Masuk
สองเท้าที่กรำงานหนักมาทั้งวันพาร่างอ่อนล้ามุ่งตรงเข้าไปในตรอกเล็กๆ แยกมาจากถนนเส้นหลักของเมืองกรุงที่เต็มไปด้วยรถรามากมายวิ่งกันคับคั่ง แม้จะเป็นยามดึกแต่เสียงยวดยานที่ดังอยู่ไม่ขาดสายก็ทำให้รู้ว่าคนที่นี่คงแทบจะไม่หลับไม่นอนกัน เพราะมีทั้งคนที่ทำอาชีพในเวลาแดดออก หรือคนที่ทำอาชีพในเวลาแดดหุบ และก็มีคนอย่างเขา ที่ทำงานตั้งแต่ยามแดดออกจนแดดหุบไปนานแล้วจึงเพิ่งเลิกงาน
เพราะต้องเก็บงานให้ทันตามที่รับปากกับผู้รับเหมาก่อสร้างเอาไว้ ทำให้วันนี้เขาต้องอยู่ทำงานจนถึง 4 ทุ่มครึ่ง แม้อาจจะเรียกได้ว่าไม่ดึกสำหรับคนกรุง แต่สำหรับคนบ้านนอกคอกนา เวลานี้ก็ทำลูกได้หลายยกแล้ว แค่คิดไอ้ตัวน้อยของเขาก็พลางตื่นตัวกระตุ้นเตือนอย่างเสียไม่ได้
ด้วยต้องจากบ้านมาทำงานในเมืองไกล ไอ้ตัวน้อยเลยไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนโพรงฉ่ำน้ำของเมียรักมาเป็นแรมเดือน และจะให้หาซื้อความสุขชั่วครั้งชั่วคราวเอาที่เมืองกรุงนี้ ลำพังเงินเดือนอย่างเขาคงไม่มีหน้าไปเที่ยวซื้อบริการใครได้ จำต้องอาศัยแม่นางทั้ง 5 บริหารไปก่อน และวันนี้ก็คงจะไม้พ้นอีกตามเคย
ยามดึกคืนเดือนหงายทำให้เส้นทางในตรอกนี้ไม่ได้มืดทึบอย่างที่เกรงเอาไว้ ด้วยแสงสว่างจากดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวด้านบนทำให้มองเห็นเส้นทางได้โดยง่าย แม้จะเป็นเส้นทางที่แยกออกมาจากถนนใหญ่ไม่มาก แต่เส้นทางเรียบตลิ่งริมคลองที่มีขนาดไม่กว้าง เพียงพอสำหรับแค่คนเดินหรือไม่ก็รถมอเตอร์ไซค์สัญจรผ่านไปได้เท่านั้น
เส้นทางนี้จึงไม่ค่อยมีคนผ่านไปมาพลุกพล่านเท่าไร เพราะรถใหญ่ไม่สามารถเข้าได้ ยิ่งในยามค่ำคืนเยี่ยงนี้ด้วยแล้ว จะหาคนผ่านไปมาก็ยากเต็มทน ในตรอกนี้จึงเต็มไปด้วยบ้านเช่าราคาถูกของเหล่าคนหาเช้ากินค่ำอย่างเขา หรือไม่ก็พวกพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยจะมาอาศัยอยู่กันเสียมากกว่า ตามประสาคนเงินน้อยที่ไม่ได้มีทางเลือกมากนัก
เขาพาตัวเองเดินลัดเลาะมาตามริมตลิ่ง แม้จะเดินสะดวกแต่สายตาของเขาก็สอดส่ายระแวดระวังความปลอดภัย เพราะริมน้ำอย่างนี้ งูเงี้ยวก็จำเป็นต้องดูให้ดี ทว่าอะไรบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ริมน้ำก็ทำให้เขาต้องชะงักฝีเท้า พลางขยี้สายตาเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่มองเห็นนั้นใช่อย่างที่คิดไว้จริงๆ ใช่หรือไม่
เรือนร่างขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องลงมากระทบได้อย่างพอดิบพอดี กำลังดำผุดดำว่ายอยู่กลางสายน้ำที่แยกตัวมาจากแม่น้ำสายหลักของคนกรุง และลัดเลี้ยวคดเคี้ยวมาเป็นลำคลองเล็กๆ และจำเพาะสถานที่ที่สาวงามกำลังแหวกว่ายอยู่นี้ก็เป็นเวิ้งเล็กๆ ที่สามารถมองออกไปเห็นปากคลองด้านนอก
เขาแทบหยุดหายใจ เพราะหากไม่ได้ตาฝาดไปจริง สิ่งที่เห็นนั้นคือ สาวสวยไม่น่าจะนุ่งห่มอะไรเลยสักชิ้น เพราะไม่มีแม้แต่ขอบผ้าถุงที่กระโจมอยู่เหนืออก และความอวบอิ่มนูนเด่นที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนถนัดตา ดูราวจะยิ่งใหญ่มากมายเสียจนทำให้เขาอยากไปเห็นไปสัมผัสให้ใกล้กว่านี้
ดวงตาหื่นกระหายจ้องมองอกอวบอิ่มที่มองเห็นปริ่มน้ำอยู่ด้านหน้า เพราะทรวงอกนั้นไม่ต่างไปจากดอกบัวคู่งามที่โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา เพราะมันทั้งอูมใหญ่ ทั้งขาวผ่องกระจ่างชัดอยู่ในค่ำคืน และเมื่อเจ้าของดอกบัวหันมาเห็นเขา เธอก็ทำท่าเอียงอาย แต่ชม้ายตาให้เขาราวกับเย้ายั่ว
ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้ม พร้อมกับส่ายทรวงอกสะท้านผิวน้ำไปมาราวกับว่าหากขืนเขายังทำช้ากว่านี้ บัวคู่งามก็อาจจะหลบลี้หนีจากไปได้
ไม่มีอะไรอยู่ในหัวของเขาอีกแล้วในเวลานี้ สิ่งที่มองเห็นตรงหน้าสั่งการให้ฝ่ามือหยาบใหญ่จากการกรำงานหนักมาทั้งวันและตลอดชั่วชีวิตนี้ไม่รอช้า เร่งรั้งถอดเอาเสื้อยืดชุ่มเหงื่อออกจากร่างแต่โดยเร็ว ตามด้วยกางเกงยีนส์ตัวเก่าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบปูนและคราบสนิมออกจากตัว ทั่วทั้งร่างสีน้ำตาลแดงจึงมีเพียงกางเกงในตัวเก่าบางเฉียบเพราะถูกซักมานับครั้งไม่ถ้วน
ฝ่าเท้าพาก้าวลงสู่ริมตลิ่งทั้งที่ดวงตากระหายยังคงจับจ้องใบหน้างดงามที่มองมาอย่างเรียกร้องเชิญชวน ก่อนที่เขาจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงก้าวขึ้นไปบนตลิ่งอีกครั้ง ทั้งที่ปลายลิ้นแลบออกมาเลียไล้ที่ริมฝีปากหนา ด้วยกระสันอยากจะโลดแล่นลงไปในน้ำให้เร็วที่สุด ติดอยู่แค่หากกางเกงในตัวนี้เปียกน้ำก็เห็นทีว่าวันพรุ่งคงไม่มีใส่
ฝ่ามือจึงรูดเจ้ากางเกงตัวน้อยที่ใส่ติดกายเป็นด่านสุดท้ายให้หลุดออกจากข้อเท้า ก่อนจะหันหน้ากลับไปเผชิญกับใบหน้างดงามที่ดวงตาสวยหวานนั้นจ้องเขม็งมาที่ไอ้ตัวเล็กที่กลายเป็นความยิ่งใหญ่ของเขาไม่กะพริบ และคนสวยที่มีเพียงร่างกายช่วงบนโผล่พ้นน้ำขึ้นมาก็ยังทำท่าเผยอริมฝีปากซู้ดซี้ดพร้อมกับแลบลิ้นสอดส่ายเรียกหา ราวกับว่าอยากจะลองลิ้มชิมรสไอ้ตัวใหญ่ของเขาดูสักครั้ง
ขาสั่นพับๆ เพราะเกิดอาการซ่านเสียวไปทุกอณูเนื้อ ความกระสันอยากมากมายเสียจนทำให้เขาต้องรีบผวาลงไปในน้ำแต่โดยเร็ว แต่ยังไม่ทันจะถึงตัว สาวสวยก็ว่ายน้ำหนีพร้อมกับหันมายิ้มเชิญชวนให้เขาว่ายตาม
เสียงนกที่ออกหากินในยามเช้าทำให้ดวงตาที่ยังคงหลับพริ้มต้องกลอกกลิ้งไปมา ความง่วงงุนและความอ่อนเพลียยังคงมีอยู่มากจนทำให้ไม่อยากจะลืมตาตื่นขึ้นเลย ทว่าแสงแดดที่ค่อยๆ สาดส่องเข้ามากระทบกับใบหน้าก็ทำให้ดวงตาคมเข้มต้องเปิดขึ้นในทันทีเวลาเช้าตรู่เพราะแสงแดดเพิ่งส่องผ่านเข้ามาไม่มาก และสายลมที่พัดพาเอาละอองไอเย็นเข้ามาก็ทำให้ผ้าม่านลูกไม้สีขาวสะอาดตาพัดปลิวไสว และเจ้านกน้อยที่โผบินมาเกาะอยู่ที่ริมหน้าต่างก็เอียงหน้ามองเขาไปมาราวกับกำลังพบเจอกับสิ่งประหลาดกายแกร่งลุกขึ้นนั่ง ทบทวนสิ่งที่มองเห็นอยู่ตรงหน้าและทั่วบริเวณ ดวงตาคมเข้มหันมองไปรอบๆ กาย ‘ห้องนอน’ นี้เขาเคยอยู่อาศัย เครื่องเรือนต่างๆ ที่ยังคงอยู่ที่ตำแหน่งเดิมไม่ผิดเพี้ยน และเสียงจากด้านนอกที่ดังแว่วเข้ามาก็บ่งบอกว่าเขาไม่ได้อยู่ตามลำพัง ร่างสูงใหญ่พาตัวเองเดินออกมาตามทิศทางของเสียงที่ได้ยิน และจุดหมายก็คือ ‘ห้องครัว’ และที่นั่นเขาก็ได้เห็นใครอีกคนที่ทำให้ขอบตาของเขาต้องร้อนผ่าว แค่เห็นเพียงด้านหลังเขาก็จดจำได้ไม่ผิด เมื่อคนที่ติดตรึงอยู่ในหัวใจยังคงอยู่ “บัว...” เสียงเรียกเบาๆ แต่ก็ทำให
หากเป็นเช่นนั้น เขาที่รักเธอ ก็ควรจะยอมรับในสิ่งที่เธอเป็นใช่หรือไม่ เพราะหากนี้คือ ‘กรรม’ ที่เธอต้องเผชิญหน้าและยอมรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาก็จะพร้อมยอมรับกรรมไปกับเธอ“พี่พร้อมแล้วบัว พี่จะเป็นอาหารให้บัว กินพี่เถอะ พี่ให้บัวด้วยความรักของพี่”ดวงตาสวยหวานที่ฉ่ำชื้นไปด้วยหยาดน้ำตา ตะลึงมองใบหน้าหล่อเหลาที่ชื้นไปด้วยน้ำตาไม่ต่างจากเธอ ทุกความคิดของเขาเธอรับรู้ทั้งหมด เมื่อเขายอมเสียสละตัวเองเพื่อเธอ เธอล่ะ...“บัวรักพี่กฤษณ์ค่ะ และจะรักตลอดไป”“บัว! ไม่นะบัว!”กฤษณ์ร้องเสียงหลงเมื่อร่างอวบอิ่มที่เขาตระกองกอดไว้ในอ้อมแขนกำลังละลายจางหายไป รอยยิ้มพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลอาบ 2 แก้มมันคือการล่ำลาจากกันตลอดกาล ซึ่งเขาไม่มีวันยอมให้เป็นแบบนี้แน่“พี่รักบัว”สิ้นคำพูด กฤษณ์ก็ประกบริมฝีปากอุ่นวาบของเขากับริมฝีปากอวบอิ่มเย็นยะเยือกของบัว สอดแทรกปลายลิ้นเข้าชอนชิมความหอมหวานที่กำลังละลายจางหาย ฝ่ามือก็คลึงเคล้นไปทุกที่ที่สามารถจับต้องได้ เพราะแรงเสน่หาจากเขาเท่านั้นที่จะรั้งร่างกายนี้ให้คงอยู่และก็ได้ผลเมื่อร่างอวบอิ่มยังคงมีเนื้อหนังอยู่ในอ้อมกอด และปลายลิ้นที่แตะต้องสัมผัสกันและกันก็กำลังตอบ
“พี่ไม่ปล่อย และไม่มีวันปล่อยแน่” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง“พี่กลับไปซะเถอะ ต่างคนต่างอยู่เถอะพี่ เรื่องของเรามันไม่มีวันเป็นไปได้ บัว... บัวเป็นอะไรพี่ก็รู้”“พี่ไม่สน พี่รู้แต่ว่าพี่รักบัว และบัวก็รักพี่ ไม่อย่างนั้นพี่คงเป็นเหยื่อของบัวไปแล้ว พี่คงไม่ได้มีความสุขกับบัวครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างนั้น”“นั่นเพราะบัวอิ่มอยู่หรอก ถ้าบัวหิว พี่จะไม่มีวันรอดไป”“เช่นวันนี้ใช่มั้ย บัวกำลังจะฆ่าผู้ชายคนนั้น พี่จะไม่มีวันให้บัวทำแบบนั้นแน่”“แต่พี่ห้ามบัวไม่ได้ กลับไปพี่กฤษณ์ก่อนที่บัวจะทนไม่ไหว กลับไป...”บัวสะบัดกายว่ายน้ำหนี แต่กฤษณ์ก็ยังว่ายตามอย่างไม่ลดละ ก่อนจะคว้าร่างของบัวไว้ได้อีก และครานี้เขาจะไม่ปล่อยให้บัวหลุดมือไปอีก“พี่กฤษณ์ ได้โปรดปล่อยบัวเถอะค่ะ ถ้าพี่กลัวว่าบัวจะทำให้พี่เดือดร้อน บัวจะไปอยู่ที่อื่น จะไม่ให้มีคดีในพื้นที่ของพี่อีก ปล่อยบัวเถอะนะ ปล่อยบัว...”เรี่ยวแรงที่มีคล้ายจะหดหายไม่เหลือเพียงแค่ได้รับสัมผัสจากเขา บัวพยายามดิ้นรนไปให้พ้นแต่ก็ทำไม่ได้ แต่ในค่ำคืนนี้เธอกับเขาไม่ควรจะอยู่ด้วยกัน เพราะนั่นคืออันตรายอย่างมหันต์จะบังเกิด เมื่อร่างกายของเธอกำลังเรียกร้องหาอาหาร
“ฉันจะไม่มีวันทำอย่างนั้นแน่ ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันจะยอมตาย”“ยอมตาย! นี่เธอมันบ้าไปแล้วแน่ๆ แค่ผู้ชายที่เพิ่งเจอกันไม่นานกลับทำให้เธอเป็นได้มากขนาดนี้”“บัว... เธอฟังฉันนะ ไม่ใช่ว่าฉันต้องเจอกับเขานานแค่ไหน แต่มันเป็นเพราะฉันรู้ว่าเขารักฉันจริงๆ และฉันก็รักเขาอย่างที่ไม่เคยรักผู้ชายคนไหนมาก่อน และตอนนี้ฉันก็ไม่เหลือใครที่ต้องเป็นห่วงอีกแล้วนี่ ตอนนั้นฉันต้องการมีชีวิตอยู่ เพราะฉันมีพ่อแม่มีญาติพี่น้อง แต่ตอนนี้ล่ะ ฉันมีใคร แค่ได้มีคนที่รักและรักเรา มันก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว เธอก็คิดอย่างเดียวกับฉัน ฉันรู้ เพราะเธอคือฉัน ฉันคือเธอ”“เธอพูดอะไรฉันไม่รู้เรื่อง ฉันรู้แต่ว่าแรมห้าค่ำที่จะถึงนี้ ถ้าไม่มีผู้ชายคนไหนมาให้ฉันกิน ใครที่ผ่านเข้ามา ฉันก็จะกินไม่ให้เหลือ รวมทั้งพี่กฤษณ์ด้วย”บัวมองตามร่างของบัวอีกคนที่สลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำก่อนจะพวยพุ่งออกจากบ้านไปด้วยอารมณ์ที่ครุกรุ่นไม่แพ้กัน หยาดน้ำตายังคงไหลอาบ 2 แก้มเป็นสายเมื่อเธอทั้งคู่ผูกพันกันด้วยจิตวิญญาณ คนหนึ่งรู้สึกเช่นไร ใช่ว่าอีกคนจะไม่รู้สึก ในเมื่อนั่นคือบัวอีกครึ่งหนึ่งของเธอ บัวที่เป็นพรายน้ำ ส่วนเธอบัวที
กฤษณ์ดึงดันจะไปพบบัวให้ได้ แต่เมื่อข้ามไปอีกฝั่งก็ไม่ต่างจากที่มองเห็น เพราะนอกจากต้นไม้และหญ้าที่ขึ้นสูงท่วมหัวแล้วนั้น ในพื้นที่ตั้งของบ้านโบราณก็ไม่มีอะไรอีก ดังนั้นเขาจึงตั้งใจที่จะกลับมาอีกครั้งในเวลานัดพบของเขากับบัวในทุกคืน ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของจ่านิกรและนายตำรวจอีก 2 นายที่รู้เรื่อง แต่เขาก็ไม่ยอมยังยืนยันที่จะไปพบบัวให้ได้ เมื่อไม่มีเรือลำใดยอมพายมาส่ง กฤษณ์ก็เลือกที่จะว่ายน้ำข้ามคลองไปเอง“ไม่ได้นะครับผู้กอง เฮ้ย! ช่วยกันจับผู้กองไว้เร็ว!” “ปล่อยผม! จ่า! ปล่อยผม !” กฤษณ์พยายามดิ้นรนให้หลุดจากท่อนแขนของนายตำรวจ 2 นายที่เข้ามาล็อคไม่ให้เขากระโดดลงคลอง เพราะเขาไม่มีทางเลือกที่จะไปหาบัวได้ด้วยวิธีอื่น มีวิธีนี้เท่านั้นที่จะไปได้ “ปล่อยผมนะ! ผมจะไปหาบัว ปล่อยผม!” “ไม่ได้หรอกครับผู้กอง ผมไม่มีทางปล่อยให้ผู้กองไปตายแน่” “ไม่มีทาง บัวไม่มีวันทำร้ายผม! ปล่อย!” “ผู้กองครับ ผู้กองใจเย็นๆ นะครับ ได้โปรดฟังผมหน่อย ถ้าผู้กองเป็นอะไรไป ทั้งผม ทั้งชาวบ้านพวกนี้ ตำรวจทั้ง สน. จะเป็นยังไงล่ะครับ ผู้กองคิดบ้างมั้ยครับ
ท่านเจ้าอาวาสหันมองจ่านิกรและนายตำรวจอีก 2 นาย แต่ทั้งหมดนั้นได้แต่ก้มหน้าก้มตาหน้าซีดจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ เมื่อครู่“อาตมาอยากให้คุณผู้กองไปที่วัดกับอาตมาหน่อย” “มีอะไรหรือเปล่าครับหลวงพ่อ” “ไปคุยกันที่วัดเถอะ คุยที่นี่คงไม่สะดวก” คำพูดสื่อความหมายของท่านเจ้าอาวาสพร้อมดวงตาที่มองเลยไปยังด้านหลังของเขา ทำให้ผู้กองกฤษณ์ต้องหันมองตาม และก็เห็นบัวที่ยืนหลบมุมอยู่ในความมืด ราวกับกลัวเกรงอะไรบางอย่าง “เอ่อ... อย่างนั้นหลวงพ่อรอผมสักครู่นะครับ” “ไปกันตอนนี้เลยเถอะ คุณโยมผู้หญิงรับรู้แล้วล่ะ” กฤษณ์ชะงักร่างที่จะเดินเข้าไปหาบัว ก่อนจะหันมองดวงตาฝ้าฟางของท่านเจ้าอาวาสอย่างไม่เข้าใจ แต่สายตาของท่านก็ทำให้เขาปฏิเสธไม่ได้ ยิ่งเห็นท่าทางหวาดกลัวของจ่านิกรและนายตำรวจอีก 2 นาย ที่ไม่กล้ามองบัวตรงๆ ได้แต่ชำเลืองมอง ก่อนจะเหลียวซ้ายมองหน้ามองหลัง ดูพื้นน้ำมืดทึบไปด้วย เขายิ่งรู้สึกไม่ดีมากยิ่งขึ้น จึงตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง ร่างสูงใหญ่เดินตรงเข้าไปในบ้าน ในจุดที่บัวยืนหลบมุมอยู่ “บัว...
วันคืนที่ผ่านพ้นไปจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ดำเนินหมุนเวียนโดยการที่เธอต้องใช้ร่างกายนี้เพื่อดึงดูดชายที่มักมากในกามารมณ์มาเสพสมกับร่างของนางพราย และเมื่อความกระสันอยากของผู้ชายถึงขีดสุดโพรงฉ่ำน้ำที่บีบรัดอย่างรุนแรงจะทำหน้าที่ไม่ต่างจากการซูบหยาดน้ำที่กลั่นออกมาจากความใคร่ จากกามารมณ์ที่จะก่อเกิดเป็น
“เจ็บรึ ถ้าเธอยังไม่หยุด เธอจะเจ็บยิ่งกว่านี้”“เธอไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันอย่างนี้นะ ข้อตกลงของเรา” บัวหันมาเผชิญหน้าหญิงสาวอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนเธอราวกับเป็นฝาแฝด“ใช่ ข้อตกลงของเรา เธอได้เป็นมนุษย์ ฉันได้อาหาร”ดวงตาสวยปรายมองเรือนร่างงดงามที่อยู่ในเสื้อผ้าอาภรณ์ครบถ้วนดั่งจะบ่งบอกว่านี่คือสิ่งที่มน
“นี่คุณพูดอะไรจ่า ผมไม่มีเวลาจะมาล้อเล่นกับคุณหรอกนะ แค่คดีที่ยังปิดไม่ได้ก็เยอะแล้ว ไหนจะเรื่องผีพรายที่พวกคุณกลัวกันอีกล่ะ แค่นี้ยังมีเรื่องปวดหัวให้ผมไม่พอเหรอ คุณจะโยงทุกเรื่องเป็นเรื่องผีสางไปหมดไม่ได้นะ” กฤษณ์ถอนหายใจเสียงดังก่อนจะพูดต่อ“ผมบอกคุณแล้วว่าถ้าคุณพิสูจน์ไม่ได้ว่าผีมันมีจริงในโลก
คุ้งน้ำด้านหน้าที่มองเห็นเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่หนาทึบ และเท่าที่มองเห็นอยู่นี้ก็ไม่มีบ้านเรือนของใครอยู่ในบริเวณนี้เลยด้วยซ้ำ หรือว่ามีแต่ต้นไม้บัง หรือจะอยู่ในละแวกนี้แต่ผู้กองสื่อสารผิด อาจจะอยู่ฝั่งเดียวกันกับวัดก็ได้‘บ้านริมน้ำในรูปทรงโบราณสมัยร้อยปีก่อน มีศาลาท่าน้ำ เจ้าของบ้านชื่อบัว ไ







