LOGINกลิ่นอายของความชื้นหลังฝนตกยังคงหลงเหลืออยู่บนถนนสายหลักของกรุงเทพ
ท้องฟ้ายามเช้าในวันใหม่เป็นสีเทาอ่อน สลับกับแสงแดดอ่อนๆ ที่พยายามส่องทะลุผ่านกลุ่มเมฆหนาทึบ ตึกสำนักงานใหญ่ของ พัฒนศิริกรุ๊ป ซึ่งเชื่อมต่อกับอาคารฝึกซ้อมของค่ายเพลงในเครือ ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ตัวอาคารกระจกใส สะท้อนภาพท้องฟ้า และผู้คนที่กำลังเร่งรีบ เดินขยับไปตามจังหวะชีวิตของเมืองหลวง ที่หน้าประตูทางเข้าตึกฝึกซ้อม หญิงสาวร่างบาง ในชุดเสื้อฮู้ดสีขาว Oversize สวมกางเกงยีนส์ขายาวสบายๆ และสะพายเป้ใบโตไว้บนหลัง เงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อค่ายเพลงที่ติดอยู่เหนือประตูทางเข้าอย่างชั่งใจ หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นระคนดีใจ ที่ในที่สุดเธอก็เดินทางมาถึงจุดนี้ได้เสียที... จุดเริ่มต้นของการเป็นเด็กฝึกหัดอย่างเต็มตัว ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจให้กับตัวเอง ก่อนจะยกมือขึ้นจัดฮู้ดให้เข้าที่ แล้วก้าวเท้าเดินผ่านประตูอัตโนมัติเข้าไปข้างใน บรรยากาศภายในล็อบบี้ของตึกฝึกซ้อมกว้างขวางและดูทันสมัย ผู้คนเดินสวนกันไปมาวุ่นวาย ทั้งทีมงานเบื้องหลัง สไตล์ลิสต์ ผู้จัดการศิลปิน และเหล่าเทรนนีหนุ่มสาวหน้าตาดี ที่ต่างก็ถือขวดน้ำ และซ้อมท่องบทเพลง หรือสเต็ปการเต้นอยู่ในมุมต่างๆ ของห้องโถง สายตาทุกคู่ เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และประกายไฟแห่งความฝัน ใยไหมเดินไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และรับบัตรผ่านเข้าอาคารชั่วคราวสำหรับเด็กฝึกหน้าใหม่ เจ้าหน้าที่สาวสวยเงยหน้าขึ้นมองเธอก่อนจะยิ้มต้อนรับตามหน้าที่ "สวัสดีค่ะ มาติดต่อเรื่องอะไรคะ?" เจ้าหน้าที่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง "สวัสดีค่ะ... หนูเป็นเทรนนีใหม่มารายงานตัววันนี้ค่ะ ชื่อใยไหมค่ะ" เธอตอบกลับด้วยรอยยิ้มสุภาพ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นจนเกินไป เจ้าหน้าที่พยักหน้ารับ ก้มลงมองรายชื่อในระบบคอมพิวเตอร์ครู่หนึ่ง ก่อนจะปริ้นท์บัตรพลาสติกสีฟ้าอ่อนยื่นให้อย่างรวดเร็ว "อ๋อ น้องใยไหม เทรนนีสายร้องและเต้นรอบล่าสุดใช่ไหมคะ” เธอพยักหน้ารับ “ห้องซ้อมรวมชั้นสามนะคะ วันนี้มีเทรนเนอร์นัดประชุมตอนเก้าโมงเช้า อย่าไปสายล่ะ" "ขอบคุณมากค่ะพี่" ใยไหมรับบัตรพลาสติกมาถือไว้ด้วยความรู้สึกตื่นเต้น เธอก้มโค้งขอบคุณเล็กน้อย ก่อนจะเดินตรงไปยังลิฟต์แก้วตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางโซน ภายในลิฟต์ ใยไหมยืนมองตัวเลขชั้นที่ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ จากชั้นหนึ่ง... สู่ชั้นสอง... และหยุดลงที่ชั้นสาม ติ๊ง! เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้น ประตูใสค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นโถงทางเดินยาวปูพรมสีเทาเข้ม สองข้างทางเต็มไปด้วยห้องซ้อมกระจกใส ที่สามารถมองเห็นด้านในได้อย่างชัดเจน เสียงเพลงบีทหนักๆ และเสียงนับจังหวะของเทรนเนอร์ดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะๆ ทำให้บรรยากาศความจริงจังแผ่ไปทั่วบริเวณ ใยไหมกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความทึ่ง นี่คือตึกเดียวกับที่ศิลปินในดวงใจของเธอทั้งสี่คนเคยซ้อม เคยใช้ชีวิต และเคยสร้างสรรค์ผลงานเพลงดีๆ ออกมาให้แฟนคลับได้ชื่นชม และตอนนี้... เธอก็ได้ก้าวเข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับพวกเขาแล้ว แม้ว่าสถานะในตอนนี้ จะยังเป็นแค่เด็กฝึกโนเนมคนหนึ่งก็ตาม ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ตัดสินใจว่าจะลองออดิชัน ใยไหมต้องผ่านการเตรียมตัวอย่างหนัก โดยที่คนรอบข้างไม่มีใครรู้เลยแม้แต่คนเดียว การแอบไปเรียนร้องเพลงและเต้นในช่วงเย็น โดยอ้างกับคุณพ่อว่าไปติวหนังสือกับเพื่อนสนิท หรือการแอบซ้อมหน้ากระจกในห้องนอนจนดึกดื่น ทั้งหมดนี้แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและความเหน็ดเหนื่อย แต่เธอก็ไม่เคยคิดที่จะถอดใจเลยสักครั้ง เหตุผลหลักไม่ใช่แค่ความฝันอยากจะเป็นศิลปินบนเวทีที่เปล่งประกายเพียงอย่างเดียว แต่ลึกๆ ในใจแล้ว เธอยังมีความคาดหวังเล็กๆ ว่า สักวันหนึ่ง... เธออาจจะมีโอกาสได้ยืนอยู่บนเวทีเดียวกับพวกเขา หรืออย่างน้อยก็ได้ทำงานร่วมกันในฐานะคนในวงการเดียวกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่เธอต้องท่องจำให้ขึ้นใจ ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ก็คือ "การปกปิดตัวตนที่แท้จริง" ถ้าหากใครในบริษัทนี้ ไม่ว่าจะเป็นเทรนเนอร์ เพื่อนร่วมรุ่น หรือแม้กระทั่งพนักงานทั่วไป ล่วงรู้ความจริงว่าเด็กฝึกหน้าใหม่คนนี้ แท้จริงแล้วคือ "ใยไหม - รินรดา พัฒนศิริ" ลูกสาวคนเดียวของ ท่านประธานธนา ประธานบริหารผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดของอาณาจักรบันเทิงแห่งนี้ รับรองว่าบรรยากาศรอบตัวเธอคงจะเปลี่ยนไปในพริบตาเดียว เธอคงจะไม่ใช่เด็กฝึกธรรมดา ที่ต้องโดนเทรนเข้มงวด โดนดุเวลาเต้นผิดจังหวะ หรือต้องมานั่งเช็ดกระจกห้องซ้อมร่วมกับเพื่อนๆ แต่เธอจะกลายเป็น "คุณหนูผู้สูงศักดิ์" ที่ทุกคนต้องคอยก้มหัวต้อนรับ เอาอกเอาใจ และปฏิบัติราวกับไข่ในหิน ซึ่งนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ใยไหมต้องการ เธอเลือกที่จะเข้ามาสมัครด้วยตัวเอง โดยใช้เพียงชื่อเล่นและละเว้นนามสกุลใหญ่โต เพื่อต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า ตัวเธอก็มีความสามารถ และศักยภาพมากพอ ที่จะยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองได้ ไม่ใช่เพราะพึ่งพาบารมีของพ่อ "เอาล่ะ... ตั้งสติไว้ใยไหม แกเป็นแค่เทรนนีธรรมดาคนหนึ่ง ท่องไว้ๆ" เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจอีกครั้ง ก่อนจะก้าวเดินต่อตามทางเดิน เพื่อหาห้องซ้อมรวม ตามที่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์บอก ระหว่างทางเดิน ใยไหมสังเกตเห็นสายตาของเด็กฝึกคนอื่นๆ ที่มองมาทางเธอด้วยความสงสัย บ้างก็มองด้วยความประเมิน บ้างก็ซุบซิบกันเบาๆ ตามประสาวัยรุ่นที่อยู่ในสังคมแข่งขันสูง แต่เธอเลือกที่จะไม่สนใจ และเดินก้มหน้าเลี่ยงไปทางห้องซ้อม เมื่อมาถึงหน้าห้องซ้อมรวมขนาดใหญ่ ป้ายชื่อหน้าห้องเขียนไว้ตัวโตๆ ว่า "Training Room A - Vocal & Dance" ใยไหมหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่ง เพื่อเช็กความเรียบร้อยของเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายในกระจกเงาด้านข้าง ก่อนจะตัดสินใจผลักประตูบานใหญ่เข้าไปด้านใน ภายในห้องซ้อมกว้าง ปูพื้นด้วยไม้ขัดมันเงาวับ ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกเงาบานใหญ่จรดเพดาน ตอนนี้มีเทรนนีคนอื่นๆ ยืนกระจายตัวกันอยู่ประปราย บางคนกำลังวอร์มอัพร่างกาย บางคนก็นั่งพักเหนื่อยดื่มน้ำจากขวดส่วนตัว ทันทีที่เสียงประตูปิดลง สายตาทุกคู่ในห้องก็หันมามองที่เธอนิ่งๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่เทรนเนอร์หนุ่มร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง ซึ่งกำลังยืนถือกระดานไวท์บอร์ดอยู่หน้าห้อง หันมามองแล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "อ้าว... มาใหม่สินะ ชื่ออะไรล่ะเรา ทำไมเพิ่งมาถึง เกือบจะเริ่มเทรนกันอยู่แล้วเชียว" เทรนเนอร์หนุ่มเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงดุดันตามสไตล์ครูฝึก ใยไหมรีบโค้งทำความเคารพอย่างนอบน้อมทันทีตามมารยาท "ขอโทษค่ะเทรนเนอร์ พอดีเดินหาห้องผิดตึกนิดหน่อยค่ะ...” เธอรีบอธิบายทันที “หนูชื่อใยไหมค่ะ เพิ่งเข้ามารายงานตัววันนี้เป็นวันแรกค่ะ" เทรนเนอร์มองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วยสายตาพิจารณา ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ "อืม หน้าตาใช้ได้ รูปร่างสมส่วน หวังว่าทักษะจะดีสมกับที่ทางฝ่ายคัดเลือกรับเข้ามานะ...” พูดจบเขาชี้ไปที่มุมห้องมุมหนึ่ง “ไปวางกระเป๋าแล้วไปยืนรวมกับกลุ่มตรงนั้นซะ วันนี้เราจะทดสอบสเต็ปพื้นฐานกันก่อน" "ค่ะ! ขอบคุณค่ะเทรนเนอร์" ใยไหมรีบรับคำเสียงใส เธอเดินเลี่ยงไปวางเป้สะพายไว้บนชั้นวางของข้างผนัง แล้วเดินไปยืนปะปนกับกลุ่มเทรนนีคนอื่นๆ ที่กำลังยืนเตรียมตัวอยู่ แม้จะรู้สึกเกร็งอยู่บ้าง เนื่องจากเป็นวันแรกในสภาพแวดล้อมใหม่ แต่ความตื่นเต้นและความกระตือรือร้นก็มีมากกว่า ใยไหมแอบมองเพื่อนร่วมรุ่นรอบตัว หลายคนดูมีความสามารถสูง และฝึกซ้อมมาอย่างหนัก ทำให้เธอรู้ตัวทันทีว่า เธอจะต้องพยายามให้มากกว่าคนอื่นเป็นสองเท่า หากไม่อยากโดนคัดชื่อออกในการประเมินรอบหน้า ขณะที่เธอกำลังตั้งอกตั้งใจฟังคำสั่งของเทรนเนอร์ในการจัดระเบียบร่างกายเพื่อเตรียมวอร์มอัพกล้ามเนื้อ จู่ๆ เสียงพูดคุยซุบซิบที่ดังมาจากหน้าห้องซ้อม ก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนในห้องให้หันไปมองเป็นตาเดียว ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มสี่คนในชุดไปรเวทสบายๆ แต่กลับดูโดดเด่นสะดุดตา ราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ลอยมาแตะจมูก พร้อมกับออร่าความเปล่งประกายที่แผ่ไปทั่วทั้งห้องซ้อม ใยไหมเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ นั่นมัน... ร่างของชายหนุ่มทั้งสี่คนไม่ใช่ใครที่ไหน พวกเขาคือ กันต์ พีค ทะเล และธาม แก๊งศิลปินหนุ่มซุปตาร์แถวหน้าของค่าย ที่เธอจดจำใบหน้า และเสียงร้องของพวกเขา ผ่านหน้าจอโทรศัพท์มานับครั้งไม่ถ้วนตลอดหนึ่งปีเต็ม! ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ที่ห้องซ้อมรวมนี้ได้? คำถามนั้นผุดขึ้นมาในหัวของใยไหมทันที สมองของเธอมึนงงไปชั่วขณะ เมื่อจู่ๆ ไอดอลในดวงใจ มายืนอยู่ตรงหน้าเธอ ห่างกันแค่ไม่กี่ก้าวในชีวิตจริงแบบนี้ "อ้าว! สวัสดีครับทุกคน" เสียงทุ้มคุ้นหูของ กันต์ ลีดเดอร์หนุ่มผู้สุขุม เอ่ยทักทายเทรนเนอร์และเหล่าเทรนนีในห้องด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง ขณะที่เจ้าตัวยกมือขึ้นทักทายทุกคน เทรนเนอร์หนุ่มหันไปยิ้มรับแล้วผงกหัวให้ "อ้าว พวกนายสี่คน วันนี้ไม่มีตารางซ้อมที่สตูดิโอใหญ่หรอกเหรอ ถึงแวะมาที่ตึกซ้อมรวมได้เนี่ย?" พีค หนุ่มหล่อคาริสม่าแรงหัวเราะเบาๆ พลางยกมือขึ้นเก็บทรงผมยุ่งเหยิงของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ "สตูดิโอใหญ่แอร์เสียครับอาจารย์ ทางทีมงานเลยไล่พวกเราออกมาพักผ่อนชั่วคราวระหว่างรอช่างซ่อม พวกผมก็เลยเดินเล่นเรื่อยเปื่อยจนหลงมาแถวนี้ เห็นห้องนี้เปิดอยู่เลยแวะมาทักทายเด็กๆ เทรนนีรุ่นใหม่สักหน่อยครับ" คำพูดกวนๆ สไตล์พีค เรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากเทรนนีคนอื่นในห้อง แต่สำหรับใยไหมแล้ว ตอนนี้เธอกำลังยืนตัวแข็งทื่อ ราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนข้างๆ จะได้ยิน นี่เธอยังไม่ได้ตั้งตัวเลยสักนิด ว่าจะต้องมาเจอพวกเขาใกล้ชิดขนาดนี้ ในวันแรกของการเป็นเทรนนี! ทะเล หนุ่มหน้าหวานยิ้มสวย สายตาไล่มองไปรอบๆห้องด้วยความเอ็นดู ก่อนที่สายตาคมคู่นั้น จะบังเอิญมาหยุดอยู่ที่ ร่างบางของเด็กฝึกหน้าใหม่ ที่ยืนตัวลีบอยู่ริมสุดของแถว ดวงตาของทะเลกะพริบปริบๆ ด้วยความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่าง ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโต และท่าทางที่ดูตื่นเต้นเล็กน้อยนั้น... มันช่างคุ้นตาเสียเหลือเกิน เหมือนกับใครบางคนที่เขาเคยเห็นบ่อยๆ ตามงานแฟนมีตติ้งหรือหน้างานอีเวนต์ต่างๆ ขณะเดียวกัน ธาม น้องเล็กจอมซน เหลือบมองไปรอบๆ เช่นกัน ก่อนจะเอ่ยแซวเสียงดังตามประสาคนอารมณ์ดี "โห... รุ่นนี้มีแต่เด็กหน้าตาดีแฮะ สงสัยอนาคตค่ายเราคงได้สั่นสะเทือนแน่ๆ เลยพี่" ในขณะที่ทุกคนกำลังทักทายพูดคุยกับเทรนเนอร์และรุ่นน้องในห้องอยู่นั้น สายตาของกันต์เลื่อนมาประสานกับเด็กฝึกสาวใต้ฮู้ดสีขาว เขาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้น… ทำไมถึงรู้สึกคุ้นอย่างประหลาด เหมือนเคยเห็นจากที่ไหนสักแห่ง แต่เขาก็นึกไม่ออก ใยไหมรับรู้ได้ว่ากันต์กำลังมองเธออยู่ หัวใจของเธอกระตุกวูบด้วยความตกใจกลัว ความลับที่เธออุตส่าห์ปิดบังมาอย่างดีกำลังจะถูกจับได้ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในตึกนี้แล้วอย่างนั้นหรือ? เธอรีบหลบสายตา ก้มหน้ามองพื้นทันที พยายามถอยหลังไปครึ่งก้าว เพื่ออำพรางตัวให้อยู่หลังเทรนนีคนอื่น แต่ดูเหมือนว่า สัญชาตญาณของศิลปินหนุ่ม จะไม่ยอมปล่อยให้ความสงสัยนั้นผ่านไปง่ายๆ กันต์ก้าวเท้าเดินตรงเข้ามาใกล้กลุ่มเทรนนีช้าๆ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง ขณะที่เพื่อนร่วมวงอีกสามคน อย่าง พีค ทะเล และธาม ก็เดินตามมาด้วยความงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น "เอ่อ... น้องคนนั้นน่ะ..." เสียงนุ่มทุ้มเรียกขึ้นเบาๆ พร้อมกับหยุดยืนตรงหน้าใยไหม ที่กำลังยืนก้มหน้าหลบสายตา บรรยากาศภายในห้องซ้อมเงียบลงทันที ทุกสายตามองมาที่จุดเดียวกัน เทรนเนอร์เองก็ขมวดคิ้วมองด้วยความแปลกใจ ทำไมซุปตาร์เบอร์หนึ่งของค่าย เดินเข้าไปทักเด็กฝึกใหม่เหมือนรู้จักกัน ใยไหมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมือสั่นเล็กน้อย แต่พยายามรวบรวมความกล้า เงยหน้าขึ้นสบตากับกันต์ ที่ยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว รอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปาก ขณะที่สมองกำลังคิดหาข้อแก้ตัวสารพัด นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นๆ ทั้งหมด... จุดเริ่มต้นที่ความลับอันยิ่งใหญ่ กำลังจะถูกท้าทาย ด้วยสายตาอันแหลมคมของไอดอลในดวงใจทั้งสี่คน และท่ามกลางบรรยากาศ ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นนี้ ใครจะรู้ล่ะว่า เงาดำแห่งอันตราย กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเธอทุกทีๆกาลเวลาหมุนผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไม่เคยหยุด ภาพบรรยากาศความสำเร็จในค่ำคืนวันเดบิวต์ของใยไหมกลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์อันงดงามที่สุดของค่าย Pattanasiri Entertainmentหลายเดือนหลังจากค่ำคืนเดบิวต์…เสียงเพลงของเธอยังคงติดชาร์ตอันดับหนึ่งติดต่อกันหลายสัปดาห์และชื่อของ ‘Yaimai’ ก็กลายเป็นศิลปินเดี่ยวหญิงแถวหน้าของวงการเพลงไทยที่ใครๆต่างก็จับตามองทว่า... สิ่งที่ล้ำค่าและงดงามยิ่งกว่าความสำเร็จบนยอดชาร์ตเพลงหรือชื่อเสียงเงินทอง ก็คือ "ความสัมพันธ์" ที่ลงตัวและมั่นคงที่สุดตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ณ ห้องพักส่วนตัวชั้นบนสุดของตึกบรรยากาศแสนอบอุ่นและคุ้นเคยยังคงอยู่เช่นเดิม โซฟาตัวยาวตัวเดิมถูกใช้เป็นที่นั่งพักผ่อนหลังจากที่ทุกคนต้องลุยงานกันอย่างหนักหน่วง ใยไหมในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองสบายๆกำลังนั่งตรวจตารางงานโปรเจกต์เพลงใหม่ของวงบอยแบนด์รุ่นพี่ทั้งสี่คนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเสียงหัวเราะครื้นเครงของ กันต์ พีค ธามและทะเลดังขึ้น เมื่อทะเลแกล้งแย่งขนมในมือของพีคจนเด็กหนุ่มต้องโวยวายเสียงดังลั่นห้อง บรรยากาศเหล่านี้ไม่มีความอึดอัด ไม่มีความหวาดระแวง และไม่มีความรักแบบหนุ่มสาวหลงเหลืออยู่อ
เสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือจากแฟนคลับนับพันชีวิตในฮอลล์จัดแสดงคอนเสิร์ตใจกลางเมืองดังกระหึ่มขึ้นทันทีที่แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลสาดส่องลงตรงกลางเวที เผยให้เห็นร่างบางในชุดเดรสยาวสีขาวระยิบระยับราวกับเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลง ใยไหมยืนถือไมโครโฟนอยู่เบื้องหน้า ท่ามกลางทะเลป้ายไฟสีสันสดใสที่โบกสะบัดไปมาด้วยความตื่นเต้นแม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอต้องก้าวขึ้นมายืนบนเวทีใหญ่ในฐานะ "ศิลปินเดี่ยว" แทนที่จะเป็นโปรดิวเซอร์ผู้คอยอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคนอื่น แต่ความตื่นเต้นประหม่าที่เคยมีกลับมลายหายไปจนหมดสิ้น เมื่อสายตาของเธอกวาดมองออกไปเห็นรอยยิ้มและแววตาแห่งความภาคภูมิใจจากผู้คนที่นั่งอยู่บริเวณแถวหน้าสุดของฮอลล์ณ ที่นั่งวีไอพีแถวแรก... คุณธนาประธานใหญ่แห่งตระกูลพัฒนศิริและเป็นคุณพ่อของเธอกำลังนั่งอมยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจ ดวงตาของชายสูงวัยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน มือข้างหนึ่งยกขึ้นปรบมือให้ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนอย่างสุดแรงในวินาทีนี้ท่านยิ่งมั่นใจว่า ใยไหมเกิดมาเพื่อเส้นทางนี้จริงๆเธอกลายเป็นผู้หญิงที่งดงาม ทรงพลัง และเปล่งประกายเจิดจรัสที่สุดบนเวทีและถัดจากค
แสงไฟนีออนยามค่ำคืนของกรุงเทพสะท้อนผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องซ้อมดนตรีชั้นบนสุด ณ ตึก Pattanasiri Entertainment เสียงจังหวะดนตรีแนวป๊อปผสมผสานกับเสียงร้องใสอันทรงพลังก้องกังวานไปทั่วห้อง ร่างบางในชุดลำลองกำลังยืนจับไมโครโฟน ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดผ่านบทเพลงที่เธอเป็นคนลงมือแต่งขึ้นด้วยตัวเองจากก้นบึ้งของหัวใจ แปะ แปะ แปะ! เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับเสียงผิวปากแซวอย่างอารมณ์ดีจากมุมห้อง ทำให้ใยไหมต้องหยุดร้องแล้วหันไปมองด้วยรอยยิ้ม "โอโห...ยัยตัวแสบ” “ร้องเพลงเก่งขึ้นเป็นกองเลยนะเนี่ย” “แบบนี้พวกพี่ที่เป็นศิลปิน” “คงต้องกลัวเธอมาแย่งตำแหน่งซะแล้วมั้ง!" ทะเลเอ่ยแซวขึ้นด้วยรอยยิ้มทะเล้นตามสไตล์ ขณะที่เดินถือแก้วน้ำอุ่นเข้ามาส่งให้เธอ ใยไหมรับแก้วน้ำมาดื่มแก้คอแห้ง ก่อนจะค้อนขวับใส่หนุ่มกวนประสาท "พูดอะไรแบบนั้นคะพี่ทะเล” “หนูเพิ่งจะหัดแต่งเพลงและฝึกร้องอย่างจริงจังไม่นานเอง จะเอาอะไรไปสู้ศิลปินระดับท็อปของประเทศอย่างพวกพี่ล่ะคะ" "สู้ได้สิ...เพราะเสียงของเธอไม่ได้มีดีแค่เทคนิค” “แต่มันเต็มไปด้วยความจริงใจและความรู้สึกที่กลั่นออกมาจากข้างในจริงๆ
สายลมยามเย็นพัดผ่านระเบียงดาดฟ้าของตึก Pattanasiri Entertainment เบาๆ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มของ ใยไหมปลิวไสวไปตามแรงลม ขณะที่เธอกำลังยืนมองภาพกรุงเทพเบื้องล่างที่เริ่มเปิดไฟระยิบระยับต้อนรับค่ำคืนใหม่ ความคิดและเรื่องราวตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวการได้พูดคุยกับกันต์ พีค ธามและทะเลทีละคน ทำให้เธอได้รับฟังความรู้สึกที่จริงใจและซื่อตรงจากพวกเขาทั้งสี่คนอย่างลึกซึ้ง ทุกๆถ้อยคำ ทุกๆสัมผัส และทุกๆแววตาเต็มไปด้วยความห่วงใยและการปกป้องที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจจริงๆทว่า... ยิ่งเธอได้รับความรักที่ยิ่งใหญ่และหนักแน่นจากพวกเขามากเท่าไหร่ หัวใจดวงน้อยๆของเธอกลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจหรือพองโตอย่างที่ควรจะเป็นเลยกลับกัน... มันมีความอึดอัดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ความรู้สึกเหมือนทุกคนพยายามฝืนข้ามผ่านขอบเขตธรรมชาติของตัวเอง เพื่อหาจุดลงตัวที่ประนีประนอมที่สุดสำหรับทุกคน‘พวกเราพร้อมที่จะดูแลเธอ เดินเคียงข้างเธอ และสร้างอนาคตไปด้วยกัน ทั้งห้าคน... แบบนี้นี่แหละ’คำพูดของธามในวันนั้น และรอยยิ้มของกันต์ พีค และทะเล ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท มันเป็นทางออกที่ดูสวยงามและแสนวิเศ
แม้หนุ่มๆทั้งสี่จะยืนยันว่าพร้อมก้าวข้ามกรอบความสัมพันธ์เดิมๆ แต่เธอรู้ดีว่าความรักไม่ใช่เรื่องของการตกลงกันเพียงครั้งเดียว หากยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมา มันอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ ตลอดสัปดาห์ต่อมา ใยไหมจึงนัดพูดคุยกับพวกเขาทีละคน เพื่อเคลียร์ความรู้สึกให้ชัดเจน การพูดคุยครั้งที่หนึ่ง: กันต์ — พี่ชายผู้ปกป้องและเสาหลักของหัวใจ สถานที่นัดหมายคือห้องทำงานส่วนตัวของกันต์ในช่วงดึกที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของลีดเดอร์หนุ่ม ขณะที่เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารกองโต ใยไหมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ เข้าไปวางตรงหน้าเขาอย่างเบามือ กันต์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มบางๆที่แสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนมุมปากทันที "ยังไม่กลับอีกเหรอโปรดิวเซอร์คนเก่ง ดึกมากแล้วนะ" "หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่กันต์ค่ะ..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม กันต์วางปากกาในมือลงทันที เขาสบตากลับด้วยแววตาที่นิ่งสงบและเปิดกว้าง "เรื่องวันนั้นใช่ไหม? ว่ามาสิ พี่ฟังอยู่" ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยความในใจออกมา “สำหรับหนู พี่กันต์ไ
แม้หนุ่มๆทั้งสี่จะยืนยันว่าพร้อมก้าวข้ามกรอบความสัมพันธ์เดิมๆ แต่เธอรู้ดีว่าความรักไม่ใช่เรื่องของการตกลงกันเพียงครั้งเดียว หากยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมา มันอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ ตลอดสัปดาห์ต่อมา ใยไหมจึงนัดพูดคุยกับพวกเขาทีละคน เพื่อเคลียร์ความรู้สึกให้ชัดเจน การพูดคุยครั้งที่หนึ่ง: กันต์ — พี่ชายผู้ปกป้องและเสาหลักของหัวใจ สถานที่นัดหมายคือห้องทำงานส่วนตัวของกันต์ในช่วงดึกที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของลีดเดอร์หนุ่ม ขณะที่เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารกองโต ใยไหมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ เข้าไปวางตรงหน้าเขาอย่างเบามือ กันต์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มบางๆที่แสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนมุมปากทันที "ยังไม่กลับอีกเหรอโปรดิวเซอร์คนเก่ง ดึกมากแล้วนะ" "หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่กันต์ค่ะ..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม กันต์วางปากกาในมือลงทันที เขาสบตากลับด้วยแววตาที่นิ่งสงบและเปิดกว้าง "เรื่องวันนั้นใช่ไหม? ว่ามาสิ พี่ฟังอยู่" ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยความในใจออกมา “สำหรับหนู พี่กันต์ไ







