Beranda / วัยรุ่น / พรางฐานะมาพบรัก / บทที่2 เมื่อแฟนคลับกลายเป็นเทรนนี

Share

บทที่2 เมื่อแฟนคลับกลายเป็นเทรนนี

Penulis: DJArtsyStory
last update Tanggal publikasi: 2026-08-02 20:46:04

กลิ่นอายของความชื้นหลังฝนตกยังคงหลงเหลืออยู่บนถนนสายหลักของกรุงเทพ

ท้องฟ้ายามเช้าในวันใหม่เป็นสีเทาอ่อน

สลับกับแสงแดดอ่อนๆ

ที่พยายามส่องทะลุผ่านกลุ่มเมฆหนาทึบ

ตึกสำนักงานใหญ่ของ พัฒนศิริกรุ๊ป ซึ่งเชื่อมต่อกับอาคารฝึกซ้อมของค่ายเพลงในเครือ ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ

ตัวอาคารกระจกใส

สะท้อนภาพท้องฟ้า

และผู้คนที่กำลังเร่งรีบ

เดินขยับไปตามจังหวะชีวิตของเมืองหลวง

ที่หน้าประตูทางเข้าตึกฝึกซ้อม

หญิงสาวร่างบาง

ในชุดเสื้อฮู้ดสีขาว Oversize สวมกางเกงยีนส์ขายาวสบายๆ และสะพายเป้ใบโตไว้บนหลัง

เงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อค่ายเพลงที่ติดอยู่เหนือประตูทางเข้าอย่างชั่งใจ

หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวระรัว

ไม่ใช่เพราะความกลัว

แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นระคนดีใจ

ที่ในที่สุดเธอก็เดินทางมาถึงจุดนี้ได้เสียที...

จุดเริ่มต้นของการเป็นเด็กฝึกหัดอย่างเต็มตัว

ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ

เพื่อเรียกความมั่นใจให้กับตัวเอง

ก่อนจะยกมือขึ้นจัดฮู้ดให้เข้าที่

แล้วก้าวเท้าเดินผ่านประตูอัตโนมัติเข้าไปข้างใน

บรรยากาศภายในล็อบบี้ของตึกฝึกซ้อมกว้างขวางและดูทันสมัย

ผู้คนเดินสวนกันไปมาวุ่นวาย

ทั้งทีมงานเบื้องหลัง

สไตล์ลิสต์

ผู้จัดการศิลปิน

และเหล่าเทรนนีหนุ่มสาวหน้าตาดี

ที่ต่างก็ถือขวดน้ำ

และซ้อมท่องบทเพลง

หรือสเต็ปการเต้นอยู่ในมุมต่างๆ ของห้องโถง

สายตาทุกคู่

เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

และประกายไฟแห่งความฝัน

ใยไหมเดินไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

และรับบัตรผ่านเข้าอาคารชั่วคราวสำหรับเด็กฝึกหน้าใหม่

เจ้าหน้าที่สาวสวยเงยหน้าขึ้นมองเธอก่อนจะยิ้มต้อนรับตามหน้าที่

"สวัสดีค่ะ มาติดต่อเรื่องอะไรคะ?"

เจ้าหน้าที่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง

"สวัสดีค่ะ... หนูเป็นเทรนนีใหม่มารายงานตัววันนี้ค่ะ ชื่อใยไหมค่ะ"

เธอตอบกลับด้วยรอยยิ้มสุภาพ

พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นจนเกินไป

เจ้าหน้าที่พยักหน้ารับ ก้มลงมองรายชื่อในระบบคอมพิวเตอร์ครู่หนึ่ง

ก่อนจะปริ้นท์บัตรพลาสติกสีฟ้าอ่อนยื่นให้อย่างรวดเร็ว

"อ๋อ น้องใยไหม เทรนนีสายร้องและเต้นรอบล่าสุดใช่ไหมคะ”

เธอพยักหน้ารับ

“ห้องซ้อมรวมชั้นสามนะคะ วันนี้มีเทรนเนอร์นัดประชุมตอนเก้าโมงเช้า อย่าไปสายล่ะ"

"ขอบคุณมากค่ะพี่"

ใยไหมรับบัตรพลาสติกมาถือไว้ด้วยความรู้สึกตื่นเต้น

เธอก้มโค้งขอบคุณเล็กน้อย

ก่อนจะเดินตรงไปยังลิฟต์แก้วตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางโซน

ภายในลิฟต์

ใยไหมยืนมองตัวเลขชั้นที่ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ

จากชั้นหนึ่ง...

สู่ชั้นสอง...

และหยุดลงที่ชั้นสาม

ติ๊ง!

เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้น

ประตูใสค่อยๆ เลื่อนเปิดออก

เผยให้เห็นโถงทางเดินยาวปูพรมสีเทาเข้ม

สองข้างทางเต็มไปด้วยห้องซ้อมกระจกใส

ที่สามารถมองเห็นด้านในได้อย่างชัดเจน

เสียงเพลงบีทหนักๆ

และเสียงนับจังหวะของเทรนเนอร์ดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะๆ

ทำให้บรรยากาศความจริงจังแผ่ไปทั่วบริเวณ

ใยไหมกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความทึ่ง

นี่คือตึกเดียวกับที่ศิลปินในดวงใจของเธอทั้งสี่คนเคยซ้อม

เคยใช้ชีวิต

และเคยสร้างสรรค์ผลงานเพลงดีๆ

ออกมาให้แฟนคลับได้ชื่นชม

และตอนนี้...

เธอก็ได้ก้าวเข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับพวกเขาแล้ว

แม้ว่าสถานะในตอนนี้

จะยังเป็นแค่เด็กฝึกโนเนมคนหนึ่งก็ตาม

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

ตั้งแต่ตัดสินใจว่าจะลองออดิชัน

ใยไหมต้องผ่านการเตรียมตัวอย่างหนัก

โดยที่คนรอบข้างไม่มีใครรู้เลยแม้แต่คนเดียว

การแอบไปเรียนร้องเพลงและเต้นในช่วงเย็น

โดยอ้างกับคุณพ่อว่าไปติวหนังสือกับเพื่อนสนิท

หรือการแอบซ้อมหน้ากระจกในห้องนอนจนดึกดื่น

ทั้งหมดนี้แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและความเหน็ดเหนื่อย

แต่เธอก็ไม่เคยคิดที่จะถอดใจเลยสักครั้ง

เหตุผลหลักไม่ใช่แค่ความฝันอยากจะเป็นศิลปินบนเวทีที่เปล่งประกายเพียงอย่างเดียว

แต่ลึกๆ ในใจแล้ว

เธอยังมีความคาดหวังเล็กๆ ว่า

สักวันหนึ่ง...

เธออาจจะมีโอกาสได้ยืนอยู่บนเวทีเดียวกับพวกเขา

หรืออย่างน้อยก็ได้ทำงานร่วมกันในฐานะคนในวงการเดียวกัน

แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่เธอต้องท่องจำให้ขึ้นใจ

ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ก็คือ

"การปกปิดตัวตนที่แท้จริง"

ถ้าหากใครในบริษัทนี้

ไม่ว่าจะเป็นเทรนเนอร์

เพื่อนร่วมรุ่น

หรือแม้กระทั่งพนักงานทั่วไป

ล่วงรู้ความจริงว่าเด็กฝึกหน้าใหม่คนนี้

แท้จริงแล้วคือ

"ใยไหม - รินรดา พัฒนศิริ"

ลูกสาวคนเดียวของ ท่านประธานธนา

ประธานบริหารผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดของอาณาจักรบันเทิงแห่งนี้

รับรองว่าบรรยากาศรอบตัวเธอคงจะเปลี่ยนไปในพริบตาเดียว

เธอคงจะไม่ใช่เด็กฝึกธรรมดา

ที่ต้องโดนเทรนเข้มงวด

โดนดุเวลาเต้นผิดจังหวะ

หรือต้องมานั่งเช็ดกระจกห้องซ้อมร่วมกับเพื่อนๆ

แต่เธอจะกลายเป็น

"คุณหนูผู้สูงศักดิ์"

ที่ทุกคนต้องคอยก้มหัวต้อนรับ

เอาอกเอาใจ

และปฏิบัติราวกับไข่ในหิน

ซึ่งนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ใยไหมต้องการ

เธอเลือกที่จะเข้ามาสมัครด้วยตัวเอง

โดยใช้เพียงชื่อเล่นและละเว้นนามสกุลใหญ่โต

เพื่อต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า

ตัวเธอก็มีความสามารถ

และศักยภาพมากพอ

ที่จะยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองได้

ไม่ใช่เพราะพึ่งพาบารมีของพ่อ

"เอาล่ะ... ตั้งสติไว้ใยไหม แกเป็นแค่เทรนนีธรรมดาคนหนึ่ง ท่องไว้ๆ"

เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ

พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

เพื่อเรียกความมั่นใจอีกครั้ง

ก่อนจะก้าวเดินต่อตามทางเดิน

เพื่อหาห้องซ้อมรวม

ตามที่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์บอก

ระหว่างทางเดิน

ใยไหมสังเกตเห็นสายตาของเด็กฝึกคนอื่นๆ

ที่มองมาทางเธอด้วยความสงสัย

บ้างก็มองด้วยความประเมิน

บ้างก็ซุบซิบกันเบาๆ

ตามประสาวัยรุ่นที่อยู่ในสังคมแข่งขันสูง

แต่เธอเลือกที่จะไม่สนใจ

และเดินก้มหน้าเลี่ยงไปทางห้องซ้อม

เมื่อมาถึงหน้าห้องซ้อมรวมขนาดใหญ่

ป้ายชื่อหน้าห้องเขียนไว้ตัวโตๆ ว่า

"Training Room A - Vocal & Dance"

ใยไหมหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่ง

เพื่อเช็กความเรียบร้อยของเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายในกระจกเงาด้านข้าง

ก่อนจะตัดสินใจผลักประตูบานใหญ่เข้าไปด้านใน

ภายในห้องซ้อมกว้าง

ปูพื้นด้วยไม้ขัดมันเงาวับ

ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกเงาบานใหญ่จรดเพดาน

ตอนนี้มีเทรนนีคนอื่นๆ ยืนกระจายตัวกันอยู่ประปราย

บางคนกำลังวอร์มอัพร่างกาย

บางคนก็นั่งพักเหนื่อยดื่มน้ำจากขวดส่วนตัว

ทันทีที่เสียงประตูปิดลง

สายตาทุกคู่ในห้องก็หันมามองที่เธอนิ่งๆ

เป็นจังหวะเดียวกับที่เทรนเนอร์หนุ่มร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง

ซึ่งกำลังยืนถือกระดานไวท์บอร์ดอยู่หน้าห้อง

หันมามองแล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

"อ้าว... มาใหม่สินะ ชื่ออะไรล่ะเรา ทำไมเพิ่งมาถึง เกือบจะเริ่มเทรนกันอยู่แล้วเชียว"

เทรนเนอร์หนุ่มเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงดุดันตามสไตล์ครูฝึก

ใยไหมรีบโค้งทำความเคารพอย่างนอบน้อมทันทีตามมารยาท

"ขอโทษค่ะเทรนเนอร์ พอดีเดินหาห้องผิดตึกนิดหน่อยค่ะ...”

เธอรีบอธิบายทันที

“หนูชื่อใยไหมค่ะ เพิ่งเข้ามารายงานตัววันนี้เป็นวันแรกค่ะ"

เทรนเนอร์มองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า

ด้วยสายตาพิจารณา

ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ

"อืม หน้าตาใช้ได้ รูปร่างสมส่วน หวังว่าทักษะจะดีสมกับที่ทางฝ่ายคัดเลือกรับเข้ามานะ...”

พูดจบเขาชี้ไปที่มุมห้องมุมหนึ่ง

“ไปวางกระเป๋าแล้วไปยืนรวมกับกลุ่มตรงนั้นซะ วันนี้เราจะทดสอบสเต็ปพื้นฐานกันก่อน"

"ค่ะ! ขอบคุณค่ะเทรนเนอร์"

ใยไหมรีบรับคำเสียงใส

เธอเดินเลี่ยงไปวางเป้สะพายไว้บนชั้นวางของข้างผนัง

แล้วเดินไปยืนปะปนกับกลุ่มเทรนนีคนอื่นๆ

ที่กำลังยืนเตรียมตัวอยู่

แม้จะรู้สึกเกร็งอยู่บ้าง

เนื่องจากเป็นวันแรกในสภาพแวดล้อมใหม่

แต่ความตื่นเต้นและความกระตือรือร้นก็มีมากกว่า

ใยไหมแอบมองเพื่อนร่วมรุ่นรอบตัว

หลายคนดูมีความสามารถสูง

และฝึกซ้อมมาอย่างหนัก

ทำให้เธอรู้ตัวทันทีว่า

เธอจะต้องพยายามให้มากกว่าคนอื่นเป็นสองเท่า

หากไม่อยากโดนคัดชื่อออกในการประเมินรอบหน้า

ขณะที่เธอกำลังตั้งอกตั้งใจฟังคำสั่งของเทรนเนอร์ในการจัดระเบียบร่างกายเพื่อเตรียมวอร์มอัพกล้ามเนื้อ

จู่ๆ เสียงพูดคุยซุบซิบที่ดังมาจากหน้าห้องซ้อม

ก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนในห้องให้หันไปมองเป็นตาเดียว

ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง

พร้อมกับร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มสี่คนในชุดไปรเวทสบายๆ

แต่กลับดูโดดเด่นสะดุดตา

ราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น

กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ

ลอยมาแตะจมูก

พร้อมกับออร่าความเปล่งประกายที่แผ่ไปทั่วทั้งห้องซ้อม

ใยไหมเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย

ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ

นั่นมัน...

ร่างของชายหนุ่มทั้งสี่คนไม่ใช่ใครที่ไหน

พวกเขาคือ กันต์ พีค ทะเล และธาม

แก๊งศิลปินหนุ่มซุปตาร์แถวหน้าของค่าย

ที่เธอจดจำใบหน้า

และเสียงร้องของพวกเขา

ผ่านหน้าจอโทรศัพท์มานับครั้งไม่ถ้วนตลอดหนึ่งปีเต็ม!

ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ที่ห้องซ้อมรวมนี้ได้?

คำถามนั้นผุดขึ้นมาในหัวของใยไหมทันที

สมองของเธอมึนงงไปชั่วขณะ

เมื่อจู่ๆ ไอดอลในดวงใจ

มายืนอยู่ตรงหน้าเธอ

ห่างกันแค่ไม่กี่ก้าวในชีวิตจริงแบบนี้

"อ้าว! สวัสดีครับทุกคน"

เสียงทุ้มคุ้นหูของ กันต์

ลีดเดอร์หนุ่มผู้สุขุม

เอ่ยทักทายเทรนเนอร์และเหล่าเทรนนีในห้องด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง

ขณะที่เจ้าตัวยกมือขึ้นทักทายทุกคน

เทรนเนอร์หนุ่มหันไปยิ้มรับแล้วผงกหัวให้

"อ้าว พวกนายสี่คน วันนี้ไม่มีตารางซ้อมที่สตูดิโอใหญ่หรอกเหรอ ถึงแวะมาที่ตึกซ้อมรวมได้เนี่ย?"

พีค หนุ่มหล่อคาริสม่าแรงหัวเราะเบาๆ

พลางยกมือขึ้นเก็บทรงผมยุ่งเหยิงของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ

"สตูดิโอใหญ่แอร์เสียครับอาจารย์ ทางทีมงานเลยไล่พวกเราออกมาพักผ่อนชั่วคราวระหว่างรอช่างซ่อม พวกผมก็เลยเดินเล่นเรื่อยเปื่อยจนหลงมาแถวนี้ เห็นห้องนี้เปิดอยู่เลยแวะมาทักทายเด็กๆ เทรนนีรุ่นใหม่สักหน่อยครับ"

คำพูดกวนๆ สไตล์พีค

เรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากเทรนนีคนอื่นในห้อง

แต่สำหรับใยไหมแล้ว

ตอนนี้เธอกำลังยืนตัวแข็งทื่อ

ราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน

หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนข้างๆ จะได้ยิน

นี่เธอยังไม่ได้ตั้งตัวเลยสักนิด

ว่าจะต้องมาเจอพวกเขาใกล้ชิดขนาดนี้

ในวันแรกของการเป็นเทรนนี!

ทะเล หนุ่มหน้าหวานยิ้มสวย

สายตาไล่มองไปรอบๆห้องด้วยความเอ็นดู

ก่อนที่สายตาคมคู่นั้น

จะบังเอิญมาหยุดอยู่ที่

ร่างบางของเด็กฝึกหน้าใหม่

ที่ยืนตัวลีบอยู่ริมสุดของแถว

ดวงตาของทะเลกะพริบปริบๆ

ด้วยความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่าง

ใบหน้ารูปไข่

ดวงตากลมโต

และท่าทางที่ดูตื่นเต้นเล็กน้อยนั้น...

มันช่างคุ้นตาเสียเหลือเกิน

เหมือนกับใครบางคนที่เขาเคยเห็นบ่อยๆ

ตามงานแฟนมีตติ้งหรือหน้างานอีเวนต์ต่างๆ

ขณะเดียวกัน

ธาม น้องเล็กจอมซน

เหลือบมองไปรอบๆ เช่นกัน

ก่อนจะเอ่ยแซวเสียงดังตามประสาคนอารมณ์ดี

"โห... รุ่นนี้มีแต่เด็กหน้าตาดีแฮะ สงสัยอนาคตค่ายเราคงได้สั่นสะเทือนแน่ๆ เลยพี่"

ในขณะที่ทุกคนกำลังทักทายพูดคุยกับเทรนเนอร์และรุ่นน้องในห้องอยู่นั้น

สายตาของกันต์เลื่อนมาประสานกับเด็กฝึกสาวใต้ฮู้ดสีขาว

เขาชะงักไปเล็กน้อย

ดวงตาคู่นั้น…

ทำไมถึงรู้สึกคุ้นอย่างประหลาด

เหมือนเคยเห็นจากที่ไหนสักแห่ง

แต่เขาก็นึกไม่ออก

ใยไหมรับรู้ได้ว่ากันต์กำลังมองเธออยู่

หัวใจของเธอกระตุกวูบด้วยความตกใจกลัว

ความลับที่เธออุตส่าห์ปิดบังมาอย่างดีกำลังจะถูกจับได้

ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในตึกนี้แล้วอย่างนั้นหรือ?

เธอรีบหลบสายตา

ก้มหน้ามองพื้นทันที

พยายามถอยหลังไปครึ่งก้าว

เพื่ออำพรางตัวให้อยู่หลังเทรนนีคนอื่น

แต่ดูเหมือนว่า

สัญชาตญาณของศิลปินหนุ่ม

จะไม่ยอมปล่อยให้ความสงสัยนั้นผ่านไปง่ายๆ

กันต์ก้าวเท้าเดินตรงเข้ามาใกล้กลุ่มเทรนนีช้าๆ

ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง

ขณะที่เพื่อนร่วมวงอีกสามคน

อย่าง พีค ทะเล และธาม

ก็เดินตามมาด้วยความงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น

"เอ่อ... น้องคนนั้นน่ะ..."

เสียงนุ่มทุ้มเรียกขึ้นเบาๆ

พร้อมกับหยุดยืนตรงหน้าใยไหม

ที่กำลังยืนก้มหน้าหลบสายตา

บรรยากาศภายในห้องซ้อมเงียบลงทันที

ทุกสายตามองมาที่จุดเดียวกัน

เทรนเนอร์เองก็ขมวดคิ้วมองด้วยความแปลกใจ

ทำไมซุปตาร์เบอร์หนึ่งของค่าย

เดินเข้าไปทักเด็กฝึกใหม่เหมือนรู้จักกัน

ใยไหมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

เธอมือสั่นเล็กน้อย

แต่พยายามรวบรวมความกล้า

เงยหน้าขึ้นสบตากับกันต์

ที่ยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว

รอยยิ้มเจื่อนๆ

ปรากฏขึ้นบนมุมปาก

ขณะที่สมองกำลังคิดหาข้อแก้ตัวสารพัด

นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นๆ ทั้งหมด...

จุดเริ่มต้นที่ความลับอันยิ่งใหญ่

กำลังจะถูกท้าทาย

ด้วยสายตาอันแหลมคมของไอดอลในดวงใจทั้งสี่คน

และท่ามกลางบรรยากาศ

ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นนี้

ใครจะรู้ล่ะว่า

เงาดำแห่งอันตราย

กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเธอทุกทีๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พรางฐานะมาพบรัก   บทที่26 การเคลียร์ใจทีละคน

    แม้หนุ่มๆ ทั้งสี่จะยืนยันว่าพร้อมก้าวข้ามกรอบความสัมพันธ์เดิมๆ แต่เธอรู้ดีว่าความรักไม่ใช่เรื่องของการตกลงกันเพียงครั้งเดียวหากยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมา มันอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้ด้วยเหตุนี้ ตลอดสัปดาห์ต่อมา ใยไหมจึงนัดพูดคุยกับพวกเขาทีละคน เพื่อเคลียร์ความรู้สึกให้ชัดเจนการพูดคุยครั้งที่หนึ่ง: กันต์ — พี่ชายผู้ปกป้องและเสาหลักของหัวใจสถานที่นัดหมายคือห้องทำงานส่วนตัวของกันต์ในช่วงดึกที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของลีดเดอร์หนุ่ม ขณะที่เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารกองโต ใยไหมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ เข้าไปวางตรงหน้าเขาอย่างเบามือกันต์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มบางๆที่แสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนมุมปากทันที "ยังไม่กลับอีกเหรอโปรดิวเซอร์คนเก่ง ดึกมากแล้วนะ""หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่กันต์ค่ะ..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้ามกันต์วางปากกาในมือลงทันที เขาสบตากลับด้วยแววตาที่นิ่งสงบและเปิดกว้าง "เรื่องวันนั้นใช่ไหม? ว่ามาสิ พี่ฟังอยู่"ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยความในใจออกมา “สำหรับหนู พี่กันต์ไม่ใช่แค่ลีดเดอร์ แต่เป็น

  • พรางฐานะมาพบรัก   บทที่25 ความสัมพันธ์

    บรรยากาศภายในห้องซ้อมดนตรีชั้นบนสุดของตึก Pattanasiri Entertainment กลับเงียบลงในพริบตา กันต์ พีค ธามและทะเลต่างยืนนิ่งค้าง สายตาจ้องมองมาที่ใยไหมเป็นตาเดียว หัวใจของหนุ่มๆทั้งสี่ดวงเต้นระรัวด้วยความลุ้นระทึก ท่ามกลางความตึงเครียดเจือความคาดหวังที่แผ่ไปทั่วบริเวณพวกเขาทั้งสี่คนไม่ใช่แค่ศิลปินที่เธอเคยกรี๊ดฐานะ 'เมน' แต่พวกเขาคือคนที่ร่วมเป็นร่วมตาย ผ่านกระสุนปืนมาด้วยกัน จนหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของหัวใจเธอไปเรียบร้อยแล้วใยไหมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกั้นความสั่นไหวในอก เธอยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยคำพูดที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของพวกเขาทั้งหมดไปตลอดกาล"ทุกคนคงคิดว่า...หนูจะต้องเลือกทางใดทางหนึ่งระหว่างการเป็นผู้บริหารสืบทอดธุรกิจของครอบครัว”“กับการก้าวเข้าสู่เส้นทางในวงการบันเทิงใช่ไหมคะ?"ธามขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ส่วนทะเลเอียงคอมองอย่างรอคอยคำตอบใยไหมก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้พวกเขาทีละก้าว แววตากลมโตคู่สวยฉายประกายความเด็ดเดี่ยวและจริงจัง “คุณพ่อให้หนูเลือกเส้นทางของตัวเองค่ะ”“เพราะฉะนั้น…หนูตัดสินใจแล้วว่าจะรับตำแหน่งโปรดิวเซอร์บริหารและดูแลภาพลักษณ์ศิลปิ

  • พรางฐานะมาพบรัก   บทที่24 การเลือกเส้นทางชีวิตของใยไหม

    แสงแดดยามเช้าทอประกายอบอุ่นผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องทำงานผู้บริหารระดับสูง ภายในตึกสำนักงานใหญ่ของ Pattanasiri Entertainment บนเก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ ธนากำลังนั่งตรวจแฟ้มเอกสารตรงหน้าด้วยสีหน้าผ่อนคลายที่โซฟารับแขกใยไหมกำลังนั่งกอดอกก้มหน้ามองมือตัวเองอย่างใช้ความคิด ในหัวของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับคำสารภาพรักของหนุ่มๆทั้งสี่คน—"นั่งเหม่ออะไรอยู่หึ ลูกสาวตัวแสบของพ่อ?" เสียงทุ้มอบอุ่นของธนาเอ่ยขึ้นใยไหมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มแห้งๆให้ "เปล่าค่ะคุณพ่อ…”“หนูแค่กำลังคิดอะไรเพลินๆค่ะ"ธนาวางแฟ้มลง ก่อนเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามลูกสาวด้วยแววตาเอ็นดู “พ่อรู้ว่าช่วงนี้ลูกต้องเจอเรื่องหนักมามาก”“ทั้งเรื่องบริษัท”“ความปลอดภัย”“และเรื่องหัวใจด้วยใช่ไหมล่ะ?”คำพูดรู้ทันของคุณพ่อทำเอาใยไหมหน้าแดงขึ้นมาทันที เธอรีบยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองแก้เขิน "คุณพ่อก็...”“รู้ทันหนูตลอดเลยนะคะ!"ธนาหัวเราะออกมาเสียงดัง "ฮ่าๆๆ”“ลูกสาวพ่อโตเป็นสาวแล้วนี่หน่า”“จะไม่รู้ได้ยังไง...”“เอาล่ะ”“วันนี้ที่พ่อเรียกใยไหมมาคุยด้วย”“ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวหรอกนะ”“แต่เป็นเรื่องอนาคตของบริษัท”

  • พรางฐานะมาพบรัก   บทที่23 คำสารภาพ

    เสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่สดใสกลับมาเติมเต็มห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาลอีกครั้งหลังจากที่ผ่านพ้นคืนที่เฉียดตายมาได้บรรยากาศความตึงเครียดก็ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและความใกล้ชิดที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างเหล่าสมาชิกหนุ่มทั้งสี่คนและทายาทสาวแห่ง Pattanasiri Entertainmentยามเย็นของวันหยุดสุดสัปดาห์ใยไหมกำลังช่วยจัดเตรียมอาหารว่างและผลไม้สดใส่จานให้กับทุกคนโดยมีพีคที่อาการดีขึ้นมากจนสามารถนั่งพิงหมอนและส่งสายตาออดอ้อนขอขนมกินได้ไม่หยุดขณะที่ทะเลกำลังนั่งเถียงกับ ธามเรื่องเกมในมือถือเสียงดังลั่นห้องจนกันต์ลีดเดอร์หนุ่มต้องเอ่ยปากปรามเบาๆ ด้วยรอยยิ้มภาพความวุ่นวายและเสียงโวยวายที่คุ้นเคยเหล่านี้ทำให้หัวใจดวงน้อยของใยไหมรู้สึกอิ่มเอมและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกใครจะไปคิดล่ะว่า...ศิลปินหนุ่มวงบอยแบนด์ชื่อดังที่เธอเคยติดตามสนับสนุนมาตลอดในฐานะ'เมน'จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตจริงจนถึงขั้นยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้องเธอขนาดนี้...เมื่อถึงเวลาค่ำบรรดาสมาชิกหนุ่มเริ่มทยอยแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวและจัดกระเป๋าเตรียมตัวออกจากโรงพยาบาลในสัปดาห์หน้าทำให้ภายในห้องพักเหลือเพียงทะเลและกันต์ที่ยังอยู

  • พรางฐานะมาพบรัก   บทที่22 การพักฟื้นและหัวใจที่พักผ่อน

    แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านม่านโปร่งสีขาวเข้ามาภายในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังความตึงเครียดจากคราบเขม่าควันและเสียงกระสุนปืนในค่ำคืนที่ผ่านมาถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศแสนอบอุ่นผ่อนคลายและกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้สดที่เหล่าแฟนคลับและพาร์ทเนอร์ส่งมาแสดงความยินดีที่ทุกคนปลอดภัยแม้คดีทุจริตและการล้างขบวนการมืดภายใต้อาณาจักร 'Pattanasiri Entertainment' จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีแต่ร่องรอยการบาดเจ็บทางร่างกายยังคงต้องใช้เวลาในการเยียวยาโดยเฉพาะพีคไอดอลหนุ่มผู้ยอมเอาตัวเข้ารับคมมีดแทนใยไหมในวินาทีเฉียดตาบนเตียงผู้ป่วยพีคกำลังนั่งพิงหมอนใบโตด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสแม้หัวไหล่ซ้ายจะยังมีผ้าพันแผลหนาและต้องใส่เฝือกพยุงแขนเอาไว้เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนแต่รอยยิ้มทะเล้นและท่าทางกวนๆ ของเขาก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมแล้ว"โห...ดูนี่สิ!"พีคชูสมาร์ทโฟนในมือให้เพื่อนๆ ดูด้วยความตื่นเต้น“ยอดฟอลโลว์ไอจีของพวกเราพุ่งทะลุหนึ่งล้านภายในคืนเดียว!”“แถมแฮชแท็ก #ฮีโร่พีค กับ #PattanasiriProtector ก็ติดเทรนด์อันดับหนึ่งข้ามวันข้ามคืนเลยเว้ย!"ทะเลที่กำลังนั่งแกะเปลือกส้มอยู่ข้างเตียงหัวเราะหึๆ อ

  • พรางฐานะมาพบรัก   บทที่21 จุดจบของคนทรยศ

    เสียงประกาศจากโทรโข่งของกองกำลังพิเศษยังคงก้องกังวานสะท้อนไปทั่วบริเวณซากตึกร้าง ท่ามกลางแสงไฟสปอตไลท์สีขาวสว่างจ้าที่สาดส่องตัดกับความมืดมิดของยามราตรี ควันพิษและละอองเขม่าสีดำที่เคยพวยพุ่งหนาทึบเริ่มเบาบางลงเมื่อทีมดับเพลิงฉีดน้ำเข้าสกัดกั้นเปลวไฟที่จุดสำคัญจนดับลงสถานการณ์ที่เคยตึงเครียดบัดนี้เริ่มกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่สมุนชุดดำของฝ่ายคนร้ายที่เหลือรอดต่างถูกกองกำลังรักษาความปลอดภัยพิเศษและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปลดอาวุธและกดตัวให้นอนราบลงกับพื้นคอนกรีตเย็นเยียบทีละราย เสียงคำสั่งของเจ้าหน้าที่ดังระงมไปทั่วบริเวณในโถงกลางที่พังเสียหาย กันต์ประคองร่างบางของใยไหมที่เพิ่งผ่านความเหนื่อยล้าให้นั่งพักพิงกับเสาปูนที่ยังคงมั่นคง มือหนาของลีดเดอร์หนุ่มลูบหลังให้อย่างอ่อนโยนเพื่อปลอบประโลมความตื่นตระหนกที่ยังอยู่ในใจของหญิงสาว"ปลอดภัยแล้วนะใยไหม..." กันต์กระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแววตาคมเข้มยังคงกวาดมองความเรียบร้อยรอบกายไม่ไกลกันนัก หน่วยแพทย์ฉุกเฉินรีบวิ่งกรูเข้ามาพร้อมเปลหามเพื่อช่วยเหลือ พีคไอดอลหนุ่มที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเอาตัวเข้ารับคมมีดแทนใย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status