสียหรือเปล่า?"

ใยไหมส่ายหัว

เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตารอบโรงอาหาร

ที่มองมาทางพวกเขาด้วยความอาฆาตมาดร้าย

"เปล่าค่ะ... ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่เหนื่อยจากการซ้อมเต้นเฉยๆ ..."

เธอกลบเกลื่อน

ทะเลมองเพียงแวบเดียวก็รู้ทันที

ว่าเด็กสาวกำลังกังวลเรื่องอะไร

ดวงตาคมกวาดมองไปรอบโรงอาหารที่เต็มไปด้วยสายตาจ้องมอง

แล้วหันมาสบตากับใยไหมด้วยรอยยิ้มเข้าใจ

"อ๋อ... กังวลเรื่องที่พวกเราแวะมาทักบ่อยๆ จนคนอื่นซุบซิบกันใช่ไหมล่ะ?"

ทะเลเอ่ยทายใจได้อย่างแม่นยำ

ใยไหมสะดุ้งเล็กน้อย

เธอเม้มปากแน่นแล้วพยักหน้ารับเบาๆ

"ค่ะ... คือ... พวกพี่ก็รู้ใช่ไหมคะว่าหนูเป็นเด็กฝึกใหม่ ถ้าทำตัวเด่นเกินไปหรือสนิทกับพวกพี่มากๆ เดี๋ยวก็โดนหมั่นไส้เอาหรอกค่ะ”

“อีกอย่าง... หนูไม่อยากให้ใครมองว่าหนูใช้เส้นสาย"

คำพูดที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงจังของใยไหม

ทำให้กันต์ที่นั่งมองอยู่เงียบๆ

เผลอยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู

แววตาของลีดเดอร์หนุ่มฉายประกายความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด

"เก่งมาก..."

กันต์เอ่ยชมเบาๆ

"การอยากพิสูจน์ตัวเองด้วยความสามารถของตัวเอง ไม่พึ่งพาใคร เป็นความคิดที่ดีมากครับ...”

“แต่เรื่องที่คนอื่นจะมองยังไง มันห้ามไม่ได้หรอกนะ สิ่งเดียวที่เราทำได้คือทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ ส่วนพวกเรา... สัญญาว่าจะแวะมาทักให้น้อยลงหน่อย... ดีไหม?"

เขากะพริบตาข้างหนึ่งให้อย่างขี้เล่น

ใยไหมหลุดขำออกมาเบาๆ กับท่าทางนั้น

ความอึดอัดใจเมื่อครู่มลายหายไปเกือบหมด

"สัญญาแล้วนะคะ ห้ามแวะมาบ่อยเกินไป ไม่งั้นหนูโดนเทรนเนอร์และเพื่อนร่วมรุ่นเขม่นจนอยู่ไม่รอดแน่ๆ"

"รับทราบครับ"

ธามยกมือขึ้นทำท่าวันทยหัตถ์รับคำอย่างทะเล้น

เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนๆ ในโต๊ะ

ทว่า...

บรรยากาศที่กำลังสนุกสนานและเป็นกันเองนั้น

กลับถูกขัดจังหวะลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคน

ที่เดินตรงเข้ามาใกล้โต๊ะของพวกเขา

"อ้าว... น้องกันต์ น้องพีค น้องทะเล น้องธาม มาทำอะไรกันตรงนี้ครับเนี่ย?"

เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ

แต่แฝงไปด้วยความกดดันลึกๆ

ทั้งสี่หนุ่มและใยไหมหันไปมองตามเสียงทันที

ร่างสูงของ

‘คุณภพ’

ผู้จัดการอาวุโส

ฝ่ายบริหารศิลปินและดูแลภาพรวมของตึกฝึกซ้อม

เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ

สีหน้าของเขาเรียบนิ่ง

ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตา

กวาดมองสี่หนุ่มสลับกับเด็กฝึกหน้าใหม่อย่างใยไหม

ด้วยสายตาจับผิด

สี่หนุ่มปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติทันที

กันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

แล้วเอ่ยทักทายตามมารยาท

"สวัสดีครับพี่ภพ”

ทุกคนยกมือไหว้

“พอดีพวกผมลงมาหาอะไรทานรองท้องระหว่างรอตารางซ้อมรอบบ่ายครับ เลยแวะมาทักน้องเทรนนีใหม่หน่อยครับ”

คุณภพพยักหน้ารับเบาๆ

แต่สายตายังคงจ้องมองมาที่ใยไหม

ที่นั่งตัวลีบอยู่บนเก้าอี้

ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่าง

ฉายอยู่ในแววตาของชายวัยกลางคนคนนี้

"อ๋อ... เทรนเนอร์ใหม่นี่เอง..."

คุณภพเอ่ยเสียงเรียบ

"ช่วงนี้เด็กฝึกใหม่เข้ามาเยอะมาก ทางเราต้องดูแลความเรียบร้อยอย่างเข้มงวด ไม่อยากให้มีใครทำตัวนอกลู่นอกทางหรือสร้างความวุ่นวายในตึกนี้...”

เขาหยุดพร้อมหันไปสบตากับใยไหม

“โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวกับศิลปินระดับท็อปของค่าย หวังว่าน้องเทรนนีคนนี้คงเข้าใจกฎของบริษัทดีนะ?"

คำพูดเหน็บแนมกลายๆนั้น

ทำให้ใยไหมรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที

เธอรีบลุกขึ้นยืนโค้งศีรษะเคารพอย่างนอบน้อม

"เข้าใจค่ะคุณภพ หนูจะตั้งใจฝึกซ้อมและไม่ทำให้บริษัทเสื่อมเสียแน่นอนค่ะ"

ภพจ้องมองใยไหมด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์อีกครั้ง

ราวกับพยายามค้นหาอะไรบางอย่าง

ในตัวเด็กฝึกสาวคนนี้

ก่อนจะยิ้มมุมปากแล้วหันไปพูดกับสี่หนุ่ม

"ถ้าอย่างนั้นก็ดีครับ... เชิญพวกคุณกลับไปเตรียมตัวซ้อมเถอะครับ ใกล้ถึงเวลาแล้ว ทางผู้บริหารระดับสูงกำลังจะเข้ามาตรวจตึกในช่วงบ่ายนี้ด้วย"

"ครับพี่ภพ"

กันต์รับคำเสียงเรียบ

เขาสบตากับใยไหมแวบหนึ่ง

เพื่อส่งสัญญาณให้เธอบายใจ

ก่อนจะเดินนำเพื่อนๆออกจากโรงอาหารไป

เมื่อร่างของสี่หนุ่มลับสายตาไป

เขายังคงยืนนิ่งอยู่

ชายวัยกลางคนหรี่ตามองหน้าของเด็กสาว

ด้วยความสงสัย

เขารู้สึกคุ้นหน้าเด็กฝึกคนนี้อย่างประหลาด

แต่ยังนึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน

หลังจากคุณภพเดินจากไป

ใยไหมทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง

หัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น

คุณภพคนนี้คือมือขวาคนสนิทของลุงเธอ…

การที่เธอต้องมาอยู่ภายใต้สายตาจับผิดของเขา

ยิ่งทำให้ภารกิจปกปิดตัวตนยากลำบากขึ้นไปอีกหลายเท่า

แต่ถึงกระนั้น

เธอก็ไม่มีวันยอมแพ้

ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ

กำมือแน่นด้วยความมุ่งมั่น

เธอต้องผ่านพ้นการทดสอบนี้ไปให้ได้

ทั้งเรื่องการเป็นเทรนนี

การปกปิดฐานะลูกสาวประธานค่าย

และการปกป้องสี่หนุ่มจากภัยมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา…

เธอจะต้องระวังตัวให้มากกว่าเดิม

เพราะดูเหมือนว่า…

การเข้ามาเป็นเทรนนีของเธอ จะไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พรางฐานะมาพบรัก   บทที่30 บทส่งท้าย : มิตรภาพ รอยยิ้มและปฐมบทใหม่

    กาลเวลาหมุนผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไม่เคยหยุด ภาพบรรยากาศความสำเร็จในค่ำคืนวันเดบิวต์ของใยไหมกลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์อันงดงามที่สุดของค่าย Pattanasiri Entertainmentหลายเดือนหลังจากค่ำคืนเดบิวต์…เสียงเพลงของเธอยังคงติดชาร์ตอันดับหนึ่งติดต่อกันหลายสัปดาห์และชื่อของ ‘Yaimai’ ก็กลายเป็นศิลปินเดี่ยวหญิงแถวหน้าของวงการเพลงไทยที่ใครๆต่างก็จับตามองทว่า... สิ่งที่ล้ำค่าและงดงามยิ่งกว่าความสำเร็จบนยอดชาร์ตเพลงหรือชื่อเสียงเงินทอง ก็คือ "ความสัมพันธ์" ที่ลงตัวและมั่นคงที่สุดตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ณ ห้องพักส่วนตัวชั้นบนสุดของตึกบรรยากาศแสนอบอุ่นและคุ้นเคยยังคงอยู่เช่นเดิม โซฟาตัวยาวตัวเดิมถูกใช้เป็นที่นั่งพักผ่อนหลังจากที่ทุกคนต้องลุยงานกันอย่างหนักหน่วง ใยไหมในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองสบายๆกำลังนั่งตรวจตารางงานโปรเจกต์เพลงใหม่ของวงบอยแบนด์รุ่นพี่ทั้งสี่คนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเสียงหัวเราะครื้นเครงของ กันต์ พีค ธามและทะเลดังขึ้น เมื่อทะเลแกล้งแย่งขนมในมือของพีคจนเด็กหนุ่มต้องโวยวายเสียงดังลั่นห้อง บรรยากาศเหล่านี้ไม่มีความอึดอัด ไม่มีความหวาดระแวง และไม่มีความรักแบบหนุ่มสาวหลงเหลืออยู่อ

  • พรางฐานะมาพบรัก   บทที่29 เวทีแรกที่เปล่งประกาย

    เสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือจากแฟนคลับนับพันชีวิตในฮอลล์จัดแสดงคอนเสิร์ตใจกลางเมืองดังกระหึ่มขึ้นทันทีที่แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลสาดส่องลงตรงกลางเวที เผยให้เห็นร่างบางในชุดเดรสยาวสีขาวระยิบระยับราวกับเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลง ใยไหมยืนถือไมโครโฟนอยู่เบื้องหน้า ท่ามกลางทะเลป้ายไฟสีสันสดใสที่โบกสะบัดไปมาด้วยความตื่นเต้นแม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอต้องก้าวขึ้นมายืนบนเวทีใหญ่ในฐานะ "ศิลปินเดี่ยว" แทนที่จะเป็นโปรดิวเซอร์ผู้คอยอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคนอื่น แต่ความตื่นเต้นประหม่าที่เคยมีกลับมลายหายไปจนหมดสิ้น เมื่อสายตาของเธอกวาดมองออกไปเห็นรอยยิ้มและแววตาแห่งความภาคภูมิใจจากผู้คนที่นั่งอยู่บริเวณแถวหน้าสุดของฮอลล์ณ ที่นั่งวีไอพีแถวแรก... คุณธนาประธานใหญ่แห่งตระกูลพัฒนศิริและเป็นคุณพ่อของเธอกำลังนั่งอมยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจ ดวงตาของชายสูงวัยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน มือข้างหนึ่งยกขึ้นปรบมือให้ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนอย่างสุดแรงในวินาทีนี้ท่านยิ่งมั่นใจว่า ใยไหมเกิดมาเพื่อเส้นทางนี้จริงๆเธอกลายเป็นผู้หญิงที่งดงาม ทรงพลัง และเปล่งประกายเจิดจรัสที่สุดบนเวทีและถัดจากค

  • พรางฐานะมาพบรัก   บทที่28 การเดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยว

    แสงไฟนีออนยามค่ำคืนของกรุงเทพสะท้อนผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องซ้อมดนตรีชั้นบนสุด ณ ตึก Pattanasiri Entertainment เสียงจังหวะดนตรีแนวป๊อปผสมผสานกับเสียงร้องใสอันทรงพลังก้องกังวานไปทั่วห้อง ร่างบางในชุดลำลองกำลังยืนจับไมโครโฟน ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดผ่านบทเพลงที่เธอเป็นคนลงมือแต่งขึ้นด้วยตัวเองจากก้นบึ้งของหัวใจ แปะ แปะ แปะ! เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับเสียงผิวปากแซวอย่างอารมณ์ดีจากมุมห้อง ทำให้ใยไหมต้องหยุดร้องแล้วหันไปมองด้วยรอยยิ้ม "โอโห...ยัยตัวแสบ” “ร้องเพลงเก่งขึ้นเป็นกองเลยนะเนี่ย” “แบบนี้พวกพี่ที่เป็นศิลปิน” “คงต้องกลัวเธอมาแย่งตำแหน่งซะแล้วมั้ง!" ทะเลเอ่ยแซวขึ้นด้วยรอยยิ้มทะเล้นตามสไตล์ ขณะที่เดินถือแก้วน้ำอุ่นเข้ามาส่งให้เธอ ใยไหมรับแก้วน้ำมาดื่มแก้คอแห้ง ก่อนจะค้อนขวับใส่หนุ่มกวนประสาท "พูดอะไรแบบนั้นคะพี่ทะเล” “หนูเพิ่งจะหัดแต่งเพลงและฝึกร้องอย่างจริงจังไม่นานเอง จะเอาอะไรไปสู้ศิลปินระดับท็อปของประเทศอย่างพวกพี่ล่ะคะ" "สู้ได้สิ...เพราะเสียงของเธอไม่ได้มีดีแค่เทคนิค” “แต่มันเต็มไปด้วยความจริงใจและความรู้สึกที่กลั่นออกมาจากข้างในจริงๆ

  • พรางฐานะมาพบรัก   บทที่27 บทสรุปความรัก : การเลือกหรือปล่อยวาง

    สายลมยามเย็นพัดผ่านระเบียงดาดฟ้าของตึก Pattanasiri Entertainment เบาๆ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มของ ใยไหมปลิวไสวไปตามแรงลม ขณะที่เธอกำลังยืนมองภาพกรุงเทพเบื้องล่างที่เริ่มเปิดไฟระยิบระยับต้อนรับค่ำคืนใหม่ ความคิดและเรื่องราวตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวการได้พูดคุยกับกันต์ พีค ธามและทะเลทีละคน ทำให้เธอได้รับฟังความรู้สึกที่จริงใจและซื่อตรงจากพวกเขาทั้งสี่คนอย่างลึกซึ้ง ทุกๆถ้อยคำ ทุกๆสัมผัส และทุกๆแววตาเต็มไปด้วยความห่วงใยและการปกป้องที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจจริงๆทว่า... ยิ่งเธอได้รับความรักที่ยิ่งใหญ่และหนักแน่นจากพวกเขามากเท่าไหร่ หัวใจดวงน้อยๆของเธอกลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจหรือพองโตอย่างที่ควรจะเป็นเลยกลับกัน... มันมีความอึดอัดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ความรู้สึกเหมือนทุกคนพยายามฝืนข้ามผ่านขอบเขตธรรมชาติของตัวเอง เพื่อหาจุดลงตัวที่ประนีประนอมที่สุดสำหรับทุกคน‘พวกเราพร้อมที่จะดูแลเธอ เดินเคียงข้างเธอ และสร้างอนาคตไปด้วยกัน ทั้งห้าคน... แบบนี้นี่แหละ’คำพูดของธามในวันนั้น และรอยยิ้มของกันต์ พีค และทะเล ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท มันเป็นทางออกที่ดูสวยงามและแสนวิเศ

  • พรางฐานะมาพบรัก   บทที่26 การเคลียร์ใจทีละคน

    แม้หนุ่มๆทั้งสี่จะยืนยันว่าพร้อมก้าวข้ามกรอบความสัมพันธ์เดิมๆ แต่เธอรู้ดีว่าความรักไม่ใช่เรื่องของการตกลงกันเพียงครั้งเดียว หากยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมา มันอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ ตลอดสัปดาห์ต่อมา ใยไหมจึงนัดพูดคุยกับพวกเขาทีละคน เพื่อเคลียร์ความรู้สึกให้ชัดเจน การพูดคุยครั้งที่หนึ่ง: กันต์ — พี่ชายผู้ปกป้องและเสาหลักของหัวใจ สถานที่นัดหมายคือห้องทำงานส่วนตัวของกันต์ในช่วงดึกที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของลีดเดอร์หนุ่ม ขณะที่เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารกองโต ใยไหมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ เข้าไปวางตรงหน้าเขาอย่างเบามือ กันต์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มบางๆที่แสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนมุมปากทันที "ยังไม่กลับอีกเหรอโปรดิวเซอร์คนเก่ง ดึกมากแล้วนะ" "หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่กันต์ค่ะ..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม กันต์วางปากกาในมือลงทันที เขาสบตากลับด้วยแววตาที่นิ่งสงบและเปิดกว้าง "เรื่องวันนั้นใช่ไหม? ว่ามาสิ พี่ฟังอยู่" ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยความในใจออกมา “สำหรับหนู พี่กันต์ไ

  • พรางฐานะมาพบรัก   บทที่25 ความสัมพันธ์

    แม้หนุ่มๆทั้งสี่จะยืนยันว่าพร้อมก้าวข้ามกรอบความสัมพันธ์เดิมๆ แต่เธอรู้ดีว่าความรักไม่ใช่เรื่องของการตกลงกันเพียงครั้งเดียว หากยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมา มันอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ ตลอดสัปดาห์ต่อมา ใยไหมจึงนัดพูดคุยกับพวกเขาทีละคน เพื่อเคลียร์ความรู้สึกให้ชัดเจน การพูดคุยครั้งที่หนึ่ง: กันต์ — พี่ชายผู้ปกป้องและเสาหลักของหัวใจ สถานที่นัดหมายคือห้องทำงานส่วนตัวของกันต์ในช่วงดึกที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของลีดเดอร์หนุ่ม ขณะที่เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารกองโต ใยไหมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ เข้าไปวางตรงหน้าเขาอย่างเบามือ กันต์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มบางๆที่แสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนมุมปากทันที "ยังไม่กลับอีกเหรอโปรดิวเซอร์คนเก่ง ดึกมากแล้วนะ" "หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่กันต์ค่ะ..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม กันต์วางปากกาในมือลงทันที เขาสบตากลับด้วยแววตาที่นิ่งสงบและเปิดกว้าง "เรื่องวันนั้นใช่ไหม? ว่ามาสิ พี่ฟังอยู่" ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยความในใจออกมา “สำหรับหนู พี่กันต์ไ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status