LOGIN
“แค่ดูตอนเดียว…”
นั่นคือคำโกหกครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของใยไหม เพราะสิบชั่วโมงต่อมา เธอยังนั่งกอดหมอนอยู่บนเตียง ดวงตาแดงก่ำจากการอดนอน แต่กลับกดดูคลิปสัมภาษณ์ของผู้ชายคนเดิมเป็นรอบที่ห้า เวลาบนหน้าจอโทรศัพท์บอกชัดเจน… 02:30 น. ทั้งบ้านเงียบสนิท เหลือเพียงแสงไฟจากหน้าจอที่ส่องใบหน้าของหญิงสาววัย 24 ปี ผู้ไม่เคยคิดเลยว่า… การกดดูซีรีส์เรื่องหนึ่งเพราะ “ความเบื่อ” จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล ย้อนกลับไปเมื่อสิบชั่วโมงก่อน… "ไหนดูซิ...” “มันจะสนุกสักแค่ไหนเชียว คนเขากรี๊ดกันทั่วบ้านทั่วเมือง" ใยไหมพึมพำกับตัวเองเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้เล็กน้อย ปนความอยากรู้อยากเห็น เธอไม่ใช่คนชอบดูซีรีส์แนวนี้เท่าไหร่นัก ส่วนใหญ่เธอมักจะใช้เวลาว่างไปกับการฟังเพลงสากล อ่านหนังสือบริหารธุรกิจ หรือไม่ก็ช่วยคุณพ่อตรวจงบการเงินคร่าวๆ มากกว่า แต่คืนนี้… ความเบื่อทำให้เธอกดเข้าไปดู เธอกดคลิกเข้าไปที่ตอนแรกของซีรีส์เรื่องนั้นอย่างไร้จุดหมาย ปรับระดับเสียงให้พอดี ใส่หูฟังไร้สายคู่โปรด แล้วเอนหลังพิงหมอนใบโต ผ่านไปเพียงสิบนาทีแรก... ดวงตากลมโตของเธอก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอลืมความง่วงไปจนหมดสิ้น เมื่อตัวละครพระเอกหนุ่มของเรื่องปรากฏตัวขึ้นบนจอภาพ ผู้ชายคนนั้น... ใบหน้าคม จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากได้รูป รอยยิ้มที่เพียงแค่ปรากฏขึ้นบนมุมปากก็ทำเอาคนมองใจละลาย และที่สำคัญคือ "แววตา" คู่นั้น มันเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ดึงดูดสายตาให้ละไปจากจอไม่ได้เลย แม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว “เฮ้ย… คนนี้ใคร หล่อจัง” มือของเธอรีบกดหยุดภาพทันที นิ้วเลื่อนไปแตะช่องค้นหาอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่วินาที… ชื่อของเขาก็ปรากฏบนหน้าจอ กันตภณ หรือที่แฟนๆ เรียกกันสั้นๆ ว่า กันต์ ชื่อนี้ฝังลงในความทรงจำของเธอตั้งแต่วินาทีนั้น ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นก็หลั่งไหลออกมาเหมือนสายน้ำ ใยไหมไล่อ่านประวัติ ผลงานที่ผ่านมา ทั้งงานถ่ายแบบ งานโฆษณา และคลิปเบื้องหลังการถ่ายทำ ยิ่งเธอดูจบตอนที่หนึ่ง ต่อด้วยตอนที่สอง และไหลยาวไปจนถึงรุ่งสาง หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอก็เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกำลังแผ่ซ่านไปทั่วอก จากความประทับใจแรกในตัว "กันต์" ลามไปสู่การไล่ดูผลงานย้อนหลังทั้งหมดของเขา ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์เรื่องก่อนๆ รายการวาไรตี้ที่เขาเคยไป หรือแม้แต่คลิปไลฟ์สไตล์สั้นๆ ตามแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ใยไหมใช้เวลาตลอดทั้งสัปดาห์นั้นหมดไปกับการจมดิ่งอยู่ในโลกของเขา เธอกลายเป็นคนนอนดึกตื่นสายโดยสมบูรณ์แบบ ขอบตาดำคล้ำเล็กน้อยแต่เจ้าตัวกลับยิ้มแก้มปริได้ทั้งวัน เพราะรอยยิ้มของไอดอลหนุ่มในจอ แต่วันเวลาแห่งการหลงใหลในตัวตนของคนๆ เดียวไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น... ในขณะที่ใยไหมกำลังไล่ดูคลิปเบื้องหลังการถ่ายทำซีรีส์และงานแฟนมีตติ้งย้อนหลัง สายตาของเธอกลับไปสะดุดเข้ากับสมาชิกอีกสามคนที่มักจะปรากฏตัวร่วมเฟรมกับกันต์อยู่เสมอ ทั้งในฐานะเพื่อนร่วมวง นักแสดงสมทบ หรือแม้กระทั่งแก๊งเพื่อนสนิทนอกจอ ที่ตัวติดกันราวกับปาท่องโก๋ คนแรกคือ ภีรพัฒน์ หรือ พีค ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอหัวเราะได้ทุกครั้งที่เห็น คนที่สองคือ ธีรภัทร หรือ ทะเล แค่รอยยิ้มเดียวก็ทำให้วันเหนื่อย ๆ ของเธอเบาลง และคนสุดท้าย น้องเล็กสุดแสบของแก๊ง ธามไท หรือ ธาม คือพลังงานบวกของทั้งวง จากที่เคยคิดว่าตัวเองเป็นแค่แฟนคลับที่ชอบพระเอกคนเดียว เธอกลับพบว่า ตัวเองเริ่มถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว เมื่อทั้งสี่คนมารวมตัวกัน ความเคมี ความเข้าขา และมิตรภาพที่พวกเขามีให้กันมันช่างเปล่งประกายเจิดจ้า จนทำให้เธอเผลออุทานออกมาด้วยความเอ็นดู "ให้ตายเถอะ...” “ชอบคนเดียวได้ยังไงวะเนี่ย เล่นมัดแพ็ครวมกันมาขนาดนี้ รักหมดทุกคนเลยแล้วกัน!" ใยไหมหัวเราะคิกคักให้กับความโลภทางใจของตัวเอง เธอสถาปนาตัวเองเป็น "แฟนคลับสายเปย์และสายซัพพอร์ตตัวยง" ของแก๊งสี่หนุ่มทันที นับตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา ชีวิตประจำวันของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ห้องนอนสุดหรูในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลพัฒนศิริ ค่อยๆ ถูกแปลงโฉมทีละเล็กทีละน้อย จากห้องนอนสไตล์โมเดิร์นเรียบหรู เริ่มมีโปสเตอร์ขนาดใหญ่ของสี่หนุ่มมาแปะประดับผนัง มีมุมสะสมอัลบั้มเพลง โฟโตบุ๊ค ของสะสม Official ทุกคอลเลกชันที่ปล่อยออกมา แม้ว่าราคาจะสูงลิ่วแค่ไหน… แต่สำหรับเธอ เงินไม่เคยเป็นปัญหา เพราะใยไหมไม่ใช่แฟนคลับธรรมดา เธอคือทายาทเพียงคนเดียวของอาณาจักรบันเทิง “พัฒนศิริกรุ๊ป” สิ่งเดียวที่เป็นปัญหาคือ "ความเร็ว" ในการกดสั่งซื้อสินค้าพรีออเดอร์ต่างหาก เพราะถ้าช้าเพียงเสี้ยววินาที สินค้าหมดสต็อก เธียเตอร์จะลุกเป็นไฟทันที ใยไหมกลายเป็นขาประจำในทุกคอมมูนิตี้ออนไลน์ของแฟนคลับ เธอคอยปั่นเทรนด์ทวิตเตอร์ (X) คอยกดไลก์รีโพสต์ และบางครั้งก็แอบเข้าไปคอมเมนต์ให้กำลังใจพวกเขา ด้วยแอคเคานต์ลับที่ไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริง เวลาผ่านไปนับเดือน จนเข้าสู่เดือนที่หกของการเป็นติ่งสายฮาร์ดคอร์ ใยไหมเริ่มขยับสถานะจากการเป็นแค่คนดูหน้าจอ สู่การเป็น "แฟนคลับตัวมัมหน้างาน" ทุกครั้งที่แก๊งสี่หนุ่มมีงานอีเวนต์ งานเปิดตัวสินค้า งานแจกลายเซ็น หรือคอนเสิร์ตใหญ่ ใยไหมจะเคลียร์คิวตารางชีวิตของตัวเองให้ว่างสนิท เธอมักจะปรากฏตัวในงานมีตติ้งต่างๆ ด้วยชุดที่แต่งกายเรียบร้อยแต่แฝงไปด้วยความน่ารัก สวมแมสก์ปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็นความโดดเด่นเกินเหตุ แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นมักจะถือกล้องโปรเลนส์ซูมตัวยาว ยืนอยู่ท่ามกลางทะเลแท่งไฟและเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์ จำได้แม่นว่ามีงานแฟนมีตติ้งครั้งหนึ่ง เป็นงานใกล้ชิดที่ผู้โชคดีจะได้ขึ้นไปรับลายเซ็นบนเวที ใยไหมซึ่งดวงดีกดบัตรโซนหน้าสุดได้ เธอยืนถืออัลบั้มในมือด้วยความตื่นเต้นจนมือไม้สั่นไปหมด เมื่อถึงคิวของเธอที่ต้องเดินขึ้นไปหาพวกเขาทีละคน คนแรกที่เธอเดินเข้าไปหาคือ กันต์ เมนหลักคนแรกในดวงใจ "สวัสดีครับ..." เสียงนุ่มทุ้มของกันต์เอ่ยทักทายพร้อมกับรอยยิ้มละลายใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับแฟนคลับสาว ใยไหมแทบหยุดหายใจ หัวใจเต้นโครมคราม เธอยื่นอัลบั้มให้เขาลายเซ็น มือสั่นระริกจนกันต์ต้องเอื้อมมือมาจับสันปกอัลบั้มเบาๆ เพื่อช่วยประคอง พร้อมกับเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงอบอุ่นว่า "มือสั่นใหญ่เลย หนาวเหรอครับ หรือว่าตื่นเต้น?" กันต์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะดันอัลบั้มกลับมาหาเธออย่างทะนุถนอม “ไม่ต้องรีบครับ ค่อย ๆ หายใจ” "ต... ตื่นเต้นค่ะ” เธอยิ้มเขิน “พี่กันต์สู้ๆ นะคะ หนูติดตามผลงานพี่ตลอดเลยค่ะ" ใยไหมพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แต่มันก็ยังคงตะกุกตะกักอยู่ดี กันต์ยิ้มกว้างจนตาหยี ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความเอ็นดู "ขอบคุณมากๆ นะครับสำหรับกำลังใจ ตั้งใจเรียนหรือตั้งใจทำงานด้วยนะ เป็นเด็กดีล่ะ" คำพูดนั้นทำเอาใยไหมแทบละลาย ถัดมาคือ พีค ที่นั่งอยู่ข้างกัน หนุ่มขี้เล่นคนนี้เห็นอาการเขินอายของเธอ ก็รีบยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยแซบทันที "โอ๊ะ คนนี้สวยจัง แมสก์ปิดหน้าแค่นี้ก็รู้ว่าน่ารัก ตาโตเชียว... แอบมองใครอยู่หรือเปล่าเนี่ยเรา หรือว่าแอบมองพี่กันต์คนเดียว น้อยใจนะเนี่ย" ใยไหมหลุดขำพรืดออกมาทันที ความประหม่าหายไปครึ่งหนึ่งเมื่อเจอความกวนของพีค "มองทุกคนเลยค่ะ! รักหมดทุกคนเลยจริงๆ นะ" เธอกระซิบตอบกลับเบาๆ พีคหัวเราะชอบใจ ก่อนจะเซ็นชื่อลงในอัลบั้มอย่างรวดเร็วแล้วตบโต๊ะเบาๆ "เยี่ยมมาก เด็กดีแบบนี้ต้องสนับสนุนเยอะๆ นะครับ" คนถัดไปคือ ทะเล หนุ่มหน้าหวานที่ส่งยิ้มพิมพ์ใจมาให้ตั้งแต่เธอยังไม่ทันเดินมาถึง ทะเลเอื้อมมือมารับอัลบั้มพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝันว่า "ขอบคุณที่มาหากันวันนี้นะครับ เดินทางกลับบ้านระวังด้วยนะ ดึกแล้วอากาศเริ่มเย็น อย่าลืมใส่เสื้อกันหนาวล่ะ" ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ นี้ ทำให้ใยไหมรู้สึกเหมือนหัวใจพองโตจนแทบระเบิด และคนสุดท้าย ธาม น้องเล็กจอมซน ที่พอเห็นเธอยื่นอัลบั้มให้ ก็รีบทำท่าทางทำความเคารพแบบทหารเกณฑ์แล้วพูดเสียงดังฟังชัด "ขอบคุณท่านแม่ทัพแฟนคลับที่มาซัพพอร์ตพวกเรานะครับ! สัญญาว่าจะตั้งใจทำงานให้ออกมาดีที่สุดเลย!" ความทรงจำในวันนั้นฝังแน่นอยู่ในหัวใจของใยไหมตลอดมา มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกของการเป็น "แฟนคลับกับศิลปิน" บนเวทีที่ห่างไกล แต่มันคือความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง และเต็มไปด้วยพลังบวกที่พวกเขาส่งผ่านมาให้เธอ พ่อของเธอใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนชั้นสูงสุดของสำนักงานใหญ่ คอยบริหารอาณาจักรบันเทิงที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่า ลูกสาวสุดที่รักคนนี้กำลังแอบหลงใหลและคลั่งไคล้ศิลปินในค่ายของตัวเอง อย่างถอนตัวไม่ขึ้น มีอยู่หลายครั้งที่ท่านเดินมาตรวจงานที่ห้องทำงานที่บ้าน แล้วเห็นลูกสาวนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์พร้อมกับกองสินค้าไอดอล พ่อเคยเอ่ยปากแซวด้วยความเอ็นดูว่า "นี่ลูกสาวพ่อ กลายเป็นติ่งเกาหลี ติ่งไทยไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย เห็นห้องนอนแทบจะไม่มีที่เดินอยู่แล้วนะ มีแต่รูปผู้ชายเต็มผนัง" ใยไหมมักจะรีบแก้ตัวหน้าตาตื่น "เปล่านะคะพ่อ แค่ศึกษาแนวทางการตลาดของวงการบันเทิงยุคปัจจุบันต่างหากล่ะคะ! เผื่ออนาคตหนูต้องมาช่วยพ่อบริหารบริษัทไงคะ" เธอยิ้มกลบเกลื่อน เขาเพียงแค่หัวเราะในลำคอ แล้วลูบศีรษะลูกสาวด้วยความรัก โดยไม่เคยระแคะระแคะเลยว่า ความสนใจในวงการบันเทิงของลูกสาวไม่ได้หยุดอยู่แค่การ "ศึกษาธุรกิจ" แต่มันคือความรักและความผูกพันที่ลึกซึ้งระดับฮาร์ดคอร์ต่างหาก และจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตของใยไหม ก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปครบหนึ่งปีพอดี... วันนั้นเป็นวันที่ฝนตกพรำๆ บรรยากาศกรุงเทพฯ อบอวลไปด้วยความชื้น ใยไหมนั่งกอดเข่ามองดูคลิปเก่าๆ ของสี่หนุ่มบนหน้าจอไอแพด ในหัวสมองเริ่มตกตะกอนความคิดบางอย่างที่เธอเก็บงำไว้มานานหลายเดือน เธอไม่อยากเป็นแค่มนุษย์แฟนคลับที่ยืนมองพวกเขาจากข้างล่างเวทีอีกต่อไปแล้ว... เธอมองดูความสามารถของตัวเอง ใยไหมไม่ใช่เด็กผู้หญิงที่วันๆ เอาแต่เพ้อฝัน เธอนอกจากจะเรียนเก่งแล้ว เธอยังมีความสามารถด้านการร้องเพลงและการเต้นที่แอบไปเรียนลับๆ ตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย รวมถึงทักษะการแสดงออกที่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวทางอ้อมโดยไม่รู้ตัว "ถ้าเราแค่อยู่เฉยๆ เป็นแฟนคลับที่คอยกรี๊ด พวกเขาก็คงเป็นได้แค่ดาวบนฟ้าที่เราเอื้อมไม่ถึง..." ใยไหมพึมพำกับตัวเอง ดวงตากลมโตฉายแววแน่วแน่ขึ้นมาวูบหนึ่ง "แต่ถ้าเราเข้าไปในฐานะ 'เด็กฝึก' หรือ 'เทรนนี' คนหนึ่ง..." ความคิดนั้นบ้าบิ่นมาก สำหรับทายาทมหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ การลดตัวลงไปเป็นเทรนนีฝึกหัดที่ต้องเหนื่อยสายตัวแทบขาด ซ้อมเต้นจนขาขวิด และต้องโดนเทรนเข้มงวด มันคือเรื่องที่คนปกติเขาไม่ทำกัน แต่สำหรับใยไหม มันคือความท้าทายครั้งใหญ่ในชีวิต และเป็นโอกาสเดียว ที่จะได้เข้าใกล้ความฝัน และพวกเขาทั้งสี่คนอย่างแท้จริง แต่เธอกลัวว่าถ้าพ่อรู้... พ่อจะต้องสั่งห้าม และส่งเธอไปเรียนต่อบริหารที่ต่างประเทศทันทีอย่างแน่นอน ดังนั้น วิธีเดียวที่จะทำตามความฝันนี้ได้คือ "การปกปิดตัวตน" ใยไหมตัดสินใจยื่นใบสมัครออดิชันเข้าเป็นเทรนนีในค่ายเพลงพันธมิตรที่สี่หนุ่มสังกัดอยู่ โดยใช้เพียงชื่อเล่น “ใยไหม” และหลีกเลี่ยงการใช้นามสกุลพัฒนศิริ เพื่อตบตาฝ่ายคัดเลือก โดยไม่ใช้เส้นสายของพ่อแม้แต่น้อย เธอนั่งซ้อมร้องซ้อมเต้นอย่างหนักหน่วงแรมเดือน จนกระทั่งวันประกาศผลออดิชัน... เธอผ่านเข้ารอบและได้ก้าวเข้ามาเป็นเทรนนีหน้าใหม่ในตึกใหญ่อย่างเต็มตัว ย้อนกลับไปมองจุดเริ่มต้นในคืนนั้น... คืนที่เธอกดคลิกดูซีรีส์วายเรื่องแรกด้วยความบังเอิญ เธอไม่เคยคิดเลยว่า… การกดดูซีรีส์เพราะ “ความเบื่อ” จะพาเธอจาก “แฟนคลับ” กลายเป็น “เทรนนี” และสุดท้าย… จะพาเธอเข้าไปอยู่ใจกลางเกมอันตราย ที่ไม่มีวันหันหลังกลับได้อีกกาลเวลาหมุนผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไม่เคยหยุด ภาพบรรยากาศความสำเร็จในค่ำคืนวันเดบิวต์ของใยไหมกลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์อันงดงามที่สุดของค่าย Pattanasiri Entertainmentหลายเดือนหลังจากค่ำคืนเดบิวต์…เสียงเพลงของเธอยังคงติดชาร์ตอันดับหนึ่งติดต่อกันหลายสัปดาห์และชื่อของ ‘Yaimai’ ก็กลายเป็นศิลปินเดี่ยวหญิงแถวหน้าของวงการเพลงไทยที่ใครๆต่างก็จับตามองทว่า... สิ่งที่ล้ำค่าและงดงามยิ่งกว่าความสำเร็จบนยอดชาร์ตเพลงหรือชื่อเสียงเงินทอง ก็คือ "ความสัมพันธ์" ที่ลงตัวและมั่นคงที่สุดตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ณ ห้องพักส่วนตัวชั้นบนสุดของตึกบรรยากาศแสนอบอุ่นและคุ้นเคยยังคงอยู่เช่นเดิม โซฟาตัวยาวตัวเดิมถูกใช้เป็นที่นั่งพักผ่อนหลังจากที่ทุกคนต้องลุยงานกันอย่างหนักหน่วง ใยไหมในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองสบายๆกำลังนั่งตรวจตารางงานโปรเจกต์เพลงใหม่ของวงบอยแบนด์รุ่นพี่ทั้งสี่คนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเสียงหัวเราะครื้นเครงของ กันต์ พีค ธามและทะเลดังขึ้น เมื่อทะเลแกล้งแย่งขนมในมือของพีคจนเด็กหนุ่มต้องโวยวายเสียงดังลั่นห้อง บรรยากาศเหล่านี้ไม่มีความอึดอัด ไม่มีความหวาดระแวง และไม่มีความรักแบบหนุ่มสาวหลงเหลืออยู่อ
เสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือจากแฟนคลับนับพันชีวิตในฮอลล์จัดแสดงคอนเสิร์ตใจกลางเมืองดังกระหึ่มขึ้นทันทีที่แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลสาดส่องลงตรงกลางเวที เผยให้เห็นร่างบางในชุดเดรสยาวสีขาวระยิบระยับราวกับเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลง ใยไหมยืนถือไมโครโฟนอยู่เบื้องหน้า ท่ามกลางทะเลป้ายไฟสีสันสดใสที่โบกสะบัดไปมาด้วยความตื่นเต้นแม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอต้องก้าวขึ้นมายืนบนเวทีใหญ่ในฐานะ "ศิลปินเดี่ยว" แทนที่จะเป็นโปรดิวเซอร์ผู้คอยอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคนอื่น แต่ความตื่นเต้นประหม่าที่เคยมีกลับมลายหายไปจนหมดสิ้น เมื่อสายตาของเธอกวาดมองออกไปเห็นรอยยิ้มและแววตาแห่งความภาคภูมิใจจากผู้คนที่นั่งอยู่บริเวณแถวหน้าสุดของฮอลล์ณ ที่นั่งวีไอพีแถวแรก... คุณธนาประธานใหญ่แห่งตระกูลพัฒนศิริและเป็นคุณพ่อของเธอกำลังนั่งอมยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจ ดวงตาของชายสูงวัยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน มือข้างหนึ่งยกขึ้นปรบมือให้ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนอย่างสุดแรงในวินาทีนี้ท่านยิ่งมั่นใจว่า ใยไหมเกิดมาเพื่อเส้นทางนี้จริงๆเธอกลายเป็นผู้หญิงที่งดงาม ทรงพลัง และเปล่งประกายเจิดจรัสที่สุดบนเวทีและถัดจากค
แสงไฟนีออนยามค่ำคืนของกรุงเทพสะท้อนผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องซ้อมดนตรีชั้นบนสุด ณ ตึก Pattanasiri Entertainment เสียงจังหวะดนตรีแนวป๊อปผสมผสานกับเสียงร้องใสอันทรงพลังก้องกังวานไปทั่วห้อง ร่างบางในชุดลำลองกำลังยืนจับไมโครโฟน ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดผ่านบทเพลงที่เธอเป็นคนลงมือแต่งขึ้นด้วยตัวเองจากก้นบึ้งของหัวใจ แปะ แปะ แปะ! เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับเสียงผิวปากแซวอย่างอารมณ์ดีจากมุมห้อง ทำให้ใยไหมต้องหยุดร้องแล้วหันไปมองด้วยรอยยิ้ม "โอโห...ยัยตัวแสบ” “ร้องเพลงเก่งขึ้นเป็นกองเลยนะเนี่ย” “แบบนี้พวกพี่ที่เป็นศิลปิน” “คงต้องกลัวเธอมาแย่งตำแหน่งซะแล้วมั้ง!" ทะเลเอ่ยแซวขึ้นด้วยรอยยิ้มทะเล้นตามสไตล์ ขณะที่เดินถือแก้วน้ำอุ่นเข้ามาส่งให้เธอ ใยไหมรับแก้วน้ำมาดื่มแก้คอแห้ง ก่อนจะค้อนขวับใส่หนุ่มกวนประสาท "พูดอะไรแบบนั้นคะพี่ทะเล” “หนูเพิ่งจะหัดแต่งเพลงและฝึกร้องอย่างจริงจังไม่นานเอง จะเอาอะไรไปสู้ศิลปินระดับท็อปของประเทศอย่างพวกพี่ล่ะคะ" "สู้ได้สิ...เพราะเสียงของเธอไม่ได้มีดีแค่เทคนิค” “แต่มันเต็มไปด้วยความจริงใจและความรู้สึกที่กลั่นออกมาจากข้างในจริงๆ
สายลมยามเย็นพัดผ่านระเบียงดาดฟ้าของตึก Pattanasiri Entertainment เบาๆ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มของ ใยไหมปลิวไสวไปตามแรงลม ขณะที่เธอกำลังยืนมองภาพกรุงเทพเบื้องล่างที่เริ่มเปิดไฟระยิบระยับต้อนรับค่ำคืนใหม่ ความคิดและเรื่องราวตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวการได้พูดคุยกับกันต์ พีค ธามและทะเลทีละคน ทำให้เธอได้รับฟังความรู้สึกที่จริงใจและซื่อตรงจากพวกเขาทั้งสี่คนอย่างลึกซึ้ง ทุกๆถ้อยคำ ทุกๆสัมผัส และทุกๆแววตาเต็มไปด้วยความห่วงใยและการปกป้องที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจจริงๆทว่า... ยิ่งเธอได้รับความรักที่ยิ่งใหญ่และหนักแน่นจากพวกเขามากเท่าไหร่ หัวใจดวงน้อยๆของเธอกลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจหรือพองโตอย่างที่ควรจะเป็นเลยกลับกัน... มันมีความอึดอัดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ความรู้สึกเหมือนทุกคนพยายามฝืนข้ามผ่านขอบเขตธรรมชาติของตัวเอง เพื่อหาจุดลงตัวที่ประนีประนอมที่สุดสำหรับทุกคน‘พวกเราพร้อมที่จะดูแลเธอ เดินเคียงข้างเธอ และสร้างอนาคตไปด้วยกัน ทั้งห้าคน... แบบนี้นี่แหละ’คำพูดของธามในวันนั้น และรอยยิ้มของกันต์ พีค และทะเล ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท มันเป็นทางออกที่ดูสวยงามและแสนวิเศ
แม้หนุ่มๆทั้งสี่จะยืนยันว่าพร้อมก้าวข้ามกรอบความสัมพันธ์เดิมๆ แต่เธอรู้ดีว่าความรักไม่ใช่เรื่องของการตกลงกันเพียงครั้งเดียว หากยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมา มันอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ ตลอดสัปดาห์ต่อมา ใยไหมจึงนัดพูดคุยกับพวกเขาทีละคน เพื่อเคลียร์ความรู้สึกให้ชัดเจน การพูดคุยครั้งที่หนึ่ง: กันต์ — พี่ชายผู้ปกป้องและเสาหลักของหัวใจ สถานที่นัดหมายคือห้องทำงานส่วนตัวของกันต์ในช่วงดึกที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของลีดเดอร์หนุ่ม ขณะที่เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารกองโต ใยไหมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ เข้าไปวางตรงหน้าเขาอย่างเบามือ กันต์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มบางๆที่แสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนมุมปากทันที "ยังไม่กลับอีกเหรอโปรดิวเซอร์คนเก่ง ดึกมากแล้วนะ" "หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่กันต์ค่ะ..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม กันต์วางปากกาในมือลงทันที เขาสบตากลับด้วยแววตาที่นิ่งสงบและเปิดกว้าง "เรื่องวันนั้นใช่ไหม? ว่ามาสิ พี่ฟังอยู่" ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยความในใจออกมา “สำหรับหนู พี่กันต์ไ
แม้หนุ่มๆทั้งสี่จะยืนยันว่าพร้อมก้าวข้ามกรอบความสัมพันธ์เดิมๆ แต่เธอรู้ดีว่าความรักไม่ใช่เรื่องของการตกลงกันเพียงครั้งเดียว หากยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมา มันอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ ตลอดสัปดาห์ต่อมา ใยไหมจึงนัดพูดคุยกับพวกเขาทีละคน เพื่อเคลียร์ความรู้สึกให้ชัดเจน การพูดคุยครั้งที่หนึ่ง: กันต์ — พี่ชายผู้ปกป้องและเสาหลักของหัวใจ สถานที่นัดหมายคือห้องทำงานส่วนตัวของกันต์ในช่วงดึกที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของลีดเดอร์หนุ่ม ขณะที่เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารกองโต ใยไหมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ เข้าไปวางตรงหน้าเขาอย่างเบามือ กันต์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มบางๆที่แสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนมุมปากทันที "ยังไม่กลับอีกเหรอโปรดิวเซอร์คนเก่ง ดึกมากแล้วนะ" "หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่กันต์ค่ะ..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม กันต์วางปากกาในมือลงทันที เขาสบตากลับด้วยแววตาที่นิ่งสงบและเปิดกว้าง "เรื่องวันนั้นใช่ไหม? ว่ามาสิ พี่ฟังอยู่" ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยความในใจออกมา “สำหรับหนู พี่กันต์ไ







